'หัวใจ๋ข้า หัวใจ๋เจ้า ห้อยอยู่เก๊าเดียวกั๋น' *
*คลิกเพื่ออ่านคำแปลเจ้า :)

~ ไฟแค้นแผนร้าย โดย "ปราณธร" ~





ไฟแค้นแผนร้าย
ผู้เขียน:ปราณธร
ผู้พิมพ์: สนพ.แจ่มใส(ก.ย. 2553)
268 หน้า ราคา 169 บาท


โปรยปก:


เจ็บไข้ได้ป่วยยาช่วยได้...
แต่ถ้าเจ็บที่หัวใจ คงต้องให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านรักรับไปดูแล

หนึ่งในจรรยาบรรณของแพทย์ทุกคนคือไม่ลำเอียงเข้าข้างคนป่วยของตน
แต่ ‘อาชวิน’ แพทย์ฝึกหัดก็มีเหตุให้ต้องผิดจรรยาบรรณ
เพราะทนไม่ได้ที่เห็นญาติของผู้ป่วยที่อยู่ในความดูแลได้รับบาดเจ็บ
เทียวเข้าเทียวออกโรงพยาบาลถี่ผิดปกติ
จึงขอโอนเธอมาเป็นเคสพิเศษส่วนตัวเพื่อจับผิด เอ๊ย จับตาดูอย่างใกล้ชิด


ยิ่งได้รู้ว่าเธอไม่ใช่นางเอกสู้คน เพราะยอมเป็นผู้ถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียว
ดังนั้นคุณหมอผู้รักความยุติธรรมจึงขอรับบทพระเอกควบอีกหนึ่ง
และยอมผิดจรรยาบรรณแพทย์อีกสักหลายๆ ครั้ง
ทั้งให้คำแนะนำไปจนถึงยุให้แก้เผ็ดด้วยวิธีที่แสบสันกว่าเป็นการเอาคืน

ทว่าเหมือนราดน้ำกรดลงบนแผลสด เพราะกลับทำให้เธอโดนอีกฝ่ายเล่นงานหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ
ในเมื่อยอมก็แล้ว สู้ก็แล้ว คนใจร้ายก็ยังไม่ยอมรามือจากคนในความดูแลของเขา
ทำให้ต้องออกโรงปกป้องเธอสุดชีวิต เห็นทีงานนี้เขาต้องร้ายยิ่งกว่าให้ดู
แล้วจะรู้ว่าคนเป็นหมอทำอะไรได้มากกว่าที่คาด หากคิดจะลองดีกัน!!







หลังอ่าน...
ได้ยินชื่อเสียงนามปากกานี้มาสักระยะหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสได้ลิ้มลอง
วันนี้สบโอกาส เจอหนังสือเล่มนี้โดยบังเอิญเลยรีบคว้ามาอย่างเร็วที่สุด
แล้วก็เริ่มต้นอ่านทันที...


เรื่องย่อ ๆ ก็ตามข้างบนแหละค่ะ

พระเอกเป็นหมอส่วนนางเอกเป็นญาติคนป่วยที่ตอนหลังต้องมาเป็นผู้ป่วยเสียเองหลายครั้ง
ด้วยอุบัติเหตุที่พระเอกดูออกว่าถูกทำร้ายมา
ตอนแรกเขาไม่คิดจะยุ่งเกี่ยวด้วย แต่ทนความซื่อใสไม่สู้คนของนางเอกไม่ได้
จึงแกล้งแนะวิธีเอาคืนให้ลอย ๆ แล้วเธอก็ดันเชื่อ เอาไปทำตามแล้วได้ผลเสียด้วยสิ

นางเอกเดิมทีเป็นคุณหนูผู้เรียบร้อย แต่กำพร้าแม่ แถมมีพี่บุญธรรมใจร้ายอย่างนิพาดา
คอยกลั่นแกล้งรังแกสารพัด...(ยังกะแม่เอื้อยแม่อ้ายในเรื่องปลาบู่ทองกระนั้น)
และที่เลวร้ายท้ายสุด...จากพี่บุญธรรมที่เคยมองว่าเธอเป็น"ลูกอิจฉา"
ที่เกิดมาแย่งทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเจ้าหล่อน...
นิพาดากลับกลายมาเป็นแม่เลี้ยงใจยักษ์...

ที่ทำให้เธอได้มองโลกและผู้คนในแง่มุมที่เปลี่ยน แปลกและแตกต่าง
ซ้ำยังได้มองเห็นตัวตนอีกด้านของผู้เป็นพ่ออีกต่างหาก...
จากคนไม่สู้คน เธอจำต้องลุกขึ้นมาสู้เพื่อปกป้องตัวเองและคนที่เธอรัก





ก็สนุกดีค่ะ...
เรื่องราวและพล็อตไม่ได้แปลกแหวกแนวอะไรมากมาย
ออกแนวน้ำเน่ายุงชุมด้วยซ้ำ เพราะมีเรื่องราวของลูกอิจฉา ลูกเลี้ยง แม่เลี้ยง...
เรื่องของความอิจฉาริษยา แย่งชิงมรดก ฯลฯ

แต่การนำเสนอตัวละครสิ ทำเอาอึ้ง...
แหวกขนบนิยายรักใส ๆ แนว'ความรู้สึกดีที่เรียกว่ารัก'อย่างค่อนข้างสิ้นเชิง...

พระเอกเป็นหมอจบใหม่ กำลังใช้ทุนอยู่่ ชื่อหมออาชวิน หรือหมออาด
รูปหล่อสาวกรี๊ดแต่จนกรอบ
แถมมีมุมชีวิตด้านมืด คบสนิทอยู่กับมาเฟียค้ายา...

โชคยังดีที่เขามีจิตใจใฝ่ดีและรักศักดิ์ศรีพอที่จะไม่ตกหล่มจมโคลนลงไปในวังวนอุบาทว์นั้น
ทั้งที่เคยถูกยั่วยุด้วยเงินตรามหาศาล
แต่ความที่คลุกคลีกับชีวิตด้านมืดมาพอสมควร
ทำให้เขาเรียนรู้วิธีรับมือกับแผนการร้ายกาจใด ๆ ที่ตัวร้ายส่งมาให้

จากตอนแรกที่ออกแนวรำคาญนางเอก...แกล้งซะเป่าปี่ แต่ตอนหลังเห็นเธอถูกกระทำบ่อยเข้า
แถมมีการรายงานผลที่เอาคำแนะนำเขาไปใช้แล้วยิ่งโดนหนัก ก็เลยรู้สึกว่าต้องรับผิดชอบ...
กระโดดเข้าปกป้องนางเอกเต็มตัว...สร้างอารมณ์สะสาใจแก่ผู้อ่านเป็นยิ่งนัก
กับความร้ายแบบพระเอก ๆ

การดำเนินเรื่องกระชับฉับไวดีค่ะ ไม่อ้อยอิ่งทิ้งช่วงให้ต้องลุ้นอะไรนาน ๆ
ตัวร้ายก็ได้รับผลกรรมทันตา...แต่ว่า...แรงไปไหมอ่า
ต่อให้เจ้าหล่อนร้ายแสนร้าย เจ้าเลห์มารยาแค่ไหน
แต่ถ้าผู้ชาย(พ่อนางเอก)หนักแน่นพอ ไม่เล่นด้วย เจ้าหล่อนก็คงทำอะไรได้ยากขึ้น

สำนวนภาษาคนเขียนก็โอเค อ่านได้เรื่อย ๆ
มีสะดุดนิด ๆ ในบทบรรยาย อย่างตอนที่บอกเล่าถึงลักษณะของนิพาดา ตอนทีหมออาดพบครั้งแรก...

