'หัวใจ๋ข้า หัวใจ๋เจ้า ห้อยอยู่เก๊าเดียวกั๋น' *
*คลิกเพื่ออ่านคำแปลเจ้า :)

~ นิยายชุด"มายาดอกรัก" - - จาก 'บัลลังก์ดอกไม้' ถึง 'มงกุฎสายน้ำผึ้ง' ~





บัลลังก์ดอกไม้
ผู้เขียน : คีตา
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ(พ.ค. 56)
350 หน้า ราคา 275 บาท


โปรยปกหลัง


เมื่อตำแหน่งผู้นำตระกูลสัตยารักษ์
และบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ยิ่งใหญ่ได้ถูกผลัดเปลี่ยน
'อนาวินทร์' หนุ่มไฮโซหัวสูง ผู้ไม่เคยมองเห็นใครอยู่ในสายตา
ดูถูกคนอื่นจนเรียกว่าเป็นนิสัย คิดว่าบัลลังก์ทองนั้นจะตกเป็นของเขา
แต่พอพินัยกรรมถูกเปิดกลับไม่เป็นตามที่หวัง
เพราะมันระบุให้ 'พุดชมพู' สาวห้าวเจ้าของไร่ดอกเบญจมาศ
ที่ติดหนี้อดีตผู้นำสัตยารักษ์ต้องมารับภารกิจดัดนิสัยอนาวินทร์
ให้เปลี่ยนเป็นคนใหม่ ครบหนึ่งปีเขาจึงจะได้สมบัติทั้งหมด!

ด้วยเงื่อนไขจากพินัยกรรมประหลาดนี้เอง
ได้ร้อยรัดผูกพันผู้หญิงกระโดกกระเดก
และผู้ชายยโส เอาแต่ใจ เข้าด้วยกันอย่างไม่มีทางเลือก

แม้จะเริ่มต้น...ด้วยความขัดแย้ง ทว่าเมื่อความรักบังเกิดขึ้นกลางใจ
พายุร้ายจึงกลายเป็นสายลมอบอุ่นที่โอบอุ้มดอกไม้ให้เบ่งบานงดงาม






หลังอ่าน
โรแมนติกคอเมดี้อ่านง่ายสบายอารมณ์ค่ะเล่มนี้
เป็นพล็อตที่คุ้นเคยมาก...
พระเอกเป็นหนุ่มหัวสูง เย่อหยิ่งเพราะถูกเลี้ยงดูมาแบบตามใจมาโดยตลอด
จนกลายเป็นคนเอาแต่ใจตัว ไม่เห็นหัวผู้อื่น
ทำให้คุณปู่เกิดความกังวลว่าวันหนึ่ง หากเขาต้องก้าวขึ้นมาปกครองคน
ด้วยนิสัยเช่นนี้อาจจะทำให้เกิดผลเสียในภายหลัง
ท่านจึงกำหนดเงื่อนไขในพินัยกรรม ให้เขาต้องมีคนมาดัดสัน...เอ๊ย...ดัดนิสัย
ก่อนที่จะได้รับมรดก เป็นผู้นำตระกูลเต็มตัว

ตามที่ปรากฏในเรื่องย่อข้างบนนั่นเลยค่ะ
แน่นอนว่าสำหรับพุดชมพูแล้ว งานนี้ไม่ใช่งานง่าย ๆ
ทั้งเงื่อนไขก็ไม่ได้บีบบังคับให้เธอต้องทำตาม
แต่ด้วยความกตัญญูรู้คุณที่เธอมีต่อคุณปู่เล็ก ที่ท่านได้ให้ความช่วยเหลือ
ครอบครัวของเธอมาตลอดในยามชีวิตตกต่ำ
เธอจึงตัดสินใจรับเป็นผู้ดูแล ดัดนิสัยชายหนุ่มที่มองว่าเธอเป็นพวกบ้านนอกหิวเงิน บลา ๆ ๆ

ชอบนิสัยนางเอกค่ะ เธอเข้มแข็งอดทน เฉลียวฉลาดทันคนดี
ไม่ว่าจะถูกแกล้ง ถูกดูถูกดูหมิ่นขนาดไหนเธอก็ไม่ยั่น
มีการตอบโต้เอาคืนอย่างสาแก่ใจคนอ่าน
ฝ่ายพระเอกนั่น เริ่มต้นมาก็ร้ายสุดๆ แต่เมื่อเรื่องราวดำเนินไปเรื่อย ๆ
เราก็จะได้เห็นเขาในอีกมุมหนึ่ง...
เหมือนที่เขาก็เริ่มเห็นพุดชมพูในอีกมุมหนึ่งเช่นกัน

ความใกล้ชิดจึงก่อเกิดเป็นเยื่อใยผูกพัน แล้วก็กลายเป็นความรักในที่สุด
แต่ในเรื่องไม่ค่อยมีเลิฟซีนหวาน ๆ สักเท่าไร่หรอกนะคะ(มีบ้าง แต่น้อยอ่ะ)
เพราะนิยายไม่ได้เน้นตรงจุดนั้น (ซึ่งถือว่าเป็นแนวที่คนอ่านคนนี้ชอบอ่ะ)
เรื่องนี้จะเน้นในเรื่องของทัศนคติในการมองโลกมองคน
การตัดสินคนและการทำงาน...
การเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อผู้อื่น รวมถึงการทำประโยชน์ให้กับส่วนรวม
โดยไม่หวังชื่อเสียงเงินทองหรือสิ่งตอบแทนใดๆ





จุดที่ชอบอีกจุดหนึ่งของเรื่องนี้คือบทบาทของคนเป็นแม่ค่ะ
แม่อย่างทิพนาถ(แม่พระเอก ถึงจะเป็นแม่เลี้ยง
แต่อย่างน้อยก็เป็นแม่ที่ได้เลี้ยงดูเขามาแต่เล็กแต่น้อยนั่นแหละ)
กับแม่อย่างภัทรา(แม่นางเอก)ช่างแตกต่างกันสุดขั้ว
แต่ทั้งสองแม่ต่างก็มีส่วนสำคัญที่หล่อหลอมให้ทั้งสองคนเติบโตขึ้นมาเป็นเช่นนี้
และสุดท้าย แม่ทั้งสองคนก็หันหน้ามาจับมือกัน
เฝ้าดูความรักความสุขของลูก ๆ ของตนเอง

ชอบคำพูดประโยคหนึ่งของแม่นางเอกที่เตือนสติลูกสาวไม่ให้เข้มงวดกับอนาวินทร์จนเกินไป
"...เขายังไม่พร้อมก็อย่าบังคับกันเลยนะ ใจคนน่ะ ยิ่งบังคับมันก็เหมือนบีบคั้น
คนที่ขาดน่ะควรเติม ไม่ใช่ตักออก"

บรรยากาศของเรื่องโดยเฉพาะพาร์ทที่พระเอกต้องไปอยู่ที่ไร่ดอกไม้
ของนางเอกนั่นก็น่ารักดีค่ะ ให้อารมณ์มุ้งมิ้ง ๆ ดี
มีฉากกุ๊กกิ๊กๆ ให้ได้จิ้นกระจาย

