'หัวใจ๋ข้า หัวใจ๋เจ้า ห้อยอยู่เก๊าเดียวกั๋น' *
*คลิกเพื่ออ่านคำแปลเจ้า :)

~ Destiny หอมกลิ่นโบตั๋น & เล่ห์ลายโบตั๋น โดย'ญานภา' ~



ขอเกริ่นก่อน...
นานมากแล้วที่ไม่ได้อ่านนิยายแนวจีน ๆ แบบนี้ เคยอ่านมากกว่ารักเล่มหนึ่ง
ปรากฏว่าแป้กอย่างแรงสำหรับตัวเอง ทำเอาเข็ดขยาด...

มาเจอ'เล่ห์ลายโบตั๋น'...สะดุดที่ปกสวยมากจึงหยิบมาอ่าน
แล้วก็พบว่า อ่านได้เพลิดเพลินเกินคาด เรียกได้ว่าสนุกทีเดียวค่ะ

อ่านจบแล้วต้องรีบเสาะแสวงหา'หอมกลิ่นโบตั๋น'มาอ่านต่อทันใด
ผลลัพธ์ก็คือ...ชอบเล่มแรกที่อ่านทีหลังนี้มากกว่าเสียอีกแน่ะค่ะ

ขอเล่ารวบยอดสองเรื่องเลยนะคะ ถึงแม้เรื่องราวไม่ได้ต่อเนื่องเชื่อมโยงกัน
สามารถอ่านแยกเล่มใดเล่มหนึ่งได้ค่ะ




Destiny หอมกลิ่นโบตั๋น & เล่ห์ลายโบตั๋น
ผู้เขียน : ญานภา
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ อุ่นไอรัก
(พิมพ์ครั้งแรก พ.ค. ๕๓ & ก.ย.๕๕
๓๒๒ - ๔๒๓ หน้า, ราคา ๒๑๕ - ๒๘๕ บาท)




หอมกลิ่นโบตั๋น

โปรยปก:



“โบตั๋นแดงเปรียบดั่งความรักและความหลงใหลชั่วนิรันดร์
หากบุรุษมอบโบตั๋นแดงให้สตรีใด ย่อมบ่งบอกถึงความรู้สึกลึกซึ้งในใจ”


......................

รักซ้อน ซ่อนเงื่อน จะทำอย่างไรดี...เมื่อกิรณาต้องพลัดหลงเข้าไปในยุคอดีตถึงพันปี!
ทั้งผู้คนทั้งสถานที่ที่หญิงสาวไม่รู้จัก
ที่สำคัญ หน้าตาหล่อนยังเหมือนฮูหยินเฟ่ยฉางเอ๋อของท่านแม่ทัพหนุ่มรูปงามราวกับฝาแฝด

เพื่อความอยู่รอด หล่อนจึงต้องสวมรอยเป็นฮูหยินของเขา
และยิ่งนานวันหล่อนก็ยิ่งหลงรักเขามากขึ้น

ทว่าก็มีบางอย่างยังติดค้างในใจ...
หรือกิรณาจะเป็นแค่เงาของเฟ่ยฉางเอ๋อ
.............

“เจ้าควรเลิกเสแสร้งได้แล้ว เจ้าทำเช่นนี้ต้องการอะไรอีก” ชายหนุ่มว่า
“ฉะ...ฉันไม่ใช่ฉางเอ๋อ แล้วก็ไม่ได้เสแสร้งอะไรทั้งนั้น
พวกคุณต่างหากกักขังฉันไว้ที่นี่ทำไมกัน ทำไมไม่ยอมส่งฉันไปสถานทูตไทย”
รอยยิ้มเหี้ยมปรากฏบนริมฝีปากบางของเขา
“หากเจ้าไม่ใช่ฉางเอ๋อ แล้วใครจะเป็นฉางเอ๋อเล่า”
“ใครก็ได้ แต่ไม่ใช่ฉัน” หล่อนตอบโต้ทันที

พยายามขยับตัวเข้าไปด้านในของเตียง เมื่อคนตรงหน้ายังก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีก
“คุณหยุดอยู่ตรงนั้นนะ อย่าเข้ามา”
กิรณาร้องห้ามเมื่อคนตรงหน้ายังคุกคามใกล้เข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ

หล่อนกวาดตามองรอบตัวอย่างสิ้นหวัง
ถึงในห้องจะมีผู้หญิงอีกสามคนกับคนแก่อีกหนึ่งคนเข้ามาใหม่
แต่ถ้าเขาจะเข้ามาทำร้ายก็คงไม่มีใครเข้ามาช่วยหล่อนแน่
เพราะทุกคนต่างไปยืนด้านหนึ่งของห้อง สายตามองต่ำ ไม่แม้แต่จะเหลือมองมาทางหล่อน

ประมุขตระกูลมองใบหน้าขาวซีด ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่น
นางหวาดกลัว แต่ก็ยังพยายามปกปิดความหวาดกลัวนั้นไว้
ดวงตากลมโตมองเขาอย่างระแวงเหมือนสายตาที่มองคนแปลกหน้าอย่างแท้จริง







เล่าเรื่องหอมกลิ่นโบตั๋น(เพิ่มเติมอีกนิดหน่อย อาจมีสปอยล์)

กิรณาสูญเสียปรเมศ เพื่อนชายคนสนิทไปในสายน้ำในประเทศหมิงเมื่อสามปีก่อน
ทำให้เธอเศร้าเสียใจ และคิดถึงเขาอยู่เสมอ

