'หัวใจ๋ข้า หัวใจ๋เจ้า ห้อยอยู่เก๊าเดียวกั๋น' *
*คลิกเพื่ออ่านคำแปลเจ้า :)

~ จากฟ้าแดนไกล : นิยายชีวิตสุดคลาสสิค โดย "นายา" ~





จากฟ้าแดนไกล
ผู้เขียน : นายา
ผู้พิมพ์ : สนพ.เพื่อนดี (มิ.ย. 43)
544 หน้า ราคา 320 บาท

ปกหลัง :


ลายมือของเขาก็ยังสวยงาม...มีระเบียบ...เหมือนเดิม
หล่อนรักลายมือของเขา...ถ้อยคำของเขาก็ยังไพเราะ เป็นที่จับใจ
แต่ความรู้สึกของหล่อนที่มีต่อเจ้าของลายมือ
และเจ้าของถ้อยคำได้เปลี่ยนไปแล้ว
ไม่มีเมฆหมอกแห่งอดีตจากฟากฟ้าแดนไกลเข้ามาบดบังอีกต่อไป...
เราเคยเปรียบความรักที่เขาบอกว่า'ชั่วนิรันดร์'นี้ว่ากระไรหนอ...








บางส่วนจากคำนำสำนักพิมพ์

'จากฟ้าแดนไกล' เป็นไพรัชนิยายที่"นายา"ผู้ประพันธ์
ได้ผสานชีวิตจริงกับจินตนาการอย่างได้อรรถรส ลุ่มลึกและแยบคาย
..........
ทั้งได้รังสรรค์เหตุการณ์ต่าง ๆ ในท้องเรื่อง
อย่างให้ข้อคิดที่ร่วมสมัยและน่าสนใจ
..................
'จากฟ้าแดนไกล'หาใช่นิยายรักธรรมดาที่มีฉากต่างแดนเท่านั้น
หากได้แฝงความเฉียบคมในความคิดและความงดงามเชิงวรรณศิลป์
อยู่ในทุกอณูแห่งตัวอักษร







เรื่องราวโดยย่อ

เรื่องราวเริ่มต้นที่...

'มินตรา'ตัดสินใจแต่งงานกับ'รอย' อาจารย์หนุ่มชาวอเมริกัน
หลังจากที่'กรัณย์' คนรักที่รักกันท่วมท้นต้องตามใจผู้มีพระคุณแต่งงานกับหลานสาวของฝ่ายนั้น
..................
ทั้งเธอและกรัณย์ยังคงติดต่อสื่อสารกันอย่างสม่ำเสมอผ่านจดหมายหลายฉบับ
โดยต่างฝ่ายต่างต้องทำหน้าที่ของตนอย่างกล้ำกลืนฝืนทน...

โดยเฉพาะมินตรา..
.นอกจากเธอจะต้องจ่อมจมอยู่กับความรู้สึกผิดที่มีต่อรอย สามีที่แสนดีของเธอแล้ว
เธอยังต้องอดทนอดกลั้นต่อกิริยาท่าทางตลอดถึงถ้อยวาจาดูถูกเหยียดหยันจากผู้คนในสังคมรอบข้าง
เพราะในบริบทของเรื่องนั้นคือสังคมในยุคปีพ.ศ. 2510 กว่า ๆ ซึ่งสังคมไทยยังมองว่า
การที่ผู้หญิงไทยแต่งงานกับชาวต่างชาติเป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับอย่างหน้าชื่นตาบานเท่าไรนัก...

ซ้ำร้ายยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเธอติดตามรอยไปใช้ชีวิตที่อเมริกาบ้านเกิดของรอย
เธอก็ต้องใช้ความพยายามอย่างสูงในการที่จะก้าวข้ามกำแพงแห่งวัฒนธรรมอันแตกต่างอย่างยากลำบาก
เพราะในยุคนั้น พศ.นั้น ประเทศไทย หรือโดยรวมก็คือโลกตะวันออก
ยังถือเป็นดินแดนโลกที่สามในสายตาชาวตะวันตก...
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...ชาวตะวันตกที่เต็มไปด้วยอคติแบบพ่อกับแม่ของรอย...

