'หัวใจ๋ข้า หัวใจ๋เจ้า ห้อยอยู่เก๊าเดียวกั๋น' *
*คลิกเพื่ออ่านคำแปลเจ้า :)

~ เมรีในร้านหนังสือ : เรื่องรักเนิบนาบ จากนักเขียนสุดแนว "อุรุดา โควินทฺ" ~





เมรีในร้านหนังสือ
ผู้เขียน : อุรุดา โควินท์
สนพ.เพื่อนดี/พิมพ์(ก.ย. 58)
324 หน้า ราคา 230 บาท


บางส่วนจากคำนำสำนักพิมพ์


หนังสือเล่มนี้ทำให้เรารู้จักผู้หญิงคนหนึ่ง หมาตัวหนึ่ง
คนหลายคนที่รักเธอ ครอบครัวที่มีส่วนผลักดันให้เธอสร้างโลกใบงามขึ้นไว้
ภายในโลกนั้นมีตัวตน ความคิด มีมุมสงบเล็ก ๆ
ที่เธอห่อหุ้มมันไว้ด้วยวัตถุกันกระแทก
คือ...หัวใจอันแข็งแกร่งของตัวเอง






เกริ่นก่อน...
ได้ยินชื่อเสียงของนักเขียนสุดติสท์นามนี้มาสักระยะหนึ่งแล้ว
แต่ยังไม่เคยมีโอกาสได้ลิ้มลองผลงานของเธอเสียที
มาเล่มนี้ โชคดีได้รับเป็นรางวัลจากคุณมุลิลาวิฬาร์มาเลศจากการเข้าร่วมเกมบิงโกในห้องภารกิจพิชิตกองดองรอบที่แล้ว
รู้สึกเป็นปลื้ม รู้สึกขอบคุณมาก ๆ เพราะแค่เห็นชื่อเรื่องก็จุดประกายความสนใจขึ้นมาทันที
ยิ่งได้เห็นภาพปก ที่มีเจ้าขนทองนอนยิ้มอยู่หน้าประตูร้านหนังสือ
ก็ยิ่งรู้สึกตกหลุมรักหนังสือเล่มนี้ตั้งแต่ยังไม่ได้เปิดอ่านเลยทีเดียว





นิยายเล่มนี้เป็นเรื่องราวความรัก ความสัมพันธ์อันเนิบเนือย
ทว่านุ่มละมุน อบอุ่นหัวใจ
ในโลกใบเล็ก ๆ ของหญิงสาวอารมณ์มั่นคงหากซับซ้อนผู้หนึ่ง

ระกา คือชื่อของเธอ เธอเป็นนักอ่าน แล้วก็ผันตัวมาเป็นเจ้าของร้านหนังสือเล็ก ๆ เงียบ ๆ ร้านหนึ่ง
ร้านหนังสือที่กลายเป็นโลกทั้งใบของเธอ...
ที่เธอฝากฝังทั้งชีวิตจิตใจ ทั้งความรักความหวังและความฝันใฝ่ไว้ในโลกใบนี้
เธอคัดกรองผู้คนที่จะเข้ามาสู่โลกของเธอด้วยหนังสือที่เขาอ่าน

ทั้งยังมีตัวช่วยสำคัญในการคัดสรร...นั่นก็คือเมรี เจ้าขนทองจอมซนแต่ขี้อ้อนเหลือหลาย
ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นสมาชิกระดับวีไอพีในโลกของระกา

ร้านหนังสือของระกาอยู่ไม่ไกลบ้าน เพราะเธอมีหน้าที่ต้องดูแลแม่...
ผู้ไม่ค่อยชื่นชมและเข้าไม่ถึงในวิถีการดำเนินชีวิตของระกาสักเท่าไหร่
แม่รักเมรี แต่บางครั้งเมรีก็กลายเป็นที่ระบายอารมณ์ให้แม่
ในยามที่ถูกระกาขัดใจ หรือไม่ได้ดังใจในบางสิ่งบางอย่าง
ระกาจึงมักพาเมรีไปอยู่ที่ร้านหนังสือเป็นประจำ
ในช่วงแรก ๆ ระกามีมรกตคอยช่วยดูแลร้านบ้าง...
มรกตเป็นคนรักของเธอที่คบหากันมาตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย
เขาใฝ่ฝันอยากสร้างครอบครัวกับเธอ มีลูกเล็ก ๆ ด้วยกัน
แต่ระกาไม่อยากมีลูก เธอไม่คิดว่าเธอจะสามารถป็นแม่คนได้
นั่นจึงทำให้ความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ยังคงอืดเอื่อยคาราคาซัง...
แล้ววันหนึ่งมรกตก็จากไป...
ระกาเศร้า แต่เธอก็เข้าใจ...เธอมีหนังสือ มีร้าน และเธอมีเมรี...เท่านี้เธอก็มีความสุขแล้ว
แต่วันหนึ่ง เมรีก็พาความรักครั้งใหม่มาสู่เธอ...
เขาเป็นชายหนุ่มที่รักเมรีพอ ๆ กับระกา และเมรีก็แสดงออกชัดเจนว่ารักเขา
แต่ที่สำคัญ...เขามีคนรักแล้ว...เด็กสาววัยใสที่เขารักเธอมากมาย...
และครั้งหนึ่ง เขาเคยทอดทิ้งเมรีเพื่อคนรักคนนี้ของเขามาแล้ว

ระกาบอกเล่าเรื่องราวความรักครั้งใหม่ที่เหมือนจะเป็นความรักที่เป็นไปไม่ได้ของเธอ
ให้กับนักเขียนคนโปรดของเธอผ่านอีเมล์ที่ไม่ได้กดส่ง...
เพียงเพื่อต้องการระบายสิ่งที่อยู่ในใจ...เธอไม่คิดจะยื้อแย่งครอบครอง ขอเพียงได้รัก็เพียงพอ

แต่แล้ววันหนึ่ง เขาก็เป็นอิสระ...
ในขณะที่คนรักเก่าของเธอหวนกลับมา






นิยายรักเนิบเนือย แต่ทว่าดึงดูด อ่านแล้วดำดิ่งลึกซึ้งไปกับเรื่องราวแบบ...อินมาก
รู้สึกเคลิ้มคล้อย มีส่วนร่วมไปกับทุกเรื่องราวทีคนเขียนเขาถ่ายทอดออกมา

อ่านแล้วมันรู้สึกราวกับว่าคนเขียนเขาช่างรู้จักคนอ่านดีเหลือเกิน
โดยเฉพาะส่วนตัว หลายแง่มุมในชีวิตของระกามันช่างพ้องพานกับตัวเองนัก

เริ่มตั้งแต่ความหลงใหลในโลกแห่งตัวหนังสือ
มีหนังสือหลากหลายเล่มที่ระกาอ่านเหมือนเราและนำมากล่าวถึงในนิยาย
อย่างหนังสือของแซงเต็ก ซูเปรี เอมี่ ตัน...
ที่สำคัญ ระกาเป็นปลื้มกับตัวหนังสือของสุริยฉัตร ชัยมงคลเหมือนเราด้วย

เธอยังแนะนำให้เรารู้จักนักเขียนและหนังสือใหม่ ๆ อีกหลายคนหลายเล่ม
ทีเพียงอ่านข้อความที่เธอกล่าวขวัญถึงเราก็แทบจะลุกโลดไปเสาะหามาอ่านตามแล้ว

ตัวละครทุกตัวในเรื่องมีความสมจริงมาก ทุกคนมีที่มาที่ไปอันสมเหตุสมผล
ซื่อสัตย์และจริงใจต่อความรู้สึกและความต้องการของตัวเอง...