แต่นิยายต้องมีตัวร้าย...และตัวร้ายในเรื่องนี้ก็ไม่ใช่อื่นไกล
ล้วนแต่เป็นคนใกล้ตัวพระเอกทั้งนั้น
ซึ่งก็เป็นไปตามขนบนิยายแนว ๆ นี้แหละค่ะ เดาเรื่องได้ไม่ยาก

เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกในชุด"มายาดอกรัก"ค่ะ
อีกเล่มในชุดคือ"มงกุฏสายน้ำผึ้ง" เขียนโดย'ลิษา'

จริง ๆ แล้วอ่านเล่มนี้รอบแรกตอนที่หนังสือออกใหม่ ๆ
ความที่ยังไม่ได้อ่านเล่มหลังจึงยังไม่ได้รีวิวขึ้นบล็อก
รอนานไปจนลืมเลือนหมดสิ้น มาเห็นข่าวการสร้างละคร
เห็นแคสติ้งแล้วน่าสนใจเพราะชื่นชอบทั้งพระเอก-มาริโอ้และนางเอก-เต้ย จรินทร์พร
เลยรื้อมาอ่านใหม่
อ่านเล่มนี้จบแล้วก็พลอยหยิบ'มงกุฏสายน้ำผึ้'งมาอ่านคู่กันไปเสียเลย








มงกุฎสายน้ำผึ้ง
ผู้เขียน : ลิษา
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ(พ.ค. 56)
425 หน้า ราคา 315 บาท


โปรยปกหลัง :


วังดิลกภพแสนยิ่งใหญ่อัครฐาน
บัดนี้ปราศจากผู้ถือครองที่เหมาะสม

หม่อมหลวงปลายแถวแบบ ก้องภพ คือตัวเลือกอันดับต้นๆ
ที่จะได้เป็นหัวหน้าตระกูลเก่าแก่นี้
ทว่า...มีใครเคยถามเขาบ้างไหม
ว่าต้องการรับภาระหน้าที่อันใหญ่หลวงนี้หรือไม่

ในขณะที่ก้องภพพยายามดิ้นหนี สายน้ำผึ้ง ที่มีความทะเยอทะยานสูง
อยากได้ซึ่งยศศักดิ์ กลับพยายามผลักดันทุกวิถีทางให้เขายอมรับมัน
เธอไมได้หวังดีกับเขา แต่ต้องการในสิ่งที่เป็นของเขาต่างหาก!

สายน้ำผึ้งก้าวเข้ามาในชีวิตของก้องภพอย่างมีเป้าหมาย
มุ่งมั่นที่จะคว้าเอามงกุฏแห่งความสำเร็จมาครอบครองให้ได้
แต่เมื่อได้มงกุฎมานอนกอดแล้ว เธอกลับหวั่นผว่าว่า
วันที่ก้องภพรู้ความจริง เขาจะยังรักเธออยู่อีกหรือไม่






เรื่องย่อเพิ่มเติม

สายน้ำผึ้ง สาวน้อยวัยใส(น้องสาวของพุดชมพู เจ้าของไร่อุ่นรักจากเรื่องบัลลังก์ดอกไม้นั่นเอง)
เพิ่งเรียบจบมาใหม่หมาด เธอต้องหางานทำให้ได้
ก่อนที่แม่และพี่สาวจะบังคับให้เธอต้องกลับไปช่วยงานของครอบครัวที่เธอแสนจะรังเกียจ

เธอเป็นคนทะเยอทะยานและหัวสูง
เบื้องต้นเธอตั้งเป้าสมัครงานแต่ในองค์กรหรือบริษัทใหญ่ ๆ ที่มีการแข่งขันสูง
แต่หลังจากไปกรอกใบสมัครไว้หลายต่อหลายที่ รองเท้าสึกไปหลายคู่
เธอก็ต้องค่อย ๆ ลดระดับสเป้กงานลงเรื่อยๆ...

จนวันหนึ่ง เธอก็ได้พบกับก้องภพ ชายหนุ่มแสนดีมีน้ำใจ
ที่สร้างวีรกรรมเล็ก ๆ ให้เธอประทับใจจนย่องตามเขาไปถึงบริษัทของเขาโดยไม่รู้ตัว

และในที่สุด เธอก็มาลงเอยที่ตำแหน่งแม่บ้านประจำบริษัทออกแบบแห่งนั้น
โดยมีก้องภพ หนึ่งในหุ้นส่วนบริษัทเป็นแรงบันดาลใจ

และวันดีคืนดี เธอก็แอบรู้ความลับ ปูมหลังชีวิตของก้องภพว่า
แท้จริงแล้วเขามีฐานันดรเป็นถึงหม่อมหลวง ทายาทเพียงคนเดียวแห่งวังดิลกภพ
แต่เขาช่างมักน้อยสันโดษและรักศักดิ์ศรียิ่งชีวิต
เพราะเขาเอาแต่ปฏิเสธการเรียกตัวเข้าไปรับหน้าที่ผู้นำตระกูลอันสูงส่ง
เพราะภาพจำอันขมขื่นในอดีต ครั้งที่ถูกขับไล่ไสส่งโดยเหล่าเครือญาติ
ยังคงฝังตรึงในใจไม่รู้เลือน...
ร้อนถึงสายน้ำผึ้ง ผู้หมายมั่นปั้นมือว่า...หม่อมหลวงก้องภพนี่แหละที่จะเป็นสามีในอนาคตของเธอ...
จะต้องหาทางลบทิฎฐิในใจของเขา ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดในวังดิลกภพให้จงได้
แม้จะต้องฝ่าฟันอุปสรรคขวากหนามหนักหนาสาหัสแค่ไน
สายน้ำผึ้งก็ไม่หวั่น....






หลังอ่าน...
เล่มนี้ก็อ่านรอบสองเหมือนกัน รอบแรกอ่านไม่จบอ่ะ
มันตะขิดตะขวงใจกับนิสัยของนางเอกเลยอ่านไปครึ่ง ๆ กลาง ๆ
พอวางแล้วก็ลืมยาวไปเลย แหะ ๆ

ส่วนตัวคิดว่า อาจจะเป็นเพราะนิยายเล่มนี้
ออกมาในช่วงที่แนวนิยายไทยเริ่มมีการเปลี่ยนผ่านยุคสมัย
แนวนางเอกร้ายกำลังมาแรง...
แล้วไอ้เรามันก็คนอ่านโลกแคบ หัวโบราณอ่ะ
ยังรับไม่ได้กับการเปลี่ยนแปลงสักเท่าไหร่ ออกแนวแอนตี้นิยายที่ให้นางเอกเป็นฝ่ายรุกผู้ชายก่อน...ก็เลยอ่านไม่รอดในครั้งนั้น

แต่ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมานี่ ปรากฏว่านิยายแนว ๆ นี้มันผุดขึ้นมาเต็มชั้นหนังสือไปหมด
นางเอกแต่ละนางเลเวลความแรงออกจะหนักหน่วงกว่าสายน้ำผึ้งเป็นสิบเท่า
ประกอบกับได้อ่านรีวิวเรื่องนี้จากเพื่อนบล็อกหลายคน
แม้ความเห็นจะไม่ได้ไปในทิศทางเดียวกันเสียทั้งหมด
แต่โดยรวมแล้วดูเหมือนว่าจะมีเสียงชื่นชมไม่น้อย...
เลยแง้มใจให้กว้างอีกนิด ค่อย ๆ อ่านใหม่ อย่างพยายามที่จะไม่คาดหวัง
ไม่ตั้งธงตัดสินตัวละครตามมุมมอง(อันคับแคบ)ของตัวเอง...

