'หัวใจ๋ข้า หัวใจ๋เจ้า ห้อยอยู่เก๊าเดียวกั๋น' *
*คลิกเพื่ออ่านคำแปลเจ้า :)

~ ตะวันไม่มีวันตกดิน ...ตะวันอาจลับฟ้า แต่ไม่มีวันตกดิน โดย "อาสดา" ~





ตะวันไม่มีวันตกดิน
ผู้เขียน : อาสดา
ผู้พิมพ์: ชูการ์บีท(สถาพร - พ.ค. 57)
439 หน้า ราคา 270 บาท



เรื่องย่อ(จากปกหลัง)


ชีวิตคู่พลิกผันล่มสลาย เมื่อแสนยา นายทหารเรือหนุ่มถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏ
ต้องหลบลี้หนีภัยออกนอกประเทศ วันที่นัดแนะกับภรรยาแสนรักเพื่อหนีไปใช้ชีวิตร่วมกัน
กลับเห็นหล่อนอยู่ในอ้อมกอดของเดชา พันตำรวจหนุ่ม...

เกือบห้าปีแห่งความทุกข์ยากในต่างแดน สิ่งเดียวที่สลักลึกในใจแค้น
คือนามของภรรยาแสนรักผู้ทรยศเขาอย่างเลือดเย็น นงคราญ!

นงคราญสู้ทนต่อคำครหาที่ผู้คนทั้งพระนครตราหน้าว่าเป็นหญิงแพศยา
ทรยศหักหลังสามี ทนถูกผู้คนที่หล่อนรักประณามหยามเหยียดด้วยความไม่รู้
เพื่อปกป้องครอบครัวรวมถึงชื่อเสียงวงศ์ตระกูลของสามีมิให้มัวหมอง

หล่อนมิอาจแก้ไขความเข้าใจผิด ว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้น...
มีใครบางคนอยู่เบื้องหลัง และอีกหลายคนปิดบังความจริง







หลังอ่าน
เรื่องย่อจากปกหลังค่อนข้างรวบรัดชัดเจนอยู่แล้วนะคะ
คงไม่ต้องเล่าอะไรเพิ่มเติมอีก

เล่มนี้เป็นโรแมนติกดราม่าที่ย้อนยุคย้อนสมัยไปนู่นนนนนน...
กว่า 60 ปีผ่าน ซึ่งปกติจะเป็นแนวที่ชื่นชอบเป็นพิเศษของคนอ่านคนนี้
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากมีอิงประวัติศาสตร์แฝงอยู่ด้วยหน่อย ๆ จะยิ่งโปรดเลยแหละ...
ซึ่งเล่มนี้ก็ตอบโจทย์ดังว่าเป๊ะๆ เลยทีเดียวค่ะ...
ประกอบกับเมื่อได้ยินได้ฟังจากคอดราม่าหลายต่อหลายเสียง
ถึงความรันทดน้ำตาหยดหยาดของนิยายเรื่องนี้ ซึ่งค่อนข้างตรงแนวที่กำลังโหยหาอยู่พอดี
ยิ่งกระตุ้นต่อมอยากอ่านให้ไม่อาจอยู่เฉยได้ ต้องขวนขวายหามาสนองนี้ดตัวเองอย่างเร่งด่วน
แต่พอได้หนังสือมาเข้าจริง โรค'ดอง'กับโรค'ผัด'ก็เกิดจะกำเริบขึ้นมาอีก เลยได้แต่วางไว้อย่างนั้นอยู่พักใหญ่ ๆ
เพิ่งจะได้ฤกษ์เบิกอารมณ์หยิบออกมาอ่านเมื่อเร็ว ๆ นี้ แหะๆ


อย่างที่บอกตอนต้น เรื่องนี้เป็นนิยายย้อนยุคอิงประวัติศาสตร์ซึ่งเปิดเรื่องมาด้วยเหตุรัฐประหาร
อันเป็นต้นเหตุของเรื่องราวดราม่าทั้งหมด...มีการอ้างอิงถึงชื่อบุคคลที่มีตัวตนจริงในยุคนั้น
รวมถึงเหตุการณ์บางอย่างที่เกิดขึ้นจริงด้วย ทำให้เนื้อหาในนิยายมีความสมจริง น่าสนใจและดึงดูดมาก
ประกอบกับสำนวนภาษาและลีลาการเล่าเรื่องของคนเขียนลื่นไหลชวนอ่าน...







เพียงแต่ว่า...ประเด็นที่นำเสนอกับเนื้อหาหลักของเรื่องไม่ได้อยู่ตรงนั้น
หากแต่เป็นเรื่องราวความรักสามเส้าอันสุดแสนจะดราม่ายิ่งกว่าละครน้ำเน่าสักสิบเรื่องเอามายำรวมกันในเรืองเดียว
มีส่วนผสมของปุ่มปมต่างๆ ประดามีที่ประกอบอยู่ในเรื่องนั้นนิด เรื่องนี้หน่อย
ไม่ว่าจะปมอิจฉาริษยา ปมเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด ปมแม่เลี้ยงลูกเลี้ยง ปมความหลังฝังใจ ...บลาบลาบลา...

