“ความสามัคคีปรองดองเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
กับความรักใคร่เผื่อแผ่ช่วยเหลือกันฉันญาติพี่น้อง
สองประการนี้ คือคุณลักษณะสำคัญของไทย
ที่ช่วยให้ชาติบ้านเมืองอยู่รอดเป็นอิสระ
และเจริญมั่นคง มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน”
*พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙
พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ๒๕๓๒

~พลอยพันธนาการ : ความรักความฝัน ความผูกพันและอิงฮวา..."วาโย"~





พลอยพันธนาการ
ผู้เขียน : วาโย
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ (พ.ค. 2558)
256 หน้า ราคา 245 บาท

เรื่องย่อๆ(จากปกหลัง) :



ไม่รู้ว่าเป็นคราวเคราะห์ช่วงใกล้เบญจเพสหรือเปล่า

เมื่อพนักงานขายธรรมดาอย่าง พลอยลลิล ต้องตกกระไดพลอยโจน
ช่วยเหลือ โรเบิร์ต ผู้บริหารหนุ่มของบริษัทเครื่องประดับที่เธอทำงาน
เพื่อซื้อเข็มกลัดทับทิมพม่า ซึ่งเป็นเบาะแสสำคัญของอิงฮวา
ชุดเครื่องประดับล้ำค่าที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเขา
จนเข้าไปพัวพันกับเหตุการณ์ที่เธอไม่เคยคิดฝัน

ความรักความฝัน ความผูกพันและอิงฮวา...
สิ่งเหล่านี้พันธนาการเขากับเรื่องราวในอดีตจนยากจะถอนตัว
หรือเขาเองที่ใช้พวกมันพันธนาการหัวใจของเธอ...






หลังอ่าน...
นิยายแนวโรแมนติกดราม่าผสมมุกซับซ้อนซ่อนปมเบา ๆ
ที่อ่านได้เพลิน ๆ ในระดับหนึ่ง

ไม่แน่ใจว่าผู้เขียนตั้งใจให้นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายชุดต่อเนื่องกับเรื่องก่อนหน้าของเธอ
ที่เคยได้อ่านไปหรือเปล่า คือเรื่องตรวนรักคล้องใจ (ซึงอ่านแล้วชอบเชียวแหละ)
เห็นเค้ามีตัวละครทีเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันอยู่
พระเอกเรื่องนั้นกับเรืองนี้เป็นเพื่อน และเป็นพี่น้องร่วมสาบานกัน...
(ถ้าเป็นนิยายชุดจริง ๆ คาดว่าเดี๋ยวคงมีเรื่องของหนุ่ม ๆ อีกสามคนตามติดมา...
เพราะกลุ่มก๊วนนี้เขามีสมาชิกเป็นหนุ่ม ๆ ห้าคนด้วยกัน)

แต่ประเด็นและเนื้อหาในแต่ละเรื่องเขาแยกเป็นอิสระต่อกันนะคะ
คนละพล็อตคนละธีมเลย เพราะฉะนั้นสามารถแยกอ่านได้สบาย ๆ ค่ะ

ในเล่มนี้เป็นเรื่องราวของเฉินซีหยง หรือโรเบิรฺ์ต เฉิน หนุมลูกจีนผู้มีปมครอบครัวที่ไม่แฮปปี้นัก
เลยมาร่วมหุ้นทำธุรกิจกับเพื่อน ๆ ในเมืองไทย...

พลอยลลิล เป็นพนักงานขายของร้านขายเครื่องประดับทิศา ประจำสาขาจังหวัดชลบุรี
วันหนึ่งเธอก็ได้พบกับโรเบิร์ตโดยบังเอิญ
เธอเข้าใจผิดว่าเขาเป็นนักท่องเที่ยวที่กำลังจะถูกคนไทยหลอก จึงก้าวเข้าไปขัดขวาง
และนั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของความประทับใจที่โรเบิร์ตมีต่อพลอยลลิล

เมื่อเขาได้พบเครื่องประดับประจำตระกูลที่หายไปเมื่อหลายปีก่อน
พร้อมด้วยเบื้องหลังอันซับซ้อน เขาก็ดึงเธอเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย...
หารู้ไม่ว่านั่นคือการพันธนาการเธอไว้กับเขาโดยไม่รู้ตัว

และยิ่งเขาสืบสาวหาที่มาที่ไปของเครื่องประดับชิ้นนั้น
มันก็ยิ่งสร้างความผูกพันระหว่างเธอและเขามากขึ้น ๆ จนยากจะถ่ายถอน





พระเอกเรื่องนี้อาจจะดูเงียบ ๆ ขรึม ๆ ออกจะวางมาดอยู่สักหน่อย
แต่บทจะรุกเร้านางเอกเขาก็มีมุมที่โรแมนติกไม่เบา
ส่วนนางเอกก็น่ารักดี ซื่อๆ ใสๆ จิตใจดี ชอบช่วยเหลือคน และฉลาด เข้าใจอะไรง่าย ๆ
แต่ก็ไม่ทิ้งบุคลิกและจริตของความเป็นผู้หญิง มีแง่งอนง๊องแง๊ง ๆ บ้างเป็นบางครั้ง
และช่างเพ้อฝัน จินตนาการบรรเจิดเป็นบางคราว

จะติดก็นิดนึงตรงที่นิยายสั้นไปหน่อย ตอนท้ายดูจะรวบรัดตัดจบเร็วเกินไปอะ
ทำให้ปมสืบสวนถึงที่มาแห่ง"พลอย"...เครื่องประดับ"อิงฮวา"...
กับปม "โครงกระดูกในตู้" ของตระกูลพระเอกมันคลี่คลายง่ายและเร็วไปสักนิด
แต่โดยรวมก็อ่านสนุกดี...

ชวนอ่านค่ะ









 

Create Date : 15 ธันวาคม 2558    
Last Update : 15 ธันวาคม 2558 15:33:19 น.
Counter : 676 Pageviews.  

