'หัวใจ๋ข้า หัวใจ๋เจ้า ห้อยอยู่เก๊าเดียวกั๋น' *
*คลิกเพื่ออ่านคำแปลเจ้า :)

~ ทุติยอสูร เรื่องราวของอสูรอันดับสอง..."อลินา" ~





ทุติยอสูร
ผู้แต่ง : อลินา
สนพ.ลูกองุ่น/พิมพ์
410 หน้า  ราคา 310 บาท

เรื่องย่อๆ(ปกหลัง)

เมื่อโลกล่มสลาย ป่าหิมพานต์ถูกทำลายล้างด้วยมหาอัคคี 
เทพ อสูร สิ่งมีชีวิตจากป่าหิมพานต์และมนุษย์ ต้องร่วมมือกันสร้างโลกใหม่ขึ้นมา
เพื่อความอยู่รอด โลกใหม่ในนาม 'นวหิมพานต์'

เทพีสาวิณี...ได้รับการยกย่องว่าเป็นเทพีที่มีความงามที่สุดในนวหิมพานต์
เพราะความงาม...สาวิณีจึงถูกคาดหมายว่าจะเป็นมหาเทพีองค์ต่อไป
เพราะความงาม...ผู้คนมากมายมักจะมองไม่เห็นถึงความฉลาด
 และความสามารถที่เทพีสาวมี
เพราะความงาม...ใครๆ ต่างก็คิดว่าสาวิณีมีทุกอย่างพร้อมสรรพในชีวิต
 โดยหารู้ไม่ว่าความปรารถนาที่สิ้นหวังของเทพีสาวคือความรัก

พิทยาธร...อสูรหมายเลขสอง
เขาไม่เคยเป็นอะไร นอกจากความขัดแย้งที่น่ารำคาญของสาวิณี
เขาเป็นตัวป่วน เป็นตัวปัญหา เป็นตัวกวนประสาท
ทว่าไข่ทองกินนรในสวนเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง

ชีวิตที่เรียบง่าย และเต็มไปด้วยแบบแผนของเทพีสาวิณี
เหมือนพลิกคว่ำไม่เป็นท่า
 ท่ามกลางความมุ่งร้ายจากศัตรูในเงามืด หล่อนต้องตัดสินใจว่าจะเลือกเส้นทางแห่งเกียรติยศ...
 หรือเส้นทางแห่งหัวใจ 





เล่มนี้ต่อเนื่องจาก"ตรีเนตรทิพย์"เลยค่ะ
 เปิดเรื่องมาก็เป็นฉากงานวิวาห์ของทิพย์อาภากับบรอสูร-รุทร
 ซึ่งมีบรเทพและเทพีสาวิณีมาร่วมงานด้วย 

ตัวร้ายที่เปิดเผยตัวในท้ายเล่มก่อน วางแผนจะป่วนงานวิวาห์
ด้วยการไปฉกไข่ทองของกินนรมาซ่อนไว้กลางสวนของปราสาทอสูร 
กะจะให้เผ่ากินนรตามมา แต่เทพีสาวิณีมาพบเข้าเสียก่อน... 
และด้วยความที่มีจิตใจดีเทพีสาวจึงคิดจะเอาไข่ทองไปคืนถึงอุดรพนา 
ถิ่นที่อยู่ของเหล่ากินนร...
แม้ว่าพิทยาธร อสูรหมายเลขสองรองจากบรรุทรจะพยายามทัดทาน
 เพราะเกรงว่าจะเกิดอันตราย เธอก็ไม่ฟัง พิทยาธรจึงจำใจติดตามไปส่งด้วย...

ในระหว่างการเดินทาง ความกินแหนงแคลงใจ 
ความไม่ลงรอยที่เคยมีต่อกันระหว่างเทพีและอสูรก็ค่อยๆคลี่คลาย 
ด้วยความใกล้ชิดและมีสิ่งสนใจร่วมกัน 
ฝ่าฟันอันตรายนานาร่วมกัน...
ทั้งยังได้พูดคุยสนทนาเปิดใจต่อกัน เกิดเป็นความเข้าอกเข้าใจกันมากขึ้น

และเมื่อไปถึงอุดรพนา ก็ได้เข้าไปพัวพันกับการเมืองภายใน
ของเหล่ากินนรเข้าอีก 
ทั้งคู่กลายเป็นแม่ พ่อพิมพ์ประทับของกินราน้อยที่ฟักออกมาจากไข่ทอง
ซึ่งการณ์กลับปรากฎว่าพ่อเบบี๋กินรานั้นมิใช่กินราสามัญ
 หากมีศักดิ์ฐานะเป็นถึงว่าที่ราชาแห่งกินนรคนที่สิบสาม!!!
และด้วยตำแหน่งสำคัญนั้นทำให้ชีวิตของกินราน้อยตกอยู่ในอันตราย
จนสาวิณีมิอาจจากมาได้

 เธอขอรั้งรออยู่จนกว่าลูกชายกินนรของเธอ
จะผ่านการทดสอบตามกฎของเผ่าพันธุ์
และยิ่งพัวพันหนักขึ้น เมื่อผู้ที่ปองร้ายหมายคร่าชีวิตกินราน้อย
กลับกลายเป็นคนที่ใครๆ ก็คาดไม่ถึง...




หูยยยย...สนุกอะ
งงตัวเองเหมือนกันว่าดองทำไมเนี่ย?

