“ความสามัคคีปรองดองเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
กับความรักใคร่เผื่อแผ่ช่วยเหลือกันฉันญาติพี่น้อง
สองประการนี้ คือคุณลักษณะสำคัญของไทย
ที่ช่วยให้ชาติบ้านเมืองอยู่รอดเป็นอิสระ
และเจริญมั่นคง มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน”
*พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙
พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ๒๕๓๒

~ ดวงหทัยครุฑรามันตุ์ : ปฐมบทแห่งแฟนตาซีครุฑ-นาค โดย "เบญจามินทร์" ~





ดวงหทัยครุฑรามันตุ์
ผู้เขียน : เบญจามินทร์
สนพ.อรุณ / พิมพ์(พ.ย. ๒๕๕๓)
๓๘๕ หน้า ราคา ๒๔๙ บาท


เรื่องย่อ ๆ จากโปรยปก


เมื่อปีกแห่งรักโอบกอดเธอไว้ อุปสรรคใดๆ ก็มิอาจขวางกั้น

องค์ครุฑรามันตุ์ เจ้าแห่งเวหา ที่ได้รับความยำเกรงสูงสุดจากเหล่าครุฑทั้งเผ่าพันธุ์
ทรงเลือกพระชายาซึ่งเป็นเพียงนางครุฑผู้ต่ำต้อยเช่นแก้วกุสุมา
แรงต่อต้าน แผนทำลายล้างทั้งในที่ลับและที่แจ้งจากผู้เกลียดชังต่างรุมเร้า
กระทั่งวันหนึ่งพวกเขาทำสำเร็จ...เมื่อแก้วกุสุมาตายไปอย่างทุกข์ทรมาน
โดยที่องค์ครุฑรามันตุ์ไม่สามารถปกป้องนางอันเป็นที่รักได้

ความอาฆาตพยาบาทเหมือนจะจบลง เพราะต่างฝ่ายต่างสูญเสีย
หากกงล้อกรรมยังไม่สิ้น...เมื่อแก้วกุสุมาถูกส่งไปเกิดใหม่ยังภพมนุษย์
เหล่านาคายังมิคลายแค้นและตามจองล้างจองผลาญนางอย่างไม่ลดละ

หากองค์ครุฑรามันตุ์ทรงตามปกป้องดวงหทัยของพระองค์
ยอมแลกแม้นชีวิน...หวังเพียงแค่ได้เห็นรอยยิ้มของแก้วกุสุมาชั่วนิรันดร์







เป็นโรแมนติกผสานแฟนตาซีแบบไทยๆ ที่แอบอิงตำนานเรื่องเล่าขาน
สืบต่อกันมาเกี่ยวกับดินแดนต่างมิติ อันเป็นที่สถิตแห่งพญาครุฑและพญานาค
ดดยมีการแบ่งเขตแดนในการครอบครองไว้อย่างค่อนข้างชัดเจน...
เหล่าเผ่าพันธุ์ครุฑนั้นถือเป็นเจ้าแห่งนครเวหา
ในขณะที่เผ่าพันธุ์นาคาถือครองดินแดนนครบาดาล
ทั้งสองเผ่าพันธุ์ต่างร่วมกันปกครองดินแดนอันถือว่าเป็นทิพยพิภพนี้
อย่างสันติสืบมานับแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน ...

ทว่า ยังมีครุฑบางตนที่มีชะตาผูกพันกับนาคมาตั้งแต่เกิด
ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น ครุฑตนนั้นจะมีสัญชาตญาณที่มักจะไล่ล่า
และจับนาคกินเป็นภักษาหาร
นั่นจึงเป็นที่มาแห่งนิยายรัก โรแมนติกแฟนตาซีเรื่องนี้

*********

(เพิ่มเติมจากเรื่องย่อ ๆ ด้านบน)

ครุฑน้อยนามแก้วกุสุมามีศักดิ์ฐานะเป็นถึงชายาแห่งองค์ครุฑรามันตุ์
เจ้านครเวหาผู้ยิ่งใหญ่ หากด้วยนางมีปมชาติกำเนิดอันต่ำต้อย
ทั้งยังมีดวงชะตาที่ผูกติดกับเผ่าพันธุ์นาค
นั่นจึงกลายเป็นจุดอ่อนทำให้นางถูกเหล่านางครุฑที่ริษยานาง
หาเรื่องยืมมือเหล่านาคทั้งหลายมาทำร้ายนางจนต้องจบชีวิตลงอย่างทุกข์ทรมาน
พร้อมข้อกล่าวหาว่านางได้ฆ่าพระธิดานาคีตนหนึ่งเสียชีวิตไป

