'หัวใจ๋ข้า หัวใจ๋เจ้า ห้อยอยู่เก๊าเดียวกั๋น' *
*คลิกเพื่ออ่านคำแปลเจ้า :)

~นิยายชุด 'ทางลัดสลัดโสด' - - "หัวใจร้อยดาว" โดย 'สิริณ' & "เจ้าสาวร้อยชั่ง" โดย 'ดวงมาลย์' ~




สองเล่มนี้เป็นนิยายชุด
ขออนุญาตรวบยอดไว้ในบล็อกเดียวเลยละกันค่ะ
เล่มแรก...




หัวใจร้อยดาว
ผู้เขียน : สิริณ
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ (ธ.ค. ๕๖)
๔๒๕ หน้า ราคา ๓๑๕ บาท


โปรยปก :



เมื่อหนุ่มปารีเซียงสุดหล่อ อาสาเป็นกุนซือสอนวิธีสอยหนุ่มมาครอบครอง
แล้วหญิงสาวผู้กลัวการขึ้นคานจะทำอย่างไร
เพราะหัวใจแสนซน อยากให้เขาเป็นคนรักมากกว่า

อะไรนะ! ถ้าไม่แต่งงานภายใน ๙๐ วัน เธอต้องขึ้นคานไปตลอดชีวิตเหรอ บ้าไปแล้ว!

ดอกเตอร์โมนา วิมาลิน อยากอุทานเป็นภาษาต่างดาวชะมัด
แม้จะเป็นคนรุ่นใหม่ที่ไม่เชื่อเรื่องงมงาย แต่รุ่นพี่ที่เจออาถรรพ์ก็ขึ้นคานไปแล้วถ้วนหน้า
เธอจะเสี่ยงเป็นคนต่อไปจริงเหรอ...

นับว่าพระเจ้ายังไม่ใจร้ายจนเกินไป เพราะท่านส่ง ชัชวิน มาจีบเธออย่างออกนอกหน้า
ตามมาด้วย เมอร์ซิเออร์โนแอล เดอแบร์มองต์ สุดหล่อ
แถมยังมี เอกชัย เทรนเนอร์หล่อล่ำ
และ กฤตนักดนตรีอารมณ์ศิลป์มาให้เลือกพร้อมเพรียง

โมนาไม่ได้โชคดีขนาดนั้น เพราะระหว่างหาทางลงจากคาน
เธอกลับต้องเผชิญปัญหาเรื่องการงานอย่างหนัก

ท่ามกลางมรสุมที่พัดจนเธอซวนเซ
โมนาจึงได้เห็นความรักของใครบางคน...ชัดเจนขึ้นในหัวใจ
อยากรู้ก็แต่ว่า...อีกฝ่ายจะรักเธอมากพอและชวนเธอลงจากคานทันเวลาไหมหนอ







หลังอ่าน...

ก่อนอื่น...ขอบอกเล่าคร่าว ๆ ถึงธีมร่วมของนิยายสองเล่มนี้ก่อน...

โมนา(นางเอกเรื่องนี้)กับตุลยา(นางเอก'เจ้าสาวร้อยชั่ง')เป็นเพื่อนซี้ที่มีวันเดือนปีเกิดตรงกัน
ทั้งสองคนเป็นสมาชิกแก๊งเจ็ดนางฟ้าที่ยึดซุ้มเล็บมือนางในมหาวิทยาลัยเป็นแหล่งพบปะชุมนุมกัน
ซึ่งซุ้มนั้นมีตำนานเล่าขานว่า ผู้หญิงที่นั่งใต้ซุ้มนี้ หากไม่แต่งงานก่อนอายุครบสามสิบปีจะต้องขึ้นคานไปตลอดชีวิต
เรื่องราวอลเวงจึงเริ่มต้นขึ้น เมื่อทั้งโมนาและตุลยาต่างก็โสดสนิททั้งคู่
และในวันเกิดที่จะมาถึงในอีก ๙๐ วันข้างหน้านี้พวกเธอก็จะมีอายุครบสามสิบพอดิบพอดี๊
แม้จะไม่อยากเชื่อเรื่องอาถรรพณ์ซุ้มเล็บมือนาง...แต่จากตัวอย่างของรุ่นพี่ที่เคยประสบมาก็พาให้หวั่นไหวไม่น้อย
เธอทั้งสองจึงจำต้องเร่งรัดปฏิบัติการหา"ทางลัดสลัดโสด"โดยด่วน ...

นั่นคือจุดร่วมที่ทำให้นิยายชุดสองเล่มนี้ถือกำเนิด
แต่ทั้งพล็อตทั้งเนื้อหารายละเอียดต่าง ๆ ของทั้งสองเรื่องนี้แปลกแยกแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงค่ะ
สามารถแยกอ่านเล่มใดเล่มหนุึ่งได้ หรือถ้ามีอยู่ทั้งคู่จะอ่านทั้งคู่ก็ดีค่ะ

ทีนี้มาว่ากันทีละเล่ม...เริ่มที่หัวใจร้อยดาวของคุณสิริณก่อนละกัน

เรื่องนี้อาจจะเรียกได้ว่าเป็นนิยายรักในสำนักงานที่เป๊ะเว่อร์มาก
ผู้เขียนจัดเต็มในเรื่องของบรรยากาศการทำงานในบริษัทเอกชนขนาดใหญ่
ว่าด้วยเล่ห์เหลี่ยม กลโกง ทุจริต คอรัปชั่นในองค์กร ซึ่งทำกันเป็นขบวนการ
วางแผนกันอย่างแนบเนียน แถมมีการจัดเตรียมแพะไว้อย่างพรักพร้อม
แต่ก็ไม่พ้นมือซีอีโอหนุ่มลูกครึ่ง พระเอกของเราหรอกค่ะ.....
(พระเอกเรื่องนี้น่าจะเป็นลูกครึ่งเทพบุตรครึ่งพ่อพระค่ะ คนธรรมดาอะไรจะเลิศเลอเปอร์เฝ็กท์ได้ขนาดนี้ หุหุ)

ชื่อเรื่องกับโปรยปกหลังเล่มนี้หลอกคนอ่านค่ะ เวอร์ไปนิดนึงเรื่องบรรดาชายหนุ่มที่มาจีบโมนา เพราะเอาเข้าจริงก็มีแค่สองคนที่มีบทบาทเด่น คือชัชวินกับเมอร์ซิเออร์โนแอล เดอแบร์มองต์ สุดหล่อนั่นเท่านั้น อีกสองคนที่เหลือมีบทน้อยมาก แถมไม่น่าจะใช่ตัวเลือกของโมนามาแต่ต้น

จุดแรกเลยที่ประทับใจในเรื่องนี้คือตัวละครเอกค่ะ...
เริ่มที่นางเอก...
เธอมีดีกรีเป็นถึงด็อกเตอร์ และที่สำคัญ เธอเป็นสาวอ้วน! แถมเป็นสาวอ้วนที่มั่นใจในตัวเองสุด ๆ
เธอฉลาดและรู้เท่าทันเล่ห์เหลียมกลโกงได้อย่างรวดเร็วมาก...
แต่ให้ฉลาดแค่ไหน เธอก็ยังแพ้พระเอกของเราค่ะ...ก็แหม ผู้หญิงอ่ะนะ ถึงจะเก่งกาจสามารถแค่ไหน ก็ขอให้มีจุดอ่อนให้พระเอกได้ทำหน้าที่ให้สมบทบาทหน่อยเถอะ
และต่อให้เป็นสาวอ้วนสาวมั่นแค่ไหน แต่เธอก็มีจริตจก้านอันเป็นธรรมชาติของความเป็นหญิงอยู่พอตัว ชอบค่ะ

ส่วนพระเอกหรือก็...อย่างที่บอกตอนต้นว่าพระเอกเรื่องนี้เค้าเป็นลูกครึ่ง...ประมาณครึ่งเทพครึ่งพระ
แต่ที่ประทับใจในตัวเขาไม่ใช่จุดนี้หรอกค่ะ หากแต่เป็นความรักที่เขามีต่อนางเอกมากกว่า...
ชอบในความสุภาพ อ่อนโยน เฉลียวฉลาด สุขุมคัมภีรภาพ...นอกเหนือไปจากความหล่อขั้นเทพของเขา

ตัวละครประกอบหลายตัวก็มีเบื้องลึกเบื้องหลัง เป็นเงื่อนเป็นปมซับซ้อน ทำให้ยากต่อการคาดเดาตัวร้ายพอสมควร
ต่อเมื่อถึงจุดเฉลยของเรื่องราว คนอ่านก็จะสามารถมองเห็นถึงการโยงใย ที่มาที่ไปอันสมเหตุสมผล
เผยให้เห็นธาตุแท้และกิเลสในใจของผู้คนได้เป็นอย่างดี

อีกจุดที่ชื่นชอบก็คือเรื่องของบรรยากาศและรายละเอียดการทำงาน ด้วยรู้สึกว่าคนเขียนเค้าทำการบ้านมาดี
ทำเรื่องที่ค่อนข้างจะซับซ้อนยุ่งยากให้เข้าใจง่าย
คนอ่านที่อาจจะไม่ถนัดในเรื่องของธุรกิจเลยก็สามารถนึกภาพตามและรู้สึกอินได้ไม่ยาก

สรุปว่าอ่านจบแล้วก็ชอบในระดับหนึ่งค่ะ ไม่ถึงกับจี๊ดมาก แต่ก็อ่านได้เพลิน ๆ
















เล่มที่สอง...



