“ความสามัคคีปรองดองเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
กับความรักใคร่เผื่อแผ่ช่วยเหลือกันฉันญาติพี่น้อง
สองประการนี้ คือคุณลักษณะสำคัญของไทย
ที่ช่วยให้ชาติบ้านเมืองอยู่รอดเป็นอิสระ
และเจริญมั่นคง มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน”
*พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙
พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ๒๕๓๒

~ บ้านริมทะเลสาบ : นิยายรักสะท้อนสังคมร่วมสมัย โดย"เข็มพลอย" ~





บ้านริมทะเลสาบ
ผู้เขียน : เข็มพลอย
สนพ.เพื่อนดี(พ.ค. 2548)
319 หน้า ราคา 200 บาท

ปกหลัง


"ผมว่าความรักก็เหมือนบ้านนะครับ...
บ้านหลังใหญ่แบบคฤหาสน์ตกแต่งสวยงามก็ไม่ได้เป็นที่ถูกใจของทุกคน
บางทีเราเข้าไปแล้ว รู้สึกไม่กลมกลืนไปกับบ้านหลังนั้นก็มี
แต่บ้านบางหลังพอเข้าไปแล้วรู้เลยว่าใช่ เพราะลงตัวกับใจไปหมด"







หลังอ่าน

เคยอ่านผลงานนักเขียนนามนี้แล้วหนึ่งเล่ม 'โถงสีเทา' ค่อนข้างชอบเลยค่ะ
พอมาเจอเล่มนี้เลยคว้ามาโดยไม่ลังเล คาดหวังแนวเรื่องแบบ...บ้านเล็กในป่าใหญ่...ริมทะเลสาบสีเงิน อะไรเทือก ๆ นั้น

แต่พอได้อ่านเข้าจริง...ออกอาการเงิบนิด ๆ มันคนละเรื่อง คนละโทน คนละอารมณ์เลยทีเดียว

เล่มนี้เป็นนิยายชีวิตที่สะท้อนสังคมสมัยใหม่
ว่าด้วยเรื่องของการใช้ชีวิตในยุคที่เร่งรีบและฉาบฉวย เน้นหนักไปในเรื่องของการทำธุรกิจบ้านจัดสรร

เริ่มต้นที่ครอบครัวนางเอก-เจนนี่หรือเจนจิรา เริ่มรู้สึกว่าบ้านที่อยู่มานานนับสิบปีชักจะพลุกพล่านเสียงดังไม่น่าอยู่อีกต่อไป
จึงคิดจะย้ายบ้าน แล้วพวกเขาก็ไปถูกใจบ้านริมทะเลสาบชานเมืองที่เป็นหมู่บ้านจัดสรรของครอบครัวพระเอก
นายหิน ลูกชายคนรองของบ้าน"หอพัฒนะทรัพย์"
แต่ครั้งแรกที่เจอ เจนนี่กับคุณย่าเข้าใจผิดคิดว่านายหินเป็นเซลส์ขายบ้านเท่านั้น
เจนนี่กับหินนั้นเคยเจอกันครั้งหนึ่งแบบบรรยากาศไม่น่าประทับใจนัก
ฝ่ายหินนั้นมองว่าเจนนี่ก็เหมือนกับเด็กวัยรุ่นลูกคุณหนูทั่ว ๆ ไปที่เอาแต่ใจตัว
ในขณะที่เจนนี่ก็มองว่านายหินเป็นตาแก่ทึ่มทื่อขี้บ่น...
แต่เมื่อมาเจอกันครั้งนี้ทั้งคู่ต่างรู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่ได้เป็นอย่างที่เคยคิด
ทั้งคู่จึงสามารถสานสัมพันธ์และสนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว

แต่ก็เป็นความสัมพันธ์ฉันผู้ซื้อผู้ขาย หรือเพื่อนบ้านเท่านั้น
เพราะนายหินนั้นมีคู่รักที่คบหากันสมัยที่เขาเรียนอยู่เมืองนอก
เจ้าหล่อนเป็นสาวเกาหลีที่กำลังจะบินตามมาหาเขาเร็วๆนี้





เรื่องราวส่วนใหญ่จะเล่าแบบเรียบๆเรื่อยๆ เน้นหนักในเรื่องของปัญหาในการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
คู่ขนานไปกับปัญหาชีวิตรักของหนุ่มๆสาวๆในเรื่อง...
ตั้งแต่คู่ของอิฐ พี่ชายคนโต ที่มีภรรยาเป็นสาวไต้หวัน มีลูกชายแล้ว 1 คน
แต่ยังไม่วายมีมือที่สามอย่างสาวสมัยใหม่เข้ามาพัวพันหมายแย่งชิง
โดยไม่แคร์ว่าจะไปทำลายครอบครัวใคร...งานนี้ต้องลุ้นในความรักของอิฐกับภรรยาว่าจะมั่นคงเพียงพอหรือไม่