แล้วก็ได้ผลค่ะ...อ่านไป ๆ เฮ้ย...สนุกแฮะ

ยายนางเอกที่รังเกียจชีวิตบ้านนอก ใฝ่สูงทะเยอทะยาน
จอมวางแผน เจ้าเลห์เฉโก เจ้ามารยา แอ๊บแบ๊ว...
แถมแอ๊วผู้ชายก่อนอย่างสายน้ำผึ้ง...
กลายเป็นน่ารักน่าลุ้นน่าเอาใจช่วยในการอ่านรอบนี้อ่ะ

ส่วนพระเอกที่อ่อนแอ เย็นชาท่ามากอย่างก้องภพก็ดูจะดูจะมีที่มาที่ไป
มีเหตุมีผลในอาการอึน ๆ ซึน ๆ ของเค้า
อ่าน ๆ ไป กลับจะดูดีมีเสน่ห์ไปอีกแบบ

เนื้อหาเรื่องราวแม้จะออกแนวดราม่าพาฝันค่อนข้างสูง
ผสมผสานมุกตลกฮา ๆ ก็เยอะ แต่ก็ใช่ว่าจะมีแต่น้ำเน่าโหรงเหรงไปเสียทั้งหมด
ผู้เขียนเค้าก็มีแอบแฝงสาระข้อคิดไว้เนียน ๆ เหมือนกันค่ะ
โดยเฉพาะเรื่องของการโกหกหลอกลวง อย่างที่สายน้ำผึ้งทำอยู่

เพราะสุดท้าย...เธอก็ต้องมาตกหลุม(คำโกหก)ที่ตัวเองเป็นคนขุดนั้นเสียเอง
อยู่ที่ว่าเธอจะกลับตัวกลับใจ ปรับเปลี่ยนตัวเอง
และคนที่เธอรักและรักเธอจะยอมรับและให้อภัยในความเป็นเธอได้หรือไม่
ไปลุ้นกันในนิยายเลยค่ะ











 

Create Date : 18 กุมภาพันธ์ 2559    
Last Update : 18 กุมภาพันธ์ 2559 15:07:47 น.
Counter : 1661 Pageviews.  

~ จนกว่าจะรักกัน เรื่องรัก ๆ จากนักเขียนใหม่ "คณิศร์นิชา" ~





จนกว่าจะรักกัน
ผู้เขียน : คณิศร์นิชา
ผู้พิมพ์ : สนพ.ปองรัก
339 หน้า ราคาปก 285 บาท


เรื่องย่อ ๆ (จากปกหลัง) :



การพบกันที่ผิดพลาด ผู้หมวดปราการเข้าใจว่า
สาวสวยที่พบเป็นสาวไซด์ไลน์ และอยู่แก๊งค์ลักพาตัวเด็ก

ทั้งที่เข้าใจว่าเธอมีอาชีพผิดศีลธรรมก็ยังห้ามใจไม่ไหว
กว่าจะรู้ว่าเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวก็เข้าใจผิดไปมากโข

ขวัญข้าวสาวสวยนักเรียนนอกเป็นคนมีปมในใจจากครอบครัวที่แตกแยก
จึงไม่คิดจะผูกสัมพันธ์กับใครทั้งสิ้น แต่น้ำอิงเพื่อนรักภูมิใจนำเสนอพี่ชายเต็มที่
หารู้ไม่ว่าคุณผู้หมวดคนดีในสายตาน้องสาวไม่เคยมองเธอในแง่ดีเลยซักครั้ง

เมื่อฝ่ายหนึ่งเดินหน้าเต็มร้อยแสดงเจตนารมย์ชัดเจนว่าอยากดูแลสาวสวยผู้โดดเดี่ยว
ฝ่ายหนึ่งตั้งป้อมต่อต้านและติดลบ กว่าหญิงสาวจะยอมเปิดใจ
ผู้หมวดหนุ่มต้องอาศัยกองหนุนที่มีทั้งทำให้เรื่องดีขึ้นและดิ่งลงเหว

ความรักที่แสนจะน้ำเน่าในสายตาน้องๆ กว่าจะลงเอยกันได้
กองเชียร์ทั้งหลายลุ้นกันใจหายใจคว่ำ






หลังอ่าน...
เล่าเรื่องย่อ ๆ เพิ่มเติมจากด้านบนอีดนิดค่ะ

ขวัญข้าว หญิงสาววัยยี่สิบเศษ เพิ่งจะเดินทางกลับจากเมืองนอก หลังจบการศึกษา
เธอไม่คิดจะกลับไปอยู่กับพ่อ หรือแม่ที่แยกทางกันและต่างฝ่ายต่างมีครอบครัวใหม่แล้ว
เธอยินดีที่จะอยู่ตามลำพังมากกว่า ในคอนโดหรูที่น้าสาวของเธอจัดเตรียมไว้ให้

และนั่นก็เป็นสาเหตุให้เธอถูกมองอย่างเข้าใจผิดจากผู้หมวดหนุ่ม
เมื่อเขามีโอกาสขึ้นมาหาเธอถึงที่ห้อง
เพราะเธอบังเอิญจับพลัดจับผลูต้องไปเป็นพยานปากสำคัญ
ในคดีลักพาตัวเด็กที่เขาดูแลอยู่
สาวสวยวัยใส อยู้ห้องชุดหรูตามลำพังจึงถูกกล่าวหาว่า...เธอมีเสี่ยเลี้ยง

กระทั่งเขาได้มาพบเธออีกครั้ง ในบ้านของเขาเอง
ในฐานะเพื่อนสนิทของน้องสาว นั่นแหละเขาจึงได้รู้ว่าที่ผ่านมา
เขาเข้าใจผิดไปถนัด...






เป็นนิยายรักพล็อตมาตรฐานที่อ่านเพลินเกินคาดค่ะ
ด้วยสำนวนภาษาทีนุ่มนวล ลื่นไหล อ่านได้ไม่สะดุด

พล็อตหลักพล็อตย่อยก็สอดรับกันสมเหตุสมผลดี...

จะติดอยู่นิดก็ตรงที่ตัวประกอบเยอะไปหน่อย เยอะทั้งปริมาณ
และเยอะทั้งเรื่องราวประกอบ มันขับเน้นความแตกต่างระหว่างคู่พระ-นางมากไปนิดนึง

ในขณะที่นางเอกมีปมเด็กบ้านแตก ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว
ซ้ำน้าที่เลี้ยงดูส่งเสียก็มาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตไป...
พ่อเลี้ยง สามีใหม่ของแม่ก็ยังจะมามุ่งร้ายหมายปองชีวิตอีก ชีวิตช่างแสนเศร้ารันทด

ทางฝั่งพระเอกกลับพรั่งพร้อมด้วยพ่อแม่พี่น้อง เครือญาติอีกโขยงหนึ่ง...
มันช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน...