แก้วกุสุมาได้มาเกิดใหม่ในโลกมนุษย์เป็นแก้วกัลยา
เพื่อชดใช้กรรมเก่าที่ยังไม่สิ้นสุดของนาง ..
แต่ยังถูกเผ่าพันธุ์นาคตามมาแก้แค้นไม่เลิกลา
องค์ครุฑรามันตุ์จึงได้ส่งเครื่องรางมาคอยคุ้มกันนาง
นั่นก็คือดวงหทัยครุฑรามันตุ์
แต่เครื่องรางนั้นก็มีอายุขัยที่ผูกติดกับพระธุดงค์รูปหนึ่ง
เมื่อท่านมรณภาพลง เครื่องรางก็สิ้นพลังลงตาม
องค์ครุฑรามันตุจึงต้องมาปกป้องดูแลนางอันเป็นที่รักของพระองค์ด้วยตัวเอง...
ในรูปของชายหนุ่มรูปงามโปรไฟล์หรู...ราชินทร์ ศิลากันต์
ที่นอกจากจะคอยปกป้องนางจากผู้ที่คิดร้ายต่อนางแล้ว
เขายังต้องตามหาเจ้ากรรมนายเวรของนางเพื่อให้เขาอโหสิกรรมให้
จากนั้นทั้งคู่จึงจะสามารถกลับไปครองรักกันยังดินแดนทิพยพิภพเช่นเดิมได้





เรื่องราวยืดยาวเยอะแยะค่ะ เล่าได้ไม่จบไม่สิ้นหรอก
แต่อ่านจบแล้วบอกได้เลยว่าทึ่งในจินตนาการของคนแต่งมาก
มีการดำเนินเรื่องแบบคู่ขนานกันไประหว่างเรื่องราวในภพอดีต
กับโลกปัจจุบันที่พัวพันซับซ้อน ตัวละครหลากหลายทั้งภพเก่าภพใหม่
หากจะให้โยงเส้นความสัมพันธ์ก็คงจะทำให้สับสนชวนงงงันเป็นอย่างยิ่ง

แตคนเขียนเขาก็สามารถค่ะ การเปิดเรื่อง เปิดตัวละครสำคัญทำได้ดีทีเดียว
มีพล็อตหลักพล็อตรองที่สอดประสาน ค่อยเป็นค่อยไป
ทำให้คนอ่านค่อย ๆ ก้าวตามจินตนาการของคนเขียนไปเรื่อย ๆ
จนอินและหลุดเข้าไปในโลกที่เขาสร้างขึ้นเต็มตัว...
แล้วก็ไปตามลุ้น ตามเอาใจช่วยทั้งพระทั้งนางของเราให้รอดพ้น
จากเหล่าตัวอิจฉาทั้งหลายได้...

เดี๋ยวอ่าน"ปีกแก้วแห่งนครา"ต่อเนื่องกันไปเลยค่ะ











 

Create Date : 23 กุมภาพันธ์ 2560    
Last Update : 23 กุมภาพันธ์ 2560 12:27:16 น.
Counter : 625 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

~ความรักสีฟ้า : อาณาจักรแห่งรักมีมากกว่าสีชมพู โดย "สิริมา อภิจาริน" ~





ความรักสีฟ้า
ผู้เขียน : สิริมา อภิจาริน
สนพ.มติชน (พิมพ์ครั้งที่ 1 ก.ค. 2549)
304 หน้า ราคา 155 บาท

.
โปรยปก:


หัวใจไฟลน ระคนฟองลวง
ก่ายเกลียวเหนี่ยวหน่วง
ละลิ่วล่วง "หล่มรัก"
.............
เขาและเธอ
เธอและเขา
เขาของเธอ
เธอของเขา

เขาของเขาของเขา
และของเขา
รักกัน

อาณาจักรแห่งรักมีมากกว่าสีชมพู






หลังอ่าน...
(เกริ่นก่อน)
สารภาพเลยว่าตอนแรกที่เห็นหนังสือเล่มนี้ เห็นปกเห็นคำโปรย
เกิดอาการแอนตี้นิด ๆ
(แอบคิดในใจว่า...ต่อให้เป็นนักเขียนคนโปรดก็เหอะ
แต่ถ้าจะมาจับกระแสวายมาเขียนนิยายเราก็คงจะฟินตามไม่ไหวอยู่ดี...แหะ ๆ )
ก็เลยมองเมินอยู่นานนับปี