'...เธอมีบรรยากาศยั่วยวนแบบผู้ใหญ่ แทนที่จะให้บรรยากาศผู้ยังอยู่ในวัยศึกษาเล่าเรียน...'

ที่บอกว่าสะดุดเพราะอ่านแล้วมันรู้สึกแปร่ง ๆ
ทะแม่ง ๆ กับการใช้คำว่า'บรรยากาศ'กับการบอกเล่าถึงบุคลิกลักษณะของบุคคลน่ะค่ะ

มีเลิฟซีนชวนเขินแกมจั๊กจี้ประปราย ก็น่ารักสมเหตุสมผลดีค่ะ เพราะพระ-นางโต ๆ แล้วทั้งคู่
บทรักกุ๊กกิ๊กจึงมีได้ไม่น่าเกลียด...น่ารักอีกต่างหาก หุหุ

สรุปว่าอ่านแล้วชอบนะคะ แม้ว่าจะไม่ถึงกับติดตราตรึงใจอะไรประมาณนั้น
แต่ถ้าเจอนามปากกานี้อีกที่ไหน ก็คงหยิบมาอ่านได้อีกโดยไม่ลังเลค่ะ











 

Create Date : 12 มิถุนายน 2556    
Last Update : 12 มิถุนายน 2556 15:49:30 น.
Counter : 6741 Pageviews.  

~ "ความทรงจำของรองเท้าแก้ว" โดย 'bookmark' ~





ความทรงจำของรองเท้าแก้ว
ผู้เขียน : bookmark
ผู้พิมพ์: สนพ.แจ่มใส (พิมพ์ครั้งแรก เม.ย 2553)
390 หน้า, ราคา 239 บาท


โปรยปกหลัง :



ภาพเด็กสาวแสนน่ารักในชุดราตรีสั้น สวมรองเท้าสีขาวสะดุดตา
น้ำเสียงอ้อนวอนพร่ำบอกให้ช่วยแม่ของเธอ...
และร่างของหญิงสูงวัยกว่าที่กำลังร่ำไห้ปิ่มจะขาดใจในห้องแสนคุ้นเคย...
ปรากฏอยู่ในห้วงฝันของ ‘ปุริมา’ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าในช่วงเวลาหลายคืนที่ผ่านมา

หญิงสาวจนใจจะคาดเดาว่าตัวเองไปเกี่ยวข้องกับสาวสองวัยในฝันตอนไหน
รู้เพียงแต่มันเกิดขึ้นหลังจากได้รองเท้าสีขาวคู่หนึ่งมาจากร้านขายของมือสองนั่น!
หลายครั้งที่รองเท้าพาเธอไปยังสถานที่ที่ไม่เคยคิดจะไป
ทำให้เธอเห็นภาพเหตุการณ์บางอย่างที่น่าสะพรึงกลัว
และการได้พบกับ ‘เขา’ ชายหนุ่มแปลกหน้าที่สะดุดใจเธอจัง ๆ
เพียงเพราะรองเท้าสีขาวคู่นั้นออกฤทธิ์กับเธอเข้า... โดยบังเอิญ

ปริศนาภาพฝันในช่วงนิทราอาจจะเกี่ยวพันกับรองเท้าคู่สวยนี้
หากทำไมจึงเป็นเธอที่ถูกดึงดูดเข้าสู่เงื่อนงำลึกลับ...
คำตอบนั้นคือสิ่งที่ต้องลงมือค้นหาด้วยตนเอง







หลังอ่าน...
เรื่องย่อก็ประมาณข้างบนนั่นเลยค่ะ
นิยายเล่มนี้เห็นวางบนชั้นบ้านน้องนานแล้วล่ะ
แต่มองผ่านเพราะคิดว่าเป็นนิยายรักหวานแหววแนวเทพนิยายอะไรทำนองนั้น

จริง ๆ แล้วก็ประมาณนั้นแหละค่ะ อ้าว...ยังไง

คือเป็นนิยายรักนั่นแหละ แต่ไม่ได้หวานไหวอะไรมากมาย
มีปน ๆ สืบสวน ปน ๆ ฆาตกรรมด้วยซ้ำไป
แถมผสมผเสด้วยแนวพารานอร์มอลนิด ๆ ปมจิตวิปลาสหน่อย ๆ

เรื่องราวส่วนใหญ่บอกเล่าผ่านมุมมองของนางเอกที่เป็นสาวไทยที่ใช้ชีวิตในประเทศออสเตรีย
เธอได้รองเท้าสีขาวน่ารักมาคู่หนึ่งจากร้านขายของมือสอง
เธอรู้สึกผูกพันกับรองเท้าคู่นั้นอย่างประหลาด
และหลังจากที่ได้มันมา เธอก็ฝันเห็นสองแม่ลูกคู่หนึ่งมาร้องขอความช่วยเหลือ...

วันหนึ่ง รองเท้าก็พาเธอไปพบกับพระเอก ซึ่งเป็นนักธุรกิจหนุ่มชาวญี่ปุ่น...
ความสดใสไร้จริตของเธอดึงดูดชายหนุ่มโดยไม่รู้ตัว

จากนั้นก็เกิดเรื่องเกิดราวอีกมากมาย ที่เกี่ยวข้องกับหญิงสาวที่เป็นเจ้าของรองเท้าคนก่อน
...ราวกับว่าเธอได้เลือกให้ปุริมาให้เข้ามารับภาระในการหาตัวผู้ที่ทำร้ายเธอกับแม่
ซึ่งนางเอกก็ช่างใจดี พยายามช่วยอย่างทุ่มเทสุด ๆ จนตัวเองต้องเสี่ยงชีวิตด้วย...

ตัวละครเด่น ๆ ในเรื่องมีอยู่สี่คน...

โคยะนางิ ไค หรือคุณไค พระเอกหนุ่มใจดีแต่มีปมอดีตค่อนข้างเศร้า
เพราะชีวิตถูกควบคุมบังคับโดยผู้เป็นพ่อ เมื่อมาพบกับริมา...

ปุริมา เด็กสาวชาวไทยผู้ร่าเริงสดใสแนวคิกขุ ๆ
เปี่ยมด้วยอารมณ์ขันและมองโลกในแง่ดี เป็นเสน่ห์ดึงดูดเขาให้อยากเข้าใกล้
และปกป้องเธอจากอันตรายใด ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นจากการเข้ามาพัวพันกับเขา

เทปเป ชายหนุ่มกึ่งญาติกึ่งเพื่อนสนิทของคุณไค
มีบุคลิกเพลย์บอยนิด ๆ ฉลาดและรู้ทันคน...
แต่เขาก็มีความลับความหลังที่ซ่อนเร้นภายใต้ท่าทีรื่นรมย์และร่าเริง...

คุณอาราอิ หนุ่มใหญ่ท่าทางใจดี สุภาพอ่อนโยนและจงรักภักดีต่อคุณไคและบิดามาก
เขามีท่าทีที่เป็นปฏิปักษ์ต่อเทปเปอย่างรุนแรง ทังคู่จึงเป็นไม้เบื่อไม้เมากัน คอยขัดแย้งกันอยู่เสมอ

ความที่นางเอกมีปมเรื่องพ่อไม่รัก เมื่อมาพบกับคุณอาราอิผู้ที่ต้องสูญเสียลูกสาวที่มีวัยใกล้เคียงกับเธอ
ทำให้ปุริมารู้สึกโน้มเอียงเข้าข้าง จนพลอยจ้องจับผิดเทปเปตามเขาไปด้วย

............