รวมกระทั่งเมรี

ระกาดำเนินชีวิตอย่างเนิบช้า ทว่ามั่นคงในทางเดินของตัวเอง
หากบางครั้ง...เธอก็หวั่นไหวในแง่ของความสัมพันธ์อันขัดแย้งกับคนใกล้ตัว...
กับแม่ กับน้อง หรือกับคนรัก

(จุดนี้แหละที่รู้สึกว่าช่างบังเอิญสอดคล้องพ้องพานกับชีวิตคนอ่านอย่างเรามาก ๆ
มากจนราวกับว่าคนเขียนได้แอบหยิบเอาเรื่องราวส่วนตัวของเราไปต่อยอดกระนั้น...
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแม่ เรื่องน้อง เรื่องหมา ฯลฯ มันคุ้น ๆ คล้าย ๆ
จนเผลอมโนไปเองค่ะ แหะ ๆ )

ระกาเป็นหญิงสาวอารมณ์ศิลป์ที่อินดี้มาก ๆ
เธอพอใจที่จะเก็บตัวอยู่ในโลกใบเล็กของเธอ กับหนังสือเล่มโปรดและเมรี...
แต่เมื่อเธอพร้อม เธอก็สามารถเปิดใจ
เปิดโลกของเธอรับคนที่เธอแน่ใจว่าใช่สำหรับเธอให้เข้ามาสู่โลกภายในของเธอได้ง่าย ๆ
อย่างไม่ต้องมีพิธีรีตองหรือเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น...

**********

สรุป...ความรู้สึกหลังอ่านจบอย่างสั้น ๆ ได้ว่า
ชอบค่ะ... ชอบมาก ๆ หลงรักเลยแหละ
จดชื่อนักเขียนแล้วกาดอกจันดวงโต ๆ ไว้ว่า
เห็นผลงานที่ไหนต้องคว้ามาอ่านโดยไวค่ะ











 

Create Date : 04 กุมภาพันธ์ 2559    
Last Update : 5 กุมภาพันธ์ 2559 13:24:29 น.
Counter : 1403 Pageviews.  

~ รสรักปักอุรา : รสแห่งอักษราอันปักใจ โดย กฤษณา อโศกสิน ~





รสรักปักอุรา
ผู้เขียน : กฤษณา อโศกสิน
สนพ.ศรีสารา/พิมพ์ (ครั้งที่ 1, 2553)
754 หน้า / ราคา 480 บาท


คำโปรยจากปกหลัง


การประหัตประหารห้ำหั่นอันน่าสยดสยอง คือภาพ
แห่งความเป็นจริงที่ช่วยปลุกความไม่ไว้วางใจในกิเลสมนุษย์
ให้ตื่นขึ้น เพื่อได้รู้ว่ารสรักและรสชังที่ถึงขีดอันตราย
คือชนวนแห่งมหาสงคราม

เมื่อมาถึงนาทีนี้ นาทีที่ได้พบกับความอาฆาตเกลียดโกรธ
ของมนุษย์ว่าโหดเหี้ยมเพียงไร มฤคีจึงตั้งใจ
จะห่างไกลจากรสชังให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
รับไว้แต่รสรัก


(บางส่วนจากบทเกริ่นนำ โดย ปารเมศ ญาณารณพ - ผู้วาดภาพประกอบ)

หนึ่งในความทุกข์คือความรัก แต่เป็นความทุกข์ที่นิยมแพร่หลายในทุกชนชั้นเชื้อชาติ
เพราะจะหาสุขใดในโลกลึกซึ้งบริสุทธิ์เท่าความสุขอันบังเกิดจากความรักนั้นยากยิ่ง
ทั้งยังเชื่อมโยงถึงกัน ผูกพันตรึงเป็นรสแห่งรักอย่างวิจิตรพิสดารในใจ






หลังอ่าน...
นวนิยายเล่มหนาหนัก...บอกเล่าถึงความสัมพันธ์และความผูกพันของคนสองรุ่น สองวัย
ที่พัวพันเชื่อมโยง เป็นเหตุเป็นผลต่อกัน ก่อเป็นเรื่องราวความรักอันลึกล้ำฝังใจ

เริ่มต้นตั้งแต่อุบากอง...ชายหนุ่มวัยใกล้สามสิบผู้ผูกพันกับของเก่าเก็บโบราณมาแต่เล็กแต่น้อย ด้วยคุณตาที่เป็นนักสะสมของเก่า ประกอบกับความที่คุณอุรามารดาของเขามีชีวิตที่จ่อมจมอยู่กับอดีตจนไม่ได้สนใจเอาใจใส่เขาเท่าที่ควร และพ่อของเขาก็ได้แยกทางกับแม่ตั้งแต่เขายังเล็ก ๆ ทำให้เขาต้องอาศัยหนังสือเป็นเครื่องหล่อหลอมกล่อมเกลาตนเอง...
ได้ไปพบกับหนังสือเก่าล้ำค่า แล้วสะดุดใจในลายเซ็นของเจ้าของเดิม...ม.สุรกัณ...
และในเวลาใกล้เคียงกัน เขาก็ได้รู้จักกับมฤคี สุรกัณ ลูกสาวของเจ้าของลายเซ็นนั้น
ผ่านล่องหล้า ลูกผู้น้องของเขาที่กำลังติดพันหญิงสาวอยู่...
มฤคีมีท่าทีผูกพันลึกซึ้งต่อหนังสือเก่าของพ่อ ก่อเกิดเป็นเยื่อใยบางๆ ระหว่างเธอกับชายหนุ่มโดยไม่รู้ตัว

ยิ่งไปกว่านั้น...เมื่ออุบากองนำหนังสือเล่มนั้นมามอบให้คุณอุรา แม่ของเขาดู
เขาก็พบว่าแม่...ผู้เคยมีท่าทีรังเกียจเขาด้วยความเจ็บช้ำน้ำใจที่มีต่อพ่อ
ก็เริ่มมีท่าทีที่เปลี่ยนแปลงไป เธอเริ่มเปิดใจ เปิดเผยเรื่องราวความรักความหลังของเธอให้เขาได้รับรู้
ทั้งพลอยเชื่อมโยงไปถึงมฤคี ลูกสาวของชายที่เธอเคยรักฝังใจ
จนพานให้ไม่อาจรักสามีที่ถูกจับคลุมถุงชนได้เลย
แถมยังรังเกียจกิริยาหยาบหยามที่เขากระทำต่อเธอในคืนแต่งงาน...
จนนำมาซึ่งการหย่าร้างในเวลาต่อมา...

