“ความสามัคคีปรองดองเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
กับความรักใคร่เผื่อแผ่ช่วยเหลือกันฉันญาติพี่น้อง
สองประการนี้ คือคุณลักษณะสำคัญของไทย
ที่ช่วยให้ชาติบ้านเมืองอยู่รอดเป็นอิสระ
และเจริญมั่นคง มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน”
*พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙
พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ๒๕๓๒

~ กลับบ้าน :รวมเรื่องสั้นที่ทำให้หัวใจกลับไปสู่วันดอกไม้เริ่มแย้มบาน โดย สิริมา อภิจาริน ~






กลับบ้าน
ผู้เขียน : สิริมา อภิจาริน
ผู้พิมพ์ : สนพ.แสงดาว(พิมพ์ครั้งที่ ๑/๒๕๕๔)
๑๖๘ หน้า ราคา ๑๒๐ บาท

ปกหลัง :


......

บัดนี้ได้กลับมาแล้ว
บ้านเราเป็นอย่างนี้เองเจ้าประคุณเอ๋ย
จะให้ทำอะไรก็ทำได้ทุกอย่าง
จะไม่ปริปากบ่นเลย
ขอเพียงให้บ้านของเราเป็นบ้าน
ซึ่งแบ่งปันความสุขให้แก่ทุกคนภายใต้ร่มไม้ชายคาเถิด
ขออย่าให้เป็นโลกสีชมพูอยู่ที่จุดน้อยนิดเดียว
และอีกหลายจุดอันกว้างใหญ่ไพศาล
ภายใต้ชายคาเดียวกันนี้ยังคงเป็นสีเทาทะมึนอยู่ชั่วนาตาปี
ขออย่าให้เป็นอย่างนั้นเลย...เจ้าประคุณ






รวมเรื่องสั้น-สั้นสไตล์สิริมาทีอ่านแล้วอบอุ่นหัวใจ

ในหนังสือเล่มเล็ก ๆ บาง ๆ เล่มนี้บรรจุไว้ด้วยเรื่องสั้น ๆ ถึง ๑๕ เรื่อง
แต่ละเรื่องผู้เขียนได้บรรจงร้อยเรียงอารมณ์
และความรู้สึกนึกคิดของเธอผ่านตัวละครที่หลากหลาย
บอกเล่าถึงความเป็นไปในสังคมรอบๆ ตัว
ด้วยแง่มุมที่เรียบ ๆ ง่าย ๆ แต่งดงามลึกซึ้ง

มีข้อชวนคิด ชวนขำและชวนฉุกใจ ในแต่ละเรื่องแต่ละราวที่นำเสนอ
ด้วยสำนวนภาษาที่...ละมุนละม่อม...ละเมียดละไม
ให้ความรู้สึกคุ้นเคยขณะอ่าน...

ความรู้สึกที่เป็นเหมือนกับว่า...
หลังจากที่เร่ร่อนสัญจรไปไกลบ้านมานานนับ
ได้เสพอาหารเย้ายวนใจหลากหลายรสชาติ
ทั้งแบบเร่งรีบและลวกลน...
ทั้งแบบมัวมนจนเมามันแทบจะมองไม่เห็นอนาคต
และแบบเย็นชา จืดชืดจนอืดเอื่อย
อาหารบางจานมีรสชาติจัดจ้าน ซ่านซ่าและเปรี้ยวจี๊ด
บางชนิดให้รสอ่อนหวานเคลิบเคลิ้มชวนหลงใหล...(จนไปไม่เป็นเลยก็มี)

แต่เมื่อใดก็ตามที่กลับมาบ้าน...ได้กินน้ำพริกหรือแกงป่ารสมือแม่
เราอาจจะถึงกับปรารภกับตัวเองว่า...
นี่แหละคือรสชาติที่เราคุ้นเคยและถวิลหามาเนิ่นนาน...
ประมาณว่า...เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม!

และแจ่มแจ้งชัดเจนในอารมณ์และความรู้สึกที่ว่าปานประหนึ่งดอกไม้เริ่มแย้มบานนั้น...
มันเป็นเช่นนี้นี่เอง

ขอหยิบยกมาบางบทบางตอนที่อ่านแล้ว...ชอบ

.........

แพรวนึกถึงรสรักรสสวาท แต่มันก็พร่าเลือน หากมันต้องตอบแทนด้วยสิ่งนี้...
อย่างนี้...แพรวบอกกับตัวเองว่า ต่อให้ผู้ชายมาดิ้นตายลงต่อหน้า
ด้วยฤทธิ์ปรารถนาในตัวแพรว หล่อนก็จะไม่มีวันพลีกายให้อีกแล้ว

แต่แพรวขอบนี่นะ รสรักรสจูบ ร้อยรสพันรส แพรวโลดเตลิดไปได้ถึงไหนถึงกัน
หล่อนคิดว่าหญิงชายนั้นเสมอกัน บนเตียงนอนจึงเป็นเวทีที่แพรวมิเคยท้อถอย
ความวิจิตรพริ้งพรายนั้นแพรวมีอยู่จนเต็มปรี่ เขาจึงหลงแพรว และแพรวก็หลงเขา
แพรวไม่คิดเลยว่าเขาจะปฏิเสธแพรวได้ลงคอ ทั้งที่แพรวรักเขาปานนั้น
แพรวทั้งรักทั้งหลง แล้วเขาก็ทำแพรวได้ถึงปานนี้
ทิ้งความรับผิดชอบในเบื้องปลายไว้ที่แพรวคนเดียว ความเสมอกันบนเตียงนอนนั้นมีอยู่
แต่ตรงนี้...เป็นความช้ำชอกของแพรวเพียงผู้เดียว...ผู้เดียวจริง ๆ

(ทางสายบาป น.๙๖)



............