นอกจากจะต้องปรับตัว ให้เป็นที่ยอมรับ โดยที่จะต้องไม่สูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง
เธอยังต้องทำหน้าที่แม่ทีดีที่ต้องอบรมบ่มเพาะลูกชาย
ให้ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างสองวัฒนธรรมให้กลมกลืน มีความสุขและภาคภูมิใจในตัวเอง

ซึ่งเธอก็ทำได้อย่างดีที่สุด...รู้สึกขอบคุณคนเขียนที่สร้างสรรค์ตัวละครอย่างมินตรา
ให้เป็นตัวแทนของหญิงไทยยุคใหม่(ในสมัยนั้น)ได้อย่างสมบูรณ์แบบมาก ๆ
เก่ง ฉลาดมาดมั่น แต่ไม่เย่อหยิ่งถือดี...อ่อนน้อมอ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ
เข้มแข็งอดทนแต่ไม่ก้าวร้าวแข็งกระด้าง
รู้จักควบคุมความรู้สึกความต้องการของตัวเองอย่างมีสติ มีเหตุมีผล
ไม่ให้อารมณ์ฝ่ายต่ำอยู่เหนือจิตใจ





ความรู้สึกหลังอ่าน...บอกได้สั้น ๆ ว่าอิ่มค่ะ

เป็นนิยายรักจากนักเขียนรุ่นเก่าที่เริ่มต้นด้วยความคลาสสิค
สะท้อนสะเทือนอารมณ์ในระหว่างกลาง....
และจบลงด้วยความอิ่มอกอิ่มใจ ซาบซึ้งและตื้นตัน

ผู้เขียนมีวิธีดำเนินเรื่องที่เรียบเรื่อยเอื่อยอ่อน ค่อยเป็นค่อยไป
แต่ดูดดึงตรึงใจคนอ่านให้ตามติดอย่างสนใจใคร่รู้ อย่างเอาใจช่วย...
และในที่สุดก็อย่างอิ่มเอมใจ ตั้งแต่ต้นจนจบ

ชอบมาก ชวนอ่านอย่างแรงค่ะ












 

Create Date : 27 ธันวาคม 2559    
Last Update : 27 ธันวาคม 2559 12:59:16 น.
Counter : 853 Pageviews.  

~ พร่างพรายในความเงียบงัน/ IN DER STILLE โดย "มาภา" ...อ่านจบแล้วเงียบงัน...~





พร่างพรายในความเงียบงัน/ IN DER STILLE
ผู้เขียน : มาภา
ผู้พิมพ์ : สนพ. อรุณ (ก.ย. 2559)
334 หน้า ราคา 275 บาท

โปรยปก :


ความทรงจำอาจเลือนหายไปตามเวลา
แต่ความรักจะอยู่กับหัวใจเสมอ

ฉันพบกับเขาในผับคืนหนึ่งที่ดีซี
ชายหนุ่มนัยน์ตาสีเมฆฝนคนนี้ชื่อ โทเบียส
จากนั้นฉันก็ตามเขามาที่นี่
หมู่บ้านเงียบๆ กลางหุบเขาประเทออสเตรีย
เราอยู่ด้วยกันในบ้านหลังเล็กราวกับคู่สามีภรรยา
โทเบียสใจดีมาก และเข้าอกเข้าใจเสมอ
ฉันมีความสุขในทุกๆ วัน

แต่ความสุขนั้น คงไม่ชอบอยู่กับใครสักคนนาน

“นิทราคุณว่าฤดูหนาวปีหน้า เราจะยังมีกันอย่างนี้ไหม”
“ไม่ว่าฤดูหนาวปีไหน เราจะยังมีกันอย่างนี้เสมอ”
และฉันหมายความอย่างนั้นจริงๆ







