“ความสามัคคีปรองดองเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
กับความรักใคร่เผื่อแผ่ช่วยเหลือกันฉันญาติพี่น้อง
สองประการนี้ คือคุณลักษณะสำคัญของไทย
ที่ช่วยให้ชาติบ้านเมืองอยู่รอดเป็นอิสระ
และเจริญมั่นคง มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน”
*พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙
พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ๒๕๓๒

~ Eternal นิรัตินิรันดร์กาล : แฟนตาซีพีเรียดที่อ่านเพลินเกินคาดโดย 'มายาโรส' ~





Eternal นิรัตินิรันดร์กาล
ผู้เขียน :มายาโรส
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ (เม.ย. ๒๕๕๘)
๒๖๐ หน้า ราคา ๒๓๕ บาท

โปรยปกหลัง :

ตามตำนานนาฬิกาแห่งทริเบิร์ทกล่าวว่า
ในราตรีที่พระจันทร์เป็นสีกุหลาบ
จะแว่วเสียงสวดลึกลับจากกองคาราวานเร่ร่อน
มนตราจากแสงจันทร์จะห่มคลุมนาฬิกาโบราณ
เมื่อนั้นประตูแห่งกาลเวลาจะเปิดออก


และอำนาจลึกลับนั้นเรียกเร้าให้ โรสรินทร์ เว็บดีไซเนอร์สาวลูกครึ่ง
หยิบฉวยนาฬิกาทองเหลืองโบราณมาเป็นของตัวเอง
มนตร์ปริศนานำพาหญิงสาวสู่ประเทศอังกฤษ ในยุคต้นศตวรรษที่ ๑๙ อันรุ่งโรจน์
หล่อนหลงเข้าสู่งานเลี้ยงเต้นรำใต้แสงเทียนสว่างไสว
ในคฤหาสน์เก่าแก่บนเนินเขาเล็กๆ
และได้พบ ริชาร์ด ดัฟฟ์ บุรุษลึกลับผู้รอคอยอยู่อีกฟากของม่านมิติ

ท่ามกลางยุคสมัยที่ผิดแผก ภาระหน้าที่ ความลับและการทรยศ
มนตราจากนาฬิกาโบราณ นำพาให้ทั้งสองได้ค้นพบความรู้สึกเร้นลับในหัวใจของตัวเอง
กาลเวลาอาจเปี่ยมอำนาจ ยาวนานและยิ่งใหญ่
แต่ความรัก...เป็นนิรันดร์ยิ่งกว่ากาลเวลา





เพิ่มเติมเรื่องย่อจากคำนำสำนักพิมพ์อีกนิดหน่อย...

Eternal นิรัตินิรันดร์กาล
เป็นเรื่องราวของหญิงสาวที่ถูกมนตราลึกลับ
ดึงดูดให้เธอย้อนอดีตไปอยู่ในคฤหาสน์แสนสวยแห่งหนึ่งที่ประเทศอังกฤษ
ในยุคศตวรรษที่ ๑๙ จนได้พบกับเรื่องราวที่ไม่คาดฝันมากมาย
หนึ่งในนั้นคือการได้พบกับ 'ริชาร์ด ดัฟฟ์' บารอนหนุ่มเจ้าเสน่ห์ที่เข้าใจผิดว่า
หล่อนคือสายลับจากฝรั่งเศส!

เรื่องราววุ่นๆ นี้จะจบลงอย่างไร
โรสรินทร์จะหลุดพ้นจากอุปสรรคของอำนาจแห่งกาลเวลาหรือไม่

...............

ความรู้สึกหลังอ่าน...

เรื่องราวโดยย่อก็ประมาณข้างบนนั่นเลยค่ะ
เป็นนิยายเล่มบาง ๆ จากนักเขียนนามปากกาใหม่มากสำหรับตัวเอง
(แต่ดูจากประวัติท้ายเล่มแล้ว คิดว่าเธอมือเก๋าพอสมควรค่ะ
มีผลงานมาแล้วมากกว่าสิบเล่ม แถมมีรางวัลการันตีอีกต่างหาก...
ไปอยู่ที่ไหนมาเนี่ยไม่รู้จักเขาอ่ะ...)
หยิบมาอ่านเพราะชื่อเรื่องเก๋ไก๋ โปรยปกหลังน่าสนใจ
มีกลิ่นอ่ายของโรแมนติกแฟนตาซีผสมผสานตำนานพีเรียดอันเป็นแนวที่ส่วนตัวชื่นชอบอยู่ด้วย...

จากองค์ประกอบทั้งหมดดังกล่าวแล้วข้างต้น ทำให้แอบคาดหวังนิด ๆ ขณะอ่าน
แล้วก็ไม่ผิดหวังค่ะ อ่านเพลินมาก รวดเดียวจบ...

...............

เรื่องราวทั้งหมดดำเนินไปในประเทศอังกฤษค่ะ นางเอกโรสรินทร์เป็นสาวลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส
เธอกับเพื่อน ๆ รับงานออกแบบเว็บไซต์ให้กับเจ้าของปราสาทโบราณแห่งหนึ่งในเมืองคอตส์โวลส์
ทำให้พวกเธอได้มีโอกาสไปทำงานกึ่ง ๆ พักผ่อนที่นั่น
ในห้องที่เจ้าของบ้านจัดให้โรสรินทร์พักนั้น เธอได้พบสมุดบันทึกเล่มหนึ่ง...
ซึ่งเธอได้แอบอ่านด้วยความสนใจใคร่รู้...ในสมุดบันทึกเล่มนั้นระบุวันที่เขียนเป็นปี ค.ศ. ๑๘๑๕
ซึ่งนั่นก็คือย้อนหลังไปถึงสองร้อยปีในอดีต...

แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อโรสรินทร์ขีดเขียนอะไรบางอย่างลงในสมุดเล่มนั้น...
เธอก็พบว่าเจ้าของบันทึกได้มีปฏิกิริยาตอบกลับข้อความของเธอ
ราวกับว่าเขาได้มีตัวตนจริง ๆ อยู่ในทีที่เดียวกับเธอนั่นเอง
เพียงแต่...อาจจะต่างกันที่มิติเวลาเท่านั้นเอง...

............

วันหนึ่ง...โรสรินทร์ก็พบนาฬิกาโบราณเรือนหนึ่ง...
อะไรบางอย่างในนาฬิกาเรือนนั้นดึงดูดให้โรสรินทร์ถือโอกาสหยิบฉวยมันมา
และด้วยมนตราลึกลับนั่นเอง ก็พาเธอข้ามมิติแห่งเวลา ผ่านสะพานไม้ผุพัง
ไปปรากฏตัวต่อหน้าบารอนหนุ่ม จนเป็นเหตุให้เขาพลัดตกจากหลังม้า ตกลงไปในธารน้ำพร้อม ๆ กับเธอ
และเมื่อเธอวิ่งเตลิดกลับเข้าในคฤหาสน์ ในสภาพเปียกปอน
เธอก็พบว่าทุกสิ่งทุกอย่างได้เปลี่ยนแปร แตกต่างไปจากที่ที่เธอเคยเห็นอย่างสิ้นเชิง






เรื่องราวสนุกน่าติดตาม สำนวนภาษาลื่นไหล สละสลวย
การดำเนินเรื่องก็กระชับ ฉับไวไม่เยิ่นเย้อยืดยาด
ทั้งการบรรยายฉากที่สวยงาม อ่านแล้วนึกภาพตาม ให้บรรยากาศเหมือนได้ดูหนังพีเรียดฝรั่ง
มีฉากงานเต้นรำอลังการ มีท่านเคานต์ ท่านเอิร์ล...
ทั้งบทสนทนาที่ให้อารมณ์ความรู้สึกเร้าใจ ชวนติดตาม
บอกเล่าถึงสภาพสังคมและบ้านเมืองในยุคเรืองสงครามได้สมจริงพอควร
สาระข้อมูลในพาร์ทประวัติศาสตร์ก็ดูเป็นเรื่องเป็นราว น่าเชื่อถือ
คิดว่าผู้เขียนคงมีการทำการบ้านมาเป็นอย่างดีทีเดียว

การสร้างสรรค์ตัวละครก็สมเหตุสมผลใช้ได้ แต่ละตัวมีปูมหลัง
มีความเป็นไปได้ในการกระทำ...