ฉันเคยบอกใครไว้ไม่รู้...ครั้งหนึ่ง ว่าฉันไม่ใช่นักรัก...
........
ถ้าจะเป็นก็เป็นได้แค่คนที่กล้ารัก ทำไมถึงกล้ารักน่ะหรือ
ก็ฉันกล้าเจ็บเท่านั้นเอง
ฉันไม่อยากพร่ำรำพันเรื่องรักในเวลาเช่นนี้หรอก
ในยามที่โลกมีศึกสงคราม ผู้คนล้มตาย และสิ่งแวดล้อมเสียหาย
ทะเลสวยของฉัน...ของเธอ...ของเรา...เต็มไปด้วยน้ำมัน
นกทะเลแสนงามของฉันปีกเปียกชุ่มกับน้ำมันชโลม
ไม่อาจแม้จะขยับปีก ไม่อาจแม้จะหายใจ
เรารณรงค์กันเอยู่เมื่อวานนี้เอง ถึงปีของการรักษาสิ่งแวดล้อม
แล้ววันนี้ โลกสวยของเราก็มีอันเป็นไป

..........

แต่เมื่อพระผู้เป็นเจ้าได้ทรงรวบรวมคุณสมบัติทั้งหลายทั้งปวงเอาไว้ในตัวเธอ
จนฉันต้องตระหนกตกใจเมื่อเห็นเธอมายืนตรงหน้าแล้วเช่นนี้
จะมิให้ฉันชื่นชมกระไรได้ บางสิ่งแม้เรามิอาจได้มา แต่เราก็อาจชื่นชม
หากเป็นสิ่งของ สัตว์เลี้ยงหรือต้นไม้ ฉันคงมิพักหาหนทางเอามาครอบครอง
แต่เมื่อเป็นมนุษย์ ทุกอย่างจำต้องมีความสมัครใจ
ไม่มีมนุษย์คนใดจะกระชากลากถูหัวใจของมนุษย์อีกคนหนึ่งมาได้
หากเจ้าตัวไม่ยินยอม

(เส้นตาย น.๑๐๑, น.๑๐๖)








เหมือนจะเป็นธรรมเนียมไปเสียแล้วสำหรับบล็อกนิยายของแม่ไก่
ที่จะหยิบหนังสือของนักเขียนคนโปรดอย่างคุณสิริมามาส่งท้ายปี

ไม่ได้ตั้งใจหรอกค่ะ ...
บังเอิญเห็นว่า ช่วงนี้ใครต่อใครหลายคนกำลัง"กลับบ้าน"
ก็เลยนึกถึงหนังสือเล่มนี้ ที่ดองไว้ระยะหนึ่งแล้ว...
อ่านแล้วก็ได้บรรยากาศและความรู้สึกดังกล่าวข้างบนนั่น

หวังว่าทุก ๆ คนจะได้กลับไปถึง"บ้าน"ที่แท้จริงของแต่ละคน
และได้พบกับรสชาติอันคุ้นเคยที่จะทำให้หัวใจแย้มบานได้นะคะ

สวัสดีปีใหม่เพื่อนนักอ่านทุกท่านค่ะ












 

Create Date : 30 ธันวาคม 2555    
Last Update : 30 ธันวาคม 2555 23:28:49 น.
Counter : 1484 Pageviews.  

~ ฝากรักเคียงใจ/ปฏิบัติการชิงรักสลักใจ : 2 เรื่อง 2 รส โดย "เรซิน" ~





ฝากรักเคียงใจ
ผู้เขียน : เรซิน
ผู้พิมพ์ : ไฟน์บุ๊ค(ต.ค./53)

โปรยปกหน้า-หลัง :



บางครั้งความรักที่เราตามหา
อาจอยู่ข้าง ๆ เราตลอดมา
เพียงแต่เราจะใช้ใจสัมผัสได้ไหม...
เท่านั้นเอง

.........

'ผมรักคุณ'

คนถูกสารภาพรักแบบไม่ทันตั้งตัวอึ้งไปนิด
เพราะไม่คิดว่าจู่ๆ จะได้ยินถ้อยคำที่รอฟังมานาน

ถึงบรรยากาศมันจะไม่สุดแสนโรแมนติกอย่างที่เคยคิดไว้เล่นๆ
แต่เพียงแค่ได้ฟังคำรักตรงๆ ชัดๆ จากปากชายหนุ่ม
แค่นี้เธอก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว

โลกทั้งใบสว่างสดใส ที่เคยงอนที่น้อยใจเป็นอันหายหมด
ดวงตาพร่าพรายมองไม่เห็นสิ่งใดนอกจากผู้ชายตรงหน้า
ไม่ได้ยินเสียงใดนอกจากคำรักที่ดังกลับไปกลับมาอยู่ในหัว

และพูดไม่ออก บอกไม่ถูก ทำได้เพียงยิ้มกว้างสุดชีวิตแล้วโผกอด
ตอบรับคำรักด้วยสัมผัสแทน...







เรื่องย่อ ๆ :(ย่อเอง)


กานต์วิสาขับรถไปประสบอุบัติเหตุทำให้พ่อของเธอที่นั่งไปด้วยเสียชีวิต
ส่วนตัวเธอเองต้องสูญเสียการมองเห็นชั่วคราว

ในช่วงนั้น ปณวัตร...ชายหนุ่มที่่พ่อของเธอเคยให้การอุปการะมาก่อน
เพราะพ่อของทั้งคู่เป็นเพื่อนรักกัน...ก็ได้เข้ามาดูแลใกล้ชิด
โดยกานต์วิสาเข้าใจว่าเป็นคนรักของเธอ...
ซึ่งปณวัตรก็ปล่อยให้เธอเข้าใจเช่นนั้น เพราะคิดว่ากานต์วิสาไม่ชอบหน้าเขา

เมื่อเธอหายดีแล้ว ยศวินก็เข้ามาสวมรอยพอดี...
เมื่อเห็นดังนั้นปณวัตรจึงออกไปจากชีวิตเธอ

กว่ากานต์วิสาจะรู้ตัวก็เกือบจะสายเกินแก้ เธอต้องเป็นฝ่ายตามไปง้อปณวัตร
แต่เธอได้แผลงฤทธิ์แผลงเดชใส่เขาไว้เยอะ...
เขาจะยอมยกโทษให้เธอล่ะหรือ...ต้องไปลุ้นในนิยายค่ะ


..........