หลังอ่าน...
โรแมนติกดราม่าสุดอึน สุดหน่วงกระเทือนซางชนิดที่อ่านจบแล้วต้องเงียบงันไปเลยทีเดียว
ผู้เขียนระบุไว้ในหน้าคำนำว่า นิยายเรื่องนี้เขียนขึ้นจากชีวิตจริงของผู้หญิงคนหนึ่ง...
ซึ่งเพียงเริ่มต้นอ่านไปไม่กี่หน้า เราก็รู้สึกอินจนเชื่อสนิทใจเลยว่า....เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง จริง ๆ
โดยเฉพาะเมื่อเธอเลือกที่จะดำเนินเรื่องในลักษณะการเล่าเรื่องผ่านสรรพนามบุรุษที่หนึ่ง...อย่าง "ฉัน"
ขณะอ่านเราจึงรู้สึกเหมือนกับได้อ่านบันทึกของผู้หญิงอารมณ์อ่อนไหวคนหนึ่ง
ที่ค่อย ๆ บอกเล่าถึงเรื่องราวของเธอด้วยลีลาที่เรียบเรื่อยเอื่อยอ่อน...
หากก็สามารถทำให้เราสัมผัสได้ถึงอารมณ์ความรู้สึกของเธออย่างเต็มที่

โอ...นานมากแล้วที่ไม่ได้อ่านนิยายที่ดูดดึงอารมณ์ของเรา
ให้ดำดิ่งลงไปรับร่วมในอารมณ์ความรู้สึกเดียวกับตัวละครได้ขนาดนี้.....
เธอเหงาเราก็เหงา เธอเศร้าเราก็เศร้า เธอเจ็บเราก็เจ็บ
เธอร้องไห้เราน้ำตาริน...


..............


ขออนุญาตไม่เล่าเรื่องย่อนะคะ (เพราะมีอยู่แล้วสั้น ๆ ในโปรยปกนั่นเอง)
แต่บอกได้เลยว่าตั้งแต่ติดตามอ่านงานของมาภามาทั้งหมด 6 เรื่อง...
(ครบทุกเรื่องแล้วใช่ไหมเนี่ย...?)
(สำหรับตัวเอง)ชอบเล่มนี้มากถึงมากที่สุด
รู้สึกเป็นงานเขียนที่สมบูรณ์แบบที่สุดของมาภาเลยมั้ง
ทั้ง ๆ ที่พล็อตเอย เรื่องราวเอย ไม่ได้ซับซ้อนหวือหวาเท่าเรื่องอื่น ๆ ที่ผ่านมาเลย
แต่ด้วยสำนวนภาษา ลีลาการเล่าเรื่อง การบรรยายฉากและบรรยากาศโดยรอบ
บทบาทการกระทำของตัวละคร
ตลอดถึงสาระข้อมูลที่อิงหลักวิชาการที่เกี่ยวข้องกับปมในเรื่อง
ทุกอย่างมันสอดรับกันหมดแบบสมเหตุสมผล สมจริง...

ชอบที่สุดก็คือพระเอก...ผู้ชายแสนดีแสนอบอุ่นอย่างโทเบียสหาได้ที่ไหนอีกน๊อ...
บนโลกอันอึกทึกครึกโครมใบนี้...?











 

Create Date : 24 ธันวาคม 2559    
Last Update : 24 ธันวาคม 2559 11:11:07 น.
Counter : 1128 Pageviews.  

~ เริ่มต้นที่หัวใจ โดย "สิริมา อภิจาริน" ~





เริ่มต้นที่หัวใจ
ผู้เขียน : สิริมา อภิจาริน
ผู้พิมพ์ : โพสต์บุ้ก (พ.ค. 58)
367 หน้า ราคา 295 บาท


โปรยปก...