ชอบเล่มนี้มากกว่าเล่มแรกนั้นด้วยแหละค่ะ รู้สึกว่าครบรสมาก
 อาจจะเป็นเพราะชอบบุคลิกของพิทยาธรมาตั้งแต่เล่มนั้นมาก่อนแล้วก็เป็นได้
พอมาเล่มนี้เขาเป็นพระเอกเต็มตัว...มีบทบาทเต็มเรื่อง เลยฟินเป็นพิเศษ
ชอบนางเอกด้วย เทพีสาวิณีเป็นเทพีที่ค่อนข้างเรียบง่าย 
ตรงไปตรงมาและฉลาดล้ำลึก

แถมในเล่มนี้มีคู่รองอย่างมักกะลีผลสาวน้อย-ผัลย์ศุภากับกินราหนุ่มอัครา
มาเพิ่มสีสันให้กับเรื่องราวได้อย่างน่ารักน่าเอ็นดูด้วยล่ะ...ฟินจริงๆ
.......
เรื่องราวของไข่ทองกินนรนี้ถือเป็นพล็อตย่อย
ที่ซ้อนอยู่ในพล็อตหลักของเรื่องราวทั้งชุด..
.นั่นก็คือการโค่นบรเทพและแย่งชิงตำแหน่งบร...
โดยคนร้ายรายเดิมที่มาเปิดตัวเต็มที่ในเล่มนี้นั่นเอง

กระนั้นก็ยังไม่สำเร็จ...
ท้ายเล่มนี้จึงเปิดปมให้มีเรื่องต้องติดตามกันต่อไป...

ป.ล. คิดอีกที...รู้สึกว่าดีแล้วที่ดองไว้มาอ่านทีเดียวในตอนนี้...
หาไม่คงค้างน่าดู :0







 

Create Date : 15 พฤษภาคม 2561    
Last Update : 15 พฤษภาคม 2561 13:16:33 น.
Counter : 159 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

~ ตรีเนตรทิพย์(ปฐมบทแห่งชุด'นวหิมพานต์' ) โดย "อลินา" ~




ตรีเนตรทิพย์
ผู้แต่ง : อลินา
สนพ.ลูกองุ่น/พิมพ์(มี.ค.2557)
550 หน้า ราคา 375 บาท

เรื่องย่อ(จากปกหลัง)

เมื่อโลกล่มสลาย ป่าหิมพานต์ถูกทำลายล้างด้วยมหาอัคคี
เทพ อสูร สิ่งมีชีวิตจากป่าหิมพานต์และมนุษย์ ต้องร่วมมือกันสร้างโลกใหม่ขึ้นมา
เพื่อความอยู่รอด โลกใหม่ในนาม 'นวหิมพานต์'

นวหิมพานต์อยู่ใต้การปกครองร่วมกันของบรเทพและบรอสูร 
ทั้งสองฝ่ายไม่ใช่ศัตรู แต่ก็ไม่ใช่มิตร 
ไม่เคยมีการรวมตัวกันระหว่างสองสายเลือดมาก่อน
 และนวหิมพานต์จะไม่มีวันรวมกันเป็นหนึ่งจนกว่าเนตรทิพย์จะถือกำเนิด

เนตรทิพย์...ผู้ได้รับคำทำนายว่าเป็นกุญแจของเทพ อสูร และมนุษย์
เนตรทิพย์...ผู้หยั่งรู้สามโลกและจะรวมเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ ให้เป็นหนึ่งเดียว
เนตรทิพย์...ผู้ที่ใคร ๆ ก็ปรารถนา เพราะถ้าใครได้ครอบครองเนตรทิพย์
ย่อมครองนวหิมพานต์ไปโดยปริยาย

ทว่าชีวิตของทิพย์อาภากลับต่างไปจากคำทำนาย 
หล่อนถูกตามไล่ลาจากศัตรูที่ไม่รู้ฝ่าย
 แทนที่จะมีชีวิตสุขสบายเทียบเท่ากับบร
 หญิงสาวกลับต้องเติบโตอย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ และยากแค้น
 ต้องปิดบังพลังในตัวที่มีจนไม่มีใครล่วงรู้ว่าหล่อนคือเนตรทิพย์

แต่เมื่อความจริงถูกเปิดเผย ทิพย์อาภาต้องตัดสินใจเลือก
ว่าจะวางใจในตัวราชันอสูร หรือจะเข้ากับฝั่งเทพ
เพื่อค้นหาคำตอบที่ปรารถนาจะรู้มาตลอดชีวิต
 โดยทั้งสองทางเลือกนั้นล้วนแต่มีชีวิตของหล่อนเป็นเดิมพัน 





อาจจะด้วยเป็นเล่มเปิดชุด เรื่องย่อจึงจัดซะเต็มขนาดนี้...
แต่นั่นก็เป็นเพียงเสี้ยวส่วนของเรื่องราวสุดมหัศจรรย์ที่สอดร้อยโยงใย
กลายเป็นนิยายแฟนตาซีลูกผสมสุดอลังเล่มนี้หรอกค่ะ

ผู้เขียนได้จับเอาเรื่องเล่า วรรณคดีโบราณและตำนานปรัมปรา
แบบไทยๆ (ผสมแขกๆ) ว่าด้วยเรื่องของป่าหิมพานต์ เรื่องของเทพ อสูร กินนร ยักษา รากษส ฯลฯ 
 มาผสมผสานกับคำทำนายเกี่ยวกับวันสิ้นโลกของฝั่งตะวันตก 
มาสร้างโลกใหม่ขึ้นในนิยายของเธอ ให้ชื่อว่า"นวหิมพานต์" 
ซึ่งสืบเนื่องเกี่ยวโยงกับป่าหิมพานต์เดิมนั่นเอง