ความรู้สึกหลังอ่าน...
เรื่องนี้ออกแนวอบอุ่นน่ารักดีค่ะ กุ๊กกิ๊กพ่อแง่แม่งอน
ผลัดกันง้อผลัดกันงอน โดยมีมือที่สามทีสีมาแทรกบ้าง
แต่ก็ไม่มากมายอะไร

จุดที่ชอบของนิยายเล่มนี้ก็คือ...ขนาดเล่มไม่หนาไม่บางค่ะ กำลังดี
ทำให้รู้สึกว่าเรื่องราวมันกระชับ ไม่เยิ่นเย้อยืดยาด

แต่มีจุดสะดุดนิด ๆ กับเรื่องอาการป่วยของนางเอก
กับการแยกแยะคนที่เข้ามาดูแลใกล้ชิดไม่ออก
ต่อให้มองไม่เห็นก็ไม่น่าถึงกับจำเสียงจำวิธีพูดของคนใกล้ตัวไม่ได้เอาเสียเลย

แค่แปร่งนิด ๆ
โดยรวมแล้วถ้ามองข้ามจุดนี้ไปเสียก็อ่านได้เพลิน ๆ ชิล ๆ ค่ะ









ปฏิบัติการชิงรักสลักใจ
ผู้เขียน:เรซิน
ผู้พิมพ์ : ไฟน์บุ๊ค(ต.ค./51)



จากเว็บสำนักพิมพ์ :


โชคชะตาเล่นตลก ลากสองสาวคู่แข่งคู่แค้นอย่าง ปาฏลี และ สิรินยา
ให้ต้องโคจรมาพบกันอีกครั้ง ปฏิบัติการชิงรักพิชิตใจจึงเกิดขึ้น
โดยมีเป้าหมายคือหนุ่มหล่อสุดเพอร์เฟ็คผู้เป็นเจ้านาย
ที่ช่างไม่รู้ตัวเลยว่าสองสาวสวยกำลังจะเปิดศึกชิงนาย

ปาฏลีจะทำอย่างไรกับปฏิบัติการชิงรัก (หักสวาท) ในครั้งนี้...
แล้วยังจะความรู้สึกแปลกๆ ที่หวั่นไหวไปกับหนุ่มข้างกายเป้าหมายเสียอีก เฮ้อ!

เธอหวังเพียงแค่ใช้เขาเป็นสะพานข้ามไปหาเป้าหมาย
แต่ยิ่งแข่งยิ่งใกล้ชิด ยิ่งตามติด ยิ่งไหวหวั่น...
แล้วแบบนี้ปฏิบัติการชิงรักจากเจ้านายหนุ่มจะสำเร็จได้อย่างไรกันล่ะ

ปฏิบัติการชิงรักครั้งนี้จะสลักลงในหัวใจของใครอีกคนได้หรือไม่
บทสรุปสุดท้ายของเกมพนันแห่งใจ ‘ใคร’ จะเป็นผู้ชนะ






เรื่องย่อ ๆ (เพิ่มเติมอีกนิดหน่อย)


ปาฏลีทำงานที่เดียวกับสิรินยา ลูกเลี้ยงสาวของพ่อเธอ...
(ที่ทิ้งแม่กับเธอไปแต่งงานใหม่จนแม่ตรอมใจตาย)
ทั้งคู้จึงเหมือนกับเป็นคู่แข่งกันในที
เมื่อมีเจ้านายหนุ่มหล่อเข้ามาทำงานด้วย
สองสาวจึงท้าพนันกันว่าใครจะสามารถเอาชนะใจเจ้านายหนุ่มได้...

สิรินยาดูเหมือนจะได้เปรียบเล็กน้อยเพราะทำงานใกล้ชิดนายจ้างโดยตรง
แต่ปาฏลีก็ไม่ยอมแพ้ เธอต้องหาทางเข้าใกล้เป้าหมายโดยอาศัยผู้ติดตามของเขา
ซึ่งยินยอมให้ความช่วยเหลือเธออย่างว่าง่าย...

แต่ไหงทำไปทำมา...เธอไม่ยักกะรู้สึกอะไรกับเจ้านายหนุ่มเอาเสียเลย
ผิดกับตอนที่อยู่กับนายผู้ติดตามคนนัน...มันต้องมีเหตุให้เธอและเขาต้องผจญภัยร่วมกันอยู่เสมอ
แถมเวลาที่เขาปกป้องเธอ มันเกิดมีอะไรอุ่น ๆ กรุ่น ๆ ในหัวใจทุกทีซีน่า...


...............

หลังอ่าน...

พล็อตไม่มีอะไรซับซ้อนเลยค่ะ
เป็นละครชีวิตเรื่องยาวแนวชิงรักหักสวาทเหมือนนิยายแนวตลาดทั่ว ๆ ไป
อาศัยสำนวนภาษาคนเขียนที่อ่านสนุก บทสนทนาจิกกัดน่าสะใจ สมจริง
เลยทำให้อ่านนิยายเล่มหนา ๆ แบบนี้ได้จนจบ...