มาถึงตอนนี้ จากกระแสที่แรงไม่หยุดฉุดไม่อยู่ของสายวาย
ต่อมมองโลกในแง่ดีเริ่มเปิดกว้าง
อีกอย่าง หลังจากอ่านงานใหม่ ๆ ของนักเขียนท่านนี้
เพิ่มเติมอีกเรื่อย ๆ ยิ่งเพิ่มความมั่นใจให้มากขึ้น
ก็เลยได้ฤกษ์หยิบหนังสือเล่มนี้ลงมาจากกองดองเสียที
.
แล้วก็แทบจะต้องตีอกชกหัวตัวเองค่ะ
เกือบพลาดงานดี ๆ แบบนี้เพราะความใจแคบของตัวเองแท้ ๆ เชียว





โปรยปกแทบจะไม่บอกอะไรเลยใช่ไหมคะ
(ก็มาแนวฮิปสเต้อร์เสียขนาดน้านนน....)
เอาบางส่วนจากหน้าคำนำสำนักพิมพ์แล้วกันค่ะ

ความรักสีฟ้า นวนิยายจากนามปากกา สิริมา อภิจาริน
เปิดเผยเทถ่ายเรื่องราวความรัก ผูกพันอันซับซ้อนอ่อนไหว
ของตัวละครที่หลากหลายในวงโคจรที่ยังมิทันจะจุดไต้ก็อาจตำตอ

เรื่องราวระหว่างเขาคนนั้น ที่บังเอิญได้พบกับเธอผู้เป็นลูกสาวของพี่ชาย
ของอดีตผู้มีอุปการคุณผู้ล่วงลับของพี่ชายคนเดียวของเขา
ผู้กำลังอุปการะชายหนุ่ม ผู้ซึ่งกำลังจะเข้าพิธีแต่งงานเป็นครั้งที่สอง
ท่ามกลางความคลางแคลง ไม่ไว้เนื้อและไม่อาจเชื่อใจของเพื่อน ของเพื่อน
และอดีตเพื่อนของเธอ...
กับรุ่นพี่ รุ่นน้อง และอดีตแฟนของเขา

ความเรียบง่ายที่แสนนัวเนียในบรรยากาศ'หล่มรัก'เหล่านี้
กลายเป็นเสน่ห์ที่ไม่อาจห้ามใจของความรักสีฟ้า


......................

งงดีไหมคะ แฮ่ม...
ดูจากความสัมพันธ์อันซับซ้อนข้างต้นอาจจะรู้สึกงงๆ อยู่บ้าง
แต่ด้วยความสามารถในการถ่ายทอดสื่อความของผู้เขียน
ทำให้เราอ่านแล้วเข้าใจได้อย่างง่ายดาย
ถ้าจะให้เล่าเรื่องย่อเสียอีกที่ยิ่งจะทำให้คนอ่านงงหนัก
จนอาจจะพานไม่อยากอ่านตาม





เป็นนิยายรักค่ะ มีดราม่า โรแมนติกครบครัน
แต่ไม่ใช่ดราม่าโรแมนติกแบบรักสามเส้าสี่เส้า
หรือชิงรักหักสวาทอะไรเทือกนั้นนะคะ แต่เป็นนิยายรักในเชิงจิตวิเคราะห์
บอกเล่าถึงความสัมพันธ์อันลึกซึ้ง ทว่าซับซ้อนและสับสน
ในหลากหลายรูปแบบ... ความสัมพันธ์ของคู่พี่น้องสองชายสองคู่
คู่สามีภรรยาอารมณ์ดี คู่ชีวิต คู่เพื่อน ฯลฯ
และในความรักความสัมพันธ์แต่ละแบบ
ล้วนเจือด้วยเสน่ห์ดึงดูดที่น่าสนใจ ชวนให้ติดตามและ...ดึ่มด่ำ...

ด้วยลีลาการเล่าเรื่องที่เรียบง่าย ละมุนละไมอารมณ์
แรก ๆ อาจจะดูอืดเอื่อย ทว่ามีจุดเซอร์ไพร้ซ์หักมุมเล็ก ๆ บ้าง
มีมุมมองที่แตกต่าง แหวกกระแสแต่ชวนให้ครุ่นคิดคล้อยตาม

ชอบวิธีดำเนินเรื่องและเปิดตัวละครแต่ละตัว ๆ ของผู้เขียนมาก...
ตัวละครทุกตัวมี่มาที่ไปที่สมจริง มีมิติให้จับต้องได้
มีเรื่องมีราวให้คนอ่านได้สร้างจินตนาการตาม
ทุกตัวมีบทมีบาทสอดคล้อง พอเหมาะพอสมกับเนื้อหาเรื่องราว
แต่ละคนอยู่ในที่ในทางของตัวเอง ไม่เวิ่นเว้อ ไม่โอเว่อร์แอ็คติ้ง
และไม่มีหลุดเฟรม