นวหิมพานต์เป็นที่อยู่ของเทพ อสูร และมนุษย์ 
มีกฏเกณฑ์ของการอยู่ร่วมกันเหมือนสังคมโลกโดยทั่วไป
 มีผู้ปกครองที่เป็นผู้นำสูงสุดเรียกว่า"บร" ซึ่งจะมีฝั่งละคน 
คือมีบรเทพ และบรอสูร ทั้งเทพและอสูรแม้ไม่ได้กลมกลืนกลมเกลียวกันเท่าไหร่ 
หากก็ไม่ได้เป็นศตรูคู่แค้นกันแต่อย่างใด ทั้งยังมีกฎเกณฑ์บางประการ
ที่กำกับทั้งสองฝ่ายไม่ให้ล่วงละเมิดหรือทำร้ายซึ่งกันและกัน
ส่วนมนุษย์ในนวหิมพานต์ ถือว่าเป็นชนชั้นล่าง 


เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อทิพย์อาภา ดีไซน์เนอร์สาวที่คิดว่า
ตัวเองเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาๆ คนหนึ่งเท่านั้นถูกทำร้าย
และสร้อยลูกปัดที่สวมใส่เป็นประจำหลุดหายไป 
แม้จะเก็บคืนมาได้แต่ลูกปัดแก้วก็หายไปหนึ่งเม็ด...

นั่นทำให้มนตร์ศักดิ์สิทธิ์ที่กำกับอยู่ในสร้อยนั้นอ่อนพลังลง...
ตัวตนที่แท้จริงของเธอจึงถูกเปิดเผย
และชีวิตของเธอก็พลิกผันเพียงชั่วข้ามคืน...

เธอถูกตามล่าทำร้าย ร้อนถึงบรทั้งสองฝั่ง
 คือทั้งบรเทพและบรอสูรต้องยื่นมือมาปกป้องดูแล




ที่เรียกว่าแฟนตาซีลูกผสมเพราะขณะอ่าน...
ได้อารมณ์ความรู้สึกที่หลากหลายมาก

ช่วงแรกๆ มีกลิ่นอายของแฟนตาซีฝรั่งเบาๆ
 นางเอกเป็นประมาณ"ผู้ถูกเลือก"แต่ต้องปิดบังตัวตน 
มีมนตรากำกับ กำราบพลังไว้...

แต่ฉากและบริบททางสังคมมีความเป็นไทยอยู่เยอะ
 มีการแบ่งแยกชนชั้น เผ่าพันธุ์ สีผิว 
มีร่องรอยของการประชดประเทียดเสียดสีสังคมแบบเนียนๆ...

ล่วงมากลางๆ เรื่อง ระหว่างการเดินทางผจญภัยไปในป่าหิมพานต์เดิม...
ได้อารมณ์และบรรยากาศเหมือนตอนอ่านเพชรพระอุมายังไงยังงั้น
 โดยเฉพาะบุคลิกลักษณะของตัวละคร 
บรเทพ ศิวนฤบดี ใจเย็น สุขุมรอบคอบ ให้เป็นคุณชายเชษฐาละกัน

บรอสูร รุทร ออกแนวขี้เล่นแต่จริงใจ กวนนิดๆเกรียนหน่อยๆ 
ก็เปรียบเป็นนายพรานใหญ่รพินทร์

ทั้งสองคนร่วมกันดูแลปกป้องทิพย์อาภา
 นางเอกของเรื่องเหมือนคุณหญิงดารินในเรื่องนั้น

พอดีอ่านๆไปมันได้อารมณ์แบบนี้จริงๆก็เลยเปรียบเทียบเล่นๆ
แต่จริงๆ แล้วไม่เกี่ยวข้องกันแต่อย่างใดค่ะ


...........

ค่อนข้างชอบมากเลยแหละค่ะ เป็นเล่มเปิดเรื่องที่ดึงดูดให้ติดตามมาก
อ่านสนุกด้วยสำนวนการเล่าเรื่องของผู้เขียนลื่นไหล 
การดำเนินเรื่องกระชับฉับไว เรื่องราวชวนตื่นเต้นเร้าใจ
มีดราม่านิดๆ โรแมนติกหน่อยๆ(น้อยมาก แต่ก็มีแหละ)
มีการเปิดปมไว้สำหรับภาคต่อให้ได้ติดตามกันต่อไป









 

Create Date : 15 พฤษภาคม 2561    
Last Update : 15 พฤษภาคม 2561 12:28:14 น.
Counter : 202 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

~ ตำรารักยอดพธู & ตำรารักยอดดวงใจ By รอมแพง ~




ตำรารักยอดพธู & ตำรารักยอดดวงใจ
ผู้เขียน: รอมแพง
สนพ.แฮปปี้บานาน่า



เรื่องแรก...

ตำรารักยอดพธู



เรื่องย่อๆ(ปกหลัง)

“ยอดพธู” ถูกป้าจับคู่จนต้องเผ่นหนี 
เธอไม่รู้เลยว่ากำลังจะเดินทางไปเจอกับใครบางคนใน “บ้านไร่สายสุดา”

และแล้วอภิมหากาพย์แห่งการจับคู่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง 
เมื่อเธอต้องมาเจอกับสาวๆ ในฮาเร็มของ “หริชา”
ที่วันๆ เอาแต่คิดว่า “ใครรักใคร...ใครไม่รักใคร” 
ไหนจะเพื่อนรักเพื่อนสนิทอย่าง “ทิพย์วรางค์” 
ที่มีท่าทีประหลาดๆ ไปกับเขาด้วย

...งานนี้คนสวยอยากจะบ้า! 