ในขณะที่คู่ของหินก็มีปัญหา เพราะคิมไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมครอบครัวแบบไทย ๆ ที่บ้านของหินได้
ประจวบกับจิตใจของหินก็เริ่มจะเอนเอียงออกห่างตั้งแต่มารู้จักเจนนี่แล้ว

ชอบตรงที่ผู้เขียนสามารถเปรียบเทียบ เชื่อมโยงเรื่องราวการสร้างบ้าน
การเลือกบ้าน ปัญหา อุปสรรคต่าง ๆ ในการทำธุรกิจบ้านจัดสรร
ให้เข้ากับเรื่องราวการใช้ชีวิต ความรักและการเลือกคู่ครองได้อย่างกลมกลืนสอดคล้อง...
ด้วยสำนวนภาษาที่เรียบง่าย ร่วมสมัย ให้ภาพชัดเจน...


ดังส่วนหนึ่งของคำนำสำนักพิมพ์...

".....ชีวิตครอบครัวจำเป็นต้องอาศัยความรัก
ความรักที่ประกอบด้วยความเห็นใจ เข้าใจซึ่งกันและกัน
อีกทั้งยังต้องมีความเสียสละและอดทนต่อปัญหาต่างๆที่เข้ามารุมเร้ารบกวน
โครงสร้างของความรักเช่นนี้จะช่วยประคับประคองให้่ชีวิตคู่ของเรานั้นคงทนและยืนยาว
ไม่ต่างไปจาก "บ้าน" ที่มีโครงสร้างฐานรากที่แข็งแรงซึ่งพร้อมจะรับน้ำหนักที่ถั่งโถมลงมา"



อ่านแล้วรู้สึกดี...หยิบมาชวนอ่านกันวันนี้ค่ะ












 

Create Date : 17 สิงหาคม 2560    
Last Update : 17 สิงหาคม 2560 13:42:04 น.
Counter : 406 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

~ อาคม : ไสยศาสตร์ มนตร์ดำหรือกรรมวิบาก...โดย "ชลนิล" ~





อาคม
ผู้เขียน : ชลนิล
สนพ. คำต่อคำ/พิมพ์(ครั้งที่ 3 /ก.ย. 58)
487 หน้า ราคา 340 บาท



โปรยปก(เรื่องราวโดยย่อ)


เสน่หา มนตรา พยาบาท

ผลชันสูตรศพมาเฟียรายใหญ่ที่ขัดแย้งกับลักษณะอาการก่อนตายอย่างน่าพิศวง
ดึงให้ ‘เอื้อกานต์’ คุณหมอสาวผู้มีสัมผัสพิเศษ และ ‘ทีเกื้อ’ นายตำรวจหนุ่ม น้องชายฝาแฝด
ก้าวเข้าสู่เส้นทางอันมืดดำอำมหิตของการแก้แค้นโดยไม่ทันตั้งตัว

คำสั่งลับจากสำนักงานตำรวจฯ ที่ตกมาถึง ทำให้ทีเกื้อได้รู้ว่า
การตายอย่างแปลกประหลาดนี้ มิใช่เพิ่งเกิดขึ้นครั้งแรก
หากก่อนหน้านี้ยังมีบุคคลสำคัญที่เกี่ยวพันกับพรรคแกนนำรัฐบาล
อีกสามรายเสียชีวิตในลักษณะใกล้เคียงและในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน
ทีมสืบสวนพิเศษจึงถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อดูแล ‘วีไอพี’ ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง
และติดตามค้นหาผู้ที่อยู่เบื้องหลังการตายที่ดูคล้ายการฆาตกรรมต่อเนื่องนี้

สัมผัสพิเศษ รวมทั้งความช่วยเหลือจากพี่สาวฝาแฝด
ทำให้ทีเกื้อมั่นใจว่า ‘อาวุธ’ ที่คนร้ายใช้สังหารเหยื่อ คือ ‘อาคม’ อันลึกล้ำและมีพลังแรงกล้า
เหยื่อแต่ละรายจึงถูกปลิดชีวิตอย่างโหดเหี้ยมโดยไร้ร่องรอยหลักฐานใดๆ ที่จะสาวถึงตัวคนร้าย
ทว่า...ต่อให้รู้ตัว รู้หน้า ก็ใช่ว่าใครจะหาญกล้าต่อกรกับฆาตกรอาคมเช่นนี้ได้

เหนืออื่นใด ยิ่งสืบสาวลงลึก เขาก็ยิ่งพบว่ามือสังหารลึกลับวนเวียนใกล้ตัวเข้ามาทุกที
นายตำรวจหนุ่มจะทำเช่นไร เมื่อเป้าหมายรายต่อไป
คือคนสำคัญที่มีความหมายต่อหัวใจซึ่งเขาอาจยอมแลกได้ทั้งชีวิต!