ตัวละครทุกตัวไม่มีใครมีความปกติธรรมดาเป็นมนุษย์มนาสักเท่าไหร่เล้ย...
แทบทุกคนมีความสุดโต่งไปข้างใดข้างหนึ่งได้อย่างเหลือเชื่อ

นางเอกก็แสนดี แสนจะเป็นแม่พระอะไรปานนั้น...(จึงขณะอ่าน แทนที่จะรู้สึกสงสารเรากลับรำคาญอะ)
พระเอก...(คนไหนล่ะ...?)คนหนึ่งก็แสนจะโฉดและโหด(เหี้ย(ม))จนเหลือดี
อีกคนก็แสนจะซื่อบื้อจนทื่อมะลื่อ...มองหาเสน่ห์เร้าใจแทบไม่เห็น
(ถึงในตอนท้ายจะเห็นดีด้วยกับคนที่นางเอกเลือก แต่ในใจจริง ๆ อยากให้นางไม่เลือกใครเลยจะดีกว่า)
ตัวร้าย(นางอิจฉา)ก็ร้ายแบบไม่บันยะบันยัง ร้ายแบบโต้งๆ ตื้น ๆ
(แต่บทจะหายร้าย กลับเนื้อกลับตัวก็กลายเป็นดีได้ง่าย ๆ )





ขอสารภาพว่า...อ่านไปตงิด ๆ ไป มันอึดอัดขัดข้องไปกับพฤติกรรมของตัวละครไปเสียหมด
บทบางคนน่าสงสาร เราก็ไม่รู้สึกสงสารแต่หงุดหงิดรำคาญแทน
บางคนทำตัวน่าเกลียด แต่เราก็ไม่ค่อยเกลียด กลับสมเพช(แต่ไม่เวทนา)เสียมากกว่า

ความรู้สึกหลังอ่านมันจึงพลิกกลับสลับขั้วกับสิ่งที่คาดคิดไว้ขณะเริ่มอ่านบทแรกๆ
จากที่รู้สึกว่าเรื่องราวมีความสมจริง เพราะผู้เขียนมีการอ้างอิงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในประวัติศาสตร์
แต่เมื่ออ่านมาถึงพฤติกรรมหลายอย่างของตัวละครแต่ละตัว
มันกลับรู้สึกขัด ๆ ...ไม่อิน...ไม่คล้อยตาม...เกิดเป็นคำถามขึ้นในใจตลอดเวลา
ว่า...ทำไมทำอย่างนั้น ทำไมทำอย่างนี้...
โดยเฉพาะเมื่อนึกถึงบริบทของเรื่อง ซึ่งฉากคือช่วงเวลาระหว่างปลาย ๆ ปีพ.ศ. ๒๔๐๐
ต่อเนื่องถึงต้น ๆ พ.ศ. ๒๕๐๐ ซึ่งดูเหมือนจะไม่ทันทั้งคนเขียนคนอ่าน
แต่จากที่ผ่านหู(ปู่ย่าตายายเล่าให้ฟัง) ผ่านตา(อ่านนิยาย + ตำราว่าด้วยเรื่องราวในยุคนั้นก็เยอะอยู่)มาบ้าง
พฤติกรรมหลายอย่างของตัวละครมันขัด ๆ กับความคิดความเชื่อชอบกล...
เช่นบทที่นางเอกยั่วยวนสามี บทมั่วเซ็กส์ของทั้งน้องสาวทั้งแม่เลี้ยงของแสนยา บทน้องกับแม่นางเอก...ฯลฯ

จะดูมีความเป็นมนุษย์ปกติอยู่บ้างก็คงจะเป็นพ่อนางเอกกับคู่หมั้นคนใหม่ของแสนยากระมัง

สรุปเลยนะคะว่าอ่านได้ อ่านจบ ไม่ถึงกับไม่ชอบ แต่ก็ไม่อาจบอกได้ว่าชอบ
มันแค่รู้สึกอึดอัดคับข้องใจขณะอ่าน แถมอ่านรีวิวมาเยอะ มีแต่คนอิน คนชอบ
บางคนถึงกับหลั่งน้ำตาโศกาอาดูร ไอ้เราก็เลยเตรียมพร้อมเต็มที่
แต่พอไม่เจอจุดๆนั้นมันเลยเหมือนจะผิดคาดนิด ๆ แหะ ๆ











 

Create Date : 19 มิถุนายน 2560    
Last Update : 19 มิถุนายน 2560 15:39:58 น.
Counter : 801 Pageviews.  

~ มณีแห่งนิรันดร์....ไฟรักนั้น แด่นางในดวงใจ โดย "อสิตา" ~





มณีแห่งนิรันดร์
ผู้เขียน : อสิตา
ผู้พิมพ์ : สนพ.เก้าหาง(มีนาคม 60)
421 หน้า ราคา 395 บาท

ปกหลัง...


อัญมณี...ใต้หิมะ
หนึ่งบุรุษทรนง ผู้ครอบครองเปลวไฟสีน้ำเงิน
จำต้องนำ มณีแห่งนิรันดร์ ไปมอบแด่นางแม่มดร้าย
อายุนับหมื่นปี ที่สุดแดนหิมาลัย
หารู้ไม่...ไพลินนั้นคือของหมั้น
ตัวเขาเองคือ...เจ้าบ่าว...
ทั้งเขาเองยังต้องสร้าง'ปิ่นไพลิน' เพื่อนาง...
ใครเลยจะรู้... ใจที่แสนเย็นชาของตน
กลับถูกหลอมรวมไปด้วยช้า ๆ ...โดยไม่รู้ตัว...





หลังจากเรื่องราวอันพัวพันซับซ้อนของน้องสาวคนเล็กแห่งตระกูลเมห์ฮรา
แม่เสือดาวอัคนีมายากับพี่เลี้ยงคนพิเศษที่รอนแรมข้ามชาติข้ามภพมาด้วยกัน

ในเล่ม'มงกุฏอัคคี'ผ่านพ้นไปแล้ว
มาถึงเล่มนี้ก็ถึงทีของพี่ใหญ่...พ่อเสือขาวจอมโหดอย่างอัครา
ที่ต้องทำหน้าที่เป็นทูตสันถวไมตรีนำพาญาติผู้พี่ไปเป็นเจ้าบ่าว
ให้กับนางแม่มดพันปีแห่งยอดเขาหิมาลัย...
แลกกับการผูกสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มหมาป่าที่จ้องจะทำลายล้างตระกูลของพวกเขา
เพื่อการอยู่ร่วมกันโดยสันติ...