~ Cinderella Bloodhound / Hunting the Lion/ Sagittarius By "BiscuitBus~





Cinderella Bloodhound / Hunting the Lion/ Sagittarius
ผู้เขียน : BiscuitBus
ผู้พิมพ์ : สนพ. ทวีสาส์น(ครั้งที่ 3/ต.ค. 2557)
467 - 624 - 645 หน้า / ราคา 350 - 380 - 450 บาท


โปรยปก (เล่ม 1) :Cinderella Bloodhound


ชีวิตของเธอสงบสุขดี แม้จะไม่เหมือนคนอื่นในวัยเดียวกัน
แต่ก็ไม่เคยคิดว่ามันยาก และรันทด ไม่เคยเอาชีวิตตัวเองไปเปรียบเป็นนิยาย
ยิ่งคำว่า “เทพนิยาย”ยิ่งห่างไกล
ตื่นขึ้นมาแต่ละวันก็แค่เอาชีวิตให้รอด ทำงาน ดิ้นรนอยู่ในโลกแห่งเงามืดในฐานะ “หมาล่าเนื้อ”
แต่ใครจะรู้ วันหนึ่ง....
เรื่องเหลือเชื่อเหมือนเทพนิยายก็หล่นลงมาอยู่ในชีวิตอย่างไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัว
มันไม่ได้สวยหรูงดงามเหมือนในนิทาน
แต่มันกลับนำพาตัวเธอให้เดินเข้าสู่เส้นทางอันตรายยิ่งกว่าคราวไหน ๆ

ทั้งชีวิตสงบสุข ถูกพลิกผันไปในชั่วข้ามคืนเดียว
แค่เพราะชายคนหนึ่ง กับคำว่า....แต่งงาน

*********

โปรยปก (เล่ม 2) : Cinderella Hunting the Lion

เมื่อเงยหน้ามองเหล่าเสือ ราชสีห์ สัตว์ตัวโตในเงามืด
ตัวเธอช่างเล็กน้อยจนน่าหัวเราะ เหมือนฟันเพืองอันน้อยที่แสนจะผิดที่ผิดทาง
ตลอดชีวิตการทำงาน ไม่เคยสักครั้งที่จะคิดยุ่งเกี่ยวกับพวกกลุ่มองค์กรมาเฟีย....
ไม่อยากเฉียดใกล้....พวกนี้ยิ่งใหญ่ เล่นแรง
ยิ่งหมาล่าเนื้อตัวเล็ก ๆ อย่างเธอยิ่งหายสาบสูญไปง่าย ๆ
แต่พ่อของเธอเคยพูดเสมอ คนทุกคนมีชีดจำกัดของตัวเอง ถึงจุด ๆ หนึ่งที่หลีกเรื่องไม่ได้
หมาไนอย่างเธอก็จำเป็นต้องลุกขึ้นมาล่าเจ้าป่าเหมือนกัน

**********

โปรยปก เล่ม 3 : Cinderella Sagittarius

การกลับมาอีกครั้งของเจ้าของโค้ดเนม “อาร์เชอร์”
นักธนูผู้เป็นตำนานที่ฟื้นคืนมาจากความตาย
เปิดฉากการต่อสู้ครั้งสุดท้ายระหว่างราชสีห์กับราชสีห์
ศึกครั้งนี้มีชีวิตผู้บริสุทธิ์และความปลอดภัยของมาตุภูมิเป็นเดิมพัน

บทสรุปของการไล่ล่าครั้งยิ่งใหญ่ของหมาล่าเนื้อตัวน้อย
ที่บังอาจเป็นศัตรูกับจ้าวป่า ใครที่จะเป็นเหยื่อ ใครที่จะเป็นผู้ล่า
และใครจะเป็นผู้รอดชีวิตในท้ายที่สุด






เรื่องราวความเป็นมา...

ทวีทตี้(ตามที่พ่อและเพื่อนพ่อเรียกเธอ) หรือแอชลีย์ วินเทอร์(ชื่อที่เธอใช้ในการทำงาน)
เด็กสาวกำพร้าอายุสิบหก
แต่ใช้ชีวิตเข้มข้นราวกับหญิงสาววัยทำงานที่กร้านกรำ
เธอเป็น"หมาล่าเนื้อ"เต็มตัวหลังจากที่พ่อของเธอถูกยิงตายต่อหน้าต่อตาเธอเมื่อสามปีก่อน
นั่นก็คือตอนทีเธออายุเพียงสิบสามปี...
เธอค่อนข้างมีชื่อเสียงพอตัวในวงการด้วยฝีมืออันฉกาจฉกรรจ์

หมาล่าเนื้อก็คือนักล่าค่าหัว ที่ทำหน้าที่ตามล่าและจับกุมอาชญากรทุกระดับแล้วส่งให้กับตำรวจ
เธอรับงานผ่านเอเย่นต์ ซึ่งรับช่วงดูแลเธอต่อจากพ่อที่เป็นผูู้ฝึกสอนวิชาหมาล่าเนื้อให้แก่เธอ
ทำให้เธอเป็นเด็กที่เฉลียวฉลาด มีไหวพริบปฏิภาณที่ฉับไว
รวมทั้งมีความอึด ถึก ทน ตามสัญชาตญาณหมาล่าเนื้อที่มีอยู่ในตัว...

และแล้วโชคชะตาก็เล่นตลกกับเธอ
เมื่อวันหนึ่งเธอจับพลัดจับผลูพบเข้ากับเนท - เนธาน แวนดิแคมป์ ขณะที่กำลังปฏิบัติงาน
จากการที่ต้องเอาตัวรอดจากสถานการณ์คับขัน เธอดื่มเหล้าจนเมามายและมีเซ็กส์อย่างไม่รู้ตัวกับเขา
เพื่อหลีกเลี่ยงความผิดตามกฏหมาย เพราะเธอยังมีฐานะเป็นเยาวชน
เนทจึงจับเธอจดทะเบียนแต่งงานและพาเธอเข้าสู่บ้านของตระกูลแวนดิแคมป์
ที่มีผู้นำตระกูลเป็นนักธุรกิจใหญ่นามอีธาน แวนดิแคมป์ เจ้าของฉายา 'มาเฟียเพนตาก้อน'

ด้วยเงื่อนไขยิบย่อยบางอย่างในตระกูล อีธานไม่ยอมรับการแต่งงานของทั้งคู่
แต่เขาจดทะเบียนรับแอชลีย์เป็นบุตรบุญธรรมและเปลียนชื่อให้ใหมเป็น'แอนนาเบล แวนดิแคมป์'
และจัดการให้เธอเข้าเรียนหนังสือในโรงเรียนมัธยมเดียวกันกับหลาน ๆ ของเขา

แอนนาเบลต้องปรับตัวขนานใหญกับชีวิตใหม่ เธอกลายเป็นคุณหนูแอนนาเบล
เพื่อนนักเรียนหลายคนเรียกเธออย่างล้อเลียน(แกมเสียดสี)ว่าเจ้าหญิง...