เจ้าสาวร้อยชั่ง
ผู้เขียน : ดวงมาลย์
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ (ธ.ค. ๕๖)
๔๐๓ หน้า ราคา ๒๙๕ บาท

โปรยปก :


‘ขึ้นคาน!’ คำแสลงใจของผู้หญิงทั่วปฐพี แต่มันอยู่ใกล้ตัวใครบางคนมากกว่าที่คิด!

ตุลยา หญิงสาวผู้สืบทอดเชื้อสายยิปซีมาจากต้นตระกูลอันเก่าแก่
มีอันต้องหงายเงิบเมื่อกลายเป็นผู้เคราะห์ร้าย ถูกสาปจากอาถรรพณ์ซุ้มเล็บมือนาง
ซึ่งแก๊งเจ็ดนางฟ้าอุตริไปจับจองเป็นที่นั่งของกลุ่มสมัยเรียนมหาวิทยาลัย

เรื่องราวคงไม่อลหม่าน ถ้าเพื่อนๆ จะไม่ทยอยแต่งงานกันไปหมด
ในขณะที่หล่อนยังหาแฟนเป็นตัวเป็นตนไม่ได้สักคน เหตุเพราะมีพี่สาวตัวดีคอยสกัดดาวรุ่งเสียทุกครั้ง

เหลือเวลาเพียงแค่ ๙๐ วันก่อนถึงเส้นตาย แถมผู้ชายดันหมดสต๊อก
แล้วอย่างนี้หล่อนจะหลุดพ้นจากอาถรรพณ์คานทองได้อย่างไร

โอ้ว...ไม่นะ!
ความใฝ่ฝันที่จะได้เป็นเจ้าสาวร้อยชั่ง ผู้เพียบพร้อมด้วยรูปสมบัติ
และคุณสมบัติอันงดงามต้องพังทลายเพราะงานนี้หล่อนต้องหาทางมัดใจผู้ชายสักคนให้ได้โดยเร็วที่สุด






หลังอ่าน
เคยอ่านงานของนักเขียนนามปากกานี้มาสองเล่มค่ะ รู้สึกว่า...(คหสต.ล้วนๆ)'แป้ก' ทั้งสองเรื่อง
เล่มนี้ได้มาพร้อม ๆ กับเล่มข้างบน ก็เลยหยิบมาอ่านคู่กันเสียเลย...แบบไม่ได้คาดหวังอะไรมากมายนัก...
ผลปรากฏออกมาว่า...สนุกเกินคาดค่ะ อ่านเพลิน ลุ้นไปกับเรื่องราวจนอ่านจบในรวดเดียวแบบชิล ๆ

อาจจะเป็นเพราะเรื่องนี้ผู้เขียนเขาเสริมความเป็นแฟนตาซีเล็ก ๆ เข้าไปในเนื้อเรื่องก็เป็นได้
ทำให้เพิ่มสีสัน เพิ่มความน่าสนใจให้กับนิยายไม่น้อย

ที่สำคัญ...จุดแรกเลยที่ดึงดูดและน่าประทับใจสุด ๆ สำหรับเรื่องนี้คือ...
ตัวละครที่เป็นสัตว์เลี้ยงสี่ขาของนางเอกนั่นเอง

นางเอกเรื่องนี้เค้าสืบเชื้อสายมาจากยิปซี ซึ่งบรรดาลูกหลานชาวยิปซีที่เป็นผู้หญิง
จะมีความสามารถพิเศษในเรื่องราวเหนือธรรมชาติบางอย่าง โดยอาจจะเหมือนหรือไม่เหมือนกันก็ได้

อย่างเรื่องนี้ ตัวนางเอกสามารถสื่อสารกับสัตว์ได้ทุกชนิด
เช่นสามารถพูดคุยกับเจ้าทอง เจ้าหมาพันธุ์ทางประจำบ้านได้รู้เรื่อง
(หรือกระทั่งสามารถทำข้อตกลงกับยุงไม่ไห้มากัดตัวเองก็ได้ด้วย!)
ในขณะที่เตชินี พี่สาวของเธอมีความสามารถพิเศษในการมองเห็นเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นกับคนใกล้ชิดล่วงหน้า
และด้วยความสามารถพิเศษอันนี้ของเธอนั่นเอง ที่ก่อให้เกิดเป็นเรื่องเป็นราวขึ้น

เตชินีกับตุลยา สองพี่น้องต้องกำพร้าแม่จากอุบัติเหตุไปตั้งแต่ยังเล็ก ๆ
เมื่อบิดาแต่งงานใหม่กับบุษกร พวกเธอก็ได้พี่ชาย ลูกติดแม่เลี้ยงมาหนึ่งคนคืดพี่บี-อชิระ
ตุลยากับอชิระแอบมีใจให้กันตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย แต่จู่ ๆ ก็ถูกขัดขวางโดยเตชินี
ทำให้ทั้งคู่ต้องเข้าใจผิดกัน อชิระหนีไปเรียนต่อเมืองนอก
ในขณะที่ตุลยาก็ใช้ชีวิตสาวโสดเปลี่ยนแฟนเป็นว่าเล่น...
และดูเหมือนว่า ไม่ว่าเธอจะคบกับผู้ชายคนไหน เตชินี พี่สาวคนเดียวของเธอจะต้องกีดกันขัดขวางทุกครั้งทุกคนไป
สร้างความอึดอัดขัดข้องให้กับเธอยิ่งนัก

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้น เมื่ออชิระกลับมาเปิดบริษัทสถาปนิกเล็ก ๆ
และเตชินีกึ่งแนะนำกึ่งยัดเยียดให้ตุลยาเข้าทำงานที่นั่น ในตำแหน่งเลขาของอชิระ

ในช่วงเวลาเดียวกัน ตุลยาก็ได้รู้จักกับหนุ่มหล่อ โปรไฟล์เลิศอีกคน คือธิติ...
ผ่านทางบิดาของเขาที่เธอเคยช่วยชีวิตไว้อย่างบังเอิญ ทำให้ทั้งคู่สนิทสนมกันรวดเร็วเป็นพิเศษ
จนตุลยาหมายมั่นปั้นมือว่า คงต้องเป็นเขาคนนี้แหละที่จะช่วยเธอไม่ต้องขึ้นคานตามอาถรรพณ์ซุ้มเล็บมือนาง
และเป็นความบังเอิญอย่างยิ่งที่บริษัทของธิติเป็นลูกค้ารายสำคัญของอชิระ...
โดยทั้งอชิระกับธิติต่างมีปมรักปมแค้นต่อกันเป็นเบื้องหลังอยู่

มาร่วมลุ้นไปกับตุลยากันค่ะ ว่าสุดท้ายแล้ว เธอจะเลือกใครระหว่างลมพัดหวนอย่างพี่บี
กับหนุ่มหล่อพ่อรวยอย่างธิติ...