ด้วยสำนวนภาษาที่สละสลวยลื่นไหล
อ่าน ๆ ไปสัมผัสได้ถึงความอบอุ่น ความนุ่มนวล
อันเกิดจากความระมัดระวังของผู้เขียน
เพราะเรื่องราวความรักความสัมพันธ์ทีเธอบอกเล่านั้น
ช่างละเอียดอ่อนและเปราะบางอย่างยิ่งแล้ว






แต่ถึงกระนั้น อ่านๆไปก็มีจุดสะดุดค่ะ
เกิดจากการพิสูจน์อักษรที่ผิดพลาดหลายจุดมาก
ถือเป็นเรื่องที่น่าเสียดายและชวนให้เสียอารมณ์ไม่น้อยค่ะ

*ตอนแรกกะว่าจะเอามาแจกแจงในบล็อกว่ามีจุดพิมพ์ผิดเยอะขนาดไหน
แต่ทีนี้ได้ทำกระดาษที่จดโน้ตไว้หายไปแล้ว
เลยต้องเลยตามเลย






 

Create Date : 30 ธันวาคม 2559    
Last Update : 30 ธันวาคม 2559 12:46:37 น.
Counter : 657 Pageviews.  

~ จากฟ้าแดนไกล : นิยายชีวิตสุดคลาสสิค โดย "นายา" ~





จากฟ้าแดนไกล
ผู้เขียน : นายา
ผู้พิมพ์ : สนพ.เพื่อนดี (มิ.ย. 43)
544 หน้า ราคา 320 บาท

ปกหลัง :


ลายมือของเขาก็ยังสวยงาม...มีระเบียบ...เหมือนเดิม
หล่อนรักลายมือของเขา...ถ้อยคำของเขาก็ยังไพเราะ เป็นที่จับใจ
แต่ความรู้สึกของหล่อนที่มีต่อเจ้าของลายมือ
และเจ้าของถ้อยคำได้เปลี่ยนไปแล้ว
ไม่มีเมฆหมอกแห่งอดีตจากฟากฟ้าแดนไกลเข้ามาบดบังอีกต่อไป...
เราเคยเปรียบความรักที่เขาบอกว่า'ชั่วนิรันดร์'นี้ว่ากระไรหนอ...








บางส่วนจากคำนำสำนักพิมพ์

'จากฟ้าแดนไกล' เป็นไพรัชนิยายที่"นายา"ผู้ประพันธ์
ได้ผสานชีวิตจริงกับจินตนาการอย่างได้อรรถรส ลุ่มลึกและแยบคาย
..........
ทั้งได้รังสรรค์เหตุการณ์ต่าง ๆ ในท้องเรื่อง
อย่างให้ข้อคิดที่ร่วมสมัยและน่าสนใจ
..................
'จากฟ้าแดนไกล'หาใช่นิยายรักธรรมดาที่มีฉากต่างแดนเท่านั้น
หากได้แฝงความเฉียบคมในความคิดและความงดงามเชิงวรรณศิลป์
อยู่ในทุกอณูแห่งตัวอักษร







เรื่องราวโดยย่อ

เรื่องราวเริ่มต้นที่...

'มินตรา'ตัดสินใจแต่งงานกับ'รอย' อาจารย์หนุ่มชาวอเมริกัน
หลังจากที่'กรัณย์' คนรักที่รักกันท่วมท้นต้องตามใจผู้มีพระคุณแต่งงานกับหลานสาวของฝ่ายนั้น
..................
ทั้งเธอและกรัณย์ยังคงติดต่อสื่อสารกันอย่างสม่ำเสมอผ่านจดหมายหลายฉบับ
โดยต่างฝ่ายต่างต้องทำหน้าที่ของตนอย่างกล้ำกลืนฝืนทน...

โดยเฉพาะมินตรา..
.นอกจากเธอจะต้องจ่อมจมอยู่กับความรู้สึกผิดที่มีต่อรอย สามีที่แสนดีของเธอแล้ว
เธอยังต้องอดทนอดกลั้นต่อกิริยาท่าทางตลอดถึงถ้อยวาจาดูถูกเหยียดหยันจากผู้คนในสังคมรอบข้าง
เพราะในบริบทของเรื่องนั้นคือสังคมในยุคปีพ.ศ. 2510 กว่า ๆ ซึ่งสังคมไทยยังมองว่า
การที่ผู้หญิงไทยแต่งงานกับชาวต่างชาติเป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับอย่างหน้าชื่นตาบานเท่าไรนัก...