มีฉากรักที่อ่อนหวาน ละมุนละไมพอให้ได้ลุ้น ได้เอาใจช่วยอยู่พอประมาณ...

แล้วความรักระหว่างคนสองมิติจะลงเอยยังไง ต้องตามไปดูในนิยายแล้วล่ะค่ะ

สรุปว่าเป็นการลองของใหม่ที่ไม่เลวเลย
ส่วนตัวคิดว่าถ้าเจอผลงานเล่มอื่นของนามปากกานี้อีก คงหยิบลงมาจากชั้นได้โดยไม่ลังเลค่ะ










 

Create Date : 19 มิถุนายน 2558    
Last Update : 23 มิถุนายน 2558 15:28:22 น.
Counter : 1692 Pageviews.  

~ "รักษ์" กับความหมายที่มากกว่ารัก โดย ราตรี อธิษฐาน ~






รักษ์
ผู้เขียน: ราตรี อธิษฐาน
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ(พิมพ์ครั้งแรก มี.ค. ๕๘)
๖๐๒ หน้า ราคา ๓๖๕ บาท


โปรยปก...


สำหรับใครบางคนอาจจะยอมสละทุกอย่างเพื่อความรัก
แต่สำหรับเธอ แม้แต่ความรัก เธอก็สละได้
เพียงเพื่อต้องการรักษาสิ่งที่เธอรักไว้ให้ดีที่สุดเท่านั้น

ดารัณ สาวโสดวัย ๓๓ ปีผู้ใช้ชิวิตแสนธรรมดาอยู่ในตึกแถวเล็กๆ
ทว่า ชีวิตที่ต้องปากกันตีนถีบเลี้ยงดูแม่และน้องๆ อีกสองคน ต้องมาเปลี่ยนไป
เมื่อดาราหนุ่มผู้แสนโด่งดังได้ก้าวเดินเข้ามาในร้านมินิมาร์ทที่เธอประจำอยู่
ทำให้เธอต้องออกจากงานและจำเป็นต้องเข้าไปสมัคร
เป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยที่สถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง

จากนั้นบางสิ่งที่เธอเฝ้าเก็บรักษาไว้สุดหัวใจ ก็ค่อยๆ เปิดเผยขึ้นมาอีกครั้ง
เมื่อเธอได้กับ 'เขา' คนทีเปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล

คืนที่พระจันทร์ทรงกลด ฝนโปรยปราย ความรักครั้งสุดท้ายกำลังเพรียกหา
ความเหน็บหนาวที่แสนยาวนานจะสิ้นสุดลงเมื่อใด
สุดท้าย...ใครจะเป็นกุญแจผู้ไขเวลาในหัวใจของเธอ
ให้กลับมาหมุนวนต่อไปอีกครั้ง...






เล่าเรื่องย่อ ๆ เพิ่มเติมจากข้างบนหน่อย ๆ แล้วกัน...

ดารัณนักเรียนเบอร์หนึ่งของโรงเรียน และอนาคตนักเทควันโดทีมชาติ
ต้องกลายมาเป็นเสาหลักของครอบครัวตั้งแต่เรียนจบเพียงมัธยมหก
เนื่องจากบิดาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตลงกะทันหัน...กับความพลั้งพลาดแห่งวัย

เธอต้องทำงานหนักเพื่อดูแลสมาชิกในครอบครัว
ที่มีแม่ซึ่งกำลังป่วยด้วยโรคหัวใจกับน้องชายน้องสาววัยเรียนอีกสองคน

เธอทำงานในมินิมาร์ทแห่งหนึ่ง แต่วันดีคืนร้ายมินิมาร์ทแห่งนั้นจำต้องปิดตัวลง
หลังจากถูกโจรปล้น และถูกรถพุ่งเข้าชนบ่อยครั้ง
ซ้ำร้าย ร้านกาแฟที่เธอทำงานอยู่อีกกะหนึ่งก็โดนพิษเศรษฐกิจเล่นงานจนต้องลดคนงานลง
เธอตัดสินใจไปสมัครเป็นยามที่สถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง เมื่อเห็นว่าเขารับคนจบม.๖
เงินเดือนและสวัสดิการดี
และเธอเองมีพื้นฐานด้านการต่อสู้ป้องกันตัวมาก่อน

และที่นี่เอง เธอก็ได้พบกับรังสิมันต์ ผู้บริหารสูงสุดของสถานี
พร้อมด้วยนาตาชา คู่หมั้นของเขา...
การได้พบกับคนทั้งสอง ได้นำมาซึ่งความทรงจำในอดีตที่เธอเคยคิดว่าเธอได้กลบฝังมันไว้แล้วอย่างลึกเร้น
ให้ผุดพรายขึ้นมา แล้วก็หลั่งไหลพรั่งพรูเข้าสู่หัวใจอันเย็นชาของเธอ...
จนทำให้คืนวันอันเหน็บหนาวและยาวนานของเธอ ค่อย ๆ อบอุ่น มีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง






เมาท์กันหลังอ่านจบ...

นิยายชีวิต ดราม่ากระจายเล่มนี้ เป็นนิยายเล่มหนาเตอะเล่มแรกมั๊ง...
ในบรรดาหนังสือนิยายหลาย ๆ เล่มที่ได้อ่านในช่วงหลัง ๆ แล้วก็ติดหนึบหนับ
ทั้ง ๆ ที่ตอนแรกหยิบมาอ่านตามกระแสไปงั้นๆ กะว่าจะพลิกอ่านคร่าวๆ
แล้วคงต้องวางไว้ก่อน รอคิวว่างจริง ๆ ค่อยตั้งอกตั้งใจอ่านอย่างจริงจัง

ทว่า...เพียงเริ่มอ่านหน้าแรกๆ ของบทแรกๆ ก็เผลอเพลินอ่านไปเรื่อย ๆ
กว่าจะเงยหน้าขึ้นมาอีกที เหลือบดูนาฬิกาก็พบว่าตัวเองจมอยู่กับหน้าหนังสือเล่มนี้มานานกว่าสามชั่วโมงแล้ว
และเรื่องราวก็กำลังดำเนินมาถึงจุดสำคัญ หยุดไม่ได้ล่ะซีทีนี้ ก็เลยต้องเลยตามเลย
อ่านต่อเนื่องอีกราว ๆ สามชั่วโมงเต็ม ๆ ...จนจบได้ในที่สุดด้วยความอิ่มอกอิ่มใจ

กาดอกจันดวงโต ๆ และขีดเส้นใต้กำกับอีกครั้งไว้ใต้ชื่อนักเขียน หมายเหตุไว้ว่า...
เป็นนักเขียนนามใหม่ที่ต้องติดตามผลงานกันต่อไปค่ะ


ถามว่า...นิยายเค้าสนุกขนาดนั้นเลยหรือ ก็อาจจะบอกได้ว่ามันก็ไม่ถึงขนาดนั้น
เรื่องนี้ไม่ใช่นิยายรักโรแมนติก ซาบซึ้งตรึงใจ ไม่ใช่นิยายชีวิตรันทดชวนหดหู่
ทั้งไม่ใช่เรื่องเศร้าเคล้าน้ำตา หรืออิจฉาริษยา เชือดเฉือนฟาดฟันอะไรทำนองนั้น...

เนื้อหาในนิยายก็ไม่ได้ซับซ้อนซ่อนเงื่อนอะไรมากมายเลย
อ่าน ๆ ไปก็อาจจะคาดเดาปมบางปมได้อย่างง่ายดายเสียด้วยซ้ำ...

แล้วทำไมเราอ่านแล้วติดหนึบจนอ่านได้ต่อเนื่องยาวนาน...?