อ่านสนุกค่ะ ไม่ถึงกับหนักหน่วงจนชวนเครียดเหมือนเรื่องข้างบน
แต่ก็มีเรื่องมีราวให้ตามลุ้น ตามจิ้นได้ตลอด
สำนวนภาษาคนเขียนก็โอเคเลยค่ะ ลื่นไหลเป็นธรรมชาติ
ที่ปลื้มเป็นพิเศษก็คือการที่ให้พระเอกพูดจาคะขากับนางเอกนี่แหละ ได้ใจคนอ่านคนนี้ไปเต็ม ๆ

สรุปแล้ว...หากพูดถึงคอนเซ็ปต์ของนิยายชุด ส่วนตัวรู้สึกชอบเล่มนี้มากกว่าเล่มข้างบนนิดนึงนะคะ
รู้สึกว่าเป็นส่วนผสมที่ค่อนข้างลงตัว มีโรแมนติก มีคอเมดี้ ผสมผเสแนวพารานอร์มอลนิด ๆ
ตอนท้ายเสริมดราม่าเข้าไปอีกหน่อย ๆ เป็นการหักมุมเล็ก ๆ
ชอบค่ะ...
จดชื่อนักเขียนไว้แล้วว่า...จะตามอ่านงานต่อไปค่ะ











 

Create Date : 04 เมษายน 2557    
Last Update : 4 เมษายน 2557 15:16:05 น.
Counter : 2350 Pageviews.  

~ เคหาสน์แสงตะวัน :นิยายรักแนวครอบครัวอบอุ่น โดย "อาริตา" ~





เคหาสน์แสงตะวัน
ผู้เขียน : อาริตา
ผู้พิมพ์ : สนพ. Beauty Book(พ.ศ. ๒๕๔๓)


รายละเอียด :


'บ้านแสงตะวัน' หล่อหลอมขึ้นมาได้ด้วยความรักของพ่อและแม่
เป็นบ้านที่เสมือนมีมนตรากำกับไว้ด้วยความรัก ความอบอุ่น
ทำให้เด็กหนุ่มสามคนเติบโตมาด้วยพลังแห่งรัก มีหัวใจที่ดีงาม และความเอื้ออาทรซึ่งกันและกัน

ไม่ว่าจะเป็น 'วงศกร' พี่ชายใหญ่ พร้อมจะดูแลปกป้องทุกคนไว้ด้วยความอบอุ่น อ่อนโยน
เขาจึงสามารถเติมเต็มส่วนที่ขาดในชีวิตของ 'กนกอร'

ส่วน 'วรวีร์' ลูกคนกลางเจ้าปัญหา หนุ่มเจ้าอารมณ์ คนที่มั่นใจในตัวเองเกินร้อยหากไม่เคยรู้จักหัวใจตนเอง
ทำให้ชีวิตเกือบพลิกคว่ำ โชคดีที่ชีวิตแวดล้อมด้วยความรัก
และ 'พิมพ์ตะวัน' พร้อมที่จะให้อภัยวรวีร์ด้วยหัวใจแห่งรัก

และ น้องเล็กของบ้าน 'นิธิวุฒิ' ชายหนุ่มที่เคยหลงระเริงกับความพร้อมของตัวเอง
จนดูเหมือนเขาจะไม่คิดจริงจังกับใคร เมื่อตกหลุมรัก 'พราวหทัย' ครูสาวที่มีชีวิตเรียบง่าย
แต่แฝงไว้ด้วยความเข้มแข็ง จริงจัง เขาจึงต้องใช้ความพยายามอย่างมาก กว่าที่จะได้รับการยอมรับ

"เคหาสน์แสงตะวัน" บ้าน...ที่อยู่ใต้ร่มเงาแห่งความรักและความร่มรื่นแห่งความเอื้ออาทร
ชีวิตที่ต้องสู้ไปให้ถึงจุดหมาย หากมีบ้านเป็นที่พักพิง บ้านที่มีทั้งรักและเอื้ออาทร
บ้านที่พร้อมด้วยกำลังใจและการให้อภัย
ชีวิตต่อให้ผิดพลาดมาสักกี่ครั้ง ล้มลงสักกี่ครา ก็เริ่มต้นใหม่ได้เสมอ...






เมาธ์มอยหลังอ่านจบ...

นิยายชีวิต โรแมนติกดราม่าเล่มนี้วางอยู่บนชั้นมาเนิ่่นนาน...(น่าจะไม่ต่ำกว่าสิบปี)
ไม่ได้คิดจะหยิบมาอ่าน ด้วยเห็นเป็นของตาย บวกกับความหนากว่า ๖๐๐ หน้า...
(เป็นเหตุให้ลังเลที่จะอ่าน)

แต่ช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ดูละครดราม่าเข้มข้นที่กระแสมาแรงสุด ๆ อย่าง"สามีตีตรา"
และได้รับรู้ว่าผู้เขียนนิยายเรื่องนั้นคือคนเดียวกับเจ้าของนามปากกา"อาริตา" ผู้เขียน"เคหาสน์แสงตะวัน"เล่มนี้
จึงได้ฤกษ์อัญเชิญลงมาจากหิ้ง...(แอบคาดหวังความเข้มข้นสะใจแบบละครเรื่องนั้น)

หากดูจากชื่อเรื่องแล้วอาจจะชวนให้คิดถึงนิยายแนวลึกลับ ประมาณบ้านผีสิงอะไรทำนองนั้นมากกว่า
แต่เพียงเริ่มเปิดเรื่องมาก็รู้ว่าคาดผิดไปนิดหน่อย...ไม่ใช่แนวลึกลับ โบราณบ้านผีสิง
แต่น่าจะมีความเป็นดราม่าเข้มข้นอยู่บ้าง ไม่มากก็น้อย
เพราะเพียงเปิดเรื่องมาก็น่าติดตามเสียแล้ว

เล่าเรื่องราวย่อ ๆ เพิ่มเติมจากข้างบนอีกนิดหน่อยละกัน

'พิมพ์ตะวัน' เป็นเด็กสาวกำพร้าที่คุณยายอรให้การอุปถัมภ์ เพราะเป็นญาติห่าง ๆ
เธอจึงเติบโตมาร่วมกับเด็กหนุ่ม ๆ อีกสามคน ใหญ่ - กลาง - เล็ก ที่เป็นหลานแท้ ๆ ของคุณยายอร
เมื่อเข้ามหาวิทยาลัย เธอก็ดิ้นรนออกไปอยู่หอพักตามลำพัง ทำงานส่งเสียตัวเอง และหายหน้าไป

จนอีกหลายปีต่อมาเธอก็หอบลูกชายวัยห้าขวบมาฝากไว้กับสามหนุ่ม
เพื่อที่ตัวเองจะได้เดินทางไปทำงานในต่างประเทศ

ไม่มีใครรู้ว่าพ่อของเด็กชายเต้เป็นใคร แต่ทั้งพี่ใหญ่และนายเล็กต่างยินดีที่จะดูแลและรับเป็นพ่อ
ในขณะที่วรวีร์หรือนายกลางกลับแสดงท่าทีไม่ยอมรับ และเหยียดหยามพิมพ์ตะวันว่าท้องไม่มีพ่อ
ซึ่งสร้างความเจ็บปวดให้กับเธออย่างมาก เพราะเธอแอบรักวรวีร์มาตั้งแต่แรกสาว
ที่พลาดพลั้งไปก็เป็นเพราะผิดหวังจากเขานั่นเอง...