แต่อย่างไรก็ดี...ถึงแม้จะกลายเป็นคุณหนูแห่งตระกูลไฮโซไปแล้ว
แต่สัญชาตญาณนักล่าที่บ้าบิ่นในตัวเธอยังไม่ยอมสยบ...นับวันจะยิ่งเติบกล้าขึ้นด้วยซ้ำ!
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเธอได้รับรู้ถึงชาติกำเนิดที่แท้จริงของตัวเอง
และการตายของพ่อที่เธอรักมากที่สุดไม่ใช่เป็นเพียงเหตุฆาตกรรมธรรมดา ๆ
ตามที่เธอเข้าใจแต่แรก หากแต่เป็นการฆ่าตามใบสั่ง...
สัญชาตญาณสัตว์ร้ายในตัวเธอมันไม่ยอมอยู่เฉยแน่...
นั่นจึงเป็นที่มาแห่งเรื่องราวอันโลดโผนสนุกสนาน ตื่นเต้นเร้าใจ...
มีทั้งปมซับซ้อนซ่อนเงื่อน ปมดรามาน้ำตาริน รวมทั้งปมรักโรแมนติก ฯลฯ
ที่เมื่อได้เริ่มต้นอ่านแล้วก็อยากแต่จะอ่านให้ต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ
ไม่จบไม่อยากจะวางหนังสือ...ประมาณนั้นทีเดียว





ความรู้สึกหลังอ่าน...

อ่านสนุกมากกกกกก...(ก.ไก่ล้านเจ็ดตัว)
คนเขียนเขียนได้เก่งสุด ๆ ตั้งแตการสร้างพล็อตที่แข็งแรง
ทว่าซับซ้อนซ่อนปม แต่ละปมสัมพันธ์โยงใยกันอย่างมีที่มาที่ไปสมเหตุสมผล

ขณะอ่านอาจจะรู้สึกเหมือนอ่านนิยายแปล เพราะฉากของเรื่องเกิดขึ้นในตางประเทศ
และตัวละครก็เป็นฝรั่งทั้งหมด
แต่ก็รู้สึกได้ว่าคนเขียนเค้าก็มีการสอดแทรกวัฒนธรรมแบบตะวันออกไว้อย่างกลมกลืน
อย่างน้อย...แม้แนวเรื่องจะดูสุ่มเสี่ยงแต่ทั้งเรื่องไม่มีเลิฟซีนวาบหวิวติดเรทให้ต้องเกร็งเลย
กับการใช้ภาษาของผู้เล่าที่ออกแนวถ่อมเนื้อถ่อมตัว ไม่โอ้อวดจองหอง...
แรก ๆ อาจจะฟังแปร่ง ๆ สักหน่อยที่นางเอกใช้สรพนาม"หนู"
แต่พออ่าน ๆ ไป กลับรู้สึกว่าผู้เขียนอาจจะต้องการเตือนผู้อ่านเป็นระยะ ๆ ก็ได้ว่า
นางเอกของเธอยังเป็นเพียงเด็กสาวอายุสิบหก ไมใช่หญิงแกร่งสาวมั่นอย่างที่เราเผลอมโนไป
เมื่อเทียบกับประสบการณ์ชีวิตและความเฉลียวฉลาดของเธอ


อ่านแล้วแทบไม่อยากจะเชื่อว่านี่คืองานเขียนชิ้นแรกของนักเขียนคนไทย
ที่เป็นหญิงสาว แถมอายุน้อยอีกต่างหาก...
ด้วยทั้งพล็อตหลักพล็อตรอง ข้อมูลเนื้อหาเรื่องราว ฉากและองค์ประกอบต่าง ๆ
ของนิยายชุดเล่มหนาเตอะทั้งสามเรื่องนี้มันทั้งแน่น ทั้งเต็ม ทั้งหนักหน่วง...

ผ่านสำนวนภาษาที่ลื่นไหลมาก โดยเฉพาะเล่ม 1 และ 2
ที่เธอเล่าเรื่องผ่านมุมมองของทวีทตี้ หรือแอชลี่ย์ หรือแอนนาเบล ในสรรพนาม"ฉัน"
เราจะได้รู้จักเธอในฐานะเด็กสาวคนหนึ่งที่ต้องดิ้นรนเอาตัวรอดอย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย
เธอเก่งกล้าสามารถ และเฉลียวฉลาดมาก แต่เราไม่ยักกะรู้สึกหมั่นไส้หรืออิจฉาในความเก่งความมั่นของเธอเลย
ด้วยสัมผัสได้ถึงความซื่อใสไร้เดียงสา และการเล่าเรื่องอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมาของเธอ...
กระทั่งได้พบกับเจ้าชายที่แปรสภาพเด็กสาวกำพร้าให้กลายเป็นเจ้าหญิง...ซินเดอเรลล่า...
ตามชื่อเรื่องนั่นเอง

การเปิดปม ขมวดปมและคลี่คลายปมแต่ละปม ๆ มันช่างเป็นไปอย่างลืนไหล
สอดคล้องต้องกันเป็นเปลาะ ๆ ไป
เธอเก็บทุกเม็ด อุดทุกรูได้อย่างละเอียดยิบไม่มีรั่วไหลตกหล่น...
ตัวละครของเธอทุกตัวมีความหมาย มีความสำคัญต่อเนื้อเรื่อง
แม้จะโผล่มาเพียงว้อบแว้บเธอก็ไม่ทิ้ง...ทุกคนมีบทบาทจำเป็นในการดำเนินเรื่องมากน้อยลดหลั่นกันไปตามสัดส่วน

การสร้างความเชื่อมโยง ไม่ว่าจะของเรื่องราว เหตุการณ์ ช่วงเวลา
ตลอดถึงความสัมพันธ์ของตัวละครก็สมเหตุสมผล สมจริงสมจังไปเสียหมด
เรียกได้ว่าไม่มีที่ติเลยทีเดียว...

อดตาหลับขับตานอนอ่านซีรีส์ชุดนี้จนจบ แล้วจึงหยิบมาบอกต่อ
ชวนอ่านอย่างแรงค่ะ









 

Create Date : 01 ธันวาคม 2558    
Last Update : 1 ธันวาคม 2558 12:25:21 น.
Counter : 1889 Pageviews.  