ส่วนตัวคิดว่าน่าจะเป็นด้วยสำนวนภาษาคนเขียนเขาลื่นไหล
การเล่าเรื่องที่เรียบเรื่อย(แม้จะดูเอื่อยเฉื่อยสักหน่อยแต่ก็ไม่น่าเบื่อ)
การวางพล็อตและการดำเนินเรื่องเป็นไปในรูปแบบที่เราคุ้นชิน...
หรืออาจจะเป็นด้วยตัวละครที่เหมือนจะมีตัวมีตนจริงให้เราจับต้องได้...
กับเรื่องราวที่ค่อนข้างใกล้ตัวและสมเหตุสมผล
ความรู้สึกขณะอ่านจึงให้อารมณ์และบรรยากาศเหมือนได้ย้อนยุคย้อนวัย...
ย้อนอดีตนิด ๆ นั่นเอง

เบื้องต้นผู้เขียนบอกเล่าเรื่องราวผ่านการดำเนินชีวิตของดารัณ...
ผู้อ่านจะได้ทำความรู้จักเธอในภาพของสาวโสดวัยสามสิบต้น ๆ ที่ต้องทำงานหนัก
ปากกัดตีนถีบเพื่อดูแลครอบครัวที่มีแม่และน้องสองคน...
(ช่วงนี้คนอ่านอาจจะนึกไปถึงนิยายชีวิตรุ่นเก่า ๆ หลายเรื่อง)

จากนั้นคนเขียนก็หลอกล่อคนอ่านนิด ๆ ด้วยการส่งแซม-รณภพ พระเอกหนุ่มลูกครึ่งเข้ามาพบกับนางเอกอย่างบังเอิญที่สุด
แล้วก็มีเรื่องมีราวให้เกิดการเข้าใจผิด ตามด้วยความสนใจใคร่รู้ความเป็นไปในชีวิตของเธอ
จนพัวพันเป็นความพึงพอใจ...(พลอยให้คนอ่านแอบลุ้นว่า...หรือเขาจะเป็นพระเอกในชีวิตจริงของดารัณ)

จนกระทั่ง...เขานั่นแหละที่เป็นคนชักนำให้ดารัณได้เข้ามาทำงานในสถานีโทรทัศน์ที่เขาสังกัดอยู่...
ซึ่งมีรังสิมันตุ์ เพื่อนสนิทของเขาเป็นเจ้าของ...

ตอนนี้นี่เองที่ความลับความหลังต่าง ๆ ของดารัณก็ค่อยๆ เปิดเผย...
ผ่านกระแสความรู้สึกนึกคิดของนางเอก

ถึงได้บอกว่าเป็นแนวเรื่องที่คุ้นเคยไงคะ
เพราะคนเขียนเขาอิงพล็อตแบบนิยายรุ่นเก่าหลายต่อหลายเรื่อง
เริ่มต้นด้วยภาพชีวิตในปัจจุบัน แล้วก็มีการตัดสลับย้อนอดีตเป็นช่วง ๆ
ซึ่งถือว่าทำได้ดี และน่าสนใจมากทีเดียวสำหรับนักเขียนมือใหม่

คือรอยต่อของการแฟลชแบ็กแต่ละช่วงค่อนข้างลื่นไหลไม่มีสะดุด
เรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงอดีตก็เป็นอะไรที่เรายอมรับ และเข้าใจได้...
ไม่ว่าจะเรื่องของรักในวัยเรียน การชิงดีชิงเด่น และอิจฉาริษยากันของเด็กมัธยมปลาย...ฯลฯ

ไปจนถึงการตัดสินใจที่จะ "รักษา" สิ่งใดสิ่งหนึงไว้ แม้จะต้องสละทิ้งแม้กระทั่งความรักที่ใคร ๆ ต่างโหยหา

การสร้างสรรค์ตัวละครก็สมเหตุสมผล มีที่มาที่ไป มีความเป็นไปได้ของพฤติกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะร้ายหรือดี

อย่างนางเอก ผู้เขียนก็ปูทางมาแต่ต้นว่าเธอเป็นสาวมั่นสาวเก่ง มีความเป็นผู้นำ...
จึงไม่น่าแปลกใจกับการตัดสินใจของเธอ

พระเอกอย่างรังสิมันตุ์ก็ชัดเจนในเรื่องของความรัก
แม้จะเป๋ไปบ้างที่ยอมหมั้นกับนาตาชาเพื่อธุรกิจของครอบครัว...
แต่เมื่อดูจากอุปนิสัยดึงดื้อถือดีและเอาแต่ใจของนาตาชาแล้ว
เราก็พอจะเข้าใจได้ว่าทำไมเขาถึงรักเจ้าหล่อนไม่ลง
ในวัยที่เป็นเพียงเด็กหนุ่ม เขาอาจจะพลาดพลั้งไปที่ละทิ้งหัวใจตัวเองด้วยความเข้าใจผิด
แต่เมื่อเติบโตขึ้น ด้วยวุฒิภาวะที่สูงขึ้น เมื่อได้รับรู้ความจริง
เขาก็มุ่งมั่นแก้ไขเพื่อรับผิดชอบและชดเชยให้กับความผิดแต่หนหลัง...
และไขว่คว้าหัวใจตัวเองกลับคืน

ส่วนตัวชื่นชอบตัวประกอบที่น่าสนใจมากอย่างอเล็กซ์
หรือรังสฤษดิ์ น้องชายต่างมารดาของรังสิมันตุ์
จากเด็กชายแหยๆ ที่ถูกเพื่อนแหย่และล้อเลียนอยู่เสมอ
จนพี่ม.หกอย่างดารัณอดรนทนไม่ได้ ต้องอ้าขาผวาปีกเข้าปกป้อง
เธอจึงเป็นประดุจ"นางฟ้า"ของเขานับแต่นั้น
เมื่อเขาเติบโตขึ้นมากลายเป็นนักดนตรีหนุ่ม...
ที่ยังคงชื่นชม ตามติดดูแล"นางฟ้า"ของเขาอยู่ไม่ห่าง

เขาเหมือนจะมีบทบาทพอสมควรเลยนะ เพราะขณะที่อ่าน
เราแอบวางใจว่าอย่างน้อยชีวิตนางเอกก็ไม่ได้รันทดและโดดเดี่ยวโดยสิ้นเชิง
เพราะเธอยังมีหนุ่มน้อยคนนี้คอยดูแลอยู่ห่าง ๆ...
แต่น่าเสียดายที่ตอนท้าย ๆ บทบาทของเขาเฟดหายไปซะเฉย ๆ
(แอบหวังว่านักเขียนจะเขียนนิยายเรื่องใหม่ให้เขาเป็นพระเอกเต็มตัวสักเรื่อง)

สรุปเลยแล้วกันค่ะว่า เป็นนิยายชีวิตดราม่า... ที่อาจจะมีมุมน้ำเน่าปนอยู่บ้างไม่มากก็น้อย
แต่เมื่อเล่าผ่านสำนวนที่สละสลวย ไหลลื่นก็ทำให้กลายเป็นนิยายที่อ่านเพลินมากเล่มหนึ่งทีเดียว
กับความหนาร่วม ๆ ๖๐๐ หน้า แม้อารมณ์ที่ได้จากนิยายก็ยังคงซ้ำ ๆ กับนิยายรักเล่มอื่น ๆ ทั่วไป
แต่สำหรับคอนิยายแล้ว ส่วนตัวถือว่าคุ้มค่าและไม่เสียเวลาที่ได้อ่านค่ะ

จึงหยิบมาบอกเล่า ชวนอ่านกันวันนี้ค่ะ

ปอลอ...เล่มนี้เจอคำผิดบ้างเหมือนกัน แต่น้อยมากค่ะ ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับหนังสือเล่มหนาขนาดนี้









 

Create Date : 08 พฤษภาคม 2558    
Last Update : 8 พฤษภาคม 2558 15:14:26 น.
Counter : 3894 Pageviews.  