ใหญ่หรือวงศกรลงทุนไปเรียนทำอาหาร เพื่อเตรียมรับภาระดูแลเด็กชายเต้
ทำให้เขาได้พบกับกนกอร แม่ม่ายสาวลูกติดสอง ที่ไปเรียนทำอาหารที่เดียวกัน
จากพี่ใหญ่ที่ต้องใช้ชีวิตในกรอบในกฏตลอดเวลา เมื่อมาพบกับแม่ม่ายยังสาวที่อุปนิสัยร่าเริง
มองโลกในแง่บวกอยู่เป็นนิตย์ ก็ทำให้เขารู้สึกชุ่มชื่น มีชีวิตชีวาขึ้นมา

ส่วนเล็ก - นิธิวุฒิก็รับหน้าที่รับ-ส่งเด็กน้อยไปโรงเรียน จนไปถูกตาต้องใจครูสาวคนสวย-พราวหทัยเข้า
แต่เขาจะทำอย่างไร ในเมื่อภาพพจน์ของเขาในสายตาครูสาวนั้น
เขากลายเป็นพ่อเลี้ยงผู้ไม่มีความรับผิดชอบของเด็กชายเต้เท่านั้น








เรื่องราวดำเนินไปเรียบเรื่อย ค่อนข้างจะเป็นไปตามแบบแผนนิยายรุ่นเก่าอยู่บ้าง
มีพระเอกนางเอกถึงสามคู่ แต่ละคู่มีเรื่องราว มีบทบาทในเรื่อง
มีบทรัก บทกุ๊กกิ๊ก พ่อแง่แม่งอนในสัดส่วนเกือบจะเท่า ๆ กัน
แยกแยะค่อนข้างชัดเจน ไม่มีสับสนหรือผิดฝาผิดตัว

แต่ที่ผิดแผกแตกต่างจากขนบของนิยายทั่ว ๆ ไปอยู่บ้างก็คือทัศนคติของตัวละครในเรื่อง
ซึ่งเป็นจุดที่อ่านแล้วค่อนข้างชอบนะคะ

อย่างที่บอกไว้ว่าเขาเปิดเรื่องได้น่าติดตาม คือเปิดมาให้นางเอกเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว
หอบลูกชายตัวน้อยมาบ้านพระเอก เพราะต้องการให้ลูกชายมีต้นแบบที่เป็นผู้ชายเหมือนกัน
ไม่สนและไม่แคร์ว่าชาวบ้านร้านถิ่นเขาจะร่ำลือกันว่าเธอเป็นนางพระยาเทครัว
มั่วกับผู้ชายสามคนในบ้านเดียวกัน จนไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อตาเต้...

ส่วนนางเอกอีกคน(กนกอร)ก็เป็นแม่ม่ายสามีตายที่ไม่ปล่อยตัวให้จมอยู่กับอดีต
ให้การเลี้ยงดูลูกทั้งสองคนโดยเป็นทั้งพ่อและแม่ (และเป็นเพื่อน)ในเวลาเดียวกัน

มีฉากของการทำการทำงานที่เข้ากับสถานการณ์ในช่วงนั้น ๆ เสริมให้นิยายมีความสมจริงยิ่งขึ้น

อีกจุดนึงที่ชอบในนิยายเรื่องนี้ก็คือ เรื่องนี้ไม่มีตัวร้ายหรือตัวอิจฉาค่ะ ทำให้อ่านได้แบบสบายใจ
อ้อ...จะว่าไม่มีก็ไม่เชิงนะคะ มีตอนท้าย ๆ เรื่องพ่อตัวจริงของตาเต้โผล่มาอยากได้ลูกชาย
เพราะลูกชายวัยรุ่นของตัวเองเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตไป
แต่นั่นก็เกิดขึ้นหลังจากที่พระเอกเริ่มรู้ใจตัวเองและหลงรักนางเอกแล้ว
จึงปกป้องนางเอกและลูกชายเต็มที่
ทำให้จากเดิมที่เคยไม่ชอบพระเอกที่ชอบพูดจาหยาบหยามนางเอก ได้ใจเราไปเต็ม ๆ ค่ะ

ตัวละครหลายตัวก็มีมิติ สมเหตุสมผลดี
ชอบนางเอกแบบพิมพ์ตะวัน เธอเด็ดเดี่ยวมุ่งมั่น ไม่แคร์สื่อ
เมื่อรู้ตัวว่าพลาดก็ไม่โทษคนอื่น ก้มหน้าก้มตารับผิดชอบตัวเองไป

ในนิยายเรื่องนี้ยังมีตัวละครที่เป็นเด็ก ๆ อย่างตาเต้ ลูกชายวัยห้าขวบของนางเอก
เด็กหญิงเอ - ลูกสาววัยสิบขวบของกนกอร ที่แสดงออกว่าปลื้มว่าที่คุณพ่อคนใหม่อย่างออกนอกหน้า
เด็กชายบี - ลูกชายคนเล็กที่แม้จะไม่อยากให้แม่แต่งงานใหม่ แต่ก็ไม่ได้ดึงดันก้าวร้าวหรือก่อปัญหา

จะมีติด ๆ ขัด ๆ อยู่นิดหนึ่งก็ตรงสำนวนภาษาของผู้เขียน บางทีก็ออกแนวห้วน ๆ สั้น ๆ โดยเฉพาะบทสนทนา...
ส่วนพาร์ทที่เป็นบทบรรยายก็ค่อนข้างวนเวียน เวิ่นเว้อและตอกย้ำซ้ำซากไปสักหน่อย
แต่โดยรวมแล้วก็อ่านได้เพลิน ๆ ค่ะ ถือว่าอ่านเอาเรื่อง ไม่ได้อ่านเอารสก็แล้วกัน

และหากจะเทียบกับละคร"สามีตีตรา"ล่ะก้อ...เรียกว่าเป็นคนละแนวเลยทีเดียว
มิน่า...คนเขียนเค้าถึงใช้นามปากกาที่แตกต่างไป
แต่เล่มนี้ถ้าทำเป็นละครทีวีก็น่าจะสนุกไม่น้อยเหมือนกันนะ
ยิ่งถ้านำเสนอเป็นแนวครอบครัวผสมผสานคอเมดี้นิด ๆ
ได้คนเขียนบทดี ๆ คาสติ้งดี ๆ ก็จะเป็นละครน้ำดีได้อีกเรื่องหนึ่งทีเดียว

นิยายเก่า ๆ แต่เนื้อหาทันสมัย อ่านจบแล้วหยิบมาเล่าต่อ ชวนอ่านกันวันนี้ค่ะ











 

Create Date : 20 มีนาคม 2557    
Last Update : 21 มีนาคม 2557 11:17:54 น.
Counter : 2586 Pageviews.  

~ Patissier...หัวใจปรุงรัก : นิยายรักนุ่ม...เบาโดย "เนตรนภัส"~





Patissier...หัวใจปรุงรัก
ผู้เขียน : เนตรนภัส
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ(ก.ย. ๕๖
๓๖๓ หน้า ราคา ๒๗๕ บาท


จากปกหลัง



คนบ้า! ลืมสัญญาที่ให้ไว้กับเธอได้อย่างไร

ช่อชมพู
คิดอย่างหัวเสีย เมื่อกว่าสิบปีผ่านไป กันต์ ก็ยังไม่มีทีท่าจะจำได้
ใช่สิ...ก็เธอมันแค่ยายตัวตันฟันจอบ เด็กสุดแสบจากบ้านนอกน่ารำคาญที่ไม่เคยอยู่ในสายตา
ฮึ...บ้านนอกรึ เธอจะทำให้เขากลายเป็นเขยบ้านนอกให้ได้เลย คอยดู!

พอตั้งปณิธานให้ตัวเองอย่างมุ่งมั่น ช่อชมพูก็มุ่งหน้าสู่เมืองกรุง
พิธีกรรายการทำขนมน่ะหรือก็แค่ข้ออ้างเท่านั้นแหละ
จริงๆ แล้วเธอกำลังวางแผนทำมนตร์เสน่ห์อยู่ต่างหาก!
งานนี้ไม่ต้องใช้แมงมุมแม่ม่ายดำ หางจิ้งจก เขี้ยวงู หรือทากมีเขา
แค่มีเค้กกล้วยหอมเป็นตัวล่อ พี่กันต์ก็พี่กันต์เถอะ...
เจอแผนเสน่ห์ปลายจวักผัวรักจนตายเข้าไป
ถ้ายังไม่รักเธอแล้ว เขาจะไปรักแมวที่ไหน!!!