~ แรกแสงรัก...Love at First Light โดย "มาภา" ~





แรกแสงรัก...Love at First Light
ผู้เขียน : มาภา
ผู้พิมพ์ : สนพ.พิมพ์คำ (ต.ค.๒๕๕๘)
๖๐๐ หน้า ราคา ๓๙๐ บาท


โปรยปก :


ไม่ว่าชีวิตจะต้องเจอความมืดสักกี่ค่ำคืน
ดวงอาทิตย์ก็ยังคงขึ้นเสมอในเช้าวันใหม่

สายลมฤดูใบไม้ร่วงพัดพาสองชีวิตมาพบกัน
ท่ามกลางบรรยากาศอึมครึมและหม่นเหงาของมหานครลอนดอน
‘เธอ’ จากบ้านเกิดมาแสนไกลหวังที่จะมีชีวิตใหม่
ทิ้งเรื่องราวในอดีตไว้เป็นเพียงความทรงจำอันซีดจาง

‘เขา’ ผิดหวังจากชีวิตจนเลือกหันหลังให้ทุกสิ่งทุกอย่าง
อุบัติเหตุครั้งนั้นพลิกชีวิตจากหน้ามือเป็นหลังมือ
ณ ที่นี่...‘คฤหาสน์เอเวอร์ดีน’ คือจุดเริ่มต้น
คฤหาสน์ที่เยียบเย็นไร้ชีวิตเริ่มมีไออุ่น
เมื่อเธอก้าวเข้ามาในฐานะคนดูแลชายพิการอย่างเขา
สำหรับเขา...เธอคือแสงตะวันแรกของชีวิต
สำหรับเธอ...เขาคือคนที่ทำให้หัวใจแห้งผากกลับเป็นสดใส

“ความสุขไม่เกี่ยวกับเวลา ไม่ขึ้นอยู่กับสถานที่
แต่อยู่ที่ว่าได้ใช้วันเวลาและสถานที่นั้น...กับใคร”


สำหรับสองชีวิตที่โหยหาความอบอุ่น
นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของคำว่า ‘ครอบครัว’
ที่ทั้งคู่ไขว่คว้าตามหามาตลอดชีวิต...ก็เป็นได้






เล่าเรื่องย่อ ๆ เพิ่มเติมอีกหน่อย...

เอ๋ย อาภากรกำลังเผชิญปัญหาจากภาวะตกงาน ถูกขโมยบุกเข้าห้องเช่าที่กำลังจะหมดสัญญา
เอาไปกระทั่งลูกบิดประตู...อยู่ในเมืองที่มีบรรยากาศหม่นทึมอย่างลอนดอน ประเทศอังกฤษ

เธอตัดสินใจไปสมัครงานดูแลคนพิการที่ดูเหมือนจะมีปัญหาทางจิต
ที่เธอเพิ่งรู้ในเวลาต่อมาว่าเป็นพี่ชายของเพื่อนเก่าคนหนึ่ง
ทั้ง ๆ ที่เธอเคยตั้งใจว่าเธอจะไม่ผูกสัมพันธ์กับคนไทย
เพราะเธออยากจะลืมเรื่องราวในอดีต ในเมืองไทยทั้งหมด...แต่เธอก็ไม่มีทางเลือก

ธีรัญญ์เป็นชายพิการที่เจ้าอารมณ์ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายและเอาแต่ใจตัวอย่างร้ายกาจ...
จากการที่เขาเคยถูกอดีตคนรักทอดทิ้งและเกิดอุบัติเหตุจนพิการ
เขากลั่นแกล้งอาภากรหลายอย่าง ทั้งเรียกร้องความสนใจ ทังขับไล่ไสส่งสารพัด
แต่เธอก็พยายามอดทน...จนวันหนึ่งเธอก็ถึงจุดระเบิด...
เธอเตือนสติเขาให้เขาได้แลเห็นความลำบากของผู้อื่นที่รักและแคร์เขา

และนั่นก็คือจุดเปลี่ยนของความสัมพันธ์...

เมื่อได้ข่าวว่าอดีตคนรักกำลังจะหวนมาหา
ธีรัญญ์ก็ขอร้องให้อาภากรแต่งงานกับเขาหลอก ๆ
เพียงเพื่อกันผู้หญิงคนนั้นให้ออกจากชีวิต
อาภากรตอบตกลง เพราะถึงตอนนี้ เธอเริ่มจะรู้สึกดี ๆ กับเขาบ้างแล้ว...

หลังจากทั้งคู่แต่งงานกันไม่นาน เมธาวี คนรักเก่าของธีรัญญ์ก็ก้าวเข้ามาจริง ๆ

เรื่องมันคงจะไม่ซับซ้อนพันพัวมากไปกว่าปมรักสามเส้าธรรมดาๆ ตามคาด
ถ้าหากว่าเมธาวีจะไม่บังเอิญเป็นลูกสาวของอดีตแม่เลี้ยงของอาภากร
ที่เคยไล่เธอออกจากบ้านของเธอเอง หลังจากที่พ่อของเธอเสียชีวิตลงเมื่อสิบปีก่อน

และการที่เธอทิ้งธีรัญญ์ไปในคราวนั้น...
(เธออ้างว่า)เป็นเพราะเธอป่วยเป็นมะเร็งจนต้องปลีกตัวไปรักษาโรค...
ตอนนี้เธอหายป่วยแล้ว และพร้อมแล้วที่จะมาทวงความรักคืนมาจากธีรัญญ์






โอยยย....เรื่องมันยาวค่ะ ยิ่งเล่าจะยิ่งยาว แหะ ๆ

อีกเล่มกับผลงานของมาภาที่อ่านแล้วให้ความรู้สึกอุ่นๆ กรุ่นๆ อยู่ในใจ
หลากหลายอารมณ์ หลากหลายความรู้สึกเคล้าคละปะปน...
ทั้งซาบซึ้งสะเทือนใจ ทั้งอึดอัดขัดข้อง รวมทั้งงุนงงสงสัยเป็นบางบทบางตอน

สำนวนภาษาของผู้เขียนยังคงอบอุ่นละมุนละไมเช่นเคย
ซึ่งถือว่าเป็นเสน่ห์อันดับต้นๆ ของนักเขียนทานนี้ที่ดึงดูดนักอ่านให้ติดตามผลงานของเธอ

แต่การวางพล็อต ขมวดปม การดำเนินเรื่องกับการสร้างสรรค์ตัวละคร...
ส่วนตัวยังรู้สึกสะดุด ๆ นิด ๆ
อย่างในเรื่องนี้...เรายอมรับได้ที่ผู้เขียนสร้างเรื่องสร้างราวให้นางเอก
ต้องเผชิญชะตาชีวิตที่รันทดหนักหน่วง เพื่อที่จะหล่อหลอมให้เธอเป็นหญิงสาวผู้มีความอดทน เข้มแข็ง...
(แต่...ต้องถูกแม่เลี้ยงหลอกใช้ราวกับแม่เอื้อยในปลาบู่ทอง...ถูกจัดฉากให้เกือบจะโดนข่มขืน
ถูกขโมยบุกเข้าห้องพัก บลา ๆ ๆ มันหนักไปไหมอ่า...ไม่ต้องมีซีนพวกนี้ได้ไหม...)