ซ้ำร้ายยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเธอติดตามรอยไปใช้ชีวิตที่อเมริกาบ้านเกิดของรอย
เธอก็ต้องใช้ความพยายามอย่างสูงในการที่จะก้าวข้ามกำแพงแห่งวัฒนธรรมอันแตกต่างอย่างยากลำบาก
เพราะในยุคนั้น พศ.นั้น ประเทศไทย หรือโดยรวมก็คือโลกตะวันออก
ยังถือเป็นดินแดนโลกที่สามในสายตาชาวตะวันตก...
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...ชาวตะวันตกที่เต็มไปด้วยอคติแบบพ่อกับแม่ของรอย...

นอกจากจะต้องปรับตัว ให้เป็นที่ยอมรับ โดยที่จะต้องไม่สูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง
เธอยังต้องทำหน้าที่แม่ทีดีที่ต้องอบรมบ่มเพาะลูกชาย
ให้ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างสองวัฒนธรรมให้กลมกลืน มีความสุขและภาคภูมิใจในตัวเอง

ซึ่งเธอก็ทำได้อย่างดีที่สุด...รู้สึกขอบคุณคนเขียนที่สร้างสรรค์ตัวละครอย่างมินตรา
ให้เป็นตัวแทนของหญิงไทยยุคใหม่(ในสมัยนั้น)ได้อย่างสมบูรณ์แบบมาก ๆ
เก่ง ฉลาดมาดมั่น แต่ไม่เย่อหยิ่งถือดี...อ่อนน้อมอ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ
เข้มแข็งอดทนแต่ไม่ก้าวร้าวแข็งกระด้าง
รู้จักควบคุมความรู้สึกความต้องการของตัวเองอย่างมีสติ มีเหตุมีผล
ไม่ให้อารมณ์ฝ่ายต่ำอยู่เหนือจิตใจ





ความรู้สึกหลังอ่าน...บอกได้สั้น ๆ ว่าอิ่มค่ะ

เป็นนิยายรักจากนักเขียนรุ่นเก่าที่เริ่มต้นด้วยความคลาสสิค
สะท้อนสะเทือนอารมณ์ในระหว่างกลาง....
และจบลงด้วยความอิ่มอกอิ่มใจ ซาบซึ้งและตื้นตัน

ผู้เขียนมีวิธีดำเนินเรื่องที่เรียบเรื่อยเอื่อยอ่อน ค่อยเป็นค่อยไป
แต่ดูดดึงตรึงใจคนอ่านให้ตามติดอย่างสนใจใคร่รู้ อย่างเอาใจช่วย...
และในที่สุดก็อย่างอิ่มเอมใจ ตั้งแต่ต้นจนจบ

ชอบมาก ชวนอ่านอย่างแรงค่ะ












 

Create Date : 27 ธันวาคม 2559    
Last Update : 27 ธันวาคม 2559 12:59:16 น.
Counter : 698 Pageviews.  

~ พร่างพรายในความเงียบงัน/ IN DER STILLE โดย "มาภา" ...อ่านจบแล้วเงียบงัน...~





พร่างพรายในความเงียบงัน/ IN DER STILLE
ผู้เขียน : มาภา
ผู้พิมพ์ : สนพ. อรุณ (ก.ย. 2559)
334 หน้า ราคา 275 บาท

โปรยปก :


ความทรงจำอาจเลือนหายไปตามเวลา
แต่ความรักจะอยู่กับหัวใจเสมอ

ฉันพบกับเขาในผับคืนหนึ่งที่ดีซี
ชายหนุ่มนัยน์ตาสีเมฆฝนคนนี้ชื่อ โทเบียส
จากนั้นฉันก็ตามเขามาที่นี่
หมู่บ้านเงียบๆ กลางหุบเขาประเทออสเตรีย
เราอยู่ด้วยกันในบ้านหลังเล็กราวกับคู่สามีภรรยา
โทเบียสใจดีมาก และเข้าอกเข้าใจเสมอ
ฉันมีความสุขในทุกๆ วัน

แต่ความสุขนั้น คงไม่ชอบอยู่กับใครสักคนนาน

“นิทราคุณว่าฤดูหนาวปีหน้า เราจะยังมีกันอย่างนี้ไหม”
“ไม่ว่าฤดูหนาวปีไหน เราจะยังมีกันอย่างนี้เสมอ”
และฉันหมายความอย่างนั้นจริงๆ