หลังอ่าน...
นิยายรักอารมณ์ดี หอมกลิ่นนมเนยกรุ่น ๆ ตั้งแต่ปกหน้าจนถึงปกหลังเลยทีเดียวเชียว
ผู้เขียนบอกไว้ในหน้าคำนำว่าเป็นชุดเดียวกับ"เลห์รักถักใจ"ที่เคยอ่านไปเมื่อปีก่อน
ซึ่งส่วนตัวค่อนข้างชอบ เพราะเป็นนิยายรักใส ๆ อ่านเพลิน ๆ
ไม่ถึงกับจี๊ดจ๊าด สนุกมากจนวางไม่ลงอะไรประมาณนั้น
แต่เรื่องราวของเขาก็มีแง่มีมุมที่เป็นสาระแฝงอยู่ไม่มากไม่น้อย
พอ ๆ กับความโรแมนติก (เกือบ ๆ จะ)หวานไหวที่ไม่เวิ่นเว้อ
พล็อตเรียบง่ายไม่ซับซ้อน หากก็มีที่มาที่ไป ลื่นไหลสอดคล้องสมเหตุสมผลเป็นอันดี

มาถึงเล่มนี้ จึงไม่พลาดที่จะหยิบมาอ่าน...
ด้วยความที่พอจะรู้แนวของคนเขียนบ้างแล้วจึงไม่ได้คาดหวังความสนุกสนาน ชวนลุ้นอะไรมากมาย
มุ่งหวังเพียงความคลี่คลายสบายอารมณ์เป็นหลัก...
ซึ่งก็...แน่นอนค่ะว่าไม่ผิดหวังเลย...นิยายน่ารักมาก...
ให้รสชาติอย่างที่คาดหวัง หวาน ๆ นุ่ม ๆ กลมกล่อมกำลังพอดี ๆ

เรื่องราวก็ประมาณปกหลังนั่นแหละค่ะ...
ชื่อเรื่องก็บ่งบอกชัดเจนว่า(น่าจะ)เป็นเรื่องเกี่ยวกับการทำอาหาร...
การปรุงอาหารโดยใช้หัวใจ...ว๊าว...

สาวน้อยช่อชมพูเรียนจบแล้ว เดินทางจากต่างจังหวัดเข้ากทม.
เพื่อเข้าทำงานเป็นพิธีกรรายการทำอาหารออนไลน์...ซึ่งนั่นเป็นเพียงเป้าหมายรอง
เป้าหมายหลักของเธอคือการมาทวงสัญญาจากพี่ชายร่วมโลกขี้ลืม กันต์...พี่ชายฝาแฝดของกานต์(พระเอก'เล่ห์รักถักใจ')นั่นเอง
สัญญาที่เขาหลุดปากให้ไว้ในวัยเด็ก เมื่อวันเวลาผ่านไป จนเขาลืมเลือน แต่ช่อชมพูไม่ลืม
เธอสู้ตัดใจเมื่อรู้ว่าเขามีคนรักแล้ว แต่เมื่อได้รู้ในเวลาต่อมาว่าเขาเลิกรากัน...
ความหวังก็วาบขึ้นในใจเธออีกครั้ง...
เธอหมายมั่นปั้นมือจะใช้เสน่ห์ปลายจวักที่เธอได้ไปร่ำเรียนมา
โดยเฉพาะเค้กกล้วยหอมที่กันต์โปรดปรานนักหนานั้นมามัดใจพี่ชายขี้เก๊กคนนี้ให้ได้...
แต่เธอจะทำได้สำเร็จไหมน๊อ...ในเมื่อพระเอกของเธอแสนจะฟอร์มจัดออกอย่างนั้น
หนำซ้ำอดีตแฟนสาวไฮโซที่เลิกรากันไปแล้วยังมาป้วนเปี้ยนตามตอแยอยู่ไม่ห่าง...
ทั้ง ๆ ที่ตัวเองรึ ก็มีแฟนใหม่เป็นตัวเป็นตนแล้วแท้ ๆ

งานนี้ชักจะไม่ง่ายเหมือนชิ้นเค้กเสียแล้วสิ...มาเอาใจช่วยช่อชมพูกันค่ะ





ก็อย่างที่บอกตอนต้นนั่นแหละค่ะ พล็อตง่าย ๆ ไม่ซับซ้อนอะไรเลย

นางเอกแอบรักพระเอกตั้งแต่ยังเด็ก(ออกแนวแก่แดดนิดหน่อย) ก็วางแผน"จับ"เขาด้วยเสน่ห์ปลายจวัก
โดยมีกองหนุนเป็นแม่พระเอกเสียเอง จุดนี้จึงรับประกันความดราม่าในเรื่องความรักของนางเอกได้เป็นอย่างดี

ดังนั้น บทดราม่าจึงไปตกอยู่กับนางรองอย่างมิลิน แฟนเก่าพระเอก
ซึ่งตอนแรกคิดว่าเธอจะเป็นนางร้ายเสียอีก
แต่เอาเข้าจริงชีวิตเธอกลับดราม่าน่าสงสารเกินที่จะมอบตำแหน่งตัวอิจฉาให้แฮะ

ชอบบทกุ๊กกิ๊กแง่งอนระหว่างพระ-นางค่ะ...น่ารักดี
นางเอกเหมือนจะเปรี้ยวนิด ๆ เพราะเป็นฝ่ายรุกก่อน แต่อะไรหลาย ๆ อย่างในตัวเธอก็น่ารักเสียจนทำให้ไม่ดูน่าเกลียด
ส่วนพระเอกที่ดูฟอร์มจัด ท่ามาก แต่ลึก ๆ แล้วก็มีแอบเอ็นดูยาย"ตัวตันฟันจอบ" จอมจุ้นอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน
ทำเป็นปากแข็งใจแข็งไปอย่างนั้นแหละ

ชอบนางเอกของคุณเนตรนภัส(ทั้งจากเรื่องเล่ห์รักถักใจกับเรื่องนี้)ตรงที่เธอไม่ได้สมบูรณ์แบบ
เหมือนจะเป็นเด็ก ๆ ใส ๆ เอาแต่ใจตัวบ้าง
แต่ก็มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ค่อนข้างสูง ไม่งี่เง่าง๊องแง๊ง ว่างั้นเถอะ

ส่วนสาระที่แฝงมากับนิยายก็มีให้ฉุกคิดอยู่บ้าง อย่างเรื่องราวการโหยหาความรักของมิลิน
เป็นประเด็นทางสังคมทีน่าคิด ในยุคสมัยที่ความรักความจริงใจขาดแคลนเสียจนผู้คนรู้สึกหิวโหย

แต่ออกจะเสียดายนิด ๆ ว่าคนเขียนพูดถึงเรื่องราวการทำขนมของนางเอกน้อยไปหน่อย
ทั้ง ๆ ที่นั่นเป็นธีมหลักของเรื่อง แต่ก็โอเคอะ เค้ามีแถมสูตรทำขนมอบง่าย ๆ ให้ตั้งสองเมนูแน่ะ

สรุปเลยแล้วกันว่า เป็นนิยายรักนุ่ม ๆ เบา ๆ ที่อ่านไปอมยิ้มไป
สำนวนภาษาคนเขียนก็ลื่นไหล อ่านได้เพลิน ๆ ไม่มีสะดุด
อ่านจบในรวดเดียวแล้วหยิบมาบอกต่อชวนอ่านกันวันนี้ค่ะ










 

Create Date : 04 มีนาคม 2557    
Last Update : 4 มีนาคม 2557 11:47:49 น.
Counter : 2905 Pageviews.  

~ กลรุกเกมรัก /The Mean War...เธอยอมก่อนได้ไหม...? โดย 'อัยย์เนญ่า' ~





กลรุกเกมรัก /The Mean War
ผู้เขียน : อัยย์เนญ่า
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ(พ.ย. ๕๖)
๓๖๗ หน้า ราคา ๒๘๕ บาท



สั้น ๆ จากปกหลัง :


............

ขึ้นชื่อว่า...ผู้ชาย...เธอให้คำขยายว่า...ไว้ใจยาก...
ยิ่งเป็นเพลย์บอยที่คารมกินขาด เสน่ห์ร้ายกาจ เจ้าเล่ห์เพทุบายครบสูตร
งานนี้ขอถอยกรูดดีกว่า ทว่าโชคไม่ดีเสียเลยที่ความรู้สึกดันสวนทางกับความคิด
หนีใจตนมันใช่เรื่องง่ายเสียที่ไหน

ขึ้นชื่อว่า...ผู้หญิง...เขาให้คำขยายว่า...หอมหวาน...
จะน้ำผึ้ง น้ำตาล หรือต่อให้เปรี้ยวเป็นมะนาว ก็ยังจัดว่าเข้าที
แต่โชคไม่ดีเลย ดันเจอ ‘บอระเพ็ด’ เข้าเสียนี่!
ขมปี๋ผิดจริต แต่ผิดไหมที่ถูกใจ จะให้โยนทิ้งไปงั้นหรือ?
ตอบได้ทันทีว่า...ไม่มีทาง!