แล้วมันก็กลายเป็นความขัดแย้งในบุคลิกนิสัยของตัวละครนะ
ทั้ง ๆ ที่อบอุ่นพร้อมพรั่งขนาดนั้น แต่พระเอกกลับเป็นคนมองคนในแง่ร้าย
คิดเองเออเองแล้วตัดสินคนอื่นด้วยเหตุปัจจัยภายนอก ติดจะงี่เง่านิด ๆ ด้วยซ้ำ

ในขณะที่นางเอกกลับจะดูปรับตัวง่าย ยอมรับสภาพอะไร ๆ ได้ง่ายกว่า

จุดนี้จึงทำให้รู้สึกขัดแย้งนิด ๆ

แต่นอกจากจุดนี้แล้ว...โดยรวมถือว่าเป็นนิยายรักที่อ่านเพลินเล่มหนึ่งแหละค่ะ
มีฉากเศร้าซึ้งสะเทือนใจทีอ่านแล้วพลอยน้ำตาซึม
มีฉากต่อสู้ ไล่ล่าน่าตื่นเต้น...และมีเลิฟซีนวูบไหวพอประมาณ
(ส่วนตัวชอบนิยายที่ไม่เน้นเลิฟซีนโลดโผนแนวๆ นี้เลยค่ะ)

เพิ่งได้อ่านงานของนักเขียนนามนี้เป็นเล่มแรก...
ส่วนตัวให้ผ่านในแง่ของสำนวนภาษา การเล่าเรื่องนะคะ
แต่อาจจะติดนิด ๆ ในแง่ของตัวละคร...ตามที่บอกไว้ด้านบนแหละค่ะ

ถือเป็นนิยายแนวฟีลกู้ด หรือจะเรียกว่าน้ำเน่าที่มีเงาจันทร์รำไรก็คงไม่ผิดนัก

อ่านจบแล้วหยิบมาบอกต่อชวนอ่านค่ะ









 

Create Date : 10 กุมภาพันธ์ 2559    
Last Update : 10 กุมภาพันธ์ 2559 12:45:24 น.
Counter : 1173 Pageviews.  

~ เพลงพระพรหม เพลงชีวิตที่พระพรหมเป็นผู้กำหนด ปิยะพร ศักดิ์เกษม~





เพลงพระพรหม
ผู้เขียน : ปิยะพร ศักดิ์เกษม
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ (ครั้งที่ ๑ : ตุลาคม ๒๕๕๘)
๓๖๓ หน้า ราคา ๒๘๕ บาท


โปรยปกหลัง :


กมลาสน์ ‘รู้’ ว่า ศรุตอยู่ที่ไหน...

หน้าเมรุมีไม้ใหญ่ต้นหนึ่งแผ่กิ่งก้านสาขาราวกับกลายเป็นร่มคันยักษ์
ท่ามกลางแสงสลัวของเวลาเริ่มวัน ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น
เขาเงยหน้ามองตัวอาคารหลังเล็กและปล่องสูงตรงหน้า
ผู้มองสัมผัสได้ถึงความโศกเศร้า ความกังขา...
ศรุตคงสงสัยว่าเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นกับชีวิตของเขาได้อย่างไร

คำถามในใจของเขาคือคำถามที่ไม่มีใครให้คำตอบได้ หลายเรื่องในโลก
หลายเรื่องในชีวิตของคนเราล้วนไร้ที่มา ไม่สามารถคาดเดาที่ไป
ไม่สามารถแม้จะคาดเดาทิศทางของมัน...หลายเรื่องไม่น่าเกิด
หากมันก็เกิดขึ้น...เกิดขึ้นเพื่อพลิกฟ้าคว่ำดิน พลิกชีวิตของผู้คน

เมื่อหาเหตุผลไม่ได้ มนุษย์จึงต้อง‘เชื่อ’...เชื่อว่านี่คือพรหมลิขิต...
คือเพลงชีวิตที่ท่วงทำนองของมันเกิดขึ้นจากการขีดกำหนดของพระพรหม






เรื่องย่อ(ย่อเอง)

กมลาสน์หรือคุณใหญ่ได้พบกับศรุต นายทหารยศพันโท
อดีตพี่ชายที่เคยสนิทสนมกันในวัยเด็กโดยบังเอิญ
เมื่อเธอไปรับน้องชายคนเล็กจากโรงเรียน

ศรุตแก่กว่าเธอสิบสามปี แม่ของเขาเป็นกึ่งญาติกึ่งเพือนของแม่เธอ
เมื่อแม่ของเขาเสียชีวิตและเขาไปเรียนต่อเมืองนอก
ทั้งคู่จึงห่างเหินกันไปโดยปริยาย
แต่ด้วยความคุ้นเคย ทั้งน้องชายสองคนของเธอก็เป็นเพื่อนรัก
ของลูกชายลูกสาวศรุต พวกเขาจึงสามารถต่อติดความสัมพันธ์อย่างรวดเร็ว
มีการแลกเปลี่ยนการดูแลเด็ก ๆ และศรุตก็พาภรรยามาเยี่ยมแม่ของเธอด้วย

ภรรยาของศรุต ดุจฤดี เป็นหญิงสาวที่เติบโตในสังคมเมืองนอก
เมื่อแต่งงานกันใหม่ ๆ เธอติดตามศรุตไปใช้ชีวิตอยู่ต่างจังหวัดอย่างไม่เกี่ยงงอน
แต่หลังจากให้กำเนิดลูกคนที่สอง เธอก็อาศัยลูกเป็นข้ออ้าง
ในการกลับมาใช้ชีวิตในเมืองหลวงและเริ่มต้นธุรกิจแฟชั่นที่เธอชื่นชม
ก้าวสู่สังคมเจ็ทเซ็ทเต็มตัว...ปล่อยภาระการดูแลลูกไว้กับแม่บ้าน
ทำให้ชีวิตคู่ของทั้งสองเริ่มมีช่องว่างที่นับวันจะถ่างกว้างขึ้นเรื่อย ๆ

ทางด้านคุณใหญ่เอง แม้ลึก ๆ บางแว่บของความรู้สึก เธอจะแอบเสียดายพี่ชายคนนี้
แต่เมื่อเธอบังเอิญได้พบเห็นร่องรอยของความปริร้าวในความสัมพันธ์ของคู่สามีภรรยา
เธอก็ตั้งใจมั่นกับตัวเองว่าเธอจะต้องพยายามปกป้องครอบครัวนี้อย่างดีที่สุด
............
และแล้ว มันก็เกิดเหตุการณ์ขึ้นจริง ๆ
แต่มันออกจะรุนแรงเหนือความคาดหมายของเธอไปมาก
กระนั้น...ด้วยสติที่มั่นคงและการตัดสินใจที่เด็ดขาดฉับไว
เธอก็สามารถแก้ไขสถานการณ์นั้นๆ ให้มีผลกระทบต่อคนที่เธอรักให้น้อยที่สุด...
แม้การกระทำนั้น จะทำให้เธอกลายเป็นคนโหดเหี้ยม เลือดเย็นในสายตาของเขาก็ตาม






ความรู้สึกหลังอ่าน...