เป็นนิยายแนวเหนือจริง อิงไสยศาสตร์มนตร์ดำ ปนสืบสวนสอบสวนอย่างมีชั้นเชิง
เจือด้วยปมดราม่าสุดคลาสสิคประปราย...
ซึ่ง...บอกตามตรงว่าไม่ใช่แนวนิยมของตัวเองสักเทาไหร่ แต่ให้อ่านก็อ่านได้...
โดยเฉพาะเรื่องนี้ถูกเร้าความสนใจจากกระแสละคร และบังเอิญมีหนังสืออยู่ในกองดองพอดี...

(อย่างที่บอกว่าไม่ใช่แนว...แน่นอนว่าหนังสือย่อมไม่ได้ซื้อหามาเอง
เล่มนี้ได้รับมาจากการเล่นเกมอ่านหนังสือในห้องสมุดพันทิปเมื่อร่วม ๆ 2 ปีก่อน)

เรื่องย่อก็ประมาณข้างบนนั่นเลยค่ะ คงไม่ต้องเล่าเพิ่มเติมอีก
ตอนที่อ่านเรื่องนี้ ละครออนแอร์ไปสองตอนแล้ว...
เห็นได้ชัดว่าจากนิยายเป็นละครนี่ต้องมีการปรับเปลี่ยนบทมหาศาลมาก

ในนิยาย บทเด่นจะอยู่ที่ทีเกื้อ นายตำรวจหนุ่มผู้มีจิตสัมผัสเหนือธรรมดา
ที่ต้องทำหน้าที่ตามล่าหาตัวฆาตกรต่อเนื่อง ที่ใช้อาคมมืดในการก่ออาชญากรรมแต่ละครั้ง
เหยื่อของฆาตกรแต่ละรายล้วนมีส่วนพัวพันเกี่ยวข้องกับคดีๆ หนึ่งที่เกิดขึ้นในอดีต...
ที่สำคัญ จากการตามแกะรอย...เหยื่อรายต่อไปอาจจะเป็นคนใกล้ตัวของเขาเอง!







กับพี่สาวฝาแฝดของเขา แพทย์หญิงเอื้อกานต์ ผู้มีสัมผัสพิเศษเช่นเดียวกับทีเกื้อ...
ออกจะมากกว่าด้วยซ้ำ ด้วยความเป็นคนที่มีจิตนิ่งกว่า...

ในหนังสือการดำเนินเรื่องส่วนใหญ่จะเล่าผ่านความเป็นไปในชีวิตของฝาแฝดสองพี่น้องนี้เป็นหลัก...
จะถือว่าทีเกื้อเป็นพระเอกเต็มตัวก็ว่าได้

แต่ในละครจะแตกต่างออกไป... จริง ๆ แล้วปมหลักและเส้นเรื่องก็ยังคงเดิมนั่นแหละ
เพียงแต่เปลี่ยนสถานะทางสังคมของตัวละครหลัก ๆ จากบรรดานักการเมืองทั้งหลาย
กลายเป็นผู้มีอิทธิพลทางด้านสื่อมั่ง นักธุรกิจมั่ง
และไปเพิ่มบทบาทให้กับตัว'ฆาตกร'อย่างทรงกลด จนกลายเป็น"พระเอก" เต็มตัวในภาคละคร

ส่วนปมฆาตกรรม ปมล้างแค้น ปมดราม่าครอบครัวต่างๆนานานั่น
ก็เป็นไปตามขนบนิยายแนว ๆ นี้เป๊ะ ๆ เดาได้ไม่ยากนัก....







