'หัวใจ๋ข้า หัวใจ๋เจ้า ห้อยอยู่เก๊าเดียวกั๋น' *
*คลิกเพื่ออ่านคำแปลเจ้า :)

~'ฤทธิ์รักพริกขี้หนู' โดย "อัญชรีย์" ~





ฤทธิ์รักพริกขี้หนู
ผู้เขียน : อัญชรีย์
ผู้พิมพ์ : สนพ.แจ่มใส(ครั้งที่ 1/ ตค.55)
340 หน้า ราคา 229 บาท


ปกหลัง :


มิตรสินีก็แค่เคยอยากเป็นนักสืบ
แม้ชีวิตจริงจะเป็นได้แค่พนักงานบัญชีในสำนักงานนักสืบก็เถอะ

แต่นึกไม่ถึงว่าวันหนึ่งโอกาสได้เปลี่ยนสายงานจะลอยมาอยู่ตรงหน้า
เพราะจู่ๆ เพื่อนรักก็เสนอตัวเป็นสปอนเซอร์ให้เธอได้เหลากราม
กับหมอศัลยกรรมฝีมือดีที่เคยหมายตาไว้
แต่เธอต้องช่วยตามสืบชีวิตรักของคุณหมอรูปหล่อกับพี่สะใภ้ของเขาเป็นข้อแลกเปลี่ยน
แล้วเธอจะเล่นตัวยึกยักท่ามากทำไม
ในเมื่อการได้สอดรู้สอดเห็นเรื่องส่วนตัวชาวบ้านคือความสนุกสนานของเธอ
แถมยังจะได้หน้าเรียวๆ มาฟรีๆ อีกต่างหาก

ทั้งที่มั่นใจว่าต่อให้เอาตัวไปใกล้ เธอก็ไม่มีวันรู้สึกหวั่นไหวแน่
เพราะเขาไม่เฉียดใกล้ผู้ชายในอุดมคติเธอเลยสักนิด
สเป็กของเธอน่ะต้องเป็นหนุ่มหน้าอ่อนอายุไม่เกินยี่สิบห้าเท่านั้น
ไม่ใช่ตาแก่มาดผู้ดีอย่างอีตาหมอศัลย์ขี้เก๊กคนนี้แน่
แต่ไม่รู้ทำไม นับวันคนที่คิดว่ายังงั้ยยังไงก็ไม่ใช่
กลับมีอิทธิพลต่อหัวใจเธอเข้าเต็มเปา!







เล่าเรื่องย่อเพิ่มเติมจากข้างบนอีกนิด ๆ แล้วกันค่ะ...

'มิตรสินี' ถูกเพื่อนสนิทที่เป็นนักสืบในสำนักงานเดียวกันขอร้องแกมบังคับ
ให้ตามสืบพฤติกรรมของนายแพทย์'กัญจน์' หมอศัลย์มือหนึ่งแห่งโรงพยาบาลเอกชนมีชื่อ
แลกกับการได้คิวผ่าตัดเหลากรามฟรี ๆ
แต่เมื่อเธอไปหาหมอเข้าจริง ๆ เขากลับปฏิเสธที่จะผ่าตัดให้เธอ เพราะเห็นว่าไม่จำเป็น
แต่เธอก็ยังต้องตามตื๊อเขาเพื่อเข้าใกล้ให้ได้เข้าใกล้ชิด...

ความเฟอะฟะของเธอทำให้เขาจับได้แค่ในระยะเริ่มแรกที่เธอออกปฏิบัติการเลยทีเดียว
แล้วเธอต้องถูกย้อนรอยให้เขาจับเป็นเครื่องมือในการทำให้มารดาของเขาหยุดเซ้าซี้เรื่องการมีแฟนเสียที
กับเพื่อให้พี่สะใภ้ของเขาซึ่งมีอดีตเป็นคนรักของเขา
รอดพ้นจากข้อหามีคนรักใหม่ก่อน 5 ปีหลังการตายของสามี
และสามารถรับมรดกได้ตามเงื่อนไข...

แต่ทำไปทำมา ปรากฏว่ามารดาของหมอกัญจน์เกิดพอใจในตัวมิตรสินีเกินกว่าที่คาด
และดำเนินการต่อยอดความสัมพันธ์ของทั้งคู่ให้ลึกซึ้งจริงจังมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว...

มิตรสินีรู้สึกผิดต่อผู้ใหญ่พอ ๆ กับที่รู้สึกว่า
สิ่งที่หมอกัญจน์ทำไปนั้นเป็นการทำเพื่ออดีตคนรักของเขาทั้งหมด...
เธอจะทำอย่างไร ในเมื่อเธอเริ่มจะรู้สึกว่า...
ไม่อยากจะเป็นแฟนปลอม ๆ ของหมอกัญจน์อีกต่อไปแล้ว...






หลังอ่าน...
น่ารักดีค่ะ นิยายรักเบา ๆ อ่านเพลิน ๆ

เล่มนี้ชอบพระเอกนะ...ฉลาดมาดมั่นและตรงไปตรงมาดี รู้ทันนางเอกแทบทุกอย่าง
นางเอกก็น่ารักดี ตัวเล็กหน้าเด็กแต่พลังเยอะแถมเซ้นสิทิฟว์จุดติดง่ายอีกต่างหาก...

