'หัวใจ๋ข้า หัวใจ๋เจ้า ห้อยอยู่เก๊าเดียวกั๋น' *
*คลิกเพื่ออ่านคำแปลเจ้า :)

~เงื่อนหัวใจในคิมหันต์ :ไฟแค้นที่ดับได้ด้วยไฟรัก โดย "ลินิน" ~





เงื่อนหัวใจในคิมหันต์
ผู้เขียน : ลินิน
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ ( พ.ค.2558)
306 หน้า ราคา 265 บาท


โปรยปก :


เขาคือผู้สร้างบาดแผลใจ เธอจึงกลับมพร้อมไฟแค้น
บางรอยอดีตเสมือนจุดด่างดำเล็กๆ บนผ้าขาวผืนกว้าง
ถึงแม้จะฝังคราบลึก แน่นหนั่น ยากจะเกลี่ยกลบลบเลือน
ทว่าเพียงรอยเล็กๆ ในทางตรงกันข้าม ยังมีที่ว่างขาวสะอาดให้เลือกมองอีกมากบนผืนผ้านั้น
ดั่งเช่นเส้นทางความรักของ ปนัสนา และ คริษฐ์

ปนัสนา หญิงสาวผู้เคยมองโลกของความรักเป็นสีชมพู
ความเจ็บช้ำที่ถูกชายคนเดียวอันเป็นที่รักทิ้งให้เธอต้องเผชิญชะตากรรมเพียงลำพัง
ทำให้หญิงสาวไม่มีหัวใจไว้เพื่อรักใคร
และเมื่อได้เจอกับเขาอีกครั้ง เธอคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เขาควรจะได้รู้บ้าง
ว่าความเจ็บปวดที่ถูกทรยศหักหลังนั้นเป็นอย่างไร

คริษฐ์ ต้องจมอยู่กับความรู้สึกผิด
เมื่อครั้งหนึ่งเขาเคยทิ้งผู้หญิงคนหนึ่งไปเหมือนคนเห็นแก่ตัว
เขาหายจากชีวิตเธอใน คืนนั้น ไร้แม้คำกล่าวลาใดๆ
โดยไม่รู้ว่าตราบาปที่เขาฝากไว้ ได้ทำลายอนาคตที่กำลังสดใสของเธอไปแล้วจนหมดสิ้น
ทว่าหกปีให้หลัง รอยอดีตในครั้งนั้นจะตามกลับมาทวงแค้น






หลังอ่าน...
โรแมนติก ดราม่าที่พล็อตค่อนข้างคุ้นชินมาก แหะ ๆ
พระเอกนางเอกพบรักกันในวัยใส พลั้งพลาดมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง
แล้วมีเหตุให้ต้องพลัดพรากจากกันโดยไม่ทันร่ำลา...

ฝ่ายหญิงท้อง เข้าใจว่าฝ่ายชายตีจาก...จึงซมซานกลับบ้าน
สารภาพความผิดพลาดกับผู้เป็นแม่ที่พร้อมให้อภัย
เธอคิดจะเอาเด็กออกแต่เปลี่ยนใจในนาทีสุดท้าย
ทว่าก็ไม่ทันการเมื่อเธอประสบอุบัติเหตุและต้องสูญเสียลูกในท้องจนได้

แล้วเธอก็ฝืนหยัดยืนขึ้นอีกครั้ง เปลี่ยนเส้นทางเดินใหม่ จนเรียนจบ เป็นเภสัชกรได้สำเร็จ
เธอไปสมัครเข้าทำงานในบริษัทผลิตยาขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง
ซึ่งเสนอให้เธอแฝงตัวเข้าไปทำงานในบริษัทยาคู่แข่ง
เพื่อลักลอบนำข้อมูลของบริษัทนั้นมาให้เขา
เบื้องแรกเธอปฏิเสธ แต่เมื่อเธอได้รู้ว่าใครเป็นเจ้าของบริษัทคู่แข่งนั้นเธอก็เปลี่ยนใจ...
เธอมองเห็นช่องทางในการแก้แค้นผู้ชายคนที่เคยย่ำยีเธอเมื่อหกปีก่อนแล้ว
เพราะบริษัทยาแห่งนั้นเป็นของเขา...คริษฐ์นั่นเอง

และยิ่งไปกว่านั้น ในบริษัทนั้นยังมีคนอีกคนหนึ่งที่เคยสร้างบาดแผลในใจให้เธอไม่น้อยไปกว่าคริษฐ์
นั่นก็คือนายพินิจ ผู้จัดการฝ่ายบุคคล...พ่อผู้ให้กำเนิดของเธอ
แต่ทอดทิ้งเธอกับแม่ไปมีครอบครัวใหม่ตั้งแต่เธออายุเพียงสิบขวบ
เธอเฝ้ามองความเจ็บปวดของแม่ และฝังจำจนกลายเป็นความแค้น...

และนั่นยิ่งตอกย้ำความมั่นใจให้แก่เธอในสิ่งที่เธอตัดสินใจ...

..............

อ่านสนุกดีค่ะ ผู้เขียนสามารถต่อยอดพล็อตซ้ำๆได้น่าสนใจทีเดียว
มีรายละเอียดของการทำงานทำการที่สมจริง
รวมทั้งปมแค้นของนางเอกก็สมเหตุสมผลดี
เพียงแต่...ไหงอ่าน ๆ ไป จากตอนแรกที่นางเอกคิดจะแก้แค้น
แต่ตอนหลัง ๆ มันกลับกลายเป็นนางเอกถูกรุมกระหน่ำซ้ำเติมเสียเอง
เหมือนกลัวจะเสียภาพลักษณ์นางเอกหรือไงนี่แหละ
ทำให้อยากจะร้ายก็ร้ายได้ไม่สุด...