ความโดดเด่นและจุดที่ตัวเองชื่นชอบมาก ๆ ในนิยายเรื่องนี้
คือเรื่องราวความผูกพันและความสัมพันธ์ของสองพี่น้องฝาแฝดอย่างทีเกื้อกับเอื้อกานต์ค่ะ
อ่านแล้วชอบมากเวลาที่ทั้งสองสื่อสารกันทางจิต ทั้งแบบรู้ทันกัน เย้าแหย่กัน
กับถ้อยทีถ้อยอาศัย ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
อ่านแล้วรู้สึกอบอุ่นอ่อนโยนในหัวใจดี

อีกจุดที่ชื่นชอบก็คือเรื่องของการดำเนินเรื่องกับสำนวนภาษาที่ใช้ค่ะ...
การเล่าเรื่องทำได้ค่อนข้างกระชับฉับไวไม่เยิ่นเย้อ แม้จะย้อนไปย้อนมาอยู่บางช่วง
หากก็เป็นไปเพื่อบอกเล่าถึงเบื้องหลังของตัวละครหลัก ๆ กับปมสำคัญในอดีต

ผู้เขียนมีสำนวนภาษาที่สละสลวยลื่นไหลมาก ไม่ว่าจะบทบรรยายหรือบทสนทนา
ไม่ถึงขั้นซับซ้อนหรือลุ่มลึกจนต้องตีความ แต่ก็มีสำนวนโวหาร คารมคมคาย
เรียบง่ายทว่าหนักแน่นชัดเจน

ยกตัวอย่างเล็กๆ...

'ปีกรัตติกาลภายนอกโอบล้อมผู้คนและโลกไว้ด้วยความอบอุ่น
ทว่าปีกแห่งมัจจุราชกลับโบกสะบัด กระพือด้วยความเริงร่า
ดังต้องการจะบอกว่า...ความตาย...อยู่ใกล้เกินกว่าใครจะคาดคิด'


หรือจากข้อความตอนหนึ่ง จากบันทึกของคุณตาของทีเกื้อ...

"ข้าพเจ้าพบว่า...มีสิ่งหนึ่งอยู่เหนือวิชาคาถาอาคมเหล่านั้น
เป็นสิ่งง่ายๆธรรมดาที่ชาวพุทธทั่วไปรู้จัก แต่มักมองข้าม..
สิ่งนั้นคือ 'กรรมวิบาก' "


พบว่า...นิยายก็อ่านได้เพลินๆ แต่เวอร์ชั่นละครก็ดูสนุกตื่นเต้นดีค่ะ













 

Create Date : 04 กรกฎาคม 2560    
Last Update : 4 กรกฎาคม 2560 15:52:20 น.
Counter : 616 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

~ ไพรีนฤมิต (ชุด Miracle of love) : ดราม่าย้อนยุคย้อนสมัย โดย "ญนันธร" ~





ไพรีนฤมิต (ชุด Miracle of love)
ผู้เขียน : ญนันธร
สนพ.มายดรีม(พ.ย. 2557)
462 หน้า ราคา 280 บาท

โปรยปก



ของแถม....ที่มิอาจประเมินค่า

เมื่อสองหัวใจกลับมาหลอมรวม รักที่ต้องฟันฝ่าข้ามภพข้ามชาติ
ข้ามสถานะ...ระหว่างมนุษย์กับวิญญาณจึงบังเกิด

เมื่อนายทุนรอบจัดอย่าง หม่อมหลวงปรานต์ปิลันธ์ พิริยกุล
ซื้อที่ดินแล้วบังเอิญได้ การะเกด ผีนางรำสาวในสมัยรัชกาลที่ ๖
ที่แทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับโลกในปัจจุบันนี้แถมมา เจ้าหล่อนเกาะติดเขาตลอดเวลา
ด้วยสาเหตุที่ว่ามีเขาเพียงคนเดียวที่มองเห็นเธอ แม้จะเพียรไล่เท่าไรก็ไม่เป็นผล...
สุดท้าย อาชีพนายทุนก็ทำให้เขาคิดจะเปลี่ยนเธอเป็นเงิน
ทว่าไฉนเลย ไปๆ มาๆ เธอกลับมีค่ามากกว่านั้น...มากกว่าหัวใจของเขาเองเสียอีก

ความรักระหว่างเขาและเธอ คือพรที่เคลือบด้วยคำสาป
ซ่อนเร้นโศกนาฏกรรมที่ชวนสลดใจ ปาฏิหาริย์ดลบันดาลให้ได้มาพบกันอีกครั้ง
สำหรับเขา...ช่างเป็นเรื่องที่น่าขันที่ตกหลุมรักผู้หญิงคนเดียวกันถึงสามครั้ง
และสำหรับเธอ...มีใจคงมั่นแต่เขาเพียงคนเดียวเสมอมา
ทว่ากรรมเก่ายังไม่สิ้นสุด คนกับผีหรือจะมีชีวิตร่วมกันได้
อีกทั้งปริศนาในอดีตยังไม่เฉลยก่อเกิดเป็นบ่วงพันธนาการ
มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่จะปลดปล่อยให้วิญญาณได้รับอิสระ...นั่นคือรักแท้!