การดำเนินเรื่องก็กระชับฉับไว...
ชอบมาก ๆ ก็ตอนปูเรื่องที่ให้ภาพสำนักงานสืบ"เรือนเดือนเด่น"อย่างเวอร์ๆ
โดยเฉพาะเรื่องของคุณเดือนเด่นนภากับคุณดาราราย...จิกกัดได้น่ารักน่าชังทีเดียว

เป็นเรื่องเล่าเมาท์มอยตามสไตล์"อัญชรีย์"(และนักเขียนแจ่มใสหลายคน)เลยค่ะ
ผสมผสานกันระหว่างคอมเมดี้นิด ๆ โรแมนติกหน่อย ๆ(มีเลิฟซีนวาบหวิวประปราย)
เพิ่มความน่าสนใจด้วยเรื่องราวของการสืบสวนเบา ๆ ตามคอนเซ็ปต์ของหนังสือชุด

เล่มนี้ก็น่าจะเป็นหนึ่งในชุดสืบ ๆ ของแจ่มใสที่เห็นมีออกมานับสิบเรื่องได้

หยิบมาจากชั้นหนังสือบ้านน้องสาว...
ขานั้นเขาเป็นแฟนคลับคุณอัญชรีย์ที่เหนียวแน่นมาก เก็บทุกเล่มทุกเรื่อง
แต่ก็มีบางเรื่องที่อ่านไปบ่นไป ออกแนวผิดหวัง แต่ก็ยังอ่านได้อ่านดี

ส่วนตัวจขบ.เพิ่งจะมาริอ่านนิยายสไตล์นี้เมื่อไม่นานนี้เอง...
อ่านไปหลายเล่มอยู่เหมือนกัน แต่ไม่ค่อยได้หยิบมาเล่าผ่านบล็อก
เพราะรู้สึกว่านิยายแนว ๆ นี้ ส่วนใหญ่คนเขียนเขาเล่าเรื่องได้ตรง ๆ โต้ง ๆ ดีอยู่แล้ว
ไม่ได้แฝงฝังอะไรให้ต้องคิดซับซ้อน หรือต้องตีความให้ยุ่งยาก...
เรียกว่าอ่านเพื่อความบันเทิงโดยแท้จริง จบแล้วจบเลย
ไม่ค่อยได้หยิบมาอ่านรอบสองรอบสามสักเท่าไหร่...

แต่เล่มนี้อ่านจบแล้วเห็นว่าน่ารักดี
เลยหยิบมาเล่าต่อ ชวนอ่านกันค่ะ











 

Create Date : 08 มกราคม 2556    
Last Update : 8 มกราคม 2556 11:49:17 น.
Counter : 3833 Pageviews.  

~ 'วันหนึ่ง' : นวนิยายสำหรับผู้ที่มีความหวังในชีวิต ~





'วันหนึ่ง'
ผู้เขียน : จุลลดา ภักดีภูมินทร์
ผู้พิมพ์ : สนพ.ดอกหญ้า (พิมพ์ครั้งที่ ๔/ม.ค. ๒๕๓๗)
๓๗๕ หน้า ราคา ๑๐๐ บาท

โปรยปก :



วันหนึ่งในชีวิตของคนเรา บางครั้งเศร้า...บางคราวสุข
ขึ้นอยู่กับจังหวะชีวิตในช่วงนั้น ๆ

วันหนึ่งเกิดท้อแท้ต่อโชคชะตาที่ชักพาเราไปสู่ความทุกข์
จงเตรียมพร้อมรับมือกับพายุร้ายนั้นอย่างเต็มใจ
เพื่อให้ทุกอย่างผ่านไปพร้อมกับกระแสลม


…จะท้อถอยสิ้นหวังไปไย ในเมื่อยังมี “วันหนึ่ง” รออยู่ข้างหน้า
ถึงแม้ไม่มีหลักประกันว่า “วันหนึ่ง” จะต้องดีกว่า “วันนี้”
แต่ตราบใดที่ยังมีลมหายใจ จะทอดทิ้งความหวังเสียกระไรได้



...............


บางส่วนจากคำนำสำนักพิมพ์ :


ในช่วงชีวิตคนเราย่อมเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นได้ตลอดเวลา
แล้วแต่ว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นจะเป็นไปในทางที่ดีขึ้นหรือเลวลง
ที่สำคัญคือ จะยอมรับโชคชะตาที่เกิดขึ้นได้หรือไม่
หรือจะปล่อยให้ความทุกข์เกาะติดกับหัวใจเราตลอดไป






เรื่องย่อแบบยาววววว...(ตามความชื่นชอบของเจ้าของบล็อกนี้) :


คุณพิกุลแก้วเป็นพี่สาวคนโตแห่งตระกูลราชอำมาตย์ ซึ่งเป็นตระกูลขุนนางเก่าแก่
เมื่อมารดาซึงเป็นหม่อมเจ้าหญิงได้เสียชีวิตลงตอนที่เธอมีอายุเพียง ๑๑ ปี
เธอจึงถูกผู้เป็นพ่อฝึกฝนให้รับหน้าที่ปกครองบ้านที่มีพี่ชายคนโตซึ่งอายุมากกว่าเธอ ๓ ปี
กับน้อง ๆ ชายหญิงอีกสามคน นับแต่นั้นเป็นต้นมา...

ด้วยวัยเพียง ๑๕-๑๖ ปีที่ควรจะสดใส เธอกลับกลายเป็น"แม่แก่"ในสายตาของใครต่อใคร
ที่บ้างก็มองอย่างยกย่องชมเชย บ้างก็นับถือยำเกรง แต่บ้างก็มองอย่างเห็นขัน...