**********

หลังอ่าน...
เรื่องราวก็ตามปกหลังนั่นเลยค่ะ เป็นโรแมนติกคอเมดี้ที่อ่านง่ายๆเพลินๆอีกเล่ม
 จากคนแต่งคนเดียวกับที่เขียน'บุพเพสันนิวาส'อันลือลั่น 
แต่เรื่องนี้คนละแนวกับเรื่องนั้นเลยค่ะ จะมีความคล้ายอยู่นิดหน่อย
ก็ตรงแคแร็กเตอร์ของนางเอกนั่นเอง มีความโก๊ะกัง มีความรั่วๆล้นๆ
 แต่ก็ฉลาด มั่นใจในตัวเอง คิดเร็วทำเร็ว...
ยอดพธูในเรื่องนี้ก็ประมาณนั้นเลย

เรื่องนี้เป็นนิยายรักร่วมสมัย ผู้เขียนจับเอาเรื่องใกล้ตัว
เข้ามาใส่ในนิยายของเธอได้อย่างสนุกสนาน 
เริ่มตั้งแต่ให้นางเอกเป็นนักเขียน เขียนนิยายโรแมนซ์อีกต่างหาก...
มีการจับเอากระแสรายการเรียลลิตี้อย่างนักล่าฝันมาต่อยอด
แล้วสอดประสานกับมุกโบราณๆ อย่างการจับคู่คลุมถุงชนได้อย่างชวนฮา

เรื่องนี้มีสองคู่ค่ะ...เดิมทีน่ะเพื่อนของนางเอกจะถูกจับคู่ให้กับพระเอก
 ที่เป็นเกษตรกรหนุ่มระดับนายหัว แต่บังเอิ๊ญแม่ยอดพธู...
(ที่คุณย่าพระเอกดูเหมือนจะถูกใจตั้งแต่ยังไม่เจอตัว 
ด้วยเหตุผลที่ว่า...ชื่อโบราณดี )
ก็เกิดจะหนี(แม่)เสืออย่างป้านุดีไปขอลี้ภัยอยู่กับเพื่อนจังหวะนั้นพอดี...
(เลยมาปะเข้ากับจระเข้เข้าอย่างจัง...)

ใครจะไปรู้ว่าการที่เธอชิ่งหนีการคลุมถุงชนจากป้า
 จะกลายเป็นว่าเธอได้กลายเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกให้กับนายหัวเข้มแห่งไร่สายสุดาไปโดยปริยาย..
.(ซึ่งนอกเหนือจากเธอกับเพื่อนแล้ว 'ในบ้าน'นั้นยังมีสาวๆ อยู่รอคิวให้พระเอกเลือกอีกสามถึงสีคน!)
..............
ก็อ่านสนุกในระดับหนึ่งค่ะ ขนาดเล่มไม่หนาไม่บาง อ่านแป๊บเดียวจบแล้ว
 สำนวนการเล่าเรื่องลื่นไหลดีค่ะ มีแทรกมุกขำๆฮาๆตลอดๆ 
ชอบๆ :)



เรื่องที่สอง...

ตำรารักยอดดวงใจ




โปรยปก :

เมื่อยอดดวงใจต้องตกกะไดพลอยกระโจน
ไปเยอรมนีกับหนุ่มหล่อที่เกลียดเธอเข้าไส้
มันคงไม่สาหัสนักถ้าหนุ่มคนนั้นไม่ใช่ “ศิขริน” คนที่ทำให้เธอหวั่นไหว
...เธอต้องตายแน่ๆ ถ้าต้องตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้...
แต่ทว่ายอดดวงใจกลับยอมรับกับตัวเองอย่างไม่อาย
ว่าอยากใกล้ชิดศิขรินให้นานที่สุดเท่าที่โอกาสจะเอื้ออำนวย
เพราะเธอเห็นว่า งานนี้กำไร…กำไรชัดๆ

**********

เล่มนี้มาคู่กันกับเล่มก่อนหน้าที่เพิ่งอ่านไปค่ะ...'ตำรารักยอดพธู' 
ซึ่งเรื่องนั้นส่วนตัวถือว่าอ่านสนุก น่ารักดีในระดับหนึ่งทีเดียว 
พอหยิบเล่มนี้มาก็แอบคาดหวังนิดๆ...
แล้วก็เลยผิดหวังหน่อยๆไปตามระเบียบ แหะๆ :)

เป็นโรแมนติกพาฝันผสมผสานไพรัชนิยายได้แบบ...ปากกาพาไปมากๆ 
ไม่ต้องคำนึงถึงเหตุและผลหรือความสมจริงใดๆ 
ขอให้จับพระเอกนางเอกให้ร่วมทางไปด้วยกันได้เป็นพอ...
ประมาณนั้น

นางเอก'ยอดดวงใจ'(แฝดพี่ของยอดพธู)จับพลัดจับผลู
ไปอยู่ในวงโคจรของวนัส-นักร้องหนุ่มจอมเจ้าชู้
กับพิมประภา แฟนสาวขี้โรคเข้าโดยบังเอิญ

จนทำให้ต้องตกกะไดพลอยกระโจนรับสมอ้างเป็นคนรักของศิขริน
พี่ชายวนัสเพื่อไม่ให้พิมประภาเสียใจจนไม่ยอมเข้ารับการผ่าตัด

ทั้งคู่ต้องเล่นละครเป็นคู่รักกำมะลอ
 เตลิดไปจนถึงกับต้องเดินทางไปต่างประเทศด้วยกัน
 กินๆเที่ยวๆ นู่นนี่นั่นด้วยกัน จนต่างก็มีแอบเห็นมุมดีๆ ของกันและกัน
 ความใกล้ชิดก็ทำให้หวั่นไหวเผลอไผลไปมั่ง...
แต่กระนั้นอคติในใจพระเอกก็ยังคงเหนียวแน่น หนาเตอะ

**********

ที่บอกว่าไม่สมเหตุสมผลคือไม่เข้าใจ๊-ไม่เข้าใจทั้งนางเอกพระเอกนั่นแหละ

 นางเอกจะใจดี ใจง่ายไปถึงไหน เขาเข้าใจผิด ทั้งด่าว่า เสียดสีสารพัด
ยังไปหลงรักเข้าไปลง...ตามเค้าไปตะลอนๆ ทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นอะไรกันนั่นแหละ
อีตาพระเอกรึก็เป็นถึงผู้บริหารระดับสูง ทำไมคิดและทำอะไรตื้นเขินงี่เง่า...