ทว่า...หลังจากการเดินทางผ่านภยันตรายนานา จนไปถึงรวงรังแห่งนางแม่มดเข้าจริง
เขาก็พบว่า ผู้ที่นางหมายมั่นจะครอบครองหาใช่เจ้าบ่าวที่พวกเขาจัดมา
หากแต่เป็นเขา...พร้อมกับเงื่อนไขที่เขาไม่อาจปฏิเสธ








โอ้ววววว....นั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเรื่องราวมหัศจรรย์พันลึก
ที่เกิดขึ้นอย่างยอกย้อนซ่อนเงื่อนซ่อนปมจนต้องอ่านอย่างละเลียด
ละเอียดลออ ข้ามไม่ได้แม้แต่บรรทัดเดียว

อยากจะเล่าเยอะ ๆ ยาว ๆ อยู่นะคะ แต่บอกเลยว่านิยายของอสิตาเล่าต่อโดยไม่สปอยล์ได้ยากมาก
คนเขียนเค้าสานพล็อตไว้เป็นเครือข่ายโยงใยกันตลอดทั้งเรื่อง
หากเปิดปมใดปมหนึ่ง ก็จะส่งผลกระทบ กระเทือนเป็นวงกว้าง...

แต่บอกได้เลยว่าอ่านสนุกมาก...ทั้งสำนวนภาษาที่ลื่นไหล
ทั้งการดำเนินเรื่องที่ตัดสลับไปมาอย่างมีจังหวะจะโคน
หากก็โลดโผนเร้าใจ ชวนลุ้นชวนอินอยู่ตล๊อด ๆ

การสร้างสรรค์ตัวละครที่แต่ละคนต่างมีชีวิตจิตใจเป็นของตัวเอง...
สำหรับคนที่ไม่ได้ติดตามมาแต่ต้น อ่านช่วงแรก ๆ อาจจะมีงุน ๆ งงๆ บ้าง
แต่หากเปิดใจ ค่อย ๆ ก้าวตามการจับจูงของผู้เขียน ที่บอกเล่าเรื่องราวด้วยลีลาสุดแนว
หากก็ไม่ยากที่จะทำความเข้าใจ และสร้างมโนภาพตามคำบอกเล่านั้น...
ก็จะสามารถทำความคุ้นเคยกับเรื่องราว และตัวละครแต่ละตัวที่ต่างก็มีบุคลิกลักษณะและที่มาที่ไปที่ชัดเจน
ที่กวนก็กวนได้โล่ ที่เกรียนก็เกรียนจนน่าหมั่นไส้...
ที่แอ๊บก็แอ๊บได้เนียนสนิท ซึ่งเมื่อแบไต๋ออกมาทำเอาคนอ่านต้องอึ้งตะลึงตึ่งๆ เลยทีเดียว

ในส่วนของเนื้อหาเรื่องราวที่คนเขียนจัดเต็มสุดๆ กับแฟนตาซีเว่อร์วังอลังการ
มีแอบแฝงสาระของชีวิตที่มาในรูปของสัญลักษณ์ต่างๆ
มีทั้งซีนดราม่าโรแมนติก บทรักบทร้าย ฉากโหดครบครัน...
ทั้งบางช่วงบางตอนยังผ่อนคลายด้วยการแฝงอารมณ์ขันไว้อย่างพอเหมาะพอสม

สรุปเลยแล้วกันค่ะว่าชอบมาก คอโรแมนติกแฟนตาซีไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่งค่ะ










 

Create Date : 16 มิถุนายน 2560    
Last Update : 16 มิถุนายน 2560 13:56:20 น.
Counter : 982 Pageviews.  

~มงกุฏอัคคี ... ไฟรักนี้ไม่มีวันดับ โรแมนติกแฟนตาซีเวอร์วัง...โดย "อสิตา" ~





มงกุฏอัคคี
ผู้เขียน : อสิตา
สำนักพิมพ์เก้าหาง(กันยายน 2559)
จำนวนหน้า 384 หน้า ราคา 355 บาท

คำโปรย...


อัญมณี...เหนือผืนทราย

ณ ใต้ต้นเพลิง คือจุดกำเนิดแห่งรักและแค้น
ของ องค์ชาย... นางทาส...ราชครู
บัดนี้ืผืนทรายได้กลบฝังทุกอย่างไว้
...ทว่า ต้นไม้ต้องสาปได้กลั่นโลหิต
เป็น “หยาดอัคคี” อำพันนั้นไหลไปตามหา
เพื่อนำพาพวกเขากลับมารับทัณฑ์บาป
...ภายใต้เงื้อมเงาแห่ง มงกุฏอัคคี .



.


