'หัวใจ๋ข้า หัวใจ๋เจ้า ห้อยอยู่เก๊าเดียวกั๋น' *
*คลิกเพื่ออ่านคำแปลเจ้า :)

~รักหลงฤดู : นิยายรักจากแดนอาทิตย์อุทัย โดย 'ฮายาชิ คิซาระ' ~





รักหลงฤดู
ผู้เขียน : ฮายาชิ คิซาระ
ผู้พิมพ์ : สนพ.พิมพ์คำ (ก.ค. 54)
543 หน้า ราคา 300 บาท


จากปกหลัง :


จะรู้สึกยังไง ถ้าวันหนึ่งมีใครสักคนบอกว่าชอบเราที่หน้าตา
แถมใครคนนั้นยังเป็นหนุ่มหล่อ รวย มาดดี ครบเครื่อง...
ชนิดที่ชวนให้สาวหลง

"ฮารุเนะ" สาวแว่นรักสันโดษ ผู้มีใจมุ่งมั่นกับความฝันที่จะเป็นนักวาดการ์ตูน
ถึงกับอึ้งไป เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ดังว่า
ชีวิตสงบราบเรียบที่ดำเนินมานานปีมีอันต้องสั่นไหว
ความฝันที่วาดไว้สั่นคลอน... เมื่อ "เขา" ก้าวเข้ามาใกล้
อยากจะเชื่อแล้วกระโจนเข้าใส่ หากก็ยังลังเลใจ...ว่ามันจะจริงหรือ
และถึงมันจริง...แต่ยิ่งใกล้เขา...ฝันของเธอก็ยิ่งไกลออกไปทุกที

หญิงสาวจะทำเช่นไร...
เลือกเดินตามฝัน มุ่งมั่นต่อไป แล้วปล่อยให้ใครต่อใครมา 'โฉบ' เขาไปต่อหน้า
หรือจะเอื้อมมือคว้าไว้...ทั้งๆ ที่ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นแค่ 'ภาพลวงตา' หรือเปล่า






หลังอ่าน...
อ่านจบด้วยความเหน็ดเหนื่อยเล็กน้อย ฮ่า ๆ
เหนื่อยกับการกระชากวัย ย้อนไปไกลลิบ...
ถึงแม้เรื่องนี้จะเป็นเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ของหนุ่มสาววัยทำงาน
แต่โทนของเรื่องมันออกแนวกุ๊กกิ๊กจุ๊กจิ๊กอยู่ตลอดเวลา...
เริ่มตั้งแต่สาว ๆ ร่วมบ้านเช่าของนางเอกที่วัน ๆ หมกมุ่นอยู่แต่การหาแฟน
กับการประกวดประชันกันเรื่องขนาดของหน้าอก...บลา ๆ ๆ
คนอ่านวัยป้าเลยออกอาการ...เหนื่อย
แต่ที่อ่านได้อ่านดี อ่านได้ตลอดรอดฝั่งก็ด้วย"พระ"เอกของเรื่องนั่นเลยค่ะ

นิยายเรื่องนี้มีความน่าสนใจอยางยิ่งตรงที่...พระเอกมีอาชีพเป็น"พระ"ค่ะ
แถมเป็นพระในระดับรองเจ้าอาวาสอีกต่างหาก...!!!

แต่...อยางเพิ่งตกใจไปค่ะ นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่นทั้งหมด
ทั้งฉาก ทั้งตัวละครก็เป็นญี่ปุ่นทั้งสิ้น ไม่มีคนไทยปะปนเลย...
ดังนั้น...พระที่ว่าก็เป็นพระในพุทธศาสนานิกายหนึ่งของญี่ปุ่นทีอนุญาตให้แตงงาน
มีทายาทสืบสกุลได้...

ตามที่พระเอกได้อธิบายให้แม่นางเอกฟังง่าย ๆ ว่า...

"ผู้ก่อตั้งนิกายโจโดชินชู
เป็นพระรูปแรกที่เริมการทานเนื้อสัตว์หรือดื่มพวกเหล้าสาเก รวมถึงแต่งงานมีบุตร...
ต้องการแสดงออกว่าคนธรรมดาก็สามารถที่จะนับถือศาสนาพุทธได้น่ะครับ
นักบวชเองก็ไม่ได้อยู่ในสถานะที่แตกต่างจากคนทัวไป
เพียงแตเราเชื่อมั่นในคำสอน ทำตัวให้อยู่ในศีลในธรรม
ใคร ๆ ก็สามารถที่จะนับถือศาสนาพุทธได้น่ะครับ..."
(หน้า 388)





ส่วนนางเอกเป็นอดีตเชฟสาวที่มีเสน่ห์ปลายจวักเป็นเลิศ แต่ก็ต้องผันตัวมาทำตามความฝัน
ของน้องสาวทีรักมากที่เสียชีวิตไป นั่นคือการเป็นนักวาดการ์ตูนที่มีผลงานเป็นรูปเล่ม...
ทำให้เธอต้องทุ่มเทความพยายามมากกว่าธรรมดาเป็นเท่าตัว...
เมื่อมี"พระ"ระดับรองเจ้าอาวาส(ที่เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งเจ้าอาวาสในอนาคต)
เข้ามารุกเร้าตามจีบ เธอจึงเกิดอาการลังเล...
ปิ๊งเขาก็ปิ๊งหรอก เพราะจะว่าไปเขาก็ออกจะเพียบพร้อม
ทั้งดูดีมีศีลธรรม ทั้งรูปหล่อโรแมนติค...
แต่ความฝันของเธอก็สำคัญ หากจะให้เธอรับปากยอมคบกับเขา
ก็ต้องอยู่ภายใต้เงือนไขบางอย่างที่เธอกำหนดขึ้น...
แตเอาเข้าจริง...กลับกลายเป็นเธอเสียเองที่ทำท่าว่าอยากจะละเมิดข้อกำหนดของตัวเอง...