โอย อ่านไปหงุดหงิดไป มันไม่เชื่อ ไม่อินกับตัวละครซักตัว...
เดชะบุญที่นิยายเรื่องนี้มีจุดดีอยู่จุดหนึ่งที่ทำให้เราไม่วางเสียกลางเล่ม 
นั่นก็คือส่วนที่เป็นไพรัชนิยายนั่นเอง 
ฉากการท่องเที่ยวเยอรมันของคู่พระนางกับผองเพื่อน 
การบอกเล่าบรรยายจุดนั้นจุดนี้ทำได้ดี น่าสนใจทีเดียว
ก็เลยช่วยให้กล้อมแกล้มอ่านจนจบได้...
(แบบไม่อินๆนั่นแหละ)







 

Create Date : 14 มีนาคม 2561    
Last Update : 14 มีนาคม 2561 12:53:42 น.
Counter : 816 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

~ บุพเพสันนิวาส : อ่านนิยายก่อนละครออนแอร์ โดย รอมแพง ~




บุพเพสันนิวาส
ผู้เขียน : รอมแพง
สำนักพิมพ์ แฮปปี้ บานานา
505 หน้า ราคา 285 บาท

เรื่องย่อๆ(โปรยปก)

"กลุ่มผู้หญิงที่เธอมองเห็นนั้น บ้างก็ตัดผมเกรียนไว้ปีกกันรอบลงน้ำมัน
 จนเห็นขอบตั้งขึ้นเด่นชัด สองข้างหูมีจอนผมยาวเคลียแก้ม
 บ้างก็ตัดผมสั้นเพียงต้นคอ บ้างก็ตัดเป็นทรงดอกกระทุ่ม

"ตอนนี้ท่านใดเป็นพระเจ้าอยู่หัวล่ะพี่ผิน"
"สมเด็จพระนารายณ์เจ้าค่ะ" พระนารายณ์มหาราช!

"คงสาสะใจแล้วสิหนา" 
เสียงทุ้มเข้มนั้นเอ่ยออกมาพร้อมวงตาอริที่จ้องมองมา 
ยิ่งได้มองเห็นสายตาของบ่าวไพร่คนอื่นๆ ที่มองเธออย่างตำหนิชิงชัง 
ก็ยิ่งทำให้รู้ว่านิสัยของแม่หญิงการะเกด 
คนที่เธอมาอาศัยร่างนี้คงร้ายกาจไม่เบาเลยทีเดียว 
"เออเนาะ เขามีแต่ข้ามภพมาเป็นนางเอก 
ตูดันข้ามมาเป็นนางร้ายซะงั้น เฮ้อ เครียดได้โล่!





เป็นกึ่งๆ พีเรียดกึ่งๆพารานอร์มอลที่อิงพล็อตข้ามภพข้ามชาติได้...
สนุกและสมจริงในระดับหนึ่งค่ะ

เกศสุรางค์ หญิงสาววัยทำงานร่างอวบเกินพิกัด 
ประสบอุบัติเหตุขณะเดินทางกลับจากอยุธยา
 วิญญาณหลุดออกจากร่าง ไปฟื้นอีกทีกลายเป็นแม่นายการะเกด 
สาวน้อยวัย 16 ชาวอโยธยา 
ผู้มีชีวิตอยู่ในยุคสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช!

การะเกดเป็นเด็กสาวกำพร้า มาอาศัยอยู่กับออกญาโหราธิบดีผู้เป็นลุง
 และผู้ใหญ่ได้สั่งเสียไว้ให้หมั้นหมายกับบุตรชายรองของท่าน
แต่แม่นางการะเกดผู้นี้เป็นหญิงเอาแต่ใจ มักข่มเหงรังแกข้าทาสบริวารเป็นประจำ
 จนผู้คนต่างพากันเดียดฉันท์ รวมถึง'คุณพี่' ผู้เป็นคู่หมาย...

วีรกรรมล่าสุดของเจ้าหล่อนคือให้บ่าวไปล่มเรือแม่หญิงจันทร์วาด 
จนทำให้บ่าวของแม่หญิงผู้นั้นจมน้ำตายไป ทำให้ท่านโหราธิบดีเหลืออด
 ต้องร่ายมนต์กฤษณะกาลีอันเป็นมนต์สาปแช่ง
 หากผู้ใดทำความผิดจริงต้องมนต์นี้ก็จะมีอันเป็นไปแม้นไม่ตายก็อาจจะวิปลาส

เมื่อเกศสุรางค์ฟื้นขึ้นมาในช่วงแรกๆ เธอยังงงๆ 
ตั้งรับกับสถานการณ์ยังไม่ได้ จึงมีจริตกิริยาแผกเพี้ยนไปจากเดิม 
จึงถูกมองว่า...เธอวิปลาสไปเสียแล้ว


ทว่า...เพียงผ่านไปไม่กี่วันผู้คนกลับสังเกตว่า
ความเปลี่ยนแปลงไปของการะเกดนั้น
 แม้จะดูกระโดกกระเดก หากก็เป็นไปในทางที่ดีขึ้น...
เธอใฝ่ใจในการใส่บาตรทำบุญ
 มีการเย็บปักถักร้อย แม้จะพูดจาแปลกๆ แต่ก็ไม่กระโชกโฮกฮาก 
ทั้งยังมีจิตใจเมตตา เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่บ่าวไพร่...