ส่วนพระเอกของเรา...ขอสารภาพว่าไม่ชอบพระเอกแบบธีรัญญ์เลย
งี่เง่าเอาแต่ใจ ไร้เหตุผลที่สุด แถมหูเบาอีกต่างหาก
นิยายบอกเล่าปมอดีตของพระเอกได้ค่อนข้างชวนสับสนมาก...
อ่านจนจบเราก็ยังไม่เข้าใจ เข้าไม่ถึงแรงจูงใจในการทำตัวเป็นไบโพล่าร์ของเขาเลย
จะว่าเขารักเมธาวีมากจนเสียอกเสียใจไม่เป็นผู้เป็นคน...
แต่จากการย้อนอดีตบางช่วงบางตอน ก็เห็นได้ชัดว่าเขาก็ไม่ได้รักใคร่ผูกพันเมธาวีขนาดนั้น
เพราะเจ้าหล่อนก็เป็นคนที่ป้าเขาจัดสรรให้...
หรือจะเป็นด้วยปมอุบัติเหตุจนขาพิการ...
ปมนี้เขาเองก็รู้ดีแก่ใจว่าความจริงที่เขาอมพะนำไว้คนเดียวเป็นเช่นไร...
(แล้วก็...นะ ปิดบังมาได้ตั้งนาน บทจะเปิดก็เปิดซะง่าย ๆ และเหตุผลที่ปิดบังก็ไม่ชัดเจน ไม่สมเหตุสมผล...)

หรือกระทั่งปมเด็กผู้ถูกเลือก เพราะตัวเองแข็งแรงกว่า...
จนต้องมุ่งมั่น ผลักดันตัวเองขึ้นสู่ที่สูงตามความคาดหวังของคนอื่น...มันก็ยังไม่ใช่เหตุผลที่ดีในการทำตัวงี่เง่าได้ขนาดนี้นะ

ไม่รู้สิ มันอ่านไม่อินอ่ะ...มันเยอะจัด จนจะเป็นท้าวแสนปมแล้วนะพ่อคุณ





นิยายมีตัวร้ายที่ร้ายหยั่งกับหลุดออกมาจากเทพนิยาย
หยั่งกะแม่เลี้ยงของซินเดอเรลล่า
หรือไม่ก็แม่มดในเรื่องสโนว์ไวท์ยังไงยังงั้น

แต่ตัวละครอื่น ๆ ก็โอเคดีนะคะ มีบทบาทเป็นสีสันให้กับนิยายดี
คนที่ดูดีเป็นธรรมชาติและเรารู้สึกว่าเนียนที่สุดในเรื่องก็คือภัทรากับอาทิตย์นั่นละ
รู้สึกว่าเสมอต้นเสมอปลายดี
ในขณะที่ตัวละครเด่น ๆ อีกสองตัวอย่างหมอวินกับรินรดาดูเหมือนจะผลุบๆโผล่ ๆ
ชอบก๊ล

แต่โดยรวมแล้วส่วนตัวคิดว่านิยายเรื่องนี้มีจุดเด่นในเรื่องของการนำเสนอแนวคิด
และทัศนคติในการดำเนินชีวิตได้ดีในระดับหนึ่ง
อย่างน้อยก็ปลอบประโลม...
ให้กำลังใจและแรงบันดาลใจแก่ผู้ที่อาจจะกำลังทดท้อต่อปัญหาชีวิต
ผ่านสำนวนภาษาที่นุ่มนวลชวนเคลิ้มคล้อย
กับฉากของเรื่องที่งดงามตามคำบรรยาย สอดคล้องกับอาชีพการงานของนางเอก
ส่วนนี้ค่อนข้างชอบค่ะ

หยิบเรื่องนี้มาอ่านแทรกระหว่างที่กำลังอ่านซีรียส์หนาเตอะชุดหนึ่ง
ได้อารมณ์ที่แตกต่างกันสุดขั้ว...เป็นไปได้ว่า อาจจะเผลอเอาอารมณ์ที่ได้นั้นมาเปรียบเทียบกันโดยไม่รู้ตัว
เลยได้ความรู้สึกหลังอ่านเรื่องนี้อย่างด้านบนนั่น ซึ่งเป็นอะไรที่ช่วยไม่ได้จริง ๆ แหะ ๆ
(บังเอิญเล่มนี้มีคนรอคิวอ่านอยู่ เลยต้องรีบอ่าน...)

ก็...ยังคงติดตามงานของคุณนักเขียนนามนี้อย่างต่อเนื่องต่อไปนะคะ
ติดใจในเรื่องของสำนวนภาษาน่ะค่ะ ส่วนของเนือหาเรื่องราวนั่นเป็นเรื่องรองลงมา
เพราะขณะอ่านนิยาย ก็ระลึกรู้อยู่เสมอว่า...นี่คือนิยาย!
(เพราะฉะนั้น อย่าพึงคาดหวังความสมจริงใด ๆ ทั้งสิ้น แหะ ๆ

อ่านจบแล้วก็มาบอกเล่า ชวนอ่านกันค่ะ













 

Create Date : 28 พฤศจิกายน 2558    
Last Update : 28 พฤศจิกายน 2558 15:11:08 น.
Counter : 1878 Pageviews.  