เชื่อว่าแฟนนิยายของคุณปิยะพร ไม่มีใครไม่รู้จักคุณป้าใหญ่
แห่งตระกูลเชิญอิสราชัย ผู้หญิงที่ทรงอิทธิพลสูงสุดในสายตระกูลนี้
เธอปรากฏตัว มีบทบาทสำคัญในเกือบ ๆ ทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหนุ่มๆ สาวๆ "เชิญอิสราชัย"
ไม่ว่าจะเป็น ทางสายธาร ใต้เงาตะวัน ลับแลลายเมฆ บ้านร้อยดอกไม้ วาวพลอย ฯลฯ

ตอนแรกเลยที่รู้ถึงทีมาของนิยายเรื่องนี้ ว่าเป็นเรื่องของคุณป้าใหญ่ในวัยสาว
ส่วนตัวแอบมโนล่วงหน้าว่า...เอ๋...มันจะสนุกเหรอ ในเมื่อเรารู้เสียแล้วว่านางเอกของเรื่องเป็นสาวโสดโดดเดี่ยว
ที่ทั้งเก่งกล้าสามารถ ทั้งเข้มแข็งเด็ดเดี่ยวออกปานนั้น...
คงไม่ใช่นิยายรักหวานไหว ไร้โรแมนติกเป็นแน่
เลยยังคงรั้งรอ ไม่ได้อ่านทันทีที่ได้หนังสือมา...

แต่พอได้อ่านรีวิวจากนักอ่านบางท่านบางคนเข้า มีแต่คนบอกสนุกมากกกก...
ทำเอาอดใจไม่ไหว ต้องลัดคิวกองดองทั้งหลายหยิบมาอ่าน

แล้วก็ต้องเห็นด้วยกับรีวิวเหล่านั้น...

ในเรื่องนี้ เราจะได้ทำความรู้จักกับคุณป้าใหญ่ในแง่มุมที่ลึกซึ้งลงไป...
ว่าพื้นฐานชีวิต เธอได้รับการเลี้ยงดู การหล่อหลอมกล่อมเกลามาเช่นไร
ที่ทำให้เธอเติบใหญ่ กล้าแกร่ง ทั้งเฉลียวฉลาดเฉียบคมได้เช่นนี้

ผู้เขียนยังคงชัดเจนในเรื่องของการวางโครงเรื่องที่แข็งแรงเฉียบขาด
และการดำเนินเรื่องตามโครงเรื่องนั้นอย่างกระชับ
ฉับไว แต่ก็เข้มข้นเร้าใจ ชวนให้ติดตาม
เรื่องราวชวนลุ้นจนอ่านกันแบบ...ไม่จบไม่วางเลยทีเดียวเชียว

การสร้างสรรค์ตัวละคร และความสัมพันธ์โยงใยซึ่งกันและกันล้วนมีที่มาที่ไปชัดเจน

ทุกเหตุการณ์ ทุกการกระทำที่เกิดขึ้น แม้จะดูเหมือนเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ
ต่างเชื่อมโยงเป็นองค์ประกอบสำคัญต่อปมหลักๆของเรื่อง
แบบสอดรับกันได้เป็นเปลาะ ๆ ไปเลยทีเดียว
ทั้งสมเหตุสมผล และสมจริงสมจังไปเสียทั้งหมด

ชอบมากกกก...
อ่านจบแล้วหยิบมาเล่าขาน ชวนอ่านกันค่ะ









 

Create Date : 08 กุมภาพันธ์ 2559    
Last Update : 8 กุมภาพันธ์ 2559 15:57:24 น.
Counter : 1548 Pageviews.  

~ เมรีในร้านหนังสือ : เรื่องรักเนิบนาบ จากนักเขียนสุดแนว "อุรุดา โควินทฺ" ~





เมรีในร้านหนังสือ
ผู้เขียน : อุรุดา โควินท์
สนพ.เพื่อนดี/พิมพ์(ก.ย. 58)
324 หน้า ราคา 230 บาท


บางส่วนจากคำนำสำนักพิมพ์


หนังสือเล่มนี้ทำให้เรารู้จักผู้หญิงคนหนึ่ง หมาตัวหนึ่ง
คนหลายคนที่รักเธอ ครอบครัวที่มีส่วนผลักดันให้เธอสร้างโลกใบงามขึ้นไว้
ภายในโลกนั้นมีตัวตน ความคิด มีมุมสงบเล็ก ๆ
ที่เธอห่อหุ้มมันไว้ด้วยวัตถุกันกระแทก
คือ...หัวใจอันแข็งแกร่งของตัวเอง






เกริ่นก่อน...
ได้ยินชื่อเสียงของนักเขียนสุดติสท์นามนี้มาสักระยะหนึ่งแล้ว
แต่ยังไม่เคยมีโอกาสได้ลิ้มลองผลงานของเธอเสียที
มาเล่มนี้ โชคดีได้รับเป็นรางวัลจากคุณมุลิลาวิฬาร์มาเลศจากการเข้าร่วมเกมบิงโกในห้องภารกิจพิชิตกองดองรอบที่แล้ว
รู้สึกเป็นปลื้ม รู้สึกขอบคุณมาก ๆ เพราะแค่เห็นชื่อเรื่องก็จุดประกายความสนใจขึ้นมาทันที
ยิ่งได้เห็นภาพปก ที่มีเจ้าขนทองนอนยิ้มอยู่หน้าประตูร้านหนังสือ
ก็ยิ่งรู้สึกตกหลุมรักหนังสือเล่มนี้ตั้งแต่ยังไม่ได้เปิดอ่านเลยทีเดียว





นิยายเล่มนี้เป็นเรื่องราวความรัก ความสัมพันธ์อันเนิบเนือย
ทว่านุ่มละมุน อบอุ่นหัวใจ
ในโลกใบเล็ก ๆ ของหญิงสาวอารมณ์มั่นคงหากซับซ้อนผู้หนึ่ง

ระกา คือชื่อของเธอ เธอเป็นนักอ่าน แล้วก็ผันตัวมาเป็นเจ้าของร้านหนังสือเล็ก ๆ เงียบ ๆ ร้านหนึ่ง
ร้านหนังสือที่กลายเป็นโลกทั้งใบของเธอ...
ที่เธอฝากฝังทั้งชีวิตจิตใจ ทั้งความรักความหวังและความฝันใฝ่ไว้ในโลกใบนี้
เธอคัดกรองผู้คนที่จะเข้ามาสู่โลกของเธอด้วยหนังสือที่เขาอ่าน

ทั้งยังมีตัวช่วยสำคัญในการคัดสรร...นั่นก็คือเมรี เจ้าขนทองจอมซนแต่ขี้อ้อนเหลือหลาย
ที่จับพลัดจับผลูมาเป็นสมาชิกระดับวีไอพีในโลกของระกา