ผู้เป็นพ่อเคยมีอดีตเป็นถึงอธิบดีกรม จึงมีเพื่อนฝูงบริวารนับหน้าถือตาเป็นจำนวนมาก
รวมทั้งมีผู้หญิงมาติดพันมากมาย หากก็ไม่ได้ยกย่องใครมาแทนที่มารดาของธออย่างเปิดเผย

จนมาถึงนิภา...ซึ่งเป็นน้องต่างบิดากับภควัต...
เมื่อเธอเข้ามาอยู่ในบ้านเธอก็ดึงภควัตเข้ามาพัวพันกับครอบครัวนี้โดยปริยาย

ภควัตเป็นคนหนุ่มที่ทันสมัยและอ่อนโยน เข้ากับเด็ก ๆ ได้ดี ทำให้เด็ก ๆติด"น้าภัค"กันทุกคน
รวมทั้งพิกุลแก้วเองก็พลอยนับถือน้าภัคเสมอญาติผู้ใหญ่
และยอมปล่อยให้น้อง ๆ ไปคลุกคลีใกล้ชิด
แต่แล้ว...วันหนึ่งก็เกิดเหตุ...
เมื่อภควัตเผลอใจ...แสดงออกถึงอารมณ์เสน่หาที่เขามีต่อสาวน้อย
ทำให้คุณพิกุลแก้วรู้สึกละอายและโกรธมาก ตัดขาดจากเขาโดยสิ้นเชิง
ภควัตจึงหลบไปทำงานต่างจังหวัด
แต่ด้วยความเสียใจทำให้เขาดื่มเหล้าจนเมามายและล้มป่วยปางตาย
...แม้จะรักษาตัวจนหายดีแล้ว
แต่ในที่สุด ภควัตก็ต้องจบชีวิตลงด้วยเหตุอันไม่คาดฝัน

หลายคนพุ่งเป้าความผิดมาที่พิกุลแก้ว...ด้วยคิดว่าเธอใจแข็งและถือตัวจนเกินไป
จนทำให้ภควัตต้องประสบชะตากรรมเลวร้ายเช่นนั้น...
ซึ่งพิกุลแก้วเองก็รู้สึกผิดอยู่ไม่น้อย...
เธอจึงตัดสินใจขอให้พ่อส่งเธอไปเรียนต่อเมืองนอก
จังหวะนั้น...สงครามโลกครั้งที่สองก็อุบัติขึ้น


...........

ข้างบนนั่นแค่จบภาคแรกเองค่ะ
นิยายแบ่งออกเป็นสองภาคใหญ่ ๆ ภาคต้นก็ตามที่เล่าไปแล้ว
ภาคสองเริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปเกือบสิบปี นางเอกเรียนจบกลับมาเมืองไทย
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ในครอบครัว...
ที่รอให้เธอมารับภาระ...อย่างคนที่โตเต็มวัย...และพร้อมด้วยรูปสมบัติและคุณสมบัติ
จะมีก็แต่รอยแผลเล็ก ๆ ที่ฝังลึกในใจ...
ที่เมื่อใดก็ตามที่นึกถึงเธอต้องเจ็บแปลบทุกครั้งไป

นิยายเรื่องนี้เป็นแนวย้อนยุค...
คาบเกี่ยวระหว่างก่อนและหลังสงครามโลกครั้งที่สอง
ผู้เขียนจะสะท้อนภาพความเปลี่ยนแปลงของสังคมอันเป็นผลกระทบจากภาวะสงคราม
ผ่านชีวิตของตัวละครแต่ละตัวได้อย่างชัดเจนและสมเหตุสมผล

การดำเนินเรื่องเป็นไปอย่างเรียบเรื่อย หากก็กระชับฉับไวไม่เยิ่นเย้อ
สอดแทรกคติธรรมในการดำเนินชีวิต
และการปลอบประโลมใจให้ความหวังไว้อย่างกลมกลืนและนุ่มนวล
จนผู้อ่านแทบไม่รู้สึกตัวว่ากำลังถูกสอนหรือถูกปลุกเร้าแต่อย่างใด
ได้แต่รู้สึกอินไปตามชะตากรรมที่ตัวละครต้องเผชิญ...

เฝ้ามองดูการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของตัวเอกอย่างลุ้น ๆ และเอาใจช่วย
ร่วมยอมรับและปลดปลง ร่วมสะเทือนใจและเศร้าสลด...
และร่วมวาดหวังถึง'วันหนึ่ง'ที่น่าจะดีกว่าวันนี้ของพวกเขา





หยิบนิยายเรื่องนี้มาอ่านซ้ำ เพราะยังติดใจอะไรบางอย่างในนั้น...
เมื่อหลายวันก่อนมีเพื่อนสมาชิกในห้องสมุดพันทิปตั้งกระทู้ถามว่า
เคยรู้สึกขัดใจในตัวนางเอกนิยายเรื่องไหนบ้าง
แว่บหนึ่งก็นึกถึงคุณพิกุลแก้วแห่งนิยายเรื่องนี้ขึ้นมา...
เพราะจำได้ว่าอ่านรอบแรกเมื่อหลายปีก่อนนู้นนนน...
รู้สึกขัดใจแกมหมั่นไส้ในความใจแข็งและถือตัวของเธอเป็นนักหนา

แต่หลังจากได้อ่านในรอบหลังนี้...ความรู้สึกนั้นก็แปรไป...
เปลี่ยนเป็นความเข้าใจและเห็นไจ
และสุดท้ายก็เอาใจช่วยเธอ ให้เธอได้สมหวังในชีวิตเสียที

.......

**(จุดนี้สปอยล์อะ แต่ชอบนิยายที่จบแบบนี้เลยบอกเล่าไว้
ใครไม่อยากถูกสปอยล์ก็กรุณาข้ามไปนะคะ)


...ซึ่งนิยายก็จบค้างไว้เช่นนั้น ไม่ได้บอกว่านางเอกสมหวังหรือไม่
ให้คนอ่านคิดฝันวาดหวังและจินตนาการเอาเอง


.................

จริง ๆ แล้วช่วงวันหยุดที่ผ่านไปอ่านนิยายจบไปหลายเล่ม ดูซีรียส์จบไปก็หลายเรื่อง
แต่ขอเลือกหยิบนิยายยุคเก่าเก๋ากึ้กเล่มนี้มาบอกเล่าเพราะรู้สึกว่าบรรยากาศมันคลาสสิคดีอะค่ะ...