~เงื่อนหัวใจในคิมหันต์ :ไฟแค้นที่ดับได้ด้วยไฟรัก โดย "ลินิน" ~





เงื่อนหัวใจในคิมหันต์
ผู้เขียน : ลินิน
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ ( พ.ค.2558)
306 หน้า ราคา 265 บาท


โปรยปก :


เขาคือผู้สร้างบาดแผลใจ เธอจึงกลับมพร้อมไฟแค้น
บางรอยอดีตเสมือนจุดด่างดำเล็กๆ บนผ้าขาวผืนกว้าง
ถึงแม้จะฝังคราบลึก แน่นหนั่น ยากจะเกลี่ยกลบลบเลือน
ทว่าเพียงรอยเล็กๆ ในทางตรงกันข้าม ยังมีที่ว่างขาวสะอาดให้เลือกมองอีกมากบนผืนผ้านั้น
ดั่งเช่นเส้นทางความรักของ ปนัสนา และ คริษฐ์

ปนัสนา หญิงสาวผู้เคยมองโลกของความรักเป็นสีชมพู
ความเจ็บช้ำที่ถูกชายคนเดียวอันเป็นที่รักทิ้งให้เธอต้องเผชิญชะตากรรมเพียงลำพัง
ทำให้หญิงสาวไม่มีหัวใจไว้เพื่อรักใคร
และเมื่อได้เจอกับเขาอีกครั้ง เธอคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เขาควรจะได้รู้บ้าง
ว่าความเจ็บปวดที่ถูกทรยศหักหลังนั้นเป็นอย่างไร

คริษฐ์ ต้องจมอยู่กับความรู้สึกผิด
เมื่อครั้งหนึ่งเขาเคยทิ้งผู้หญิงคนหนึ่งไปเหมือนคนเห็นแก่ตัว
เขาหายจากชีวิตเธอใน คืนนั้น ไร้แม้คำกล่าวลาใดๆ
โดยไม่รู้ว่าตราบาปที่เขาฝากไว้ ได้ทำลายอนาคตที่กำลังสดใสของเธอไปแล้วจนหมดสิ้น
ทว่าหกปีให้หลัง รอยอดีตในครั้งนั้นจะตามกลับมาทวงแค้น






หลังอ่าน...
โรแมนติก ดราม่าที่พล็อตค่อนข้างคุ้นชินมาก แหะ ๆ
พระเอกนางเอกพบรักกันในวัยใส พลั้งพลาดมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง
แล้วมีเหตุให้ต้องพลัดพรากจากกันโดยไม่ทันร่ำลา...

ฝ่ายหญิงท้อง เข้าใจว่าฝ่ายชายตีจาก...จึงซมซานกลับบ้าน
สารภาพความผิดพลาดกับผู้เป็นแม่ที่พร้อมให้อภัย
เธอคิดจะเอาเด็กออกแต่เปลี่ยนใจในนาทีสุดท้าย
ทว่าก็ไม่ทันการเมื่อเธอประสบอุบัติเหตุและต้องสูญเสียลูกในท้องจนได้

แล้วเธอก็ฝืนหยัดยืนขึ้นอีกครั้ง เปลี่ยนเส้นทางเดินใหม่ จนเรียนจบ เป็นเภสัชกรได้สำเร็จ
เธอไปสมัครเข้าทำงานในบริษัทผลิตยาขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง
ซึ่งเสนอให้เธอแฝงตัวเข้าไปทำงานในบริษัทยาคู่แข่ง
เพื่อลักลอบนำข้อมูลของบริษัทนั้นมาให้เขา
เบื้องแรกเธอปฏิเสธ แต่เมื่อเธอได้รู้ว่าใครเป็นเจ้าของบริษัทคู่แข่งนั้นเธอก็เปลี่ยนใจ...
เธอมองเห็นช่องทางในการแก้แค้นผู้ชายคนที่เคยย่ำยีเธอเมื่อหกปีก่อนแล้ว
เพราะบริษัทยาแห่งนั้นเป็นของเขา...คริษฐ์นั่นเอง

และยิ่งไปกว่านั้น ในบริษัทนั้นยังมีคนอีกคนหนึ่งที่เคยสร้างบาดแผลในใจให้เธอไม่น้อยไปกว่าคริษฐ์
นั่นก็คือนายพินิจ ผู้จัดการฝ่ายบุคคล...พ่อผู้ให้กำเนิดของเธอ
แต่ทอดทิ้งเธอกับแม่ไปมีครอบครัวใหม่ตั้งแต่เธออายุเพียงสิบขวบ
เธอเฝ้ามองความเจ็บปวดของแม่ และฝังจำจนกลายเป็นความแค้น...

และนั่นยิ่งตอกย้ำความมั่นใจให้แก่เธอในสิ่งที่เธอตัดสินใจ...

..............

อ่านสนุกดีค่ะ ผู้เขียนสามารถต่อยอดพล็อตซ้ำๆได้น่าสนใจทีเดียว
มีรายละเอียดของการทำงานทำการที่สมจริง
รวมทั้งปมแค้นของนางเอกก็สมเหตุสมผลดี
เพียงแต่...ไหงอ่าน ๆ ไป จากตอนแรกที่นางเอกคิดจะแก้แค้น
แต่ตอนหลัง ๆ มันกลับกลายเป็นนางเอกถูกรุมกระหน่ำซ้ำเติมเสียเอง
เหมือนกลัวจะเสียภาพลักษณ์นางเอกหรือไงนี่แหละ
ทำให้อยากจะร้ายก็ร้ายได้ไม่สุด...

และจากเดิม...งานนี้พระเอกน่าจะเป็นจำเลยสิ
แต่มาตอนหลัง...เรื่องราวมันพลิกผันตอนไหนก็ไม่รู้
เขากลับกลายเป็นคนคุมเกมอยู่เหนือนางเอกเฉยเลย

พ่อกับแม่นางเอกก็เหมือนกัน เจ็บแค้นเคืองโกรธกันอยู่เป็นสิบ ๆ ปี
บทจะดีกันก็เหมือนจะง๊าย-ง่าย...
ตรงนี้มันไม่ค่อยอินน่ะค่ะ

แต่โดยรวมถือว่าเขียนดีนะคะ ทั้งสำนวนภาษา ทั้งการดำเนินเรื่องที่กระชับฉับไว
มีการเล่าเรื่องย้อนอดีตที่ลื่นไหล เห็นภาพได้ชัดเจน...

อ่านจบแล้วหยิบมาชวนอ่านกันวันนี้ค่ะ











 

Create Date : 24 พฤศจิกายน 2558    
Last Update : 24 พฤศจิกายน 2558 15:26:28 น.
Counter : 620 Pageviews.  

~ IF...ถ้าหากฉันรัก : เมื่อคนแปลกแยกสองคนมาพบกัน...โดย "เมเปิ้ลสีขาว" ~





IF...ถ้าหากฉันรัก
ผู้เขียน : เมเปิ้ลสีขาว
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ(ก.ค. ๒๕๕๘)
๓๖๗ หน้า ราคา ๒๖๕ บาท



โปรยปก :


เมื่อจังหวะชีวิตถุกลิขิตด้วยความรัก
เขาและเธอจึงต้องช่วยกันรักษามันเอาไว้ตราบนานเท่านาน...