ร้านหนังสือของระกาอยู่ไม่ไกลบ้าน เพราะเธอมีหน้าที่ต้องดูแลแม่...
ผู้ไม่ค่อยชื่นชมและเข้าไม่ถึงในวิถีการดำเนินชีวิตของระกาสักเท่าไหร่
แม่รักเมรี แต่บางครั้งเมรีก็กลายเป็นที่ระบายอารมณ์ให้แม่
ในยามที่ถูกระกาขัดใจ หรือไม่ได้ดังใจในบางสิ่งบางอย่าง
ระกาจึงมักพาเมรีไปอยู่ที่ร้านหนังสือเป็นประจำ
ในช่วงแรก ๆ ระกามีมรกตคอยช่วยดูแลร้านบ้าง...
มรกตเป็นคนรักของเธอที่คบหากันมาตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย
เขาใฝ่ฝันอยากสร้างครอบครัวกับเธอ มีลูกเล็ก ๆ ด้วยกัน
แต่ระกาไม่อยากมีลูก เธอไม่คิดว่าเธอจะสามารถป็นแม่คนได้
นั่นจึงทำให้ความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ยังคงอืดเอื่อยคาราคาซัง...
แล้ววันหนึ่งมรกตก็จากไป...
ระกาเศร้า แต่เธอก็เข้าใจ...เธอมีหนังสือ มีร้าน และเธอมีเมรี...เท่านี้เธอก็มีความสุขแล้ว
แต่วันหนึ่ง เมรีก็พาความรักครั้งใหม่มาสู่เธอ...
เขาเป็นชายหนุ่มที่รักเมรีพอ ๆ กับระกา และเมรีก็แสดงออกชัดเจนว่ารักเขา
แต่ที่สำคัญ...เขามีคนรักแล้ว...เด็กสาววัยใสที่เขารักเธอมากมาย...
และครั้งหนึ่ง เขาเคยทอดทิ้งเมรีเพื่อคนรักคนนี้ของเขามาแล้ว

ระกาบอกเล่าเรื่องราวความรักครั้งใหม่ที่เหมือนจะเป็นความรักที่เป็นไปไม่ได้ของเธอ
ให้กับนักเขียนคนโปรดของเธอผ่านอีเมล์ที่ไม่ได้กดส่ง...
เพียงเพื่อต้องการระบายสิ่งที่อยู่ในใจ...เธอไม่คิดจะยื้อแย่งครอบครอง ขอเพียงได้รัก็เพียงพอ

แต่แล้ววันหนึ่ง เขาก็เป็นอิสระ...
ในขณะที่คนรักเก่าของเธอหวนกลับมา






นิยายรักเนิบเนือย แต่ทว่าดึงดูด อ่านแล้วดำดิ่งลึกซึ้งไปกับเรื่องราวแบบ...อินมาก
รู้สึกเคลิ้มคล้อย มีส่วนร่วมไปกับทุกเรื่องราวทีคนเขียนเขาถ่ายทอดออกมา

อ่านแล้วมันรู้สึกราวกับว่าคนเขียนเขาช่างรู้จักคนอ่านดีเหลือเกิน
โดยเฉพาะส่วนตัว หลายแง่มุมในชีวิตของระกามันช่างพ้องพานกับตัวเองนัก

เริ่มตั้งแต่ความหลงใหลในโลกแห่งตัวหนังสือ
มีหนังสือหลากหลายเล่มที่ระกาอ่านเหมือนเราและนำมากล่าวถึงในนิยาย
อย่างหนังสือของแซงเต็ก ซูเปรี เอมี่ ตัน...
ที่สำคัญ ระกาเป็นปลื้มกับตัวหนังสือของสุริยฉัตร ชัยมงคลเหมือนเราด้วย

เธอยังแนะนำให้เรารู้จักนักเขียนและหนังสือใหม่ ๆ อีกหลายคนหลายเล่ม
ทีเพียงอ่านข้อความที่เธอกล่าวขวัญถึงเราก็แทบจะลุกโลดไปเสาะหามาอ่านตามแล้ว

ตัวละครทุกตัวในเรื่องมีความสมจริงมาก ทุกคนมีที่มาที่ไปอันสมเหตุสมผล
ซื่อสัตย์และจริงใจต่อความรู้สึกและความต้องการของตัวเอง...

รวมกระทั่งเมรี

ระกาดำเนินชีวิตอย่างเนิบช้า ทว่ามั่นคงในทางเดินของตัวเอง
หากบางครั้ง...เธอก็หวั่นไหวในแง่ของความสัมพันธ์อันขัดแย้งกับคนใกล้ตัว...
กับแม่ กับน้อง หรือกับคนรัก

(จุดนี้แหละที่รู้สึกว่าช่างบังเอิญสอดคล้องพ้องพานกับชีวิตคนอ่านอย่างเรามาก ๆ
มากจนราวกับว่าคนเขียนได้แอบหยิบเอาเรื่องราวส่วนตัวของเราไปต่อยอดกระนั้น...
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแม่ เรื่องน้อง เรื่องหมา ฯลฯ มันคุ้น ๆ คล้าย ๆ
จนเผลอมโนไปเองค่ะ แหะ ๆ )

ระกาเป็นหญิงสาวอารมณ์ศิลป์ที่อินดี้มาก ๆ
เธอพอใจที่จะเก็บตัวอยู่ในโลกใบเล็กของเธอ กับหนังสือเล่มโปรดและเมรี...
แต่เมื่อเธอพร้อม เธอก็สามารถเปิดใจ
เปิดโลกของเธอรับคนที่เธอแน่ใจว่าใช่สำหรับเธอให้เข้ามาสู่โลกภายในของเธอได้ง่าย ๆ
อย่างไม่ต้องมีพิธีรีตองหรือเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น...

**********

สรุป...ความรู้สึกหลังอ่านจบอย่างสั้น ๆ ได้ว่า
ชอบค่ะ... ชอบมาก ๆ หลงรักเลยแหละ
จดชื่อนักเขียนแล้วกาดอกจันดวงโต ๆ ไว้ว่า
เห็นผลงานที่ไหนต้องคว้ามาอ่านโดยไวค่ะ











 

Create Date : 04 กุมภาพันธ์ 2559    
Last Update : 5 กุมภาพันธ์ 2559 13:24:29 น.
Counter : 1637 Pageviews.  