ในช่วงต้น ๆ ปีแบบนี้มันให้บรรยากาศของการเริ่มต้นสิ่งดี ๆ มีความหวังและกำลังใจ...
ซึ่งนิยายเรื่องนี้ก็ให้อารมณ์และความรู้สึกที่ว่าได้เต็มเปี่ยมค่ะ
ชวนอ่าน ๆ ค่า









 

Create Date : 07 มกราคม 2556    
Last Update : 7 มกราคม 2556 12:18:45 น.
Counter : 1950 Pageviews.  

~ กลับบ้าน :รวมเรื่องสั้นที่ทำให้หัวใจกลับไปสู่วันดอกไม้เริ่มแย้มบาน โดย สิริมา อภิจาริน ~






กลับบ้าน
ผู้เขียน : สิริมา อภิจาริน
ผู้พิมพ์ : สนพ.แสงดาว(พิมพ์ครั้งที่ ๑/๒๕๕๔)
๑๖๘ หน้า ราคา ๑๒๐ บาท

ปกหลัง :


......

บัดนี้ได้กลับมาแล้ว
บ้านเราเป็นอย่างนี้เองเจ้าประคุณเอ๋ย
จะให้ทำอะไรก็ทำได้ทุกอย่าง
จะไม่ปริปากบ่นเลย
ขอเพียงให้บ้านของเราเป็นบ้าน
ซึ่งแบ่งปันความสุขให้แก่ทุกคนภายใต้ร่มไม้ชายคาเถิด
ขออย่าให้เป็นโลกสีชมพูอยู่ที่จุดน้อยนิดเดียว
และอีกหลายจุดอันกว้างใหญ่ไพศาล
ภายใต้ชายคาเดียวกันนี้ยังคงเป็นสีเทาทะมึนอยู่ชั่วนาตาปี
ขออย่าให้เป็นอย่างนั้นเลย...เจ้าประคุณ






รวมเรื่องสั้น-สั้นสไตล์สิริมาทีอ่านแล้วอบอุ่นหัวใจ

ในหนังสือเล่มเล็ก ๆ บาง ๆ เล่มนี้บรรจุไว้ด้วยเรื่องสั้น ๆ ถึง ๑๕ เรื่อง
แต่ละเรื่องผู้เขียนได้บรรจงร้อยเรียงอารมณ์
และความรู้สึกนึกคิดของเธอผ่านตัวละครที่หลากหลาย
บอกเล่าถึงความเป็นไปในสังคมรอบๆ ตัว
ด้วยแง่มุมที่เรียบ ๆ ง่าย ๆ แต่งดงามลึกซึ้ง

มีข้อชวนคิด ชวนขำและชวนฉุกใจ ในแต่ละเรื่องแต่ละราวที่นำเสนอ
ด้วยสำนวนภาษาที่...ละมุนละม่อม...ละเมียดละไม
ให้ความรู้สึกคุ้นเคยขณะอ่าน...

ความรู้สึกที่เป็นเหมือนกับว่า...
หลังจากที่เร่ร่อนสัญจรไปไกลบ้านมานานนับ
ได้เสพอาหารเย้ายวนใจหลากหลายรสชาติ
ทั้งแบบเร่งรีบและลวกลน...
ทั้งแบบมัวมนจนเมามันแทบจะมองไม่เห็นอนาคต
และแบบเย็นชา จืดชืดจนอืดเอื่อย
อาหารบางจานมีรสชาติจัดจ้าน ซ่านซ่าและเปรี้ยวจี๊ด
บางชนิดให้รสอ่อนหวานเคลิบเคลิ้มชวนหลงใหล...(จนไปไม่เป็นเลยก็มี)

แต่เมื่อใดก็ตามที่กลับมาบ้าน...ได้กินน้ำพริกหรือแกงป่ารสมือแม่
เราอาจจะถึงกับปรารภกับตัวเองว่า...
นี่แหละคือรสชาติที่เราคุ้นเคยและถวิลหามาเนิ่นนาน...
ประมาณว่า...เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม!

และแจ่มแจ้งชัดเจนในอารมณ์และความรู้สึกที่ว่าปานประหนึ่งดอกไม้เริ่มแย้มบานนั้น...
มันเป็นเช่นนี้นี่เอง

ขอหยิบยกมาบางบทบางตอนที่อ่านแล้ว...ชอบ

.........

แพรวนึกถึงรสรักรสสวาท แต่มันก็พร่าเลือน หากมันต้องตอบแทนด้วยสิ่งนี้...
อย่างนี้...แพรวบอกกับตัวเองว่า ต่อให้ผู้ชายมาดิ้นตายลงต่อหน้า
ด้วยฤทธิ์ปรารถนาในตัวแพรว หล่อนก็จะไม่มีวันพลีกายให้อีกแล้ว

แต่แพรวขอบนี่นะ รสรักรสจูบ ร้อยรสพันรส แพรวโลดเตลิดไปได้ถึงไหนถึงกัน
หล่อนคิดว่าหญิงชายนั้นเสมอกัน บนเตียงนอนจึงเป็นเวทีที่แพรวมิเคยท้อถอย
ความวิจิตรพริ้งพรายนั้นแพรวมีอยู่จนเต็มปรี่ เขาจึงหลงแพรว และแพรวก็หลงเขา
แพรวไม่คิดเลยว่าเขาจะปฏิเสธแพรวได้ลงคอ ทั้งที่แพรวรักเขาปานนั้น
แพรวทั้งรักทั้งหลง แล้วเขาก็ทำแพรวได้ถึงปานนี้
ทิ้งความรับผิดชอบในเบื้องปลายไว้ที่แพรวคนเดียว ความเสมอกันบนเตียงนอนนั้นมีอยู่
แต่ตรงนี้...เป็นความช้ำชอกของแพรวเพียงผู้เดียว...ผู้เดียวจริง ๆ

(ทางสายบาป น.๙๖)



............