พื้นที่หัวใจอันแหว่งเว้าที่รอเขาเป็นผู้เติมเต็ม
เมื่อรื่นฤดีกราฟฟิกดีไซน์เนอร์สาวผู้มีชีวิตสันโดษ สงบสุข
อยู่ตัวคนเดียวในบ้านหลังเล็ก และไม่ศรัทธาในความรัก
ต้องโคจรมารู้จัก แสงฉาย ชายหนุ่มลึกลับที่ปรากฎตัวขึ้น
พร้อมคำอ้างกรรมสิทธิ์ในบ้านที่เธอใช้อาศัย
ทั้งยังยื่นเงื่อนไขให้เธอทำตาม หากเธอไม่ยินยอม
ก็จงคืนบ้านให้แก่เขา และเก็บข้าวของใส่กระเป๋า
แล้วออกจากบ้านหลังนี้ไปโดยทันที!

แต่ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะจัดการปัญหาชีวิตอันปัจจุบันทันด่วนนี้
ก็เหมือนมีเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เพราะจู่ๆ พีระ บล็อกเกอร์หนุ่มชื่อดังเพื่อนสนิท
ก็ดันเข้ามาสารภาพรักเอาเสียดื้อๆ ทั้งที่เขากำลังจะแต่งงาน
ซ้ำร้ายเพื่อนชายยังพ่วงท้ายสาวโรคจิตที่หมายเอาชีวิตเธอมาด้วย
เพราะคิดว่าเธอคือมารหัวใจ!
จากชีวิตที่เคยเรียบง่ายกลับกลายเป็นความยุ่งเหยิง
เธอจะทำอย่างไรกับปัญหาหัวใจครั้งสำคัญ






คุยกันหลังอ่านค่ะ...
เป็นนิยายรักโรแมนติกที่ให้บรรยากาศหน่วง ๆ อึน ๆ ขณะอ่าน...
ด้วยเรื่องราว(ส่วนใหญ่)ถ่ายทอดผ่านอารมณ์และความรู้สึกของนางเอกแบบรื่นฤดี
ที่ค่อนข้างแปลกแยกและแตกต่าง...ในบางบริบท อาจจะถึงขั้นเรียกว่าขวางโลกเลยก็ได้

เธอไม่เชื่อ และไม่ศรัทธาในความรัก...
(เพราะเธอมีปมคาใจในเรื่องความรักความสัมพันธ์ของพ่อกับแม่)
เธอจ่อมจมอยู่กับตัวเอง กริ่งเกรงความสัมพันธ์
พยายามกันตัวเองออกจากเยื่อใยความผูกพันใด ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น
ไม่ว่าจะกับเพื่อนหญิงหรือชาย

อย่างพีระ เพื่อนหนุ่มที่เธอค่อนข้างสนิทที่สุด แถมทำงานร่วมกันอีกต่างหาก
(รื่นฤดีเป็นฟรีแลนซ์ที่พีระจ้างให้เขียนบล็อก ดูแลเว็บไซต์ให้)
ดูจากบทสนทนาหรือความเป็นมาของความสัมพันธ์ พวกเขาสนิทกันมาก
แต่รื่นฤดีก็สร้างกรอบ ก่อกำแพงหนาทึบกั้นกลางระหว่างเธอกับเขาไว้
พวกเขารับส่งงานทางอีเมล พูดคุยกันผ่านโทรศัพท์ เจอกันนับครั้งได้ในแต่ละปี
ซึ่งช่วงแรก ๆ พีระก็ดูเหมือนยอมรับความสัมพันธ์เช่นนี้ดีอยู่...
เพราะเขาเองก็มีคนรักที่คบหากันมาเนินนานพอควร...
ทว่า...ทันทีที่เขาตัดสินใจขอคนรักแต่งงาน...
เขาก็เริ่มตระหนักถึงความรู้สึกอันแท้จริงที่หยั่งรากลึกอยู่ในใจ





ปมนี้เป็นปมที่ยากปมหนึ่งของนิยาย...ที่ถ้าคนเขียนมือไม่ถึง
พีระจะกลายเป็นผู้ชายโลเลไม่เอาไหนเลยแหละ
เพราะกันทิชา คนรักของเขาก็เป็นหญิงสาวแสนสวยแสนดีคนหนึ่ง
และเธอก็ไม่ได้ทำอะไรผิดต่อเขาเลย...

แต่...คนเขียนเค้าก็เอาอยู่ค่ะ กับซีนบอกเลิกคนรักที่กำลังจะแต่งงานกันอยู่รอมร่อ
ไม่รู้สึกเกลียดผู้ชาย ออกจะเห็นใจด้วยซ้ำ

ส่วนพระเอกของเรา แสงฉาย หรือชื่อในภาษาญี่ปุ่นว่าคิระ...
ก็เป็นชายหนุ่มที่มีบุคลิกแปลกแยก แหวกแนวเช่นกัน...(แต่อาจจะน้อยกว่านางเอกนิดนึง)
เขาเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นที่มีแม่เป็นคนไทย...เขาเติบโตที่ญี่ปุ่น
แต่กลับเมืองไทยเพื่อดำเนินกิจการของครอบครัวที่นี่
แม่ได้ยกบ้านหลังหนึ่งให้เขา ซึ่งเขาได้พบในเวลาต่อมาว่า
ผู้หญิงคนที่ครอบครองบ้านของเขาอยู่ในขณะนี้มีอะไนบางอย่างที่ดึงดูดใจเขาเป็นพิเศษ

ดังนั้น แทนที่จะเรียกคืนบ้านที่ควรจะเป็นกรรมสิทธิ์ของเขา
เขากลับสร้างเงื่อนไขบางอย่าง(ที่เหมือนจะแปลก ๆ ในความรู้สึกของรื่นฤดี)
เพื่อผูกมัดเธอให้ต้องพัวพันอยู่ใกล้ ๆ เขาตลอดไป

นั่นเป็นปมที่เป็นพล็อตหลักของเรื่อง
แต่ในนิยายมีพล็อตรองที่...เอาเข้าจริงเรื่องราวกลับน่าสนใจ น่าลุ้นกว่าเรื่องของพระ-นางนี่เสียอีก
นั่นคือเรื่องของสาวโรคจิตที่หลงใหลในตัวพีระ
จนก่อเรื่องก่อราวมากมายกับผู้หญิงที่พีระให้ความสนใจ
โดยเฉพาะรื่นฤดี กับจรรยา...