ในวันที่ "ความรัก" เดินเข้ามาหา
"รัก" ไม่ได้เลือกหรอกว่าเราเป็นใคร
แค่ได้รัก...ก็เพียงพอแล้ว
...................
ความรักเกิดขึ้นได้ตลอดเวลากับทุก ๆ คน
บางครั้งเราอาจไม่รู้ว่า ความรักเกิดขึ้นเมื่อใด
มารู้อีกทีก็รักไปแล้ว
แต่กับบางคนอาจต้องใช้เวลาเพื่อบ่มเพาะความรัก
ความรักไม่เคยเลือกเพศสภาพหรือเผ่าพันธุ์
บางครั้งจะทำให้ต้องเจ็บปวด แต่คนก็ยังไม่หมดศรัทธาใน "รัก"
แม้อาจต้องยอมปล่อยวางและกอบกู้ขึ้นมาใหม่ ไม่ว่าจะกี่ครั้งก็ตาม








(บางส่วน)จากคำนำ

"เริ่มต้นที่หัวใจ" ของ สิริมา อภิจาริน บอกเล่าหลายบทบาทของความรัก
"รัก" ที่เกิดขึ้นและอยู่เหนือกฎเกณฑ์ใดๆ
"รัก" ที่ต้องตามมาตรฐานและครรลองของสังคม
"รัก" ที่เป็นการเสียสละ และ "รัก" ที่ให้ได้แม้ชีวิต

แม้บางครั้ง ความรู้สึกหวานปนขมจะเกิดขึ้นพร้อม ๆ กัน
แต่หลาย ๆ คนก็ใช้ทั้งหัวใจแลกมา เราเชื่ออย่างหนึ่งว่า ถ้า "รัก"
และทำทุกอย่างที่ตั้งใจด้วยหัวใจแล้ว
ไม่ว่าผลออกมาเป็นเช่นไร แค่ได้พยายามอย่างสุดใจ...
ก็เพียงพอแล้ว





เล่าเรื่องย่อๆนิดนึงนะคะ

'เริ่มต้นที่หัวใจ' เป็นเรื่องราวความรักของหญิงสาวอารมณ์ไหวสองคน
ที่ต่างก็มีบาดแผลในชีวิตที่แตกต่างกัน

มนตราเป็นเด็ก"บ้านแตก" พ่อกับแม่แยกทางกันตั้งแต่เธออายุเพียงเจ็ดขวบ
แม่พามนตรากลับมาอยู่บ้านตากับยายและแต่งงานใหม่หลังจากนั้นไม่นาน
แม่มีลูกกับพ่อเลี้ยง น้องชายของมนตราอีกหนึ่งคน
ครอบครัวของเธอ...ของแม่กับพ่อเลี้ยงดูจะเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์ดี ทุกคนมีความสุข
แม่รักและตามใจมนตราทุกอย่าง พ่อเลี้ยงของเธอร่ำรวยและไม่มีท่าทีรังเกียจลูกเลี้ยงแม้แต่น้อย
แต่มนตรากลับรู้สึกว่างเปล่าและต้องการการเติมเต็มอยู่เสมอ
เธอแยกตัวเองออกมาอยู่ตามลำพังตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย
จนเรียนจบเธอก็ทำงาน เปลี่ยนงานไปเรื่อย ๆ เพราะยังหาที่เติมเต็มใจไม่ได้
กระทั่งล่าสุด มนตราก็มาสมัครงานใหม่ที่บริษัททัวร์แห่งหนึ่ง...เป็นทัวร์เพื่อการศึกษา
และที่นี่ เธอก็ได้พบกับ'งาม'...

