'หัวใจ๋ข้า หัวใจ๋เจ้า ห้อยอยู่เก๊าเดียวกั๋น' *
*คลิกเพื่ออ่านคำแปลเจ้า :)

~ ดวงใจในสายลม : นิยายที่จะทำให้คุณเห็นคุณค่าและศรัทธาในความรัก โดย กีรติ ชนา ~





ดวงใจในสายลม
ผู้เขียน : กีรตี ชนา
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ(พิมพ์ครั้งแรก มี.ค. ๒๕๔๒)
๕๖๐ หน้า ราคา ๒๘๕ บาท

ปกหลัง :


ชีวิตของคนเราทุกคนไม่สั้นจนเกินไป
ระยะเวลาของชีวิตนั้น
นานพอสำหรับคนที่รู้จักรัก รู้จักให้

แต่ชีวิตคนเรายาวนานมาก สำหรับคนที่ไม่รู้จักรักที่แท้จริง
น้อยคนเหลือเกินที่จะมี'ชีวิต'เต็มเปี่ยม
พร้อมที่จะตายในวันสิ้นลม

คนส่วนใหญ่ไม่เคยรู้จักค่าของชีวิต
และ 'ตาย'แล้วนานเป็นปี ๆ เป็นสิบ ๆ ปี...
ก่อนวันสิ้นลมเสียอีก






เรื่องย่อ (ย่อเอง)

ผไทกับนีราเป็นคู่รักที่รักกันมาเนิ่นนานนับตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย
เมื่อเรียนจบ ทั้งคู่ต่างเข้าทำงานคนละที่ และมีความก้าวหน้าในงานเป็นอย่างดี
ทั้งคู่วางแผนจะแต่งงานกันเมื่อสามารถสร้างหลักปักฐานได้มั่นคงแล้ว
แต่ความที่มารดาของผไทไม่ค่อยพอใจนีรานัก
เพราะเธอมาจากครอบครัวที่แตกแยก พ่อกับแม่แยกทางกัน
ผไทจึงวางแผนไปเรียนต่อและทำงานที่อเมริกา
เพื่อที่ว่า...เมื่อเขาเก็บเงินได้พอสมควรก็ให้นีราตามไป
และแต่งงานใช้ชีวิตคู่ด้วยกันที่นั่น

เมื่อนีรามีโอกาสได้ไปดูงานที่สหรัฐฯ ผไทตัดสินใจขอเธอแต่งงาน
นีราตอบตกลง แต่โชคร้าย...ผไทประสบอุบัติเหตุ ถูกรถชนจนเสียชีวิต

นีรารู้สึกเคว้งคว้างทันใด แต่ยังดีที่มีครอบครัวของน้านงนุช
น้าของผไทที่ทำงานเป็นพยาบาลอยู่ที่นั่นคอยปลอบโยนและให้กำลังใจ

ในวันที่ผไทเสียชีวิต น้านงก็ได้เป็นผู้ช่วยหมอผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจให้กับพระพาย
ชายหนุ่มลูกครึ่งไทย-อเมริกัน เมื่อประมวลช่วงเวลาดูแล้วทำให้เธอรู้ว่า
ผู้ที่บริจาคหัวใจให้กับพระพายก็คือหลานชายของเธอนั่นเอง
ทำให้เธอรู้สึกเอื้อเอ็นดูและผูกพันกับพระพายเป็นพิเศษ

แต่ถึงแม้พระพายจะพร่ำถามถึงคนที่บริจาคหัวใจให้เขา
เพราะเขาอยากตอบแทนให้กับญาติพี่น้องของคนคนนั้น
น้านงนุชก็ไม่ยอมบอก...

พระพายไม่มีญาติพี่น้อง เนื่องจากพ่อกับแม่เสียชีวิตไปหมดแล้ว
เมื่อน้านงนุชมาดูแลเขา เขาจึงรู้สึกผูกพัน และพลอยสนิทสนมกับลูก ๆ ของน้านงนุชไปด้วย
และเลยได้รู้จักนีรา ซึ่งเขาเคยพบแล้วครั้งหนึ่งก่อนผ่าตัด แต่ตอนนั้นเธออยู่กับผไท
จึงแทบจะมองไม่เห็นเขา

พระพายนั้นประทับใจในตัวนีราตั้งแต่แรกพบ
เมื่อรู้ว่าคู่รักของเธอเสียชีวิต เขายิ่งรู้สึกเห็นใจและอยากปลอบประโลม
แต่เขาก็เกรงว่าเธอจะคิดว่าเขาฉวยโอกาส...

อนึ่ง...เขารู้ตัวดีว่าถึงแม้เขาจะได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจแล้ว
แต่เขายังมีความเสี่ยงที่ร่างกายของเขาอาจจะปฏิเสธเนื้อเยื่อหัวใจดวงใหม่
และอาจจะต้องเสียชีวิตลงเมื่อไหร่ก็ได้
เช่นนั้นแล้ว ถ้าหากนีราผูกพันกับเขา...
เธอมิต้องพบกับการพลัดพรากสูญเสียซ้ำอีกครั้งหรืออย่างไร...






หลังอ่าน...

นิยายรัก โรแมนติก ที่อาจจะนับเนื่องให้เป็นไพรัชนิยายเรื่องหนึ่งก็ว่าได้...
ด้วยเรื่องราวเกือบจะกว่าครึ่งค่อนเรื่องดำเนินอยู่ในต่างประเทศ
มีบทบรรยายถึงฉากอันงดงาม และเกร็ดสาระทางสังคมและวัฒนธรรมสอดแทรกอยู่อย่างน่าสนใจ

ถึงแม้เนื้อหาเรื่องราวในนิยายจะแสนเศร้า อ่านแล้วน้ำตาไหลพราก ๆ
สงสารนางเอกเป็นที่สุด...
แต่ในความเศร้า ผู้เขียนได้สอดแทรกคติธรรมว่าด้วยสัจจะแห่งชีวิตไว้อย่างกลมกลืนลึกซึ้ง
ด้วยสำนวนภาษาที่นุมนวล ละเมียดละไม
ให้ความรู้สึกอบอุ่น อ่อนโยนเกิดขึ้นในจิตใจอย่างดึ่มด่ำ

พร้อมกันก็ได้เรียนรู้ที่จะเผชิญกับความทุกข์ ความเจ็บปวด
อันเกิดจากความพลัดพรากสูญเสียอย่างเข้มแข็งและอดทน
โดยอาศัยความทรงจำที่งดงามที่เคยมีร่วมกันเป็นเครื่องค้ำจุนจิตใจ
ไม่ให้ตกจมอยู่กับความทุกข์นั้นเนิ่นนานนัก...

ในเรื่องของฉากรัก แม้จะมีอยู่น้อยมาก แต่ผู้อ่านจะสามารถสัมผัสได้
ถึงความรักอันอ่อนหวาน มากมาย มันคงแน่นหนาที่พระเอกมีให้ต่อนางเอก
หรือแม้แต่พระเอกคนที่สองที่เราอาจจะรู้สึกว่าเร็วไปไหม...
เพราะผไทเพิ่งเสียชีวิตไปไม่นานเลย พระพายก็ก้าวเข้ามาในชีวิตของนีราอย่างรวดเร็ว
ท่ามกลางเสียงเชียร์ของใครต่อใคร...
แต่เราก็จะรับรู้ได้ถึงความจริงจัง ความสมเหตุสมผล(รวมถึงความจำเป็น)ของความรักครั้งนี้
จนพลอยร่วมลุ้นและเอาใจช่วยไปด้วย

นอกเหนือจากเรื่องราวความรักอันงดงามของคู่พระ-นางแล้ว
ในเรื่องยังมีเรื่องราวความรักข้ามวัฒนธรรมที่เกิดจากความคาดหวัง...ระหว่างโรสกับรอย
ความรักข้ามรุ่นที่วูบไหว...ระหว่างโรสกับปาลี
ความรักวัยรุ่นแบบปั๊ปปี้เลิฟ...ระหว่างวินนี่กับหลิน

หรือกระทั่งความรักฉันพี่น้อง และความรักในครอบครัว

ในทุก ๆ ความรักจะมีแง่มุมที่งดงามและขมขื่นแฝงอยู่
ให้เราได้ร่วมเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กันกับตัวละคร

"...เพราะไม่ว่าจุดจบของความรักจะลงเอยในรูปแบบใด
เมื่อเราได้รักใครจากหัวใจอย่างแท้จริง
ความรักก็จะยังคงอยู่ในหัวใจของเราตลอดไป
หลายคนคงมีกำลังใจ กล้าหาญมากขึ้นกับความรัก
“การพลัดพราก” จะบาดเจ็บอย่างไร
คงต้องขึ้นกับผู้ที่เคยสัมผัสมาแล้ว.. "



คนเขียนสร้างพล็อต และตัวละครได้อย่างเยี่ยมยอดจริง ๆ ชอบมาก ๆ

...........