เรื่องนี้นางเอกรั่วมาก...รั่วพอ ๆ กับพระเอกหื่นเลยทีเดียว ฮ่า ๆ
(อยาได้คิดเชียวว่าคนเป็น"พระ"(เอก)จะต้องชาเย็น ชวนนางเอกศึกษาพระธรรมนั่งสมาธิอย่างเดียว
เหอ ๆ... "พระ"(เอก)เรื่องนี้เค้าทวนกระแสค่ะ
จ้องแต่จะชวนนางเอกผลิตทายาทไว้สืบทอดกิจการวัดอยู่นั่นแล้ว

ก็...อ่านสนุกดี(ในระดับหนึ่ง)นะคะ
แต่สาเหตุอีกประการหนึงที่ทำให้รู้สึกเหนื่อยในขณะอ่านก็คือเรื่องของสำนวนภาษาคนเขียนน่ะค่ะ
บอกตามตรงว่าเวียนหัวมากกับสำนวนประเภท...คนผมดำ คนผมดัด คนผมหยิก คนผมยาว ฯลฯ
แถมด้วยคนตัวเล็ก คนใส่แว่น...บลา ๆ ๆ ๆ มันมึนอ่ะ ไม่รู้ใครเป็นใคร ทำไมไม่เรียกชื่อไปตรง ๆ ก็ไม่รู้
หรืออาจจะเป็นเพราะเราไม่คุ้นกับวิธีเขียนแบบนี้
เพราะไม่ค่อยได้อ่านนิยาย(หรือการ์ตูน)แนวๆ ญีปุ่นเท่าไหร่












 

Create Date : 20 ธันวาคม 2558    
Last Update : 20 ธันวาคม 2558 14:49:44 น.
Counter : 1020 Pageviews.  

~ นิมิตลิขิตรัก : ดราม่าหวานแอบเศร้า โดย "ริญจน์ธร"~





นิมิตลิขิตรัก
ผู้เขียน : ริญจน์ธร
ผู้พิมพ์ : พิมพ์คำ (มี.ค. 54)
370 หน้า ราคา 240 บาท


จากปกหลัง


การมีอำนาจพิเศษเหนือคนอื่นถือว่าเป็น 'เรื่องดี'
แต่นั่นไม่ใช่สำหรับทิพรดา!

ด้วยความเป็นห่วง เพื่อนรุ่นพี่จึงชักชวนให้เธอ...
หญิงสาวโชคร้ายที่จำต้องผจญและทนทุกข์กับพลังจิตด้านนิมิตที่ครอบครองอยู่
เข้ามาสมัครเป็นเลขาฯ ของประธานสุดหล่อ
และเธอก็เผลอตกหลุมรักเขาเข้าเต็มเปาตั้งแต่แรกพบ

จากรักข้างเดียวขยับฐานะขึ้นมาเป็นแฟน แม้จะเป็นเพียง 'แฟนหลอกๆ'
แต่เธอก็ตัดสินใจวางหัวใจเป็นเดิมพัน
ในขณะที่ภาพนิมิตก็ยังคงคอยหลอกหลอนเธออยู่เสมอ
และคราวนี้เธอจะไม่ยอมสูญเสียคนที่เธอรักไปเฉยๆ อีกแล้ว...!






หลังอ่าน...

โรแมนติกดราม่าแสนหวาน ผสมผสานด้วยแนวเหนือธรรมชาตินิด ๆ
อันน่าจะเป็นแนวถนัดของนักเขียนนามนี้อยู่แล้วล่ะ

นางเอก ทิพรดา หรือทอฟฟี่ หญิงสาววัยทำงาน เป็นคนมีจิตสัมผัสพิเศษ
เธอสามารถสัมผัสและรับรู้ได้ถึงเรื่องราวร้าย ๆ ที่เกิดขึ้นกับบุคคลที่เธอรักและผูกพัน
เช่นตอนที่เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงขึ้นกับพ่อและแม่จนเธอต้องสูญเสียท่านทั้งสองไปในอุบัติเหตุครั้งนั้น
เธอก็รับรู้เหตุการณ์นั้นผ่านนิมิตของเธอ
นอกจากเธอจะมองเห็นความเป็นไปโดยที่เธอไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว
ที่ร้ายไปกว่านั้น เธอยังต้องรับร่วมในอารมณ์ ความรู้สึกของผู้ที่กำลังประสบเหตุนั้น ๆ ด้วย

เธอเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ จะมีก็แต่วัตต์ ชายหนุ่มรุ่นพี่ที่รักใคร่ผูกพันกันฉันพี่น้อง
ที่รู้ความลับอันนี้ของเธอ เขาจึงมีท่าทีห่วงใยเธอเป็นพิเศษ จนใคร ๆ ต่างก็เข้าใจผิด
รวมทั้งเพื่อนร่วมงานของคนทั้งคู่ ก่อให้เกิดเป็นข้อครหาและเสียงเล่าลือในบริษัท
ถึงความไมเหมาะสม... เพราะวัตต์มีแฟนแล้วเป็นตัวเป็นตน