งาม... หญิงสาวมาดเฉี่ยวอารมณ์ดีที่มนตรารู้สึกปิ๊งตั้งแต่แรกเจอ...
(เรื่องของงามมีที่มาจาก"มาลัยดอกหญ้า" ซึ่งเคยอ่านแล้วเมื่อหลายปีก่อน)
มนตรากับงามมีวัยที่ใกล้เคียงกัน จบมาจากสถาบันเดียวกัน ทำให้ทั้งคู่สนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว
แม้ในช่วงหลัง งามจะไม่ได้ทำงานที่เดียวกับมนตราแล้วเพราะมีงานอื่นที่มั่นคงกว่า
แต่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่กลับแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นเมื่องามย้ายไปอยู่ร่วมบ้านกับมนตรา

งามช่วยต่อเติมความพร่องในใจของมนตราให้เต็มตื้น
ในขณะที่มนตราก็มีบางสิ่งบางอย่างที่เข้ามาชดเชยและเยียวยาหัวใจที่แตกร้าวของงามได้






นอกจากเรื่องราวของงามกับมนตราแล้ว ก็ยังมีเรื่องราวชีวิตของตัวละครสำคัญคนอื่น ๆ
จากมาลัยดอกหญ้าอีกหลายคน...
อย่างวจี...น้าจีของงามผู้ต้องเลิกลากับสามีที่รักและแต่งงานกันมาเนิ่นนาน...
แต่ยังใช้ชีวิตโสด ๆ อย่างเข้มแข็งและรื่นรมย์ ทั้งยังคงมีสายสัมพันธ์ทีดี
กับอดีตสามีที่กลายเป็นเพื่อนเก่ากันไปแล้ว
น้าจีมีเพื่อนร่วมงานรุ่นน้องอย่างศิลามาช่วยดูแลเรื่องต้นไม้ให้...
เข้านอกออกในบ้านของวจีจนงามเข้าใจผิดคิดว่าเขามาปิ๊งน้าสาวของเธอ...
เขาดูแลน้าจีแล้วเลยเผื่อแผ่มาช่วยเหลืองามหลายอย่าง

นิ้ง...หลานสาววัยรุ่นของงามที่ในที่สุดก็ได้พบหลักแหล่งที่จะวางตัววางใจตัวเองลงพักพิงได้เสียที

กระทั่งเรื่องราวของชาญ...ผู้ชายที่คนอ่านอย่างเรานึกรังเกียจมาตั้งแต่ตอนอ่านมาลัยดอกหญ้า...
ก็ยังมามีบทบาทขับเคลื่อนเรื่องราวในเล่มนี้ด้วย
และยังคงเหมือนเดิมทีความรู้สึกที่มีต่อเขาก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงไป
เขายังคงเป็นชาญ ผู้ชายลูกแหง่ มักง่าย เห็นแก่ตัวและไม่รักงามได้ดังเดิม...

(แต่อย่างน้อยก็มีเพิ่มเติมคือรู้สึกเข้าใจ
และโล่งใจที่งามสามารถปลดปล่อยเขาออกจากใจได้สำเร็จ)


มีพระเอกค่ะ แต่บทบาทอาจจะน้อยไปสักหน่อย
แต่ชีวิต ความคิดและความรักของเขาก็น่าสนใจไม่น้อย
เขาสะดุดตาและประทับใจในตัวงามตั้งแต่แรกเจอ แต่เขาใจเย็นพอที่จะไม่รุกเร้า ไม่แสดงออก
เพียงแต่คอยดูแล ช่วยเหลืองามอยู่ห่าง ๆ
แม้งามจะเข้าใจผิดถึงความสัมพันธ์ของเขากับวจีเขาก็ไม่เร่งร้อนแก้ความเข้าใจผิดนั้น...