เมื่อเธอกลับมาเที่ยวที่นี่อีกครั้ง
ในขณะที่กำลังหวนคิดถึงความหลัง ก็เกิดเหตุซ้ำรอยกับคราวก่อน...
ท่ามกลางสายฝนที่ตกหนัก เธอพลัดตกจากเรือลงไปในกระแสน้ำเชี่ยวกราก
แล้วก็มีคนมาช่วยไว้ เมื่อฟื้นสติขึ้นมา เธอก็พบตัวเองอยู่ในสถานที่แปลก ๆ
และผู้คนก็ปฏิบัติต่อเธอแปลก ๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งแม่ทัพใหญ่เว่ยเหยียนฟง - - ชายหนุ่มที่ช่วยเธอขึ้นมา

เขามีท่าทีรังเกียจและเกลียดเธออย่างเห็นได้ชัด
ทั้ง ๆ ที่ใครๆ ก็บอกเธอว่าเธอคือเฟ่ยฉางเอ๋อ - - ฮูหยินของเขาที่หายตัวไปเมื่อปีก่อน
มิไยที่เธอจะพร่ำบอกเขาว่าเธอไม่ใช่ แต่ไม่มีใครเชื่อ ผู้คนต่างเข้าใจว่าเป็นเพราะอุบัติเหตุ
ทำให้เธอเกิดอาการสับสนความจำเสื่อมชั่วคราว

แต่เมื่อเวลาผ่านไป เว่ยเหยียนฟงก็เริ่มมองเห็นว่า
เฟ่ยฉางเอ๋อคนนี้ช่างแตกต่างจากคนเดิมแทบจะสิ้นเชิง

ที่สำคัญ...เฟ่ยฉางเอ๋อคนใหม่นี้มักจะทำให้เขาเกิดความรู้สึกแปลก ๆ เสมอเวลาอยู่ใกล้ชิด
จนกลายเป็นความผูกพันและแหนหวง...ซึ่งเขาไม่เคยรู้สึกมาก่อน

แม้จะคลางแคลงใจ แต่เขาก็ไม่อาจทำใจให้เชื่อได้ว่า
เธอเป็นหญิงสาวที่พลัดหลงมจากอนาคตอย่างท่เธอบอก

จนเมื่อเธอได้พบกับฉือห้วงชิง...และได้พัวพันกับปัญหายุ่ง ๆ ในราชสำนัก...
ปูมหลังของเธอจึงค่อย ๆ กระจ่างขึ้น...
จนเขาเริ่มหวั่นกลัวว่าจะต้องสูญเสียเธอไปสักวันหนึ่ง

.................

เล่มนี้ชอบพล็อตค่ะ เรื่องของการข้ามมิติย้อนเวลาไม่ใช่เรื่องใหม่ในนิยาย
แต่เรื่องนี้เขาทำได้แบบเนียน ๆ อ่านแล้วไม่สะดุด
ทั้งฉากของเรื่อง ที่คนเขียนได้สมมติขึ้นเป็นประเทศที่ใกล้เคียงกับประเทศจีน
มีภาษา วัฒนธรรมต่าง ๆ เหมือนจีนทุกอย่าง...ก็ทำได้ดีมาก

เข้าใจว่าคนเขียนต้องการหลีกเลี่ยงข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์
ที่อาจจะมีคนอ่านตั้งข้อสังเกตขึ้นภายหลัง
เพราะมีเรื่องราวของการแย่งชิงอำนาจในราชสำนัก
และการวางแผนก่อกบฏเข้ามาเกี่ยวข้อง

คนเขียนผูกปมค่อนข้างซับซ้อน แต่ก็เร้าความสนใจใคร่รู้ให้คนอ่านต้องตามอ่านไปเรื่อย ๆ
จนกว่าปมนั้นจะค่อย ๆ คลี่คลายไปทีละเปลาะ ๆ อย่างลงตัวและสมเหตุสมผลทีเดียว

มีบทรักบทใคร่อยู่พอประมาณ ไม่มากไม่น้อย
แล้วก็เป็นไปแบบหวานๆ นุ่ม ๆ ชวนเคลิ้มชวนฝันเชียว...

แต่...สงสารพระรองจังค่ะ





เล่ห์ลายโบตั๋น

โปรยปก:


เซียงซือโหม่ว คุณชายเจ้าสำราญที่สาวๆต่างหลงใหลในคารมและความเจ้าเสน่ห์
แต่กลับไม่มีหญิงใดสามารถเข้าถึงหัวใจของเขาได้เลย

ชายหนุ่มต้องทำภารกิจลับที่ทางราชสำนักสั่งการมา
ให้สืบหาหลักฐานการลักลอบขนอาวุธเพื่อก่อการกบฏ
โดยหนึ่งในผู้เกี่ยวข้องคือจางเหวินอี้ สหายสนิทของเขา

เซียงซือโหม่วและจางเหวินอี้ได้มาพบอีกครั้งหลังจากที่ห่างกันไปเป็นสิบปี
แต่สำหรับเซียงซือโหมว กลับมีบางอย่างที่น่าสงสัยเกิดขึ้นในใจ
เมื่อจางเหวินอี้มีรูปร่างท่าทางราวกับอิสตรี
และเมื่อได้ใกล้ชิด เขายังมีกลิ่นกายที่หอมกรุ่นรัญจวนใจยิ่งนัก
แถมดวงตาคู่งามที่ได้สานสบทีไรเป็นได้หัวใจเต้นแรงทุกครั้ง...

แปลกจริง! หรือจะเป็นเพราะว่าจิตใจของเขาไม่ปกติ
ด้วยรู้สึกกับเพื่อนในเชิงชู้สาวเสียนี่


................