~ นิยายชุด "ต้องมนตร์รัก : มนตร์ธารา - มนตร์ลวงรัก" โดย "มาภา" ~





มนตร์ธารา - มนตร์ลวงรัก
ผู้เขียน : มาภา
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ (มกราคม ๕๘)
๔๑๖ / ๔๒๔ หน้า ราคา ๒๗๕ / ๒๙๕ บาท


โปรยปก'มนตร์ธารา'


ความทุกข์ใดในโลกใบนี้ หากไม่อยู่ที่เรา ก็อยู่ที่คนอื่น
เธอจึงเลือกกอดความทุกข์ไว้เอง เพื่อให้คนที่เธอรัก...มีความสุขเสมอ

ศิรา อัครจินดา หญิงสาวผู้เกิดมามีพร้อมทุกอย่าง
ทว่าหัวใจไร้เดียงสาของเธอกลับมอบไว้ให้แด่ชายหนุ่มต้องห้าม
แต่ถึงกระนั้นความรักของเธอก็ไม่เคยทำร้ายใคร
เพราะเธอไม่ปรารถนาจะครอบครองเขา
แม้โชคชะตาจะขีดเขียนให้เธอมีสิทธิ์ทำอย่างนั้น
แล้วศิราควรทำอย่างไร เมื่อวันหนึ่งเธอต้องเลือก
ระหว่างลมหายใจของคนที่เธอรัก กับความสุขตลอดชีวิตของคนที่รักเธอ

ชวดล ศิริวัฒนวัลลภ สถาปนิกหนุ่มผู้เติบโตอยู่ภายใต้เงามืดของอดีต
ความรักคือสิ่งเดียวเท่านั้นที่เขาไม่เคยสัมผัสถึง
แม้สองมือจะดึงรั้งไขว่คว้าให้ได้มาอย่างไรก็ตาม

มนตร์ธารา คือความอ่อนโยนของความรักอีกรูปแบบหนึ่ง
ไม่มีความโหดร้าย ไม่มีความริษยา
มีเพียงความเคว้งคว้างของผู้คนที่หาความสุขไม่พบ
หัวใจเท่านั้นที่จะนำทาง และโอบกอดคืนวันอันเหน็บหนาว
ให้กลายเป็นอบอุ่นชั่วกาลนาน






โปรยปก'มนตร์ลวงรัก'

นรุตม์ เมฆาอนันต์ สถาปนิกหนุ่มดีกรีปริญญาเอกจากอังกฤษ
เพิ่งกลับมารับงานแทนรุ่นพี่คนหนึ่ง
งานแรกที่เขาต้องเจอคืองานปรับแต่งออฟฟิศใหม่ให้ รสา อัครจินดา
ผู้ซึ่งเป็นพี่สาวของหญิงที่เขาปักใจรักมาตลอดสิบปี
แต่กลับต้องผิดหวังเมื่อหัวใจเธอไม่มีเขาอยู่ในนั้น

งานชิ้นแรกของเขาคงไม่ใช่งานหิน
ถ้ารสาจะมีนิสัยที่เหมือนกับน้องสาวของเธอสักนิด
และไม่ใช่ผู้หญิงเป๊ะเวอร์และมีความเยอะตั้งแต่เริ่มคุยงาน

แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมเขากลับพบว่า ในความเอาแต่ใจของเธอมีอะไรซุกซ่อนมากกว่านั้น
และความสัมพันธ์ของเธอกับเขาก็คงสวยงาม หากพ่อไม่คิดอะไรแผลงๆ

แต่สำหรับรสา ซีอีโอสาวมือใหม่ หัวใจที่มีไว้รักตัวเอง
กลับเต้นแรงให้กับผู้ชายที่น้องสาวเคยสลัดทิ้ง
แถมผู้ชายคนนี้อายุน้อยกว่าเธอตั้งหลายปี
แล้วความสวย เริด เชิด หยิ่งของเธอที่สั่งสมมาตลอดชีวิต
จะยอมให้เขาทำลายง่ายๆ ได้อย่างไร!






เคยติดใจนักเขียนนามนี้มาแล้วจากหนาวหวาน และเก็บรัก...
เมื่อเห็นว่าเธอมีผลงานออกใหม่มาเป็นชุดสองเล่ม
จึงไม่พลาดที่จะสรรหามาอ่านโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
อ่านจบแล้วก็บอกได้เลยว่า...ไม่ผิดหวังค่ะ

ทั้งสองเล่มสองเรื่องนี้เป็นเรื่องราวต่อเนื่องกัน ตัวละครโยงใยสัมพันธ์กัน
ก็เลยจะขออนุญาตบอกเล่าเรื่องราวแบบรวบรัดตัดความควบคู่ไปเลยนะคะ

เรื่องย่อจริง ๆ เล่าค่อนข้างยากค่ะ เพราะแค่เริ่มเรื่องก็อาจจะสปอยล์เนื้อหาทั้งหมดทันที
เอาเป็นว่าจะค่อย ๆ เล่าถึงตัวละครเด่น ๆ ทีละตัวแล้วกันค่ะ

ตัวละครหลัก ๆ ของทั้งสองเรื่องนี้มีสี่คนค่ะ... สองคู่พระ-นางนั่นเอง
เริ่มจากคู่แรกจากเรื่องแรก...เลค ศิรา กับโซ่ ชวดล

..................

ศิรา เด็กสาววัยยี่สิบต้น ๆ ที่มีปมในใจว่าแม่ไม่รัก
โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับพี่สาวอย่างชาร์ม รสา ที่มารดาเอาอกเอาใจ
และแสดงความรักใคร่ชื่นชมอย่างเปิดเผย
เธอหลงรักชวดลมาตั้งแต่อายุสิบสี่ แต่ก็เฝ้าเก็บงำความรักนั้นไว้อย่างมิดเม้น
เพราะตระหนักแน่แก่ใจว่าความรักของเธอคงไม่มีทางเป็นไปได้
เพราะชวดลเป็นคู่หมั้นของพี่สาวของเธอ...
หรืออีกนัยหนึ่ง เขาเป็นว่าที่พี่เขยของเธอนั่นเอง

แต่เธอก็คงยินดีที่จะเพียงแอบรักเขาอยู่เรื่อย ๆ ไปเช่นนั้น
ถ้าไม่เกิดเหตุผิดพลาดในความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างเธอกับเขาขึ้นเสียก่อน

ถึงกระนั้น...ต่อให้รักแสนรักแค่ไหน แต่ถ้าเขาไม่มีใจให้
และเพื่อความสุขของพี่สาวคนเดียว เธอพร้อมที่จะเฉือนหัวใจตัวเอง...
เดินออกจากชีวิตเขา...อย่างเด็ดเดี่ยวและเข้มแข็ง

....................

ชวดล หรือพี่โซ่ ชายหนุ่มเก็บกด ด้วยมีปมชาติกำเนิดอันคลุมเครือ
นับแต่น้อยคุ้มใหญ่ชีวิตของเขาถูกขีดเส้นไว้แล้วโดยผู้เป็นแม่และพ่อ...
ซึ่งเขาจะต้องเดินตามโดยห้ามมีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น
รวมทั้งการหมั้นกับรสา...ตั้งแต่เขายังเรียนไม่จบจากมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำ

เมื่อวันหนึ่ง เขาได้รับรู้ว่ามีเด็กสาวคนหนึ่งเฝ้าติดตาม
แอบรักแอบชื่นชมเขามาเนิ่นนาน ทำให้เขารู้สึกถึงการมีตัวตนของตัวเองบนโลกใบนี้
เขาเริ่มเรียนรู้ที่จะรัก และถูกรัก...
แต่ทว่า...ด้วยพื้นฐานการเลี้ยงดูที่เขาไม่เคยได้เลือกหรือตัดสินใจในทางเดินชีวิตของตัวเองมาก่อน
ทำให้เขาเกือบจะต้องสูญเสียความรักที่เขาเพิ่งจะได้สัมผัสไปอย่างไม่มีวันหวนคืน...

......................