จริง ๆ แล้วนิยายเล่มนี้วางอยู่บนชั้นมานานนับสิบปี
แต่เมื่อก่อน อาจจะยังเยาว์อยู่...จึงเพียงหยิบมาอ่านช่วงต้น ๆ
แล้วข้ามไปอ่านตอนจบ...แล้วก็วางคืนบนชั้น ด้วยกริ่งเกรงความรันทดสลดใจ

จนวันเวลาผ่านเลยล่วงมาจนบัดนี้
ชีวิตได้เดินทางผ่านการพบพานและการจากพรากมาบ่อยครั้งเข้า
รู้สึกเหมือนมีภูมิคุ้มกันในระดับหนึ่ง
ประกอบกับได้เห็นจากหน้าเพของสนพ.อรุณว่าได้มีการพิมพ์ครั้งใหม่เมื่อเร็ว ๆ นี้
ซึ่งนั่นก็น่าจะแปลว่า...หนังสือเค้าต้องดีจริงสิถึงมีการพิมพ์ซ้ำ
จึงหยิบเล่มเก่าของตัวเองลงมาจากชั้น...
แล้วก็ได้แต่ฉงนใจว่า ตัวเองมองเมินนิยายดีงามแบบนี้ได้ยังไง
แต่ในที่สุดก็ได้อ่านแล้วล่ะ ชอบมากด้วย...จึงหยิบมาบอกต่อ ชวนอ่านกันวันนี้ค่ะ

ภาพปกฉบับพิมพ์ใหม่ค่ะ...












 

Create Date : 05 เมษายน 2558    
Last Update : 5 เมษายน 2558 9:37:05 น.
Counter : 3658 Pageviews.  

~ ใต้เงาพยัคฆ์ : นิยายรักของมาเฟีย โดย"มิถุนายน" ~





ใต้เงาพยัคฆ์
ผู้เขียน : มิถุนายน
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ(ต.ค. ๒๕๕๗)
๓๗๕ หน้า ราคา ๒๘๕ บาท

โปรยปก (เรื่องย่อ)


เมื่อช่างแต่งหน้าสเปเชียลเอฟเฟ็กต์สาว ต้องไปเป็นตัวตายตัวแทนของพี่ชาย
ท่ามกลางเงื้อมเงาร้าย กลับได้หัวใจรัก...

มาลิกา ไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นยามากูชิ เพราะไม่ว่าอย่างไร
เธอเป็นได้แค่เพียงแกะดำของตระกูลเท่านั้น

แต่ใครจะไปคิดว่าตาเฒ่าใจดำและยะโสอย่างโทดะ จะมาพบหลานนอกคอกอย่างเธอถึงสหรัฐฯเป็นครั้งแรก
และยังใช้อิทธิพลบังคับให้เธอปลอมตัวเป็นพี่ชายต่างแม่ที่เธอไม่เคยรู้จัก
ต้องปลอมตัวเป็นผู้ชายก็ว่าแย่แล้ว แต่ดันถูกนรสิงห์ หนึ่งในผู้ต้องสงสัย
ว่าอยู่เบื้องหลังการลอบทำร้ายพี่ชายจ้องตาเป็นมันก็ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่

หรือว่าพี่ชายของเธอจะเป็นเกย์! แค่คิดมาลิกาก็ขนลุก อยากจะหนีไปให้พ้นๆ เขา
ทว่ายิ่งเธอหนี เขาก็ยิ่งตาม และคงไม่ดีแน่ถ้าความลับของโทดะถูกเปิดโปง

ต้องเก็บความลับเรื่องการปลอมตัวก็ยากแล้ว
ชีวิตในฐานะหมากบนกระดานที่เต็มไปด้วยศตรูของโทดะก็ต้องระวัง
แต่เป็นคนเฝ้าระวังภัยนั้นไม่ง่ายเหมือนคนที่จ้องทำร้าย
เพราะยิ่งตามหาตัวคนร้าย เธอก็ยิ่งเข้าตาจน
น่ากลัวว่ามาลิกาจะจนมุมให้แก่ศัตรูเสียก็ไม่รู้!







ความรู้สึกวูบแรกเลยหลังจากเห็นชื่อเรื่องและอ่านคำโปรยปกก็คือ...
นี่มันพล็อตละครหลังข่าวแนวมาเฟียที่กำลังฮอตฮิตติดจออยู่ตอนนี้ชัด ๆ นี่นา
ท่าจะสนุกแฮะ...ก่อนอ่านก็เลยเตรียมเงื้อง่าความฟินไว้ล่วงหน้า...
แต่จากนามปากกาที่ใหม่มากต่อสายตา ก็เลยจำกัดความคาดหวังไว้เพียง...ประมาณหนึ่ง หุหุ

..................

เรื่องราวโดยย่อก็ตามโปรยปกนั่นเลยค่ะ

นางเอกเป็นช่างแต่งหน้าสเปเชียลเอฟเฟ็กต์มืออาชีพที่ใช้ชีวิตอยู่กับแม่ในสหรัฐฯ
วันดีคืนดีคุณปู่ที่เธอไม่ยอมรับก็มาหาเธอ
และใช้บุญคุณและคำสัญญาในอดีตที่เคยมีต่อแม่บังคับให้เธอเดินทางกลับประเทศไทย
เพื่อแสดงตัวเป็นพี่ชายต่างแม่ ที่ถูกปองร้ายจนอาการสาหัส...
นั่นหมายความว่าเธอต้องเอาตัวเองเข้าไปเป็นเหยื่อล่อให้ผู้ปองร้ายนั้นเปิดเผยตัว

แต่แทบจะทันทีที่เธอปรากฏตัวต่อหน้านรสิงห์ ในคราบของอากิระ พี่ชายของเธอ
เธอก็พลาดท่าเสียทีให้เขาจับได้เสียแล้ว...
นั่นทำให้แทนที่เธอจะสงสัยว่าเขาเป็นหนึ่งในผู้ที่คิดร้ายต่ออากิระ
มันกลับกลายเป็นว่า...เธอต้องมาจับจ้องใหม่ว่า...
แท้จริงแล้วความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่เป็นฉันใดกันแน่...?






ถือว่าสนุกพอสมควรแหละค่ะ อ่านได้เพลิน ๆ ไม่ถึงขั้นตื่นเต้นเร้าใจวางไม่ลง อะไรขนาดนั้น
แต่ก็มีเงื่อนมีปม มีประเด็นให้อยากรู้ อยากติดตามอยู่เรื่อย ๆ ...
โดยเฉพาะปมหลักของเรื่องคือใครคือคนร้ายตัวจริงที่ลอบทำร้ายอากิระ...
ซึ่งมาลิกามีหน้าที่ต้องล่อให้ศตรูในเงามืดต้องเผยตัว ตามการเดินเกมของโทดะ ยามากูชิ
ปู่แท้ ๆ ของเธอเองที่เลือดเย็นพอที่จะให้หลานสาวต้องเผชิญอันตรายที่อาจจะร้ายแรงถึงแก่ชีวิตได้
เพียงเพื่อจะรักษาธุรกิจของวงศ์ตระกูลและชีวิตของหลานชาย
ตอนท้ายยังมีจุดหักมุมที่คาดไม่ถึงอีกต่างหาก...
ซึ่งส่วนตัวคิดว่า ปมที่ซ้อนซ่อนอยู่ตอนท้ายนี่ต่างหากที่เป็นปมเด่นของเรื่อง

ในส่วนของสำนวนภาษาและการเล่าเรื่องก็โอเคในระดับหนึ่งค่ะ
อ่านได้ลื่นไหลไม่มีสะดุด
พล็อตค่อนข้างใหญ่และซับซ้อนดีหรอก
แต่อาจจะเป็นเพราะตัวละครค่อนข้างเยอะ...
มีกลุ่มอิทธิพลกลุ่มนั้นกลุ่มนี้สามถึงสี่สายตระกูลที่เกี่ยวข้องกัน
ทำให้การเฉลี่ยบทบาทตัวละครยังทำได้ไม่ค่อยจะทั่วถึงพอ
บางคนโผล่มานิด ๆ เหมือนจะมีบทบาทอยู่ แต่แล้วก็เฟดหายไปจากหน้าหนังสือเสียเฉย ๆ

เรื่องราวที่ควรจะเข้มข้นก็อาจจะดูจืดไปหน่อยในบางช่วง

จุดที่ชอบในเรื่องนี้คือพระเอกค่ะ พระเอกฉลาด และสุขุมดีอะ
แม้นางเอกจะดูง๊องแง๊ง ๆ เจ้าอารมณ์อยู่สักหน่อย
แต่เวลาพวกเขาอยู่ด้วยกันมันกลับดูลงตัว ดูเข้าขากันดี
มีมุมกุ๊กกิ๊ก ๆ ชวนฟินอยู่บ้างไม่มากไม่น้อย...