เล่มนี้ถือเป็นเล่มที่สาม ในชุด'อัญมณีแห่งไฟ' ของนักเขียนนาม"อสิตา"
จากเรื่องแรก"มายาไฟในดวงตา" ที่บอกเล่าเรื่องราวความรักความแค้น
ของหญิงสาวชาวไทยที่สืบเชื้อสายยิปซีมาจากคุณย่าอมินตาผู้ลึกลับ
กับสมิงพรายหนุ่มผู้เป็นผู้นำแห่งตระกูลเมห์ฮรา...เจ้าแห่งไฟ
มาต่อเล่มที่สอง โมรารัตติกาล ก็ยังคงเป็นเรื่องที่สืบเนื่องกัน
หากแต่เป็นเรื่องราวของคนในตระกูลเมห์ฮราอีกสายหนึ่ง
ผู้ถูกความแค้นครอบงำจิตวิญญาณเสียจนมืดมิด
จะมีก็แต่รังสีแห่งหินโมราเม็ดนั้นเท่านั้นที่อาจจะช่วยให้เขากลับคืนมามีชีวิตอีกครั้ง
พลอยโมรา...และสาวน้อยผู้ครอบครองอำนาจแห่งมันผู้นั้น...สิตารา

(และในเล่มนี้ นอกเหนือจากเรื่องราวของชามัลกับสิตาราอันถือเป็นคู่หลักของเรื่องแล้ว
ยังมีเรื่องที่ซ้อนเข้ามาอย่างเรื่องของพ่อเสือหนุ่มน้อยมัชฌิม์ ลูกชายคนกลางของผู้นำตระกูลเมห์ฮราด้วย...
ซึ่งถึงแม้จะออกมาไม่เยอะมาก แต่เรื่องราวและบทบาทของเขาก็โดดเด่น อ่านแล้วฟินไม่เบาทีเดียวเชียว)

แม้จะบอกว่าเป็นเรื่องที่ต่อเนื่องกัน
แตโดยพล็อตและการดำเนินเรื่องแล้วก็สามารถแยกอ่านเป็นอิสระแก่กันได้
โดยไม่งง สับสนหรือตกหล่นอะไรค่ะ เพราะผู้เขียนเขาแม่นในเรื่องของพล็อต
บุคลิกและผังความสัมพันธ์ของตัวละคร รวมถึงลำดับเวลาของเรื่องราว




.


อย่างเล่มนี้ ซึ่งเป็นเล่มที่สามของชุด โดยกำหนดให้เป็นเรื่องของสาวน้อยอัคนิมายา
ลูกสาวคนเล็กของผู้นำตระกูลเมห์ฮรา ซึ่งหลงรักและผูกพันกับพี่เลี้ยงพิเศษ
อย่างชนะทัศน์มาตั้งแต่ยังเป็นเด็กหญิงตัวน้อย
มิใยที่ฝ่ายชายจะพยายามปิดกั้นตัวเองและผลักไสเธอออกห่างตัวด้วยเกรงใจผู้เป็นนายเหนือห้ว...
แต่ในที่สุดเขาก็ต้องยอมรับว่า...ชะตากรรม เป็นสิ่งที่ไม่มีใครหลีกพ้น
เพราะแท้จริงแล้ว พวกเขาไม่ใช่จะเพิ่งได้รู้จักและผูกพันกันแต่ในชาตินี้เท่านั้น
ทว่าทั้งคู่ต่างเคยมีกรรมเวรผูกติดกันมาแต่ชาติปางนู้นนนน...

ผู้เขียนเปิดเรื่องมาด้วยเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอาณาจักรโบราณ ย้อนหลังไปนับพัน ๆ ปี
เรื่องของความรัก ความแค้นที่พัวพันกันระหว่างหนึ่งองค์ชาย หนึ่งนางทาส และหนึ่งราชครู
ที่ก่อให้เกิดเป็นสายสัมพันธ์สืบเนื่องโยงใยกันมาถึงภพปัจจุบัน...
ที่แม้สิ่งต่าง ๆ ได้สูญสลาย เลือนหายไปกับกาลเวลาอันเนิ่นนาน
กระทั่งความทรงจำก็มิหลงเหลือ
แต่สิ่งหนึ่งซึ่งแน่นอนที่สุดว่ามิได้ลบเลือนไปตามสิ่งอื่น ๆ นั่นก็คือ...
ผลแห่งกรรมที่แต่ละคนได้สั่งสมไว้ไม่ว่าจะเป็นกรรมดีหรือกรรมชั่ว
มันต้องตามติดมาสนองตอบหรือชดใช้ให้ครบครันไม่มีละเว้นเป็นแน่

นั่นจึงเป็นที่มาของเรื่องราวอันโลดโผนโจนทะยานของแม่เสือดาวสาวน้อยอัคนีมายา...
ผู้ที่อาจจะต้องรับหน้าที่เป็นผู้นำแห่งตระกูลในกาลต่อไป...
ซึ่งเรื่องราวของเธอจะพาเราย้อนอดีตไปถึงจุดกำเนิด
ที่มาที่ไปของสายตระกูลของเธอเองทั้งสองฝั่ง
คือตระกูลทางฝั่งพ่อ 'เมห์ฮรา' และฝั่งแม่ 'คุปตะจินดา'


.


โอยยยย...เรื่องราวเค้าซ้อนทับซับซ้อนมากมาย...
เล่าเรื่องโดยไม่สปอยล์ยากมากขอบอก...(ก็เลยขอไม่เล่าละกัน...)

เป็นโรแมนติกแฟนตาซีในแบบฉบับของ"อสิตา"เขาแหละค่ะ .
ด้วยพล็อตที่โดดเด่นและแข็งแรง การเล่าเรื่องที่ตัดสลับกันไปมา
ระหว่างโลกที่แตกต่างกันสองขั้ว ทั้งโลกในอดีตกับโลกปัจจุบัน
และโลกแห่งแฟนตาซีกับโลกในความเป็นจริง...
ที่ผู้เขียนทำได้อย่างค่อนข้างกลมกลืนลื่นไหลดูเนียนเป็นธรรมชาติมาก
อ่านแล้วไม่รู้สึกถึงรอยต่อหรือจุดสะดุดเลย