ทำให้ภรภัทร(พระเอก) เจ้านายหนุ่มของทอฟฟี่ที่เธอแอบปิ๊งเขาตั้งแต่แรกเห็น
ได้โอกาสยื่นข้อเสนอทางออกของปัญหานี้แก่เธอ
นันคือเธอต้องมีแฟนเป็นตัวเป็นตน...
แล้วก็เนียนเสนอตัวเองเป็นแฟนเธอเสียเลย โดยอ้างว่าเขาเองก็กำลังมีปัญหาเหมือนกัน
เพราะถูกผู้ใหญ่จับคลุมถุงชน...บลา ๆ ๆ (มุกมาตรฐานสำหรับนิยายแนวนี้ ฮาา...)
จากเริ่มต้นแค่เป็นแฟนหลอก ๆ...แต่จากความใกล้ชิดผูกพันที่เพิมมากขึ้น
นิมิตของทอฟฟี่ก็สามารถทำให้เธอสัมผัสได้ถึงเหตุร้ายที่กำลังเกิดขึ้นกับภรภัทรด้วย...
เธอจะปกป้องเขาจากเหตุร้ายนั้นได้หรือไม่
และเธอจะต้องสูญเสียคนที่เธอรักคนไหนไปอีก...
ต้องตามไปลุ้นในนิยายกันแล้วค่ะ





อีกเล่มของนักเขียนนามนี้ที่อ่านได้เพลิน ๆ
ด้วยสำนวนภาษาที่นุ่มนวลชวนเคลิ้มคล้อย

โดยเฉพาะบทรักที่หวานจับจิตจับใจ
เจือด้วยบทเศร้าสะเทือนอารมณ์
เนื้อหาเรื่องราวที่แม้จะไม่ถึงกับแปลกและแตกต่างมากมายนัก
หากก็มีมุกมีมุมที่น่าสนใจ
ชวนให้ลุ้นชวนให้ติดตามไม่น้อยค่ะ










 

Create Date : 18 ธันวาคม 2558    
Last Update : 18 ธันวาคม 2558 12:41:38 น.
Counter : 943 Pageviews.  

~พลอยพันธนาการ : ความรักความฝัน ความผูกพันและอิงฮวา..."วาโย"~





พลอยพันธนาการ
ผู้เขียน : วาโย
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ (พ.ค. 2558)
256 หน้า ราคา 245 บาท

เรื่องย่อๆ(จากปกหลัง) :



ไม่รู้ว่าเป็นคราวเคราะห์ช่วงใกล้เบญจเพสหรือเปล่า

เมื่อพนักงานขายธรรมดาอย่าง พลอยลลิล ต้องตกกระไดพลอยโจน
ช่วยเหลือ โรเบิร์ต ผู้บริหารหนุ่มของบริษัทเครื่องประดับที่เธอทำงาน
เพื่อซื้อเข็มกลัดทับทิมพม่า ซึ่งเป็นเบาะแสสำคัญของอิงฮวา
ชุดเครื่องประดับล้ำค่าที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเขา
จนเข้าไปพัวพันกับเหตุการณ์ที่เธอไม่เคยคิดฝัน

ความรักความฝัน ความผูกพันและอิงฮวา...
สิ่งเหล่านี้พันธนาการเขากับเรื่องราวในอดีตจนยากจะถอนตัว
หรือเขาเองที่ใช้พวกมันพันธนาการหัวใจของเธอ...






หลังอ่าน...
นิยายแนวโรแมนติกดราม่าผสมมุกซับซ้อนซ่อนปมเบา ๆ
ที่อ่านได้เพลิน ๆ ในระดับหนึ่ง

ไม่แน่ใจว่าผู้เขียนตั้งใจให้นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายชุดต่อเนื่องกับเรื่องก่อนหน้าของเธอ
ที่เคยได้อ่านไปหรือเปล่า คือเรื่องตรวนรักคล้องใจ (ซึงอ่านแล้วชอบเชียวแหละ)
เห็นเค้ามีตัวละครทีเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันอยู่
พระเอกเรื่องนั้นกับเรืองนี้เป็นเพื่อน และเป็นพี่น้องร่วมสาบานกัน...
(ถ้าเป็นนิยายชุดจริง ๆ คาดว่าเดี๋ยวคงมีเรื่องของหนุ่ม ๆ อีกสามคนตามติดมา...
เพราะกลุ่มก๊วนนี้เขามีสมาชิกเป็นหนุ่ม ๆ ห้าคนด้วยกัน)

แต่ประเด็นและเนื้อหาในแต่ละเรื่องเขาแยกเป็นอิสระต่อกันนะคะ
คนละพล็อตคนละธีมเลย เพราะฉะนั้นสามารถแยกอ่านได้สบาย ๆ ค่ะ

ในเล่มนี้เป็นเรื่องราวของเฉินซีหยง หรือโรเบิรฺ์ต เฉิน หนุมลูกจีนผู้มีปมครอบครัวที่ไม่แฮปปี้นัก
เลยมาร่วมหุ้นทำธุรกิจกับเพื่อน ๆ ในเมืองไทย...

พลอยลลิล เป็นพนักงานขายของร้านขายเครื่องประดับทิศา ประจำสาขาจังหวัดชลบุรี
วันหนึ่งเธอก็ได้พบกับโรเบิร์ตโดยบังเอิญ
เธอเข้าใจผิดว่าเขาเป็นนักท่องเที่ยวที่กำลังจะถูกคนไทยหลอก จึงก้าวเข้าไปขัดขวาง
และนั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของความประทับใจที่โรเบิร์ตมีต่อพลอยลลิล

เมื่อเขาได้พบเครื่องประดับประจำตระกูลที่หายไปเมื่อหลายปีก่อน
พร้อมด้วยเบื้องหลังอันซับซ้อน เขาก็ดึงเธอเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย...
หารู้ไม่ว่านั่นคือการพันธนาการเธอไว้กับเขาโดยไม่รู้ตัว

และยิ่งเขาสืบสาวหาที่มาที่ไปของเครื่องประดับชิ้นนั้น
มันก็ยิ่งสร้างความผูกพันระหว่างเธอและเขามากขึ้น ๆ จนยากจะถ่ายถอน