หลังอ่าน...
เล่มนี้เป็นเรื่องราวที่ต่อเนื่อง(ไม่เชิงว่าเป็นภาคต่อ เพียงแต่ตัวละครในเรื่องมีความสัมพันธ์กันเท่านั้น)
กับนิยายเล่มก่อนหน้าของผู้เขียนอย่าง'วิกฤตรักนักวางแผน' ที่จขบ.เคยติดอกติดใจนักหนามาก่อน

เมื่อได้เล่มนี้มาจึงอ่านด้วยความคาดหวังเต็มที่...
(ไม่บอกว่าผิดหวังหรือสมหวัง ฮ่า...)

เล่าเรื่องย่อแบบยาว ๆ ดีกว่า

เรื่องนี้เป็นเรื่องราวความรักของ ดิษพงศ์ จีเอ็มหนุ่มหล่อร้าย คุณชายเล็กแห่งตระกูลนฤมาส(ลูกพี่ลูกน้องของภาสพัทธ์แห่ง'วิกฤตรักนักวางแผน' )
ผู้หวงแหนชีวิตโสดเสียจนทำตัวลอยชาย จนใคร ๆ ต่างให้ฉายาว่า"ผู้ชายสายลม"

กับ บุศรัณย์ สาวมาดแมน ลูกสาวแม่บ้านแห่งบ้านเทพธารา(บ้านของภาสพัทธ์นั่นเอง)
เจ้าของร้านอาหารช่อมะลิบาร์

ทั้งคู่จึงรู้จักและค่อนข้างคุ้นเคยกันมาแต่เล็กแต่น้อย
แต่ต่างฝ่ายต่างไม่เคยคิดว่าตัวเองจะต้องมาตกหลุมรักซึ่งกันและกัน
เพราะทั้งสถานะทางสังคม ทั้งไลฟสไตล์ ตลอดถึงอุปนิสัยใจคอของทั้งคู่ช่างแตกต่างกัน
ชนิดที่แทบจะเรียกว่า...สุดขั้วเลยทีเดียว...ถึงขั้นที่บุศรัณย์ต้องออกปากว่า...

"...ผู้ชายเจ้าสำอางกับผู้หญิงมาดเซอร์ติดดิน เดินด้วยกันแต่ละที
คนเขาจะพานหัวร่อว่ากามเทพช่างเข้าใจครีเอท ให้เกย์ควีนกับทอมมาเดตกัน!"


แต่อย่างไรก็ดี พวกเขาก็ทดลองคบกันมาสักระยะหนึ่งแล้ว(จากตอนปลาย ๆ เรื่องวิกฤตรักฯ)
แต่ก็ภายใต้เงื่อนไขที่ต่างฝ่ายต่างยื่นให้กัน...

ดิษพงศ์คาดหวังให้บุศรัณย์เปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อเขา...

แค่ลุกขึ้นมาแปลงโฉม ข้ออ้างความไม่เหมาะสมล้านแปดประการก็จะหมดไป...

ในขณะที่บุศรัณย์ก็มีกฏข้อบังคับสำหรับเขาเช่นกัน...

งั้นคุณก็หันหลังให้ผู้หญิงอื่น แล้วหยุดที่ฉันให้ได้สิ!

แต่มันไม่ง่ายเพียงนั้น...
ดิษพงศ์เป็นหนุ่มรักสนุก
เขารู้ว่าความรักนั้นงดงามอ่อนหวาน เขาจึงชอบที่จะมีมัน...ไปเรื่อย ๆ
บุศรัณย์ไม่ใช่สเป้กของเขามาแต่ต้น เขาไม่สามารถแสดงความรักอย่างเปิดเผย
หรือยอมรับกับเพื่อน ๆ ในวงสังคมของเขาได้ว่า...เขาชอบสาวมาดแมนอย่างเธอ

บุศรัณย์เองก็มีปมบ้านแตก เพราะพ่อทิ้งแม่ไปอยู่กับเมียน้อย เพราะฝ่ายนั้นเกิดท้องขึ้นมา...
ตัวอย่างมีให้เห็นตำตาตำใจทำให้เธอขาดความเชื่อมั่นในความรักความสัมพันธ์
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...จากผู้ชายสายลมอย่างดิษพงศ์

ในขณะที่เธอพยายามถอยห่าง เขากลับพยายามรุกไล่...
ร้อนถึงกองเชียร์รอบข้างต่างคอยลุ้น ว่าใครจะเพลียงพล้ำก่อนกัน

แต่แล้ว...ในช่วงเวลานั้นเอง ก็เกิดมีมือที่สาม ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน
หากแต่เป็นณาริน-น้องสาวนอกไส้ของบุศรัณย์นั่นเองแทรกเข้ามาระหว่างกลาง
บุศรัณย์บังเอิญได้ยินแม่เลี้ยงสอนให้ณารินจับดิษพงศ์ให้ได้ เหมือนกับที่หล่อนเคยจับชาตรี พ่อของเธอสำเร็จมาแล้ว...
บุศรัณย์รู้สึกเป็นห่วงว่า ผู้ชายเจ้าชู้อย่างดิษพงศ์อาจจะพลาดท่าเสียทีณารินได้ง่าย ๆ
จึงตัดสินใจยอมปรับโฉม ปฏิรูปตัวเอง กลายเป็นสาวที่ไม่เหลือมาดแมนอีกต่อไป...
สมใจดิษพงศ์ !

ทว่า...แม้ปัญหาจากมือที่สามจะคลี่คลายไปได้ระดับหนึ่ง
บทพิสูจน์รักแท้ของทั้งคู่ยังไม่จบลงแค่นั้น เมื่อมีมือที่สี่ที่ห้าโผล่ขึ้นมาท้าทายพวกเขาอีก

ซึ่งคราวนี้มันหนักหนาสาหัสสากรรจ์กว่านางร้ายน้ำเน่าอย่างณารินหลายเท่าตัวนัก
เพราะมาในรูปของแฟนเก่าที่แสนดีอย่างรติรส(ที่ตอนนี้เป็นทั้งเพื่อนทั้งกิ๊กของดิษพงศ์)
กับเด็กน้อยแสนจะน่ารักอย่างน้องดรีม...ที่เหตุปัจจัยหลายอย่างชี้ชัดว่าเจ้าหล่อนเป็นสายเลือดของเขา

.............

โอ๊ะโอ...เช่นนี้แล้ว เกมรักของพวกเขาจะลงเอยอย่างไร ต้องตามไปลุ้นกันในนิยายแล้วล่ะค่ะ

................





ก็ชอบนะคะ อ่านสนุก สำนวนภาษาคนเขียนยังคงลื่นไหลคงเส้นคงวา...
พล็อตยุ่ง ๆ อีนุงตุงนังดี การสร้างสรรค์ตัวละครก็โอเค

ชอบนางเอกแบบบุศรัณย์ค่ะ เธอเท่ดี สมกับฉายาสาวมาดแมน
พระเอกอย่างดิษพงศ์ก็ไม่ถึงกับเลวร้ายนัก แม้จะถูกให้ภาพว่าเป็นหนุ่มเพลย์บอย เจ้าชู้ เจ้าสำอาง
แต่ก็มีมุมดี ๆ ที่น่าชื่นชมอยู่ไม่น้อย อย่างการที่เขาไม่ทำตัวเป็นสมภารกินไก่วัด เมื่อถูกณารินยั่วยวน

หรือการยอมตัดใจจากบุศรัณย์เพื่อรับผิดชอบรติรสกับลูกสาว...

แถมพระรองอย่างหนุ่มเจค เชฟหนุ่มลูกครึ่งที่ถูกส่งตัวมาเข้าใกล้บุศรัณย์
เพื่อเร่งปฏิกิริยาของดิษพงศ์นั่นก็มีเสน่ห์ดึงดูดไม่เลว...น่าจับมาเป็นพระเอกได้อีกสักเรื่อง

และถึงแม้ตัวร้ายอย่างณารินกับแม่...จะอ่านแล้วออกแนวละครหลังข่าวมากไปหน่อย
หรือตัวแทรกอย่างรติรสกับลูกสาวนั่นจะให้ความรู้สึก
เหมือนกับเห็นพวกเธอเดินออกมาจากซีรีส์เกาหลียังไงยังงั้น...ก็ตามที
ก็ยังรู้สึกว่าคนเขียนเค้าสามารถอะ...
สามารถแยกเฉดสีสันและระดับของแต่ละคนได้ชัดเจนดี
ประมาณว่าไฮโซก็ร้ายแบบไฮโซ...โลว์คลาสก็กรี๊ดกร๊าดน้ำเน่าแบบโลว์ ๆ ไป แหะ ๆ

สรุปว่าชอบนั่นแหละค่ะ

แต่...หากให้เทียบความรู้สึกหลังอ่านเรื่องนี้กับเรื่องก่อน(วิกฤตรักฯ)แล้วล่ะก็...
ต้องยอมรับว่าชอบเล่มนี้น้อยกว่า...จึ๋งหนึ่ง
อาจจะเป็นเพราะว่า ตอนที่อ่านเรื่องนั้นเราไม่ได้ตั้งความคาดหวังอะไรไว้
เพราะเป็นนามปากกาใหม่สุด ๆ สำหรับคนอ่านคนนี้
สิ่งที่ได้รับและสัมผัสได้จากการอ่านจึงเป็นความสด ความใหม่ ของมุกของแก๊ก...
อะไรก็ตามที่ปรากฏในเรื่อง มันลื่นไหล พรายพรูเป็นธรรมชาติไปหมด...