และจากเดิม...งานนี้พระเอกน่าจะเป็นจำเลยสิ
แต่มาตอนหลัง...เรื่องราวมันพลิกผันตอนไหนก็ไม่รู้
เขากลับกลายเป็นคนคุมเกมอยู่เหนือนางเอกเฉยเลย

พ่อกับแม่นางเอกก็เหมือนกัน เจ็บแค้นเคืองโกรธกันอยู่เป็นสิบ ๆ ปี
บทจะดีกันก็เหมือนจะง๊าย-ง่าย...
ตรงนี้มันไม่ค่อยอินน่ะค่ะ

แต่โดยรวมถือว่าเขียนดีนะคะ ทั้งสำนวนภาษา ทั้งการดำเนินเรื่องที่กระชับฉับไว
มีการเล่าเรื่องย้อนอดีตที่ลื่นไหล เห็นภาพได้ชัดเจน...

อ่านจบแล้วหยิบมาชวนอ่านกันวันนี้ค่ะ











 

Create Date : 24 พฤศจิกายน 2558    
Last Update : 24 พฤศจิกายน 2558 15:26:28 น.
Counter : 906 Pageviews.  

~ IF...ถ้าหากฉันรัก : เมื่อคนแปลกแยกสองคนมาพบกัน...โดย "เมเปิ้ลสีขาว" ~





IF...ถ้าหากฉันรัก
ผู้เขียน : เมเปิ้ลสีขาว
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ(ก.ค. ๒๕๕๘)
๓๖๗ หน้า ราคา ๒๖๕ บาท



โปรยปก :


เมื่อจังหวะชีวิตถุกลิขิตด้วยความรัก
เขาและเธอจึงต้องช่วยกันรักษามันเอาไว้ตราบนานเท่านาน...

พื้นที่หัวใจอันแหว่งเว้าที่รอเขาเป็นผู้เติมเต็ม
เมื่อรื่นฤดีกราฟฟิกดีไซน์เนอร์สาวผู้มีชีวิตสันโดษ สงบสุข
อยู่ตัวคนเดียวในบ้านหลังเล็ก และไม่ศรัทธาในความรัก
ต้องโคจรมารู้จัก แสงฉาย ชายหนุ่มลึกลับที่ปรากฎตัวขึ้น
พร้อมคำอ้างกรรมสิทธิ์ในบ้านที่เธอใช้อาศัย
ทั้งยังยื่นเงื่อนไขให้เธอทำตาม หากเธอไม่ยินยอม
ก็จงคืนบ้านให้แก่เขา และเก็บข้าวของใส่กระเป๋า
แล้วออกจากบ้านหลังนี้ไปโดยทันที!

แต่ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะจัดการปัญหาชีวิตอันปัจจุบันทันด่วนนี้
ก็เหมือนมีเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เพราะจู่ๆ พีระ บล็อกเกอร์หนุ่มชื่อดังเพื่อนสนิท
ก็ดันเข้ามาสารภาพรักเอาเสียดื้อๆ ทั้งที่เขากำลังจะแต่งงาน
ซ้ำร้ายเพื่อนชายยังพ่วงท้ายสาวโรคจิตที่หมายเอาชีวิตเธอมาด้วย
เพราะคิดว่าเธอคือมารหัวใจ!
จากชีวิตที่เคยเรียบง่ายกลับกลายเป็นความยุ่งเหยิง
เธอจะทำอย่างไรกับปัญหาหัวใจครั้งสำคัญ






คุยกันหลังอ่านค่ะ...
เป็นนิยายรักโรแมนติกที่ให้บรรยากาศหน่วง ๆ อึน ๆ ขณะอ่าน...
ด้วยเรื่องราว(ส่วนใหญ่)ถ่ายทอดผ่านอารมณ์และความรู้สึกของนางเอกแบบรื่นฤดี
ที่ค่อนข้างแปลกแยกและแตกต่าง...ในบางบริบท อาจจะถึงขั้นเรียกว่าขวางโลกเลยก็ได้

เธอไม่เชื่อ และไม่ศรัทธาในความรัก...
(เพราะเธอมีปมคาใจในเรื่องความรักความสัมพันธ์ของพ่อกับแม่)
เธอจ่อมจมอยู่กับตัวเอง กริ่งเกรงความสัมพันธ์
พยายามกันตัวเองออกจากเยื่อใยความผูกพันใด ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น
ไม่ว่าจะกับเพื่อนหญิงหรือชาย

อย่างพีระ เพื่อนหนุ่มที่เธอค่อนข้างสนิทที่สุด แถมทำงานร่วมกันอีกต่างหาก
(รื่นฤดีเป็นฟรีแลนซ์ที่พีระจ้างให้เขียนบล็อก ดูแลเว็บไซต์ให้)
ดูจากบทสนทนาหรือความเป็นมาของความสัมพันธ์ พวกเขาสนิทกันมาก
แต่รื่นฤดีก็สร้างกรอบ ก่อกำแพงหนาทึบกั้นกลางระหว่างเธอกับเขาไว้
พวกเขารับส่งงานทางอีเมล พูดคุยกันผ่านโทรศัพท์ เจอกันนับครั้งได้ในแต่ละปี
ซึ่งช่วงแรก ๆ พีระก็ดูเหมือนยอมรับความสัมพันธ์เช่นนี้ดีอยู่...
เพราะเขาเองก็มีคนรักที่คบหากันมาเนินนานพอควร...
ทว่า...ทันทีที่เขาตัดสินใจขอคนรักแต่งงาน...
เขาก็เริ่มตระหนักถึงความรู้สึกอันแท้จริงที่หยั่งรากลึกอยู่ในใจ





ปมนี้เป็นปมที่ยากปมหนึ่งของนิยาย...ที่ถ้าคนเขียนมือไม่ถึง
พีระจะกลายเป็นผู้ชายโลเลไม่เอาไหนเลยแหละ
เพราะกันทิชา คนรักของเขาก็เป็นหญิงสาวแสนสวยแสนดีคนหนึ่ง
และเธอก็ไม่ได้ทำอะไรผิดต่อเขาเลย...