รสา หรือชาร์ม อดีตแอร์โฮสเตสสาวมั่นแสนสวย เปี่ยมเสน่ห์สมชื่อ
ที่ผันตัวมาทำงานบริหารเพื่อสืบทอดกิจการของมารดา
แม้จะไม่มีใจรักแต่เธอก็ทุ่มเทและเอาใจใส่ในงานอย่างเต็มที่

ภายนอกเธออาจจะดูแกร่ง ดูเปรี้ยวเป็นสาวเชิดสาวมั่น
แต่ภายในนั้นเธอรู้ตัวดีว่าเธอไม่ได้เข้มแข็งแกร่งกล้าอะไรเลย
เธอก็แค่ผู้หญิงธรรมดา ๆ คนหนึ่งที่มีจุดอ่อนที่ซุกซ่อนไว้ภายใต้กำแพงที่เธอสร้างขึ้นมา...
จะมีก็เพียงคนใกล้ชิดที่เธอรักและรักเธอที่สุดเท่านั้นจึงจะได้แลเห็น...
ซึ่งสำหรับเธอแล้ว คนคนนั้นก็ได้แก่ศิรา น้องสาวคนเดียวที่เธอแสนรักนั่นเอง

รสายอมตามใจมารดาในการรับหมั้นชวดล และคิดว่าเธอคงจะรักเขาได้ไม่ยาก
ด้วยรู้สึกว่าเขาเป็นผู้ชายที่แสนดีคนหนึ่ง...
แม้เธอจะไม่ได้รู้สึกวูบไหวใจเต้นรัวเมื่ออยู่ใกล้ๆ เขาก็ตามที

และเมื่อวันหนึ่งเธอได้รับรู้ว่าชวดลเป็นความรักและความสุขของน้องสาวคนเดียวของเธอ
เธอก็ยินดีและเต็มใจที่จะปล่อยมือจากเขา...

เพื่อทีจะพบในเวลาต่อมาว่า
หัวใจของเธอสามารถสัมผัสได้ถึงความรักที่แท้จริงได้อีกครั้ง...
จากผู้ชายอีกคนหนึ่ง

.................

นรุตม์ หรือแบงค์ เด็กหนุ่มมาดเซอร์ผู้เฝ้าแอบรักศิรามานานนับปี
เขาเฝ้าติดตามดูแล ห่วงใยเธอตลอดเวลา
แม้จะรู้ดีว่าเธอให้เขาได้เพียงความเป็นเพื่อน
ถึงกระนั้น เขาก็ไม่คิดว่าจะมีใครมาแทนที่เธอได้...

ถ้าไม่เป็นเพราะบิดาจอมเจ้าเล่ห์ของเขาจะไมปฏิบัติการประหนึ่งว่าตัวเองเป็นเทพอุ้มสม...
นำพาความรักในรูปแบบใหม่มาทำให้หัวใจที่ห่อเหี่ยวของเขาได้ชุ่มชื่นอีกครั้ง

....................






เม้าท์มอยหลังอ่าน....

ถ้าใครเคยอ่านงานของ"มาภา"มาก่อน
คงรู้ดีว่าจุดเด่นในนิยายของนักเขียนคนนี้คือเรื่องของความสัมพันธ์
โดยเฉพาะความสัมพันธ์ในครอบครัว...
กับการเล่นกับปมที่ค่อนข้างยากในเบื้องต้น ที่ดึงดูดให้คนอ่านได้ร่วมลุ้น
ไปกับตัวละครว่าเขาจะคลี่คลายมันออกมาในทิศทางใด

ในมนตร์ธารา เธอเปิดเรื่องมาด้วยการช็อคคนอ่านเล็ก ๆ
กับพฤติกรรมที่รับไม่ได้ของคู่พระ-นาง...ชนิดที่อ่านแล้วแอบยี้พระเอกเลยทีเดียว
(ต้องพลิกไปอ่านตอนจบเพื่อจะดูให้แน่ใจว่า...นายคนนี้เป็นพระเอกจริง ๆ ล่ะหรือ...
นี่เองคือ'ปมยากๆ'ที่บอกตอนต้น ซึ่งเล่าละเอียดไม่ได้เลย ใครอยากรู้ต้องไปลุ้นในเรื่องแล้วล่ะค่ะ)
แล้วก็คาดเดาเรื่องราวระหว่างกลางเรื่องไปในทางร้าย ๆ แบบดราม่าน้ำเน่า...
ประมาณปมสุดแค้นแสนรัก อิจฉาริษยา ปมศึกสายเลือดอะไรไปโน่น...แหะ ๆ

แต่อย่างน้อยยังให้โอกาสนางเอก อาจจะด้วยวัย ด้วยความอ่อนเดียงสา และด้วยหัวใจรักอันมั่นคงของเธอ...

แต่พออ่านไปเรื่อย ๆ ผู้เขียนมีการสลับมุมมองในการเล่าเรื่อง
เริ่มเข้าใจบทบาท ที่มาที่ไปและความรู้สึกนึกคิดของแต่ละตัวละครมากขึ้น
ก็ค่อย ๆ วางตัวเป็นกลาง ไม่ด่วนตัดสินเอาผิดเอาถูกกับใครโดยที่เราไม่ได้อยู่ร่วมในสถานการณ์เดียวกับเขา

และถึงแม้จะมีดราม่าน้ำเน่าจริง ๆ ตามคาด ทว่าก็มิได้เป็นไปในทางร้าย ๆ อย่างที่คิดแต่อย่างใด
กลับกลายเป็นต้นสายปลายเหตุที่แท้จริงของการกระทำของตัวละครตัวนั้นตัวนี้ตัวโน้น...

ซึ่งเมื่ออ่าน ๆ ไป...จากที่เคยยี้ ๆ ตาพระเอก กลับกลายเป็นเข้าใจ เห็นใจ สงสารและเอาใจช่วยซะงั้น




มาถึงเรื่องที่สอง...มนตร์ลวงรัก
ความที่ได้รู้จักตัวละครเด่น ๆ จากเล่มข้างบนมาแล้ว เล่มนี้รู้สึกอ่านได้สบาย ๆ มากขึ้น
ปมยากของเรื่องนี้ก็เป็นเพียงกำแพงในใจของนางเอกท่เธอสร้างขึ้นปิดบังปมในใจบางอย่าง...
ซ้ำพระเอกอย่างนรุตม์ก็เป็นชายหนุ่มรุ่นน้อง...ที่สำคัญ เขาเคยหลงรักน้องสาวของเธอมาร่วมสิบปี
เป็นหน้าที่ของนรุตม์ที่จะต้องพิสูจน์ให้เธอเห็นว่า
เขาไม่ได้เห็นเธอเป็นตัวแทนของผู้หญิงอีกคนหนึ่งเท่านั้นเอง

เล่มนี้ก็ไม่วายมีดราม่าปมอดีตรันทด ปมชาติกำเนิดที่ซ้อนซับแทรกแฝงอยู่...
ซึ่ง...ทำไปทำมาดูเหมือนว่ามันจะกลายเป็นกิมมิกประจำตัวนักเขียนคนนี้ไปเสียแล้ว
อ่านไปสี่เรื่อง มีเรื่องราวซ้ำ ๆ แบบนี้แฝงอยู่ทุกเรื่อง

เอิ่ม...เปลี่ยนมั่งดีไหมอ่า...มันเชยแล้วก้อ...โบราณมาก ขอบอก
อีกอย่าง...พอจับทางคนเขียนได้แล้วแบบนี้มันทำให้อรรถรสในการอ่านดร็อปลงไปจึ๋งหนึ่ง แหะ ๆ

สรุปโดยรวมถือว่าเป็นนิยายที่อ่านได้อ่านดีอีกชุดหนึ่งแหละค่ะ ด้วยสำนวนภาษาที่อบอุ่นละมุนละไม
กับการดำเนินเรื่องที่นุ่มนวล แบบค่อยเป็นค่อยไปของคนเขียน
มีการสอดแทรกแง่คิดมุมมองในเรื่องของการใช้ชีวิต
และการถนอมรักษาความสัมพันธ์ระหว่างกัน
ไม่ว่าจะระหว่างคนในครอบครัว ระหว่างเพื่อนหรือกับคนรอบข้าง...

มีเลิฟซีนชวนวูบไหวพอประมาณ แต่ก็ไม่ถึงกับเร่าร้อนชวนติดเรท
เรียกว่ากลมกล่อมกำลังดีค่ะ

.....................