เล่มนี้เรื่องย่อสนพ.ค่อนข้างชัดเจนนะคะ
พลอตไม่มีอะไรใหม่ค่ะ นางเอกปลอมเป็นชาย
แล้วต้องมาใกล้ชิดพัวพันกับพระเอกซึ่งเคยรู้จักและผูกพันกันในวัยเด็ก

แล้วพระเอกก็ได้ชื่อว่าเป็นหนุ่มเจ้าสำราญ...เพลย์บอยว่างั้นเถอะ
มีหรือจะไม่รู้ความแตกต่างระหว่างเพศหญิงเพศชาย

เล่มนี้จะชอบตรงบุคลิกลักษณะของตัวละครค่ะ
ชอบที่พระเอกนางเอกเขาฉลาดทันกันดี ทำให้มีมุกกุ๊กกิ๊กๆ
มุกหักเหลี่ยมเฉือนคมกันเบาะ ๆ
อ่านแล้วรู้สึกขำ ๆ ได้อมยิ้ม มีความสุขค่ะ


สรุปว่า...
ถ้าอ่านเล่น ๆ เพลิน ๆ ก็ไม่สะตุดอะไร ด้วยสำนวนภาษาคนเขียนเขาลื่นไหลดี

แต่ถ้าจะอ่านเอาเรื่องเอาราวหน่อยก็อาจจะงง ๆ เล็กน้อยกับชื่อตัวละคร
กับห้วงเวลาของทั้งสองเรื่อง
เพราะดูเหมือนจะใช้การก่อกบฏเป็นตัวแปรสำคัญ
ที่ก่อให้เกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ มากมายที่เกี่ยวข้องทั้งสองเรื่อง
จึงมีตัวละครกับเหตุการณ์บางเหตุการณ์ทับซ้อนกันอยู่

เช่นตัวละครบางตัวที่เหมือนจะตายไปแล้วในเรื่องก่อน กลับโผล่มามีบทบาทในเรื่องนี้ได้

หากอ่านคนละทีก็อาจจะไม่รู้สึก
แต่เมื่ออ่านต่อเนื่องกันเลยเกิดอาการสับสนเล็ก ๆ อย่างที่บอก...

สรุปของสรุป...
ชอบเล่มแรกมากกว่าค่ะ ได้อารมณ์คล้อยตาม และตื่นเต้นระทึกใจดี
แต่เล่มหลังได้อารมณ์เหมือนกินยำใหญ่...(ความเห็นส่วนตัวล้วน ๆ ค่ะ)เหมือนเขาเก็บเล็กผสมน้อยจากนิยายหรือหนังจีนเรื่องนั้นเรื่องนี้...แล้วมาผูกเป็นเรื่องเป็นราว...

บล็อกนี้เขียนตอนกำลังง่วงสุด ๆ ค่ะ อาจจะอ่านงงๆ แหะ ๆ
เอาเป็นว่าอ่านจบแล้วทั้งสองเล่ม หยิบมาบอกต่อกัน ชวนอ่านค่ะ









 

Create Date : 01 ธันวาคม 2555    
Last Update : 1 ธันวาคม 2555 10:59:39 น.
Counter : 7546 Pageviews.  

~ แสงตะวันส่องใจ : นิยายรักโทนอบอุ่น โดย"พรรณสิริ" ~





แสงตะวันส่องใจ
ผู้เขียน : พรรณสิริ
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ (ครั้งแรก/ส.ค. '55)
303 หน้า ราคา 225 บาท


โปรยปก :



เพราะเขาคือแสงตะวันแห่งหัวใจ
ยามอยู่ใกล้จึงแผดเผา ทว่าก็เหน็บหนาวเมื่อห่างไกล

...........

กสิดิษฐ์ เพลย์บอยเนื้อหอมวัยสามสิบหกที่เจนจัดทั้งเรื่องงานและความรัก
ถึงคราวต้องหัวปั่นเมื่อดันมาสะดุดรักดุจลดา
นักศึกษาสาววัยใสผู้มีดวงตาและน้ำเสียงหวานซึ้ง
แต่เธอกลับแสดงออกว่าไม่อยากอยู่ใกล้...ราวกับรังเกียจเขาเสียเต็มประดา
นั่นจึงเป็นที่มาให้ชายหนุ่มพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เธอมาครอบครอง

จากแค่ความต้องการเอาชนะผู้หญิงที่ไม่ยอมศิโรราบให้เขา
ทว่า...เมื่อเธอยอมให้ใกล้ชิดก็ก่อเกิดความรู้สึกสนิทเสน่หาขึ้นในใจจนมิอาจถอนตัว

แต่ในขณะที่ความสัมพันธ์ของเขาและเธอกำลังหวานชื่น
ก็กลับมีอุปสรรคเข้ามาขัดขวาง

แล้วอย่างนี้เพลย์บอยหนุ่มที่แสนจะเอาแต่ใจอย่างเขาจะแก้ปัญหานี้อย่างไร
เมื่อฝ่ายหนึ่งคือมารดาที่ฝากความหวังทั้งหมดไว้กับเขา
กับอีกฝ่ายคือผู้หญิงที่เขาเพิ่งรู้ตัวว่ารักเธอหมดใจ...
และคงไม่มีใครมาแทนที่เธอได้






เพิ่มเติมคำแนะนำหนังสือจากหน้าเว็บสนพ.อีกนิดหน่อย...