พระเอกเรื่องนี้อาจจะดูเงียบ ๆ ขรึม ๆ ออกจะวางมาดอยู่สักหน่อย
แต่บทจะรุกเร้านางเอกเขาก็มีมุมที่โรแมนติกไม่เบา
ส่วนนางเอกก็น่ารักดี ซื่อๆ ใสๆ จิตใจดี ชอบช่วยเหลือคน และฉลาด เข้าใจอะไรง่าย ๆ
แต่ก็ไม่ทิ้งบุคลิกและจริตของความเป็นผู้หญิง มีแง่งอนง๊องแง๊ง ๆ บ้างเป็นบางครั้ง
และช่างเพ้อฝัน จินตนาการบรรเจิดเป็นบางคราว

จะติดก็นิดนึงตรงที่นิยายสั้นไปหน่อย ตอนท้ายดูจะรวบรัดตัดจบเร็วเกินไปอะ
ทำให้ปมสืบสวนถึงที่มาแห่ง"พลอย"...เครื่องประดับ"อิงฮวา"...
กับปม "โครงกระดูกในตู้" ของตระกูลพระเอกมันคลี่คลายง่ายและเร็วไปสักนิด
แต่โดยรวมก็อ่านสนุกดี...

ชวนอ่านค่ะ









 

Create Date : 15 ธันวาคม 2558    
Last Update : 15 ธันวาคม 2558 15:33:19 น.
Counter : 1010 Pageviews.  

~ Cinderella Bloodhound / Hunting the Lion/ Sagittarius By "BiscuitBus~





Cinderella Bloodhound / Hunting the Lion/ Sagittarius
ผู้เขียน : BiscuitBus
ผู้พิมพ์ : สนพ. ทวีสาส์น(ครั้งที่ 3/ต.ค. 2557)
467 - 624 - 645 หน้า / ราคา 350 - 380 - 450 บาท


โปรยปก (เล่ม 1) :Cinderella Bloodhound


ชีวิตของเธอสงบสุขดี แม้จะไม่เหมือนคนอื่นในวัยเดียวกัน
แต่ก็ไม่เคยคิดว่ามันยาก และรันทด ไม่เคยเอาชีวิตตัวเองไปเปรียบเป็นนิยาย
ยิ่งคำว่า “เทพนิยาย”ยิ่งห่างไกล
ตื่นขึ้นมาแต่ละวันก็แค่เอาชีวิตให้รอด ทำงาน ดิ้นรนอยู่ในโลกแห่งเงามืดในฐานะ “หมาล่าเนื้อ”
แต่ใครจะรู้ วันหนึ่ง....
เรื่องเหลือเชื่อเหมือนเทพนิยายก็หล่นลงมาอยู่ในชีวิตอย่างไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัว
มันไม่ได้สวยหรูงดงามเหมือนในนิทาน
แต่มันกลับนำพาตัวเธอให้เดินเข้าสู่เส้นทางอันตรายยิ่งกว่าคราวไหน ๆ

ทั้งชีวิตสงบสุข ถูกพลิกผันไปในชั่วข้ามคืนเดียว
แค่เพราะชายคนหนึ่ง กับคำว่า....แต่งงาน

*********

โปรยปก (เล่ม 2) : Cinderella Hunting the Lion

เมื่อเงยหน้ามองเหล่าเสือ ราชสีห์ สัตว์ตัวโตในเงามืด
ตัวเธอช่างเล็กน้อยจนน่าหัวเราะ เหมือนฟันเพืองอันน้อยที่แสนจะผิดที่ผิดทาง
ตลอดชีวิตการทำงาน ไม่เคยสักครั้งที่จะคิดยุ่งเกี่ยวกับพวกกลุ่มองค์กรมาเฟีย....
ไม่อยากเฉียดใกล้....พวกนี้ยิ่งใหญ่ เล่นแรง
ยิ่งหมาล่าเนื้อตัวเล็ก ๆ อย่างเธอยิ่งหายสาบสูญไปง่าย ๆ
แต่พ่อของเธอเคยพูดเสมอ คนทุกคนมีชีดจำกัดของตัวเอง ถึงจุด ๆ หนึ่งที่หลีกเรื่องไม่ได้
หมาไนอย่างเธอก็จำเป็นต้องลุกขึ้นมาล่าเจ้าป่าเหมือนกัน

**********

โปรยปก เล่ม 3 : Cinderella Sagittarius

การกลับมาอีกครั้งของเจ้าของโค้ดเนม “อาร์เชอร์”
นักธนูผู้เป็นตำนานที่ฟื้นคืนมาจากความตาย
เปิดฉากการต่อสู้ครั้งสุดท้ายระหว่างราชสีห์กับราชสีห์
ศึกครั้งนี้มีชีวิตผู้บริสุทธิ์และความปลอดภัยของมาตุภูมิเป็นเดิมพัน

บทสรุปของการไล่ล่าครั้งยิ่งใหญ่ของหมาล่าเนื้อตัวน้อย
ที่บังอาจเป็นศัตรูกับจ้าวป่า ใครที่จะเป็นเหยื่อ ใครที่จะเป็นผู้ล่า
และใครจะเป็นผู้รอดชีวิตในท้ายที่สุด






เรื่องราวความเป็นมา...