สุดท้าย เช่นเคยค่ะ...มีจุดติติงที่อยากจะฝากผ่านไปถึงนักเขียนและสำนักพิมพ์นิดหน่อย
ช่วงหลัง ๆ นี้ อ่านหนังสือของสำนักพิมพ์อรุณแล้วไม่ค่อยรู้สึกรื่นรมย์ ลื่นไหลเหมือนแต่ก่อน
ด้วยมักจะสะดุดในเรื่องของการพิสูจน์อักษรอยู่เรื่อย ๆ
ถ้าเล็ก ๆ น้อย ๆ เจอคำผิดสักจุดสองจุดยังพอทำเนา พอทำใจให้กล้อมแกล้ม ๆ ผ่านไปได้
แต่นี่บางเล่ม... เช่นสองเล่มนี้เจอคำผิดไม่ต่ำกว่าเล่มละสิบจุดเป็นอย่างน้อย
ทั้งเป็นการเจอโดยการอ่านแบบผ่าน ๆ เพียงเพื่อความบันเทิงส่วนตัวเท่านั้น
ไม่ใช่การอ่านแบบแสกนทุกถ้อยกระทงความอย่างที่นักพิสูจน์อักษรมืออาชีพน่าจะต้องทำกัน

ยกต.ย.นิดหน่อย...
ในเล่ม "มนตร์ธารา"
(โผล่มาหน้าแรกก็เจอเลยทีเดียว) ในบทนำ หน้า ๑ ...กางเกงยีนเข้ารูปสีชีด...มันควรจะเป็น...สีซีด มากกว่านะคะ
ข้ามไปแค่สองหน้า ในบทเดียวกัน หน้าที่ ๔ ก็เจออีกจุด ...สวนดอกไม้สดชื่นแบ่งบาน ...เอิ่ม...น่าจะเป็น เบ่งบานค่ะ
จากนั้นก็เจออีกเรื่อย ๆ เช่น คำว่าเดือดร้อน กลายเป็นเดือนร้อน
คำว่าปิดสนิท กลายเป็นเปิดสนิท...ยิ้ม เป็น ยิ้ว ชื่อมงคล กลายเป็น มลคง ฯลฯ

แต่คำผิดที่เห็นแล้วไม่อยากปล่อยผ่านปรากฏอยู่ในหน้า ๔๑๐
คือคำว่า รัชกาลที่หก ในหนังสือพิมพ์เป็น รัชการที่หก...
คำว่ากาลต้องล.ลิงสะกดค่ะ ไม่ใช่ร.เรือ ทราบแล้วเปลี่ยน เอ้ย แก้ไขโดยด่วนค่า

ในเล่มที่สอง "มนตร์ลวงรัก" ก็ไม่ต่างกัน
เจอคำผิดตั้งแต่หน้าแรก ๆ ของหนังสือ แล้วก็เจอตรงนั้นตรงนี้ไปเรื่อย ๆ ไม่ต่ำกว่าสิบจุด...
(*ถ้าคุณนักเขียนสนใจ อยากทราบว่ามีจุดไหนบ้างเชิญหลังไมค์ได้ค่ะ )

มันทำให้รู้สึกตงิด ๆ ในใจต่อมาตรฐานการทำงานของกองบก.ของสำนักพิมพ์ใหญ่ขนาดนี้น่ะค่ะ
ว่าน่าจะระมัดระวัง ใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ได้มากกว่านี้

ซึ่งนั่นก็เป็นจุดผิดพลาดทางกระบวนการจัดพิมพ์
ในส่วนของเนื้อหาเรื่องราว นิยายชุดนี้ถือว่าเป็นนิยายน้ำดีที่อ่านแล้วให้ความรู้สึกอุ่นๆ อวลๆ ในหัวใจดีค่ะ
อ่านจบแล้วจึงหยิบมาบอกต่อชวนกันอ่านในวันนี้ค่า








 

Create Date : 30 เมษายน 2558    
Last Update : 30 เมษายน 2558 15:42:38 น.
Counter : 4511 Pageviews.  

~ ดวงใจในสายลม : นิยายที่จะทำให้คุณเห็นคุณค่าและศรัทธาในความรัก โดย กีรติ ชนา ~





ดวงใจในสายลม
ผู้เขียน : กีรตี ชนา
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ(พิมพ์ครั้งแรก มี.ค. ๒๕๔๒)
๕๖๐ หน้า ราคา ๒๘๕ บาท

ปกหลัง :


ชีวิตของคนเราทุกคนไม่สั้นจนเกินไป
ระยะเวลาของชีวิตนั้น
นานพอสำหรับคนที่รู้จักรัก รู้จักให้

แต่ชีวิตคนเรายาวนานมาก สำหรับคนที่ไม่รู้จักรักที่แท้จริง
น้อยคนเหลือเกินที่จะมี'ชีวิต'เต็มเปี่ยม
พร้อมที่จะตายในวันสิ้นลม

คนส่วนใหญ่ไม่เคยรู้จักค่าของชีวิต
และ 'ตาย'แล้วนานเป็นปี ๆ เป็นสิบ ๆ ปี...
ก่อนวันสิ้นลมเสียอีก






เรื่องย่อ (ย่อเอง)

ผไทกับนีราเป็นคู่รักที่รักกันมาเนิ่นนานนับตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย
เมื่อเรียนจบ ทั้งคู่ต่างเข้าทำงานคนละที่ และมีความก้าวหน้าในงานเป็นอย่างดี
ทั้งคู่วางแผนจะแต่งงานกันเมื่อสามารถสร้างหลักปักฐานได้มั่นคงแล้ว
แต่ความที่มารดาของผไทไม่ค่อยพอใจนีรานัก
เพราะเธอมาจากครอบครัวที่แตกแยก พ่อกับแม่แยกทางกัน
ผไทจึงวางแผนไปเรียนต่อและทำงานที่อเมริกา
เพื่อที่ว่า...เมื่อเขาเก็บเงินได้พอสมควรก็ให้นีราตามไป
และแต่งงานใช้ชีวิตคู่ด้วยกันที่นั่น

เมื่อนีรามีโอกาสได้ไปดูงานที่สหรัฐฯ ผไทตัดสินใจขอเธอแต่งงาน
นีราตอบตกลง แต่โชคร้าย...ผไทประสบอุบัติเหตุ ถูกรถชนจนเสียชีวิต

นีรารู้สึกเคว้งคว้างทันใด แต่ยังดีที่มีครอบครัวของน้านงนุช
น้าของผไทที่ทำงานเป็นพยาบาลอยู่ที่นั่นคอยปลอบโยนและให้กำลังใจ

ในวันที่ผไทเสียชีวิต น้านงก็ได้เป็นผู้ช่วยหมอผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจให้กับพระพาย
ชายหนุ่มลูกครึ่งไทย-อเมริกัน เมื่อประมวลช่วงเวลาดูแล้วทำให้เธอรู้ว่า
ผู้ที่บริจาคหัวใจให้กับพระพายก็คือหลานชายของเธอนั่นเอง
ทำให้เธอรู้สึกเอื้อเอ็นดูและผูกพันกับพระพายเป็นพิเศษ

แต่ถึงแม้พระพายจะพร่ำถามถึงคนที่บริจาคหัวใจให้เขา
เพราะเขาอยากตอบแทนให้กับญาติพี่น้องของคนคนนั้น
น้านงนุชก็ไม่ยอมบอก...

พระพายไม่มีญาติพี่น้อง เนื่องจากพ่อกับแม่เสียชีวิตไปหมดแล้ว
เมื่อน้านงนุชมาดูแลเขา เขาจึงรู้สึกผูกพัน และพลอยสนิทสนมกับลูก ๆ ของน้านงนุชไปด้วย
และเลยได้รู้จักนีรา ซึ่งเขาเคยพบแล้วครั้งหนึ่งก่อนผ่าตัด แต่ตอนนั้นเธออยู่กับผไท
จึงแทบจะมองไม่เห็นเขา

พระพายนั้นประทับใจในตัวนีราตั้งแต่แรกพบ
เมื่อรู้ว่าคู่รักของเธอเสียชีวิต เขายิ่งรู้สึกเห็นใจและอยากปลอบประโลม
แต่เขาก็เกรงว่าเธอจะคิดว่าเขาฉวยโอกาส...