หลังอ่าน...
โรแมนติกดราม่าสุดอึน สุดหน่วงกระเทือนซางชนิดที่อ่านจบแล้วต้องเงียบงันไปเลยทีเดียว
ผู้เขียนระบุไว้ในหน้าคำนำว่า นิยายเรื่องนี้เขียนขึ้นจากชีวิตจริงของผู้หญิงคนหนึ่ง...
ซึ่งเพียงเริ่มต้นอ่านไปไม่กี่หน้า เราก็รู้สึกอินจนเชื่อสนิทใจเลยว่า....เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง จริง ๆ
โดยเฉพาะเมื่อเธอเลือกที่จะดำเนินเรื่องในลักษณะการเล่าเรื่องผ่านสรรพนามบุรุษที่หนึ่ง...อย่าง "ฉัน"
ขณะอ่านเราจึงรู้สึกเหมือนกับได้อ่านบันทึกของผู้หญิงอารมณ์อ่อนไหวคนหนึ่ง
ที่ค่อย ๆ บอกเล่าถึงเรื่องราวของเธอด้วยลีลาที่เรียบเรื่อยเอื่อยอ่อน...
หากก็สามารถทำให้เราสัมผัสได้ถึงอารมณ์ความรู้สึกของเธออย่างเต็มที่

โอ...นานมากแล้วที่ไม่ได้อ่านนิยายที่ดูดดึงอารมณ์ของเรา
ให้ดำดิ่งลงไปรับร่วมในอารมณ์ความรู้สึกเดียวกับตัวละครได้ขนาดนี้.....
เธอเหงาเราก็เหงา เธอเศร้าเราก็เศร้า เธอเจ็บเราก็เจ็บ
เธอร้องไห้เราน้ำตาริน...


..............


ขออนุญาตไม่เล่าเรื่องย่อนะคะ (เพราะมีอยู่แล้วสั้น ๆ ในโปรยปกนั่นเอง)
แต่บอกได้เลยว่าตั้งแต่ติดตามอ่านงานของมาภามาทั้งหมด 6 เรื่อง...
(ครบทุกเรื่องแล้วใช่ไหมเนี่ย...?)
(สำหรับตัวเอง)ชอบเล่มนี้มากถึงมากที่สุด
รู้สึกเป็นงานเขียนที่สมบูรณ์แบบที่สุดของมาภาเลยมั้ง
ทั้ง ๆ ที่พล็อตเอย เรื่องราวเอย ไม่ได้ซับซ้อนหวือหวาเท่าเรื่องอื่น ๆ ที่ผ่านมาเลย
แต่ด้วยสำนวนภาษา ลีลาการเล่าเรื่อง การบรรยายฉากและบรรยากาศโดยรอบ
บทบาทการกระทำของตัวละคร
ตลอดถึงสาระข้อมูลที่อิงหลักวิชาการที่เกี่ยวข้องกับปมในเรื่อง
ทุกอย่างมันสอดรับกันหมดแบบสมเหตุสมผล สมจริง...

ชอบที่สุดก็คือพระเอก...ผู้ชายแสนดีแสนอบอุ่นอย่างโทเบียสหาได้ที่ไหนอีกน๊อ...
บนโลกอันอึกทึกครึกโครมใบนี้...?











 

Create Date : 24 ธันวาคม 2559    
Last Update : 24 ธันวาคม 2559 11:11:07 น.
Counter : 837 Pageviews.  

~ เริ่มต้นที่หัวใจ โดย "สิริมา อภิจาริน" ~






เริ่มต้นที่หัวใจ
ผู้เขียน : สิริมา อภิจาริน
ผู้พิมพ์ : โพสต์บุ้ก (พ.ค. 58)
367 หน้า ราคา 295 บาท


โปรยปก...


ในวันที่ "ความรัก" เดินเข้ามาหา
"รัก" ไม่ได้เลือกหรอกว่าเราเป็นใคร
แค่ได้รัก...ก็เพียงพอแล้ว
...................
ความรักเกิดขึ้นได้ตลอดเวลากับทุก ๆ คน
บางครั้งเราอาจไม่รู้ว่า ความรักเกิดขึ้นเมื่อใด
มารู้อีกทีก็รักไปแล้ว
แต่กับบางคนอาจต้องใช้เวลาเพื่อบ่มเพาะความรัก
ความรักไม่เคยเลือกเพศสภาพหรือเผ่าพันธุ์
บางครั้งจะทำให้ต้องเจ็บปวด แต่คนก็ยังไม่หมดศรัทธาใน "รัก"
แม้อาจต้องยอมปล่อยวางและกอบกู้ขึ้นมาใหม่ ไม่ว่าจะกี่ครั้งก็ตาม