เรื่องราวความรักแท้ที่มั่นคงของ ดุจลดา หญิงสาวแสนธรรมดา
กับ กสิดิษฐ์ หนุ่มหล่อไฮโซ...
โชคชะตานำพาพวกเขามาพบกัน

เหมือนฟ้าผ่าลงมากลางใจ
เมื่อจู่ๆ ดุจลดา ก็ได้รู้จากปากแม่ของคนรักว่าชายหนุ่มมีคู่หมั้นคู่หมายแล้ว
เท่านั้นยังไม่พอ เธอดันตั้งครรภ์ และตาของเธอก็กำลังจะมองไม่เห็น
ซึ่งเป็นผลกระทบจากอุบัติเหตุรถชน

และด้วยความรัก หญิงสาวพยายามหลบไปให้ไกลจากชีวิตของชายผู้เป็นที่รัก
เพื่อให้เขาได้ทำตามคำขอของมารดาที่ป่วยเป็นมะเร็ง
แต่ชายหนุ่มก็ไม่ละความพยายามที่จะตามหา “หัวใจ” ของเขา







หลังอ่าน...
เรื่องย่อก็ประมาณข้างบนนั่นเลยค่ะ

โรแมนติกดราม่าที่พล็อตธรรมดามาก...(ค่อนไปข้างออกแนวน้ำเน่าแบบเชย ๆ ด้วยซ้ำ)
หากแต่มีเรื่องมีราวชวนซาบซึ้งสะเทือนอารมณ์ที่อ่านแล้วอินได้ประมาณหนึ่งทีเดียว

ด้วยสำนวนภาษาที่ลื่นไหล การดำเนินเรื่องที่เหมือนจะเรียบ ๆ เรื่อย ๆ
แต่ก็มีจุดดึงดูดให้คนอ่านต้องติดตามอ่านอย่างลุ้น ๆ และเอาใจช่วยตัวละคร
ผสมกับความอยากรู้ว่าเรื่องราวความรักของพระเอกนางเอกจะลงเอยยังไง

ทำให้อ่านจนจบได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว...
จบแล้วก็อิ่มและอบอุ่นใจนะคะ

อิ่มในเรื่องราวความรักที่จริงจังและมั่นคงของคู่พระ-นาง...
แม้จะมีอุปสรรคมากมาย

และอบอุ่นในเรื่องราวการต่อสู้ชีวิตของนางเอก ที่ต้องประสบชะตากรรมอันเลวร้ายแต่ไม่ท้อถอย
และไม่หยิ่งจนเกินไปที่จะรับความช่วยเหลือจากผู้อื่น

ซึ่งอุปสรรคความรักของทั้งคู่นั้นก็เป็นไปตามขนบของนิยายน้ำเน่านั่นแหละค่ะ
....
ปมความเหลื่อมล้ำทางฐานะ ชนชั้น
ปมแม่ผัว-ลูกสะใภ้
ปมแม่พระเอกป่วยปางตาย
ปมนางเอกท้องแล้วหนี...(เพื่อหลีกทางให้พระเอก)
ปมพลัดพราก
ฯลฯ

เรียกว่าอ่านๆ ไปยุงบินให้ว่อนนั่นแหละ

แต่คนเขียนเค้าก็เก่งทีเดียวที่สามารถทำให้คนอ่านรู้สึกอินได้
ในแง่ของความสมจริงของเรื่องราว
ทำให้เชื่อได้ว่างั้นเถอะ...
ว่าที่เขาว่ากันว่านิยายก็มาจากชีวิตจริงนั่นแหละ...มันเป็นเช่นนั้นจริง ๆ

รู้สึกได้ว่าเหตุการณ์แบบนี้มันอาจเกิดขึ้นได้และมีอยู่จริงในสังคม...
ไม่ว่ายุคใดสมัยใด

ตัวละครแต่ละตัวก็มีมิติ มีดีมีร้าย มีกิเลสตัณหาเป็นมนุษย์มนาดี

ทั้ง ๆ ที่ตอนแรก ๆ ออกนึกรังเกียจวิธีคิดกับพฤติกรรมของพระเอกอยู่ครามครัน
แต่ตอนหลังเมื่อเขาเปลี่ยนแปลงได้ด้วยความรัก
รักและรับผิดชอบนางเอกอย่างจริงใจ ก็กลับเห็นใจและเอาใจช่วย

มีบทรักวาบหวามชวนเคลิบเคลิ้มอยู่ไม่มากไม่น้อย พอประมาณ และสมเหตุสมผล...
แต่ภาษาเขานุ่ม ๆ ละเมียดละไมดีค่ะ

มีจุดสะดุด ๆ อยู่เล็กน้อย ในเรื่องของการใช้ถ้อยคำ
ที่ตอนแรกเข้าใจว่าเป็นความผิดพลาดของการพิสูจน์อักษร
แต่เมื่อเจอคำเดิม ๆ สองสามจุดก็เลยคิดว่าไม่ใช่...

เช่นคำว่า"เทือกเถาเหล่ากอ" ในนิยายใช้เป็น"เถือกเถาเหล่ากอ"
กับคำว่า"ฝ่าฟันอุปสรรค" ในเรื่องใช้เป็น"ฝ่าฝันอุปสรรค"


และมีอยู่ตอนหนึ่ง...
หลังจากที่พระเอกฉวยโอกาสมีอะไร ๆ กับนางเอก...
ซึ่งจะว่าไป ฉากนี้จะโทษพระเอกฝ่ายเดียวก็ไม่น่าจะได้
เพราะนางเอกเมาแล้วก็ออกแนวยั่วพระเอกเหลือเกิน
........
เมื่อฉากรักผ่านไป นางเอกรู้สึกผิดหวังที่พระเอกไม่รักษาสัญญาที่ว่าจะไม่ล่วงเกินเธอ

"สายตาดูหมิ่นเหยียดหยามจากแววตาคู่งามทำให้กสิดิษฐ์หงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก..."