ทวีทตี้(ตามที่พ่อและเพื่อนพ่อเรียกเธอ) หรือแอชลีย์ วินเทอร์(ชื่อที่เธอใช้ในการทำงาน)
เด็กสาวกำพร้าอายุสิบหก
แต่ใช้ชีวิตเข้มข้นราวกับหญิงสาววัยทำงานที่กร้านกรำ
เธอเป็น"หมาล่าเนื้อ"เต็มตัวหลังจากที่พ่อของเธอถูกยิงตายต่อหน้าต่อตาเธอเมื่อสามปีก่อน
นั่นก็คือตอนทีเธออายุเพียงสิบสามปี...
เธอค่อนข้างมีชื่อเสียงพอตัวในวงการด้วยฝีมืออันฉกาจฉกรรจ์

หมาล่าเนื้อก็คือนักล่าค่าหัว ที่ทำหน้าที่ตามล่าและจับกุมอาชญากรทุกระดับแล้วส่งให้กับตำรวจ
เธอรับงานผ่านเอเย่นต์ ซึ่งรับช่วงดูแลเธอต่อจากพ่อที่เป็นผูู้ฝึกสอนวิชาหมาล่าเนื้อให้แก่เธอ
ทำให้เธอเป็นเด็กที่เฉลียวฉลาด มีไหวพริบปฏิภาณที่ฉับไว
รวมทั้งมีความอึด ถึก ทน ตามสัญชาตญาณหมาล่าเนื้อที่มีอยู่ในตัว...

และแล้วโชคชะตาก็เล่นตลกกับเธอ
เมื่อวันหนึ่งเธอจับพลัดจับผลูพบเข้ากับเนท - เนธาน แวนดิแคมป์ ขณะที่กำลังปฏิบัติงาน
จากการที่ต้องเอาตัวรอดจากสถานการณ์คับขัน เธอดื่มเหล้าจนเมามายและมีเซ็กส์อย่างไม่รู้ตัวกับเขา
เพื่อหลีกเลี่ยงความผิดตามกฏหมาย เพราะเธอยังมีฐานะเป็นเยาวชน
เนทจึงจับเธอจดทะเบียนแต่งงานและพาเธอเข้าสู่บ้านของตระกูลแวนดิแคมป์
ที่มีผู้นำตระกูลเป็นนักธุรกิจใหญ่นามอีธาน แวนดิแคมป์ เจ้าของฉายา 'มาเฟียเพนตาก้อน'

ด้วยเงื่อนไขยิบย่อยบางอย่างในตระกูล อีธานไม่ยอมรับการแต่งงานของทั้งคู่
แต่เขาจดทะเบียนรับแอชลีย์เป็นบุตรบุญธรรมและเปลียนชื่อให้ใหมเป็น'แอนนาเบล แวนดิแคมป์'
และจัดการให้เธอเข้าเรียนหนังสือในโรงเรียนมัธยมเดียวกันกับหลาน ๆ ของเขา

แอนนาเบลต้องปรับตัวขนานใหญกับชีวิตใหม่ เธอกลายเป็นคุณหนูแอนนาเบล
เพื่อนนักเรียนหลายคนเรียกเธออย่างล้อเลียน(แกมเสียดสี)ว่าเจ้าหญิง...

แต่อย่างไรก็ดี...ถึงแม้จะกลายเป็นคุณหนูแห่งตระกูลไฮโซไปแล้ว
แต่สัญชาตญาณนักล่าที่บ้าบิ่นในตัวเธอยังไม่ยอมสยบ...นับวันจะยิ่งเติบกล้าขึ้นด้วยซ้ำ!
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเธอได้รับรู้ถึงชาติกำเนิดที่แท้จริงของตัวเอง
และการตายของพ่อที่เธอรักมากที่สุดไม่ใช่เป็นเพียงเหตุฆาตกรรมธรรมดา ๆ
ตามที่เธอเข้าใจแต่แรก หากแต่เป็นการฆ่าตามใบสั่ง...
สัญชาตญาณสัตว์ร้ายในตัวเธอมันไม่ยอมอยู่เฉยแน่...
นั่นจึงเป็นที่มาแห่งเรื่องราวอันโลดโผนสนุกสนาน ตื่นเต้นเร้าใจ...
มีทั้งปมซับซ้อนซ่อนเงื่อน ปมดรามาน้ำตาริน รวมทั้งปมรักโรแมนติก ฯลฯ
ที่เมื่อได้เริ่มต้นอ่านแล้วก็อยากแต่จะอ่านให้ต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ
ไม่จบไม่อยากจะวางหนังสือ...ประมาณนั้นทีเดียว





ความรู้สึกหลังอ่าน...

อ่านสนุกมากกกกกก...(ก.ไก่ล้านเจ็ดตัว)
คนเขียนเขียนได้เก่งสุด ๆ ตั้งแตการสร้างพล็อตที่แข็งแรง
ทว่าซับซ้อนซ่อนปม แต่ละปมสัมพันธ์โยงใยกันอย่างมีที่มาที่ไปสมเหตุสมผล

ขณะอ่านอาจจะรู้สึกเหมือนอ่านนิยายแปล เพราะฉากของเรื่องเกิดขึ้นในตางประเทศ
และตัวละครก็เป็นฝรั่งทั้งหมด
แต่ก็รู้สึกได้ว่าคนเขียนเค้าก็มีการสอดแทรกวัฒนธรรมแบบตะวันออกไว้อย่างกลมกลืน
อย่างน้อย...แม้แนวเรื่องจะดูสุ่มเสี่ยงแต่ทั้งเรื่องไม่มีเลิฟซีนวาบหวิวติดเรทให้ต้องเกร็งเลย
กับการใช้ภาษาของผู้เล่าที่ออกแนวถ่อมเนื้อถ่อมตัว ไม่โอ้อวดจองหอง...
แรก ๆ อาจจะฟังแปร่ง ๆ สักหน่อยที่นางเอกใช้สรพนาม"หนู"
แต่พออ่าน ๆ ไป กลับรู้สึกว่าผู้เขียนอาจจะต้องการเตือนผู้อ่านเป็นระยะ ๆ ก็ได้ว่า
นางเอกของเธอยังเป็นเพียงเด็กสาวอายุสิบหก ไมใช่หญิงแกร่งสาวมั่นอย่างที่เราเผลอมโนไป
เมื่อเทียบกับประสบการณ์ชีวิตและความเฉลียวฉลาดของเธอ