มาถึงเล่มนี้...อย่างที่บอกตอนต้นว่า อ่านด้วยความคาดหวัง...
(มันช่วยไม่ได้จริง ๆ นะคะ เจ้าความคาดหวังนี่สำหรับนิยายจากนักเขียนที่เราเคยอ่านเล่มอื่นแล้วสนุกมาก ๆ มาก่อน)
มาเจอมุกประดิษฐ์ แก๊กพยายามเข้า ทำเอาความรู้สึกกร่อยลงนิด ๆ
หลายจุดหลายมุมมันขาดเสน่ห์ดึงดูด ไม่เร้าใจและไม่เป็นธรรมชาติเท่าที่ควรน่ะค่ะ


แต่ก็นิด ๆ จริง ๆ นะคะ
โดยรวมก็ถือว่าเป็นนิยายรักร่วมสมัยที่อ่านได้อ่านดีเล่มหนึ่ง
นามปากกานี้ก็ยังคงอยู่ในลิสต์นักเขียนที่จะติดตามผลงานต่อไปค่ะ

สำหรับโรแมนติก กึ่ง ๆ คอเมดี้เล่มนี้เพิ่งอ่านจบไปใหม่หมาดเลยหยิบมาเล่าต่อ ชวนอ่านกันวันนี้ค่ะ












 

Create Date : 20 กุมภาพันธ์ 2557    
Last Update : 20 กุมภาพันธ์ 2557 21:59:43 น.
Counter : 2407 Pageviews.  

~ แดนสรวง (ภ่าคต่อจาก"คารีนาส...ฟากฟ้าแดนใจ") โดย "วินนา" ~





แดนสรวง (ภ่าคต่อจาก"คารีนาส...ฟากฟ้าแดนใจ")
ผู้เขียน :วินนา
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ(พ.ย. ๕๖)
๓๑๕ หน้า ราคา ๒๔๕ บาท

เรื่องย่อ ๆ (จากปกหลัง)


เมื่อความรักแปรเปลี่ยนเป็นริษยา ศึกสายเลือดจึงปะทุขึ้นมาอีกครั้ง

หลังจากเหตุการณ์ช่วงชิงอำนาจของตระกูลคารีริสสงบลงเป็นเวลากว่าสิบปี
'เจตัส' ท่านผู้นำสูงสุดแห่งคารีนาสสูญเสียภรรยาไปกับเหตุการณ์ในครั้งนั้น
จนบัดนี้ก็ยังไร้เงาหญิงใดเคียงคู่ แม้จะมีนางเล็กๆ ลับๆ อยู่บ้าง
แต่ก็ไม่มีใครสามารถครอบครองหัวใจของเขาได้
บรรดาสาวๆ ในตระกูลชั้นสูงจึงต่างหมายใจจะได้ครองหัวใจท่านผู้นำรูปงาม
เพื่อจะได้มีอำนาจในฐานะสตรีหมายเลขหนึ่ง
แต่แล้วท่ามกลางการชิงรักหักสวาท โดยมีอำนาจทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง
เจตัสกลับรับ 'เฮลลี' เด็กสาวผู้มีดวงตาสุกสกาวราวกับแสงดาว
ช่างพูดช่างเจรจา และเฉลียวฉลาด ขึ้นมาเป็นนางเล็กๆ แถมยังโปรดปรานนางเป็นพิเศษอีกด้วย
เมื่อเป็นเช่นนี้มีหรือที่เหล่าสาวงามในตระกูลชั้่นสูงและนางลับๆ คนอื่นจะพอใจ
สถานการณ์ความรักที่ไม่เข้าใครออกใครพร้อมกับไฟริษยา
จึงนำไปสู่เหตุการณ์วุ่นวายตามมา

ระหว่างความรักที่มีอำนาจสั่นคลอนหัวใจรุนแรง กับคลื่นใต้น้ำทางการเมืองที่เริ่มถาโถม
เจตัสจะจัดการอย่างไร ต้องติดตาม






ความู้สึกหลังอ่าน...

"แดนสรวง" เป็นจินตนิยายที่ใช้ดินแดนสมมติ...คารีนาส...เป็นฉากของเรื่อง
ซึ่งนับว่าเป็นแนวที่ส่วนตัวจะชื่นชอบเป็นพิเศษ
แถมด้วยนามปากกานี้เคยผ่านตามาแล้ว ๑ เรื่อง('เติมใจในช่องว่าง') ก็ออกจะชื่นชมในฝีไม้ลายมืออยู่
จึงเลือกที่จะหยิบมาอ่านก่อนโดยไม่ลังเล พร้อมกับแอบคาดหวังนิด ๆ

แต่ก็ต้องชะงัก งันไปหนึ่งวิกับหน้าปกที่ระบุว่า...นิยายเรื่องนี้เป็นภาคต่อจาก 'คารีนาส...ฟากฟ้าแดนใจ'
เกิดสงสัยว่า เอ๋...แล้วจะอ่านรู้เรื่องไหมนี่ เพราะเราไม่ได้อ่านคารีนาสฯ มาก่อน
เข้าไปหาข้อมูลเรื่องนั้นจากเว็บสำนักพิมพ์ พบว่าเป็นนิยายเข้ารอบสุดท้ายรางวัลนายอินทร์อวอร์ดตั้งแต่ปี '๕๑ นู่นแน่ะ
คิดว่า...ป่านนี้แล้วคงจะหาอ่านยากแล้วล่ะ
ก็เลยได้แต่หวังว่าผู้เขียนคงจะไม่ได้ท้าวความหรืออ้างอิงถึงเรื่องราวในภาคแรกนั้นมากนัก...
(ทั้ง ๆ ที่รู้สึกเสียดายเล็กน้อย เพราะคำว่า"เข้ารอบสุดท้ายรางวัลนายอินทร์อวอร์ด" น่าจะเป็นอะไรที่การันตีความน่าอ่านของนิยายเล่มนั้น ๆ อยู่ไม่น้อยทีเดียว)

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วก็ลดเลเวลความคาดหวังลงระดับหนึ่ง ก่อนจะเริ่มต้นอ่าน

ก็อ่านได้เพลิน ๆ ค่ะ ไม่ถึงกับผิดหวังมากมาย(แต่ก็ไม่สมหวังเช่นกัน)...
น่าจะเรียกว่าผิดคาดมากกว่า ผิดคาดเพราะเมื่ออ่านจากปกหลังแล้ว...
คาดว่าน่าจะได้อ่านเรื่องราวเรื่องของการแย่งชิงอำนาจการปกครองที่เข้มข้น เครียดเคร่ง
ควบคู่ไปกับการชิงรักหักสวาทฟาดฟันเชือดเฉือน...ประมาณนั้น
(ก็ดูจากปกหลังมันชวนให้คิดไปเช่นนั้นนี่นะ)

แต่ปรากฏว่าพออ่านเข้าจริง กลับรู้สึกว่า นี่ก็เป็นนิยายรักเบาๆ อีกเล่มหนึ่ง
ที่ออกแนวโรแมนติก กุ๊กกิ๊ก พ่อแง่แม่งอนไปเสียมากกว่า
โดยเฉพาะในส่วนของคู่รอง ที่มีบทบาทเด่นกว่าคู่เอก
(ที่...กระทั่งอ่านจนจบแล้วก็ยังไม่แน่ใจว่า ตกลงคู่ไหนเป็นคู่เอกกันแน่เนี่ย...)