~ รสรักปักอุรา : รสแห่งอักษราอันปักใจ โดย กฤษณา อโศกสิน ~





รสรักปักอุรา
ผู้เขียน : กฤษณา อโศกสิน
สนพ.ศรีสารา/พิมพ์ (ครั้งที่ 1, 2553)
754 หน้า / ราคา 480 บาท


คำโปรยจากปกหลัง


การประหัตประหารห้ำหั่นอันน่าสยดสยอง คือภาพ
แห่งความเป็นจริงที่ช่วยปลุกความไม่ไว้วางใจในกิเลสมนุษย์
ให้ตื่นขึ้น เพื่อได้รู้ว่ารสรักและรสชังที่ถึงขีดอันตราย
คือชนวนแห่งมหาสงคราม

เมื่อมาถึงนาทีนี้ นาทีที่ได้พบกับความอาฆาตเกลียดโกรธ
ของมนุษย์ว่าโหดเหี้ยมเพียงไร มฤคีจึงตั้งใจ
จะห่างไกลจากรสชังให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
รับไว้แต่รสรัก


(บางส่วนจากบทเกริ่นนำ โดย ปารเมศ ญาณารณพ - ผู้วาดภาพประกอบ)

หนึ่งในความทุกข์คือความรัก แต่เป็นความทุกข์ที่นิยมแพร่หลายในทุกชนชั้นเชื้อชาติ
เพราะจะหาสุขใดในโลกลึกซึ้งบริสุทธิ์เท่าความสุขอันบังเกิดจากความรักนั้นยากยิ่ง
ทั้งยังเชื่อมโยงถึงกัน ผูกพันตรึงเป็นรสแห่งรักอย่างวิจิตรพิสดารในใจ






หลังอ่าน...
นวนิยายเล่มหนาหนัก...บอกเล่าถึงความสัมพันธ์และความผูกพันของคนสองรุ่น สองวัย
ที่พัวพันเชื่อมโยง เป็นเหตุเป็นผลต่อกัน ก่อเป็นเรื่องราวความรักอันลึกล้ำฝังใจ

เริ่มต้นตั้งแต่อุบากอง...ชายหนุ่มวัยใกล้สามสิบผู้ผูกพันกับของเก่าเก็บโบราณมาแต่เล็กแต่น้อย ด้วยคุณตาที่เป็นนักสะสมของเก่า ประกอบกับความที่คุณอุรามารดาของเขามีชีวิตที่จ่อมจมอยู่กับอดีตจนไม่ได้สนใจเอาใจใส่เขาเท่าที่ควร และพ่อของเขาก็ได้แยกทางกับแม่ตั้งแต่เขายังเล็ก ๆ ทำให้เขาต้องอาศัยหนังสือเป็นเครื่องหล่อหลอมกล่อมเกลาตนเอง...
ได้ไปพบกับหนังสือเก่าล้ำค่า แล้วสะดุดใจในลายเซ็นของเจ้าของเดิม...ม.สุรกัณ...
และในเวลาใกล้เคียงกัน เขาก็ได้รู้จักกับมฤคี สุรกัณ ลูกสาวของเจ้าของลายเซ็นนั้น
ผ่านล่องหล้า ลูกผู้น้องของเขาที่กำลังติดพันหญิงสาวอยู่...
มฤคีมีท่าทีผูกพันลึกซึ้งต่อหนังสือเก่าของพ่อ ก่อเกิดเป็นเยื่อใยบางๆ ระหว่างเธอกับชายหนุ่มโดยไม่รู้ตัว

ยิ่งไปกว่านั้น...เมื่ออุบากองนำหนังสือเล่มนั้นมามอบให้คุณอุรา แม่ของเขาดู
เขาก็พบว่าแม่...ผู้เคยมีท่าทีรังเกียจเขาด้วยความเจ็บช้ำน้ำใจที่มีต่อพ่อ
ก็เริ่มมีท่าทีที่เปลี่ยนแปลงไป เธอเริ่มเปิดใจ เปิดเผยเรื่องราวความรักความหลังของเธอให้เขาได้รับรู้
ทั้งพลอยเชื่อมโยงไปถึงมฤคี ลูกสาวของชายที่เธอเคยรักฝังใจ
จนพานให้ไม่อาจรักสามีที่ถูกจับคลุมถุงชนได้เลย
แถมยังรังเกียจกิริยาหยาบหยามที่เขากระทำต่อเธอในคืนแต่งงาน...
จนนำมาซึ่งการหย่าร้างในเวลาต่อมา...

จากที่เคยรักพ่อสุดจิตสุดใจมาก่อน เมื่อมาพบลูกสาวที่ละม้ายเหมือนเขา
คุณอุราก็ถ่ายทอดความรักนั้นมาสู่หญิงสาวอย่างเต็มที่เช่นกัน





อุบากองจะพยายามหลีกเลี่ยงที่จะดึงมฤคีมาพัวพันกับมารดา
ด้วยเกรงใจล่องหล้า นายแบบหนุ่มรูปงาม ลูกผู้น้องที่มีปมชีวิต
เนื่องจากแม่ของเขาถูกผู้เป็นพ่อผลาญเงินมรดกจนหมดสิ้นแล้วตายจากไป
ทำให้แม่ต้องมาพึ่งพาพี่สาวซึ่งเป็นแม่ของอุบากองอยู่เนือง ๆ
ทำให้ล่องหล้าเกิดอาการคับแค้นใจ แม้ภายนอกเขาจะสนิทสมกับอุบากอง
แต่ก็มีความอิจฉาแฝงลึกอยู่ในใจ แล้วมาปรากฏชัดขึ้นเมื่อมาเกี่ยวข้องกับมฤคี หญิงสาวที่เขาพึงใจ

มฤคีเป็นหญิงสาวที่มองโลกในแง่ดี แม้เธอจะสูญเสียแม่และพ่อไปตั้งแต่ยังเล็ก ๆ
เธอมีแม่เลี้ยงที่ไม่ได้สนิทสนมกันมากนัก แม้จะไม่ได้มีอะไรขัดเคืองใจต่อกัน
เพราะหลังจากพ่อตายตั้งแต่เธอยังเด็กมาก เธอก็เดินทางไปอยู่กับป้าที่เมืองนอก

มฤคีรู้สึกไม่พอใจที่แม่เลี้ยงขายหนังสือเก่าของพ่อไปทั้งๆ ที่ก่อนหน้าเธอเคยขอไว้แต่หล่อนไม่ยอมให้
ซ้ำร้าย ตอนนี้หล่อนกำลังจะขายบ้านหลังใหญ่ของพ่อ แล้วจะให้ส่วนแบ่งแก่เธอเพียงหนึ่งในสี่ และตั้งราคาบ้านไว้สูงลิบ

คุณอุราคิดช่วยมฤคี จึงหาเงินมาซื้อบ้านของพ่อเธอไว้
และนั่นก็กลายเป็นชนวนความแค้นของแสงใจ แม่เลี้ยงของมฤคีที่มีต่อคุณอุราทั้ง ๆ ที่ยังไม่เคยเจอตัว
เพียงเคยอ่านจดหมายโต้ตอบระหว่างคู่รักที่รักกันมั่นคงเท่านั้น...

ทั้งรสรักรสชังที่ฝังใจ สามารถก่อเกิดเป็นแรงอาฆาตพยาบาทอันแรงกล้าในคนคนหนึ่ง จนอาจจะก่อกรรมทำเข็ญได้ทุกอย่างหากไร้สติ
ในขณะเดียวกันก็สามารถสร้างสำนึกและการตระหนักรู้ถึงพลังแห่งรสรักรสชังนั้นกับใคร ๆ อีกหลายคน ...
เช่นมฤคี...