จากที่เคยรักพ่อสุดจิตสุดใจมาก่อน เมื่อมาพบลูกสาวที่ละม้ายเหมือนเขา
คุณอุราก็ถ่ายทอดความรักนั้นมาสู่หญิงสาวอย่างเต็มที่เช่นกัน





อุบากองจะพยายามหลีกเลี่ยงที่จะดึงมฤคีมาพัวพันกับมารดา
ด้วยเกรงใจล่องหล้า นายแบบหนุ่มรูปงาม ลูกผู้น้องที่มีปมชีวิต
เนื่องจากแม่ของเขาถูกผู้เป็นพ่อผลาญเงินมรดกจนหมดสิ้นแล้วตายจากไป
ทำให้แม่ต้องมาพึ่งพาพี่สาวซึ่งเป็นแม่ของอุบากองอยู่เนือง ๆ
ทำให้ล่องหล้าเกิดอาการคับแค้นใจ แม้ภายนอกเขาจะสนิทสมกับอุบากอง
แต่ก็มีความอิจฉาแฝงลึกอยู่ในใจ แล้วมาปรากฏชัดขึ้นเมื่อมาเกี่ยวข้องกับมฤคี หญิงสาวที่เขาพึงใจ

มฤคีเป็นหญิงสาวที่มองโลกในแง่ดี แม้เธอจะสูญเสียแม่และพ่อไปตั้งแต่ยังเล็ก ๆ
เธอมีแม่เลี้ยงที่ไม่ได้สนิทสนมกันมากนัก แม้จะไม่ได้มีอะไรขัดเคืองใจต่อกัน
เพราะหลังจากพ่อตายตั้งแต่เธอยังเด็กมาก เธอก็เดินทางไปอยู่กับป้าที่เมืองนอก

มฤคีรู้สึกไม่พอใจที่แม่เลี้ยงขายหนังสือเก่าของพ่อไปทั้งๆ ที่ก่อนหน้าเธอเคยขอไว้แต่หล่อนไม่ยอมให้
ซ้ำร้าย ตอนนี้หล่อนกำลังจะขายบ้านหลังใหญ่ของพ่อ แล้วจะให้ส่วนแบ่งแก่เธอเพียงหนึ่งในสี่ และตั้งราคาบ้านไว้สูงลิบ

คุณอุราคิดช่วยมฤคี จึงหาเงินมาซื้อบ้านของพ่อเธอไว้
และนั่นก็กลายเป็นชนวนความแค้นของแสงใจ แม่เลี้ยงของมฤคีที่มีต่อคุณอุราทั้ง ๆ ที่ยังไม่เคยเจอตัว
เพียงเคยอ่านจดหมายโต้ตอบระหว่างคู่รักที่รักกันมั่นคงเท่านั้น...

ทั้งรสรักรสชังที่ฝังใจ สามารถก่อเกิดเป็นแรงอาฆาตพยาบาทอันแรงกล้าในคนคนหนึ่ง จนอาจจะก่อกรรมทำเข็ญได้ทุกอย่างหากไร้สติ
ในขณะเดียวกันก็สามารถสร้างสำนึกและการตระหนักรู้ถึงพลังแห่งรสรักรสชังนั้นกับใคร ๆ อีกหลายคน ...
เช่นมฤคี...

'...เมื่อมาถึงนาทีนี้ นาทีที่ได้พบกับความอาฆาตเกลียดโกรธ
ของมนุษย์ว่าโหดเหี้ยมเพียงไร มฤคีจึงตั้งใจ
จะห่างไกลจากรสชังให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
รับไว้แต่รสรัก '






ยิ่งเล่าจะยิ่งยาว แต่บอกได้เลยว่าเป็นหนังสือที่แนะนำอย่างแรง
สำหรับคอนิยายรักแนวหนักหน่วง ถ่วงอารณ์ให้ดิ่งลึกทั้งหลาย

พล็อตไม่ได้แปลกแหวกแนวจากนิยายรักแบบโบราณสักเท่าไหร่...
ความโยงใยเกี่ยวพันของตัวละครที่ซับซ้อน
ก็ดูเหมือนจะเป็นความบังเอิญที่เกินเชื่ออยู่สักนิด
แต่ด้วยการดำเนินเรื่อง ลีลาการเล่าเรื่อง ตลอดจนสำนวนภาษาที่เปี่ยมด้วยรสแห่งวรรณศิลป์
และความเข้าอกเข้าใจในชีวิตมนุษย์ของผู้เขียนนั่นต่างหาก
ที่ดึงดูดคนอ่านให้ติดตรึงอยู่กับตัวหนังสือในเล่มที่มีความหนากว่าเจ็ดร้อยหน้าได้อย่าง...
ปักจิตปักใจ...
กระทั่งอ่านจบแล้ว ความรู้สึกอิ่มเอมก็ยังคงกำซาบอาบอวลอยู่ในความรู้สึกมิรู้เลือน





มีสำนวนชวนประทับใจ อ่านแล้วมันจึ๊ก! เหมือนถูกเข็มทิ่มทะลุทะลวงใจ
ขอหยิบยกมาประกอบคำบอกเล่าถึงนิยายเรื่องนี้สักบางบทบางตอนค่ะ

............

เมื่อบางครั้งบางคราวที่คุณอุราอยากจะแสดงความอ่อนโยนต่อบุตรชาย...

" 'ขยะ'ในใจฤทธิ์เดชมากกว่า ข่มความเป็นมารดา ทำลายความเมตตา
ตัดรอนความผูกพันทางสายเลือด จนเหลือเพียงเส้นใยบาง ๆ
เป็นเส้นใยที่แม้เพียงนำมาทอเป็นผ้าพันคอผืนเล็กสักผืนหนึ่งก็ยังไม่พอ"


..............

เมื่อคุณอุราได้รับหนังสือของชายอันเป็นที่รักมากอดไว้กับอก...