แต่คู่ที่กุ๊กกิ๊กกว่า ชวนจิ้นกว่ากลับตกไปเป็นของคู่รองอย่างน้องสาวต่างแม่ของมาลิกากับบอดี้การ์ดหนุ่มอย่างปัตถ์

อ่านจบแล้วคิดว่านิยายแนว ๆ นี้ น่าทำเป็นละครทีวีนะ มันมีอะไรที่น่านำเสนอเยอะดี
แก่นของเรื่องเขาจริง ๆ แล้วไม่ใช่แค่เรื่องเชือดเฉือนฟาดฟันกันระหว่างกลุ่มมาเฟียหลาย ๆ กลุ่มหรอก
แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นก็คือปมเหยียดเพศที่ซ้อนอยู่ในเรื่องนั้นต่างหาก

แต่อาจจะยากสักหน่อยในการแคสตัวละคร เพราะในเรื่องนี้นางเอกต้องปลอมตัวเป็นผู้ชาย
แถมมีตัวละครแฝดสามชายอยู่ในเรื่องอีกด้วย...

สรุปว่า...เป็นการลองของใหม่ที่ไม่ผิดหวังค่ะ
นิยายจากนักเขียนนามใหม่ที่ไม่คุ้นเคย
อ่านแล้วก็ชอบในระดับหนึ่ง จึงหยิบมาบอกต่อ ชวนอ่านกันวันนี้ค่ะ









 

Create Date : 27 มีนาคม 2558    
Last Update : 27 มีนาคม 2558 15:55:09 น.
Counter : 1970 Pageviews.  

~ อกเกือบหักแอบรักคุณสามี...My Husband in Law/คอเมดี้สุดฮา โดย "นาวาร้อยกวี" ~





อกเกือบหักแอบรักคุณสามี/My Husband in Law
ผู้เขียน : นาวาร้อยกวี
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ
๕๑๘ หน้า ราคา ๓๖๕ บาท


โปรยปกหลัง :



สักวาสามีที่น่ารัก......................เงยหน้าทักภรรยาบ้างได้ไหม
ยังขึ้งโกรธโทษชะตาหรือว่าไร.....ถึงยังไงเราก็ได้แต่งงานกัน
อย่าเสียอกเสียใจไปเลยเล่า........นั่นเพราะเราเป็นเนื้อคู่ตุนาหงัน
เด็ดดอกไม้ร่วมต้นแต่ปางบรรพ์....บนสวรรค์ท่านจึงให้ I love you
(ภรรยาผู้โชคดี)

สักวาด่าแล้วไม่ซึมซับ................ด่าจนยับแล้วก็ยังไม่เข้าหู
สีซอให้ควายฟังมันยังรู้...............นี่เข้าหูแล้วเลยผ่านปานสายลม
บอกไปแล้วรอบที่ร้อยใช่หรือไม่....ว่าไม่เคยคิดอะไรไม่เหมาะสม
ถ้ากล้าจีบก็เข้ามาจะด่าจม...........หมดอารมณ์จะคุยต่อขอลาตาย
(สามีผู้โชคร้าย)

'เธียรวัฒน์' สถาปนิกรักสันโดษที่สถานการณ์บังคับให้เขาต้องแต่งงานกับ ‘ยายเมย'
น้องสาวนอกไส้ สุดกะโหลกกะลา ที่เอาแต่เฮฮาเริงร่าไปวันๆ

แต่คนที่เขาจะเลือกมาเป็นภรรยานั้นจะต้องงามพร้อมทั้งกายและใจ
ยิ่งมารู้ทีหลังว่ายายเมยแอบชอบเขาอยู่ด้วย นั่นยิ่งทำให้ต้องรีบหย่า
เขาวางแผนไว้โดยที่ไม่มีวันรู้เลยว่า...

‘นี่จะเป็นการแต่งงานเพียงครั้งเดียวและครั้งสุดท้ายในชีวิต’






เรื่องย่อ ๆ (เพิ่มเติมจากข้างบนอีกนิด ๆ )

นทีริน หรือยายเมย จับพลัดจับผลูเข้ามาเป็นลูกสาวคนเล็กของคุณนายศจี
มารดาของสองหนุ่มหล่ออย่างปริวัตถุ์กับเธียรวัฒน์
เพราะเป็นลูกสาวของเพื่อนรักที่คุณนายศจีถูกตาต้องใจอยากจะได้มาเป็นลูกสะใภ้นักหนา

เมื่อเธียรวัฒน์มีเหตุไปกิ๊กกั๊กกับเมียของผู้มีอิทธิพลคนหนึ่ง แล้วผู้หญิงเกิดติดอกติดใจ
ถึงขั้นจะหย่าขาดจากสามีมาจริงจังกับเขาเข้า
เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เธียรวัฒน์จึงถูกจับคลุมถุงชน
แต่งงานกับยายเมย น้องสาวที่เขาไม่เคยคิดจะรักเลยมาแต่ต้น...
ติดจะหมั่นเขี้ยวแกมรำคาญความโก๊ะกังของเจ้าหล่อนด้วยซ้ำ

หลังจากแต่งงานแล้ว ทั้งคู่ก็ให้บังเอิญต้องมาทำงานร่วมกัน ในฐานะกึ่ง ๆ หัวหน้างานกับลูกน้อง
ทำให้เธียรวัฒน์ค่อย ๆ มองเห็นนทีรินในแง่มุมที่แตกต่างจากเดิม...

จากที่เคยคิดว่ายายเมยก็แค่ลูกไก่ในกำมือ เขาจะบีบก็ตาย เขาคลายจึงจะรอด
ทำไปทำมา ไหงมันกลับกลายเป็นว่า ตัวเขาต่างหากที่ต้องกลายมาเป็นลูกไล่ให้ยายเมยต้องตามป่วนกวนใจ
แถมยังมีท่าทีว่าถือไพ่เหนือกว่าเขาอยู่ตลอดเวลาเสียอีกแน่ะ...

หนำซ้ำ เมื่อเหลียวมองรอบตัว ยิ่งเห็นได้ชัดว่ามีแต่คนชูป้ายไฟเชียร์ยายเมยเสียทั้งนั้น
อย่างนี้แล้ว เขาจะยังมีทางเลือกอื่นอีกเรอะ...