อ่านแล้วแทบไม่อยากจะเชื่อว่านี่คืองานเขียนชิ้นแรกของนักเขียนคนไทย
ที่เป็นหญิงสาว แถมอายุน้อยอีกต่างหาก...
ด้วยทั้งพล็อตหลักพล็อตรอง ข้อมูลเนื้อหาเรื่องราว ฉากและองค์ประกอบต่าง ๆ
ของนิยายชุดเล่มหนาเตอะทั้งสามเรื่องนี้มันทั้งแน่น ทั้งเต็ม ทั้งหนักหน่วง...

ผ่านสำนวนภาษาที่ลื่นไหลมาก โดยเฉพาะเล่ม 1 และ 2
ที่เธอเล่าเรื่องผ่านมุมมองของทวีทตี้ หรือแอชลี่ย์ หรือแอนนาเบล ในสรรพนาม"ฉัน"
เราจะได้รู้จักเธอในฐานะเด็กสาวคนหนึ่งที่ต้องดิ้นรนเอาตัวรอดอย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย
เธอเก่งกล้าสามารถ และเฉลียวฉลาดมาก แต่เราไม่ยักกะรู้สึกหมั่นไส้หรืออิจฉาในความเก่งความมั่นของเธอเลย
ด้วยสัมผัสได้ถึงความซื่อใสไร้เดียงสา และการเล่าเรื่องอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมาของเธอ...
กระทั่งได้พบกับเจ้าชายที่แปรสภาพเด็กสาวกำพร้าให้กลายเป็นเจ้าหญิง...ซินเดอเรลล่า...
ตามชื่อเรื่องนั่นเอง

การเปิดปม ขมวดปมและคลี่คลายปมแต่ละปม ๆ มันช่างเป็นไปอย่างลืนไหล
สอดคล้องต้องกันเป็นเปลาะ ๆ ไป
เธอเก็บทุกเม็ด อุดทุกรูได้อย่างละเอียดยิบไม่มีรั่วไหลตกหล่น...
ตัวละครของเธอทุกตัวมีความหมาย มีความสำคัญต่อเนื้อเรื่อง
แม้จะโผล่มาเพียงว้อบแว้บเธอก็ไม่ทิ้ง...ทุกคนมีบทบาทจำเป็นในการดำเนินเรื่องมากน้อยลดหลั่นกันไปตามสัดส่วน

การสร้างความเชื่อมโยง ไม่ว่าจะของเรื่องราว เหตุการณ์ ช่วงเวลา
ตลอดถึงความสัมพันธ์ของตัวละครก็สมเหตุสมผล สมจริงสมจังไปเสียหมด
เรียกได้ว่าไม่มีที่ติเลยทีเดียว...

อดตาหลับขับตานอนอ่านซีรีส์ชุดนี้จนจบ แล้วจึงหยิบมาบอกต่อ
ชวนอ่านอย่างแรงค่ะ









 

Create Date : 01 ธันวาคม 2558    
Last Update : 1 ธันวาคม 2558 12:25:21 น.
Counter : 3211 Pageviews.  

~ แรกแสงรัก...Love at First Light โดย "มาภา" ~





แรกแสงรัก...Love at First Light
ผู้เขียน : มาภา
ผู้พิมพ์ : สนพ.พิมพ์คำ (ต.ค.๒๕๕๘)
๖๐๐ หน้า ราคา ๓๙๐ บาท


โปรยปก :


ไม่ว่าชีวิตจะต้องเจอความมืดสักกี่ค่ำคืน
ดวงอาทิตย์ก็ยังคงขึ้นเสมอในเช้าวันใหม่

สายลมฤดูใบไม้ร่วงพัดพาสองชีวิตมาพบกัน
ท่ามกลางบรรยากาศอึมครึมและหม่นเหงาของมหานครลอนดอน
‘เธอ’ จากบ้านเกิดมาแสนไกลหวังที่จะมีชีวิตใหม่
ทิ้งเรื่องราวในอดีตไว้เป็นเพียงความทรงจำอันซีดจาง

‘เขา’ ผิดหวังจากชีวิตจนเลือกหันหลังให้ทุกสิ่งทุกอย่าง
อุบัติเหตุครั้งนั้นพลิกชีวิตจากหน้ามือเป็นหลังมือ
ณ ที่นี่...‘คฤหาสน์เอเวอร์ดีน’ คือจุดเริ่มต้น
คฤหาสน์ที่เยียบเย็นไร้ชีวิตเริ่มมีไออุ่น
เมื่อเธอก้าวเข้ามาในฐานะคนดูแลชายพิการอย่างเขา
สำหรับเขา...เธอคือแสงตะวันแรกของชีวิต
สำหรับเธอ...เขาคือคนที่ทำให้หัวใจแห้งผากกลับเป็นสดใส

“ความสุขไม่เกี่ยวกับเวลา ไม่ขึ้นอยู่กับสถานที่
แต่อยู่ที่ว่าได้ใช้วันเวลาและสถานที่นั้น...กับใคร”


สำหรับสองชีวิตที่โหยหาความอบอุ่น
นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของคำว่า ‘ครอบครัว’
ที่ทั้งคู่ไขว่คว้าตามหามาตลอดชีวิต...ก็เป็นได้






เล่าเรื่องย่อ ๆ เพิ่มเติมอีกหน่อย...