จรรยาเป็นตัวละครที่ส่วนตัวชอบที่สุดในเรื่องค่ะ เธอเป็นเพื่อนร่วมบ้านของรื่นฤดี
เธอเป็นคนจริงใจ เปิดเผย ตรงไปตรงมาและ...ใสมาก
ซึ่งตรงกันข้ามกับรื่นฤดีแทบทุกอย่าง แต่พวกเขาก็อยู่ด้วยกันได้อย่างลงตัว
แถมจรรยายังเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ปมยุ่ง ๆ ในเรื่องคลี่คลายไปในทางทีดี

หลังจากอ่านผลงานของนามปากกานี้ไปเรื่องหนึ่ง ก่อนหน้านี้(รู้บ้างไหมว่าหัวใจมีรัก)
ก็ออกจะรู้สึกคุ้นเคยกับวิธีเล่าเรื่องกับสำนวนภาษาของเธอแล้ว ประมาณหนึ่ง
ซึ่งจะว่าไปถือว่าเป็นแนวที่ชอบนะคะ
ชอบการเล่าเรื่องผ่านกระแสความรู้สึกนึกคิดของตัวละครแบบนี้
แม้จะออกแนวบ่นพร่ำรำพึงรำพัน งึมงำๆ อยู่คนเดียวบ้าง
บางช่วงบางตอนก็ดูเหมือนจะตอกย้ำซ้ำซากไปสักนิดก็ตามทีเถอะ





สรุปสั้น ๆ เลยแล้วกันว่าอ่านแล้วค่อนข้างชอบแหละค่ะ
มีแง่มุมของความรักความสัมพันธ์ที่ร่วมสมัย อ่านแล้วเข้าใจได้ในเหตุและผล
และที่มาที่ไปในพฤติกรรมของตัวละคร
แม้จะไม่ถึงกับสนุกมากจนวางไม่ลง ไม่มีบทรักหวานไหวให้เคลิบเคลิ้ม
แต่ก็มีเสน่ห์ดึงดูดเล็ก ๆ ชวนให้ตามติด

ปอลอ. น่าเสียดายที่ในเรื่องมีคำผิดค่อนข้างเยอะ ทั้งในส่วนของการสะกดคำ
และการเรียบเรียงประโยค...

เช่น...

คำว่า...พีระฉีกยิ้มกว้าง...ในนิยายพิมพ์เป็น พีระฉีกยิ้มกว่า...(หน้า ๔๐)
คำว่าชุดส่าหรี พิมพ์เป็นชุดสาหรี่ (หน้า ๗๐)
คำว่าชั่วอึดใจ พิมพ์เป็น เชื่ออึดใจ (หน้า ๗๐)
คำว่า หนังอาร์ต พิมพ์เป็น หน้าอาร์ต(หน้า ๑๕๑)
คำว่า ซักรีด พิมพ์เป็น สักรีด (หน้า ๒๑๒)
ฯลฯ

ในส่วนของสำนวนภาษาที่อ่านแล้วสะดุด ๆ ก็เช่น...
หน้า ๓๕ ...แน่นอนว่าเขาไม่ได้อ่านภาษาญี่ปุ่นออกหรอก แต่ที่เขาอ่านมันตัวอักษรภาษาอังกฤษเล็ก ๆ ข้างใต้ต่างหาก...
พิมพ์ตกหรือเปล่า...มันน่าจะเป็น...
...แน่นอนว่าเขาไม่ได้อ่านภาษาญี่ปุ่นออกหรอก แต่ที่เขาอ่านมันคือตัวอักษรภาษาอังกฤษเล็ก ๆ ข้างใต้ต่างหาก...

หน้า ๔๒ อาการนี้บทเรียนแรก ๆ ที่ทำให้หญิงสาว...น่าจะเป็น...
อาการนี้เป็นบทเรียนแรก ๆ ที่ทำให้หญิงสาว...

หน้า ๖๕ ฉากพีระขอกันทิชา แฟนสาวแต่งงาน...

(กันทิชา)เดินตรงเข้ามาหอมแก้มพีระฟอดใหญ่
ไม่เพียงเท่านั้นเธอยังทิ้งตัวนั่งลงบนตัก พิงศีรษะลงบนอกกว้าง

อ่านแล้วมันสะดุดในแง่...เรามโนไม่ออกอ่ะว่า... ต่อให้เราตัวเล็กขนาดไหน
แต่ถ้าไปนั่งตักใครสักคนหนึ่งแล้วสามารถพิงศีรษะไว้กับอกเขาได้
แสดงว่าคนคนนั้นต้องตัวใหญ่มาก ๆ แล้วล่ะค่ะ...หรือไม่ก็
เราต้องประมาณเด็กหญิงสัก ๘-๑๐ ขวบนั่งตักพ่อ...ประมาณนั้น

ฯลฯ

ก็เป็นจุดเล็กจุดน้อยที่อาจจะพลาดกันได้
ติงเตือนกันไว้ตรงนี้เผื่อการแก้ไขปรับปรุงนะคะ

โดยรวมแล้วชอบ...ประมาณหนึ่งค่ะ เลยหยิบมาบอกเล่า ชวนอ่านกันในวันนี้








 

Create Date : 16 พฤศจิกายน 2558    
Last Update : 16 พฤศจิกายน 2558 15:43:37 น.
Counter : 796 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  

BlogGang Popular Award#13


 
แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 168 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs


~ เดเปอโร รักยิ่งใหญ่จากใจดวงเล็ก/เคท ดิคามิลโล/เขียน งามพรรณ เวชชาชีวะ/แปล ~

~สูญมนุษย์วันสิ้นโลก/Z for Zachariah/Robert C. O'Brien/เขียน วิลาส วศินสังวร/แปล ~

~ บ้านใหม่บนดิน The People of Sparks/ฌานน์ ดูโปร เขียน/แสงตะวัน แปล~

~ บ้านริมทะลสาบ/เข็มพลอย~

~ อาคม/ชลนิล~

~กลรักเกมเลือด/กีโยม มุสโซ เขียน/จรัมพร หาญพล แปล~

~ห้วงลวงรัก/กีโยม มุสโซ เขียน/จรัมพร หาญพล แปล~

~ ไพรีนฤมิต/ญนันธร~

~ รื่นรักรมย์ลวง@หัวหิน/กิ่งฉัตร~

~ เมียเจ้า/Amy Tan (นรา สุภัคโรจน์/แปล)~

~ความฝันครั้งที่สอง/ว.วินิจฉัยกุล~


สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.