หลังอ่าน...
จริง ๆ แล้วหนังสือเล่มนี้อ่านจบไปหลายวันแล้ว
ยอมรับว่าที่หยิบมาอ่านในตอนแรกนั่นเป็นการอ่านตามกระแส...
ที่ดูเหมือนว่าจะแรงเอาการอยู่
เช่นนั้น...แน่นอนล่ะว่าต้องมีความคาดหวังเจือปนอยู่ด้วย อย่างน้อยก็...ประมาณหนึ่ง

เรื่องนี้เป็นประหนึ่งภาคต่อของ "จนกว่ารักบันดาลใจ" ที่เคยอ่านไปเมื่อปีก่อนนู้น
(ซึ่งก็ชื่นชอบในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ถึงกับติดตราตรึงใจอะไรมากมาย)
...มีเรื่องราวเกี่ยวเนื่องกันเฉพาะความสัมพันธ์ของตัวละคร

เรื่องแรกนั้นเป็นเรื่องราวของคู่พี่ชาย ส่วนเรื่องนี้เป็นเรื่องของคู่น้อง
สามารถอ่านแยกเล่มใดเล่มหนึ่งได้
หรือถ้าจะอ่านทั้งสองเล่ม จะอ่านเล่มใดก่อน-หลังก็ได้ทั้งนั้นค่ะ

ก็อย่างที่บอกตอนแรกว่า...อ่านตามกระแสที่ปนด้วยความคาดหวัง...
ความรู้สึกหลังอ่านจึงมีอาการเงิบเล็ก ๆ

ไม่ใช่นิยายเค้าไม่สนุก...สนุกค่ะ สนุกมากกกก...ฮามากกกก
พล็อตง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน ออกแนวคุ้นเคยเสียด้วยซ้ำ
กับพล็อตแต่งงานกำมะลอ มุกคลุมถุงชนอะไรพวกเนี๊ยะ

สำนวนภาษาคนเขียนลื่นไหล โอเคมาก
โดยเฉพาะมุกโต้ตอบกันระหว่างพระ-นางด้วยบทกวี...กลอนมั่ง โคลงมั่ง
ส่วนตัวชอบมากด้วยค่ะ เพราะปกติชอบอ่านอะไรที่มีบทกวีแทรกอยู่อย่างนี้อยู่แล้ว
และบทกลอนในเรื่องนี้คนเขียนเค้าก็...ช่างรังสรรค์ออกมาได้พราวแพรวเชียว
(ซึ่งถือได้ว่าเป็นมุกเด็ด เป็นจุดขายของนิยายเรื่องนี้เลยทีเดียว- -
ดูตัวอย่างได้จากโปรยปกหลังนั่นเลยค่ะ)

แต่...มันดูเหมือนคนเขียนจะเน้นสนุก เน้นฮามากเกินไปหรือเปล่า
นิยายจึงออกจะขาดความสมจริงและความน่าจะเป็นไปได้ ในหลายจุดหลายมุม

มันเห็นได้ถึงความพยายามที่จะเน้นเรื่องของการสลับบทบาทระหว่างชาย-หญิงมากไปหน่อย
โดยการให้ฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายรุกไล่ ตามจีบฝ่ายชายอย่างเปิดเผย...
ให้ฝ่ายชายเป็นประหนึ่งผู้ที่อ่อนแอกว่าจนฝ่ายหญิงต้องเข้าปกป้องภยันตราย...

*Spoiled! (ถึงขั้นให้นางเอกเสี่ยงชีวิตเข้าช่วยพระเอก...แบบเหลือเชื่อเหนือจริงสุด ๆ )

หรือการเล่นมุกให้ผู้ชายกลายเป็นวัตถุทางเพศให้ผู้หญิงลวนลามหรือยื้อแย่งกัน
ฯลฯ

คือถ้ามีนิด ๆ หน่อย ๆ ก็พอรับได้นะคะ...
ตั้งแต่ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปอย่างนี้ นิยายที่ให้ฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายจีบผู้ชายก่อนก็มีให้เกลื่อนแผงไปหมด
ก็ไม่ได้รู้สึกว่าเสียหายแต่ประการใด อยู่ที่บริบทของเรื่องราว
ว่าผู้เขียนจะทำให้สมเหตุสมผลมากน้อยเพียงใด

แต่ในเรื่องนี้ ดูเหมือนว่าผู้เขียนจะเน้นจุดนี้ "เยอะ" ไปหน่อย จนกลายเป็นฝืนธรรมชาติ
หลายมุกเข้าก็ฝืดจนเฝือ...และเฝื่อน อ่านแล้วมันไม่อิน ไม่ฟินอะไรทั้งนั้น แหะ ๆ
(ต้องขอย้ำว่า นี่เป็นความรู้สึกส่วนตัวล้วน ๆ ค่า )

จุดที่ชื่นชอบสุด ๆ ในเรื่องนี้ก็น่าจะเป็นเรื่องของบรรยากาศในการทำงาน
สาระข้อมูลว่าด้วยสายงานของพระเอกนางเอกนี่แน่นเปรี๊ยะ
ตัวละครทุกตัวเค้าทำงานกันเอาจริงเอาจัง...
อ่านแล้วนึกภาพตามได้เป็นฉาก ๆ
ชอบค่ะชอบ





สุดท้าย...
นิยายเล่มหนา ๆ แถมเนื้อหาเน้นฮาเป็นส่วนใหญ่
นั่นจึงอาจจะเป็นจุดอ่อนที่ทำให้ฝ่ายพิสูจน์อักษรทำงานผิดพลาดนะคะ
หนังสือเล่มนี้คำผิดเยอะมาก น่าจะมากที่สุดเท่าที่เคยอ่านงานของสนพ.นี้มา
ตอนที่อ่านรอบแรก ก็ต้องใช้กระดาษจดโน้ตแนบไว้กับหนังสือ เจอคำผิดก็ติ๊กไว้ ๆ
พออ่านจบ พบว่าคำผิดเต็มหน้ากระดาษแผ่นนั้นเลยทีเดียว
ก็กะว่าจะหยิบมาบันทึกลงบล็อกไว้ด้วย (เผื่อหนังสือเค้าขายดี มีการพิมพ์ครั้งที่สองที่สาม...จะได้แก้ไข)
แต่ทีนี้...หนังสือมันถูกเปลี่ยนมือคนอ่านหลายคน กว่าจะวนกลับมาหาเจ้าของอีกครั้ง
กระดาษโน้ตแผ่ั้นนั้นก็อันตรธานไปแล้วเรียบร้อย

จึงต้องหยิบมาอ่านอีกรอบก่อนอัพบล็อกนี้
แต่ต้องยอมรับว่า นิยายแนว ๆ นี้ไม่ใช่นิยายแบบดูดดื่มซึมลึก
ที่เราจะสามารถละเลียดอ่านรอบสองรอบสามแล้วยังรู้สึกสนุกได้
จึงอ่านทวนได้ไม่ถึงครึ่งเล่ม แล้วก็ได้คำผิดมาฝากผู้เขียนและสนพ.เพียงคร่าว ๆ

อ้อ...คำผิดนี่ไม่ได้หมายรวมถึงคำผิดโดยเจตนาอย่างมุก ขอบคุณ-ชอบคุณ
หรือ ผ่านมา - ผ่านม อะไรนั่นหรอกนะคะ
อันนั้นอ่านแล้วยังนึกขำแกมชื่นชมคนเขียนด้วยว่าเข้าใจเล่นแฮะ


เริ่มตั้งแต่หน้าคำนำสำนักพิมพ์เป็นต้นไป...

คำว่า...เอ็นดูแกมหมั่นไส้ - - ตกไม้เอกตรงคำว่า "หมั่นไส้" ค่ะ

ในเรื่องนี้เป็นเรื่องราวของคนในแวดวงสถาปนิกและวิศวกร
ก็เลยจะมีวิศวกรขวักไขว่เต็มไปหมด
เท่าที่พบ คำว่า"วิศวกร"มีพิมพ์ผิด (ตกว.แหวนมั่ง ร.เรือมั่ง...) ประมาณ 5-6 จุดแน่ะค่ะ

คำว่าน่ารักน่าชัง น่ารักน่าเอ็นดู ในหนังสือพิมพ์เป็น น่ารักหน้าชัง น่ารักหน้าเอ็นดู ประมาณสามจุด
คำว่าระมัดระวัง พิมพ์เป็น ระวัดระวัง
คำว่าโชคลาง พิมพ์เป็น โชคราง(ไม่ใช่เครื่องรางนะเออ)
วิปัสสนา - วิปัสนา
โปรแกรม - โปรมแกรม
สวีท - สวี
เหนื่อย - หนื่อย
ได้รับคำตอบ - ได้รับการคำตอบ
ฯลฯ

(ไม่ได้ระบุหน้าที่พิมพ์ผิด ให้แผนกพิสูจน์อักษรของสำนักพิมพ์ได้ทำงานมั่งนะคะ)


และยังมีจุดที่อ่านแล้วสะดุด ๆ (คาดว่าน่าจะเกิดจากความผิดพลาดในการปรู้ฟ)
เช่นในหน้า 123 นางเอกกำลังอ่านนิยายไป แอบเหล่พระเอกไป...

...จากนั้นก็เปิดหนังสือย้อนกลับอ่านตอนที่ชอบใหม่รอบ...

น่าจะเป็น...