เป็นนิยายเรื่องแรกของนักเขียนนามนี้ที่ได้อ่านค่ะ หลังจากที่ได้ยินชื่อเสียงเธอมาสักระยะหนึ่งแล้ว
คิดอยู่ว่าคงได้มีโอกาสลิ้มลองฝีมือสักวัน แล้วก็ได้เล่มนี้มาอย่างบังเอิญมาก

เล่มนี้เป็นพารานอร์มอลที่ออกแนวย้อนยุคไปถึงสมัยร.๖ นู่น...
เรื่องย่อจากปกหลังค่อนข้างละเอียดนะคะ คงไม่ต้องเล่าอะไรเพิ่มเติมอีก
เอาเป็นว่าบอกเล่าความรู้สึกหลังอ่านเลยแล้วกัน...

อ่านได้ค่อนข้างลื่นไหลเพลิดเพลินดีค่ะ ชอบในระดับหนึ่งเลยแหละ
รู้สึกถึงความเป็นนิย๊าย-นิยาย(อ่านแล้วรู้สึกว่าน่าทำเป็นละครทีวีมาก)

นางเอกเป็นอดีตนางรำในวังในสมัยรัชกาลที่ ๖ ที่อาคมบางอย่างกักขังเธอไว้
ในโรงละครเก่า ร้างที่พระเอกซื้อมาและเตรียมทุบทิ้งเพื่อสร้างเป็นโรงแรม
และด้วยอะไรก็ตามทำให้เธอสามารถตามติดและสื่อสารกับพระเอกได้


ส่วนตัวรู้สึกว่าเป็นมุกที่ค่อนข้างเกร่อนะคะ แต่ก็อ่านได้สนุกด้วยวิธีดำเนินเรื่อง
และสำนวนภาษาของผู้เขียนมันชวนอ่านน่ะคะ
มีการสอดแทรกเกร็ดประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมย้อนยุคไว้อย่างน่าสนใจ
เห็นได้ว่ามีการทำการบ้านมาเป็นอย่างดี
บุคลิกลักษณะของนางเอกก็เชื่อได้ และเราก็ชอบเธอด้วย
ถึงเธอจะเป็นสาวหลงยุค แต่เธอก็เรียนรู้และปรับตัวได้เร็วดี
แถมดูจะเป็นสาวที่มองโลกในแง่ดีอีกต่างหาก








ในเรื่องยังมีอ้างอิงถึงตัวละครที่น่าจะเป็นตัวเอกในนิยายเรื่องอื่น ๆ ของเธอ
ซึ่งก็รู้สึกว่าน่าสนใจดี ถ้ามีโอกาสอาจจะได้หามาอ่านต่อไป...

กลับมาพูดถึงเล่มนี้...ส่วนตัวมาสะดุดนิด ๆ ในช่วงท้าย ๆ ...
แม้ผู้เขียนจะย้ำว่านางเอกเป็นวิญญาณสาวที่จริง ๆ แล้วยังไม่หมดอายุขัย
แต่ถูกคาถาอาคมกำกับไว้ จนกว่าจะแก้อาถรรพณ์นั้นได้ก็สามารถกลับคืนเป็นคนได้ชั่วคราว...

ตรงนี้แหละค่ะที่รู้สึกสะดุด คือคิดในแง่วิทยาศาสตร์แล้วมันขัด ๆ
คือถ้าเป็นพารานอร์มอลทั่วๆไป อาจจะให้วิญญาณไปสิงร่างคนนั้นคนนี้แล้วก็กลับคืนมามีชีวิต
แต่นี่นางเอกซึ่งเคยมีชีวิตอยู่ในช่วงเกือบๆ ร้อยปีที่แล้ว
มาในปัจจุบันยังคงสามารถกลับคืนเป็นคนที่มีเลือดมีเนื้ออยู่ในร่างเดิม ๆ ได้...
เอิ่ม...ตายไปเมื่อเก้าสิบปีที่แล้วเนี่ยนะ?????

แหะ ๆ นิยายน่า...นิยาย ต้องคอยเตือนตัวเองแบบนี้เรื่อยๆค่ะ
ก็เลยอ่านได้จนจบ










 

Create Date : 29 มิถุนายน 2560    
Last Update : 29 มิถุนายน 2560 15:26:32 น.
Counter : 375 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

~ รื่นรักรมย์ลวง@หัวหิน : โรแมนติก -พารานอร์มอล โดย "กิ่งฉัตร" ~





รื่นรักรมย์ลวง@หัวหิน
ผู้เขียน กิ่งฉัตร
สำนักพิมพ์ลูกองุ่น/พิมพ์( มีนาคม 2560)
438 หน้า ราคา 350 บาท

เรื่องย่อ ๆ (จากปกหลัง)...