แต่...คนเขียนเค้าก็เอาอยู่ค่ะ กับซีนบอกเลิกคนรักที่กำลังจะแต่งงานกันอยู่รอมร่อ
ไม่รู้สึกเกลียดผู้ชาย ออกจะเห็นใจด้วยซ้ำ

ส่วนพระเอกของเรา แสงฉาย หรือชื่อในภาษาญี่ปุ่นว่าคิระ...
ก็เป็นชายหนุ่มที่มีบุคลิกแปลกแยก แหวกแนวเช่นกัน...(แต่อาจจะน้อยกว่านางเอกนิดนึง)
เขาเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นที่มีแม่เป็นคนไทย...เขาเติบโตที่ญี่ปุ่น
แต่กลับเมืองไทยเพื่อดำเนินกิจการของครอบครัวที่นี่
แม่ได้ยกบ้านหลังหนึ่งให้เขา ซึ่งเขาได้พบในเวลาต่อมาว่า
ผู้หญิงคนที่ครอบครองบ้านของเขาอยู่ในขณะนี้มีอะไนบางอย่างที่ดึงดูดใจเขาเป็นพิเศษ

ดังนั้น แทนที่จะเรียกคืนบ้านที่ควรจะเป็นกรรมสิทธิ์ของเขา
เขากลับสร้างเงื่อนไขบางอย่าง(ที่เหมือนจะแปลก ๆ ในความรู้สึกของรื่นฤดี)
เพื่อผูกมัดเธอให้ต้องพัวพันอยู่ใกล้ ๆ เขาตลอดไป

นั่นเป็นปมที่เป็นพล็อตหลักของเรื่อง
แต่ในนิยายมีพล็อตรองที่...เอาเข้าจริงเรื่องราวกลับน่าสนใจ น่าลุ้นกว่าเรื่องของพระ-นางนี่เสียอีก
นั่นคือเรื่องของสาวโรคจิตที่หลงใหลในตัวพีระ
จนก่อเรื่องก่อราวมากมายกับผู้หญิงที่พีระให้ความสนใจ
โดยเฉพาะรื่นฤดี กับจรรยา...

จรรยาเป็นตัวละครที่ส่วนตัวชอบที่สุดในเรื่องค่ะ เธอเป็นเพื่อนร่วมบ้านของรื่นฤดี
เธอเป็นคนจริงใจ เปิดเผย ตรงไปตรงมาและ...ใสมาก
ซึ่งตรงกันข้ามกับรื่นฤดีแทบทุกอย่าง แต่พวกเขาก็อยู่ด้วยกันได้อย่างลงตัว
แถมจรรยายังเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ปมยุ่ง ๆ ในเรื่องคลี่คลายไปในทางทีดี

หลังจากอ่านผลงานของนามปากกานี้ไปเรื่องหนึ่ง ก่อนหน้านี้(รู้บ้างไหมว่าหัวใจมีรัก)
ก็ออกจะรู้สึกคุ้นเคยกับวิธีเล่าเรื่องกับสำนวนภาษาของเธอแล้ว ประมาณหนึ่ง
ซึ่งจะว่าไปถือว่าเป็นแนวที่ชอบนะคะ
ชอบการเล่าเรื่องผ่านกระแสความรู้สึกนึกคิดของตัวละครแบบนี้
แม้จะออกแนวบ่นพร่ำรำพึงรำพัน งึมงำๆ อยู่คนเดียวบ้าง
บางช่วงบางตอนก็ดูเหมือนจะตอกย้ำซ้ำซากไปสักนิดก็ตามทีเถอะ





สรุปสั้น ๆ เลยแล้วกันว่าอ่านแล้วค่อนข้างชอบแหละค่ะ
มีแง่มุมของความรักความสัมพันธ์ที่ร่วมสมัย อ่านแล้วเข้าใจได้ในเหตุและผล
และที่มาที่ไปในพฤติกรรมของตัวละคร
แม้จะไม่ถึงกับสนุกมากจนวางไม่ลง ไม่มีบทรักหวานไหวให้เคลิบเคลิ้ม
แต่ก็มีเสน่ห์ดึงดูดเล็ก ๆ ชวนให้ตามติด

ปอลอ. น่าเสียดายที่ในเรื่องมีคำผิดค่อนข้างเยอะ ทั้งในส่วนของการสะกดคำ
และการเรียบเรียงประโยค...

เช่น...

คำว่า...พีระฉีกยิ้มกว้าง...ในนิยายพิมพ์เป็น พีระฉีกยิ้มกว่า...(หน้า ๔๐)
คำว่าชุดส่าหรี พิมพ์เป็นชุดสาหรี่ (หน้า ๗๐)
คำว่าชั่วอึดใจ พิมพ์เป็น เชื่ออึดใจ (หน้า ๗๐)
คำว่า หนังอาร์ต พิมพ์เป็น หน้าอาร์ต(หน้า ๑๕๑)
คำว่า ซักรีด พิมพ์เป็น สักรีด (หน้า ๒๑๒)
ฯลฯ

ในส่วนของสำนวนภาษาที่อ่านแล้วสะดุด ๆ ก็เช่น...
หน้า ๓๕ ...แน่นอนว่าเขาไม่ได้อ่านภาษาญี่ปุ่นออกหรอก แต่ที่เขาอ่านมันตัวอักษรภาษาอังกฤษเล็ก ๆ ข้างใต้ต่างหาก...
พิมพ์ตกหรือเปล่า...มันน่าจะเป็น...
...แน่นอนว่าเขาไม่ได้อ่านภาษาญี่ปุ่นออกหรอก แต่ที่เขาอ่านมันคือตัวอักษรภาษาอังกฤษเล็ก ๆ ข้างใต้ต่างหาก...

หน้า ๔๒ อาการนี้บทเรียนแรก ๆ ที่ทำให้หญิงสาว...น่าจะเป็น...
อาการนี้เป็นบทเรียนแรก ๆ ที่ทำให้หญิงสาว...

หน้า ๖๕ ฉากพีระขอกันทิชา แฟนสาวแต่งงาน...