จากนั้นก็เปิดหนังสือย้อนกลับไปอ่านตอนที่ชอบใหม่อีกรอบ...
หรือเปล่า

เนี่ยค่ะ จะมีจุดพลาดแบบนี้เต็มไปหมด เหมือนจะเป็นอะไรเล็ก ๆ น้อยๆ
แต่ก็ทำให้คนอ่านสะดุดได้
แล้วก็พลอยนึกเสียดายแทนนักเขียนน่ะค่ะ
ว่าฝ่ายผลิตน่าจะเอาใจใส่ในรายละเอียดได้มากกว่านี้

ติเพื่อก่อนะคะ หวังว่าในการพิมพ์ครั้งต่อ ๆ ไป จุดผิดพลาดเหล่านี้จะได้รับการแก้ไข
ถึงยังไงก็จะยังคงติดตามนักเขียนนาม "นาวาร้อยกวี" อยู่เรื่อย ๆ ค่ะเพราะติดใจในฝีมือซะแล้ว









 

Create Date : 20 มีนาคม 2558    
Last Update : 20 มีนาคม 2558 16:25:19 น.
Counter : 15430 Pageviews.  

~ เก็บรัก...Hopelessly in Love : แล้วความรักจะเยียวยาหัวใจทุกดวง โดย"มาภา" ~






Hopelessly in Love...เก็บรัก
ผู้เขียน : มาภา
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ(พิมพ์ครั้งแรก ต.ค. ๒๕๕๗)
๕๘๓ หน้า ราคา ๓๖๕ บาท


โปรยปกหลัง :


หนึ่งชีวิตของคนอาจผ่านความรักมาไม่รู้กี่ครั้ง
แต่ความรักครั้งใดกัน ที่จะได้อยู่กับเรา
ตราบจนนาทีสุดท้ายของลมหายใจ


รพี มัทนภิรมย์ วิศวกรหนุ่มผู้มีชีวิตเรียบง่าย มั่นคง
เพิ่งจะขอ ดุจฤทัย แต่งงานหลังจากคบกันมาสิบสามปี
แต่แล้วโชคชะตากลับมาพลิกผัน เมื่อผู้หญิงคนหนึ่งก้าวเข้ามา
ในค่ำคืนแห่งความฝัน อันลึกซึ้ง รพีไม่รู้ว่าเธอคือใคร
รู้เพียงศรัทธาที่เขาเคยมีต่อหัวใจกำลังสั่นคลอน

ขวัญชนก หญิงสาวผู้เคยเป็นอิสระ มองโลกในแง่ดี
ก่อนที่ใครคนหนึ่งจะเปลี่ยนวิถีของเธออย่างไม่อาจย้อนคืน
เขาทำให้เธอได้รู้จักกับความรัก ได้สัมผัสความอ่อนโยน
และได้รู้ซึ้งถึงการเสียสละ เมื่อวันที่เธอ...ไม่ได้มี หัวใจ แค่เพียงหนึ่งดวง

แล้วเธอจะรักษา หัวใจอีกดวงนี้ ไว้ได้หรือไม่
หรือเธอจะทำให้ความรักของใครต้องจบลง

เก็บรัก คือหนึ่งคำตอบสำหรับทุกหัวใจที่เคยต้องเลือก
ระหว่างเหตุผลกับความรัก หรือเคยต้องอ้างว้างอยู่บนเส้นขนาน
ที่ไม่มีวันมาบรรจบกัน แต่ไม่ว่าปลายทางจะเป็นเช่นไร
ความรักจะดูแลทุกหัวใจที่สัมผัสถึงความอบอุ่นเมื่อครั้งวันวาน






หลังอ่าน...
อิ่มค่ะ...บอกได้คำเดียวว่า 'อิ่ม'จริง ๆ สำหรับนิยายแนวที่ชอบ ที่ใช่สำหรับตัวเองเรื่องนี้
กับความหนาเกือบ ๆ 600 หน้า แต่หนังสือเล่มนี้ก็สามารถดึงดูดให้เราจ่อมจมอยู่กับมันได้
จนกาลเวลาล่วงเลยผ่านไปโดยแทบไม่รู้ตัว ด้วยไม่อยากพลาดแม้เพียงตัวอักษรเดียว
ทั้ง ๆ ที่...จะว่าไปก็เป็นนิยายรักธรรมดา ๆ เหมือนกับนิยายรักอีกร้อยแปดพันเก้าเรื่องที่เคยอ่านผ่านมาในอดีต

เป็นเรื่องเล่าของความรักที่ซ้อนซ่อนอยู่ภายใต้ความสัมพันธ์อันวูบไหว ทว่าลึกซึ้ง...
เป็นความรักที่ต้องถูกกดเก็บไว้ด้วยคำว่า สามัญสำนึก...หน้าที่ และความรับผิดชอบ

หากอ่านจากโปรยปก คนอ่านอาจจะคาดหวังเรื่องรักดราม่าน้ำตาริน
หรือไม่ก็สะท้อนสะเทือนซางอย่างเจ็บปวด แถมด้วยปมอิจฉาริษยา ชิงรักหักสวาทอะไรไปโน่น...

ตอนแรก ๆ ส่วนตัวก็คิดว่าน่าจะเป็นเช่นนั้น...อุตส่าห์เงื้อง่ารอตบยุงที่อาจจะบินมาหึ่ง ๆ ข้างหูแล้วเชียว
(แต่ที่เลือกหยิบมาอ่านก็เพราะยังติดใจในฝีไม้ลายมือของนักเขียนใหม่นามนี้
จากนิยายเล่มก่อนของเธอ..."หนาวหวาน" ที่อ่านแล้วอบอุ่นละมุนอารมณ์ดีเหลือเกิน)

ด้วยนิยายเปิดตัวมาด้วยฉากการขอแต่งงานของพระเอก...
กับคนรักของเขา...ดุจฤทัยสถาปนิกสาวช่างฝัน ที่รักกันมั่นคงมาเนิ่นนานกว่าสิบปี
ผู้เขียนเล่าเรื่องด้วยโทนเสียงที่เรียบเรื่อย
ทว่าตอกย้ำให้ผู้อ่านได้มองเห็นภาพความสัมพันธ์อันหยั่งรากลึก
ที่ไม่น่าจะมีสิ่งใดมาโยกไหวสั่นคลอนได้ของคู่รักทั้งสอง

แต่จากเรื่องย่อที่ปกหลังระบุชัดว่าดุจฤทัยไม่ใช่นางเอก...
แม้เธอจะแสนดี แสนเก่งและรักพระเอกมากมาย (และพระเอกก็รักเธอมากเช่นกัน)...
แต่เธอก็ไม่ใช่นางเอก

แล้วนางเอกของเราจะเข้าไปแทรกกลางระหว่างเขาสองคนได้ตอนไหน อย่างไร...?
คนที่โผล่เข้ามาเป็นมือที่สาม ทำให้ความสัมพันธ์อันมั่นคงของคู่รักคู่หนึ่ง
ต้องสิ้นสุดลงยังจะคู่ควรเป็นนางเอกอยู่หรือ...?

ประเด็นนี้อ่อนไหวค่ะ ถ้าผู้เขียนมือไม่ถึงอาจต้องมีอันต้องตกม้าตายได้ง่าย ๆ
แต่ผู้เขียนเรื่องนี้เธอเอาอยู่ค่ะ...
เรียกได้ว่าเก่งเลยทีเดียวที่สามารถทำให้เราเข้าอกเข้าใจ เห็นใจในทางที่ต้องเลือก
และการตัดสินใจของตัวละครทุกตัว...





ไม่ว่าจะเป็น...

รพี ชายหนุ่มแสนดีที่แม้จะได้ชื่อว่าเป็นลูกคนกลาง
แต่ไม่ยักกะมีปมเวนสฺเดย์ไชล์ดอย่างคนอื่น รักพี่รักน้อง รักครอบครัว
อดทนเสียสละกระทั่งยอมเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของตนเองเพื่อผู้อื่น

กับคนรักเขาก็เป็นสุภาพบุรุษที่แสนจะอบอุ่น อ่อนโยน เอาอกเอาใจ ตามใจเสียทุกอย่าง
ทั้งยังทะนุถนอม ให้เกียรติเธอเสมอต้นเสมอปลาย ไม่ชิงสุกก่อนห่าม ไม่ฉวยโอกาส...
เช่นนี้แล้ว เขาคงต้องเจ็บปวดมากมายหากท้ายที่สุดแล้ว
เขาจะต้องเป็นผู้สะบั้นสายใยความผูกพันนั้นด้วยมือของเขาเอง...
เมื่อพบว่าผู้หญิงที่เขาเผลอไผลไปมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งในค่ำคืนหนึ่ง
ในสภาวะกึ่งจริงกึ่งฝันนั้น เป็นเพียงผู้บริสุทธิ์คนหนึ่ง หาใช่คนรักดังที่เขาเข้าใจขณะอยู่ในภวังค์

จิตใต้สำนึกและความรู้สึกผิด...
รวมทั้งความรู้สึกวูบไหวในอกเมื่อย้อนรำลึกถึงความสัมพันธ์ครั้งนั้นทำให้เขาต้องเลือก...