ที่สำคัญสำหรับคุณพี่คู่หมายของเธอ ดูเธอจะไม่มีท่าทีพิศวาสบาดจิต
ติดหน้าตามหลังเหมือนดังเดิม มีแต่จะปะเหลาะเอาใจให้พาเที่ยวเท่านั้น




หยิบเล่มนี้มาอ่านอีกรอบ หลังจากที่อ่านผ่านๆเมื่อนานมาแล้ว...
แบบไม่ค่อยอินสักเท่าไหร่ แต่พักนี้เห็นทีเซอร์ละครออกมารุกเร้าเหลือเกิน
 ไหนๆ ก็ดองหนังสือไว้นานนม กระแสชื่นชมก็ถล่มทลาย 
เลยขอลองอีกสักรอบเหอะ เผื่อที่ผ่านมาเราอาจจะยังไม่ได้ตั้งใจ...
หรือเปิดใจเพียงพอก็เป็นได้

ซึ่งก็ใช้เวลาอ่านหลายวันอยู่...

พบว่ามีทั้งจุดที่ชอบและจุดที่เฉยๆ 
แล้วก็ผิดคาดที่กลับมาอ่านรอบนี้...อาจจะเป็นด้วยเราเปิดใจรอหรือเปล่า
เลยรู้สึกว่า...อ๊ะ เขาก็เขียนสนุกดีอะ มีความทันยุคทันสมัยในการสร้างพล็อต

 (ในช่วง 2-3 ปีมานี้ กระแสนิยายจีนแนวข้ามภพข้ามชาติมาแรงมาก...
แถมเป็นที่ชื่นชอบของนักอ่านชาวไทยจำนวนไม่น้อย
.นิยายเรื่องนี้เขียนขึ้นก่อนหน้าตั้งหลายปีจึงนับว่าเป็นแนวคิดที่...
ทันสมัยพอสมควร)




ชอบที่ผู้เขียนเค้าสามารถสอดร้อยเรื่องแต่งเข้ากับเรื่องจริงในประวัติศาสตร์ได้อย่างแนบเนียนกลมกลืน 
สมจริงจนเราอ่านแล้วอินตาม...
คอยลุ้นว่าเกศสุรางค์จะหลุดบทของการะเกดไปมากน้อยแค่ไหน
 และคุณพี่ของนางจะจับได้เมื่อไหร่ว่านางไม่ใช่การะเกด

ตัวละครหลากหลายที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ก็มีเรื่องราว 
ต่างก็มีที่มาที่ไป มีดราม่าในชีวิตที่น่าทึ่ง น่าสนใจมาก
ไม่ว่าจะเป็นเจ้าพระยาวิไชยเยนทร์(สมัยเรียนเราเคยท่องจำว่า
เขาชื่อ"เจ้าพระยาวิชาเยนทร์ - คอนสแตนติน ฟอลคอน"นะ)
 กับภรรยาอย่างนางตองกีมาร์ หรือ'ท้าวทองกีบม้า' 
ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นเพื่อนสนิทนางเอกของเราได้
 และมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงต่างๆของบ้านเมืองในยุคนั้น

แล้วไหนจะพระเอกของเราที่เป็นถึงลูกชายท่านโหราธิบดี 
ทั้งยังเป็นน้องชายของกวีเอกแห่งยุคอย่างศรีปราชญ์อีกต่างหาก
มีบุคลิกเฉลียวฉลาดและมีบทบาทโดดเด่นในการเจริญสัมพันธไมตรี
กับชาติทางยุโรป มีหลักฐานปรากฎชัดในพงศาวดาร...


จุดนี้มีแอบอิจฉาเกศสุรางค์นิดๆละ จากที่เป็นยายอ้วนพุงยุ้ย
 ตายแล้วได้ไปเกิดใหม่ในร่างเด็กสาวที่อายุน้อยลงกว่าเดิมร่วมๆสิบปี
 รูปร่างหน้าตาสะสวยงามลออยังไม่พอ...
ได้คู่หมั้นคู่หมายเป็นพี่หมื่นพี่ขุนสุดหล่อแสนดีเสียอีกแน่ะ...
อะไรจะโชคดีปานนั้น...

(ในเรื่องนี้ตัวละครที่เป็นขุนน้ำขุนนางในอดีตนั้น
 เขามีการเลื่อนยศกันไวมาก เลื่อนทีก็เปลี่ยนชื่อเรียกกันที 
คุณพี่ของนางเอกเดิมทีก็เป็นท่านหมื่น เดี๋ยวๆก็เป็นท่านขุน 
แป๊บๆก็เป็นคุณหลวงคุณพระ..

.นางเอกย้อนภพไปสี่ปี พระเอกของเราเปลี่ยนชื่อเรียก 3-4 ครั้งทีเดียว
 แล้วไหนจะคนอื่นๆ อีก ส่วนตัวเลยเลือกโฟกัสแต่ตัวละครหลักๆ บางตัวเท่านั้น 
อย่างพระเอก พ่อพระเอก และตัวร้าย(ในเรื่อง)อย่างขุนนางฝรั่งคนนั้น เป็นต้น)




แต่อ่านๆ ไปมันก็มีฉุกคิดเหมือนกันนะ...
การที่นางเอกหลุดโลกเข้าไปอยู่ท่ามกลางผู้คนในประวัติศาสตร์
ที่เราๆท่านๆ ต่างก็เคยได้เรียนรู้ถึงชะตาชีวิตของพวกเขาว่าจะตกต่ำหรือรุ่งเรือง
 จะต้องตกตายหรือถูกเข่นฆ่าเมื่อไหร่นั้น มันเป็นความโชคดีจริงหรือ...?