"...หัวใจอันฟกระบมเพราะผิดหวังอย่างแรงร้ายก็ราวได้รับการเยียวยา...
เกิดความลี้ลับมหัศจรรย์ที่บรรยายไม่ได้แน่ว่าคือฉันใด
...ระหว่างวิญญาณมนุษย์กับวิญญาณหนังสือ...
แม้ยังตอบมิได้ แต่ที่แน่ ๆ ก็คือหนังสือเก่าสูงศักดิ์มักมีวิญญาณ
ครั้นแล้วจะเดินทางมาหาผู้ที่รักและผูกพันในตัวอักษรอย่างแท้จริงเท่านั้น"



............


ตอนที่พ่อของอุบากองเล่าให้เขาฟังถึงความรักความหลังของตนเอง
กับสาวน้อยวัยสิบห้าในอดีต...

"...พ่อของเขาเต็มไปด้วยรสชาติสีสันไม่ซ้ำกัน...ตลอดแต่ละวันของชีวิต
...ชายหนุ่มเพิ่งรู้สึกเดี๋ยวนี้เองว่า เพราะเหตุใดเขาจึงไม่ค่อยสร้อยเศร้าเหงาลึกเท่าที่ควรจะเป็นไป ก็เพราะเขายังมีบิดาผู้สร้างสารพัดสีให้เขาได้ทุกนาทีที่ขาดไร้นั่นเอง
...หัวใจคนก็คือท่อระบายน้ำออกและสูบน้ำเข้าไม่ผิดไปจากท่อน้ำในบ้านสักเท่าไหร่...สัจธรรมแอบแฝงอยู่ใเครื่องมือเครื่องใช้ซ่อนอยู่ในกลไกทุกประเภทที่มนุษย์ต้องเกียวพัน"

"ทั้งพ่อและแม่มีเงาแห่งความรักแผ่คลุม...
เป็นเงาจากอดีตแห่งรักแท้ที่ผู้คนสมัยนี้ไม่แน่ใจ ไม่เคยแน่ใจว่าคำคำนี้ยังมีอยู่"


.............

ความเข้าอกเข้าใจของคุณอุราที่มีต่อแสงใจ อดีตภรรยาคนที่สองของชายที่เธอรัก

"...ความแค้นแสนทวีกำเริบขึ้นในอกของแสงใจ...คุณอุรารู้ได้เป็นอย่างดี ด้วยว่ารสชาติเช่นนี้เคยกำแหงแฝงฝังอยู่ในใจเธอมาตลอดสี่สิบปีชีวิตกลายเป็นสมรภูมิแห่งรักที่สุดและแค้นที่แสบในสองชายจนแต่ละวันผ่านไปกับความฟูมฟายไม่เว้นว่าง...ทั้ง ๆ ที่คนหนึ่งก็ตายไป อีกคนก็กร่างเก๋กับแต่ละวันของเขาไม่ไยดีกับความเศร้าของผู้ใดถ้าโง่...ก็ก้มหน้าก้มตาโง่ไปเขาคงเย้ยเยาะไยไพเช่นนี้...
แต่เธอก็อยู่กับความโง่อย่างเต็มใจ ดื่มรสความอาลัยอย่างใคร่ดื่ม แต่ลืมรสแห่งความแค้นไม่เคยได้..."


โอ้ววว...ตอนนี้มันจี๊ดในใจอย่างเสียดแทงสุด ๆ

.............

สรุปเลยแล้วกันค่ะว่า...
ชวนอ่านอย่างแรง!













 

Create Date : 15 มกราคม 2559    
Last Update : 15 มกราคม 2559 12:17:57 น.
Counter : 1024 Pageviews.  

~สวรรค์ลิขิตรัก : ชีวิตจริงทียิ่งกว่านิยาย โดย "สรัสวดี" ~





สวรรค์ลิขิตรัก
ผู้เขียน :"สรัสวดี"
สนพ.อรุณ/พิมพ์ (ธ.ค. ๒๕๕๘)
๓๐๐ หน้า ราคา ๒๕๐ บาท


โปรยปก :


ชีวิตที่เคยมั่นคงกลับสั่นคลอน เพราะ "ความรัก"

ชะตาชีวิตคนเราพลิกผันอยู่เสมอ
เล็ก จำต้องพลัดพรากจากอ้อมอกมารดาตั้งแต่วัยห้าขวบเพื่อมาอยู่พระนคร
ได้ใช้ชีวิตแสนสุขเยี่ยงนางอัปสรบนสรวงสวรรค์จนใครๆ ต่างอิจฉา

ทว่าช่วงชีวิตแสนสุขของเล็กต้องจบลงเมื่อสิ้นบุญเจ้าคุณตาและมารดา
ในความพลัดพรากแสนสาหัส เล็กเหมือนถูกฉุดให้ตกอยู่ในนรกอันมืดมิด
หาก "เขา" กลับเป็นดั่งแสงสว่างที่จุดประกายให้กับชีวิตของนางอีกครั้ง

สวรรค์ได้ลิขิตให้นางได้รักเขา แต่เส้นทางชีวิตรักจะดำเนินไปในทิศทางใดต่อไป
นางมิอาจทราบได้






หลังอ่าน...

เล่าเรื่องย่อเพิ่มเติมอีกนิดนะคะ

เรื่องนี้เป็นนิยายย้อนยุคค่ะ ย้อนไปไกลถึงยุคสมัยปลายรัชกาลที่ 5 นู่นทีเดียว
บอกเล่าเรื่องราวในชีวิตของหญิงสาวผู้หนึ่ง ตั้งแต่แรกเกิด...
พ่อของเธอก็ทอดทิ้งแม่ไปพร้อมกับทรัพย์สมบัติที่ฉ้อโกงไปจากแม่
ทำให้แม่ตรอมใจจนล้มป่วย และต้องย้ายไปอยู่ที่บ้านของบิดา
เพราะบ้านที่อยู่ในตอนนั้นก็ถูกพ่อยักย้ายถ่ายเท แอบโอนให้เป็นชื่อของภรรยาเก่าแล้ว

ในวัยเพียงห้าขวบก็ต้องพลัดพรากจากอกแม่เข้าไปใช้ชีวิตใต้ร่มบารมีของคุณตาที่เป็นขุนนางผู้ใหญ่
โชคดีได้รับความเอื้อเอ็นดูจากผู้ใหญ่ เลี้ยงดูและกล่อมเกลาในด้านงานฝีมือ
และศิลปะการแสดงดนตรีและละคร จนได้มีโอกาสเข้าเฝ้าและรับพระราชทานของรางวัลจากพระหัตถ์