อนึ่ง...เขารู้ตัวดีว่าถึงแม้เขาจะได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจแล้ว
แต่เขายังมีความเสี่ยงที่ร่างกายของเขาอาจจะปฏิเสธเนื้อเยื่อหัวใจดวงใหม่
และอาจจะต้องเสียชีวิตลงเมื่อไหร่ก็ได้
เช่นนั้นแล้ว ถ้าหากนีราผูกพันกับเขา...
เธอมิต้องพบกับการพลัดพรากสูญเสียซ้ำอีกครั้งหรืออย่างไร...






หลังอ่าน...

นิยายรัก โรแมนติก ที่อาจจะนับเนื่องให้เป็นไพรัชนิยายเรื่องหนึ่งก็ว่าได้...
ด้วยเรื่องราวเกือบจะกว่าครึ่งค่อนเรื่องดำเนินอยู่ในต่างประเทศ
มีบทบรรยายถึงฉากอันงดงาม และเกร็ดสาระทางสังคมและวัฒนธรรมสอดแทรกอยู่อย่างน่าสนใจ

ถึงแม้เนื้อหาเรื่องราวในนิยายจะแสนเศร้า อ่านแล้วน้ำตาไหลพราก ๆ
สงสารนางเอกเป็นที่สุด...
แต่ในความเศร้า ผู้เขียนได้สอดแทรกคติธรรมว่าด้วยสัจจะแห่งชีวิตไว้อย่างกลมกลืนลึกซึ้ง
ด้วยสำนวนภาษาที่นุมนวล ละเมียดละไม
ให้ความรู้สึกอบอุ่น อ่อนโยนเกิดขึ้นในจิตใจอย่างดึ่มด่ำ

พร้อมกันก็ได้เรียนรู้ที่จะเผชิญกับความทุกข์ ความเจ็บปวด
อันเกิดจากความพลัดพรากสูญเสียอย่างเข้มแข็งและอดทน
โดยอาศัยความทรงจำที่งดงามที่เคยมีร่วมกันเป็นเครื่องค้ำจุนจิตใจ
ไม่ให้ตกจมอยู่กับความทุกข์นั้นเนิ่นนานนัก...

ในเรื่องของฉากรัก แม้จะมีอยู่น้อยมาก แต่ผู้อ่านจะสามารถสัมผัสได้
ถึงความรักอันอ่อนหวาน มากมาย มันคงแน่นหนาที่พระเอกมีให้ต่อนางเอก
หรือแม้แต่พระเอกคนที่สองที่เราอาจจะรู้สึกว่าเร็วไปไหม...
เพราะผไทเพิ่งเสียชีวิตไปไม่นานเลย พระพายก็ก้าวเข้ามาในชีวิตของนีราอย่างรวดเร็ว
ท่ามกลางเสียงเชียร์ของใครต่อใคร...
แต่เราก็จะรับรู้ได้ถึงความจริงจัง ความสมเหตุสมผล(รวมถึงความจำเป็น)ของความรักครั้งนี้
จนพลอยร่วมลุ้นและเอาใจช่วยไปด้วย

นอกเหนือจากเรื่องราวความรักอันงดงามของคู่พระ-นางแล้ว
ในเรื่องยังมีเรื่องราวความรักข้ามวัฒนธรรมที่เกิดจากความคาดหวัง...ระหว่างโรสกับรอย
ความรักข้ามรุ่นที่วูบไหว...ระหว่างโรสกับปาลี
ความรักวัยรุ่นแบบปั๊ปปี้เลิฟ...ระหว่างวินนี่กับหลิน

หรือกระทั่งความรักฉันพี่น้อง และความรักในครอบครัว

ในทุก ๆ ความรักจะมีแง่มุมที่งดงามและขมขื่นแฝงอยู่
ให้เราได้ร่วมเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กันกับตัวละคร

"...เพราะไม่ว่าจุดจบของความรักจะลงเอยในรูปแบบใด
เมื่อเราได้รักใครจากหัวใจอย่างแท้จริง
ความรักก็จะยังคงอยู่ในหัวใจของเราตลอดไป
หลายคนคงมีกำลังใจ กล้าหาญมากขึ้นกับความรัก
“การพลัดพราก” จะบาดเจ็บอย่างไร
คงต้องขึ้นกับผู้ที่เคยสัมผัสมาแล้ว.. "



คนเขียนสร้างพล็อต และตัวละครได้อย่างเยี่ยมยอดจริง ๆ ชอบมาก ๆ

...........


จริง ๆ แล้วนิยายเล่มนี้วางอยู่บนชั้นมานานนับสิบปี
แต่เมื่อก่อน อาจจะยังเยาว์อยู่...จึงเพียงหยิบมาอ่านช่วงต้น ๆ
แล้วข้ามไปอ่านตอนจบ...แล้วก็วางคืนบนชั้น ด้วยกริ่งเกรงความรันทดสลดใจ

จนวันเวลาผ่านเลยล่วงมาจนบัดนี้
ชีวิตได้เดินทางผ่านการพบพานและการจากพรากมาบ่อยครั้งเข้า
รู้สึกเหมือนมีภูมิคุ้มกันในระดับหนึ่ง
ประกอบกับได้เห็นจากหน้าเพของสนพ.อรุณว่าได้มีการพิมพ์ครั้งใหม่เมื่อเร็ว ๆ นี้
ซึ่งนั่นก็น่าจะแปลว่า...หนังสือเค้าต้องดีจริงสิถึงมีการพิมพ์ซ้ำ
จึงหยิบเล่มเก่าของตัวเองลงมาจากชั้น...
แล้วก็ได้แต่ฉงนใจว่า ตัวเองมองเมินนิยายดีงามแบบนี้ได้ยังไง
แต่ในที่สุดก็ได้อ่านแล้วล่ะ ชอบมากด้วย...จึงหยิบมาบอกต่อ ชวนอ่านกันวันนี้ค่ะ

ภาพปกฉบับพิมพ์ใหม่ค่ะ...












 

Create Date : 05 เมษายน 2558    
Last Update : 5 เมษายน 2558 9:37:05 น.
Counter : 2864 Pageviews.  

~ ใต้เงาพยัคฆ์ : นิยายรักของมาเฟีย โดย"มิถุนายน" ~





ใต้เงาพยัคฆ์
ผู้เขียน : มิถุนายน
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ(ต.ค. ๒๕๕๗)
๓๗๕ หน้า ราคา ๒๘๕ บาท

โปรยปก (เรื่องย่อ)


เมื่อช่างแต่งหน้าสเปเชียลเอฟเฟ็กต์สาว ต้องไปเป็นตัวตายตัวแทนของพี่ชาย
ท่ามกลางเงื้อมเงาร้าย กลับได้หัวใจรัก...

มาลิกา ไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นยามากูชิ เพราะไม่ว่าอย่างไร
เธอเป็นได้แค่เพียงแกะดำของตระกูลเท่านั้น

แต่ใครจะไปคิดว่าตาเฒ่าใจดำและยะโสอย่างโทดะ จะมาพบหลานนอกคอกอย่างเธอถึงสหรัฐฯเป็นครั้งแรก
และยังใช้อิทธิพลบังคับให้เธอปลอมตัวเป็นพี่ชายต่างแม่ที่เธอไม่เคยรู้จัก
ต้องปลอมตัวเป็นผู้ชายก็ว่าแย่แล้ว แต่ดันถูกนรสิงห์ หนึ่งในผู้ต้องสงสัย
ว่าอยู่เบื้องหลังการลอบทำร้ายพี่ชายจ้องตาเป็นมันก็ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่

หรือว่าพี่ชายของเธอจะเป็นเกย์! แค่คิดมาลิกาก็ขนลุก อยากจะหนีไปให้พ้นๆ เขา
ทว่ายิ่งเธอหนี เขาก็ยิ่งตาม และคงไม่ดีแน่ถ้าความลับของโทดะถูกเปิดโปง

ต้องเก็บความลับเรื่องการปลอมตัวก็ยากแล้ว
ชีวิตในฐานะหมากบนกระดานที่เต็มไปด้วยศตรูของโทดะก็ต้องระวัง
แต่เป็นคนเฝ้าระวังภัยนั้นไม่ง่ายเหมือนคนที่จ้องทำร้าย
เพราะยิ่งตามหาตัวคนร้าย เธอก็ยิ่งเข้าตาจน
น่ากลัวว่ามาลิกาจะจนมุมให้แก่ศัตรูเสียก็ไม่รู้!