ฉันเคยบอกใครไว้ไม่รู้...ครั้งหนึ่ง ว่าฉันไม่ใช่นักรัก...
........
ถ้าจะเป็นก็เป็นได้แค่คนที่กล้ารัก ทำไมถึงกล้ารักน่ะหรือ
ก็ฉันกล้าเจ็บเท่านั้นเอง
ฉันไม่อยากพร่ำรำพันเรื่องรักในเวลาเช่นนี้หรอก
ในยามที่โลกมีศึกสงคราม ผู้คนล้มตาย และสิ่งแวดล้อมเสียหาย
ทะเลสวยของฉัน...ของเธอ...ของเรา...เต็มไปด้วยน้ำมัน
นกทะเลแสนงามของฉันปีกเปียกชุ่มกับน้ำมันชโลม
ไม่อาจแม้จะขยับปีก ไม่อาจแม้จะหายใจ
เรารณรงค์กันเอยู่เมื่อวานนี้เอง ถึงปีของการรักษาสิ่งแวดล้อม
แล้ววันนี้ โลกสวยของเราก็มีอันเป็นไป

..........

แต่เมื่อพระผู้เป็นเจ้าได้ทรงรวบรวมคุณสมบัติทั้งหลายทั้งปวงเอาไว้ในตัวเธอ
จนฉันต้องตระหนกตกใจเมื่อเห็นเธอมายืนตรงหน้าแล้วเช่นนี้
จะมิให้ฉันชื่นชมกระไรได้ บางสิ่งแม้เรามิอาจได้มา แต่เราก็อาจชื่นชม
หากเป็นสิ่งของ สัตว์เลี้ยงหรือต้นไม้ ฉันคงมิพักหาหนทางเอามาครอบครอง
แต่เมื่อเป็นมนุษย์ ทุกอย่างจำต้องมีความสมัครใจ
ไม่มีมนุษย์คนใดจะกระชากลากถูหัวใจของมนุษย์อีกคนหนึ่งมาได้
หากเจ้าตัวไม่ยินยอม

(เส้นตาย น.๑๐๑, น.๑๐๖)








เหมือนจะเป็นธรรมเนียมไปเสียแล้วสำหรับบล็อกนิยายของแม่ไก่
ที่จะหยิบหนังสือของนักเขียนคนโปรดอย่างคุณสิริมามาส่งท้ายปี

ไม่ได้ตั้งใจหรอกค่ะ ...
บังเอิญเห็นว่า ช่วงนี้ใครต่อใครหลายคนกำลัง"กลับบ้าน"
ก็เลยนึกถึงหนังสือเล่มนี้ ที่ดองไว้ระยะหนึ่งแล้ว...
อ่านแล้วก็ได้บรรยากาศและความรู้สึกดังกล่าวข้างบนนั่น

หวังว่าทุก ๆ คนจะได้กลับไปถึง"บ้าน"ที่แท้จริงของแต่ละคน
และได้พบกับรสชาติอันคุ้นเคยที่จะทำให้หัวใจแย้มบานได้นะคะ

สวัสดีปีใหม่เพื่อนนักอ่านทุกท่านค่ะ












 

Create Date : 30 ธันวาคม 2555    
Last Update : 30 ธันวาคม 2555 23:28:49 น.
Counter : 1760 Pageviews.  

~ ฝากรักเคียงใจ/ปฏิบัติการชิงรักสลักใจ : 2 เรื่อง 2 รส โดย "เรซิน" ~





ฝากรักเคียงใจ
ผู้เขียน : เรซิน
ผู้พิมพ์ : ไฟน์บุ๊ค(ต.ค./53)

โปรยปกหน้า-หลัง :



บางครั้งความรักที่เราตามหา
อาจอยู่ข้าง ๆ เราตลอดมา
เพียงแต่เราจะใช้ใจสัมผัสได้ไหม...
เท่านั้นเอง

.........

'ผมรักคุณ'

คนถูกสารภาพรักแบบไม่ทันตั้งตัวอึ้งไปนิด
เพราะไม่คิดว่าจู่ๆ จะได้ยินถ้อยคำที่รอฟังมานาน

ถึงบรรยากาศมันจะไม่สุดแสนโรแมนติกอย่างที่เคยคิดไว้เล่นๆ
แต่เพียงแค่ได้ฟังคำรักตรงๆ ชัดๆ จากปากชายหนุ่ม
แค่นี้เธอก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว

โลกทั้งใบสว่างสดใส ที่เคยงอนที่น้อยใจเป็นอันหายหมด
ดวงตาพร่าพรายมองไม่เห็นสิ่งใดนอกจากผู้ชายตรงหน้า
ไม่ได้ยินเสียงใดนอกจากคำรักที่ดังกลับไปกลับมาอยู่ในหัว

และพูดไม่ออก บอกไม่ถูก ทำได้เพียงยิ้มกว้างสุดชีวิตแล้วโผกอด
ตอบรับคำรักด้วยสัมผัสแทน...







เรื่องย่อ ๆ :(ย่อเอง)


กานต์วิสาขับรถไปประสบอุบัติเหตุทำให้พ่อของเธอที่นั่งไปด้วยเสียชีวิต
ส่วนตัวเธอเองต้องสูญเสียการมองเห็นชั่วคราว

ในช่วงนั้น ปณวัตร...ชายหนุ่มที่่พ่อของเธอเคยให้การอุปการะมาก่อน
เพราะพ่อของทั้งคู่เป็นเพื่อนรักกัน...ก็ได้เข้ามาดูแลใกล้ชิด
โดยกานต์วิสาเข้าใจว่าเป็นคนรักของเธอ...
ซึ่งปณวัตรก็ปล่อยให้เธอเข้าใจเช่นนั้น เพราะคิดว่ากานต์วิสาไม่ชอบหน้าเขา

เมื่อเธอหายดีแล้ว ยศวินก็เข้ามาสวมรอยพอดี...
เมื่อเห็นดังนั้นปณวัตรจึงออกไปจากชีวิตเธอ

กว่ากานต์วิสาจะรู้ตัวก็เกือบจะสายเกินแก้ เธอต้องเป็นฝ่ายตามไปง้อปณวัตร
แต่เธอได้แผลงฤทธิ์แผลงเดชใส่เขาไว้เยอะ...
เขาจะยอมยกโทษให้เธอล่ะหรือ...ต้องไปลุ้นในนิยายค่ะ


..........