แต่เมื่ออ่านจบแล้วออกจะผิดหวังนิด ๆ ด้วยซ้ำกับผลงานของ"เรซิน"เล่มนี้
เพราะอ่านผ่านมาสามสี่เล่ม ค่อนข้างชอบทีเดียว พอได้เล่มนี้มาจึงอ่านอย่างคาดหวัง

ปรากฏว่าไม่มีอะไรแปลกใหม่เลยสำหรับนิยายแนว ๆ นี้
มุกหลาย ๆ มุกในเรื่องมันค่อนข้างโหลอะ
อย่างมุกเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดอย่างที่แม่ของปาฏลีเจอ...
มุกสลับตัวของพระเอกกับผู้ช่วย(ที่อ่านปุ๊บก็รู้ได้ในทันที...
รู้โดยไม่ต้องเดาด้วยนะ ก็พระเอกเขาน่ะ ออร่ากระจายซะขนาดนั้น)
หรือมุกที่นางร้ายใช้แกล้งนางเอก...
มุกแย่งชิงมรดกระหว่างแม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยง
ฯลฯ
หลายมุกมันช้ำ ๆ ซ้ำๆ จริง ๆ นะ

อ้อ...อาจจะมีที่ชอบอยู่บ้างก็ตรงความกล้าบ้าบิ่นของนางเอกตอนที่บุกไปเอาคืนตัวร้าย
มันสะใจมาก เห็นได้ชัดว่านางเอกเรื่องนี้ไม่แหยไม่หงอคนดี

แล้วนางร้ายเรื่องนี้ก็ออกแนวเงื้อง่าราคาแพง...
ออกตัวมาแรงเชียว มาตกม้าตายตอนจบเสียนี่

...........

ส่วนตัวแอบคิดว่าถ้าตัวเองเริ่มอ่านงานของเรซินจากเล่มนี้
คาดว่าคงเลิกตามงานของเธอเสียแต่แรกแน่ ๆ
ดีที่เคยอ่านเล่มอื่นมาก่อนที่ยังประทับใจอยู่...
ก็เลยยังไม่เข็ดขยาดค่ะ เดี๋ยวถ้าเจออีกก็คงจะหยิบมาอ่านอีก









 

Create Date : 24 ธันวาคม 2555    
Last Update : 24 ธันวาคม 2555 11:33:32 น.
Counter : 3769 Pageviews.  

~ Confession...ก่อนรักจางใจ : ดราม่าสะเทือนอารมณ์ โดย"นับดาว" ~





Confession...ก่อนรักจางใจ
ผู้เขียน : นับดาว
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ(ครั้งแรก/ต.ค.๒๕๕๕)
๒๙๓ หน้า ราคา ๒๒๕ บาท


โปรยปก :



ไม่ว่าเธอจะเป็นใคร ไม่ว่าเธอจะจากมานานแค่ไหน
แต่ความรักก็ไม่เคยจางไปจากใจสักวินาที


...........


คำว่ารักจะมีความหมายก็ต่อเมื่อมาจากปากของคนที่ใช่เท่านั้น

นทสรวง อาจารย์หนุ่มเจ้าของฉายาว่าเสือโคร่ง เพราะทั้งโหดทั้งเฮี๊ยบ
และยังเป็นเสือยิ้มยาก แถมดวงตายังคมกริบราวกับมีดโกน

พริมพริมา สาวน้อยหัวใจศิลป์ตกหลุมรักนทสรวงเข้าอย่างจัง
เขาคือรักแรก รักเดียว รวมทั้งเป็นรักสุดท้ายในชีวิต
ที่เธอหวังว่าเขาจะรักตอบ

และนีรา พยาบาลสาวหน้าเด็กผู้ยอมหักแต่ไม่ยอมงอ
และเย็นชาราวกับมนุษย์น้ำแข็ง แถมชอบทำตัวเป็นนักจิตวิทยา
วิเคราะห์จิตใจผู้อื่นอยู่เป็นนิตย์

เรื่องเริ่มขึ้นเมื่อนีราต้องเข้ามาเป็นพยาบาลประจำตัวของนทสรวง
ซึ่งกลับมาพักฟื้นที่บ้าน หญิงสาวที่เฉยชาอย่างเธอก็ต้องยอมรับว่า
คนไข้รายนี้เป็นผู้ชายที่หล่ออย่างร้ายกาจ ดวงตาที่ตวัดมองมาแต่ละครั้ง
ทำให้ใจแทบละลาย แถมเขายังทำท่าเหมือนกับมีใจให้

หากแล้ววันหนึ่งเขากลับขอร้องให้เธอช่วยเปิดประตูแห่งความทรงจำ
ที่มีผู้หญิงชื่อพริมพริมาอยู่!?

เธอควรทำเช่นไร เมื่อในความรักมีความลับที่เก็บซ่อนเอาไว้...







ความรู้สึกหลังอ่าน...

ต้องบอกว่า เป็นนิยายที่คนเขียนจงใจ'เล่น'กับอารมณ์ความรู้สึก
ของทั้งคนอ่านและตัวละครของตัวเองอย่างใจร้ายที่สุด...
เจ็บปวดล้ำลึกจริง ๆ

ทั้ง ๆ ที่พล็อตและธีมของเรื่องไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่เลย
ยังคงวนเวียนอยู่ในเรื่องของความรักความผูกพัน
ความอิจฉาริษยาหึงหวงเหมือนนิยายรักทั่ว ๆ ไป

แต่วิธีเล่าเรื่อง การเปิดตัวตัวละคร การดำเนินเรื่อง...
ด้วยสำนวนภาษาที่มีเสน่ห์มาก...ทั้งสละสลวย เรียบลื่น
ในขณะเดียวกันก็มีจังหวะจะโคน
ผ่อนหนักผ่อนเบาผันแปรตามอารมณ์และพัฒนาการของตัวละคร...
ทำให้เป็นนิยายที่อ่านอย่างติดตรึง ไม่จบไม่วางเลยทีเดียว

บทรักก็เคลิบเคลิ้มหวามไหว
บทเศร้าก็สุดแสนสะเทือนใจ
บทเชือดเฉือนก็กระทบกระแทกใจ เจ็บปวด กระเทือนซาง

บทร้ายก็สะใจ สาสมใจในผลกรรมที่ตัวร้ายได้รับ(ฮ่าฮ่า มีแอบซาดิสม์อะ )

..........