เป็นความเรียบเรื่อยที่สุขุมลุ่มลึก มีจุดมีมุมให้ครุ่นคิดคล้อยตาม





ชอบมากกกก...
ชอบแนวการเล่าเรื่องที่เหมือนจะเรื่อย ๆ เอื่อย ๆ แต่บอกเล่าถึงตัวละครแต่ละตัวได้ลึกซึ้งละเอียดลออ
มีที่มาที่ไปสมเหตุสมผล สมจริง
ตลอดถึงฉากและบรรยากาศเบื้องหลังของเรื่องราว
ที่มีประเด็นทางสังคมและการเมืองแทรกแซมอยู่ประปราย

รวมทั้งแง่คิดมุมมองต่อชีวิตที่เรียบง่าย คมคาย

ขออนุญาตหยิบยกคำพูดของศิลามาปิดท้ายรีวิวนี้ก็แล้วกันค่ะ

"ชีวิตมันไม่เคยว่างเปล่า...มันมีอะไรๆให้เราค้นหาเติมเต็มอยู่ตลอดเวลา
บางทีอาจเป็นตัวเราเองที่ลืมให้เวลามองดูชีวิตของเราว่า จริงๆแล้วมันมีอะไรเยอะแยะ...
บ่อยครั้ง คนเราสนใจสิ่งที่เราขาด จนลืมคิดถึงสิ่งที่เรามี
มีแล้วเก้าอย่าง ขาดอย่างเดียว ก็เศร้าใจ ทุกข์ใจกับสิ่งเดียวที่มันขาด
จนลืมเก้าอย่างที่มีอยู่แล้ว ขาดความชื่นชมในชีวิต"












 

Create Date : 28 พฤศจิกายน 2559    
Last Update : 23 มกราคม 2561 12:29:27 น.
Counter : 942 Pageviews.  

~ ลมข้ามฟ้า ไพรัชนิยายอิงเค้าประสบการณ์จริงของผู้เขียน "งามพรรณ เวชชาชีวะ" ~





ลมข้ามฟ้า
ผู้เขียน : งามพรรณ เวชชาชีวะ
บ.เพื่อนกันพับบลิชชิ่ง/พิมพ์(ต.ค.๒๕๕๓)
๑๕๔ หน้า ราคา ๑๒๙ บาท


บางส่วนจากหน้าคำนำ


ประสบการณ์ในโลกกว้างของสองสาวเพื่อนซี้
ที่ถูกถ่ายทอดให้"นนท์" คนรู้ใจของวาว ผ่านจดหมายฉบับแล้วฉบับเล่านั้น
ทุกถ้อยคำแฝงไว้ด้วยความรักความสดใส ห่วงหาอาทร
และความผูกพันที่แม้ตัวจะห่างไกลก็ยังอยู่เคียงกันทุกเวลานาที

ความรักนั้นสวยงามเสมอ ไม่ว่าจะก่อเกิด ณ ที่แห่งใดในโลก






เป็นนิยายขนาดสั้นที่มีเค้าโครงเรื่องจากประสบการณ์จริงของผู้เขียน
ที่แม้จะผ่านกาลเวลามาเนิ่นนาน หากเนื้อหาภายในยังคงเป็นปัจจุบันและทันสมัย

วาวกับมิ้มสองสาวเพื่อนรักเดินทางข้ามฟ้าพเนจรไปท่องเที่ยวด้วยกันยังประเทศฝรั่งเศส
หลังจากที่วาวเรียนจบจากอเมริกา และมิ้มได้รับทุนให้ไปท่องเที่ยวเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์พอดี
วาวบันทึกการเดินทางของเธอกับเพื่อนผ่านจดหมายที่บอกเล่าถึงสิ่งต่าง ๆ
ที่พบพานระหว่างทางให้กับนนท์ เพื่อนชายคนสนิทที่ยังต้องฝึกงานอยู่ที่อเมริกา
จดหมายของวาวร้อยเรียงด้วยสำนวนภาษาที่อ่านง่าย
แฝงไว้ด้วยอารมณ์ความรู้สึกของคนเขียนที่มีทั้งความรักความคิดถึง
รวมทั้งอารมณ์ขัน มองโลกในแง่ดี

เธอบอกเล่าตั้งแต่เรื่องราวจุกๆจิกๆ เล็กๆน้อย ๆ ที่พบเจอ
ไปจนถึงแง่มุมในเชิงศิลปะ วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของสถานที่ต่าง ๆ
ตลอดถึงความสัมพันธ์กับผู้คนที่ได้พบ
ได้รู้จักและผูกพันกันแม้เพียงช่วงระยะเวลาอันสั้น