(กันทิชา)เดินตรงเข้ามาหอมแก้มพีระฟอดใหญ่
ไม่เพียงเท่านั้นเธอยังทิ้งตัวนั่งลงบนตัก พิงศีรษะลงบนอกกว้าง

อ่านแล้วมันสะดุดในแง่...เรามโนไม่ออกอ่ะว่า... ต่อให้เราตัวเล็กขนาดไหน
แต่ถ้าไปนั่งตักใครสักคนหนึ่งแล้วสามารถพิงศีรษะไว้กับอกเขาได้
แสดงว่าคนคนนั้นต้องตัวใหญ่มาก ๆ แล้วล่ะค่ะ...หรือไม่ก็
เราต้องประมาณเด็กหญิงสัก ๘-๑๐ ขวบนั่งตักพ่อ...ประมาณนั้น

ฯลฯ

ก็เป็นจุดเล็กจุดน้อยที่อาจจะพลาดกันได้
ติงเตือนกันไว้ตรงนี้เผื่อการแก้ไขปรับปรุงนะคะ

โดยรวมแล้วชอบ...ประมาณหนึ่งค่ะ เลยหยิบมาบอกเล่า ชวนอ่านกันในวันนี้








 

Create Date : 16 พฤศจิกายน 2558    
Last Update : 16 พฤศจิกายน 2558 15:43:37 น.
Counter : 933 Pageviews.  

~ หัวใจไร้พิกัด : เรื่องความรักไม่เกี่ยวกับตราชั่ง โดย 'วินนา' ~





หัวใจไร้พิกัด
ผู้เขียน : วินนา
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ
264 หน้า ราคา 245 บาท


โปรยปก



- - เรื่องหัวใจไม่เกี่ยวกับน้ำหนัก...
เรื่องความรักไม่เกี่ยวกับตราชั่ง - -

'กุนที' สาวอวบระยะสุดท้าย เธอมีงานที่ดี เจ้านายที่แสนประเสริฐ
ฐานะทางบ้านนั้นก็ไม่มีปัญหา ส่วนแฟนก็แสนจะหล่อเหลา...

ทว่าชีวิตแสนดีกลับต้องเปลี่ยนไป
เมื่อแฟนของเธอนอกใจไปมีแฟนใหม่ที่หุ่นดี เซ็กซี่ เร้าใจเสียได้

ด้วยความแค้นใจ! กุนทีจึงตัดสินใจลดน้ำหนัก...
ด้วยการอดอาหารแล้วออกกำลังกายอย่างหักโหม

แล้วโชคชะตาชักนำให้เธอไปพบ ‘นายหมีควาย’ ปากร้าย
เธอรู้สึก หมั่นไส้เขาเหลือเกิน ทว่าเขากลับเป็นคนช่วยเหลือเธออยู่ตลอด

เธอได้พบเขาอีกครั้งในรูปแบบหนุ่มหุ่นดี แม้จะยังตัวใหญ่เป็นหมี ก็ดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เขาไม่ได้หล่อดึงดูดใจเธอ...แต่วิธีที่เขาลดน้ำหนักนั่นต่างหากที่ดึงดูดใจ
แบบนี้แล้ว เธอจะยอมแพ้ได้อย่างไรกัน!






คุยกันหลังอ่าน
เป็นนิยายรักร่วมสมัยที่อ่านได้เพลิน ๆ ค่ะเรื่องนี้

มีพล็อตที่ค่อนข้างแหวกกระแสนิด ๆ...
นางเอกเป็นสาววัยทำงานที่ออกจะเอนจอยอีทติ้งอยู่สักหน่อย
จนทำให้มีรูปร่างอวบอ้วนเป็นพิเศษ
ส่วนพระเอกก็เป็นหนุ่มบิ๊กไซ้ส์จนนางเอกแอบเรียกแบบค่อนขอดว่า‘นายหมีควาย’

แต่การดำเนินเรื่องก็ไม่วายอิงแบบฉบับนิยายน้ำเน่า
ตรงที่ให้ทั้งคู่พบกันในสถานการณ์อันไม่พึงประสงค์นัก
ทำให้เกิดการเหม็นหน้ากันตั้งแต่แรกพบ...

เรื่องย่อ ๆ ก็ประมาณปกหลังนั่นเลยค่ะ
เริ่มเรื่อง ทั้งคู่ต่างก็มีคนรักที่คบหาดูใจกันอยู่
แต่ด้วยชะตาฟ้าลิขิต พวกเขาจึงต่างก็'ถูกทิ้ง'ด้วยเหตุผลที่ต่างกัน

เมื่อมาพบกันอีกครั้ง นายหมีควายกลายเป็นหนุ่มหุ่นดี...
(หลังจากอกหักจากเจ้าของร้านอาหาร และหมอสั่งห้ามของหวานทุกชนิดเนื่องจากโรคเบาหวาน ...)
ทำให้กุนทีออกจะทึ่ง ว่าเขาสามารถลดหุ่น ลดน้ำหนักได้ยังไงในระยะเวลาอันสั้น
จำเธอจะต้องยอมลดละทิฐิ โอนอ่อนเข้าหาเขาเพื่อขอสูตรเด็ดกลเม็ดเคล็ดลับที่ทำให้รูปร่างดี






ส่วนตัวคิดว่าก็อ่านได้เรื่อย ๆ น่ารักดีค่ะ
เหมือนคนเขียนจะพยายามทำให้เรื่องราวดูแปลกและแตกต่าง
เอาใจบรรดาหนุ่มสาวยุคใหม่ไซ้ส์ XXL ทั้งหลาย

สำนวนภาษาก็ค่อนข้างจะโอเคเลยค่ะ อ่านลื่นไหลไม่มีสะดุด

แต่ แต่...จะเสียดายอยู่นิด ๆ ก็ตรงที่ผู้เขียนเขาไม่ได้โฟกัส
เฉพาะประเด็นหลักที่ตัวเองต้องการนำเสนอสักเท่าไหร่
หากกลับกระจายเรื่องราวไปทั่ว ๆ แถมใส่รายละเอียดลงในประเด็นยิบย่อยแทบทุกเรื่อง
ไม่ว่าจะเรื่องของเจ้านาย กับเพื่อนร่วมงานของกุนที...
เรื่องของพี่ชายกับลลนา - เด็กใจแตกที่จู่ ๆ ก็โผล่เข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านด้วย
เรื่องของยายบัว สาวสวยประจำซอยที่ใคร ๆ ก็หลงใหล
เรื่องของแฟนเก่าพระเอก...เรื่องดราม่าของเพื่อนนางเอก
บลา บลา บลา...