ความรู้สึกหลังอ่าน...
เรื่องนี้ออกแนวอบอุ่นน่ารักดีค่ะ กุ๊กกิ๊กพ่อแง่แม่งอน
ผลัดกันง้อผลัดกันงอน โดยมีมือที่สามทีสีมาแทรกบ้าง
แต่ก็ไม่มากมายอะไร

จุดที่ชอบของนิยายเล่มนี้ก็คือ...ขนาดเล่มไม่หนาไม่บางค่ะ กำลังดี
ทำให้รู้สึกว่าเรื่องราวมันกระชับ ไม่เยิ่นเย้อยืดยาด

แต่มีจุดสะดุดนิด ๆ กับเรื่องอาการป่วยของนางเอก
กับการแยกแยะคนที่เข้ามาดูแลใกล้ชิดไม่ออก
ต่อให้มองไม่เห็นก็ไม่น่าถึงกับจำเสียงจำวิธีพูดของคนใกล้ตัวไม่ได้เอาเสียเลย

แค่แปร่งนิด ๆ
โดยรวมแล้วถ้ามองข้ามจุดนี้ไปเสียก็อ่านได้เพลิน ๆ ชิล ๆ ค่ะ









ปฏิบัติการชิงรักสลักใจ
ผู้เขียน:เรซิน
ผู้พิมพ์ : ไฟน์บุ๊ค(ต.ค./51)



จากเว็บสำนักพิมพ์ :


โชคชะตาเล่นตลก ลากสองสาวคู่แข่งคู่แค้นอย่าง ปาฏลี และ สิรินยา
ให้ต้องโคจรมาพบกันอีกครั้ง ปฏิบัติการชิงรักพิชิตใจจึงเกิดขึ้น
โดยมีเป้าหมายคือหนุ่มหล่อสุดเพอร์เฟ็คผู้เป็นเจ้านาย
ที่ช่างไม่รู้ตัวเลยว่าสองสาวสวยกำลังจะเปิดศึกชิงนาย

ปาฏลีจะทำอย่างไรกับปฏิบัติการชิงรัก (หักสวาท) ในครั้งนี้...
แล้วยังจะความรู้สึกแปลกๆ ที่หวั่นไหวไปกับหนุ่มข้างกายเป้าหมายเสียอีก เฮ้อ!

เธอหวังเพียงแค่ใช้เขาเป็นสะพานข้ามไปหาเป้าหมาย
แต่ยิ่งแข่งยิ่งใกล้ชิด ยิ่งตามติด ยิ่งไหวหวั่น...
แล้วแบบนี้ปฏิบัติการชิงรักจากเจ้านายหนุ่มจะสำเร็จได้อย่างไรกันล่ะ

ปฏิบัติการชิงรักครั้งนี้จะสลักลงในหัวใจของใครอีกคนได้หรือไม่
บทสรุปสุดท้ายของเกมพนันแห่งใจ ‘ใคร’ จะเป็นผู้ชนะ






เรื่องย่อ ๆ (เพิ่มเติมอีกนิดหน่อย)


ปาฏลีทำงานที่เดียวกับสิรินยา ลูกเลี้ยงสาวของพ่อเธอ...
(ที่ทิ้งแม่กับเธอไปแต่งงานใหม่จนแม่ตรอมใจตาย)
ทั้งคู้จึงเหมือนกับเป็นคู่แข่งกันในที
เมื่อมีเจ้านายหนุ่มหล่อเข้ามาทำงานด้วย
สองสาวจึงท้าพนันกันว่าใครจะสามารถเอาชนะใจเจ้านายหนุ่มได้...

สิรินยาดูเหมือนจะได้เปรียบเล็กน้อยเพราะทำงานใกล้ชิดนายจ้างโดยตรง
แต่ปาฏลีก็ไม่ยอมแพ้ เธอต้องหาทางเข้าใกล้เป้าหมายโดยอาศัยผู้ติดตามของเขา
ซึ่งยินยอมให้ความช่วยเหลือเธออย่างว่าง่าย...

แต่ไหงทำไปทำมา...เธอไม่ยักกะรู้สึกอะไรกับเจ้านายหนุ่มเอาเสียเลย
ผิดกับตอนที่อยู่กับนายผู้ติดตามคนนัน...มันต้องมีเหตุให้เธอและเขาต้องผจญภัยร่วมกันอยู่เสมอ
แถมเวลาที่เขาปกป้องเธอ มันเกิดมีอะไรอุ่น ๆ กรุ่น ๆ ในหัวใจทุกทีซีน่า...


...............

หลังอ่าน...

พล็อตไม่มีอะไรซับซ้อนเลยค่ะ
เป็นละครชีวิตเรื่องยาวแนวชิงรักหักสวาทเหมือนนิยายแนวตลาดทั่ว ๆ ไป
อาศัยสำนวนภาษาคนเขียนที่อ่านสนุก บทสนทนาจิกกัดน่าสะใจ สมจริง
เลยทำให้อ่านนิยายเล่มหนา ๆ แบบนี้ได้จนจบ...