ความรู้สึกวูบแรกเลยหลังจากเห็นชื่อเรื่องและอ่านคำโปรยปกก็คือ...
นี่มันพล็อตละครหลังข่าวแนวมาเฟียที่กำลังฮอตฮิตติดจออยู่ตอนนี้ชัด ๆ นี่นา
ท่าจะสนุกแฮะ...ก่อนอ่านก็เลยเตรียมเงื้อง่าความฟินไว้ล่วงหน้า...
แต่จากนามปากกาที่ใหม่มากต่อสายตา ก็เลยจำกัดความคาดหวังไว้เพียง...ประมาณหนึ่ง หุหุ

..................

เรื่องราวโดยย่อก็ตามโปรยปกนั่นเลยค่ะ

นางเอกเป็นช่างแต่งหน้าสเปเชียลเอฟเฟ็กต์มืออาชีพที่ใช้ชีวิตอยู่กับแม่ในสหรัฐฯ
วันดีคืนดีคุณปู่ที่เธอไม่ยอมรับก็มาหาเธอ
และใช้บุญคุณและคำสัญญาในอดีตที่เคยมีต่อแม่บังคับให้เธอเดินทางกลับประเทศไทย
เพื่อแสดงตัวเป็นพี่ชายต่างแม่ ที่ถูกปองร้ายจนอาการสาหัส...
นั่นหมายความว่าเธอต้องเอาตัวเองเข้าไปเป็นเหยื่อล่อให้ผู้ปองร้ายนั้นเปิดเผยตัว

แต่แทบจะทันทีที่เธอปรากฏตัวต่อหน้านรสิงห์ ในคราบของอากิระ พี่ชายของเธอ
เธอก็พลาดท่าเสียทีให้เขาจับได้เสียแล้ว...
นั่นทำให้แทนที่เธอจะสงสัยว่าเขาเป็นหนึ่งในผู้ที่คิดร้ายต่ออากิระ
มันกลับกลายเป็นว่า...เธอต้องมาจับจ้องใหม่ว่า...
แท้จริงแล้วความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่เป็นฉันใดกันแน่...?






ถือว่าสนุกพอสมควรแหละค่ะ อ่านได้เพลิน ๆ ไม่ถึงขั้นตื่นเต้นเร้าใจวางไม่ลง อะไรขนาดนั้น
แต่ก็มีเงื่อนมีปม มีประเด็นให้อยากรู้ อยากติดตามอยู่เรื่อย ๆ ...
โดยเฉพาะปมหลักของเรื่องคือใครคือคนร้ายตัวจริงที่ลอบทำร้ายอากิระ...
ซึ่งมาลิกามีหน้าที่ต้องล่อให้ศตรูในเงามืดต้องเผยตัว ตามการเดินเกมของโทดะ ยามากูชิ
ปู่แท้ ๆ ของเธอเองที่เลือดเย็นพอที่จะให้หลานสาวต้องเผชิญอันตรายที่อาจจะร้ายแรงถึงแก่ชีวิตได้
เพียงเพื่อจะรักษาธุรกิจของวงศ์ตระกูลและชีวิตของหลานชาย
ตอนท้ายยังมีจุดหักมุมที่คาดไม่ถึงอีกต่างหาก...
ซึ่งส่วนตัวคิดว่า ปมที่ซ้อนซ่อนอยู่ตอนท้ายนี่ต่างหากที่เป็นปมเด่นของเรื่อง

ในส่วนของสำนวนภาษาและการเล่าเรื่องก็โอเคในระดับหนึ่งค่ะ
อ่านได้ลื่นไหลไม่มีสะดุด
พล็อตค่อนข้างใหญ่และซับซ้อนดีหรอก
แต่อาจจะเป็นเพราะตัวละครค่อนข้างเยอะ...
มีกลุ่มอิทธิพลกลุ่มนั้นกลุ่มนี้สามถึงสี่สายตระกูลที่เกี่ยวข้องกัน
ทำให้การเฉลี่ยบทบาทตัวละครยังทำได้ไม่ค่อยจะทั่วถึงพอ
บางคนโผล่มานิด ๆ เหมือนจะมีบทบาทอยู่ แต่แล้วก็เฟดหายไปจากหน้าหนังสือเสียเฉย ๆ

เรื่องราวที่ควรจะเข้มข้นก็อาจจะดูจืดไปหน่อยในบางช่วง

จุดที่ชอบในเรื่องนี้คือพระเอกค่ะ พระเอกฉลาด และสุขุมดีอะ
แม้นางเอกจะดูง๊องแง๊ง ๆ เจ้าอารมณ์อยู่สักหน่อย
แต่เวลาพวกเขาอยู่ด้วยกันมันกลับดูลงตัว ดูเข้าขากันดี
มีมุมกุ๊กกิ๊ก ๆ ชวนฟินอยู่บ้างไม่มากไม่น้อย...

แต่คู่ที่กุ๊กกิ๊กกว่า ชวนจิ้นกว่ากลับตกไปเป็นของคู่รองอย่างน้องสาวต่างแม่ของมาลิกากับบอดี้การ์ดหนุ่มอย่างปัตถ์

อ่านจบแล้วคิดว่านิยายแนว ๆ นี้ น่าทำเป็นละครทีวีนะ มันมีอะไรที่น่านำเสนอเยอะดี
แก่นของเรื่องเขาจริง ๆ แล้วไม่ใช่แค่เรื่องเชือดเฉือนฟาดฟันกันระหว่างกลุ่มมาเฟียหลาย ๆ กลุ่มหรอก
แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นก็คือปมเหยียดเพศที่ซ้อนอยู่ในเรื่องนั้นต่างหาก

แต่อาจจะยากสักหน่อยในการแคสตัวละคร เพราะในเรื่องนี้นางเอกต้องปลอมตัวเป็นผู้ชาย
แถมมีตัวละครแฝดสามชายอยู่ในเรื่องอีกด้วย...

สรุปว่า...เป็นการลองของใหม่ที่ไม่ผิดหวังค่ะ
นิยายจากนักเขียนนามใหม่ที่ไม่คุ้นเคย
อ่านแล้วก็ชอบในระดับหนึ่ง จึงหยิบมาบอกต่อ ชวนอ่านกันวันนี้ค่ะ









 

Create Date : 27 มีนาคม 2558    
Last Update : 27 มีนาคม 2558 15:55:09 น.
Counter : 1623 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  

BlogGang Popular Award#13


 
แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 168 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs


~ เดเปอโร รักยิ่งใหญ่จากใจดวงเล็ก/เคท ดิคามิลโล/เขียน งามพรรณ เวชชาชีวะ/แปล ~

~สูญมนุษย์วันสิ้นโลก/Z for Zachariah/Robert C. O'Brien/เขียน วิลาส วศินสังวร/แปล ~

~ บ้านใหม่บนดิน The People of Sparks/ฌานน์ ดูโปร เขียน/แสงตะวัน แปล~

~ บ้านริมทะลสาบ/เข็มพลอย~

~ อาคม/ชลนิล~

~กลรักเกมเลือด/กีโยม มุสโซ เขียน/จรัมพร หาญพล แปล~

~ห้วงลวงรัก/กีโยม มุสโซ เขียน/จรัมพร หาญพล แปล~

~ ไพรีนฤมิต/ญนันธร~

~ รื่นรักรมย์ลวง@หัวหิน/กิ่งฉัตร~

~ เมียเจ้า/Amy Tan (นรา สุภัคโรจน์/แปล)~

~ความฝันครั้งที่สอง/ว.วินิจฉัยกุล~


สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.