ณ จุดนี้ต้องอ่านกันเองแล้วล่ะค่ะ ผู้เขียนเขาก็มีคำอธิบายที่สมเหตุสมผลอยู่


ดูจากรายชื่อหนังสืออ้างอิงท้ายเล่ม คิดว่าผู้เขียนคงต้องทำการบ้านขนานใหญ่
 ส่วนตัวแม้จะสนใจและชื่นชอบอ่านนิยายอิงประวัติศาสตร์มาไม่น้อย 
แต่ก็ถือว่ายังอ่อนด้อยนัก 

มาอ่านเรื่องนี้รู้สึกนับถือคนเขียนเลยทีเดียว 
เธอสามารถสร้างพล็อตข้ามภพข้ามชาติแล้วโยง
เข้ากับเรื่องราวในประวัติศาสตร์ได้สอดคล้องกลมกลืน...

มีสัดส่วนของเรื่องแต่งและเรื่องจริงพอเหมาะพอสม...
มีปมดราม่า มีอารมณ์ขัน รวมถึงฉากรักโรแมนติกครบครัน 
ทำให้คนอ่านอ่านแล้วรู้สึกสนุกและอินตามได้ 
ไม่รู้สึกติดขัดกับข้อมูลในแง่ประวัติศาสตร์แต่อย่างใด

แถมท้ายด้วยสาระทางพุทธศาสนาอันว่าด้วยเรื่องของกฎแห่งกรรม
 อันเป็นเหตุปัจจัยหลักที่ทำให้นางเอกของเราต้องพลัดหลุดจากโลกปัจจุบัน
เข้าไปในภพอดีต ได้มีส่วนรับรู้และเห็นความเป็นไปในบ้านเมืองยุคโบราณ...
ซึ่งมีหลายเหตุการณ์ที่เธอรู้ล่วงหน้าถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้น 
แต่เธอไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงอะไรได้...
ประเด็นนี้จึงมิอาจพูดได้เต็มปากนักว่าเธอโชคดี เพราะถ้าเป็นเราคงอึดอัดน่าดู...

ส่วนจุดที่เฉยๆ ค่อนไปข้างที่ตงิดๆ ก็คือเรื่องของการเลือกใช้คำ
ในบางจุดทำให้อ่านแล้วชะงักนิดหน่อย
 เช่น หัวใจข้าจะราญรอน...เอิ่ม...ขาดรอนรึเปล่า ราญรอนนั่นมันจะไปรบแล้วนะ
 กับอีกหลายจุดที่สะดุดๆ...
แต่ก็นิดๆหน่อยๆ จริง ๆ ปล่อยผ่านได้ค่ะ 






 

Create Date : 19 กุมภาพันธ์ 2561    
Last Update : 19 กุมภาพันธ์ 2561 15:50:05 น.
Counter : 25965 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

~ มีไว้เพื่อซาบ : รวมเรื่องสั้นอารมณ์ไหว โดย อุรุดา โควินท์ ~




มีไว้เพื่อซาบ
ผู้เขียน : อุรุดา โควินท์
ผู้พิมพ์ : สนพ.Din-Dan Book
233 หน้า ราคา 300 บาท

บางส่วนจากคำนำ 

รวมเรื่องสั้นเล่มที่ 3 ในชีวิตการเขียนของ อุรุดา โควินท์ 
บรรจุเรื่องสั้นจำนวน 12 เรื่อง ประกอบไปด้วย แค่มือเอื้อม,
 จุดหมายข้างนอก, ต้นไม้ต้นใด, มีไว้เพื่อซาบ, เสียดายมือ,
 เมียไอ้บ่าวทำแพนเค้ก, เงาะเพื่อชีวิต, ช่างทำผม,
 โทรศัพท์สามสาย, หัวใจที่ไม่ยอมช้าลง 
และในการพิมพ์ครั้งนี้ได้บรรจุเรื่องใหม่เพิ่มเข้ามาอีก 2 เรื่อง
 คือ มิตรภาพชั่วนิรันดร์ และเผาผี

ในงานชุดนี้ผลงานทั้งหมดอุรุดาเขียนขึ้นที่ “หมู่บ้านฝนป๊อกแป๊ก”
 ซึ่งเธอเรียกมันเช่นนั้น อันเป็นสถานที่ที่ครั้งหนึ่งเธอเคยไปใช้ชีวิตที่นั่น
 สิ่งที่สะท้อนออกมาในงานเขียนก็คือเรื่องราว และมุมมองของผู้หญิงคนหนึ่ง
ที่เฝ้าสังเกตการณ์ความเปลี่ยนแปลงของชีวิตและสังคมรอบข้าง
 รวมทั้งสื่อสะท้อนแนวความคิดและความรู้สึกผ่านสายตา
ของหญิงสาวที่แลเห็นบางสิ่งบางอย่างของสภาวการณ์อันเป็นไป
เรื่องสั้นทุกชิ้นที่ปรากฏในเล่มนี้เคยผ่านการตีพิมพ์ในหน้านิตยสารมาก่อน
 ทั้งบางเรื่องดังเช่นเรื่อง “เสียดายมือ” ก็ได้รับรางวัลในการประกวดเรื่องสั้นรางวัลอมรินทร์มาก่อนหน้านี้ 
งานเรื่องสั้นชุดนี้เคยตีพิมพ์มาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อสิบปีที่ผ่านมา 
กระนั้นในการจัดพิมพ์ครั้งนี้นอกจากเพิ่มเนื้อหาเข้าไปแล้ว
ยังพยายามจัดสรรและจัดพิมพ์ให้มีความประณีตมากยิ่งขึ้นอีกด้วย