จนเติบโตเข้าสู่วัยสาว ก็พบรักกับเจ้าชายหนุ่มแห่งรัฐไทรบุรี
โดยที่เธอยังไม่รู้จักฐานะตัวตนของเขา เพราะเขาหลอกเธอว่า
เขาเป็นเพียงพ่อค้าที่เข้ามาค้าขายในเมืองหลวงเท่านัน

หลังจากเล็กเรียนจบชั้นมัธยมปลาย เธอก็ต้องสูญเสียตาและแม่ในเวลาไล่เลี่ยกัน
ความที่เธออายุยังไม่ลุนิติภาวะ ทำให้พ่อของเธอซึ่งเป็นทนายความกลับมาอ้างสิทธิ์ในตัวเธอ
และเอาตัวเธอไปกักขังไว้ที่สำนักงานเก่าของตัวเองที่เคยปิดร้างไว้...
เธอต้องถูกโขกสับ บังคับบัญชาโดยพี่ชายต่างแม่ และพ่อผู้เย็นชา

จนกระทั่งวันหนึ่ง เจ้าชายแห่งรัฐไทรบุรีที่เดินทางมาติดต่องาน
ด้านกฏหมายกับพ่อของเธอก็พบเธอเข้าโดยบังเอิญ...เขาตื่นเต้นดีใจมาก
เพราะติดตามถามข่าวของเธอมานาน
จึงขอร้องยามที่ทำหน้าที่เฝ้าสำนักงานให้ช่วยนัดแนะให้ได้พบกัน...







เรื่องราวมันคงจะจบลงอย่างแฮปปี้เอนดิ้ง เมื่อพระเอกตามหานางเอกจนเจอและช่วยเธอให้พ้นจากการกดขี่ของพ่อและแม่เลี้ยง
แต่นิยายเรื่องนี้ผู้เขียนเขาก็ได้บอกกล่าวไว้ในหน้าคำนำแล้วว่ามีเค้าโครงเรื่องมาจากชีวิตจริง...

ชีวิตจริงมีหรือที่อะไรๆ จะราบรื่นดั่งนิยาย...

เมื่อหลังจากที่เล็กได้พบกับเจ้าชาย ทั้งคู่ก็มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกันโดยที่เจ้าชายเพิ่งจะมาเปิดเผยภายหลังว่า...เขามีภรรยาแล้วสามคน...และกำลังจะต้องเข้าพิธีแต่งงานกับภรรยาคนที่สี่...ที่ผู้เป็นบิดาจัดหาให้เพื่อกีดกันไม่ให้เขารับหญิงสาวชาวไทยไปร่วมวงศ์สกุล

หรือชะตาชีวิตของเล็กกำลังจะซ้ำรอยผู้เป็นแม่...?
ชวนติดตามค่ะ





เป็นนิยายชีวิตที่อิงเค้าโครงเรื่องจริงที่อ่านแล้วก็อินได้ในระดับหนึ่ง
ด้วยการเล่าเรื่องที่กระชับฉับไวรวบรัดรวดเร็ว ไม่เยิ่นเย้อยืดยาด
สำนวนภาษาอาจจะอ่านสะดุดนิด ๆ ในช่วงแรก ๆ เพราะไม่คุ้นกับสำนวนแบบโบราณหน่อย ๆ
แต่พออ่านผ่านไประยะหนึ่ง เริ่มคุ้นกับภาษา ถ้อยคำ ประเภท มิรู้ มิใช่ มิได้ มิมี มิเป็น...ฯลฯ (คือคนเขียนเขาใช้คำว่า"มิ" แทนคำว่า "ไม่" ในแทบทุกประโยค ทั้งในบทพูดและบทบรรยาย) เริ่มทำใจยอมรับได้ ช่วงหลัง ๆ ก็ไม่รู้สึกติดขัดแล้ว ประกอบกับเรื่องราวเริ่มเข้มข้นขึ้น น่าลุ้น น่าติดตามมากขึ้น ทำให้อ่านได้ลื่นไหล ผ่านตลอดจนจบ

นอกจากเรื่องราวดราม่าของชีวิตนางเอกแล้ว ในเรื่องยังมีแทรกเกร็ดสาระทางประวัติศาสตร์
ตั้งแต่ฉากของเรื่องที่ผู้เขียนบอกเล่าบรรยายได้ละเอียดลออ จนเราสามารถนึกภาพตามได้
ไม่ว่าจะเป็นการบรรยายสถานที่ การเดินทาง...ฯลฯ

มีการพาดพิงถึงตัวละครที่เป็นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ ซึ่งเธอก็ทำได้น่าสนใจ
ข้อมูลสาระประกอบที่พอดี ๆ ไม่มากไม่น้อย อ่านแล้วให้ความรู้สึกสมจริง และสมเหตุสมผล

สรุปเลยแล้วกันค่ะว่าเป็นนิยายพีเรียดที่อ่านได้และอ่านดีเล่มหนึ่ง
ในแง่ของนิยายก็มีอารมณ์ มีบรรยากาศของความเศร้าซึ้งสะเทือนใจ
ในแง่ของเรื่องราวอิงประวัติศาสตร์ก็มีเกร็ดสาระทางวัฒนธรรมให้ได้เก็บเกี่ยวพอประมาณ
ในด้านรสชาติทางวรรณศิลป์ก็กลมกล่อมกำลังดี
โดยเฉพาะเมื่อนึกถึงว่าเป็นนิยายเล่มแรกของนักเขียนก็ถือว่าเป็นเล่มเปิดตัวที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว

อ่านจบแล้ว หยิบมาบอกเล่า ชวนอ่านค่ะ










 

Create Date : 03 มกราคม 2559    
Last Update : 3 มกราคม 2559 14:42:40 น.
Counter : 1386 Pageviews.  

~ รักในสายหมอก : นิยายรักสะท้อนปัญหาสังคม โดย โสภาค สุวรรณ ~





รักในสายหมอก
ผู้เขียน : โสภาค สุวรรณ
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ(ครังที่ ๔/ส.ค.๕๘)
๖๘๐ หน้า ราคา ๕๖๕ บาท


โปรยปก


สาวน้อยผู้อาภัพ...กับความรักแสนเลือนรางของผู้คนรอบข้าง...
ดังอยู่ในสายหมอกหนา

"ผมต้องขอบคุณแม่... หาไม่ ผมจะไม่สามารถเติบโต เข้มแข็ง และมั่นคง
จนสามารถปกป้องคนที่อ่อนแอกว่าได้เป็นอันขาด...
ลูกของผมทั้งสามคนจะเติบโตบนรากฐานเดียวกัน
ได้รับความรักจากพ่อและแม่ของแกอย่างสมบูรณ์แบบ

ไม่ใช่ความรักแบบที่แม่ของแกเคยสัมผัสมาแล้วอย่างทุกข์ทรมานใจแสนสาหัส...
ความรักที่สัมผัสไม่ได้ เยียบเย็นและถูกบดบังด้วยปัญหานานาประการ
ความรักที่เหมือนจะลอยอยู่ในสายหมอก ปราศจากความอบอุ่น อ้างว้าง หนาวเย็น...
ความรักแบบนั้นจะไม่มีวันอุบัติขึ้นในครอบครัวของผม..."