เรื่องราวที่แทรกมามันเยอะและยุ่งขิง ทำให้ธีมหลัก(ตามชื่อเรื่อง)ไม่โดดเด่นเท่าที่ควร
และบทบาทของคู่พระ-นางก็เลยถูกกลืนไปในเรื่องราวของคนรอบข้างอย่างน่าเสียดาย

เคยอ่านผลงานของนักเขียนนามนี้มาสองเรื่องค่ะ ก็ชื่นชอบและติดตามอยู่
จุดเด่นประการหนึ่งในงานเขียนของเธอคือเรื่องของการเสริมสร้าง
ความสัมพันธ์อันอบอุ่นในครอบครัวค่ะ...
และในเรื่องนี้เธอก็ยังคงคอนเซ็ปต์เดิมของเธอไว้ได้ไม่ผิดเพี้ยน

นับเป็นนิยายแนวฟีลกู้ดอีกเรื่องที่อ่านแล้วสบายใจและรู้สึกดี
จนอยากจะแนะนำ ชักชวนให้คนอื่นได้อ่านตามค่ะ









 

Create Date : 29 ตุลาคม 2558    
Last Update : 29 ตุลาคม 2558 15:45:52 น.
Counter : 994 Pageviews.  

~รู้บ้างไหมว่าหัวใจมีรัก...กว่าจะรู้ตัว หัวใจก็ตกหลุมรักเสียแล้ว โดย 'เมเปิ้ลสีขาว' ~





รู้บ้างไหมว่าหัวใจมีรัก
ผู้เขียน : เมเปิ้ลสีขาว
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ (ก.ค. ๒๕๕๘)
๒๘๔ หน้า ราคา ๒๓๕ บาท


โปรยปกหลัง :


'มะลิ' สไตล์ลิสต์สาวสุดซึนแห่งทริปเปิลเอฟกัมปานี
ต้องเผชิญหน้ากับความซวยแบบสุดๆ
เมื่อพี่ชายแท้ๆ ทิ้งหนี้ร่วมสองล้านบาทไว้ให้แล้วชิ่งหนี!

แต่เคราะห์ร้ายของมะลิยังไม่หมดเพียงเท่านี้
เมื่อเธอต้องตกกระไดพลอยโจนรับหน้าที่เป็นผู้จัดการดาราจำเป็น
ให้กับ 'เอเชีย' พระเอกหนุ่มฮอตแห่งยุค
และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้น ที่ทำให้เธอต้องเจอกับเรื่องปวดหัวไม่หยุด
จนต้องหนีเตลิดไปหลบนักข่าวถึง ‘ไร่กานดาหวานใจ’ กับเขาสองต่อสอง

ทว่าท่ามกลางข่าวร้ายชุลมุน การได้ใกล้ชิดกับดาราหนุ่มก็ทำให้มะลิพบว่า
แม้เอเชียจะเรื่องมาก ปากร้าย และเอาแต่ใจสุดๆ
แต่เขาก็มีมุมอ่อนโยนที่ทำให้เธอเผลอใจบ่อยๆ

แต่กว่าจะรู้ตัว... มะลิก็กู่หัวใจตัวเองไม่กลับเสียแล้ว






เม้าท์มอยหลังอ่าน...
ผู้เขียนบอกไว้ในหน้าคำนำว่านิยายเรื่องนี้เป็นโรแมนติก-คอมเมดี้
แต่ส่วนตัวอ่านแล้วไม่ค่อยรู้สึกถึงความเป็นคอมเมดี้สักเท่าไหร่...
(จะว่าไปก็อาจจะพอมีอยู่บ้างในฝั่งของตัวร้าย ตัวอิจฉา...แหะ ๆ )
และยิ่งห่างไกลกับคำว่าโรแมนติกอยู่หลายขุม...

มันน่าจะเรียกว่านิยายชีวิตเสียมากกว่า...ไม่ใช่ชีวิตธรรมดาด้วยนะ
หากแต่เป็นชีวิตเส็งเคร็ง ตามทีนางเอกเธอเปรียบเปรยชีวิตของเธอไว้นั่นแหละ
แกมด้วยความชุลมุนวุ่นวายจนแทบจะหาความหวานหวามไม่เจอ

นางเอกชื่อ - นามสกุลไท้ยไทยว่านางสาวมะลิ พุดซ้อน
เธอทำงานเป็นสไตล์ลิสต์(ระดับปลายแถว)ของบริษัทผลิตสื่อบันเทิงแห่งหนึ่ง
ที่มีเอเชีย พระเอกสุดฮ็อตแห่งยุคเป็นดาราในสังกัด...