พล็อตเก๋และแปลกดีค่ะ มีกลิ่นอายของวรรณกรรมญี่ปุ่นอยู่อบอวลทีเดียว

อย่างที่บอกว่ามีแฝงแนวพารานอร์มอลนิด ๆ ผู้เขียนไม่ได้เน้นจุดนี้มาก แต่ก็ hint กลาย ๆ ว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับนางเอกล้วนแต่เป็นการชักนำของเจ้าของเดิมของรองเท้าคู่นั้น

การดำเนินเรื่องก็เป็นไปอย่างไม่เร่งรีบนัก
แต่ก็ทิ้งปมไว้ให้คนอ่านส่งสัย อยากรู้ อยากติดตามอยู่ทุกระยะ
ทำให้ต้องอ่านต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ จนกว่าแต่ละปมจะคลี่คลาย...

ตอนท้ายมีหักมุมอีกต่างหาก ดีที่พอจะเดา ๆ ตัวคนร้ายได้จากข้อมูล
ที่คนเขียนแอบ ๆ แฝงไว้ระหว่างหน้าระหว่างบรรทัด...
ก็เลยไม่ถึงกับหงายเงิบ...

สำนวนภาษาก็ค่อนข้าง...เป็นไปตามสไตล์แจ่มใสแหละค่ะ
เป็นกึ่ง ๆ การเล่าเรื่อง กึ่ง ๆ บทบันทึกความรู้สึกนึกคิดของตัวเอก...(โดยส่วนใหญ่จะเน้นเฉพาะนางเอก)
ซึ่งรู้สึกได้ว่านักเขียนค่ายนี้จะมีสไตล์การเขียน การดำเนินเรื่องคล้าย ๆ กันไปหมด
กุ๊กกิ๊ก ๆ ใส ๆ แต่มีแฝงสาระ แฝงแง่มุมชวนคิด ทำให้นิยายไม่เบาโหวง หรือโหรงเหรงจนเกินไป
เรื่องราวความรักระหว่างคู่พระ-นางก็มีไม่มากไม่น้อย
ไม่ถึงกับหวานหวาม วาบหวิวจนติดเรท แต่ก็มีมุมให้จิ้น ให้ฟินบ้างพอให้กระชุ่มกระชวย

ตอนท้าย ๆ มีอุปสรรครักที่ต้องพิสูจน์ ออกแนวกึ่งเทพนิยายกึ่งซีรีย์เกาหลีอีกต่างหาก...ฮ่า

สรุปว่าอ่านได้ชิล ๆ เพลิน ๆ ค่ะ...อ่านจบแล้วก็หยิบมาเล่าต่อ ชวนอ่านกันค่ะ










 

Create Date : 10 มิถุนายน 2556    
Last Update : 10 มิถุนายน 2556 11:36:09 น.
Counter : 1738 Pageviews.  

~ นิยายซีรีส์ "มนตราอัญมณี" : มายาไฟในดวงตา / มนตรามุกจันทรา / ม่านธาราเร้นดาว~





มายาไฟในดวงตา / มนตรามุกจันทรา / ม่านธาราเร้นดาว
ผู้เขียน :อสิตา /ริญจน์ธร / บุลินทร
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ ก.พ. ๒๕๕๖
๓๕๓ /๓๖๕/ ๓๔๕ หน้า,ราคา (เล่มละ)๒๖๙ บาท


จากสนพ.:



เมื่อผู้เป็นย่าได้มอบอัญมณีเป็นมรดกให้สามสาวพี่น้อง มัชฌิตา,มุกดา และมาริณ
พลังลึกลับของอัญมณี อำนาจเร้นลับอันยากจะหยั่งถึง
ทำให้พวกเธอต้องพบเจอกับเรื่องราวมากมาย
ทั้งลางร้าย ความรักและการผจญภัย
โดยไม่สามารถรู้ได้เลยว่าทุกอย่างจะจบลงเช่นไร







เล่มแรก...

"มายาไฟในดวงตา" โดย 'อสิตา'



เรื่องย่อ ๆ จากโปรยปก :



มัชฌิตา ตัดสินใจหนีออกจากชีวิตเดิมๆ มาสู่หนทางที่ไม่รู้ว่ามีอะไรรออยู่เบื้องหน้า
ในโลกกว้างอันลึกลับน่าสะพรึง มีเพียงเธอที่ก้าวไปลำพังกับพลอยตาเสือในมือ
ซึ่งไม่รู้ว่าจะนำโชคร้ายหรือโชคดีมาให้ แต่มันก็ทำให้เธอได้พบกับชามัล
เป็นพรหมลิขิต ความบังเอิญ หรือว่าจงใจก็ไม่รู้ได้
ดูเหมือนดวงตาสีน้ำตาลทองคู่นั้น จะจับใจเธอตั้งแต่แรกพบ
แม้รู้ว่่อีกฝ่ายอีนตรายเพียงใด มัชฌิตาก็ไม่อาจพาตัวเองถอยห่าง

จนวันที่อัคนิวราสมิงพรายผู้ป่าเถื่อน เจ้าของดวงตาเรืองแสงดุจไฟ
ได้แทรกเข้ามาสั่นคลอนความรู้สึกของหญิงสาว
จากคุกคาม มุ่งร้ายหมายชีวิต...ที่สุดแล้วเขากลับทั้งช่วยเหลือ
ปกป้อง และอยู่เคียงข้างดูแลเธอไม่ยอมห่าง

เมื่อถึงเวลาสำคัญที่ต้องตัดสินใจ มัชฌิตาคงต้องเลือก
ระหว่างคนที่ตั้งท่าจะคว้าหัวใจเธอไปตั้งแต่ต้น
กับคนที่ค่อย ๆ ปล้นความรักของเธอไปโดยไม่รู้ตัว!

ร่วมเข้าไปค้นหาหัวใจและตามหาความลับของอัญมณีที่หญิงสาวครอบครอง



.........

หลังอ่าน
เล่มนี้เป็นเล่มเปิดตัวสามสาวพี่น้องแห่งตระกูล'คุปตะจินดา'
ที่ได้รับมรดกจากผู้เป็นย่าเป็นอัญมณีสามชนิด พร้อมคำทำนายประจำอัญมณีแต่ละชนิดกำกับมาด้วย

พลอยตาเสือสำหรับพี่สาวคนโต - มัชฌิตา
มูนสโตนหรือมุกดาหารสำหรับหลานสาวคนกลาง - มุกดา
และอะความารีนสำหรับน้องเล็ก - มาริณ



เรื่องนี้เริ่มต้นที่การตายของผู้เป็นย่าอมินตา คุปตะจินดาที่มัชฌิตาไม่ได้มีความรักความผูกพันให้สักเท่าไหร่
เพราะเธอคิดว่าย่าบังคับให้พ่อต้องทิ้งแม่กับพวกเธอไป
จนพ่อและแม่เสียชีวิตท่านถึงรับพวกเธอมาดูแลอย่างเสียไม่ได้

ย่าอมินตาของเธอเป็นคนลึกลับ คลุกคลีอยู่กับพลังด้านมืดมาตลอดชีวิต
แม้กระทั่งเมื่อตายจากไป ย่าก็สั่งเสียไม่ให้พวกเธอทำพิธีงานศพใด ๆ
และให้เก็บร่างของท่านไว้ในห้อง เพราะร่างของท่านไม่มีสภาพเน่าเปื่อย
เสมือนว่าท่านเพียงนอนหลับไปเท่านั้น

มุกดาเป็นคนรับอัญมณีทั้งสามชนิดและคำสั่งเสียของผู้เป็นย่าไว้
เพราะเป็นคนเดียวที่อยู่กับท่านในวาระสุดท้าย

มัชฌิตาสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามจากอัญมณีเหล่านั้น
เพราะถึงแม้เธอจะไม่รักและผูกพันกับย่า
แต่เธอก็รู้สึกได้ว่าเธอมีส่วนคล้ายย่าตรงที่มีญาณพิเศษบางอย่าง
เธอถือสิทธิ์ความเป็นพี่คนโต ฉวยเอาอะความารีนของน้องสาวคนเล็กไปด้วย อ้างว่าจะเอาไปให้มาริณเอง
แต่จริง ๆ แล้วเธอตั้งใจจะกำจัดมันให้พ้น เพื่อไม่ให้น้องสาวต้องตกอยู่ในอันตราย

ส่วนพลอยตาเสือที่เธอได้รับนั้นย่าบอกไว้ว่าเธอต้องนำมันไปคืนให้กับเจ้าของที่แท้จริง
เธอจึงออกเดินทางไปยังดงพญาไฟ หรือดงพญาเย็น
ที่นั่น เธอได้พบกับชามัล เขาดูดีมีเสน่ห์ และมาช่วยเธอในยามคับขัน
จนเธอเกือบจะตกหลุมรักเขาเข้าแล้ว ถ้าไม่เป็นเพราะอัคนิวราปรากฏตัวขึ้นเสียก่อน

อัคนิวราเป็นสมิงพรายที่ต้องตกอยู่ภายใต้คำสาปของพี่ชายของเขาเอง
ที่สะกดเขาไว้ให้เป็นทาสรับใช้ผู้ที่ถือครองพลอยตาเสืออันเป็นพลอยราชัน
ซึ่งตอนนี้ตกมาอยูในการครอบครองของชามัลนั่นเอง
ชามัลต้องการพลอยราชินีที่อยู่กับมัชฌิตา เพื่ออำนาจที่ยิ่งใหญ่ยิ่งขึ้น
แต่เขาไม่สามารถแตะต้องพลอยด้วยจิตที่ประสงค์ร้ายได้
เขาจึงใช้อัคนิวราให้ไปเอาพลอยจากมัชฌิตามาให้

แต่เขาหารู้ไม่ว่า...พลังเร้นลับจากพลอยราชินีผนวกกับมนต์เสน่ห์ของหญิงสาว
กลับกลายเป็นพลังวิเศษที่ทำให้อัคนิวราสามารถถอนตัวเองให้พ้นจากอำนาจของเขาได้

นั่นจึงเป็นที่มาของเรื่องราวการผจญภัยอันมหัศจรรย์พันลึก
ของนางเอกกับสมิงพราย...ที่เมื่อกลับกลายเป็นมนุษย์ก็คมเข้มซะ
ทำเอานางเอกที่ถูกกำหนดให้มีบุคลิกแข็ง ๆ ห้าว ๆ ต้องอ่อนระทวยเลยทีเดียว


มาร่วมลุ้นกันค่ะว่า...
มัชฌิตาจะต้องเผชิญกับอะไรบ้าง เมื่อไปตกหลุมรักพญาสมิงพรายเข้า
และตัวอัคนิวราเอง...
เขาจะสามารถต่อสู้กับอำนาจแห่งมนตราที่สาปเขาไว้เนิ่นนานนับร้อย ๆ ปีได้หรือไม่ อย่างไร

............

เรื่องนี้ออกแนวแฟนตาซีจ๋ามาก เหลือเชื่อ เหนือจริงแบบเวอร์สุด ๆ
แต่คนเขียนเค้าก็เก่งที่ดำเนินเรื่องได้น่าติดตาม ชวนลุ้นตลอด
มีการเล่าเรื่องย้อนหลังถึงที่มาที่ไปของทั้งฝั่งพระเอก นางเอก และกระทั่งตัวร้าย
ที่ในท้ายที่สุดก็โยงใยให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่มีต่อกันแต่หนหลัง
อ่าน ๆ ไปก็นึกทึ่งในจินตนาการของคนเขียน ทึ่งและก็ขำ...
ขำในฉากกุ๊กกิ๊กระหว่างคนกับเสือ...ฮ่า...ทำไปได้






เรื่องที่สอง....

"มนตรามุกจันทรา" โดย 'ริญจน์ธร'



เรื่องย่อ ๆ จากโปรยปก:


รักคือความอบอุ่น ละมุนหัวใจ รักคือการให้ เข้าใจกันและกัน
รักคือฉันและเธอ...คือเราเสมอ ไม่ว่าแห่งหนใด

มูนสโตน...อัญมณีแห่งดวงจันทร์ เครื่องรางอันเป็นตัวแทนของความรัก
ความอ่อนโยนและความสงบสุข ที่มาพร้อมกับเงื่อนงำบางอย่าง


ชีวิตของ มุกดาแปรเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เมื่อเธอได้รับมรดกชิ้นสุดท้ายจากผู้เป็นย่า
แหวนมูนสโตน...อัญมณีแห่งดวงจันทร์ ได้นำพาวิญญาณของเด็กหญิงดวงหนึ่งมาอยู่กับเธอ
หญิงสาวจะทำเช่นไรกับความซนของวิญญาณดวงน้อย
แถมยายผีเด็กยังชักนำเธอให้มารู้จักกับชายหนุ่มคนหนึ่ง...
แค่แรกพบ เพียงสบตา หัวใจเจ้ากรรมก็หลุดลอยไปไกลเสียแล้ว
ก็ในเมื่อเขาช่างอบอุ่น หล่อเหลา เรียกได้ว่าเพอร์เฟ็กต์สุด ๆ
โดยเฉพาะนัยน์ตาคมสีดำที่มองมาทีไร หัวใจก็จะพลันหลุดจากอกเสียร่ำไป
อ๊าย-ย-ย...แล้วอย่างนี้เธอจะยังรักษาหัวใจตัวเองไว้ได้อย่างไร

ส่วนวาริท ชายหนุ่มที่มีเพียงภาระและความเศร้าเป็นเพื่อนมานานแรมปี
เมื่อได้พบกับมุกดา...หญิงสาวก็เปลี่ยนโลกของเขาให้สดใสขึ้นโดยพลัน
ทว่า...เขาจะจัดการอย่างไรกับหญิงสาวในดวงใจ
เมื่อเธอนันช่างแสนดี ช่วยเหลือใครต่อใครไปทั่ว ทั้งสัตว์ คน รวมไปถึงกระทั่ง...เอ้อ...ผี!
โดยไม่คิดสงสารหัวใจคนเป็น ๆ อย่างเขาบ้างเลย(ให้ตายถอะ!)

ร่วมสัมผัสความรักอันแสนอบอุ่นและโรแมนติกของสองหนุ่มสาวกับเรื่องราวสุดอลวนได้แล้ว



...............