ทำไมใช้คำว่า... "ดูหมิ่นเหยียดหยาม" เราว่ามันแรงไปนะ
ตัวเองก็รักเขาและสมยอมเอง
แล้วไป"ดูหมิ่นเหยียดหยาม"เขาเรื่องอะไร?

ก็เป็นแค่จุดเล็กจุดน้อยที่อ่านแล้วสะดุดน่ะค่ะ

โดยรวมแล้วนับว่าเป็นนักเขียนหน้าใหม่ที่มีฝีไม้ลายมือไม่ธรรมดาเลยทีเดียว
อ่านได้อินและฟินเกินคาด

หยิบมาบอกเล่า ชวนอ่านกันค่ะ











 

Create Date : 19 พฤศจิกายน 2555    
Last Update : 19 พฤศจิกายน 2555 11:57:53 น.
Counter : 4017 Pageviews.  

~ อุบายรักเลือนจันทร์ : นิยายรักในรอยแค้น โดย "ดาริส" ~






อุบายรักเลือนจันทร์
ผู้เขียน : ดาริส
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ(พิมพ์ครั้งแรก/มี.ค. ๒๕๕๕)
๔๒๕ หน้า ราคา ๒๗๙ บาท

โปรยปก :


"เขาคือคนที่เห็นมุมดี ๆ อีกด้านที่คนอื่นมองไม่เห็น"

เปรี้ยวซ่า สวยเลิศ นี่คือคำนิยามของปริชมน นางแบบสาวที่มั่นใจในตัวเองสุดๆ
เป้าหมายของหล่อนคือเบอร์หนึ่งในวงการแฟชั่น และความฝันหล่อนก็กำลังไปโลดเสียด้วย
ดูได้จากคิวงานที่แทบไม่มีเวลาว่างนั่นสิ นอกจากงานรุ่งแล้ว เรื่องรักยังแรงส์ซ้า...
หนุ่มๆทั้งที่โสดและไม่โสดต่างรุมจีบหล่อนกันเป็นแถว
แต่หล่อนก็ยังไม่สนใครอย่างจริงจัง ก็คนมันสวยเลือกได้นี่นะ

ทว่าก็มีใครบางคนเข้ามาทำให้ชีวิตหล่อนสะดุด
นายรัชพล ผู้ชายที่ปริชมนเกลียดแสนเกลียดและไม่อยากอยู่ใกล้ แต่ก็ต้องฝืนใจ
เพราะเขาคือช่างภาพมือหนึ่งที่ขึ้นชื่อว่า วีน เหวี่ยง ดุ โมโหง่าย แถมยังปากร้ายสุดๆ
เจอกันแต่ละครั้งเขาช่างรวนหาเรื่องและตำหนิหล่อนได้ทุกทีสิน่า
โดยเฉพาะดวงตาคมใต้คิ้วเข้มที่มองผ่านเลนส์นั่น แทบไม่มีใครรู้ว่าเขาคิดอะไร
มันช่างเย็นชาเหลือเกิน

โอ้แม่เจ้า! หากในเวลาต่อมาหล่อนกลับชอบตอนที่เขาสะบัดหน้างอนเป็นที่สุด
คิ้วเข้มที่ขมวดเข้าหากันจนเป็นปมยุ่งเหยิงนั่นดูน่ามองพิลึก
ผู้ชายหน้าเข้มดุดันตลอดเวลา แต่เวลาเขายิ้มให้แต่ละครั้ง
กลับทำให้หัวใจกระตุกได้อย่างไม่น่าเชื่อ แถมโลกยังดูสว่างไสวขึ้นอย่างเห็นได้ชัดทีเดียว

นี่หล่อนคงเป็นเอามาก ท่าทางจะอาการหนักเสียแล้ว...







หลังอ่าน...
นิยายจากนักเขียนหน้าใหม่ที่ฝีมือไม่ธรรมดาทีเดียวค่ะ

เรื่องย่อของสนพ.ยาวดีเนอะ...แต่ดูเหมือนจะบอกเล่าเรื่องราวได้น้อยมาก
เพราะเขาเน้นนำเสนอตัวละครเอกมากกว่า...
เล่าเรื่องต่ออีกนิดแล้วกันค่ะ

ปริชมนนางแบบสาวที่มีนิสัยเอาแต่ใจตัวเองสุด ๆ
เพราะมีปมด้อยในครอบครัว...เธอมารู้ภายหลังว่าพ่อกับแม่ไม่ใช่ผู้ให้กำเนิด
แต่ขอเธอมาเลี้ยงจากบ้านเด็กกำพร้า และพอมีลูกของตัวเองก็แสดงออกอย่างชัดเจนว่ารักน้องมากกว่าเธอ
ทำให้เธอทำตัวเหมือนเด็กมีปัญหา ขี้อิจฉา ชอบแย่งชิง
และเรียกร้องความสนใจและโหยหาความรักจากคนรอบข้างอยู่เสมอ

ปริชมนไม่ค่อยมีเพื่อนด้วยนิสัยชอบแย่งชิงของเธอ
แต่เธอมีพี่ชายข้างบ้านที่สนิทกันมากอยู่คนหนึ่ง เขาจะเป็นคนคอยปลอบโยนเธอตอนที่เธอมีความทุกข์
วันดีคืนดี พี่ชายก็มาบอกว่าจะแต่งงาน เธอรับไม่ได้
จึงวางแผนจะแยกพี่ชายกับคนรัก ด้วยวิธีของนางมารร้าย

แต่ผลที่ตามมามันเลวร้ายเกินคาด...และมันทำให้เธอต้องชดใช้ด้วยชีวิตของเธอเอง
จากความโกรธแค้นของรัชพล(พระเอก)...ซึงเป็นพี่ชายของหญิงสาวคนนั้น

............