อธินาถ เป็นผู้หญิงธรรมดา ๆ สวมสูทสีหวาน เปิดสำนักงานที่แต่งอย่างดี
น่าเข้าไปใช้บริการ อธินาถทำงานของตัวเองอย่างมีความสุข
หล่อนยิ้มแย้มเบิกบานต้อนรับลูกค้าด้วยความอ่อนหวานเข้าอกเข้าใจ
ทุกอย่างคงเป็นปกติถ้าลูกค้าที่มาขอความช่วยเหลือจากหล่อน
จะไม่ใช่วิญญาณที่ยังติดค้างอะไรบางอย่างจากชีวิตเดิม

จิรัสย์ เป็นคนดวงแข็ง จิตแข็ง เขารู้ว่าโลกใบนี้มีภูติผีวิญญาณ
แต่เมื่อไม่เห็นกับตาสัมผัสไม่ได้ เขาก็ขอที่จะเลือกไม่เชื่อ
เขาไม่เชื่อเรื่องคนทรง ไม่เชื่อเรื่องผู้สื่อวิญญาณหรือผู้บำบัดวิญญาณอะไรทั้งนั้น
เขาไม่เชื่อจนกระทั่งได้พบกับผู้หญิงธรรมดาที่จะเปลื่ยนแปลงความเชื่อของเขาไปตลอดกาล






หลังอ่าน...
เล่มนี้เป็นแนวพารานอร์มอลเล็ก ๆ ค่ะ
นางเอกอธินาถเป็นคนมีสัมผัสพิเศษ สามารถสื่อสารกับวิญญาณได้
ซึ่งความสามารถพิเศษนี้ทำให้เธอมีเพื่อนน้อย เพราะคงไม่มีใคอยากคบกับคนที่มองเห็นผีได้
แต่ข้อนี้ไม่ได้ทำให้เธอมีปมด้อยแต่อย่างใด กลับใช้มันเป็นประโยชน์ต่อตัวเอง
โดยทำเป็นธุรกิจรับติดต่อสื่อสารกับวิญญาณให้กับญาติของผู้ล่วงลับที่อาจจะยังมีอะไรติดค้างในใจเสียเลย

"ลูกค้า"ที่เป็นตัวละครหลักของเรื่อง เป็นคุณทวด บรรพบุรุษของเจ้าของบ้านชลธี
บ้านพักที่สร้างตามแบบเรือนขนมปังขิงที่ตั้งอยู่ที่หัวหิน
ท่านอยู่ของท่านดี ๆ มาตั้งนาน แต่จู่ๆ คุณทวดก็เกิดจะเฮี้ยน
อาละวาดใส่ผู้คนที่ผ่านไปมาบริเวณบ้านจนมีเสียงร่ำลือไปทั่ว
ร้อนถึงเจ้าของคนปัจจุบันต้องมาติดต่ออธินาถให้ไปช่วยแก้ปัญหานี้ให้
โดยไปถามไถ่คุณทวดว่ามันเกิดอะไรขึ้น ท่านต้องการให้ลูกหลานทำอะไรให้...

จิรัสย์เป็นเจ้าของโรงแรมรื่นรมย์@หัวหิน ที่มีฐานะเป็นลูกหลานคนหนึ่งของคุณทวด
และยังเป็นทั้งญาติ ทั้งคู่หมายของศีดา ลูกสาวของเจ้าของบ้านชลธีคนปัจจุบัน
เขามาติดต่ออธินาถเป็นเพื่อนศีดาด้วยเกรงว่าศีดาจะถูกหลอก...
เพราะปกติเขาเป็นคนดวงแข็งที่ไม่เชื่อในเรื่องภูตผีวิญญาณ
แต่เอาเข้าจริง เมื่อมาพบกับอธินาถเพียงไม่กีครั้ง
เขาก็สัมผัสได้ถึงความจริงใจ ตรงไปตรงมาของเธอ
ทั้งยังได้เผชิญกับเหตุการณ์อันเหลือเชื่อแบบจัง ๆ
จึงเกิดเป็นความสนใจ กลายเป็นความทึ่ง ความเชื่อ... และความรักโดยไม่รู้ตัว








อ่านสนุก อ่านเพลินตามสไตล์ของคุณกิ่งฉัตรเลยค่ะ
เปิดเรื่องมาได้ตลก ขำ ๆ แต่ผู้เขียนทำได้แบบเป็นธรรมชาติมาก
โดยลูกค้าที่เป็นผีหัวขาดต้องการให้อธินาถบอกให้ญาติ ๆ ของเจ้าหล่อน
ทำบุญด้วยอุปกรณ์ที่จะทำให้หล่อนสามารถต่อหัวตัวเองเข้ากับตัวได้...
เพราะการที่ต้องหอบศีรษะตัวเองไปไหนต่อไหนมันช่างไม่สะดวกเอาเสียเลย
อ่านแล้วแอบขำอะ ผู้เขียนบอกเล่าราวกับเป็นเรื่องธรรมดาสามัญกระนั้น...