..........

ขวัญชนก...หญิงสาวผู้เติบโตขึ้นมาภายใต้การเลี้ยงดูอย่างรักถนอมของพ่อเลี้ยงเดี่ยว
ผู้เป็นศิลปินอิสระที่เข้าใจโลกและชีวิตมากพอที่จะกล่อมเกลาให้เธอเป็นหญิงสาวที่รักอิสระ
เข้มแข็งมั่นคง และมองโลกในแง่ดี
แม้เมื่อต้องเผชิญปัญหาที่นับว่าร้ายแรงสุด ๆ ของลูกผู้หญิงคนหนึ่ง เธอก็หาทางออกอย่างมีสติ
ไม่กลัวจนลนลาน ไม่โวยวายเรียกร้องหาความรับผิดชอบจากใคร...
แม้ในใจลึก ๆ จะแอบ"เก็บรัก"เขาไว้อย่างมิดเม้นก็ตามที
ในเมื่อเขามีเจ้าของที่ครองรักกันมาเนิ่นนาน
ต่อให้รักแสนรักเธอก็ไม่อาจทำตัวเป็นมือที่สามของใครโดยเด็ดขาด

............

ดุจฤทัย...หญิงสาวที่น่าเห็นใจที่สุดในเรื่อง เธอมีคนรักเป็นชายหนุ่มที่แสนดี
เธอกับเขากำลังวางแผนจะสร้างครอบครัวร่วมกัน หลังจากคบหากันมานานถึงสิบสามปี
ความฝันอันแสนหวานนั้นกำลังอยู่แค่เอื้อมแท้ ๆ ...
แต่จู่ ๆ ผู้ชายของเธอก็เดินเข้ามาบอกเธอว่าเขาไม่สามารถแต่งงานกับเธอได้แล้ว
เพราะเขาต้องรับผิดชอบผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่เขาพลั้งเผลอไปมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งด้วย...
สำหรับเธอ มันยิ่งกว่าฟ้าผ่ากลางวันแสก ๆ โดยไร้เมฆฝน
และยิ่งกว่าแผ่นดินไหวสะเทือนที่ทำให้เรือนหอในฝันของเธอพังทลายลงในพริบตา






โอ้ววว...พล็อตยากนะคะนั่น
แต่ก็อย่างที่บอก คนเขียนเธอสามารถค่ะ

เธอสร้างสรรค์ตัวละครได้อย่างมีที่มาที่ไป สมเหตุสมผล
ตัวละครแม้จะเยอะ แต่ทุกตัวก็มีความสัมพันธ์โยงใยกัน
มีบทบาทที่จำเป็นต่อการดำเนินเรื่องมากน้อยเฉลี่ย ๆ กันไป

ส่วนตัวชอบที่สุดก็มีอยู่สองคนค่ะ

คนแรก เพื่อนชายใจหญิง(งาม)อย่างปฏิพัทธ์ หรือแพตตี้ เพื่อนรักเพื่อนซี้ของขวัญชนก
ผู้รับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับเพื่อนสาวมาตั้งแต่ต้น
เขาร่วมทุกข์ร่วมปลุกปลอบให้กำลังใจในยามที่เธอพลาดพลั้ง
ช่วยเก็บงำความลับและเคารพการตัดสินใจของเพื่อนโดยไม่ชี้นำ ไม่ล้ำเส้น...
ชอบค่ะ ในชีวิตหนึ่งมีเพื่อนดี ๆ แบบนี้แค่คนเดียวก็เกินพอ

ตัวละครสำคัญอีกตัวที่ชื่นชอบก็คือศิลปินหนุ่มใหญ่ พ่อต้อม-คะนึงของนางเอกค่ะ
คุณพ่อช่างเป็นพ่อในฝันของใครต่อใครหลายคนเลยนะคะเนี่ย...

เมื่อลูกสาวที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจเดินมาบอกว่า...เธอท้อง !

ปฏิกิริยาของคนเป็นพ่อคือ...

มีเพียงรอยยิ้มที่แย้มออกมาอย่างอ่อนจาง...
"อืม...ตั้งใจมีหรือว่าพลาด"


และเมื่อเขาได้รับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นและการตัดสินใจของลูกสาว...

"พ่อไม่ว่าขวัญใช่ไหมที่ขวัญตัดสินใจแบบนี้ พ่อโกรธขวัญรึเปล่า"

"ขวัญชนก" ผู้เป็นพ่อเอ่ยเสียงขรึม "ชื่อของขวัญเป็นคำตอบของทุกคำถามแล้วนะ"
.........





การผูกปมของเรื่องเธอก็ทำได้อย่างแนบเนียน ละเอียดลออ ถี่ถ้วน
และทีสำคัญ...อย่างระมัดระวัง...
โดยเฉพาะปมความสัมพันธ์อันผิดพลาดอันเป็นต้นเหตุแห่งความพลิกผันทั้งหมด
เธอสามารถทำให้คนอ่านอ่านแล้วเชื่อได้ อินได้ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันมีความเป็นไปได้
และไม่อาจโทษใครได้เลย ไม่ว่าจะเป็นรพีหรือขวัญชนก...
(ฉากนี้ต้องอ่านเองค่ะ สปอยล์ไม่ได้เลย!)


เสน่ห์ของนิยายเรื่องนี้ ส่วนตัวคิดว่าอยู่ที่เรื่องราวความรัก...
ความสัมพันธ์และทัศนคติในการมองโลกมองชีวิตของตัวละครทุกตัวในเรื่องค่ะ
ไม่ว่าจะเป็นความรักที่สั่งสมเนิ่นนานจนกลายเป็นความผูกพัน ความปรารถนาดีต่อกัน
ระหว่างอดีตคู่รักอย่างพ่อและแม่(หรือกระทั่งอย่างรพีกับดุจฤทัย)
ความรักที่ค่อย ๆ ก่อเกิด ค่อย ๆ เรียนรู้ปรับตัวเข้าหากันและกันระหว่างรพีกับขวัญชนก
ความรักของคนในครอบครัว...
ความรักของคู่รักเพศเดียวกัน ความรักระหว่างเพื่อน ฯลฯ
ผู้เขียนเธอช่างร้อยเรียง เล่าเรื่องราวได้ลื่นไหล ด้วยสำนวนภาษาที่ละเมียดละไม
อ่านแล้วให้ความรู้สึกอุ่นอวลในอารมณ์

ขออนุญาตโควตถ้อยคำของพ่อที่พูดถึงแม่ให้ขวัญชนกฟัง...

'ดวงจันทร์มันงดงามอยู่บนฟ้า ไม่ใช่ในถังน้ำผุๆ พังๆ
พ่อทำใจให้มีความสุขไม่ได้ ถ้าต้องเป็นต้นเหตุของการเปลี่ยนแปลงในชีวิตแม่
พ่อเคยมองพระจันทร์ดวงเดิมที่มุมไหน ก็จะขอมองมันอย่างนั้นเรื่อยไป
แค่ได้เป็นคนครอบครองหัวใจของแม่ทั้งดวง เหมือนที่แม่ได้ไปจากพ่อทั้งดวง...ก็พอแล้ว
เรามีความสุขแบบนี้มากกว่า มันไม่ใช่เพราะ'เรากลับมาอยู่ด้วยกันไม่ได้'
แต่เรา'ไม่ได้อยากกลับมาอยู่ด้วยกัน' เราคุยกันแล้ว'


ความรักของพ่อช่างงดงาม...
.
.
.