...................






เป็นนิยายชีวิตที่เข้มข้น ดราม่าน้ำตาซึม หากก็อิ่มเอม อบอุ่นในหัวใจเมื่ออ่านจบ
ขออนุญาตเล่าเรื่องแบบยาว ๆ ไปเลยนะคะ

เรื่องราวส่วนใหญ่...(แทบจะตลอดทั้งเล่มนั่นแหละค่ะ)บอกเล่าผ่านมุมมองความรู้สึกของคุณมณี
หญิงม่ายสูงวัยที่เข้ามารับหน้าที่ดูแลเด็กหญิงนฎา หรือปูเป้ หลานสาวของคุณประภากับท่านรัฐมนตรีอุดม
ด้วยสำนึกสองประการ อันแรกคือเพื่อตอบแทนบุญคุณเจ้านายเก่าของแม่ที่เคยเกื้อกูลกันมา
อีกอย่างคือเธอต้องการรายได้ที่เพียงพอเพื่อส่งเสียลูกชายคนเดียว -
ปฤณ ที่มุ่งมั่นจะสอบเข้าเรียนแพทย์ให้ได้

นฎาในวัยสิบสาม เพิ่งเดินทางกลับจากต่างประเทศ
เธองดงาม บริบูรณ์ด้วยรูปสมบัติและทรัพย์ศฤงคาร
ทว่าเธอเป็นบุตรสาวที่เกิดจากความผิดพลาดของผู้เป็นแม่ กลายเป็นปมด่างพร้อยในชีวิตของเธอ
ด้วยผู้เป็นยายเกิดความผิดหวังในตัวแม่ของเธอจนรับเธอมาดูแลด้วยตัวเอง
วางกฏและกรอบอันครัดเคร่ง ก่อเป็นกำแพงหนา เพื่อป้องกันประวัติศาสตร์ซ้ำรอย
นฎาจึงต้องเติบโตมาภายใต้ความกดดัน บีบรัด กับความรักอันห่างเหินเย็นชาจากพ่อและแม่
และแบกรับความคาดหวังของผู้เป็นยาย...

เมื่อคุณมณีเข้ามาดูแลใกล้ชิด ปลอบโยนเธอยามเธอเหงาและว้าเหว่
เธอจึงยืดเอาหญิงสูงวัยเป็นเครื่องทดแทนความรักความอบอุ่นที่เธอโหยหา
แต่คุณมณีก็ต้องอยู่ภายใต้อำนาจการจัดการโดยคุณประภา - ยายของเด็กสาวอีกที
เธอไม่มีสิทธิ์มีเสียงในเรื่องของการอบรมเลี้ยงดูนฎาทั้งนั้น
แม้จะรับรู้และแลเห็นอยู่เต็มตาเต็มใจถึงผลพวงแห่งแรงกดดันที่เด็กหญิงรองรับอยู่





เมื่อย่างเข้าสู่รุ่นสาว นฎาก็ต้องหมั้นหมายกับอาทิตย์
ลูกชายคนเดียวของเพื่อนสนิทของคุณประภา
ที่พยายามตอกย้ำกับเธอว่า...จากประวัติอันไม่งามนักของแม่ของเธอ
นฎาควรจะถือเป็นบุญอย่างยิ่งที่อาทิตย์ ชายหนุ่มผู้แสนจะเพอร์เฝ็กต์รัก
และยอมรับที่จะเป็นผู้ดูแลเธอต่อจากคุณยาย...
พ้นจากอาทิตย์แล้วคงไม่มีผู้ชายดี ๆ ที่ไหนจะมาแต่งงานกับเธอแล้ว

ปฤณมีโอกาสได้พบและรู้จักกับนฎาเมื่อครั้งยังเป็นวัยรุ่นครั้งหนึ่ง
เพราะแม่ให้เขาเข้ามาช่วยงานในบ้าน...
เพียงได้สบตา...กระแสความรู้สึกบางอย่างก็ดึงดูดให้เด็กหนุ่ม-สาวเกิดประทับใจในกันและกันโดยไม่รู้ตัว
แต่คุณมณีได้แลเห็นและต้องการตัดไฟแต่ต้นลมโดยการสั่งห้ามปฤณ ไม่ให้มาที่บ้านนี้อีก...
ทางชีวิตของทั้งคู่จึงต้องแยกห่างโดยปริยาย...ปฤณสอบเรียนแพทย์ได้สำเร็จ และคร่ำเคร่งอยู่กับการเรียน
ส่วนนฎาหลังจากเรียนจบมัธยมปลายแล้ว ก็เตรียมตัวแต่งงานกับอาทิตย์
จากนั้นก็จะติดตามชายหนุ่มไปใช้ชีวิตที่เมืองนอก...ตามทีคุณยายได้วางแผนชีวิตให้

แต่แล้วก็เกิดเหตุให้ทั้งคู่ต้องมาเจอกัน เมื่อคุณมณีเกิดล้มป่วยจนต้องเข้าโรงพยาบาลและต้องผ่าตัด
นฎารับอาสามานอนเป็นเพื่อนคุณมณีเพราะเป็นช่วงที่ตาและยายของเธอไปต่างประเทศพอดี
ปฤณมาดูแลแม่ แล้วเลยพลอยต้องดูแลนฎาเรื่องอาหารการกินไปด้วย
ก่อให้เกิดความสนิทสนมขึ้นในช่วงระยะเวลาอันสั้น ทว่าลึกซึ้งมั่นคง
นฎารู้สึกเป็นตัวของตัวเองขณะที่อยู่กับปฤณ แต่เธอก็รู้ดีว่าตัวเองต้องทำตามที่ผู้ใหญ่คาดหวัง
ในขณะที่ปฤณเองก็สำนึกตนดีว่าเรื่องระหว่างเขากับนฎาเป็นเรื่องที่ไม่อาจจะเป็นไปได้
แต่เขาก็มั่นใจในความจริงใจของตนเองและพร้อมจะส่งเสริมให้นฎามีชีวิตที่มีความสุข

ทว่าผู้ใหญ่ของนฎาไม่คิดเช่นนั้น ปฤณถูกกีดกันอย่างหนัก
รวมทั้งคุณมณีก็พลอยถูกมองว่าพยายามจะผูกมัดนฎาเพราะเห็นแก่ทรัพย์สมบัติของเธอ