แต่เมื่ออ่านจบแล้วออกจะผิดหวังนิด ๆ ด้วยซ้ำกับผลงานของ"เรซิน"เล่มนี้
เพราะอ่านผ่านมาสามสี่เล่ม ค่อนข้างชอบทีเดียว พอได้เล่มนี้มาจึงอ่านอย่างคาดหวัง

ปรากฏว่าไม่มีอะไรแปลกใหม่เลยสำหรับนิยายแนว ๆ นี้
มุกหลาย ๆ มุกในเรื่องมันค่อนข้างโหลอะ
อย่างมุกเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดอย่างที่แม่ของปาฏลีเจอ...
มุกสลับตัวของพระเอกกับผู้ช่วย(ที่อ่านปุ๊บก็รู้ได้ในทันที...
รู้โดยไม่ต้องเดาด้วยนะ ก็พระเอกเขาน่ะ ออร่ากระจายซะขนาดนั้น)
หรือมุกที่นางร้ายใช้แกล้งนางเอก...
มุกแย่งชิงมรดกระหว่างแม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยง
ฯลฯ
หลายมุกมันช้ำ ๆ ซ้ำๆ จริง ๆ นะ

อ้อ...อาจจะมีที่ชอบอยู่บ้างก็ตรงความกล้าบ้าบิ่นของนางเอกตอนที่บุกไปเอาคืนตัวร้าย
มันสะใจมาก เห็นได้ชัดว่านางเอกเรื่องนี้ไม่แหยไม่หงอคนดี

แล้วนางร้ายเรื่องนี้ก็ออกแนวเงื้อง่าราคาแพง...
ออกตัวมาแรงเชียว มาตกม้าตายตอนจบเสียนี่

...........

ส่วนตัวแอบคิดว่าถ้าตัวเองเริ่มอ่านงานของเรซินจากเล่มนี้
คาดว่าคงเลิกตามงานของเธอเสียแต่แรกแน่ ๆ
ดีที่เคยอ่านเล่มอื่นมาก่อนที่ยังประทับใจอยู่...
ก็เลยยังไม่เข็ดขยาดค่ะ เดี๋ยวถ้าเจออีกก็คงจะหยิบมาอ่านอีก









 

Create Date : 24 ธันวาคม 2555    
Last Update : 24 ธันวาคม 2555 11:33:32 น.
Counter : 4266 Pageviews.  

~ Confession...ก่อนรักจางใจ : ดราม่าสะเทือนอารมณ์ โดย"นับดาว" ~





Confession...ก่อนรักจางใจ
ผู้เขียน : นับดาว
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ(ครั้งแรก/ต.ค.๒๕๕๕)
๒๙๓ หน้า ราคา ๒๒๕ บาท


โปรยปก :



ไม่ว่าเธอจะเป็นใคร ไม่ว่าเธอจะจากมานานแค่ไหน
แต่ความรักก็ไม่เคยจางไปจากใจสักวินาที


...........


คำว่ารักจะมีความหมายก็ต่อเมื่อมาจากปากของคนที่ใช่เท่านั้น

นทสรวง อาจารย์หนุ่มเจ้าของฉายาว่าเสือโคร่ง เพราะทั้งโหดทั้งเฮี๊ยบ
และยังเป็นเสือยิ้มยาก แถมดวงตายังคมกริบราวกับมีดโกน

พริมพริมา สาวน้อยหัวใจศิลป์ตกหลุมรักนทสรวงเข้าอย่างจัง
เขาคือรักแรก รักเดียว รวมทั้งเป็นรักสุดท้ายในชีวิต
ที่เธอหวังว่าเขาจะรักตอบ

และนีรา พยาบาลสาวหน้าเด็กผู้ยอมหักแต่ไม่ยอมงอ
และเย็นชาราวกับมนุษย์น้ำแข็ง แถมชอบทำตัวเป็นนักจิตวิทยา
วิเคราะห์จิตใจผู้อื่นอยู่เป็นนิตย์

เรื่องเริ่มขึ้นเมื่อนีราต้องเข้ามาเป็นพยาบาลประจำตัวของนทสรวง
ซึ่งกลับมาพักฟื้นที่บ้าน หญิงสาวที่เฉยชาอย่างเธอก็ต้องยอมรับว่า
คนไข้รายนี้เป็นผู้ชายที่หล่ออย่างร้ายกาจ ดวงตาที่ตวัดมองมาแต่ละครั้ง
ทำให้ใจแทบละลาย แถมเขายังทำท่าเหมือนกับมีใจให้

หากแล้ววันหนึ่งเขากลับขอร้องให้เธอช่วยเปิดประตูแห่งความทรงจำ
ที่มีผู้หญิงชื่อพริมพริมาอยู่!?

เธอควรทำเช่นไร เมื่อในความรักมีความลับที่เก็บซ่อนเอาไว้...







ความรู้สึกหลังอ่าน...

ต้องบอกว่า เป็นนิยายที่คนเขียนจงใจ'เล่น'กับอารมณ์ความรู้สึก
ของทั้งคนอ่านและตัวละครของตัวเองอย่างใจร้ายที่สุด...
เจ็บปวดล้ำลึกจริง ๆ

ทั้ง ๆ ที่พล็อตและธีมของเรื่องไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่เลย
ยังคงวนเวียนอยู่ในเรื่องของความรักความผูกพัน
ความอิจฉาริษยาหึงหวงเหมือนนิยายรักทั่ว ๆ ไป

แต่วิธีเล่าเรื่อง การเปิดตัวตัวละคร การดำเนินเรื่อง...
ด้วยสำนวนภาษาที่มีเสน่ห์มาก...ทั้งสละสลวย เรียบลื่น
ในขณะเดียวกันก็มีจังหวะจะโคน
ผ่อนหนักผ่อนเบาผันแปรตามอารมณ์และพัฒนาการของตัวละคร...
ทำให้เป็นนิยายที่อ่านอย่างติดตรึง ไม่จบไม่วางเลยทีเดียว

บทรักก็เคลิบเคลิ้มหวามไหว
บทเศร้าก็สุดแสนสะเทือนใจ
บทเชือดเฉือนก็กระทบกระแทกใจ เจ็บปวด กระเทือนซาง

บทร้ายก็สะใจ สาสมใจในผลกรรมที่ตัวร้ายได้รับ(ฮ่าฮ่า มีแอบซาดิสม์อะ )

..........