เล่าเรื่องเพิ่มเติมอีกนิด ๆ ละกัน จะพยายามไม่สปอยล์(ซึ่งค่อนข้างยาก...)

น่าน-นทสรวงประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนทำให้เกิดอาการความจำเสื่อมชั่วคราว
เมื่อเวลาผ่านไป เขาค่อย ๆ ฟื้นความจำบางส่วนได้ทีละนิด ๆ
เขาจำคนใกล้ตัวได้หลายคน และไม่มีปัญหาทางด้านการดำเนินชีวิตประจำวันแต่อย่างใด
แต่เขายังมิวายที่จะรู้สึกว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญมากขาดหายไป
และเมื่อเขาพยายามจะนึกถึงเขาก็ต้องเกิดอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง
ทำให้เขารู้สึกโกรธตัวเองและอยากเอาชนะ

...........

เมื่อพี่สาวคนเดียวของเขาที่ดูแลเขาอยู่ต้องติดตามสามีไปต่างประเทศ
เธอจึงจ้างพยาบาลมาดูแลเขา ทั้งที่เขาปฏิเสธ...
เขาคิดจะส่งนีรา-พยาบาลพิเศษคนนั้นกลับ
แต่เธอก็พูดจี้ใจดำเขาจนเขาต้องยอมให้เธออยู่ด้วย...

แล้วเขาก็พบว่า...ผู้หญิงเย็นชาร้ายกาจคนนี้มีอะไรบางอย่างที่ทำให้เขา...
ทั้งอยากผลักไสให้ไกลห่าง ทั้งอยากรั้งให้อยู่ใกล้

ในเมื่อความทรงจำในอดีตที่หายไปมันสร้างความเจ็บปวดให้เขานัก...
เขาควรจะทิ้งมันไว้เช่นนั้น...
แล้วหันมาสร้างความทรงจำใหม่ ๆ กับใครคนใหม่แทน?


.............


อ่านแล้วรู้สึกสะท้อนสะเทือนใจมาก
หลายบทหลายตอนทำเอาน้ำตาซึมเลยทีเดียว

ชื่นชมคนเขียนกับวิธีเล่าเรื่องของเธอมาก...
ในเมื่อเป็นเรื่องราวของความทรงจำในอดีต...
การดำเนินเรื่องจึงเป็นแนวย้อนอดีต
บอกเล่าเหตุการณ์ผ่านการรำลึกความหลังกับการพยายามเค้นความทรงจำของพระเอก
ควบคู่ไปกับความเป็นไปในปัจจุบัน
โดยมีสัดส่วนในการดำเนินเรื่องเกือบจะเท่า ๆ กัน

ที่ชื่นชมเพราะว่า...
ส่วนตัวคิดว่านักเขียนที่จะเขียนเรื่องในลักษณะนี้ได้ฝีมือต้องถึงจริง ๆ ถึงจะเอาคนอ่านได้อยู่
เพราะมันเหมือนกับว่า คนเขียนได้เปิดเผยบทสรุปเสียก่อนแล้ว ค่อยย้อนไปบอกเล่าถึงที่มา...

ถ้าบทสรุปนั้นไม่น่าสนใจ ไม่ชวนติดตาม หรือสำนวนภาษาของคนเขียนไม่ดึงดูดพอ
เรื่องเล่านั้นอาจจะแป้กก็ได้...
(แหะ ๆ ขอสารภาพว่าตัวเองนี่แหละ ที่เจอนิยายแนว ๆ นี้หลายเรื่อง
มีบ่อยครั้งที่รำคาญความเวิ่นเว้อวกวนของเรื่องราวจนพานให้หยุดอ่านไปเสียกลางเล่ม...)

แต่เล่มนี้คนเขียนเขาเอาอยู่ค่ะ...ตรึงให้เราตามอ่านตั้งแต่ต้นจนจบ
อย่างลุ้น...อย่างอิน...และอย่างอิ่มเอมในที่สุด

เก็บนามปากกานี้เข้าบัญชี 'นักเขียนที่ต้องติดตามผลงาน' เรียบร้อยค่ะ

ชวนอ่านอย่างแรงสำหรับคอนิยายสะเทือนอารมณ์









 

Create Date : 19 ธันวาคม 2555    
Last Update : 7 กุมภาพันธ์ 2556 15:10:32 น.
Counter : 3646 Pageviews.  

~ สิบร้าย...พ่ายรัก : หนึ่งในนิยายรักชุด "Sweet 10" โดย"เด็กทะเล"~





สิบร้าย...พ่ายรัก
ผู้เขียน : เด็กทะเล
ผู้พิมพ์ : สนพ.แจ่มใส(ครั้งที่ ๑ : ส.ค. ๒๕๕๔)
๒๔๐ หน้า ราคา ๑๕๙ บาท

โปรยปกหลัง:



สิบข้อเสียเพลียใจที่ผู้หญิงทั่วไปต้องส่ายหน้า
แต่เพราะเป็นเขา... และเป็นเธอ...
ไอ้ที่ร้ายๆ ก็กลับกลายเป็นรักแบบไม่มีเหตุผล

.................