หลังอ่าน...
ชอบมากอีกแล้ว กับผลงานของอุรุดา โควินท์ เล่มนี้ 
เธอช่างมีลีลาการเล่าเรื่องได้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากๆ
เป็นรวมเรื่องสั้นที่ต้องใช้เวลา...ประมาณหนึ่งในการค่อยๆละเลียด และเล็ม
เพื่อซึมซับเรื่องราวอันเป็นประหนึ่งบทเพลงแห่งชีวิตของผู้หญิง ๑๒ คน
ที่ต่างบทบาท ต่างลีลาอารมณ์ ทว่ามีจุดร่วมอย่างหนึ่ง 
พวกเธอล้วนเป็นผู้หญิงที่มี่ความเป็นศิลปิน มีจินตนาการสูง
 และเหนือสิ่งอื่นใด...พวกเธอรักอิสระ รักและเห็นคุณค่าในตัวเอง

ไม่ว่าจะเป็นแม่กับลูกสาวที่เป็นนักเขียนใน"แค่เอื้อมมือ"
หรือ'แจง'ใน "จุดหมายข้างนอก"
'หล่อน'จาก "ต้นไม้ต้นใด"
หรือ'เธอ'จาก"มีไว้เพื่อซาบ"
ฯลฯ
ชอบทุกเรื่องจริงๆ บางเรื่องถึงกับอ่านซ้ำสอง สามรอบ...
บางเรื่องอ่านแล้วรู้สึกอบอุ่นอ่อนโยน บางเรื่องราวกับจะได้ยินเสียงฝนตกป๊อกแป๊ก
พร้อมกับได้กลิ่นดินกลิ่นหญ้าหลังฝนตก
ประกอบกันไป
บางเรื่องให้อารมณ์ขันปนขื่น...
บางเรื่องเจือขมเจือหวาน...
บางเรื่องให้อารมณ์ย้อนแย้ง...
...
คนเขียนได้ทิ้งท้ายไว้ที่หน้าคำนำของเธอว่า...

'การเขียนเป็นของฉัน การอ่านของคุณคือบทกวี'

เธอขอบคุณคนอ่าน...
แต่เราอยากขอบคุณเธอ ที่ช่างร้อยเรียงบทกวีอันไพเราะให้เราได้เสพสม




***หมายเหตุท้ายบล็อก

หนังสือมีจุดบกพร่องทางการพิมพ์...
พิมพ์ผิดค่อนข้างเยอะมาก....
ทำให้อรรถรสทางการอ่านดร็อปลงอย่างน่าเสียดาย
เสียดายในเนื้อหาที่ผู้เขียนบรรจงร้อยเรียง
เสียดายรูปเล่มที่ทางสำนักพิมพ์บรรจงสร้างสรรค์อย่างมีศิลปะ 

หากมีโอกาสพิมพ์ใหม่ 
อยากให้มีการตรวจทานพิสูจน์อักษรให้ละเอียดกว่านี้อีกสักนิดค่ะ

ยกตัวอย่างจุดผิด...คร่าวๆ 

เริ่มตั้งแต่หน้าคำนำสำนักพิมพ์...
หน้า 2 - - และเชื่อว่าของทุก ๆ (??) ด้วยเช่นกัน
หน้า 17 แค่เอื้อมมือ - - (หรือ) แค่มือเอื้อม ?
หน้า 29 - - แค่มาร่มงาน - - ร่วมงาน
หน้า 84 - - ข้าวสุกภายในสิบหน้านาที - - สิบห้า
หน้า 87 - - เขาต้องก่อไฟไล่แมลงทั้งวัน - -
หน้า 101 - - เราจะทำยังไงดีค่ะ - - คะ
หน้า 107 - - เราเชียร์เดนมาร์กัน - - เดนมาร์ก
หน้า 109 - - แดดส่งตลอดวัน - - แดดส่อง
หน้า 134 - - บลูเบอร์นี่ - - บลูเบอร์รี่
หน้า 146 - - ศัพท์แสง
หน้า 204 - - แบล็คแคยยอน - - แบล็คแคนยอน
ฯลฯ







 

Create Date : 16 กุมภาพันธ์ 2561    
Last Update : 16 กุมภาพันธ์ 2561 12:45:54 น.
Counter : 400 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  

BlogGang Popular Award#14


 
แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 181 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs

~ให้รักระบายใจ/"ณกันต์"เขียน ~

~ผมกลายเป็นแมว/Abandoned/Paul Gallico เขียน(ภูธนิน แปล) ~

~พ่อค้าซ่อนกลรัก & หมอปีศาจแสนรัก/"หูเตี๋ย" เขียน(Wisnu แปล) ~

~อาจารย์ยอดรัก/"หูเตี๋ย" เขียน(Wisnu แปล) ~

~จอมโจรพยศรัก/"หูเตี๋ย" เขียน(Wisnu แปล) ~

~ฉันไม่ชอบทั้งโลก ฉันชอบแค่เธอคนเดียว/"เฉียวยี" เขียน(ภิรมณ ประพฤติประยูร/แปล) ~

~อลวนกลสลับร่าง/"เจ๋อมู่" เขียน(เสี่ยวหวา/แปล) ~

~ โลกที่รัก/ Dear World/"Bana Alabed/บานา อัลอาเบด" เขียน ~

~ นางทิพย์/"แก้วเก้า" เขียน ~


สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.