เป็นนิยายรักโรแมนติกชวนฝันที่มีพล็อตเก่า ๆ เดิม ๆ เรียบ ๆ ง่าย ๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน

พระเอก"เจตัส"เป็นผู้นำสูงสุดของคารีนาส...ดินแดนสมมติที่มีวิถีชีวิต ขนบธรรมเนียมประเพณี
และวัฒนธรรมเป็นของตัวเองเหมือนดินแดนอิสระทั่วไป...
เขาเคยมีภริยาที่เป็นสตรีหมายเลขหนึ่งแต่เสียชีวิตไปเมื่อหลายปีก่อน(น่าจะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเรื่องคารีนาสฯ)
เขาส่งลูกชายคนโต(ที่จะเป็นทายาทโดยตรงของเขา)ให้ไปอยู่กับน้องชายคนเล็กที่เมืองไทย
ส่วนที่คารีนาส เขาก็มีลูกชายอีกหนึ่งคนคือโยดี้ เด็กชายขาพิการที่เกิดจากยีน่า
หญิงสาวผู้ทะเยอทะยานที่พยายามรบเร้าให้เจตัสเปลี่ยนกฏเกณฑ์การแต่งตั้งสตรีหมายเลขหนึ่ง
แต่เจตัสไม่ยอมทำตาม เพราะสำหรับเขา ยีน่าก็เป็นได้แค่แม่ของลูกคนหนึ่ง
ที่เขาเผลอไผลไปมีความสัมพันธ์ด้วย

ส่วนนางเอก"เฮลลี" เป็นสาวน้อยใสซื่อแต่เฉลียวฉลาด หลานสาวของหัวหน้าแม่บ้านประจำ'เรือนประธาน'
ที่เมื่อเจตัสได้แลเห็นเจ้าหล่อนเข้าก็เกิดความพึงใจในความบริสุทธิ์ไร้เดียงสา จึงเอ่ยปากขอหล่อนจากยาย
ก่อให้เกิดเป็นความริษยาและความสั่นคลอนในฐานะของตนเองขึ้นในใจของยีน่า...

เรื่องราวความรักของคู่พระ-นางในนิยายจึงไม่ใช่ความรักที่หวือหวามากนัก
เพราะเป็นรักต่างวัย ต่างชนชั้นฐานันดร
แต่ถึงกระนั้นก็มีเลิฟซีนให้เคลิบเคลิ้ม วูบไหวอยู่พอสมควร
จุดนี้ชอบค่ะ คนเขียนเค้าใช้สำนวนภาษาได้สละสลวย นุ่มนวลดี
คนอ่านอ่านแล้วอินในอารมณ์ความู้สึกทั้งของพระเอก-นางเอกเลยทีเดียว

ส่วนฉากรักกุ๊กกิ๊กตระแหน่แง่งอนตกไปเป็นหน้าที่ของคู่รองอย่างตีต้ากับวารัม
ที่มีอุปสรรครักนิดหน่อย เพราะตีต้าเป็นน้องสาวของอดีตสตรีหมายเลขหนึ่งผู้ล่วงลับ
ซึ่งแม่ของเธอหมายมาดให้เธอก้าวขึ้นสวมตำแหน่งเดียวกับพี่สาว...
ในขณะที่ตีต้าเป็นผู้หญิงทีมีหัวสมัยใหม่ ไม่นิยมการที่ผู้ชายจะสามารถมีเมียได้ทีละหลาย ๆ คน
(ตามค่านิยมของผู้คนในดินแดนแห่งนี้)
และเธอก็ไม่เคยคิดถึงอดีตพี่เขยในเชิงขู้สาวเลย

ก็น่ารักดีอ่ะ แต่อ่าน ๆ ไปต้องบอกว่า...จะแย่งซีนคู่เอกเขาไปถึงไหน





ถึงแม้นิยายเรื่องนี้จะเป็นจินตนิยายที่สร้างดินแดนสมมติขึ้นมา
แต่คนเขียนเค้าก็ไม่ทิ้งประเด็นถนัดของเขา นั่นคือเรื่องราวของความรักความอบอุ่น
กับความสัมพันธ์ในครอบครัว โดยเฉพาะเรื่องราวของการเลี้ยงดูสั่งสอนเด็ก

ในเรื่องจะมีตัวละครเด็ก ๆ ค่อนข้างเยอะ และแต่ละคนก็มีบทบาทโดดเด่น
ส่งผลในการดำเนินเรื่องให้ลื่นไหลสอดคล้อง เป็นทั้งตัวช่วยประสานและคลี่คลายปมในใจของผู้ใหญ่ในเรื่อง
เป็นอีกจุดที่ชอบและชื่นชมคนเขียนค่ะ

อีกจุดที่ชื่นชอบในนิยายเรื่องนี้ก็น่าจะเป็นการสร้างสรรค์ดินแดนสมมติที่สมจริง
การบรรยายถึงสภาพทางภูมิประเทศและบรรยากาศโดยรอบ ตลอดถึงศิลปะ ภาษาและวัฒนธรรมประเพณี
ทำให้คนอ่านร่วมจินตนาการตามแล้ว เกิดอารมณ์คล้อยตามจนอยากจะไปเยือนดินแดนแห่งนี้สักครั้ง...
(ทำให้นึกไปถึงช่วงหนึ่งที่เคยหลงใหลนิยายชุดธิโมส์ของคุณ"ดวงตะวัน"จนอยากไปเที่ยวแผ่นดินแสงดาว...
อารมณ์ประมาณนั้นเลยค่ะ)

อ้อ...ส่วนที่เคยเกร็ง ๆ เล็กน้อยก่อนอ่านว่าเมื่อไม่ได้อ่านภาคแรก(คารีนาส...ฟากฟ้าแดนใจ) จะอ่านเล่มนี้รู้เรื่องหรือไม่นั้น
ปรากฏว่าก็อ่านจนจบได้รื่นรมย์สมอุรา ไม่มีปัญหาตรงนั้นเลยค่ะ
(แต่ก็ไม่ได้ทำให้เกิดความรู้สึกอยากจะไปตามหาเล่มนั้นมาอ่านหรอกนะคะ ก็รู้เรื่องราวหมดแล้วจากเล่มนี้)

จะมีจุดขัดใจก็นิดหน่อยตรงที่รู้สึกว่านิยายจบห้วนไปหน่อยไหมอะ
ไม่ทันจิ้นทันฟินอะไรทั้งนั้น อ้าว... ตัดจบเสียแล้ว...
มันให้ความรู้สึกค้าง ๆ คา ๆ ชอบก๊ล
ถ้ามีฉากหวาน ๆ ระหว่างพระเอกนางเอกมากกว่านี้อีกสักนิดหนึ่งจะเป๊ะมากเลยค่ะ หุหุ

สรุปว่า...อ่านจบแล้วชอบในระดับหนึ่ง
สำหรับนิยายจากนักเขียนนามใหม่ ๆ อ่านได้เพลิน ๆ ที่หยิบมาชวนอ่านกันวันนี้ค่ะ













 

Create Date : 13 กุมภาพันธ์ 2557    
Last Update : 13 กุมภาพันธ์ 2557 11:15:51 น.
Counter : 2403 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  

BlogGang Popular Award#14


 
แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 181 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs

~ให้รักระบายใจ/"ณกันต์"เขียน ~

~ผมกลายเป็นแมว/Abandoned/Paul Gallico เขียน(ภูธนิน แปล) ~

~พ่อค้าซ่อนกลรัก & หมอปีศาจแสนรัก/"หูเตี๋ย" เขียน(Wisnu แปล) ~

~อาจารย์ยอดรัก/"หูเตี๋ย" เขียน(Wisnu แปล) ~

~จอมโจรพยศรัก/"หูเตี๋ย" เขียน(Wisnu แปล) ~

~ฉันไม่ชอบทั้งโลก ฉันชอบแค่เธอคนเดียว/"เฉียวยี" เขียน(ภิรมณ ประพฤติประยูร/แปล) ~

~อลวนกลสลับร่าง/"เจ๋อมู่" เขียน(เสี่ยวหวา/แปล) ~

~ โลกที่รัก/ Dear World/"Bana Alabed/บานา อัลอาเบด" เขียน ~

~ นางทิพย์/"แก้วเก้า" เขียน ~


สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.