รักแรกของเธอมาพร้อมสายลมแรกของฤดูใบไม้ผลิ
แล้วก็พัดผ่านไปโดยเธอไม่ทันได้ตักตวงสิ่งใด นอกจากประทับภาพเขาไว้ในความทรงจำ
สิบปีล่วงเลย เป็นสายลมเดิมที่โบกโบยพาเขาหวนหาเธออีกครั้ง
มอบโอกาสสานต่อรักแรกให้กลายเป็นรักนิรันดร์...

พล็อตหวานเลี่ยนคงมีแต่ในการ์ตูนตาหวานเท่านั้นแหละ
ถึงแม้ 'บุญเดือนสิบ' อาจพอกล้อมแกล้มเป็นนางเอกได้
แต่ 'ทสึนะชิ มาสะ' รุ่นพี่ที่โรงเรียนสมัยเธอเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน
และตอนนี้ได้กลายเป็นรุ่นพี่ที่ทำงานคนนั้น.......
อย่าว่าแต่จะเป็นพระเอกเลย ขนาดบทตัวร้ายเธอยังว่าให้เกียรติเขาเกินไปด้วยซ้ำ
ทั้งปากร้าย เอาแต่ใจ บ้างาน เผด็จการเข้าเส้น ฯลฯ

สารพัดสารเพนับรวมได้สิบข้อแย่ล้วนยัดอยู่ในตัวเขาทั้งหมด ชนิดไม่เหลือเผื่อให้ใคร
ที่ร้ายคือเขาจำเพาะต้องล็อกเป้าสาดกระสุนร้ายใส่เธอคนเดียว!

สิบปีก่อนเธอคงอ่อนเดียงสาและเพ้อฝันเกินไป
ถึงได้มองนายซาตานเป็นเจ้าชายเสียได้!!








เรื่องย่อๆ อีกนิดหน่อย...
บุญเดือนสิบ บัณฑิตปริญญาโทใหม่หมาดจากญี่ปุ่น เข้าทำงานในบริษัทยักษ์ใหญ่
แต่ต้องไปประจำอยู่ที่สาขาเล็ก ๆ ในเมืองเล็ก ๆ ที่เงียบสงบ
และมีพนักงานเพียงไม่กี่คน

ที่นั่น เธอได้พบกับทสึนะชิ มาสะ อดีตรุ่นพี่ที่เธอเคยหลงรักสมัยเรียนชั้นม.ปลาย
เขาไม่ได้แสดงท่าทีว่าจำเธอได้ หรือรับรู้การมีตัวตนของเธอมาก่อนเลยแม้แต่น้อย

ในฐานะผู้ที่อยู่มาก่อน เขาต้องเป็นพี่เลี้ยงให้เธอซึ่งเป็นเด็กใหม่...
แม้จะดีใจที่ได้ทำงานใกล้ชิดเขา แต่เธอก็รู้สึกน้อยใจและสับสนหวั่นไหวอยู่ตลอดเวลา

ก็รุ่นพี่น่ะ ทั้งโหด ทั้งหิน ทั้งดุดันเย็นชาสารพัด...
อย่างนี้น่ะเหรอที่เพื่อนรักของเธอเข้าใจว่าเขารักเธอ...เป็นไปไม่ได้...!







ความรู้สึกหลังอ่าน...
น่ารักกุ๊กกิ๊กไม่เบาค่ะ
การดำเนินเรื่องส่วนใหญ่จะเล่าผ่านมุมมองของบุญเดือนสิบ ที่มีบุคลิกโก๊ะ ๆ เอ๋อ ๆ
ซื่อใสไร้เดียงสา แต่จิตใจมั่นคงในความรัก

บางช่วงก็มีเรื่องเล่าผ่านมุมมองของฝั่งพระเอกบ้าง...
โดยเฉพาะการเปิดเผยปมชีวิตของเจ้าตัว
ที่เป็นเหตุเป็นผลว่าทำไมเขาจึงมีบุคลิกแปลกแยกและเย็นชาได้ขนาดนั้น

ต้องออกตัวก่อนว่าปกติไม่ชอบอ่านการ์ตูนตาหวานค่ะ...
(จริงแล้วก็การ์ตูนแทบจะทุกชนิดนั่นแหละ อ่านไม่เป็น ไม่รู้เรื่อง)
แต่เห็นหลายคนบอกว่าพระเอกเรื่องนี้มีบุคลิกตามแบบฉบับพระเอกการ์ตูน
ก็พยายามคิดภาพตามอยู่ แต่มันไม่มีภาพในหัวเลยแฮะ...
เลยออกแนวไม่ค่อยปลื้มพระเอกแบบนี้เท่าไหร่ คลุมเคลือ ไม่ชัดเจนอะ
(ชื่อแอบอ่านยาก จำยากอีกต่างหาก แหะ ๆ )

แต่ที่อ่านได้จนจบเพราะชื่นชอบวิธีเล่าเรื่อง
กับเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนสาวๆ ที่ต่างก็มีความเกี่ยวข้องผูกพันกับเลขสิบ

เรื่องนี้เน้นธีมเลขสิบ(ตามคอนเซ็ปต์ธีมร่วมที่สนพ.กำหนด
ด้วยเป็นหนึ่งในนิยายชุดครบรอบสิบปีแจ่มใสนั่นเอง)
นางเอกจึงมีความผูกพันกับเลขสิบเป็นพิเศษ

เธอเป็นน้องเล็ก(ลูกคนที่สิบ)ในครอบครัวใหญ่ที่มีลูก ๆ ถึงสิบคน...
(ชอบชื่อที่คล้องจองกันของลูก ๆ บ้านนี้มาก ถ้ามีลูกมีหลานจะขอหยิบยืมไปตั้งบ้างน๊า)
เกิดในเดือนสิบ
มีเพื่อน ๆ ที่มีความผูกพันกับเลขสิบเหมือน ๆ กันอีก ๓ คน
แถมบรรดาแฟน ๆ ของเพื่อน ๆ ก็ไม่วายมีชื่อที่เกี่ยวข้องกับเลขสิบกันทุกคน
(มี...สิบพัน ทศภาค และสิบทิศ)

กระทั่งตัวเธอเอง...
ก็กำลังหลงรักชายหนุ่มที่มีชื่อที่เขียนด้วยอักษรญี่ปุ่นที่มีความหมายเป็นเลขสิบเช่นกัน

...........