เมื่อถึงกำหนดเวลา นฎาก็เข้าพิธีหมั้นกับอาทิตย์อย่างเอิกเกริก
แต่หลังวันหมั้นเพียงคืนเดียว เธอก็เกิดอาการป่วยอย่างกระทันหัน
โลกของเธอมืดสนิทไปชั่วขณะ เธอกลายเป็นหญิงตาบอดโดยไม่มีใครรู้สาเหตุ
แม้ตาและยายของเธอจะเพียรพาเธอไปรักษายังที่ต่าง ๆ ทั้งในและนอกประเทศ
เมื่อปฤณมีโอกาสได้ตรวจอาการของเธอ เขาได้ให้คำแนะนำว่าเธอควรจะได้รับการรักษาทางจิตเวช
แต่คุณยายของเธอไม่ยอมรับ กลับโกรธเกรี้ยวจนออกปากไล่เขาและแม่ให้ออกจากบ้าน

อาทิตย์ถอนหมั้นนฎาและไปแต่งงานกับผู้หญิงที่แม่เขาหาให้อีกคน...
ในขณะที่ปฤณได้รับทุนไปเรียนต่อเฉพาะทางในต่างประเทศ
คุณตาของนฎาตัดสินใจอนุญาตให้เธอเข้ารับการรักษาแบบจิตเวชบำบัด
ตามคำแนะนำของหมอ ซึ่งปรากฏว่าได้ผลดี นฎาสามารถกลับมามองเห็นได้อีกครั้ง
ทำให้คุณประภาเริ่มสำนึกถึงความผิดพลาดของตนเอง
และต้องยอมปล่อยมือจากนฎา
เมื่อเธอขออิสรภาพในการใช้ชีวิตของตนเอง หลังจากหายดี...

..............





โอ้...ยาวจริงยาวจังกับนิยายชีวิตสะท้อนปัญหาสังคมสมัยใหม่
ที่ให้ข้อคิดว่าด้วยเรื่องการเลี้ยงดูบุตรหลานที่ต้องอาศัยทั้งความรักความเข้าใจ
(หากก็ยั้ง...ไม่เล่าต่อจนถึงตอนจบก็เพื่อให้ผู้ทีสนใจ
ติดตามอ่านตอนจบอันแสนจะอบอุ่นได้ในนิยายค่ะ)

มีหลายบทหลายตอนที่อ่านแล้วประทับใจ
ขออนุญาตยกมาเป็นตัวอย่างเพียงบางเสี้ยวบางส่วน...

ความคิดคำนึงของคุณมณีเมื่อภัสรา แม่ของนฎาพยายามจะพาลูกสาวเข้าสู่วงสังคมของเธอ

"...ความเสมอภาคไม่ได้วัดกันด้วยความสามารถในการทำชั่วที่ทัดเทียม
อยากจะบอกว่าผู้หญิงมีหน้าที่เป็นแม่ของคนทั้งโลก
มีหน้าที่สรรค์สร้างความดีงามแก่จิตใจของคนที่จะเติบโตต่อไป
เป็นอะไรหลายอย่างที่ผู้ชายไม่มีวันจะเป็นได้อย่างน่าอิจฉาที่สุด
สมควรหรือที่จะลดค่าซึ่งเหนือกว่าลงมาคลุกคลีกับความชั่ว
อันผู้มีสติทั้งหลายประจักษ์แก่ใจว่าผิดทั้งคุณธรรมและศีลธรรมเป็นบ่อเกิดแห่งปัญหาของสังคม..."






เมื่อนึกถึงวิธีเลี้ยงหลานของคุณประภา...

"...คุณหญิงกำลังวางเข็มชีวิตของคุณนฎา
ตามความรู้สึกของตัวเอง สร้างคนจากอดีตของคนอีกคนหนึ่ง...
ลืมความจริงแท้ไปอย่างน่าเสียดาย มนุษย์มีกรรมเป็นของตนเอง
ไม่มีมือใดจะวิเศษจนผันแปรชีวิตคนตามใจปรารถนาได้...
คุณหญิงลืมเสียสนิททีเดียว"



ความคิดคำนึงของปฤณ ถึงคำสอนของแม่

"...จงเข้มแข็งต่อความชั่วทั้งหลาย จงอ่อนโยนต่อเด็กและสตรี
จงมีเมตตาต่อศตรู แล้วปฤณจะรู้ว่าความสุขที่แท้จริงของคนคืออะไร....."


...................

"...เด็กคนนั้นมีบุญที่เกิดมาสวย หมดจดอย่างที่จะหาได้ยากนัก
แล้วยังมีวัตถุรองรับพร้อมสรรพ ทั้งเกียรติยศเงินทอง...
แต่ก็มักมีกรรมนัก กรรมที่ไม่มีวันจะรู้จักว่าความรักของพ่อแม่นั้นเป็นอย่างไร
ว้าเหว่ อ้างว้าง หนาวเย็น ปราศจากความอบอุ่นควารักที่ทุกคนหยิบยื่นให้...
มันเลือนรางเหมือนลอยอยู่ในสายหมอก...ชนิดที่คนรับเอื้อมคว้าไม่ถึง..."



ที่สะท้อนสะเทือนอารมณ์สุด ๆ ก็คำพูดสั้น ๆ ของนฎา...
ที่พูดอย่างปลงปล่อยกับชีวิตของตนเอง

"ฉันเป็นเครื่องจักรค่ะ แล้วแต่คนจะกดปุ่ม"


อ่านงานของนักประพันธ์ชั้นครูทีไร ให้รู้สึกอิ่มเอม เต็มตื้นทุกครั้งทุกครา...
จนต้องหยิบมาบอกเล่ากันแบบยาว ๆ เช่นนี้...
ชวนอ่านค่ะ












 

Create Date : 26 ธันวาคม 2558    
Last Update : 26 ธันวาคม 2558 13:28:42 น.
Counter : 2334 Pageviews.  