เอ๋ย อาภากรกำลังเผชิญปัญหาจากภาวะตกงาน ถูกขโมยบุกเข้าห้องเช่าที่กำลังจะหมดสัญญา
เอาไปกระทั่งลูกบิดประตู...อยู่ในเมืองที่มีบรรยากาศหม่นทึมอย่างลอนดอน ประเทศอังกฤษ

เธอตัดสินใจไปสมัครงานดูแลคนพิการที่ดูเหมือนจะมีปัญหาทางจิต
ที่เธอเพิ่งรู้ในเวลาต่อมาว่าเป็นพี่ชายของเพื่อนเก่าคนหนึ่ง
ทั้ง ๆ ที่เธอเคยตั้งใจว่าเธอจะไม่ผูกสัมพันธ์กับคนไทย
เพราะเธออยากจะลืมเรื่องราวในอดีต ในเมืองไทยทั้งหมด...แต่เธอก็ไม่มีทางเลือก

ธีรัญญ์เป็นชายพิการที่เจ้าอารมณ์ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายและเอาแต่ใจตัวอย่างร้ายกาจ...
จากการที่เขาเคยถูกอดีตคนรักทอดทิ้งและเกิดอุบัติเหตุจนพิการ
เขากลั่นแกล้งอาภากรหลายอย่าง ทั้งเรียกร้องความสนใจ ทังขับไล่ไสส่งสารพัด
แต่เธอก็พยายามอดทน...จนวันหนึ่งเธอก็ถึงจุดระเบิด...
เธอเตือนสติเขาให้เขาได้แลเห็นความลำบากของผู้อื่นที่รักและแคร์เขา

และนั่นก็คือจุดเปลี่ยนของความสัมพันธ์...

เมื่อได้ข่าวว่าอดีตคนรักกำลังจะหวนมาหา
ธีรัญญ์ก็ขอร้องให้อาภากรแต่งงานกับเขาหลอก ๆ
เพียงเพื่อกันผู้หญิงคนนั้นให้ออกจากชีวิต
อาภากรตอบตกลง เพราะถึงตอนนี้ เธอเริ่มจะรู้สึกดี ๆ กับเขาบ้างแล้ว...

หลังจากทั้งคู่แต่งงานกันไม่นาน เมธาวี คนรักเก่าของธีรัญญ์ก็ก้าวเข้ามาจริง ๆ

เรื่องมันคงจะไม่ซับซ้อนพันพัวมากไปกว่าปมรักสามเส้าธรรมดาๆ ตามคาด
ถ้าหากว่าเมธาวีจะไม่บังเอิญเป็นลูกสาวของอดีตแม่เลี้ยงของอาภากร
ที่เคยไล่เธอออกจากบ้านของเธอเอง หลังจากที่พ่อของเธอเสียชีวิตลงเมื่อสิบปีก่อน

และการที่เธอทิ้งธีรัญญ์ไปในคราวนั้น...
(เธออ้างว่า)เป็นเพราะเธอป่วยเป็นมะเร็งจนต้องปลีกตัวไปรักษาโรค...
ตอนนี้เธอหายป่วยแล้ว และพร้อมแล้วที่จะมาทวงความรักคืนมาจากธีรัญญ์






โอยยย....เรื่องมันยาวค่ะ ยิ่งเล่าจะยิ่งยาว แหะ ๆ

อีกเล่มกับผลงานของมาภาที่อ่านแล้วให้ความรู้สึกอุ่นๆ กรุ่นๆ อยู่ในใจ
หลากหลายอารมณ์ หลากหลายความรู้สึกเคล้าคละปะปน...
ทั้งซาบซึ้งสะเทือนใจ ทั้งอึดอัดขัดข้อง รวมทั้งงุนงงสงสัยเป็นบางบทบางตอน

สำนวนภาษาของผู้เขียนยังคงอบอุ่นละมุนละไมเช่นเคย
ซึ่งถือว่าเป็นเสน่ห์อันดับต้นๆ ของนักเขียนทานนี้ที่ดึงดูดนักอ่านให้ติดตามผลงานของเธอ

แต่การวางพล็อต ขมวดปม การดำเนินเรื่องกับการสร้างสรรค์ตัวละคร...
ส่วนตัวยังรู้สึกสะดุด ๆ นิด ๆ
อย่างในเรื่องนี้...เรายอมรับได้ที่ผู้เขียนสร้างเรื่องสร้างราวให้นางเอก
ต้องเผชิญชะตาชีวิตที่รันทดหนักหน่วง เพื่อที่จะหล่อหลอมให้เธอเป็นหญิงสาวผู้มีความอดทน เข้มแข็ง...
(แต่...ต้องถูกแม่เลี้ยงหลอกใช้ราวกับแม่เอื้อยในปลาบู่ทอง...ถูกจัดฉากให้เกือบจะโดนข่มขืน
ถูกขโมยบุกเข้าห้องพัก บลา ๆ ๆ มันหนักไปไหมอ่า...ไม่ต้องมีซีนพวกนี้ได้ไหม...)