อ่าน ๆ ไปก็ชื่นชมคนเขียนนะคะว่า...
เข้าใจผูกเรื่องผูกราวให้อะไร ๆ มันช่างบังเอิญสอดคล้องเสียขนาดนั้น...
กลมกลืนลื่นไหลได้อีกต่างหาก

แต่ก็มีจุดรั่วเล็กๆอยู่บ้างเหมือนกันนะ
อย่างเรื่องช่วงเวลาที่นางเอกพบรักครั้งแรกกับพระเอกนั่น...
คนเขียนตอกย้ำหลายจุดมากว่านานนับสิบปี แต่เรานับนิ้วดูแล้วมันไม่น่าจะถึงนะ
เพราะเจอกันตอนไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนตอนม. 5
กลับมาเมืองไทย เรียนม. 6 แล้วเข้ามหาวิทยาลัยอีก 4 ปี จบปริญญาตรีปุ๊บ
ได้ทุนไปเรียนป.โทที่ญี่ปุ่นเลย เรียนอยู่ 2 ปี จบโทแล้วก็เข้าทำงานทีเดียวกับพระเอกเลย
มันนับได้แค่ 7 ปีอ่ะ...
ไม่ใช่ยาวนานนับสิบปีอย่างที่เธอพยายามจะเน้นเพื่อให้เข้ากับโจทย์ที่ได้รับมา

แต่ก็ เอ้า...นิด ๆ หน่อย ๆ

โดยรวม ๆ แล้ว เป็นนิยายรักกุ๊กกิ๊กที่น่ารัก อ่านเพลิน ๆ ชิล ๆ
มีบทรักนิด ๆ หน่อย ๆ พอให้คนอ่านรู้สึกเคลิ้ม ๆ เขิน ๆ บ้าง

สรุปว่าอ่านสนุกดี...
อ่านจบแล้วหยิบมาชวนอ่านให้อุ่น ๆ หัวใจในวันที่อากาศเริ่มจะเยือกเย็นเช่นนี้ค่ะ












 

Create Date : 17 ธันวาคม 2555    
Last Update : 17 ธันวาคม 2555 23:11:34 น.
Counter : 1781 Pageviews.  

~ บุพเพเล่ห์จันทร์ : ตำนานรักดอกเหมยภาคนิยาย ฝีมือคนไทย โดย "กะรัตลักษณ์" ~





บุพเพเล่ห์จันทร์
ผู้เขียน : กะรัตลักษณ์
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ(ครั้งแรก/ต.ค. ๒๕๕๕)
๒๒๒ หน้า ราคา ๑๘๕ บาท

จากสนพ. :



เมื่อจินป๋ายไช่ ต้องมาอาศัยอยู่กับญาติซึ่งเป็นคนสนิทของนายหญิงตระกูลฟู่
นางจึงอยู่ในฐานะสาวใช้ของบ้าน
หญิงสาวดูแตกต่างจากผู้อื่นในด้านความคิดและการประพฤติตน
รวมทั้งใฝ่รู้และมีน้ำใจ
ซึ่งความใสซื่อน่ารักอย่างเป็นธรรมชาติก็ไปต้องตาฟู่หลิงเฉินบุรุษรูปงามที่เป็นนายใหญ่ของบ้านเข้าอย่างจัง
ในสายตาของใคร ๆ เขาเป็นคนที่เย็นชาไร้หัวใจ
แต่นางกลับรับรู้ได้ถึงความอ่อนโยนในแววตาของเขา

ยิ่งนานวัน นางกับเขาเหมือนมีเส้นด้ายสีแดงผูกโยงเข้าหากัน
นอกจากความใกล้ชิดที่ต้องคอยรับใช้เขาแล้ว
เจ้านายหนุ่มที่แสนเย็นชากลับยิ้มง่ายขึ้น
แถมยังทำให้นางใจเต้นกับสายตาวิบวับบอกความในใจอีกด้วย



คำแนะนำหนังสือ (จากหน้าในปกหลัง)


ความรักต่างวัยที่ต้องหักห้ามใจ
เมื่อฟู่หลิงเฉิน พ่อหม้ายหนุ่มเจ้าเสน่ห์
เกิดต้องตาต้องใจดรุณีแรกแย้มที่เป็นเพียงสาวใช้ในบ้าน
นางคือจินป๋ายใช่ แม่หัวผักกาดขาวที่แสนใสซื่อและดื้อรั้น
แต่กลับได้ใจเขายิ่งนัก โดยเฉพาะยามที่นางพูดคุย
และมองจ้องเขาด้วยดวงตากลมโตอยากรู้อยากเห็นนั้น
มันทำให้หัวใจเขากระตุกราวกับเป็นหนุ่มน้อยแรกรักก็มิปาน






หลังอ่าน...
สนุกค่ะ...สนุกมากกกก....ขอบอก
เรื่องย่อก็ตามข้างบนนั่นเลยค่ะ

จินป๋ายใช่ เด็กสาวกำพร้าในวัยสิบสามปี
เดินทางมาอาศัยอยู่กับญาติที่เป็นคนรับใช้ในบ้านตระกูลฟู่
ด้วยความจริงใจซื่อตรง ขยันอดทน ผนวกกับความเป็นคนใฝ่รู้ใฝ่เรียนของเธอ
ทำให้ใครต่อใครในบ้านต่างก็หลงรักเธอ
รวมทั้ง "นายทาน"-ฟู่หลิงเฉิน พ่อม่ายหนุ่มใหญ่ กับลูกชายคนเดียวของเขา

.............