จุดที่ชื่นชอบที่สุดในนิยายของอสิตาแต่ละเล่มแต่ละเรื่องคือตัวละครค่ะ
ตัวละครของอสิตามีบุคลิกลักษณะที่โดดเด่นชัดเจนทุกตัว
ตั้งแต่ตัวเอก ตัวรอง กระทั่งตัวประกอบยิบย่อย
ล้วนต้องมีสายสัมพันธ์โยงใยซึ่งกันและกันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
และแต่ละตัวจะต้องมีบทบาทที่ส่งผลในการขับเคลื่อนไปของเรื่องราว
ทุกตัวมีด้านดีด้านร้าย มีมุมมืดมุมสว่าง...
ซึ่งผู้เขียนก็ได้พยายามชี้ให้เราเห็นกลาย ๆ ว่าส่วนหนึ่งก็เป็นผลมาจากการเลี้ยงดูและการหล่อหลอมในวัยเด็กนั่นเอง

อีกจุดที่ชื่นชอบและต้องขอชมเชยก็คือสำนวนภาษาค่ะ
ผู้เขียนมีลีลาการเล่าเรื่องด้วยภาษาที่ชวนอ่านและชวนอิน
ไม่ว่าจะเป็นการบรรยายสถานที่ ฉากการต่อสู้ไล่ล่า การขับเคี่ยวเชือดเฉือนกันด้วยวาจา
บางครั้งก็มีแทรกบทประชดประชันเสียดสี หากบางทีก็ผ่อนอารมณ์ผู้อ่านด้วยการเจืออารมณ์ขันไว้ประปราย
ตลอดถึงฉากรักอันร้อนแรงดุดันในบางช่วง และกุ๊กกิ๊กมุ้งมิ้งในบางตอน...
เธอสามารถอะ...ทำให้คนอ่านรู้สึกอินและลุ้นตาม รับร่วมในอารมณ์ของตัวละครไปโดยตลอด

อ้ะ...เวิ่นเว้อมากไปจะกลายเป็นอวยเว่อร์ ก็อวยนั่นแหละ อ่านแล้วชอบนิ
เอาเป็นว่าชวนอ่านค่ะ คนเขียนเขามีของมีอะไรให้เก็บเกี่ยวเยอะอยู่
ไม่ใช่แค่แฟนตาซีเว่อร์วังเท่านัน


.










 

Create Date : 16 มิถุนายน 2560    
Last Update : 16 มิถุนายน 2560 13:09:21 น.
Counter : 774 Pageviews.  

~ วงกตกุหลาบ : โรแมนติกดราม่าร่วมสมัย โดย "อุธิยา" ~





วงกตกุหลาบ
ผู้เขียน :อุธิยา
ผู้พิมพ์ : สนพ.พิมพ์คำ(มี.ค. 2556)
504 หน้า ราคา 310 บาท.



โปรยปก :



เธอคือกุหลาบดอกเดียวในใจเขา และเธอคือกุหลาบดอกเดียวในใจหล่อน
กลีบกุหลาบซับซ้อนซ่อนคมหนามยิ่งรักยิ่งติดกับวังวนแห่งรัก
เธอกับเขาจะหาทางออกจากวงกตกุหลาบนี้อย่างไร
..................
นภัสรินทร์ กำลังจะแต่งงานกับปรเมศ ส.ส. หนุ่มตระกูลชัยเตชินญ์
อุบัติเหตุไม่คาดฝันดับชีวิตเขา และดับฝันเธอ
อุบัติเหตุโดยเจตนาจากน้ำมือเพื่อนรัก วีรญากับความรักล้ำเส้นเกินกว่าคำว่าเพื่อน
และความลับที่เธอจำต้องร่วมปกปิดเพื่อเกียรติของคนรัก
กระทั่ง ปัญวิชช์หลานชายของปรเมศ ก้าวเข้ามาเปิดประตูหัวใจเธออีกครั้ง
เขาหลงรักเธอแต่แรกพบรักฝังใจกระทั่งยอมแตกหักกับปู่ที่ชังเธอเข้ากระดูกดำ
ขณะที่ความรักของเธอกับเขากำลังก่อร่างขึ้น วีรญาก็กลับมาทวงคืนพื้นที่หัวใจ
นภัสรินทร์จำต้องปิดฉากวังวนแห่งรักนั้น
เธอจะปิดตายประตูหัวใจอีกครั้งหรือไม่...
ทั้งคู่จะฝ่าด่านวงกตกุหลาบนี้อย่างไร







เรื่องย่อเพิ่มเติมจากปกหลัง ...
นภัสรินทร์กำลังจะแต่งงานกับสส.หนุ่มอนาคตไกลอย่างปรเมศ
แต่เพียงไม่กี่วันก่อนแต่งงานเขาก็ถูกรถพุ่งชนจนเสียชีวิต
แม้จะช็อคที่เห็นเหตุการณ์ต่อหน้าต่อตาแต่เธอก็เห็นชัดเจนว่า
คนขับรถคันนั้นคือวีรญา เพื่อนรักของเธอเอง
แม้จะโกรธที่เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดฆ่าชายคนรัก
ทำให้เธอต้องกลายเป็นหม้ายขันหมาก
แต่เธอก็ต้องเลือกที่จะปกป้องวีรญา
เมื่อรับรู้ถึงสาเหตุความแค้นที่ทำให้วีรญาถึงกับต้องเอาชีวิตปรเมศ...
แต่นั่นก็ทำให้บิดาของปรเมศรู้สึกโกรธเธอมาก และกล่าวโทษว่าเธอเป็นสาเหตุแห่งความตายของปรเมศ

ปัญวิชช์เป็นหลานชายของปรเมศ เขาหลงรักนภัสรินทร์ตั้งแต่แรกเจอ
แม้ว่าเธอจะมีอายุมากกว่าเขาถึง 4 ปี และกำลังจะเป็นอาสะใภ้ของเขา
หลังจากปรเมศเสียชีวิตลง ปัญวิชช์ซึ่งกำลังเรียนต่ออยู่เมืองนอก
ก็ติดต่อกับเพื่อนให้คอยติดตามความเป็นไปของนภัสรินทร์อยู่ตลอดเวลา