ประเดี๋ยวจะมีคนหาว่าอวยเว่อร์...
ขอแถมท้ายด้วยข้อติงนิด ๆ ละกันค่ะ

ถึงแม้จะบอกว่าผู้เขียนใช้สำนวนภาษาที่ลื่นไหล ละเมียดละไม แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีจุดสะดุดเอาเสียเลย
นิยายเล่มหนาขนาดนี้ อ่าน ๆ ไปมันก็ต้องมีบ้างแหละค่ะ
นั่นก็คือเการเลือกใช้สรรพนามเรียกตัวละคร
กับคำว่า ร่างเล็ก ร่างบาง อะไรพวกนี้ส่วนตัวทำใจแล้วค่ะว่าต้องเจอบ่อย ๆ
แต่ในเรื่องนี้ คำที่เจอบ่อยมาก บ่อยจนเกินควรก็คือคำว่า"ว่าที่คุณแม่ - ว่าที่คุณพ่อ"
มันเยอะมากอะ

กับอีกจุดหนึ่ง...คือมุก"บังเอิญ"แบบละครหลังข่าวก็มีให้เห็นอยู่ประปราย
เช่นตอนที่พระเอกเก็บภาพอัลตร้าซาวนด์ของนางเอกได้...
ฉากการคุยกันของพี่น้องและนางเอกมาได้ยินเข้า...
ข้อความใน sms ที่ดุจฤทัยส่งถึงพระเอก...
บลา...บลา...บลา...

ก็เป็นเพียงจุดสะดุดเพียงเล็กน้อยที่อาจจะถูกกลบเกลื่อนลบเลือนไปได้
ด้วยความดีงามส่วนใหญ่ของนิยายเล่มนี้
ที่อ่านจบแล้วอิ่มเอมในอารมณ์จนต้องรีบมาเขียนบล็อก
ชวนและเชียร์ให้อ่านกันวันนี้ค่า...


แล้วความรักจะเยียวยาหัวใจทุกดวง













 

Create Date : 10 กุมภาพันธ์ 2558    
Last Update : 10 กุมภาพันธ์ 2558 14:29:07 น.
Counter : 3687 Pageviews.  

~ตราบสิ้นอสงไขย : สายสัมพันธ์ยาวนานข้ามชาติภพ โดย "น้ำฟ้า" ~






ตราบสิ้นอสงไขย
ผู้เขียน : น้ำฟ้า
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ (ครั้งแรก ต.ค. ๒๕๕๗)
๔๓๕ หน้า ราคา ๓๔๕ บาท


โปรยปกหลัง (เรื่องย่อ) :


"เอื้องลดา" นางเอกสาวสวยเดินทางไปถ่ายทำละครยังจังหวัดเชียงใหม่
แต่กลับเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อพลังลึกลับนำพาดวงจิตของเธอ
ให้ย้อนกลับไปยังปีพ.ศ.๒๐๑๕
อันเป็นรัชสมัยของพระเจ้าติโลกราช มหาราชแห่งล้านนา

ณ ที่แห่งนั้นเธอได้พบกับ "เจ้าศรีหิรัญ" ชายหนุ่มรูปงาม
ซึ่งทำให้เธอนึกถึง "นทีดล" เจ้าของรีสอร์ตที่เธอพำนัก ณ เชียงใหม่

ในขณะที่เอื้องลดาเฝ้าตามหาเหตุผลที่ทำให้เธอต้องหลุดมาอยู่ในอดีตกาลแต่เพียงลำพัง
เจ้าศรีหิรัญผู้ซึ่งเฝ้ารอเธอมานานหลายร้อยปีก็ยังคอยปกป้อง และอยู่เคียงข้างเธอไม่ห่าง
ทำให้หัวใจของเธอมาหยุดอยู่ที่เขาผู้เป็นรักแรกและรักเดียวตลอดกาล
แม้เนิ่นนานนับอสงไขย...ก็ไม่มีวันลืมเลือน






เรื่องราวโดยย่อก็ประมาณคำโปรยปกด้านบนนั่นเลยค่ะ
เพิ่มเติมอีกนิด ๆ ละกัน...

ก่อนที่เอื้องลดาจะเดินทางไปถ่ายละครที่เชียงใหม่
เธอก็ได้รับแหวนนากวงหนึ่งจากคุณปู่สุนทรที่เธอให้ความเคารพนับถือเสมอญาติผู้ใหญ่
คุณปู่ย้ำกับเธอว่าให้ใส่ติดตัวไว้ตลอดเวลา เพราะแหวนจะช่วยปกป้องเธอจากเภทภัยต่าง ๆ

ที่เชียงใหม่เธอได้พักที่พิงครัตน์รีสอร์ตที่มี 'นทีดล' ชายหนุ่มรูปงามเป็นเจ้าของ
ทันทีที่ได้พบหน้าและสบสายตา ทั้งคู่ก็รู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด...

วันหนึ่ง หลังการถ่ายทำ เอื้องลดาถูกทำร้ายที่สถานที่โบราณใกล้ที่พักจนหมดสติไป
ช่วงนั้นเองที่ดวงจิตของเธอหลุดลอยข้ามมิติย้อนเวลาไปยังยุคสมัยกว่าห้าร้อยปีผ่าน...
ที่นั่น...เธอกลายเป็นเจ้าเอื้องนวลธิดาสาวคนเดียวของเจ้าสัมฤทธิ์กับเจ้าเกดวดีผู้มีตำแหน่งสำคัญแห่งเมืองนพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่
เจ้าเอื้องนวลมีคู่หมายแล้วคือเจ้าสะหลีไชย หลานชายของพระเจ้าติโลกราช มหากษัตริย์แห่งราชวงศ์มังราย

ท่ามกลางความสับสน เอื้องลดาอาศัยความเป็นดาราเจ้าบทบาท แสดงตัวเป็นเจ้าเอื้องนวล
ผู้ซึ่งในช่วงเวลานั้นก็เพิ่งจะถูกทำร้ายโดยเจ้าจอมหอมุกได้อย่างแนบเนียนพอสมควร
โดยที่ใคร ๆ ต่างเข้าใจว่าเจ้าเอื้องนวลความจำเสื่อมเนื่องมาจากการถูกทำร้าย

และทีนั่นเอง เธอก็ได้พบกับเจ้าศรีหิรัญ ดวงวิญญาณที่ทำหน้าที่เป็นองค์อารักษ์แห่งเวียงเชียงใหม่
พร้อมทั้งเด็กน้อยฝาแฝดชาย-หญิง หมากแก้วและหมากคำ ที่คอยตามติดคอยให้การช่วยเหลือเธอ

เจ้าศรีหิรัญได้นำพาเธอย้อนเวลาไปอีกภพชาติหนึ่งซึ่งล่วงเลยไปกว่าพันปี...
เพื่อบอกเล่าถึงความเป็นมาและความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาในอดีตกาล
ครั้งนั้น เธอเกิดเป็นเอื้องฟ้า ธิดาบุญธรรมของพ่อครูอินถา
ครูสอนดาบของเจ้าศรีหิรัญ เจ้าราชบุตรแห่งเมืองอนันตกาล
และกำลังจะได้ขึ้นครองเมืองเป็นพ่อพญาในครานั้น
เจ้าศรีหิรัญมีคู่หมายแล้ว และต้องสมรสกับนางเพื่อความเป็นปึกแผ่นของบ้านเมือง
แต่เขามีใจรักในเอื้องฟ้าจึงพาเข้าเวียงด้วย พร้อมแต่งตั้งให้เป็นชายาอีกหนึ่งคน
สร้างความไม่พอใจให้เจ้าสร้อยสุรีย์ ชายาเอกเป็นอย่างยิ่ง จึงหาเรื่องกลั่นแกล้งเอื้องฟ้าต่าง ๆ นานา

...............

แม้จะได้รับรู้ถึงอดีตชาติของตัวเอง เมื่อครั้งที่เกิดเป็นเอื้องฟ้าแล้ว
แต่เอื้องลดาก็ยังไม่วายสับสนว่าการที่เธอต้องย้อนเวลามาอยู่ในร่างของเจ้าเอื้องนวลนี้เป็นไปด้วยเหตุใด
และทำอย่างไรเธอถึงจะได้กลับไปยังยุคสมัยที่เธอจากมา...
ในช่วงเวลานั้น เธอก็ได้รับรู้ถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
จนมาถึงจุดคับขันเมื่อเจ้าพ่อเจ้าแม่ของเจ้าเอื้องนวลจะให้เธอเข้าพิธีแต่งงานกับเจ้าสะหลีไชยเสียที...
ในตอนนั้นเอง เธอก็ถูกปองร้ายโดยคนที่เธอคาดไม่ถึงมาก่อน

มาร่วมลุ้นและเอาใจช่วยเอื้องลดากันค่ะ ว่าในที่สุดแล้วเธอจะสามารถเอาตัวรอด
ข้ามผ่านกาลเวลากลับมายังโลกที่เธอคุ้นเคยได้หรือไม่...