จนมาถึงปมหลักของเรื่องที่ก็ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนมากนัก
เป็นเรื่องของการสืบสวนสอบสวนตามแนวถนัดของผู้เขียน
เพียงแต่เรื่องนี้นางเอกมีผู้ช่วยเป็นบรรดาลูกค้าที่เธอเคยช่วยเหลือไว้
จึงทำให้อ่านได้สบาย ๆ ไม่ต้องห่วงพระเอกนางเอกมากนัก
แต่แอบห่วงคู่รองอย่างนายเม้งกับหนูบุ้งมากกว่า....
เพราะฝ่ายหญิงดูจะเป็นเด็กมีปัญหาเหลือเกิน
ในขณะที่นายเม้งเองก็เป็นตัวละครที่มีบทบาทสีสันจี๊ดจ๊าดมาก...
บทจะเยอะและโดดเด่นกว่าพระเอกเสียด้วยซ้ำมั๊ง
(เล่าไม่ได้ค่ะ เดี๋ยวสปอยล์)

ชอบค่ะ ชอบมากด้วยไม่เคยผิดหวังกับผลงานคุณกิ่งฉัตรเลยจริง ๆ










 

Create Date : 27 มิถุนายน 2560    
Last Update : 29 มิถุนายน 2560 11:38:44 น.
Counter : 515 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

~ ความฝันครั้งที่สอง : ว.วินิจฉัยกุล ~






ความฝันครั้งที่สอง
ผู้เขียน ว.วินิจฉัยกุล
ผู้พิมพ์ สนพ.อรุณ (มีนาคม 60)
428 หน้า ราคา 350 บาท

โปรยปกหลัง


ฉันไม่แน่ใจเหมือนกันว่าคืนนั้นเราคุยกันอยู่จนเกือบสว่างได้ยังไง
รู้แต่ว่ามีเรื่องมากมายเล่าสู่กันฟังไม่รู้จบ
พี่อชิถอดหน้ากากความเย็นชาวางไว้ที่อื่นชั่วคราว
เปิดเผยความรู้สึกต่างๆ ในใจออกมาจนหมดเปลือก

ฉันมองเห็นผู้ชายคนหนึ่ง ไม่ได้ดีงามน่ารักอย่างที่มินท์เคยเป็น
ก็แค่ผู้ชายธรรมดาๆ มีดีมีชั่ว มีถูกมีผิด แต่ก็เป็นคนที่เข้ากันได้ในหลายๆ เรื่อง
ข้อสำคัญคือ แม้ว่าพี่อชิไม่เคยหวังในตัวฉัน เขาก็ไม่เคยลืมฉัน ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา

บัดนี้ เส้นทางที่แยกห่างไปไกลคนละทิศได้ย้อนหลับมาบรรจบกันอีกครั้ง
ถึงกระนั้น มันก็ไม่ใช่ว่าจะราบรื่น ทุกอย่างล่วงเลยมาจนอาจจะสายเกินไปเสียแล้ว
สายเกินกว่าจะเริ่มความฝันครั้งที่สองในชีวิตได้อีกครั้ง






สั้น ๆ จากสนพ.

เนื้อเรื่องกล่าวถึงชีวิตและความฝันของนางเอกและคนรอบข้าง
ที่ล้วนแล้วแต่ประสบความผิดหวังจากความฝันครั้งแรก
แต่ก็สามารถยืนหยัดฟันฝ่าอุปสรรค เพื่อไปให้ถึงความฝันครั้งที่สอง

เป็นนวนิยายเรื่องล่าสุดของผู้เขียนที่เคยลงในนิตยสาร "สกุลไทย"
แต่ไม่จบ เนื่องจาก “สกุลไทย" ปิดตัวก่อน
หลังจากนั้นผู้เขียนได้เขียนต่อจนจบและมอบให้สำนักพิมพ์อรุณพิมพ์รวมเล่มเป็นครั้งแรก