แค่นี้คงพอเห็นภาพนะคะว่าเรื่องราวเป็นมาเป็นไปอย่างไร...

ว่าด้วยความเป็นนิยาย...เรียกได้ว่าเป็นนิยายที่มีรสชาติเข้มข้นได้ใจค่ะ
สำนวนภาษาเรียบลื่น การดำเนินเรื่องค่อนข้างกระชับฉับไวไม่ยืดยาด
ทำให้อ่านเพลินและไม่มีสะดุด
แม้บางช่วงบางตอนจะอิงพล็อตน้ำเน่า ๆ เก่า ๆ หน่อย(ในการแก้แค้น)แต่ก็ทำได้เนียน ๆ
สมเหตุสมผลเป็นอันดี

ตัวละครก็...เป็นธรรมชาติ ให้ความรู้สึกสมจริง มีดีมีร้ายปน ๆ กัน
ทั้งพระเอก นางเอกต่างมีปมชีวิตรันทดทั้งคู่
แถมร้ายกาจถึงพริกถึงขิงพอ ๆ กัน...อ้าว...แล้วหยั่งงี้เค้าจะลงเอยกันได้ไง...?
ก็นี่แหละค่ะ...ตรงนี้แหละที่ทำให้นิยายเรื่องนี้สนุกล่ะ

แต่ส่วนตัวแอบมีขัดใจนิด ๆ กับความร้ายของนางเอกอ่ะ...
ถ้าเธอร้ายแบบวีน เหวี่ยงหรือหยิ่ง ๆ เชิด ๆ ก็พอรับได้อยู่หรอก
แต่ร้ายแบบชอบแย่งชิงของของคนอื่น เพียงเพื่อสนองนี้ดตัวเองนี่...
มันเกินไปหน่อยนะ

แต่ก็นิดเดียวจริง ๆ ค่ะ...
บังเอิญว่าอ่านนิยายเรื่องนี้หลังจากดูซีรียส์เกาหลีจบไปหลายเรื่อง
อารมณ์ของซีรียส์ยังคงค้างคาอยู่ มาต่อด้วยนิยายแนว ๆ
เดียวกัน
เลยเป็นความต่อเนื่องที่ค่อนข้างลงตัว

แอบพลิกไปอ่านประวัติคนเขียนท้ายเล่ม ถึงได้รู้ว่าเค้ามีผลงานมาแล้วหลายเล่ม...
เห็นแล้วต้องร้อง...มิน่า...
วันหลังเจอนิยายของนามปากกานี้อีกก็จะหยิบมาอ่านอีกค่ะ








 

Create Date : 13 พฤศจิกายน 2555    
Last Update : 13 พฤศจิกายน 2555 10:38:39 น.
Counter : 2471 Pageviews.  

~ ลิขิตรักไพ่ยิปซี โดย "ต้นช่อ" ~





ลิขิตรักไพ่ยิปซี
ผู้เขียน : ต้นช่อ
ผู้พิมพ์ : อรุณ(ครั้งแรก/ส.ค.๒๕๕๕)
๒๗๕ หน้า ราคา ๒๑๕ บาท


โปรยปกหลัง:


เมื่อเมนิลาสาวตกงานเก็บไพ่ยิปซีได้ ใครจะไปรู้ล่ะว่า
ไพ่แห่งศาสตร์ลึกลับ จะนำพาความรักมาสู่เธอ
ราวกับพรหมลิขิต

ใครจะซวยเท่าเธอในเวลานี้คงไม่มีอีกแล้ว
เมนิลา สาวงามนามเพราะ ถึงคราวซวยซ้ำซวยซ้อนของแท้
ไหนจะโดนเลย์ออฟจากงาน
แฟนที่รักกันมานานก็ดันมาทิ้งกันในวันนั้น

แต่พรหมลิขิตก็ช่างบันดาล
เมื่อหญิงสาวเก็บกล่องไพ่ยิปซีปริศนาได้
ซึ่งมันไม่ได้มาแค่ไพ่ในกล่องเท่านั้น แต่แถมวิญญาณแม่หมอคนดังแห่งยุคมาให้ด้วย

ลิขิตอลเวงเลยบังเกิดให้เธอต้องเข้าไปพัวพันคดีดัง
ที่มีนายตำรวขหนุ่มนามเหมาะเจาะว่าอัศวินเข้ามาช่วย
หรือนี่จะเป็นไพ่สื่อรักให้สาวนามเมนิลาที่แปลว่าเจ้าหญิงได้พบรักกับอัศวินในเครื่องแบบ...








เรื่องย่อ : (สั้น ๆ จากเว็บสนพ.)


เรื่องของสาวน้อย เมนิลา ที่ถังแตก ตกงาน แถมยังอกหัก
ซวยซ้ำซวยซ้อนในเวลาเดียวกัน และยังต้องกลายเป็น ‘คนเห็นผี’
เพราะดันไปเก็บสำรับไพ่ยิปซีลึกลับไว้ได้โดยบังเอิญ!!!

นอกจากเรื่องลึกลับที่น่ารักๆ แต่ไม่น่ากลัวแล้ว
ยังมีเรื่องสืบสวนสอบสวนคดีฆาตกรรมที่ชักนำให้เธอและเขามาพบกัน


..............