แม้จะอยู่ในบริษัทเดียวกัน ที่อาจจะมีโอกาสเป็นไปได้ที่ทังคู่จะเดินสวนกันบ้างในตึก
แต่ดูจากสายงาน และระดับความสำคัญแล้วพวกเขาไม่น่าจะโคจรมาเกี่ยวข้องพัวพันกันได้

เพราะถึงแม้เอเชียจะเป็นดารายอดนิยมที่อัธยาศัยดี มีมารยาท
แต่เบื้องหลังแล้ว เขาเป็นชายหนุ่มที่มั่นใจในตัวเองและเอาแต่ใจพอตัว
แถมโลกส่วนตัวสูงอีกต่างหาก...
เขาเข้าวงการมาห้าปี แต่เปลี่ยนผู้จัดการส่วนตัวไปถึงแปดคน

ทางฝั่งมะลิเอง เธอก็กำลังมีปัญหาหนี้สินรุมเร้า หนี้สินที่เธอไม่ได้ก่อ แต่ต้องรับผิดชอบ
ทำให้เธอหมกมุ่นอยู่แต่กับปัญหาของตัวเองจนแทบไม่มีเวลาไปสนใจใคร

แต่จู่ ๆ โชคชะตาก็เล่นตลกกับเธอ เมื่อเอเชียเกิดมีปัญหา
กับผู้จัดการส่วนตัวของเขาอย่างพี่ต้อม - - หนุ่มใหญ่ใจหญิง จนต้องมีการยกเลิกสัญญา
แล้วก็มีแอนนี่ บอสสายตรงของมะลิที่หลงใหลได้ปลื้มในตัวเอเชีย จ้องจะตะครุบตำแหน่งนี้
ทำให้เอเชียต้องใช้เล่ห์กลบางอย่าง จับมือมะลิให้เซ็นสัญญาเป็นผู้จัดการส่วนตัวของเขา
ในขณะที่เธอกำลังอยู่ในสภาวะสลึมสลือ กึ่งมึนเมา...

และนับแต่นั้นเป็นต้นมา ชีวิตของมะลิก็เปลี่ยนไป...
เธอกลายเป็นที่จับจ้องของสื่อ รวมถึงบรรดาแฟนคลับของพระเอกหนุ่ม
ประวัติชีวิตส่วนตัวของเธอถูกขุดคุ้ยกระจุยกระจาย...
ถูกตามล่า ตามไล่ และถูกแอนตี้ บลา บลา บลา...






พล็อตออกจะพื้น ๆ ง่าย ๆ เดาเรื่องราวได้ไม่ยาก
ด้วยเป็นเรื่องที่วนเวียนอยู่ในแวดวงบันเทิงที่เข้าถึงง่ายที่สุดในยุคโซเชียลเช่นนี้...

แต่คนอ่านก็อ่านได้สนุก เพลิน ๆ เพราะชอบวิธีการเล่าเรื่องกับสำนวนภาษาของคนเขียนค่ะ

เธอนำเสนอตัวละครออกมาทีละตัว ๆ
ให้ผู้อ่านได้ทำความรู้จักพวกเขาผ่านกระแสความรู้สึกนึกคิดของแต่ละคน
ผ่านการบ่นพร่ำรำพึงรำพันบ้าง ผ่านการประชดประเทียดเสียดสีบ้าง...
แล้วก็กระจายบทบาทให้ตัวละครหลักแทบทุกตัวอย่างสมสัดสมส่วน
ทำให้ตัวละครของเธอดูมีตัวมีตน น่าสนใจทุกตัว ไม่ว่าจะตัวร้ายตัวดี

สรุปว่าอ่านได้สนุกดีค่ะ
เสียดายก็แต่...อย่างที่เกริ่นไว้ตอนต้น ...
มีแต่เรื่องชุลมุนวุ่นวายเสียจนแทบจะหาบทรักหวาน ๆ ระหว่างคู่พระ-นางไม่เจอ
แม้จะมีฉากที่ให้พวกเขาได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง ในบรรยากาศที่เป็นใจ
แต่ก็เป็นไปด้วยอาการอึน ๆ ซึน ๆ ต่างคนต่างคิด แล้วหลงวนอยู่ในความคิดตัวเอง
กว่าจะรู้ตัวอีกที อ้าว...รักกันแล้ว (ตอนไหนอ่า...?)

แหม แต่เค้ามีแอบฟินบทพระเอกขี้หึงอยู่นา อิอิ

อ้อ ชอบมุกหักมุมตอนท้ายนะคะ...เล่าไม่ได้อ่ะ เดี๋ยวสปอยล์
แต่น่าจะเป็นมุกนี้กระมังที่ทำให้คนเขียนเค้าเรียกนิยายของเขาว่าเป็นโรแมนติก-คอมเมดี้
เพราะตอนอ่านเจอจุดนี้เรามีแอบอมยิ้มน้อย ๆ ด้วยแหละ

อ่านจบแล้ว หยิบมาบอกเล่าชวนอ่านกันวันนี้ค่า








 

Create Date : 28 ตุลาคม 2558    
Last Update : 28 ตุลาคม 2558 15:46:31 น.
Counter : 812 Pageviews.  

~กุสาวดี...แผ่นดินนี้ยังมีรัก : นิยายรางวัลชมเชยจากคณะกรรมการพัฒนาหนังสือแห่งชาติปี ๒๕๕๓/"เรซิ่น" ~





กุสาวดี...แผ่นดินนี้ยังมีรัก
ผู้เขียน : เรซิน
ผู้พิมพ์ : สนพ.ไฟน์บุ้ค
๔๓๗ หน้า ราคา ๒๗๐ บาท


โปรยปก :


เสียยศ สิ้นวงศ์
คงเหลือเพียงลมหายใจและคำปฏิญาณ
หนึ่งชีวิตอุทิศเพื่อแผ่นดิน
หากหนึ่งหัวใจ มอบไว้แด่ 'เธอ'

ท่ามกลางความขัดแย้ง ความแตกต่างทางอุดมการณ์ความคิด
และการแก่งแย่งชิงอำนาจ ความรัก...จะก่อเกิดได้หรือ ?
.............
หนึ่งนายทหาร ผู้ถูกตราหน้าว่ารับใช้ทรราช
หนึ่งหญิงสาว ธิดาคนเดียวของแกนนำกลุ่มต่อต้านเผด็จการ
บนหนทางที่เป็นเหมือนเส้นขนาน
ความรักของคนทั้งคู่เกิดขึ้นและดำเนินไป
หากแต่มันจะลงเอยเช่นไร...