หลังอ่าน...
นิยายแนวที่เคยคุ้น จากนักเขียนที่คุ้นเคย
เลยอ่านได้ด้วยความรู้สึกที่แสนจะเจนใจ ลื่นไหลรวดเดียวจบแบบไม่มีอะไรติดค้างในใจเมื่ออ่านจบ

ปกหลังเป็นส่วนหนึ่งของบทรำพึงของผู้เล่า...
โดยเรื่องนี้ดำเนินเรื่องผ่านตัวเอกของเรื่อง
"ฉัน"ในเรื่องก็คืออิง -รสิตาที่บอกเล่าเรื่องราวในลักษณะของการย้อนคำนึงถึงความหลัง
ขณะอ่านเราจึงรู้สึกเหมือนกำลังอ่านไดอารี่ของใครคนหนึ่ง ที่เท้าความย้อนไปตั้งแต่รุ่นทวดรุ่นปู่
รุ่นพ่อรุ่นแม่ ลงมาถึงรุ่นของตัวเอง
โดยธีมหลัก ๆ ของเรื่องยังคงเป็นเรื่องราวของความรักและความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว
จนถึงในสังคมระดับท้องถิ่นที่ค่อย ๆ ขยับขยาย เปลี่ยนแปร พัฒนาไปตามกาลเวลาและกระแสแห่งโลก

นิยายมีความสมจริงมาก แม้จะดำเนินเรื่องเรียบเรื่อยเอื่อยเฉื่อยอยู่สักหน่อย
แต่ด้วยฝีมือและสำนวนภาษาของผู้เขียนทำให้เราอ่านได้ลื่นไหลต่อเนื่อง
มีจุดพลิกผันและจุดดึงดูดอารมณ์เป็นระยะ ๆ ...





บนเส้นทางเดินแห่งชีวิต ย่อมต้องมีการเลือก การสุ่มเสี่ยง และมีการพลาดพลั้ง
อยู่ที่ว่าเมื่อพลั้งพลาดไปแล้วจะยอมดับฝันตัวเองแล้วปล่อยตัวตามกระแส
หรือจะใช้ความผิดพลาดนั้นเป็นบทเรียน ก้าวข้ามและสร้างฝันขึ้นมาใหม่
เช่นเดียวกับอิง พี่อชิ พ่อ น้าหมุยเซียง แอ้น...
และใครๆอีกหลายคนรอบตัวอิง

.....................

ช่วงหลังๆมานี้ ออกจะห่าง ๆ งานใหม่ ๆ ของนักเขียนท่านนี้ไปบ้าง
อาจจะเป็นเพราะกองดองท่วมหัวท่วมหูเหลือเกิน
นักเขียนใหม่ ๆ นิยายแนวใหม่ ๆ ก็หลั่งไหลออกมาอย่างท่วมท้น...
สนุกบ้าง ไม่สนุกบ้างก็อ่าน ๆ กันไป

แต่เมื่อไหร่ที่โหยหางานที่คุ้นเคย รับประกันในแง่ของความงดงามของสำนวนภาษา
รวมถึงข้อคิดมุมมองที่ดีต่อการดำเนินชีวิต
หยิบงานของอ.ว.วินิจฉัยกุลขึ้นมาอ่านรับรองว่าไม่ผิดหวัง

ชวนอ่านอย่างแรงค่ะ











 

Create Date : 21 มิถุนายน 2560    
Last Update : 21 มิถุนายน 2560 11:40:02 น.
Counter : 488 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  

BlogGang Popular Award#13


 
แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 168 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs


~ เดเปอโร รักยิ่งใหญ่จากใจดวงเล็ก/เคท ดิคามิลโล/เขียน งามพรรณ เวชชาชีวะ/แปล ~

~สูญมนุษย์วันสิ้นโลก/Z for Zachariah/Robert C. O'Brien/เขียน วิลาส วศินสังวร/แปล ~

~ บ้านใหม่บนดิน The People of Sparks/ฌานน์ ดูโปร เขียน/แสงตะวัน แปล~

~ บ้านริมทะลสาบ/เข็มพลอย~

~ อาคม/ชลนิล~

~กลรักเกมเลือด/กีโยม มุสโซ เขียน/จรัมพร หาญพล แปล~

~ห้วงลวงรัก/กีโยม มุสโซ เขียน/จรัมพร หาญพล แปล~

~ ไพรีนฤมิต/ญนันธร~

~ รื่นรักรมย์ลวง@หัวหิน/กิ่งฉัตร~

~ เมียเจ้า/Amy Tan (นรา สุภัคโรจน์/แปล)~

~ความฝันครั้งที่สอง/ว.วินิจฉัยกุล~


สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.