เรื่องย่อของสนพ.สั้นมาก เล่าต่ออีกนิดแล้วกันงั้น...

เมนิลาถูกให้ออกจากงานเพราะเธอไม่ยินยอมให้นายจ้างฝรั่งลวนลาม
และเมื่อเธอพยายามติดต่อจิรเมธ แฟนหนุ่มที่เป็นทนาย
เขากลับบอกเธอสั้น ๆ ว่าตอนนี้เขากำลังมีปัญหา ขออยู่ห่าง ๆ ซักพัก...

ในช่วงที่กำลังเซ็ง ๆ เธอก็เก็บกล่องไพ่ยิปซีที่มีคนทำตกไว้ได้
เมื่อเปิดกล่องไพ่ออกมาดู เธอก็ต้องตกใจแทบช็อค
เมื่อปรากฏว่ามีวิญญาณสาวเจ้าของไพ่ออกมาด้วย
เธอแนะนำตัวว่าเธอชื่อญาณวดี เป็นหมอดูไพ่ยิปซีชื่อดังที่ตกตึกเสียชีวิตเมื่อสองวันก่อน
โดยตำรวจสรุปว่าเธอฆ่าตัวตาย
ญาณวดีบอกกับเมนิลาว่าเธอถูกฆาตกรรม แต่ไม่รู้ว่าใครเป็นฆาตกร
เธอจึงปรากฏตัวให้เมนิลาช่วยสืบหาตัวคนที่ฆ่าเธอให้ได้

นั่นจึงทำให้เธอได้พบกับอัศวิน นายตำรวจหนุ่ม ที่ขอหยุดพักเพื่อแอบสืบสวนคดีนี้อย่างลับ ๆ

เขาและเธอจะปฏิบัติภารกิจนี้ได้สำเร็จหรือไม่
ต้องไปลุ้นต่อในนิยายแล้วล่ะค่ะ





เป็นนิยายที่พล็อตแปลก เก๋ และสร้างสรรค์ดีค่ะ
ผู้เขียนเข้าใจนำเอาเรื่องราวของศาสตร์ไพ่ยิปซี
มาผสมผเสกับปมฆาตกรรมและการสืบสวนสอบสวน
แถมมีวิญญาณเข้ามามีบทบาท เพิ่มความซับซ้อนให้นิยายอีกด้วย
การดำเนินเรื่องก็ค่อนข้างกระชับและน่าติดตาม ทำให้อ่านได้เรื่อย ๆ รวดเดียวจบ

อ้อ...แล้วก็มีบทรักกุ๊กกิ๊ก แง่งอนระหว่างพระเอกนางเอกให้ชวนจิ้นอยู่เป็นระยะ ๆ
แต่ก็ไม่ถึงกับหวือหวาวี๊ดวิ้วนัก...

อีกอย่างหนึ่งที่ชอบในเรื่องนี้ก็คือ...พระเอกเขาน่ารักอ่ะ รักและแคร์นางเอกมาก...

มีประโยค ๆ หนึ่งที่คนเขียนเขาเกริ่นไว้หน้าแรก ๆ ที่อ่านแล้วรู้สึกเห็นด้วย...
เขาบอกว่า...

"จะว่าไป คนเราก็ช่างแปลก ชีวิตตัว ชะตาตน
กลับมอบให้กระดาษหนึ่งใบที่ชื่อว่า'ไพ่'เป็นผู้ลิขิต..."


ก็จริงนะ อย่างเรื่องนี้ เพราะคำทำนายจากไพ่ยิปซีแท้ ๆ ที่ทำให้เกิดเรื่องเกิดราวขึ้นมากมาย

แต่มีแอบสะดุดนิด ๆ เอาตอนใกล้จบ...
รู้สึกว่าการเฉลยตัวคนร้ายกับการคลี่คลายปมตอนจบยังไม่ลื่นและเนียนพอนะคะ...
เพราะเวลาอ่านนิยายแนวสืบสวนสอบสวนแบบนี้
อยากจะให้ปมฆาตกรรมค่อย ๆ คลี่คลายออกมา
ค่อยๆ เผยโฉมคนร้าย(จะแบบหักมุม หรือเป็นด้วยความสามารถของพระเอกก็ได้)
ตามเหตุการณ์ที่ดำเนินไปมากกว่าที่จะให้คนเขียนมาเล่าย้อนเวลาน่ะค่ะ


แต่ตอนจบจริง ๆ นั่นก็ทำได้น่ารักดีค่ะ
ก็เลยพอจะกล้อมแกล้มกลบเกลื่อนจุดสะดุดที่ว่าไปได้...

อ่านจบแล้ว หยิบมาบอกเล่า ชวนอ่านค่ะ











 

Create Date : 31 ตุลาคม 2555    
Last Update : 31 ตุลาคม 2555 15:48:21 น.
Counter : 2276 Pageviews.  