และเมื่อเขากลับมาในอีกสามปีต่อมา เขาก็เดินหน้ารุกจีบอดีตว่าที่อาสะใภ้คนนี้เต็มที่
แม้จะถูกผู้เป็นปู่ขัดขวางและตัวนภัสรินทร์เองจะวางตัวเย็นชาเมินเฉยต่อเขาก็ตามที
เขาถือเอาความมั่นคงและจริงใจของตัวเองเป็นที่ตั้ง แสดงให้เธอเห็นจนเธอเริ่มเปิดใจ....
...............
แต่อุปสรรคประการสำคัญที่สุดของเขา...กลับกลายเป็นวีรญา
ที่กลับมาหนนี้เจ้าหล่อนแท็กทีมกับนีรนารถ น้องสาว-ลูกพ่อเลี้ยงของนภัสรินทร์
ที่เกลียดนภัสรินทร์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งตอนนี้ปัญวิชช์ ผู้ชายที่เธอสนใจก็ยังมาติดพันภัสรินทร์อีก
เธอจึงร่วมมือกับวีรญาขัดขวางความรักครั้งใหม่ของนภัสรินทร์เต็มที่...
นภัสรินทร์จะลี่คลายปมปัญหาอันยุ่งเหยิงพัวพัน ซ้ำอาจจะเป็นอันตรายต่อชีวิตของคนที่เธอรักนี้ได้อย่างไร
ต้องตามไปลุ้นต่อในนิยายแล้วล่ะค่ะ






เป็นเรื่องราวความรักสามถึงสี่เส้าที่พัวพันซับซ้อนสมชื่อเรื่อง...วงกตกุหลาบ
(ตอนที่เห็นชื่อนิยาย นึกชื่นชมนักเขียนเลยค่ะว่าตั้งชื่อเรื่องได้เก๋ไก๋ ดึงดูดความสนใจมาก)

และเรื่องราวของเธอก็ดึงดูดไม่แพ้ชื่อเรื่องค่ะ แม้จะเป็นพล็อตที่คุ้นเคยและด่อนข้างซ้ำ ๆ
และการเปิดเรื่องก็ยังเป็นไปตามขนบนิยายรักแนว ๆ นี้หลาย ๆ เรื่องเลย
ทำให้อ่านแล้วรู้สึกเฉย ๆ ในช่วงต้น ๆ เรื่อง
แต่หลังจากเปิดปมขัดแย้ง เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ว่าที่เจ้าบ่าวของนางเอกต้องเสียชีวิตลง...
เรื่องราวต่อจากนี้เริ่มตื่นเต้น เร้าใจ ชวนให้ติดตามแล้วค่ะ
เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง โดยเฉพาะความรู้สึกนึกคิดและการตัดสินใจของนางเอก...
ทำให้เริ่มลุ้น เริ่มอิน... จากนั้นก็อ่านได้ฉิวจนจบค่ะ

จบแล้วก็ชอบเลยแหละ ชอบในเรื่องราวที่แม้จะดราม่าแต่ก็ไม่ถึงกับรันทดโศกระทม
ตัวละครแต่ละตัวมีปม มีความซับซ้อนอยู่ในตัว แต่ก็แฝงความสมจริง
มีที่มาที่ไป มีแรงจูงใจที่สมเหตุสมผลในการกระทำ...
โดยเฉพาะตัวละครหลัก ๆ 2 ตัวอย่างนภัสรินทร์ นางเอก
กับวีรญา นางร้าย(???)
อย่างวีรญา...เธอคงจะไม่กระทำการอันรุนแรงขนาดนั้นถ้าเธอไม่ถูกกระทำก่อน
แม้เธอจะมีปมทางจิตแฝงอยู่ก็ตาม

หรืออย่างนางเอก...ชอบในการตัดสินใจของเธอในตอนท้ายนะคะ
แอบสะใจเล็ก ๆ ด้วย แม้จะรู้สึกสงสารพระเอกอยู่มั่งก็เหอะ

พระเอกเรื่องนี้ดีงามค่ะ ส่วนตัวรู้สึกว่าฮีเป็นชายหนุ่มที่ครบเครื่องเลยทีเดียว
รักนางเอกรักจริงรักจัง รักมั่นคงตั้งแต่ต้นจนจบ เป็นหนุ่มติสท์หนุ่มเซอร์ก็ได้
เป็นหนุ่มน้อยจอมกวนขี้อ้อนก็น่ารัก... และเป็นท่านสส.ผู้ทรงเกียรติก็แสนจะเท่
...ยอมทุกสิ่งอย่างเพียงเพื่อให้ได้สมรักกับนางเอก

สำนวนภาษาคนเขียนลื่นไหล อ่านไม่สะดุดค่ะ
ทั้งบทบรรยายและบทสนทนาก็สอดคล้องกลมกลืน
มีบทรักวาบหวามประปรายไม่มากไม่มายจนต้องติดเรท
บทเชือดเฉือนหักมุมก็ทำได้ดีในระดับหนึ่งค่ะ

สรุปว่าค่อนข้างชอบนะคะ สำหรับการอ่านงานเล่มแรกของนักเขียนที่ยังไม่เคยอ่าน
เพราะปกติ เวลาจะหยิบอ่านนิยายจากนักเขียนนามปากกาใหม่ ๆ จะเผื่อใจไว้...ประมาณนึง
ซึ่งเล่มนี้ก็เช่นเดียวกัน ปรากฏว่าส่วนที่เผื่อ ๆ ไว้ไม่ได้ใช้หรอกค่ะ
เพราะไม่ผิดหวังเลย