อ่าน ๆ ไปแทบไม่อยากเชื่อเลยค่ะว่านี่เป็นนิยายรักแนวจีนโบราณที่เขียนโดยคนไทย
แถมเป็นนักเขียนหน้าใหม่ นามปากกาไม่คุ้นหูอีกต่างหาก

ด้วยพล็อตธรรมด๊า-ธรรมดา...
อันเป็นเรื่องราวของความรักต่างชนชั้นฐานันดร ซ้ำต่างวัยมากกว่าหนึ่งรอบ

แต่ผู้เขียนก็สามารถตรึงคนอ่านได้อยู่หมัดด้วยสำนวนภาษาที่พลิ้วไหวไหลลื่น
การบรรยายฉากเบื้องหลังรวมทั้งบทสนทนาก็ให้อารมณ์แบบจีน ๆ ได้อย่างสมบูรณ์ ไร้ที่ติ

"ข้าจำได้ว่า วันแรกที่ข้าพบหน้าท่าน ข้าเคยเรียกท่านว่าท่านลุง..."
หญิงสาวเงยหน้าสบตาเขา
ชายหนุ่มจูบเบา ๆ ที่ปลายจมูกของนางอย่างมันเขี้ยว
"และคืนนี้เจ้าก็ได้ท่านลุงคนนี้เป็นสามีมิใช่หรือ"


......

ทั้งตัวละครที่มีเสน่ห์ มีชีวิตชีวา และเป็นธรรมชาติ

การดำเนินเรื่องที่กระชับฉับไว
แต่ก็แสดงให้เห็นภาพความสัมพันธ์ที่ค่อย ๆ พัฒนาไปของคู่พระนาง

ทางฝั่งพระเอกก็เริ่มจากความจับตาจับใจในความใสซื่อไร้เดียงสา
แต่ก็เฉลียวฉลาดขี้เล่นใช่น้อย...
ก่อเป็นควาผูกพัน รักใครและหวงแหนในที่สุด

ส่วนฝั่งนางเอกนั้นเริ่มจากความสำนึกในบุญคุณ ความโหยหาความอบอุ่น
และการปกป้องดูแลจากคนเป็นพ่อที่ตัวเองต้องสูญเสียไปตั้งแต่วัยเด็ก...
เมื่อย่างเข้าสู่วัยสาวน้อยก็ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความรัก...
แต่ก็เป็นความรักแบบเจียมตัว ด้วยสำนึกว่าตัวเองเป็นเพียงสาวใช้ในบ้าน
จะเป็นไปได้อย่างไรที่นายท่านจะมายกย่องเชิดชูให้เคียงคู่เสมอท่าน...

แล้วไหนจะฟูเหรินใหญ่ มารดาของนายท่านอีกล่ะ
จะยอมรับลูกสะใภ้บ่าวได้ล่ะหรือ...?
ที่สำคัญ...ลูกชายตัวน้อยของนายท่านนั่นอีก
จะยอมให้พี่เลี้ยงสาวเปลี่ยนฐานะจากการเป็นพี่เลี้ยงมาเป็นมารดาหรือไม่...?

นับเป็นอุปสรรคอันใหญ่หลวงที่พวกเขาทั้งคู่ต้องร่วมฝ่าฟัน...

........

อ่านแล้วอิน...ลุ้น เอาใจช่วยสาวน้อยจินป๋ายใช่
แล้วก็เพลิดเพลินมาก เหมือนที่จั่วไว้ที่หัวบล็อกนั่นเลยค่ะ
ว่า...เหมือนอ่านตำนานรักดอกเหมยฉบับนิยาย
เสียดายก็แต่...นิยายสั้นไปหน่อย...
คนเขียนเจ้าขา เล่มหน้าขอยาวกว่านี้อีกสักเท่าตัวนะคะ
คุณชายน้อยฟู่เจียนจื่อนั่นปะไร...
ดูจะแก่แดดแก่ลมมิใช่น้อย โตขึ้นมีแววว่าจะเจ้าเสน่ห์ไม่แพ้บิดา
จับมาเป็นพระเอกสักเรื่องสิคะ
จะตามอ่านทุกเรื่องเลยค่า...











 

Create Date : 14 ธันวาคม 2555    
Last Update : 14 ธันวาคม 2555 12:40:18 น.
Counter : 2650 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  

BlogGang Popular Award#13


 
แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 168 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs


~ เดเปอโร รักยิ่งใหญ่จากใจดวงเล็ก/เคท ดิคามิลโล/เขียน งามพรรณ เวชชาชีวะ/แปล ~

~สูญมนุษย์วันสิ้นโลก/Z for Zachariah/Robert C. O'Brien/เขียน วิลาส วศินสังวร/แปล ~

~ บ้านใหม่บนดิน The People of Sparks/ฌานน์ ดูโปร เขียน/แสงตะวัน แปล~

~ บ้านริมทะลสาบ/เข็มพลอย~

~ อาคม/ชลนิล~

~กลรักเกมเลือด/กีโยม มุสโซ เขียน/จรัมพร หาญพล แปล~

~ห้วงลวงรัก/กีโยม มุสโซ เขียน/จรัมพร หาญพล แปล~

~ ไพรีนฤมิต/ญนันธร~

~ รื่นรักรมย์ลวง@หัวหิน/กิ่งฉัตร~

~ เมียเจ้า/Amy Tan (นรา สุภัคโรจน์/แปล)~

~ความฝันครั้งที่สอง/ว.วินิจฉัยกุล~


สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.