สุขชื่นสมหวัง ฤ ร้าวรานแทบขาดใจ






เรื่องย่อ ๆ (จากหน้าคำนำ สนพ.) :

ในวันวานกุสาวดีคือแผ่นดินเล็กๆ ที่สุขสงบท่ามกลางขุนเขาและไอหมอก
หากในวันนี้ กุสาวดีมีเพียงความขัดแย้งทางการเมืองและไฟสงคราม
รัฐบาลแบ่งพรรคแบ่งพวก ประชาชนแบ่งฝักแบ่งฝ่าย...
เมื่อผู้นำประเทศคือทราช ประชาราษฎร์จะพึ่งใคร...

คินเว นายทหารหนุ่มผู้มีประวัติลึกลับ คนที่เธอตราหน้าว่าป็นผู้รับใช้คนโกงชาติ

อราสา หญิงสาวผู้มีบิดาเป็นแกนนำกลุ่มต่อต้านเผด็จการ

ความรักของทั้งคู่เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้ง
ความแตกต่างทางอุดมการณ์ความคิด และการแก่งแย่งชิงอำนาจ
รวมถึง...ความหวังที่จะทำให้กุสาวดีกลับมาเป็นแผ่นดินที่อบอวลไปด้วยไอรักอีกครั้งหนึ่ง






เรื่องย่อของสนพ.จะค่อนข้างสั้นและกระชับไปหน่อยไหม...
เล่าเรื่องเพิ่มเติมอีกหน่อยละกันค่า

กุสาวดีเป็นประเทศเล็ก ๆ ที่ปกครองโดยระบอบกษัตริย์มายาวนานนับร้อยๆปี
และแล้ววันหนึ่ง แผ่นดินอันเคยสุขสงบนี้ก็ถึงกาลล่มสลายเมื่อมีกลุ่มคนรุ่นใหม่
นำโดยพลเอกเส่งบาเข้ายึดอำนาจการปกครอง
เจ้าฟ้าหลวงนอรธาและองค์รัชทายาทเจ้าน้อยนเรนธาแห่งราชวงศ์กุสินธาถูกปลงพระชนม์
แม้ผู้ก่อการปฏิวัติจะจัดให้มีการเลือกตั้ง และมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งหลังจากนั้น
แต่รัฐบาลชุดนั้นก็มีอายุสั้นเพียงแค่สองปี ...เมื่อถูกเผด็จการทหารเข้ายึดอำนาจอีกครั้ง

กุสาวดีเข้าสู่ยุคมืด ภายใต้เงื้อมมือของนายพลเส่งบา...เป็นเวลาร่วมยี่สิบปี
ประชาชนมีความเป็นอยู่อย่างแร้นแค้น ถูกเอารัดเอาเปรียบและกดขี่ข่มเหง...
ทำให้เกิดกลุ่มต่อต้านเผด็จการกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยมากมายหลายกลุ่ม
หนึ่งในนั้นก็คือกลุ่มเมฆขาวแห่งเมืองตองจีที่มีท่านบาญาณ บิดาของอราสาเป็นผู้นำ
ซึ่งเป็นกลุ่มที่ดูเหมือนจะเข้มแข็งที่สุด...และนับวันจะมีผู้ติดตามมากขึ้น
ทำให้นายพลเส่งบาต้องมอบหมายให้คินเว ผู้บัญชาการหน่วยรบทมิฬ
ที่เคยสร้างผลงานในการปราบปรามชนเผ่าที่แข็งข้อมานักต่อนัก
กลับมาจากชายแดนเพื่อสยบคนกลุ่มนี้...

ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับอินเซน ชายหนุ่มคนใกล้ชิดท่านบาญาณที่แอบหลงรักอราสามาเนิ่นนาน
เขาวางแผนลอบสังหารคินเว แต่ถูกจับได้ และเมื่อบาญาณตามไปช่วยอินเซน
เขาก็ถุกจับเป็นตัวประกันอีกคน โดยคินเวยื่นข้อเสนอให้อราสาต้องแต่งงานกับเขา
เพื่อแลกกับอิสรภาพของพ่อและเพื่อนสนิท

การแต่งงานภายใต้เงื่อนไขต่อรองเช่นนี้จะก่อให้เกิดเป็นความรักได้หรือไม่? และอย่างไร?
ต้องตามลุ้นในนิยายแล้วล่ะค่ะ






ความรู้สึกหลังอ่าน...
เป็นนิยายอีกเล่มที่อ่านอย่างเพลิดเพลินและติดพันจนอ่านได้แบบรวดเดียวจบ
(พร้อมกันก็แอบสงสัยตัวเองว่าไปอยู่ที่ไหนมาถึงเพิ่งได้อ่านนิยายดีงามเล่มนี้เนี่ย...)

ชอบมาก ดีงามมากค่ะ...
แม้จะเป็นพล็อตและเรื่องราวที่แสนจะธรรมดาและค่อนข้างคุ้นเคย
ขณะอ่านเราจะได้กลิ่นอายจินตนิยายแนวเดียวกันนี้ เรื่องเด่น ๆ ของนักเขียนรุ่นใหญ่หลายเรื่อง
(เช่นโสมส่องแสง - รอยอินทร์ ของโรสลาเรน เสลาดารัล ของกิ่งฉัตร เป็นต้น)
หากด้วยสำนวนภาษาที่ค่อนข้างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของคนเขียน
ทำให้เราไม่รู้สึกถึงความช้ำหรือซ้ำของเนื้อหานิยายเลยแม้สักนิด...