หมายเหตุ :

หนังสือเล่มนี้ ได้รับมาจากคู่เดทในรายการ #BookBlindDate ที่เพื่อนบล็อก KunAom ได้จัดขึ้นเมื่อช่วงวาเลนไทน์ที่ผ่านมา ซึ่งจริง ๆ แล้วก็อ่านไปตั้งแต่่วงนั้นแหละค่ะ แต่เพิ่งมีโอกาสหยิบมบอกต่อในบล็อก แหะ ๆ
เป็นนิยายรักร่วมสมัย ดราม่าเข้มข้นเล่มแรกของนามปากกานี้ที่ได้อ่าน หลังจากได้ยินชื่อเสียงมาพักใหญ่ ๆ
เล็ง ๆ อยู่ว่าต้องหามาชิมลาง...ลองสักเล่ม...
ขอบคุณคุณคู่เดทนะคะที่ส่งนิยายดีๆ มาให้ได้อ่าน...
และที่สำคัญ ขอบคุณคุณอ้อม...ผู้จัดรายการคู่เดทหนังสือนี้ขึ้นมา
มัน#ดีต่อใจ จริงๆนะ...สำหรับคนไร้คู่เดทเป็นตัวเป็นตน ;)















 

Create Date : 12 มิถุนายน 2560    
Last Update : 29 มิถุนายน 2560 11:50:41 น.
Counter : 756 Pageviews.  

~ สิเน่หารอยคำ :ร้อยคำสาปฝังแค้นแทนรอยคำ...โดย 'อาพัชรินทร์' ~





สิเน่หารอยคำ
ผู้เขียน : อาพัชรินทร์
ผู้พิมพ์ : Sofa Publishing(ส.ค. 57)
223 หน้า ราคา 185 บาท

เรื่องย่อ ๆ จากปกหลัง...


'วงศ์ตะวัน' นักธุรกิจหนุ่มหน้าใหม่แห่งวงการโรงแรมและการท่องเที่ยว
ได้เข้ามากว้านซื้อที่ดินและบ้านเรือนเก่าๆ แบบล้านนาในเชียงใหม่
เพื่อสร้างโรงแรมแบบล้านนาประยุกต์ในหมู่บ้านวัวลายแหล่งหัตถกรรมเครื่องเงินชื่อดัง
เมื่อรู้ว่า เรือนปั้นหยา เป็นบ้านของสล่าสาละวิน ช่างทำเครื่องเงินในอดีต
ชายหนุ่มก็ตัดสินใจซื้อมาไว้ในครอบครองทันที และเพียงวันแรกที่เข้าไปสำรวจนั้น...
เขาก็เจอ วิญญาณสาวชาวล้านนา ต่อมายังพบ สลุง หรือขันเงินมากมายในนั้นอีก
น่าประหลาดเมื่อพบว่ารูปรอยสลักในสลุงที่ได้เห็นเป็นเรื่องเล่าของใครบางคนในอดีต
ทันทีที่ได้จับมัน วงศ์ตะวัน ก็ได้เห็นภาพนิมิตของเรื่องราว..
.
เรื่องราวที่ดุจดั่งตัวเองมีตัวตนอยู่ในภาพนั้น คล้ายภาพฝันทว่ามันก็เหมือนจริงเหลือเกิน
ด้วยความสงสัย ชายหนุ่มจึงเชิญ'นีรา'ผู้เชี่ยวชาญเรื่องลายสลุงมาตรวจสอบ
ทว่าเธอกลับเป็นคนหนึ่งในภาพวาดเหล่านั้นและยังเห็นนิมิตเช่นเดียวกับเขา!
ทั้งคู่เริ่มคิดตรงกันว่าภาพสลักในสลุงนั้นเป็นเหมือนเรื่องเล่าและคำสาป
เพื่อหาคำตอบและหนทางแก้ไข พวกเขาจึงต้องเอาสลุงออกมาดูให้หมด

แต่วงศ์ตะวันและนีราจะหลีกหนีคำสาปพวกนั้นได้อย่างไร...
เมื่อภาพสุดท้ายกลับเป็น ความตายของเขาและเธอ!







หลังอ่าน...
เรื่องย่อจากปกหลังละเอียดมากกกก...จนแทบจะไม่ต้องเล่าอะไรเพิ่มเติมอีกแล้ว
แต่เล่านิดก็น่าจะดีเนอะ

นิยายเรื่องนี้เป็นหนึ่งในนิยายชุด'เบญจมรณา' อันเป็นเรื่องราวของความตาย
ที่ใคร ๆ ก็ไม่ปรารถนา...หากก็ยากจะหลีกพ้น...

เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อวงศ์ตะวันได้ค้นพบห้องลับในเรือนปั้นหยา
ที่เขาซื้อมาพร้อมกับที่ดินเพื่อปรับปรุงเป็นโรงแรม เมื่อเขาเข้าไปในนั้น
เขาก็พบกับสลุงเก่าโบราณจำนวนมาก และเมื่อเขาสัมผัสสลุงใบหนึ่ง...
มันก็พาเขาย้อนอดีตไปได้รับรู้ถึงเรื่องราวชีวิตอันเต็มไปด้วยความโศกเศร้าโหยหา
ความรัก ความแค้นของ"สล่า"ผู้ทำหน้าที่สลักเสลาลวดลายลงบนสลุงเหล่านั้น
...สล่าสาละวินที่เขาเคยเข้าใจมาตลอดว่าเป็นผู้ชาย
แต่จากภาพนิมิตที่เขาได้มองเห็นผ่านการสัมผัสสลุงนั้น
สล่าคนนั้นกลับเป็นหญิงสาวผู้หนึ่ง ซึ่งจดจารเรื่องราวชีวิตอันรันทดของเธอ
ผ่านลวดลายที่บุดุนลงบนสลุงเงินเหล่านั้น
นับตั้งแต่ยังเป็นเด็กหญิงตัวน้อย ๆ ติดตามมารดาหลีกหนีภัยสงคราม
และความแร้นแค้นจากเมืองพม่ามายังล้านนา
ทว่าต้องสูญเสียมารดาในระหว่างทาง ด้วยน้ำมือของคนที่เธอวาดหวังไว้ใจ
ความแค้นแน่นสุมในใจไร้ทางออกจนเบื้อใบ้...
เดชะบุญที่ชะตาชีวิตเธอยังไม่เลวร้ายจนเกินไปนัก
เธอได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชูจากมือเดียวกันกับที่ปลิดชีวิตแม่ของเธอนั่นเอง
ด้วยการฝากฝังให้เธอได้รับการฝึกฝนฝีมือในการต้องลายสลุงจนกลายเป็นสล่าเลื่องชื่อ...