~ ประทีปแสงดาว โดย "อลินน์" ~





ประทีปแสงดาว
ผู้เขียน : อลินน์
ผู้พิมพ์ : พิมพ์คำสำนักพิมพ์ ครั้งแรก/ธ.ค.2552
360 หน้า ราคา 240 บาท

เรื่องย่อ(จากปกหลัง):


ท่ามกลางหมู่ดาวนับร้อยพัน แต่บนฟ้านั้นมีเพียงดาวดวงเดียว
ที่สุกสว่างกลางใจ ปรินทร์ มาแสนนาน เป็นความอบอุ่น เป็นกำลังใจ
และเป็นดวงประทีปส่องทางให้เขาต่อสู้อย่างเข้มแข็งไม่ย่อท้อ

แต่แล้ว หนุ่มอนาคตไกลอย่างปรินทร์ ก็ได้เรียนรู้รสชาติความพ่ายแพ้
เมื่อพบผู้หญิงตัวเล็กๆ มากพิษสงอย่าง ปารณีย์ หล่อนหว่านเสน่ห์
ทำให้ชายทั้งเมืองปั่นป่วน รวมถึงพ่อของเขาเอง
ซึ่งสุดท้ายต้องจบชีวิตลงอย่างเป็นปริศนา

ปรินทร์ยอมทิ้งอนาคตนักบริหารมาเป็นคนสวนแห่งเวียงดารา
อำเภอเล็กๆ ที่ไร้ความเจริญ...เพื่อแก้แค้น แต่ต้องเผชิญอุปสรรค
เมื่อคนทั้งเมืองเป็นพวกหล่อน เขาไม่สามารถไว้ใจใครได้
และเกือบต้องจบชีวิตตามพ่อ
ที่ร้ายไปกว่านั้น ใจของปรินทร์เร่าร้อนทุกข์ทรมาน
เมื่อพบความจริงที่กระแทกกลางใจว่า ปารณีย์คือดวงดาวที่สุกสว่างกลางใจดวงนั้น

ประทีปแสงดาวในหัวใจลาลับตลอดกาล เพราะมันถูกแทนที่ด้วยเพลิงแค้นที่ลุกโชน






หลังอ่าน...
เรื่องย่อก็ตามปกหลังนั่นเลยค่ะ
เป็นนิยายที่พล็อตโบราณมากกกก...แต่คนเขียนเป็นนักเขียนหน้าใหม่
ที่อยู่ในโครงการ'นักขียนดาวดวงใหม่'ของค่ายพิมพ์คำ

สำนวนภาษาเรียบลื่นในระดับหนึ่ง มีอ่านสะดุดๆ บ้างเป็นบางจุด
โดยเฉพาะส่วนที่เป็นภาษาถิ่น

ฉากของเรื่องเป็นอำเภอเล็ก ๆ ในจังหวัดลำปาง(นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่หยิบมาอ่าน)
ดังนั้นก็จะมีชื่อตัวละครและภาษาพูดที่่ออกสำเนียงทางเหนือ...แต่ยังทำได้ไม่เนียนนัก

มีแทรกประเด็นทางสังคมว่าด้วยการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น
ควบคู่ไปกับการสร้างงานสร้างอาชีพให้คนในพื้นที่ โดยใช้"ประทีปแสงดาว"เป็นสัญลักษณ์
ซึ่งจุดนี้เป็นจุดที่น่าสนใจและน่าชื่นชมคนเขียน

แต่เรื่องการสืบสวนสอบสวนเกี่ยวกับการตายของพ่อพระเอก อ่านแล้วรู้สึกแปลก ๆ
มันลอย ๆ ไม่สมเหตุสมผล ไม่ดึงดูดหรือเร้าความสนใจเท่าที่ควร

ตัวละครบางตัวโผล่มาดื้อ ๆ เหมือนจะมีบทบาทไม่น้อย แต่แล้วก็หายไปเฉย ๆ...
ไม่ได้บอกที่มาที่ไปชัดเจน เรื่องราวมันเลยดูโดด ๆ ขาดความต่อเนื่องชอบกล

ถึงตอนท้ายมีการเฉลยตัวคนร้าย โดยพยายามหลอกคนอ่าน
และมีการหักมุม เราก็ยังไม่รู้สึกตื่นเต้นหรืออินตามแฮะ...

เหมือนที่บอกข้างต้นว่าเรื่องนี้พล็อตโบราณ...คนที่จะเขียนนิยายพล็อตเก่า ๆ ซ้ำ ๆ แบบนี้
ต้องมีจุดขายที่โดดเด่นและดึงดูดพอสมควร แต่เราหาจุดนั้นไม่เจออ่ะ...
อาจจะเป็นเพราะเจอนิยายพล็อตแบบนี้มาเยอะเกินไป...แหะ ๆ

แต่ก็อ่านได้จนจบนะคะ ไม่ถึงกับชอบมากจนกรี๊ด
แต่ก็อ่านเล่น ๆ เพลิน ๆ ได้ไม่ขี้เหร่นัก

ชวนอ่านค่า...










 

Create Date : 30 ตุลาคม 2555    
Last Update : 30 ตุลาคม 2555 11:22:09 น.
Counter : 2132 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  

แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 179 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs

~ อ้อมฟ้าโอบดิน/"คีรี" เขียน ~

~ บทเพลงโศกแห่งคาเฟ่แสนเศร้า(The Ballad of The Sad Café)/Carson McCullers:เขียน/จุฑามาศ แอนเนียน : แปล ~

~ ทัณฑ์ลวงรัก/"FoxxTrot" เขียน ~

~ ดับแดนดารา/"อสิตา" เขียน ~

~ เทียบท้าปฐพี 1-3/ชิงหลิงเยวี่ย : เขียน/ กระบี่หลงทิศ : แปล ~

~ My Grandmother Asked Me to Tell You She’s Sorry(ยายฝากบอกว่าขอโทษ)/Fredrik Backman:เขียน/ปราชญ์ อัสนี : แปล ~

~Beautiful Girl/นางสาวฉ่ำทุกข์กับนายความสุข/นิรวาณ/เขียน ~

~หยดน้ำหวานในหยาดน้ำตา/อุรุดา โควินท์/เขียน ~

~บันไดหยกงาม 1-3/ชิงเซียง/เขียน พริกหอม/แปล ~


สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.