'...เมื่อมาถึงนาทีนี้ นาทีที่ได้พบกับความอาฆาตเกลียดโกรธ
ของมนุษย์ว่าโหดเหี้ยมเพียงไร มฤคีจึงตั้งใจ
จะห่างไกลจากรสชังให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
รับไว้แต่รสรัก '






ยิ่งเล่าจะยิ่งยาว แต่บอกได้เลยว่าเป็นหนังสือที่แนะนำอย่างแรง
สำหรับคอนิยายรักแนวหนักหน่วง ถ่วงอารณ์ให้ดิ่งลึกทั้งหลาย

พล็อตไม่ได้แปลกแหวกแนวจากนิยายรักแบบโบราณสักเท่าไหร่...
ความโยงใยเกี่ยวพันของตัวละครที่ซับซ้อน
ก็ดูเหมือนจะเป็นความบังเอิญที่เกินเชื่ออยู่สักนิด
แต่ด้วยการดำเนินเรื่อง ลีลาการเล่าเรื่อง ตลอดจนสำนวนภาษาที่เปี่ยมด้วยรสแห่งวรรณศิลป์
และความเข้าอกเข้าใจในชีวิตมนุษย์ของผู้เขียนนั่นต่างหาก
ที่ดึงดูดคนอ่านให้ติดตรึงอยู่กับตัวหนังสือในเล่มที่มีความหนากว่าเจ็ดร้อยหน้าได้อย่าง...
ปักจิตปักใจ...
กระทั่งอ่านจบแล้ว ความรู้สึกอิ่มเอมก็ยังคงกำซาบอาบอวลอยู่ในความรู้สึกมิรู้เลือน





มีสำนวนชวนประทับใจ อ่านแล้วมันจึ๊ก! เหมือนถูกเข็มทิ่มทะลุทะลวงใจ
ขอหยิบยกมาประกอบคำบอกเล่าถึงนิยายเรื่องนี้สักบางบทบางตอนค่ะ

............

เมื่อบางครั้งบางคราวที่คุณอุราอยากจะแสดงความอ่อนโยนต่อบุตรชาย...

" 'ขยะ'ในใจฤทธิ์เดชมากกว่า ข่มความเป็นมารดา ทำลายความเมตตา
ตัดรอนความผูกพันทางสายเลือด จนเหลือเพียงเส้นใยบาง ๆ
เป็นเส้นใยที่แม้เพียงนำมาทอเป็นผ้าพันคอผืนเล็กสักผืนหนึ่งก็ยังไม่พอ"


..............

เมื่อคุณอุราได้รับหนังสือของชายอันเป็นที่รักมากอดไว้กับอก...

"...หัวใจอันฟกระบมเพราะผิดหวังอย่างแรงร้ายก็ราวได้รับการเยียวยา...
เกิดความลี้ลับมหัศจรรย์ที่บรรยายไม่ได้แน่ว่าคือฉันใด
...ระหว่างวิญญาณมนุษย์กับวิญญาณหนังสือ...
แม้ยังตอบมิได้ แต่ที่แน่ ๆ ก็คือหนังสือเก่าสูงศักดิ์มักมีวิญญาณ
ครั้นแล้วจะเดินทางมาหาผู้ที่รักและผูกพันในตัวอักษรอย่างแท้จริงเท่านั้น"



............


ตอนที่พ่อของอุบากองเล่าให้เขาฟังถึงความรักความหลังของตนเอง
กับสาวน้อยวัยสิบห้าในอดีต...

"...พ่อของเขาเต็มไปด้วยรสชาติสีสันไม่ซ้ำกัน...ตลอดแต่ละวันของชีวิต
...ชายหนุ่มเพิ่งรู้สึกเดี๋ยวนี้เองว่า เพราะเหตุใดเขาจึงไม่ค่อยสร้อยเศร้าเหงาลึกเท่าที่ควรจะเป็นไป ก็เพราะเขายังมีบิดาผู้สร้างสารพัดสีให้เขาได้ทุกนาทีที่ขาดไร้นั่นเอง
...หัวใจคนก็คือท่อระบายน้ำออกและสูบน้ำเข้าไม่ผิดไปจากท่อน้ำในบ้านสักเท่าไหร่...สัจธรรมแอบแฝงอยู่ใเครื่องมือเครื่องใช้ซ่อนอยู่ในกลไกทุกประเภทที่มนุษย์ต้องเกียวพัน"

"ทั้งพ่อและแม่มีเงาแห่งความรักแผ่คลุม...
เป็นเงาจากอดีตแห่งรักแท้ที่ผู้คนสมัยนี้ไม่แน่ใจ ไม่เคยแน่ใจว่าคำคำนี้ยังมีอยู่"


.............

ความเข้าอกเข้าใจของคุณอุราที่มีต่อแสงใจ อดีตภรรยาคนที่สองของชายที่เธอรัก

"...ความแค้นแสนทวีกำเริบขึ้นในอกของแสงใจ...คุณอุรารู้ได้เป็นอย่างดี ด้วยว่ารสชาติเช่นนี้เคยกำแหงแฝงฝังอยู่ในใจเธอมาตลอดสี่สิบปีชีวิตกลายเป็นสมรภูมิแห่งรักที่สุดและแค้นที่แสบในสองชายจนแต่ละวันผ่านไปกับความฟูมฟายไม่เว้นว่าง...ทั้ง ๆ ที่คนหนึ่งก็ตายไป อีกคนก็กร่างเก๋กับแต่ละวันของเขาไม่ไยดีกับความเศร้าของผู้ใดถ้าโง่...ก็ก้มหน้าก้มตาโง่ไปเขาคงเย้ยเยาะไยไพเช่นนี้...
แต่เธอก็อยู่กับความโง่อย่างเต็มใจ ดื่มรสความอาลัยอย่างใคร่ดื่ม แต่ลืมรสแห่งความแค้นไม่เคยได้..."


โอ้ววว...ตอนนี้มันจี๊ดในใจอย่างเสียดแทงสุด ๆ

.............

สรุปเลยแล้วกันค่ะว่า...
ชวนอ่านอย่างแรง!













 

Create Date : 15 มกราคม 2559    
Last Update : 15 มกราคม 2559 12:17:57 น.
Counter : 1226 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  

BlogGang Popular Award#14


 
แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 181 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs

~ให้รักระบายใจ/"ณกันต์"เขียน ~

~ผมกลายเป็นแมว/Abandoned/Paul Gallico เขียน(ภูธนิน แปล) ~

~พ่อค้าซ่อนกลรัก & หมอปีศาจแสนรัก/"หูเตี๋ย" เขียน(Wisnu แปล) ~

~อาจารย์ยอดรัก/"หูเตี๋ย" เขียน(Wisnu แปล) ~

~จอมโจรพยศรัก/"หูเตี๋ย" เขียน(Wisnu แปล) ~

~ฉันไม่ชอบทั้งโลก ฉันชอบแค่เธอคนเดียว/"เฉียวยี" เขียน(ภิรมณ ประพฤติประยูร/แปล) ~

~อลวนกลสลับร่าง/"เจ๋อมู่" เขียน(เสี่ยวหวา/แปล) ~

~ โลกที่รัก/ Dear World/"Bana Alabed/บานา อัลอาเบด" เขียน ~

~ นางทิพย์/"แก้วเก้า" เขียน ~


สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.