สำหรับผู้อุปถัมภ์เธอนั้น เบื้องต้นเป็นเพียงความรู้สึกผิดและต้องการจะชดเชย
ทว่าหากนานไป เมื่อเด็กหญิงเติบใหญ่ ความรู้สึกของเขาก็แปรเปลี่ยน
กลับกลายเป็นความต้องการปกป้องดูแลชิดใกล้ไปจนตลอดชีวิต
แต่เขาเป็นขัตติยะ มีสายเลือดแห่งเจ้าอยู่ในตัวทั้งยังมีคู่หมั้นคู่หมายที่มารดาเตรียมไว้ให้
ไหนเลยจะสามารถครองคู่อยู่กินกับเด็กสาวที่มีฐานะต่ำต้อยน้อยค่าเช่นเธอได้

................

วงศ์ตะวันได้ติดตามภาพชีวิตเหล่านั้นจนจมดิ่งเข้าไปพัวพัน
ความรู้สึกกลมกลืนประหนึ่งเป็นเรื่องราวของตัวเองกระนั้น

ที่สำคัญ...เขาสัมผัสได้ถึงร่องรอยของคำสาปที่เป็นประหนึ่งบ่วง
อันร้อยรัดให้ดวงวิญญาณสล่าสาวยังคงติดตรึงอยู่ในชาติภพนี้
รอคอยแต่เขาเท่านั้นที่จะเป็นผู้ปลดปล่อย






ชอบค่ะ ชอบค่อนข้างมากด้วย
เรื่องราวมีกลิ่นอายของความเป็นล้านนาเต็มไปหมด
ไม่ว่าจะเป็นตำนานความเป็นมาของลวดลายที่สลักไว้บนภาชนะที่มีความหมาย
ในวิถีชีวิตของชนชาวล้านนาที่เรียกว่า "สลุง"
หรือเรื่องเล่าเหนือธรรมชาติอันแฝงไว้ด้วยคติชีวิต ความคิดความเชื่อ วัฒนธรรมประเพณี
ที่ผู้เขียนได้บรรจงถ่ายทอดด้วยสำนวนภาษาอันสละสลวยเปี่ยมเสน่ห์
อ่านลื่นไหล แถมชวนหลอนอีกต่างหาก

โดยเฉพาะเมื่อได้อ่าน ที่มาที่ไปของพล็อต
ตลอดถึงแนวคิดในการผูกเรื่องผูกราวของคนเขียนจากหน้าคำนำ
ยิ่งรู้สึกชอบและอ่านได้อินยิ่งขึ้นค่ะ
ขออนุญาตคัดมาประกอบรีวิวสั้น ๆ ค่ะ...

"งานศิลปะที่เกิดขึ้นนั้นไม่ว่าจะดีหรือเลวก็ผ่านมือสล่าที่ตอกสลักลายลงไป ...สล่านั้นก็คือตัวเราเอง
เราคือคนที่ตอกสลักรูปรอยของความรู้สึกต่าง ๆ ลงไปในเนื้อใจเราเองถ้าเราพิจารณาแต่เรื่องที่ดีที่เป็นสุขไว้สลักลงในแผ่นใจ รูปรอยของหัวใจเราก็คงงดงาม แต่หากเรเอาแต่ตอกฝังเรื่องเลวร้าย ความทุกข์เศร้าเข้าไว้ในแผ่นใจ หัวใจของเราก็คงปรากฏแต่รอยโศก..."

อาพัชรินทร์ #สิเน่หารอยคำ









 

Create Date : 02 มีนาคม 2560    
Last Update : 2 มีนาคม 2560 11:56:31 น.
Counter : 2487 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  

BlogGang Popular Award#14


 
แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 181 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs

~ให้รักระบายใจ/"ณกันต์"เขียน ~

~ผมกลายเป็นแมว/Abandoned/Paul Gallico เขียน(ภูธนิน แปล) ~

~พ่อค้าซ่อนกลรัก & หมอปีศาจแสนรัก/"หูเตี๋ย" เขียน(Wisnu แปล) ~

~อาจารย์ยอดรัก/"หูเตี๋ย" เขียน(Wisnu แปล) ~

~จอมโจรพยศรัก/"หูเตี๋ย" เขียน(Wisnu แปล) ~

~ฉันไม่ชอบทั้งโลก ฉันชอบแค่เธอคนเดียว/"เฉียวยี" เขียน(ภิรมณ ประพฤติประยูร/แปล) ~

~อลวนกลสลับร่าง/"เจ๋อมู่" เขียน(เสี่ยวหวา/แปล) ~

~ โลกที่รัก/ Dear World/"Bana Alabed/บานา อัลอาเบด" เขียน ~

~ นางทิพย์/"แก้วเก้า" เขียน ~


สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.