(บางส่วน)จากคำนำ

"เริ่มต้นที่หัวใจ" ของ สิริมา อภิจาริน บอกเล่าหลายบทบาทของความรัก
"รัก" ที่เกิดขึ้นและอยู่เหนือกฎเกณฑ์ใดๆ
"รัก" ที่ต้องตามมาตรฐานและครรลองของสังคม
"รัก" ที่เป็นการเสียสละ และ "รัก" ที่ให้ได้แม้ชีวิต

แม้บางครั้ง ความรู้สึกหวานปนขมจะเกิดขึ้นพร้อม ๆ กัน
แต่หลาย ๆ คนก็ใช้ทั้งหัวใจแลกมา เราเชื่ออย่างหนึ่งว่า ถ้า "รัก"
และทำทุกอย่างที่ตั้งใจด้วยหัวใจแล้ว
ไม่ว่าผลออกมาเป็นเช่นไร แค่ได้พยายามอย่างสุดใจ...
ก็เพียงพอแล้ว





เล่าเรื่องย่อๆนิดนึงนะคะ

'เริ่มต้นที่หัวใจ' เป็นเรื่องราวความรักของหญิงสาวอารมณ์ไหวสองคน
ที่ต่างก็มีบาดแผลในชีวิตที่แตกต่างกัน

มนตราเป็นเด็ก"บ้านแตก" พ่อกับแม่แยกทางกันตั้งแต่เธออายุเพียงเจ็ดขวบ
แม่พามนตรากลับมาอยู่บ้านตากับยายและแต่งงานใหม่หลังจากนั้นไม่นาน
แม่มีลูกกับพ่อเลี้ยง น้องชายของมนตราอีกหนึ่งคน
ครอบครัวของเธอ...ของแม่กับพ่อเลี้ยงดูจะเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์ดี ทุกคนมีความสุข
แม่รักและตามใจมนตราทุกอย่าง พ่อเลี้ยงของเธอร่ำรวยและไม่มีท่าทีรังเกียจลูกเลี้ยงแม้แต่น้อย
แต่มนตรากลับรู้สึกว่างเปล่าและต้องการการเติมเต็มอยู่เสมอ
เธอแยกตัวเองออกมาอยู่ตามลำพังตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย
จนเรียนจบเธอก็ทำงาน เปลี่ยนงานไปเรื่อย ๆ เพราะยังหาที่เติมเต็มใจไม่ได้
กระทั่งล่าสุด มนตราก็มาสมัครงานใหม่ที่บริษัททัวร์แห่งหนึ่ง...เป็นทัวร์เพื่อการศึกษา
และที่นี่ เธอก็ได้พบกับ'งาม'...

งาม... หญิงสาวมาดเฉี่ยวอารมณ์ดีที่มนตรารู้สึกปิ๊งตั้งแต่แรกเจอ...
(เรื่องของงามมีที่มาจาก"มาลัยดอกหญ้า" ซึ่งเคยอ่านแล้วเมื่อหลายปีก่อน)
มนตรากับงามมีวัยที่ใกล้เคียงกัน จบมาจากสถาบันเดียวกัน ทำให้ทั้งคู่สนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว
แม้ในช่วงหลัง งามจะไม่ได้ทำงานที่เดียวกับมนตราแล้วเพราะมีงานอื่นที่มั่นคงกว่า
แต่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่กลับแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นเมื่องามย้ายไปอยู่ร่วมบ้านกับมนตรา

งามช่วยต่อเติมความพร่องในใจของมนตราให้เต็มตื้น
ในขณะที่มนตราก็มีบางสิ่งบางอย่างที่เข้ามาชดเชยและเยียวยาหัวใจที่แตกร้าวของงามได้






นอกจากเรื่องราวของงามกับมนตราแล้ว ก็ยังมีเรื่องราวชีวิตของตัวละครสำคัญคนอื่น ๆ
จากมาลัยดอกหญ้าอีกหลายคน...
อย่างวจี...น้าจีของงามผู้ต้องเลิกลากับสามีที่รักและแต่งงานกันมาเนิ่นนาน...
แต่ยังใช้ชีวิตโสด ๆ อย่างเข้มแข็งและรื่นรมย์ ทั้งยังคงมีสายสัมพันธ์ทีดี
กับอดีตสามีที่กลายเป็นเพื่อนเก่ากันไปแล้ว
น้าจีมีเพื่อนร่วมงานรุ่นน้องอย่างศิลามาช่วยดูแลเรื่องต้นไม้ให้...
เข้านอกออกในบ้านของวจีจนงามเข้าใจผิดคิดว่าเขามาปิ๊งน้าสาวของเธอ...
เขาดูแลน้าจีแล้วเลยเผื่อแผ่มาช่วยเหลืองามหลายอย่าง