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คาดหวังได้ในเรื่องของความหวานนนนน....
ด้วยนามปากกาคนเขียนเป็นประกัน...เพราะเคยอ่านผลงานของนักเขียนนามนี้มาแล้ว ๓-๔ เล่ม
ค่อนข้างชอบทีเดียวค่ะ กับความหวานแบบไม่บันยะบันยัง แต่ไม่รู้สึกเลี่ยนหรือเอียน...
เพราะสำนวนภาษาเขาเรียกได้ว่าดีทีเดียว

เล่มนี้ออกแนวรักโรแมนติก กุ๊กกิ๊กหวาน ๆ ผสมผสานด้วยเรื่องราวแบบพารานอร์มอลกลาย ๆ
แต่่ไม่ถึงขั้นแฟนตาซีเหลือเชื่อเหมือนเล่มข้างบน หรือผลงานเล่มแรกๆ ของเธอเอง
ความเหนือธรรมชาติของเรื่องนี้เป็นเรื่องของผีและวิญญาณมากกว่า

นับตั้งแต่มุกดาได้รับแหวนมูนสโตนมาจากย่าของเธอ เธอก็รู้สึกว่าเธอสามารถสื่อสารกับวิญญาณได้
เริ่มด้วยวิญญาณของเด็กหญิงสิตางศุ์ ที่ติดตามเธอมาจากวัดที่เธอไปทำบุญ
(อันเป็นวันเดียวกับที่เธอได้พบกับวาริท - พระเอก แล้วก็ปิ๊งในความดูดีของเขา)
เด็กน้อยสิตางศุ์อ้อนวอนขออยู่กับเธอที่ห้องพัก ซึ่งเธอก็ใจอ่อนยอมเอ่ยปากอนุญาต

แถมยังตั้งใจว่าจะช่วยวิญญาณเด็กน้อยตามหาความทรงจำที่หายไปหลังจากเสียชีวิต...
เพราะคิดว่านั่นอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กน้อยยังคงไม่สามารถไปเกิดใหม่ได้

ด้วยความซนของวิญญาณเด็ก เจ้าหล่อนยังได้นำพาดวงวิญญาณดวงอื่น ๆ
เข้ามาในชีวิตของมุกดาอีกเรื่อย ๆ
แต่ละดวงล้วนแต่มีปัญหาหรือเรื่องราวเบื้องหลังให้มุกดาช่วยเหลือ...
ซึ่งเธอก็พยายามช่วยอย่างเต็มที่ จนบางครั้งถึงขั้นเป็นอันตรายกับตัวเองก็มี...
และนั่นก็สร้างความกังวลใจให้กับวาริท ที่ตกหลุมรักเธอตั้งแต่แรกพบ จนพาตัวเข้ามาพัวพัน
และกลายเป็นผู้ช่วยของมุกดาอีกต่อหนึ่ง...

............

เรื่องนี้ค่อนข้างชอบมากที่สุดในชุดค่ะ
เป็นดราม่าโรแมนติกที่ไม่หนักหน่วงแต่ก็ไม่ถึงกับเบาโหวง
ตัวละครทุกตัว...ทั้งคนและผี มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน...
ทุกตัวมีบทบาท มีความหมายต่อเรื่องราวเนื้อหา ไม่มากก็น้อยลดหลั่นกันไป

มีบทเศร้าบทซึ้ง บทรักบทร้ายครบรสเลยทีเดียว...
โดยเฉพาะบทรัก...อย่างที่บอกตอนต้น นามปากกานี้รับประกันว่าหวานนนน...ได้ใจค่ะ






เล่มที่สาม...

"ม่านธาราเร้นดาว" โดย 'บุลินทร'



เรื่องย่อ ๆ จากโปรยปก:


เหนือพลังอัญมณีแห่งท้องทะเลอันล้ำค่า คือหนึ่งรักแท้ที่ปรารถนาของสองใจ

อะความารีน...พลังแห่งน้ำที่ชักพาให้เขาและเธอได้มาพบกัน
เพื่อคลี่คลายเรื่องราวแต่หนหลัง

'มาริณ' น้องสาวคนสุดท้องของบ้านคุปตะจินดา ได้รับอะความารีนจากผู้เป็นย่า
และปริศนาที่ว่ามันจะแก้ไขความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้นจากอดีตได้
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ชีวิตที่เต็มไปด้วยความสดใสก็ดูจะวุ่นวายขึ้นทันใด
เมื่อมีชายแปลกหน้าเข้ามาหาด้วยจุดมุ่งหมายคือ อัญมณีแห่งท้องทะเล

เขาผู้นั้นคือ 'ชลธิศ' ผู้ชายหยิ่งยโส ปากร้าย เย็นชา
เธอเกลียดหนวดเครารกครึ้ม หน้านิ่งๆ และดวงตาวิบวับของเขาที่สุด
ไม่ว่าจะไปที่ไหน เขาเป็นต้องตามรังควานไปทุกที่ แถมเจอกันทีไรก็มีเรื่องกันตลอด

ทว่าเมื่อทั้งสองต้องตกกระไดพลอยโจนมาตามหาอะความารีนด้วยกัน
กลับทำให้ความรู้สึกบางอย่างค่อยๆ ก่อเกิดขึ้นในหัวใจโดยไม่รู้ตัว

ความรักของเขาและเธอจะดำเนินไปอย่างไร
ด้วยยังมีปริศนาอีกมากมายที่รอคอยคำตอบ พร้อมกับอันตรายที่คืบคลานเข้ามาใกล้ทุกขณะ!



.................


เรื่องสุดท้ายในซีรีส์ชุดนี้เป็นเรื่องของ'มาริณ'น้องคนเล็กกับพลอยอะความารีน
ที่ผู้เป็นพี่สาวคนโตแอบเอาไปขายก่อนที่มันจะตกถึงมือเธอ...

เพื่อให้เป็นไปตามเจตน์จำนงของผู้เป็นย่า
ระหว่างรองานหลังเรียนจบ มาริณตัดสินใจออกเดินทางตามหาพี่สาว...
ทำให้ได้พบกับชลธิศ ซึ่งแสดงออกว่าสนใจอะความารีนมาก
ซ้ำยังพูดเป็นนัย ๆ ว่าที่แท้แล้ว เขาต่างหากที่เป็นเจ้าของโดยชอบธรรมของพลอยนั้น
ทำให้มาริณรู้สึกไม่ชอบใจนัก
แต่ด้วยความที่เธอเป็นคนที่ไม่กลัวอะไร แถมยังมีนิสัยมุทะลุ วู่วาม
และมักตัดสินใจทำอะไรโดยไม่คิดบ่อยๆ จนก่อให้เกิดความวุ่นวายตามมา
และการตัดสินใจทำบางสิ่งในคราวนี้ก็นำอันตรายมาสู่ชีวิตอย่างคาดไม่ถึง
โชคดีที่ชลธิศเข้ามาช่วยไว้ทัน

สองหนุ่มสาวที่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์แปลกๆกับเงื่อนงำอันลึกลับแห่งอะความารีน
จึงต้องหันมาร่วมมือกันเพื่อให้รอดพ้นจากอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา...
รวมทั้งหัวใจที่ถูกจู่โจมโดยไม่รู้ตัวอีกด้วย

.............

เป็นนิยายเรื่องแรกของนามปากกานี้ที่ได้อ่าน...
ยอมรับว่าต้องใช้ความพยายามพอสมควรทีเดียวกว่าจะอ่านให้จบได้
อาจจะเพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของพลอยทะเลกระมัง
คนเขียนเลยพาคนอ่านหลุดกรอบออกทะเลไปซะ...เพลียเลย แหะ ๆ

คือ...ธีมหลักยังคงเป็นเรื่องของมนตราอัญมณีอยู่หรอกค่ะ
แต่การดำเนินเรื่องและรายละเอียดต่าง ๆ ค่อนข้างเวิ่นเว้อมาก...
มีหลายจุดที่ยังเลื่อน ๆ ลอย ๆ หาความสมจริง สมเหตุสมผลไม่ค่อยได้

นางเอกก็ออกแนวแสนงอนเอาแต่ใจ ง๊องแง๊ง ๆ...
ดู ๆ แล้วน่ารำคาญมากกว่าจะน่ารัก (ไม่รู้ว่าพระเอกไปหลงรักได้ยังไง...เฮ้อ)