ค่อนข้างชอบเลยค่ะ ถือเป็นไพรัชนิยายที่อ่านได้เพลิน ๆ
การบอกเล่าบรรยายถึงสถานที่ต่าง ๆ ในเรื่องผู้เขียนทำได้ค่อนข้างละเอียดลออ
อ่านไปสามารถมโนตามได้ และยังให้สาระข้อมูลในเชิงบันทึกสังคมและประวัติศาสตร์ของสถานที่นั้น ๆ
ด้วยสำนวนภาษาที่อบอุ่นละมุนละไม แฝงอารมณ์ขันไว้อย่างกลมกลืน


"ลมข้ามฟ้า" เคยตีพิมพ์ต่อเนื่องในนิตยสาร"สตรีสาร"ช่วงปี พ.ศ. ๒๕๓๕
ส่วนตัวถือว่า งานเขียนใด ๆ ก็ตามที่ผ่านหน้านิตยสารฉบับนี้มาก่อนคือใบรับประกันคุณภาพของงานเขียนชิ้นนั้นเป็นอย่างดีค่ะ










 

Create Date : 06 ตุลาคม 2559    
Last Update : 6 ตุลาคม 2559 14:31:34 น.
Counter : 929 Pageviews.  

~ มายารักในสายหมอก : ฤาความรักของเธอกับเขาจะเป็นเพียงภาพมายา ? / "อาพัชรินทร์" ~






มายารักในสายหมอก
ผู้เขียน : อาพัชรินทร์
ผู้พิมพ์ : สนพ.อักขระบันเทิง
320 หน้า ราคา :225 บาท

โปรยปกหลัง :


เมื่อม่านหมอกแห่งความไม่เข้าใจ...เดินทางเข้ามาบดบังความรักที่มีให้แก่กัน
‘มายา’ จึงตัดสินใจย้ายออกมาอยู่อพาร์ตเม้นต์ โดยไม่ได้บอก ‘ล้านช้าง’ ผู้เป็นสามี
หากในนาทีนั้นเอง...มายาก็ได้ ‘เครื่องรางเรียกหารักแท้’
เป็นหินแกะสลักรูปปีกผีเสื้อคู่หนึ่งจากหญิงชราผู้ลึกลับ
ที่บอกกับเธอว่า “หินจะเปล่งแสงเมื่อถูกสัมผัสโดยชายผู้เป็นคู่แท้”

หรือโชคชะตาจะเล่นตลก...เพราะไม่กี่วันมายาก็ได้พบ ‘อารัญ’
ผู้ชายแสนดีที่ทำให้หินก้อนนั้นมีแสงเปล่งประกาย
ทั้งที่ยังรู้สึกเป็นห่วงล้านช้างสุดหัวใจ...แต่อีกใจหนึ่งก็เริ่มหวั่นไหว...
คู่แท้ของเธอที่จริงแล้วคือใคร ? ...หัวใจเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์









หลังอ่าน...
นิยายรักดราม่าโรแมนติกที่สะท้อนความเป็นจริงของชีวิตคู่ที่สมจริง...
และเป็นความจริงอย่างถึงที่สุด

นิยายรักทั่วไปส่วนใหญ่มักจะจบบริบูรณ์ลง เมื่อคู่พระเอกนางเอกรักกัน
ตกลงปลงใจใช้ชีวิตคู่ร่วมกันอย่างมีความสุข...
แต่เรื่องราวหลังจากนั้นก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของคนอ่านที่จะจินตนาการเอาเอง

แต่ไม่ใช่"มายารักในสายหมอก"
นิยายเรื่องนี้เริ่มต้นขึ้นหลังจากการใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมาแล้วระยะหนึ่ง
ของมายากับล้านช้าง
สถานะแต่งงานของทั้งคู่ดำเนินมาถึงจุดที่ต่างฝ่ายต่างรู้สึกเหมือนจะอิ่มตัวและ...ชินชา
แม้ความรักที่มีให้กันไม่ได้หมดไป ทว่ามันก็ไม่ได้งอกเงยหรือเติบโตขึ้น...