เมาท์มอยหลังอ่าน...
(สาบานนะว่าข้างบนนั่นคือ..."เรื่องย่อเพิ่มเติมอีกนิด ๆ"ที่หล่อนบอกตอนต้น...? แหะ ๆ )

อย่างไรก็ดี เรื่องย่อ(ยาว ๆ )ที่เล่าไปนั่นเป็นเพียงเศษเสี้ยวเดียวของเรื่องราวทั้งหมดจริง ๆ ค่ะ
เพราะนอกจากปมย้อนภพข้ามมิติของนางเอกแล้ว
ยังมีเหตุการณ์ต่าง ๆ อีกมากมายที่ไม่สามารถเล่าได้จนจบสิ้น

นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายรักโรแมนติกแบบ...พารานอร์มอล
มีเรื่องราวของการข้ามภพข้ามชาติที่แอบอิงตำนานเรื่องเล่า
ของชาวล้านนาย้อนไปไกลถึงกว่าพันปีนู่น

เรื่องราวส่วนใหญ่จะเดินเรื่องผ่านนางเอก-เอื้องลดา
อาจจะแบ่งช่วงเวลาเป็นสามช่วง คือเอื้องลดาในยุคปัจจุบันที่มีบทบาทเป็นนางเอกสาว
แม้จะเกิดและเติบโตในกรุงเทพ แต่เธอก็มีคุณยายเป็นชาวเชียงใหม่
และมีความสนใจศึกษาในเรื่องของโบราณคดี และชอบของเก่าตั้งแต่เรียนอยู่มหาวิทยาลัย

ช่วงที่สองคือช่วงที่ดวงจิตของเอื้องลดาพลัดเข้าไปอยู่ในร่างของเจ้าเอื้องนวล...
ซึ่งเป็นอดีตชาติของเธอเอง และมีชีวิตอยู่ในพ.ศ.๒๐๑๕
ทำให้เธอได้พบและผูกพันกับเจ้าศรีหิรัญ

และเจ้าศรีหิรัญนี่เองที่นำเธอย้อนเวลาไปอีกช่วงหนึ่ง...ปีพ.ศ.๑๕๐๐ นู่น...
อันเป็นชาติภพที่เธอเกิดเป็นเอื้องฟ้า - ชายาของเขา...เจ้าราชบุตรแห่งเมืองอนันตกาล

ว่าโดยพล็อต การเล่าเรื่องและสำนวนภาษาของผู้เขียนแล้ว ส่วนตัวชื่นชอบในระดับหนึ่งค่ะ
อ่านได้ลื่นไหล ชวนลุ้น น่าติดตามดี มีบอกเล่าข้อมูลในเชิงประวัติศาสตร์ล้านนา
แถมด้วยตำนาน คติความเชื่อต่าง ๆ ที่น่าสนใจของคนโบราณทางเหนืออยู่มากมาย
คิดว่าผู้เขียนคงต้องทำการบ้านมาแล้วเป็นอย่างดี...
สำนวนภาษาก็อ่านง่าย แม้คนที่ไม่คุ้นกับภาษาเหนือหรือคำเมืองเลยก็ไม่น่าจะสะดุดอะไร...

จะมีก็แต่คนอ่านที่เป็นคนเหนือ หรือคนเมียงแต๊ๆ นี่แหละค่ะ
ที่บางช่วงบางตอนอ่านแล้วมันเกิด"อิกขะหลิกใจ๋ "(ตงิด ๆ ใจ)นิด ๆ
อย่างเรื่องของการย้อนชาติข้ามภพของนางเอก ส่วนตัวรู้สึกว่า...มันยังไม่เนียนพอ
จู่ ๆ ก็ย้อนอดีตไปถึง ๕๐๐ กว่าปี จากนั้นก็ยังมีการย้อนไปอีก ๕๐๐ กว่าปีเช่นกัน
แล้วช่วงเวลาระหว่างกลางสองช่วงนั้นหายไปไหน...

ในแต่ละช่วงของการพบกันของคู่พระ-นาง บางครั้งคนเขียนมีการแซมด้วยบทค่าว...
ปกติตัวเองจะชอบนะคะ นิยายที่มีบทกวี ไม่ว่าจะประเภทไหน...
และความที่ตัวเองเคยคลุกคลีกับ'คนบ่าเก่า' พอสมควร
อ่านคำค่าวคำเครือมาก็ไม่น้อย เคยถึงขั้นหัดแต่งค่าวมาแล้วด้วย...
ขอบอกตรง ๆ ว่าบทค่าวในนิยายเรื่องนี้มันยังไม่ใช่อะค่ะ(เฉพาะสำหรับตัวเองนะคะ)
มันยังอ่านสะดุด ๆ ไม่เป็นธรรมชาติเท่าที่ควร ถ้อยคำที่ใช้มันไม่"เก่า"พอทีจะเชื่อได้ว่าเป็นสำนวนของคนในยุคโบราณจริง ๆ
อย่าว่าแต่ย้อนไปถึงห้าร้อยหรือพันปีเลย
แค่ย้อนไปถึงยุคที่บทกวีประเภทค่าวเฟื่องฟูเมื่อสองร้อยกว่าปีมานี้ก็ไม่ใช่แล้วล่ะค่ะ
(พญาพรหมโวหาร กวีเอกแห่งล้านนามีชีวิตอยู่ในช่วงต้นรัตนโกสินทร์)
บทกลอนที่แทรกมาตอนที่เอื้องลดาจะต้องพรากจากเจ้าศรีหิรัญนั่นเสียอีกที่ยังจะให้ความรู้สึกตรึงใจกว่า...
อ่านแล้วสะท้อนสะเทือนอารมณ์ได้ลึกซึ้งกว่า

ก็แค่ความรู้สึกส่วนตัวนิด ๆ ของคนอ่านคนหนึ่งเท่านั้นแหละค่ะ
โดยรวมแล้ว ถือว่าเป็นนิยายที่น่าอ่านเล่มหนึง จะอ่านเอาเพลินก็ได้
อ่านเอาสาระก็มีให้เก็บเกี่ยวไม่น้อย...
แถมยังมีข้อคิดว่าด้วยเรื่องของกฏแห่งกรรมให้ฉุกคิดและตระหนักรู้อยู่พอประมาณเลยทีเดียว

อ่านจบแล้วหยิบมาเล่าขาน ชวนอ่านเป็นการเปิดศักราชบล็อกนิยายของปีนี้ค่ะ

ป.ล.นิยายเล่มนี้เป็นหนึ่งในซีรีส์ชุด"ร้อยรักข้ามเวลา" ซึ่งมีอยู่สองเล่ม
อีกเล่มหนึ่งคือเรื่อง"หนึ่งใจนิรันดร์" ร้อยเรียงโดย"ทักษิณา" ซึ่งขออนุญาตแปะโป้งไว้ก่อนนะคะ
ได้อ่านเมื่อไหร่จะหยิบมาเล่าต่อกันค่ะ











 

Create Date : 05 กุมภาพันธ์ 2558    
Last Update : 5 กุมภาพันธ์ 2558 12:06:44 น.
Counter : 2576 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  

แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 180 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs

~ อ้อมฟ้าโอบดิน/"คีรี" เขียน ~

~ บทเพลงโศกแห่งคาเฟ่แสนเศร้า(The Ballad of The Sad Café)/Carson McCullers:เขียน/จุฑามาศ แอนเนียน : แปล ~

~ ทัณฑ์ลวงรัก/"FoxxTrot" เขียน ~

~ ดับแดนดารา/"อสิตา" เขียน ~

~ เทียบท้าปฐพี 1-3/ชิงหลิงเยวี่ย : เขียน/ กระบี่หลงทิศ : แปล ~

~ My Grandmother Asked Me to Tell You She’s Sorry(ยายฝากบอกว่าขอโทษ)/Fredrik Backman:เขียน/ปราชญ์ อัสนี : แปล ~

~Beautiful Girl/นางสาวฉ่ำทุกข์กับนายความสุข/นิรวาณ/เขียน ~

~หยดน้ำหวานในหยาดน้ำตา/อุรุดา โควินท์/เขียน ~

~บันไดหยกงาม 1-3/ชิงเซียง/เขียน พริกหอม/แปล ~


สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.