สรุปสั้น ๆ หลังอ่านทั้งสามเรื่องนะคะ


เรื่องแรก...
นางเอกมั่นและกล้าเกินไป ชอบคิดเองเออเอง เรื่องราวการผจญภัยชวนลุ้น น่าตื่นเต้น
ฉากอลังการดี ถ้าทำเป็นละครคงต้องใช้ CG เยอะมากกกก...
บางตอนอ่านแล้วรู้สึกว่าเว่อร์จนขำ...ออกแนวตลก ๆ ไปซะงั้น

เรื่องที่สอง...
พระเอก-นางเอกมีความสมดุลกันดี นางเอกใจดีมีเมตตา พระเอกก็อบอุ่นน่ารัก
เรื่องนี้เน้นอิงหลักศาสนาหน่อย ๆ ว่าด้วยเรื่องของกฏแห่งกรรม
ใครทำกรรมเช่นไรไว้ สุดท้ายย่อมต้องได้รับผลกรรมนั้นตอบแทน
เรื่องนี้ถ้าทำเป็นละครทีวีคงจะน่ารักดี
ซึ่งขณะที่อ่านเรื่องนี้ก็พอดีมีละคร"ไอ้คุณผี"กำลังออนแอร์อยู่ด้วย
ทำให้สามารถจินตนาการตามได้ใกล้เคียง...
และถึงแม้จะเป็นเรื่องผี ๆ แต่ฉากเรื่องราวก็มีความสมจริงมากที่สุดค่ะ

เรื่องสุดท้าย...
เรื่องนี้เนื้อหาเบาที่สุดในชุด...
โดยเฉพาะบทของนางเอก...บ่องตง เอ๊ย...บอกตรง ๆ ว่า...เพลียมาก!


..............

ถามว่าเป็นนิยายซีรีส์แล้วอ่านแยกเล่มได้ไหม ?
ส่วนตัวคิดว่าได้นะคะ เพราะคนเขียนแต่ละคนเขาก็มีสไตล์การนำเสนอ
และการเล่าเรื่องที่ชัดเจนของเขาเอง

เพียงแต่ว่าเล่มแรกอาจจะบอกเล่าความเป็นมาของคนเป็นย่าไว้มากหน่อย
แต่ก็ไม่ได้มีผลอะไรมากนักต่อเนื้อหาเล่มอืน เพราะ
จริง ๆ แล้ว ในบทแรก ๆ ของแต่ละเล่มก็จะมีการเกริ่นนำ
ให้รู้ถึงที่มาที่ไปของมนตราอัญมณีแต่ละชนิดไว้ค่อนข้างชัดเจนแล้ว

ตัวละครจากเรื่องอื่น(พี่น้องอีกสองสาว)ที่เข้ามาแจมในแต่ละเรื่องก็ไม่ได้มีบทบาทมากมายนัก
ช่วงเวลาของการดำเนินเรื่องก็น่าจะเป็นไปในช่วงเดียวกัน
ซึ่งก็จะมีพูดถึงในแต่ละเล่มเพียงเล็กน้อย...
จึงคิดว่าน่าจะแยกอ่านเล่มใดเล่มหนึ่งได้ โดยไม่รู้สึกว่าพลาดอะไรไปค่ะ

แต่ถ้าใครมีครบชุด แนะนำให้อ่านตามลำดับ เพื่อความต่อเนื่องของเรื่องราวค่ะ









 

Create Date : 27 พฤษภาคม 2556    
Last Update : 28 พฤษภาคม 2556 9:59:59 น.
Counter : 4936 Pageviews.  

~ 'มีแค่รัก' : นิยายรักอบอุ่นหวานละมุนในหัวใจ โดย'ชมบุหลัน' ~






'มีแค่รัก'
ผู้เขียน : ชมบุหลัน
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ(ครั้งแรก/พ.ย. ๕๕)
๒๔๕ หน้า ราคา ๒๐๐ บาท


โปรยปกหลัง:


เพราะคุณแม่ขอร้อง-ง-ง ว่าต้องมีลูกเขยระดับเกรดเอเท่านั้น!
สาวสวยสิบเต็มสิบอย่าง 'มนนภา' จึงยอมตามใจคุณแม่
มุ่งมั่นหาหนุ่มเพอร์เฟ็กต์มาเป็นคู่รักให้ได้

และโอกาสนั้นก็มาถึงเมื่อเพื่อนซี้แจกการ์ดเชิญชวนไปร่วมงานแต่งงาน
เออีสาวหน้าหวานจึงได้แพ็คกระเป๋าจากเมืองกรุงมุ่งหน้าสู่เกาะเลอ
ซึ่งทำให้เธอได้พบกับหนุ่มสุดเซ็กซี่
ชนิดไม่อาจละสายตาจากซิกซ์แพ็คเขาได้แม้แต่วินาทีเดียว

แต่แล้วขณะเพลินตากับหนุ่มหล่อและเพลินใจกับทะเลแสนงาม
จู่ๆ ก็เหมือนมีสายฟ้าฟาด หลังเพื่อนตัวดีเฉลยว่า
"คุณด้วงสาวทึ้ง" ที่อยู่ตรงหน้าคือคนเดียวกับ
"ไอ้แหยแม่ทิ้ง" ที่เธอเคยหักหน้าตอนอยู่ชั้นประถม
มนนภาเลยได้แต่อึ้งเพราะตกใจ ทึ่งที่เจ้าตัวเปลี่ยนไป
และเสียวหัวใจวาบเมื่อดวงตาคมคู่นั้นขยันส่งแสงวิบวับให้ใจหวิวเป็นระยะไม่พอ
ยังหมั่นส่งประกายหวานเชื่อมจนแผ่นฟ้าครามและทะเลสีฟ้า
แทบจะกลายเป็นสีชมพูอีก
โอ๊ะโอ...ฟ้า ทะเล เสียงคลื่น และหนุ่มหล่อ
ครบถ้วนองค์ประกอบฉากโรแมนติกเสียขนาดนี้
เห็นทีเธอต้องทำเป็นลืมเรื่องร้ายกาจที่เคยทำกับเขาไว้ซะแล้วละ









หลังอ่าน...
กรี๊ดเบา ๆ กับนิยายรักกิ๊กกั๊กแนวรักเพื่อน-เพื่อนรักเล่มนี้

เรื่องย่อก็ประมาณข้างบนเลยค่ะ...
เพิ่มเติมอีกนิดหน่อย

นางเอกมีแฟนอยู่แล้ว เป็นถึงหม่อมหลวงไฮโซ
แต่เธอออกจะอึดอัดเมื่อแฟนหนุ่มพยายามบังคับเธอให้ต้องเอาอกเอาใจหม่อมแม่ของเขา
และมีท่าทีไม่พอใจที่เธอเลือกที่จะไปงานแต่งงานเพื่อนในต่างจังหวัดมากกว่าจะไปงานวันเกิดของแม่ของเขา

เพื่อนชายที่กำลังจะเป็นเจ้าบ่าวเป็นเจ้าของรีสอร์ทบนเกาะเลอ
ที่นั่น เธอก็ได้พบกับเรืองทัศน์ หรือด้วง อดีตปั๊ปปี้เลิฟวัยประถม
ที่เคยต้องหันหลังให้กันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องของเด็กๆ...
ตอนแรกที่เจอหน้าเธอจำเขาไม่ได้ เพราะเขาเปลี่ยนแปลงไปราวกับเป็นคนละคน
หลังจากไปใช้ชีวิตในต่างประเทศนานนับปี...