~ ซ่อนรักรอยแค้น :ดราม่าเข้มข้นตามสไตล์ "ช่อมณี" ~





ซ่อนรักรอยแค้น
ผู้เขียน :ช่อมณี
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ (ก.ค.2558)
423 หน้า ราคา 365 บาท


เรื่องย่อ ๆ (จากปกหลัง) :

คำสัญญา หนี้แค้น ความรัก สามสิ่งที่จะตัดสินชะตาหัวใจ


เขมทิน สหัสรังสี เจ้าของสวนหนุ่มต้องหาทางกอบกู้ห้างพันแสง
กิจการของครอบครัวที่เริ่มตกต่ำหลังจาก บัลลพ ผู้เป็นพี่ชายเสียชีวิต
จึงตัดสินใจทวงสัญญากับนักบริหารสาว อดีตคนรักของพี่ชาย
ภัสสริน ดุลยพร ซึ่งโด่งดังจากการฟื้นชีพธุรกิจใกล้ล้มละลาย
และหวังให้เธอสร้างปาฎิหาริย์อีกครั้ง

แม้ความรักครั้งก่อนจะจบลงด้วยความขมขื่น
แต่ภัสสรินก็รับปากจะทำตามสัญญาที่ให้ไว้แก่บัลลพ
ด้วยการดูแลครอบครัวของเขาและกอบกู้ห้างพันแสงสุดความสามารถ
แม้ต้องเผชิญอุปสรรคนานารวมถึงจาก พลิน นักบริหารหนุ่มบริษัทคู่แข่ง
ที่บ้านสหัสรังสีได้ฝากรอยแค้นไว้เช่นเดียวกัน






หลังอ่าน...
ดราม่าเข้มข้น ปนโรแมนติกเพียงเล็กน้อย...น้อยมาก ๆ จนแทบจะหาไม่เจอ

ชื่อเรื่อง"ซ่อนรักรอยแค้น" สร้างมโนภาพให้คนอ่านล่วงหน้าว่าจะต้องเป็นเรื่องราว
ของความรักในรอยแค้นที่หนักหน่วง...ประมาณแค้นฝังหุ่น...ขนาดนั้น
แต่พออ่านเข้าจริง ไม่ยักกะเป็นเช่นนั้นค่ะ
เรื่องนี้นำเสนอปมดราม่าสะท้อนสังคมที่หลากหลายแง่มุมมาก...
ซึ่งก็เป็นไปตามสไตล์ ตามแนวถนัดของนักเขียนนามนี้แหละค่ะ

นางเอกเป็นเด็กกำพร้า ที่ได้รับการอุปถัมภ์ ส่งเสียให้ร่ำเรียนหนังสือจนประสบความสำเร็จ
กลายเป็นนักธุรกิจระดับผู้บริหารสาวที่มีชื่อเสียง...
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...การบริหารฟื้นฟูกิจการที่กำลังอยู่ในภาวะล้มละลาย

ส่วนพระเอกเขมทิน เป็นลูกชายบุญธรรมของนางพรมนัส
ประธานใหญ่ของห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่กำลังซวดเซ
ด้วยสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ รวมทั้งการฉ้อฉลคดโกงภายใน
หลังจากที่ลูกชายคนโตเสียชีวิตลงด้วยอุบัติเหตุ
และตัวนางเองก็เส้นเลือดในสมองตีบตันกระทันหันจนหกล้มและเป็นอัมพาตต้องนั่งรถเข็น
เขมทินไม่ถนัดทางด้านธุรกิจ เขาจึงไปทำสวนทำไร่อยู่ทางภาคเหนือ
เมื่อมารดาผู้มีพระคุณเรียกตัวให้มาช่วยงาน เขาจึงนึกถึงภัสสริน
ซึ่งเป็นอดีตคนรักของพี่ชาย และเคยมีคำมั่นสัญญาต่อกันไว้ว่าต่างฝ่ายต่างจะช่วยกันหากได้รับการร้องขอ

ภัสสรินตัดสินใจรับงานฟื้นฟูกิจการของตระกูลสหัสรังสี ตามคำสัญญานั้น
แต่ก็ด้วยค่าจ้างที่แพงลิบ และภายใต้เงื่อนไขหลายประการที่เธอกำหนดขึ้น
สร้างความไม่พอใจให้กับนายสุนัยและชลัทสองพ่อลูก
ซึ่งเป็นน้องและหลานชายของนางพรมนัสที่หวังว่าตัวเองจะสืบทอดกิจการนี้





เรื่องค่อนข้างชูบทบาทที่โดดเด่นของนางเอก ที่เฉลียวฉลาด เก่งกาจเกินหญิง
ปัญหาร้อยแปดพันประการที่เกิดขึ้นในเรื่อง จะเล็กจะใหญ่ต้องผ่านมือภัสสรินทั้งหมด
ถึงจะได้รับการคลี่คลาย...
ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเด็กวัยรุ่นใจแตกอย่างจริม น้องสาวต่างแม่ของนิตา ภรรยาหม้ายของบัลลพ
ปัญหาของเด็กน้อยอย่างจุน ที่เข้ากับเพื่อน ๆ ในโรงเรียนไม่ได้ เพราะถูกล้อเลียนว่าเป็นเด็กไม่มีพ่อ
ที่น่าขำก็คือ...กระทั่งปัญหาในไร่ของพระเอกที่เกิดขึ้นในต่างจังหวัด
ก็ยังต้องร้อนถึงภัสสรินต้องตามไปแก้ไขให้
ฯลฯ
ทำให้พระเอกกลายเป็นตัวประกอบที่แทบจะไม่มีบทบาทอะไรเลย





นอกจากนี้ ในเรื่องยังเป็นแหล่งรวมเด็กกำพร้า
และคนจากครอบครัวแตกแยก...รวมทั้ง...คนพิการ(มีคนนั่งรถเข็นถึงสามคน)
มันอาจจะสะท้อนภาพสังคมอันบิดเบี้ยวในสมัยนี้ได้ดีอยู่หรอก
แต่หากมันเยอะไป...มันก็ดูเฝือและเฟ้อไปหน่อยนะ

อ่านนิยายของนามปากกานี้อย่าได้คาดหวังฉากรักหวานไหวค่ะ...
เพราะมันไม่มีให้ฟินเลย แหะ ๆ










 

Create Date : 20 ธันวาคม 2558    
Last Update : 20 ธันวาคม 2558 15:11:35 น.
Counter : 799 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  

Valentine's Month


 
แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 173 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs


~เล่ห์รักหักเหลี่ยมบัลลังก์/Su Xing Le/เขียน,เหมยสี่ฤดู/แปล ~

~แม่ทัพอยู่บน ข้าอยู่ล่าง(3เล่มจบ)/จวี๋ฮวาซั่นหลี่ เขียน/ Honey Toast แปล ~

~บุพเพสันนิวาส/รอมแพง ~

~ลิขิตรักด้ายแดง(3เล่มจบ)/หมิงเยวี่ยทิงเฟิง เขียน/เหมยสี่ฤดู แปล ~

~มีไว้เพื่อซาบ/อุรุดา โควินท์ ~

~ เรื่องเล่าของเหล่าปีศาจในเหลาสุรา (2)/เคอสุ้ยอวี้โหยวโจ่ว/เขียน ซินโป-หย่งชุน/แปล ~

~ ทุกสิ่งอันที่เรามิเคยเอื้อนเอ่ยต่อกัน/มาร์ก เลอวี เขียน/อธิชา มัญชุนากร แปล~

~ สตีเฟน รักเดียวในใจแม่/~


สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.