นิ้ง...หลานสาววัยรุ่นของงามที่ในที่สุดก็ได้พบหลักแหล่งที่จะวางตัววางใจตัวเองลงพักพิงได้เสียที

กระทั่งเรื่องราวของชาญ...ผู้ชายที่คนอ่านอย่างเรานึกรังเกียจมาตั้งแต่ตอนอ่านมาลัยดอกหญ้า...
ก็ยังมามีบทบาทขับเคลื่อนเรื่องราวในเล่มนี้ด้วย
และยังคงเหมือนเดิมทีความรู้สึกที่มีต่อเขาก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงไป
เขายังคงเป็นชาญ ผู้ชายลูกแหง่ มักง่าย เห็นแก่ตัวและไม่รักงามได้ดังเดิม...

(แต่อย่างน้อยก็มีเพิ่มเติมคือรู้สึกเข้าใจ
และโล่งใจที่งามสามารถปลดปล่อยเขาออกจากใจได้สำเร็จ)


มีพระเอกค่ะ แต่บทบาทอาจจะน้อยไปสักหน่อย
แต่ชีวิต ความคิดและความรักของเขาก็น่าสนใจไม่น้อย
เขาสะดุดตาและประทับใจในตัวงามตั้งแต่แรกเจอ แต่เขาใจเย็นพอที่จะไม่รุกเร้า ไม่แสดงออก
เพียงแต่คอยดูแล ช่วยเหลืองามอยู่ห่าง ๆ
แม้งามจะเข้าใจผิดถึงความสัมพันธ์ของเขากับวจีเขาก็ไม่เร่งร้อนแก้ความเข้าใจผิดนั้น...

เป็นความเรียบเรื่อยที่สุขุมลุ่มลึก มีจุดมีมุมให้ครุ่นคิดคล้อยตาม





ชอบมากกกก...
ชอบแนวการเล่าเรื่องที่เหมือนจะเรื่อย ๆ เอื่อย ๆ แต่บอกเล่าถึงตัวละครแต่ละตัวได้ลึกซึ้งละเอียดลออ
มีที่มาที่ไปสมเหตุสมผล สมจริง
ตลอดถึงฉากและบรรยากาศเบื้องหลังของเรื่องราว
ที่มีประเด็นทางสังคมและการเมืองแทรกแซมอยู่ประปราย

รวมทั้งแง่คิดมุมมองต่อชีวิตที่เรียบง่าย คมคาย

ขออนุญาตหยิบยกคำพูดของศิลามาปิดท้ายรีวิวนี้ก็แล้วกันค่ะ

"ชีวิตมันไม่เคยว่างเปล่า...มันมีอะไรๆให้เราค้นหาเติมเต็มอยู่ตลอดเวลา
บางทีอาจเป็นตัวเราเองที่ลืมให้เวลามองดูชีวิตของเราว่า จริงๆแล้วมันมีอะไรเยอะแยะ...
บ่อยครั้ง คนเราสนใจสิ่งที่เราขาด จนลืมคิดถึงสิ่งที่เรามี
มีแล้วเก้าอย่าง ขาดอย่างเดียว ก็เศร้าใจ ทุกข์ใจกับสิ่งเดียวที่มันขาด
จนลืมเก้าอย่างที่มีอยู่แล้ว ขาดความชื่นชมในชีวิต"












 

Create Date : 28 พฤศจิกายน 2559    
Last Update : 28 พฤศจิกายน 2559 11:36:04 น.
Counter : 777 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  

BlogGang Popular Award#13


 
แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 168 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs


~ เดเปอโร รักยิ่งใหญ่จากใจดวงเล็ก/เคท ดิคามิลโล/เขียน งามพรรณ เวชชาชีวะ/แปล ~

~สูญมนุษย์วันสิ้นโลก/Z for Zachariah/Robert C. O'Brien/เขียน วิลาส วศินสังวร/แปล ~

~ บ้านใหม่บนดิน The People of Sparks/ฌานน์ ดูโปร เขียน/แสงตะวัน แปล~

~ บ้านริมทะลสาบ/เข็มพลอย~

~ อาคม/ชลนิล~

~กลรักเกมเลือด/กีโยม มุสโซ เขียน/จรัมพร หาญพล แปล~

~ห้วงลวงรัก/กีโยม มุสโซ เขียน/จรัมพร หาญพล แปล~

~ ไพรีนฤมิต/ญนันธร~

~ รื่นรักรมย์ลวง@หัวหิน/กิ่งฉัตร~

~ เมียเจ้า/Amy Tan (นรา สุภัคโรจน์/แปล)~

~ความฝันครั้งที่สอง/ว.วินิจฉัยกุล~


สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.