เมื่อถ่านไฟเก่าที่เคยคิดว่ามอดสนิท ทำท่าจะคุขึ้นมาใหม่ แล้วเธอจะทำยังไง
ในเมื่อความสัมพันธ์กับแฟนคนปัจจุบันยังคาราคาซัง


.....................

เรื่องราวไม่ได้มีอะไรมากเลยค่ะ
แต่ชอบวิธีเล่าเรื่องของเขาที่รวดเร็วและลื่นไหลเป็นธรรมชาติ
สำนวนภาษาร่วมสมัย สมกับเป็นนิยายรักของคนรุ่นใหม่

ได้บรรยากาศของการหยอกเย้ากระเซ้าแหย่กันระหว่างเพื่อน
อ่านแล้วก็ออกจะหวนหาชีวิตในวัยเรียนอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

ฉากของเรื่องก็เป้นเกาะสวย ทะเลใส บรรยากาศชวนเคลิ้ม...

มีการแฟลชแบ็คเป็นช่วง ๆ เพื่อให้คนอ่านได้เห็นภาพความความสนิทสนมแต่หนหลัง
และจุดพลิกผันของความสัมพันธ์ที่ทำให้ต้องห่างเหินกันของ"เพื่อนเก่า"

ส่วนตัวชอบนิยายแนว ๆ นี้ค่ะ...
ชอบซีนผลัดกันงอนผลัดกันง้อของพระเอก-นางเอก...กุ๊กกิ๊กน่ารักดีค่ะ
ให้ความรู้สึกที่ดีว่า...คนเราถ้ารักกันจริงต้องยอมลดละทิฐิลงเสียบ้าง
อย่างนางเอกเรื่องนี้ เธอเป็นสาวมั่นที่รู้จิตรู้ใจตัวเองดีมาก ๆ
และเมื่อรู้ตัวว่าตัวเองเป็นฝ่ายผิดเธอก็ไม่ลังเลที่จะเป็นฝ่ายง้อพระเอกก่อน

พระเอกเรื่องนี้มีเสน่ห์ชวนกรี๊ดมากค่ะ....
เริ่มต้นจากเป็นเด็กบ้านแตก มีพ่อขี้เหล้า ส่วนแม่หนีไปแต่งงานใหม่กับฝรั่ง
ไปใช้ชีวิตอยู่เมืองนอกจนใคร ๆ ต่างเรียกเขาว่า'ไอ้แหยแม่ทิ้ง'
แต่ภายหลังก็สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองจนกลายมาเป็นชายหนุุ่มสุดเพอร์เฟ็กต์ได้
แถมเป็นหนุ่มติสท์ๆ เซอร์ๆ อีกต่างหาก...สเป็คสาว ๆ เลยทีเดียว

พระเอกมีวลีเด็ดประจำตัวที่แสนจะคมคาย...
วลีที่ว่า..."สำหรับเรื่องรัก จะมีอะไรสำคัญกว่าความรัก"
บาดหัวใจค่ะ

เสียนิ๊ดเดียว...แสนงอนไปหน่อยนะพ่อคุณ...
เสียเวลาไปกับบทพระเอกงอนให้นางเอกตามหาตามง้อเสียจนซีนหวาน ๆ กุ๊กกิ๊กน้อยลงไปอย่างน่าเสียดาย

มีจุดสะดุด ตงิดๆ อยู่นิดนึง...(นี๊ดเดียวจริง ๆ เป็นความรู้สึกส่วนตัวอะ)

คือ...นางเอกทำงานเป็นเออีให้กับบริษัทของแฟนหนุ่ม...
ในหน้าแรก ๆ คนเขียนก็มีการทำเชิงอรรถไว้แล้วว่าเออีหมายถึงอะไร
ก็โอเคค่ะ เป็นการแนะนำตัวละครให้เห็นภาพหญิงสาววัยทำงานมาดมั่น

แต่หลังจากนั้นตลอดทั้งเรื่อง
คนเขียนจะเรียกนางเอกว่าเออีสาว...เออีสาว...
ปรากฏอยู่แทบทุกหน้าทุกฉากที่มีนางเอกเป็นตัวเดินเรื่องเลยทีเดียว
แหะ ๆ มันเยอะไปป่ะ

แต่โดยรวม อ่านแล้วชอบค่ะ
เรียกได้ว่าเป็นการลองนามปากกาใหม่ที่ได้ผลดีทีเดียว
ต่อไปคงได้เมียงมองนามปากกานี้อีกเรื่อย ๆ ค่ะ









 

Create Date : 22 พฤษภาคม 2556    
Last Update : 22 พฤษภาคม 2556 12:33:13 น.
Counter : 3982 Pageviews.  

~ ลิขิตพราย / วงแหวนดาวเสาร์ ~





ลิขิตพราย
ผู้เขียน : วงแหวนดาวเสาร์
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ(ครั้งแรก/ม.ค.๒๕๕๖)
๓๐๓ หน้า ราคา ๒๒๕ บาท

จากเว็บสนพ. :


หากความรักมาพร้อมกับความลึกลับดำมืดที่ชวนลิ้มลอง
เพราะเขาผู้นั้นคือคนที่เธอซ่อนไว้ในส่วนลึกของหัวใจโดยไม่กล้าเผยออกมา
ทั้งที่เธอเฝ้าใฝ่หาเขามาตลอด

คุณจะยอมให้จิตวิญญาณถูกกลืนกินหรือไม่ หากมันจะทำให้สมหวังในรัก

'สรานนท์' หนีจากสังคมเมืองมาเพื่อตามหาบ่อพรายในป่าลึก...
ที่นี่เล่าขานกันว่าหากใครได้ส่องดูเงาตนเองในบ่อคืนเดือนมืด
คนผู้นั้นจะได้มาซึ่งสิ่งที่ตนตามหา...แต่บางคนอาจไม่ได้กลับมา

ที่สุดชายหนุ่มก็สามารถกลับออกมาได้พร้อมกับ...พราย!
จากผู้ชายที่ไม่มีอะไรโดดเด่น เขากลายเป็นคนที่ทำอะไรก็ประสบความสำเร็จ
บุคลิกใหม่กลืนกินสรานนท์ คนที่ 'เพลงพิณ' รู้จักไปสิ้น
และทิ้งปริศนาต่างๆ ตกหล่นไว้รายทางให้เธอยิ่งสงสัย

เมื่อเขาที่เคยสิ้นเนื้อประดาตัวกลายเป็นตากล้องมาแรงที่สุดในชั่วเวลาไม่กี่เดือน
พร้อมเปิดนิทรรศการภาพถ่ายชวนพิศวงสูงค่าที่เหล่าเศรษฐีต่างแย่งชิงไปไว้ในครอบครอง

ถ้าเขาไม่ใช่คนเดิมแล้วจะกลับมาเพราะต้องการอะไร
เพลงพิณไม่อาจคาดเดาความลับในแววตาอันเป็นปริศนานั้นได้
แล้วเธอจะหนีจากพี่นนท์คนใหม่นี้อย่างไร
เมื่อหัวใจร่ำร้องต้องการที่จะเข้าไปค้นหาความลับจากเขา






เล่าเรื่องย่อเพิ่มเติมจากข้างบนอีกหน่อย ๆ แล้วกัน...

'สรานนท์' ชายหนุ่มที่แสนจะธรรมดา ดิ้นรนหนีจากชีวิตที่กำลังตกต่ำถึงขีดสุด
เพราะพ่อถูกกล่าวหาว่าฆ่าเพื่อนแล้วฆ่าตัวตายตาม ทิ้งหนี้สินรุงรังไว้ให้เขา
คนรักก็ตีจาก อาจจะต้องถูกให้ออกจากงาน แถมบ้านก็ถูกยึดโดยอดีตเพื่อนร่วมน้ำสาบาน...ธิติ
ลูกชายเพื่อนพ่อที่ถูกพ่อของเขาฆ่าตายนั่นแหละ...
ธิติหักหลังเขาโดยแอบเอาผลงานของเขาส่งเข้าประกวดในนามของตัวเอง
แล้วผลงานนั้นก็ชนะเลิศอีกต่างหาก...