กุสาวดีเป็นดินแดนสมมติที่ผู้เขียนสร้างขึ้นตามจินตนาการ
แต่จากเรื่องราวเนื้อหา ฉาก ชื่อตัวละคร ตลอดถึงขนบธรรมเนียมประเพณีที่ปรากฏในเนื้อเรื่อง
ก็ทำให้เรารู้สึกคุ้นเคยและมโนตามได้ไม่ยาก
เพราะดูเหมือนจะ(ไม่ใช่ก็...)ใกล้เคียงกับเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงของเรานี่เอง
ทำให้อ่านแล้วเชื่อได้ว่ากุสาวดี เป็นดินแดนที่มีอยู่จริง มีบ้านมีเมือง มีผู้คน
ตลอดถึงวัฒนธรรมประเพณีของตัวเองจริง ๆ

ผู้เขียนได้ออกตัวไว้ในหน้าคำนำว่านิยายเรื่องนี้ไม่ใช่นิยายการเมือง
หากแต่เป็นนิยายรักที่มีการเมืองเป็นส่วนประกอบ...
ซึ่งอ่านแล้วก็รู้สึกได้เช่นนั้นจริง ๆ เพราะปมหลัก ๆ ของเรื่อง
ก็คือเรื่องราวความรักของคู่พระ-นางที่เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมือง
การแย่งชิงอำนาจการปกครอง ซึ่งก็ดำเนินไปตามแบบแผนของนิยายแนว ๆ นี้โดยทั่วไป
ผู้ที่ครองอำนาจอยู่ก็ต้องพยายามยื้อยุดอำนาจนั้นไว้กับตัวให้ยาวนานที่สุด
ในขณะที่ผู้ที่สูญเสียก็พยายามยื้อแย่งกลับคืน...

โดยในส่วนนี้ผู้เขียนก็ได้ผูกปม วางพล็อตไว้อย่างชวนให้ลุ้น ชวนให้ติดตามไม่น้อย
ไม่ว่าจะเป็นฉากการปลงพระชนม์อย่างเหี้ยมโหด เลือดเย็น...
ฉากพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ประจำปี...จนถึงฉากการก่อความวุ่นวาย
จลาจลทางการเมือง...ฯลฯ
ผู้เขียนสามารถบรรยายให้ผู้อ่านนึกภาพตามได้โดยง่าย

มาจนถึงเรื่องราวความรักความสัมพันธ์ของตัวละคร อันเป็นปมหลักของเรื่อง
ผู้เขียนต้องพิถีพิถันในการบอกเล่าร้อยเรียง... เพื่อให้ผู้อ่านได้สัมผัสถึงความรักอันลึกซึ้ง ดึ่มด่ำ
ที่ก่อเกิดขึ้นบนพื้นฐานอันง่อนแง่นของสถานการณ์
กับความคลุมเคลือของพฤติกรรมและที่มาที่ไปของพระเอก..
แม้จะไม่มีซีนหวาน ๆ มากมายนัก แต่ก็ใช่ว่าจะจืดชืดเสียทั้งหมด
อย่างน้อยก็มีฉากของการชิดใกล้ให้ได้ค่อย ๆ ซึมซับน้ำใจระหว่างกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน
แม้จะยังหวาดระแวงแคลงใจ แต่ก็เป็นไปภายใต้ความรู้สึกห่วงใยและเอื้ออาทรอย่างลึกเร้น
คนอ่านอ่านแล้วอินตามอ่ะ เข้าใจความคิดความรู้สึกของทั้งฝั่งพระเอกนางเอกเลย

และนอกเหนือจากความรักของคู่พระ-นางแล้ว ยังมีคู่รองอีกสองคู่ที่้พาฟิน
ความรักอันซาบซึ้ง เสียสละของคู่ใหญ่ กับความรักอันกุ๊กกิ๊ก พ่อแง่แม่งอนของคู่เล็ก
มีบทบาทสร้างสีสันให้นิยายมีความเป็นนิยายรักโรแมนติกได้สมบูรณ์ขึ้น

สรุปเลยแล้วกันว่า...ชอบมากกกกกก...(ก.ไก่อีกหลายตัว)
เคยอ่านงานของเรซิ่นมาสองสามเรื่อง ชอบทุกเรื่องที่ได้อ่าน...
เล่มนี้ก็ไม่แตกต่าง เรียกได้ว่ายิ่งอ่านก็ยิ่งชอบขึ้นเรื่อย ๆ
เห็นทีต้องตามเก็บผลงานเก่า ๆ มาอ่านอีก เพราะดูเหมือนช่วงหลังนี้
เธอจะไม่มีงานเขียนใหม่ ๆ ออกมาอีกเลย

อ้อ...นิยายเรื่องนี้ ทราบในภายหลังว่าได้รับรางวัลชมเชยจากคณะกรรมการพัฒนาหนังสือแห่งชาติ
ประจำปี ๒๕๕๓ ด้วยค่ะ ก็สมควรอยู่นะคะ ขอชื่นชมและยินดีกับผู้เขียนค่ะ
เล่มที่อ่านเป็นฉบับพิมพ์ครั้งแรก ปี ๒๕๕๒ คาดว่าหลังจากได้รางวัลแล้ว
สนพ.คงมีการจัดพิมพ์เพิ่มอีกเป็นแน่ ใครนิยมจินตนิยายแนว ๆ นี้ไม่น่าพลาด...

ชวนอ่านอย่างแรงค่ะ








 

Create Date : 22 ตุลาคม 2558    
Last Update : 22 ตุลาคม 2558 14:35:50 น.
Counter : 1536 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  

Valentine's Month


 
แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 173 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs


~เล่ห์รักหักเหลี่ยมบัลลังก์/Su Xing Le/เขียน,เหมยสี่ฤดู/แปล ~

~แม่ทัพอยู่บน ข้าอยู่ล่าง(3เล่มจบ)/จวี๋ฮวาซั่นหลี่ เขียน/ Honey Toast แปล ~

~บุพเพสันนิวาส/รอมแพง ~

~ลิขิตรักด้ายแดง(3เล่มจบ)/หมิงเยวี่ยทิงเฟิง เขียน/เหมยสี่ฤดู แปล ~

~มีไว้เพื่อซาบ/อุรุดา โควินท์ ~

~ เรื่องเล่าของเหล่าปีศาจในเหลาสุรา (2)/เคอสุ้ยอวี้โหยวโจ่ว/เขียน ซินโป-หย่งชุน/แปล ~

~ ทุกสิ่งอันที่เรามิเคยเอื้อนเอ่ยต่อกัน/มาร์ก เลอวี เขียน/อธิชา มัญชุนากร แปล~

~ สตีเฟน รักเดียวในใจแม่/~


สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.