เมื่อคำขอร้องถูกเพิกเฉย หนึ่งครั้ง สองครั้ง...จนมาถึงจุดที่มายาไม่อาจทนอีกต่อไป
เธอจึงตัดสินใจแยกตัวออกไปอยู่ตามลำพัง

แม้มายาจะไม่ใช่ผู้หญิงที่มาดมั่นเด็ดเดียวอะไรมากมาย
แต่การทำเช่นนั้นก็เป็นประหนึ่งสัญญาณเตือนภัยให้กับล้านช้าง
เขาจึงพยายามจะแก้ไข ปรับตัว ปรับความเข้าใจกับภรรยา
แต่ก็นั่นแหละ ความเป็นผู้ชายหัวอ่อน และมองข้ามรายละเอียดยิบย่อย
ทำให้เขาพลาดซ้ำ ๆ อีกหลายครั้ง..
.เช่นนี้... หรือความรักของพวกเขาจะเลือนหายไปในสายหมอกจริง ๆ
ต้องไปลุ้นต่อในนิยายแล้วล่ะค่ะ








ชอบมากค่ะ
พล็อตดี เรื่องราวร่วมสมัย ด้วยฉากของเรื่องที่สมจริง สมเหตุสมผล
ให้ภาพของการทำงานที่จริงจัง มีการแข่งขันชิงดีชิงเด่น ปัดแข้งปัดขากัน
ซึ่งผู้เขียนทำได้ดี อ่านแล้วรู้สึกอินได้ไม่ยาก

ประกอบกับสำนวนภาษาที่นุ่มนวล ลื่นไหล อ่านแล้วรู้สึกละมุนละไมในอารมณ์
มีซีนง้องแง้งแง่งอน มีซีนสะเทือนอารมณ์
มีแง่คิดมุมมองที่น่าจะเป็นบทเรียนสอนใจให้กับคู่รักอีกหลาย ๆ คู่

อ่านแล้วชอบค่ะ ชวนอ่านอย่างแรงเลยทีเดียว













 

Create Date : 22 กันยายน 2559    
Last Update : 22 กันยายน 2559 15:08:55 น.
Counter : 939 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  

แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 173 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs


~ตำรารักยอดพธู & ตำรารักยอดดวงใจ/รอมแพง/เขียน ~

~เร้นรักบุปผาหยก/จินนี่ หลิน/เขียน,วรินทร์ วารีนุกุล/แปล ~

~นางใน(2 เล่มจบ)/ธาดาพร/เขียน ~

~วาสนาชะตารัก/ชื่อถง/เขียน ~

~เล่ห์รักหักเหลี่ยมบัลลังก์/Su Xing Le/เขียน,เหมยสี่ฤดู/แปล ~

~แม่ทัพอยู่บน ข้าอยู่ล่าง(3เล่มจบ)/จวี๋ฮวาซั่นหลี่ เขียน/ Honey Toast แปล ~

~บุพเพสันนิวาส/รอมแพง ~

~ลิขิตรักด้ายแดง(3เล่มจบ)/หมิงเยวี่ยทิงเฟิง เขียน/เหมยสี่ฤดู แปล ~

~มีไว้เพื่อซาบ/อุรุดา โควินท์ ~

~ เรื่องเล่าของเหล่าปีศาจในเหลาสุรา (2)/เคอสุ้ยอวี้โหยวโจ่ว/เขียน ซินโป-หย่งชุน/แปล ~

~ ทุกสิ่งอันที่เรามิเคยเอื้อนเอ่ยต่อกัน/มาร์ก เลอวี เขียน/อธิชา มัญชุนากร แปล~


สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.