เมื่อจำต้องเข้าสู่ภาวะจนตรอก สรานนท์ไม่เหลือทางเลือกอื่นอีก
นอกจากการเดินทางไปตามหาบ่อพรายที่เขารู้จักผ่านบันทึกของปู่
ด้วยความหวังว่าพลังจากสิ่งเร้นลับจะสามารถดลบันดาลสิ่งที่เขาปรารถนาให้เป็นจริงได้

..........

และแล้วเขาก็กลับมา กลายเป็นสรานนท์คนใหม่ที่ดูภูมิฐาน
จนทำให้ผู้คนที่เคยรู้จักต่างประหลาดใจในความเปลี่ยนแปลงนั้น
รวมทั้ง'เพลงพิณ'...หญิงสาวผู้ที่เขาแอบซ่อนความรู้สึกลึกล้ำไว้ในใจ
เพราะเธอเป็น"น้องสาวเพื่อน"

เพลงพิณเองก็รู้สึกได้ถึง"พี่นนท์"คนใหม่ว่าแปลกเปลี่ยนไปจากเดิม
แต่เธอก็บอกกับตัวเองว่าเธอน่าจะรู้สึกยินดีที่เห็น"พี่นนท์"ของเธอดูดีขึ้น
แม้ลึก ๆ เธอจะรู้สึกว่า...บางครั้งพี่นนท์ก็ดูลึกลับเสียจนน่ากลัว...
จนเธออยากจะค้นหาที่มาของความเปลี่ยนแปลงของเขา...



...........


หลังอ่าน....
เป็นนิยายแนวพารานอร์มอลที่อาศัยเรื่องเล่าขานตำนานเก่าแก่
ว่าด้วยพราย จิตพรายและอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์เหนือธรรมชาติ
สอดร้อยเข้ากับเรื่องของคน เรื่องของกิเลสตัณหาความทะยานอยากของมนุษย์
ผู้ไม่พอใจในสิ่งที่ตัวเองมีตัวเองเป็น

พล็อตและวิธีเล่าเรื่องแปลก ไม่ซ้ำใครดีค่ะ

แต่อ่าน ๆ ไปก็รู้สึกงง ๆ ปนสับสนเล็กน้อยกับตัวพระเอก นางเอก

คือคนเขียนเค้าจะเน้นว่าพระเอกยอมแลกชีวิตกับอำนาจพิเศษจากจิตพราย...
และเมื่อได้อำนาจนั้นมาจริง ๆ แล้ว จนมันสามารถเปลี่ยนให้เขากลายเป็นคนละคนเพียงชั่วข้ามคืน
ทว่า...เขากลับค้นพบภายหลังว่าสุดยอดปรารถนาของเขาแท้จริงแล้วก็คือหัวใจของเพลงพิณ-นางเอก

แต่ทีนี้...เรารู้สึกว่าผู้เขียนให้รายละเอียดถึงตัวพระเอกค่อนข้างน้อย...
โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์กับนางเอกก่อนหน้านั้น

มันเหมือนกับว่าอุปสรรคในความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งคู่มันยากเย็นแสนเข็ญเกินฝ่าฟัน
ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วมันไม่ได้มีอะไรเลย...
แค่ความรู้สึกที่ว่าเป็นน้องสาวเพื่อน(ซึ่งตอกย้ำซ้ำซากมากในจุดนี้)
น้องสาวเพื่อนแล้วไงอะ...?

อ่านแล้วเลยไม่รู้สึกอินกับคู่พระ-นางเท่าไหร่

แต่ยังดีที่มีคู่รองเข้ามาแบ่งเบาความกำกวมและอึมครึมของเรื่องราวระหว่างพระเอกนางเอกบ้าง
นั่นคือคู่ของพล - พี่ชายนางเอกกับกมลณัฐ-ลูกน้องของนางเอก
ที่เปิดตัวมาด้วยมาดทอมบอยที่แอบปลื้มในตัวนางเอกอยู่
มีฉากกุ๊กกิ๊ก กัดกันแบบน่ารัก ๆ มาเบรค...
แต่เบรคไปเบรคมากลับกลายเป็นว่าคนอ่านรออ่านรอลุ้นความสัมพันธ์ของคู่นี้มากกว่าเสียอีกแน่ะ

เรียกว่าโดนขโมยซีนไปเต็ม ๆ ...

จริง ๆ แล้วเล่มนี้อ่านจบไปพักใหญ่ ๆ แล้วค่ะ เพราะฉะนั้นรีวิวอาจจะทำได้ไม่ละเอียดนัก
แต่สรุปว่า...ก็อ่านได้ไม่ขี้เหร่ค่ะ สำนวนภาษาดี อ่านลื่นไหลทีเดียว
พล็อตแปลกและเท่ดีที่หยิบยกเรื่องของกิเลสมนุษย์มาตีแผ่
ผสมผสานกับเรื่องลี้ลับเหนือธรรมชาติที่ทำได้กลมกลืนและแนบเนียนดี

ชอบบทสรุปของนิยาย...
ขอยกประโยคปิดเรื่องของคนเขียนมาลงทั้งกระบิเลยแล้วกันค่ะ

'คนเราอาจถูกกำหนดด้วยอะไรหลาย ๆ อย่าง
ตัวเอง ครอบครัว สังคม หรือแม้แต่สิ่งเหนือธรรมชาติซึ่งยื่นมือแทรกเข้ามา
เกิดเป็นแรงอันถูกขับดันด้วยปรารถนาให้พุ่งทะยานไป
ทว่าท้ายที่สุดแล้ว ที่ขีดทางเดินชีวิตก็มีเพียงแค่จิตใจของเรา'


สรุปของสรุป...
นับว่าเกินคาดค่ะสำหรับนิยายแนว ๆ นี้จากนักเขียนมือใหม่
อ่านแล้วโอเค ชอบในระดับหนึง
จึงหยิบมาบอกต่อชวนอ่านกันค่ะ













 

Create Date : 17 พฤษภาคม 2556    
Last Update : 17 พฤษภาคม 2556 11:50:11 น.
Counter : 1686 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  

BlogGang Popular Award#14


 
แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 181 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs

~ให้รักระบายใจ/"ณกันต์"เขียน ~

~ผมกลายเป็นแมว/Abandoned/Paul Gallico เขียน(ภูธนิน แปล) ~

~พ่อค้าซ่อนกลรัก & หมอปีศาจแสนรัก/"หูเตี๋ย" เขียน(Wisnu แปล) ~

~อาจารย์ยอดรัก/"หูเตี๋ย" เขียน(Wisnu แปล) ~

~จอมโจรพยศรัก/"หูเตี๋ย" เขียน(Wisnu แปล) ~

~ฉันไม่ชอบทั้งโลก ฉันชอบแค่เธอคนเดียว/"เฉียวยี" เขียน(ภิรมณ ประพฤติประยูร/แปล) ~

~อลวนกลสลับร่าง/"เจ๋อมู่" เขียน(เสี่ยวหวา/แปล) ~

~ โลกที่รัก/ Dear World/"Bana Alabed/บานา อัลอาเบด" เขียน ~

~ นางทิพย์/"แก้วเก้า" เขียน ~


สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.