เล่าเรื่องเพิ่มเติมอีกนิด ๆ ละกัน จะพยายามไม่สปอยล์(ซึ่งค่อนข้างยาก...)

น่าน-นทสรวงประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนทำให้เกิดอาการความจำเสื่อมชั่วคราว
เมื่อเวลาผ่านไป เขาค่อย ๆ ฟื้นความจำบางส่วนได้ทีละนิด ๆ
เขาจำคนใกล้ตัวได้หลายคน และไม่มีปัญหาทางด้านการดำเนินชีวิตประจำวันแต่อย่างใด
แต่เขายังมิวายที่จะรู้สึกว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญมากขาดหายไป
และเมื่อเขาพยายามจะนึกถึงเขาก็ต้องเกิดอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง
ทำให้เขารู้สึกโกรธตัวเองและอยากเอาชนะ

...........

เมื่อพี่สาวคนเดียวของเขาที่ดูแลเขาอยู่ต้องติดตามสามีไปต่างประเทศ
เธอจึงจ้างพยาบาลมาดูแลเขา ทั้งที่เขาปฏิเสธ...
เขาคิดจะส่งนีรา-พยาบาลพิเศษคนนั้นกลับ
แต่เธอก็พูดจี้ใจดำเขาจนเขาต้องยอมให้เธออยู่ด้วย...

แล้วเขาก็พบว่า...ผู้หญิงเย็นชาร้ายกาจคนนี้มีอะไรบางอย่างที่ทำให้เขา...
ทั้งอยากผลักไสให้ไกลห่าง ทั้งอยากรั้งให้อยู่ใกล้

ในเมื่อความทรงจำในอดีตที่หายไปมันสร้างความเจ็บปวดให้เขานัก...
เขาควรจะทิ้งมันไว้เช่นนั้น...
แล้วหันมาสร้างความทรงจำใหม่ ๆ กับใครคนใหม่แทน?


.............


อ่านแล้วรู้สึกสะท้อนสะเทือนใจมาก
หลายบทหลายตอนทำเอาน้ำตาซึมเลยทีเดียว

ชื่นชมคนเขียนกับวิธีเล่าเรื่องของเธอมาก...
ในเมื่อเป็นเรื่องราวของความทรงจำในอดีต...
การดำเนินเรื่องจึงเป็นแนวย้อนอดีต
บอกเล่าเหตุการณ์ผ่านการรำลึกความหลังกับการพยายามเค้นความทรงจำของพระเอก
ควบคู่ไปกับความเป็นไปในปัจจุบัน
โดยมีสัดส่วนในการดำเนินเรื่องเกือบจะเท่า ๆ กัน

ที่ชื่นชมเพราะว่า...
ส่วนตัวคิดว่านักเขียนที่จะเขียนเรื่องในลักษณะนี้ได้ฝีมือต้องถึงจริง ๆ ถึงจะเอาคนอ่านได้อยู่
เพราะมันเหมือนกับว่า คนเขียนได้เปิดเผยบทสรุปเสียก่อนแล้ว ค่อยย้อนไปบอกเล่าถึงที่มา...

ถ้าบทสรุปนั้นไม่น่าสนใจ ไม่ชวนติดตาม หรือสำนวนภาษาของคนเขียนไม่ดึงดูดพอ
เรื่องเล่านั้นอาจจะแป้กก็ได้...
(แหะ ๆ ขอสารภาพว่าตัวเองนี่แหละ ที่เจอนิยายแนว ๆ นี้หลายเรื่อง
มีบ่อยครั้งที่รำคาญความเวิ่นเว้อวกวนของเรื่องราวจนพานให้หยุดอ่านไปเสียกลางเล่ม...)

แต่เล่มนี้คนเขียนเขาเอาอยู่ค่ะ...ตรึงให้เราตามอ่านตั้งแต่ต้นจนจบ
อย่างลุ้น...อย่างอิน...และอย่างอิ่มเอมในที่สุด

เก็บนามปากกานี้เข้าบัญชี 'นักเขียนที่ต้องติดตามผลงาน' เรียบร้อยค่ะ

ชวนอ่านอย่างแรงสำหรับคอนิยายสะเทือนอารมณ์









 

Create Date : 19 ธันวาคม 2555    
Last Update : 7 กุมภาพันธ์ 2556 15:10:32 น.
Counter : 3953 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  

แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 179 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs

~ อ้อมฟ้าโอบดิน/"คีรี" เขียน ~

~ บทเพลงโศกแห่งคาเฟ่แสนเศร้า(The Ballad of The Sad Café)/Carson McCullers:เขียน/จุฑามาศ แอนเนียน : แปล ~

~ ทัณฑ์ลวงรัก/"FoxxTrot" เขียน ~

~ ดับแดนดารา/"อสิตา" เขียน ~

~ เทียบท้าปฐพี 1-3/ชิงหลิงเยวี่ย : เขียน/ กระบี่หลงทิศ : แปล ~

~ My Grandmother Asked Me to Tell You She’s Sorry(ยายฝากบอกว่าขอโทษ)/Fredrik Backman:เขียน/ปราชญ์ อัสนี : แปล ~

~Beautiful Girl/นางสาวฉ่ำทุกข์กับนายความสุข/นิรวาณ/เขียน ~

~หยดน้ำหวานในหยาดน้ำตา/อุรุดา โควินท์/เขียน ~

~บันไดหยกงาม 1-3/ชิงเซียง/เขียน พริกหอม/แปล ~


สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.