ส่วนพระเอกของเรา...ขอสารภาพว่าไม่ชอบพระเอกแบบธีรัญญ์เลย
งี่เง่าเอาแต่ใจ ไร้เหตุผลที่สุด แถมหูเบาอีกต่างหาก
นิยายบอกเล่าปมอดีตของพระเอกได้ค่อนข้างชวนสับสนมาก...
อ่านจนจบเราก็ยังไม่เข้าใจ เข้าไม่ถึงแรงจูงใจในการทำตัวเป็นไบโพล่าร์ของเขาเลย
จะว่าเขารักเมธาวีมากจนเสียอกเสียใจไม่เป็นผู้เป็นคน...
แต่จากการย้อนอดีตบางช่วงบางตอน ก็เห็นได้ชัดว่าเขาก็ไม่ได้รักใคร่ผูกพันเมธาวีขนาดนั้น
เพราะเจ้าหล่อนก็เป็นคนที่ป้าเขาจัดสรรให้...
หรือจะเป็นด้วยปมอุบัติเหตุจนขาพิการ...
ปมนี้เขาเองก็รู้ดีแก่ใจว่าความจริงที่เขาอมพะนำไว้คนเดียวเป็นเช่นไร...
(แล้วก็...นะ ปิดบังมาได้ตั้งนาน บทจะเปิดก็เปิดซะง่าย ๆ และเหตุผลที่ปิดบังก็ไม่ชัดเจน ไม่สมเหตุสมผล...)

หรือกระทั่งปมเด็กผู้ถูกเลือก เพราะตัวเองแข็งแรงกว่า...
จนต้องมุ่งมั่น ผลักดันตัวเองขึ้นสู่ที่สูงตามความคาดหวังของคนอื่น...มันก็ยังไม่ใช่เหตุผลที่ดีในการทำตัวงี่เง่าได้ขนาดนี้นะ

ไม่รู้สิ มันอ่านไม่อินอ่ะ...มันเยอะจัด จนจะเป็นท้าวแสนปมแล้วนะพ่อคุณ





นิยายมีตัวร้ายที่ร้ายหยั่งกับหลุดออกมาจากเทพนิยาย
หยั่งกะแม่เลี้ยงของซินเดอเรลล่า
หรือไม่ก็แม่มดในเรื่องสโนว์ไวท์ยังไงยังงั้น

แต่ตัวละครอื่น ๆ ก็โอเคดีนะคะ มีบทบาทเป็นสีสันให้กับนิยายดี
คนที่ดูดีเป็นธรรมชาติและเรารู้สึกว่าเนียนที่สุดในเรื่องก็คือภัทรากับอาทิตย์นั่นละ
รู้สึกว่าเสมอต้นเสมอปลายดี
ในขณะที่ตัวละครเด่น ๆ อีกสองตัวอย่างหมอวินกับรินรดาดูเหมือนจะผลุบๆโผล่ ๆ
ชอบก๊ล

แต่โดยรวมแล้วส่วนตัวคิดว่านิยายเรื่องนี้มีจุดเด่นในเรื่องของการนำเสนอแนวคิด
และทัศนคติในการดำเนินชีวิตได้ดีในระดับหนึ่ง
อย่างน้อยก็ปลอบประโลม...
ให้กำลังใจและแรงบันดาลใจแก่ผู้ที่อาจจะกำลังทดท้อต่อปัญหาชีวิต
ผ่านสำนวนภาษาที่นุ่มนวลชวนเคลิ้มคล้อย
กับฉากของเรื่องที่งดงามตามคำบรรยาย สอดคล้องกับอาชีพการงานของนางเอก
ส่วนนี้ค่อนข้างชอบค่ะ

หยิบเรื่องนี้มาอ่านแทรกระหว่างที่กำลังอ่านซีรียส์หนาเตอะชุดหนึ่ง
ได้อารมณ์ที่แตกต่างกันสุดขั้ว...เป็นไปได้ว่า อาจจะเผลอเอาอารมณ์ที่ได้นั้นมาเปรียบเทียบกันโดยไม่รู้ตัว
เลยได้ความรู้สึกหลังอ่านเรื่องนี้อย่างด้านบนนั่น ซึ่งเป็นอะไรที่ช่วยไม่ได้จริง ๆ แหะ ๆ
(บังเอิญเล่มนี้มีคนรอคิวอ่านอยู่ เลยต้องรีบอ่าน...)

ก็...ยังคงติดตามงานของคุณนักเขียนนามนี้อย่างต่อเนื่องต่อไปนะคะ
ติดใจในเรื่องของสำนวนภาษาน่ะค่ะ ส่วนของเนือหาเรื่องราวนั่นเป็นเรื่องรองลงมา
เพราะขณะอ่านนิยาย ก็ระลึกรู้อยู่เสมอว่า...นี่คือนิยาย!
(เพราะฉะนั้น อย่าพึงคาดหวังความสมจริงใด ๆ ทั้งสิ้น แหะ ๆ

อ่านจบแล้วก็มาบอกเล่า ชวนอ่านกันค่ะ













 

Create Date : 28 พฤศจิกายน 2558    
Last Update : 28 พฤศจิกายน 2558 15:11:08 น.
Counter : 2632 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  

แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 179 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs

~ อ้อมฟ้าโอบดิน/"คีรี" เขียน ~

~ บทเพลงโศกแห่งคาเฟ่แสนเศร้า(The Ballad of The Sad Café)/Carson McCullers:เขียน/จุฑามาศ แอนเนียน : แปล ~

~ ทัณฑ์ลวงรัก/"FoxxTrot" เขียน ~

~ ดับแดนดารา/"อสิตา" เขียน ~

~ เทียบท้าปฐพี 1-3/ชิงหลิงเยวี่ย : เขียน/ กระบี่หลงทิศ : แปล ~

~ My Grandmother Asked Me to Tell You She’s Sorry(ยายฝากบอกว่าขอโทษ)/Fredrik Backman:เขียน/ปราชญ์ อัสนี : แปล ~

~Beautiful Girl/นางสาวฉ่ำทุกข์กับนายความสุข/นิรวาณ/เขียน ~

~หยดน้ำหวานในหยาดน้ำตา/อุรุดา โควินท์/เขียน ~

~บันไดหยกงาม 1-3/ชิงเซียง/เขียน พริกหอม/แปล ~


สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.