'หัวใจ๋ข้า หัวใจ๋เจ้า ห้อยอยู่เก๊าเดียวกั๋น' *
*คลิกเพื่ออ่านคำแปลเจ้า :)

~'จุดดับในดวงตะวัน' : นิยายชีวิต โดย ว.วินิจฉัยกุล ~





จุดดับในดวงตะวัน
ผู้เขียน : ว.วินิจฉัยกุล
ผู้พิมพ์ : สนพ.ทรีบีส์(มี.ค. ๕๖)
๕๙๖ หน้า ราคา ๔๔๐ บาท


ปกหลัง(บางส่วนจากเนื้อหา) :


ย้อนนึกทบทวนตั้งแต่รู้จักเสกสุธา ปัณณิกาพบด้วยความประหลาดใจว่า
แท้จริง จะเรียกว่าเธอไม่รู้จักเขาเลยก็ว่าได้ เพื่อนรักในวัยเยาว์ที่ชื่อเสกสุธาตายจากไปแล้ว
ฝังอยู่ในดินแดนของอดีตอย่างไม่มีวันฟื้นขึ้นมาได้อีก
เสกสุธาคนที่เธอแต่งงานด้วยเป็นชายแปลกหน้าผู้มีดวงหน้าเหมือนเพื่อนรักของเธอเท่านั้น
แต่ตัวจริงของเขาไม่ใช่...

เขาเป็นภาพลวงตา ซึ่งถูกเหตุการณ์หลายเรื่อง หลายวาระ
ค่อย ๆ ลอกตัวจริงออกทีละชั้น ทีละชั้น จนประจักษ์...

เสกสุธาเป็นตัวของเขามาแต่ไหนแต่ไร
เขาคือดวงตะวันสว่างงาม จนไม่มีใครเห็นจุดดับมืดในรัศมีอร่ามเรือง
เธอเองก็ต้องใช้เวลานานพอสมควร...
นานจนมีลูกกับเขานั่นแหละ ถึงได้เห็นความจริงข้อนี้...







สั้น ๆ จากเว็บสนพ.

ชีวิตของ ปัณณิกา คล้ายอยู่ในห้วงฝันร้าย
เมื่อเธอตกลงปลงใจแต่งงานกับ เสกสุธา ชายหนุ่มที่สนิทสนมกันมาแต่เยาว์วัย
เพราะเขาเป็นเพียงชายหนุ่มหน้าตาดีที่หาได้มีความดีเช่นหน้าตาไม่
แต่ด้วยจิตใจที่เข้มแข็ง เธอจึงพร้อมต่อสู้เพื่อพ้นจากฝันร้ายนั้นให้ได้









หลังอ่าน...

นิยายชีวิตจริงที่...สมจริงเสียจนอ่านแล้วอินและอิ่มเป็นที่สุด
ด้วยสำนวนภาษาของนักประพันธ์ชั้นครูที่มิพักต้องพูดถึงความสละสลวย เรียบลื่นชวนเพลินขณะอ่าน
กับด้วยวิธีดำเนินเรื่องที่แยบยล มีจังหวะจะโคนในการนำเสนอ
ทำให้เรื่องราวที่เหมือนจะธรรมดา ๆ มีมุกมีปมน่าติดตามจนต้องอ่านไปเรื่อย ๆ
ไม่จบก็ไม่อยากจะวาง...ประมาณนั้น
ทั้งยังสอดแทรกแง่คิดมุมมองของการใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าและความหมาย
ไว้อย่างแนบเนียนและกลมกลืนตลอดทั้งเรื่อง

นอกจากนี้ ผู้เขียนยังได้บอกเล่าบรรยายให้เราได้มองเห็นภาพบ้านเมือง
และสภาพสังคมไทยในยุคสี่ถึงห้าสิบปีก่อนได้อย่างละเอียดลออ ชัดเจนจนสามารถจินตนาการตามได้

การสร้างสรรค์ตัวละครที่มีเสน่ห์ มีมิติและมีชีวิตชีวาสมจริงสุด ๆ
อ่านไป ๆ ก็รู้สึกคุ้น ๆ คลับคล้ายคลับคลาว่าจะเห็นภาพชีวิตของผู้คนในแบบเสกสุธา
แบบปัณณิกา สรุจ หรือลลิสา รสมาลี ฯลฯ โลดแล่นอยู่รอบ ๆ ตัวเรานี่เอง

เผลอ ๆ ในบางเสี้ยวส่วนของความรู้สึกนึกคิดหรือการกระทำของตัวละครบางตัวก็ช่างสอดคล้อง
คล้ายคลึงกับสิ่งที่เราเคยพ้องพาน เคยรู้สึก เคยนึกคิดเช่นเดียวกัน

พล็อตไม่มีอะไรซับซ้อนค่ะ เป็นการรำลึกความหลังของคนในวัยปลายสองคนที่เคยมีชะตาชีวิตที่ต้องข้องเกี่ยวกัน...
ปัณณิกาและเสกสุธา(แต่ส่วนใหญ่จะผ่านทางด้านปัณณิกามากกว่านิดหนึ่ง)

เรื่องราวจึงมีการย้อนยุคย้อนสมัย เริ่มตั้งแต่วัยเด็กของคนทั้งสอง
ที่เติบโตมาในสิ่งแวดล้อมและการเลี้ยงดูที่แตกต่าง

แล้วหวนกลับมาช่วงเวลาปัจจุบันเป็นพัก ๆ เพื่อให้คนอ่านได้เห็นภาพของความเปลี่ยนแปลง
และพัฒนาการของตัวละครแต่ละคน ทั้งในแง่อุปนิสัย ความรู้สึกนึกคิด และพฤติกรรมในแต่ละช่วงวัย
ตลอดถึงความสัมพันธ์โยงใยกับตัวละครอื่น ๆ ในเรื่อง

รู้สึกคุ้น ๆ กับวิธีดำเนินเรื่องแบบนี้อยู่บ้างเหมือนกัน
ถ้าใครเคยอ่านเหลี่ยมดาริกาจะรู้สึกได้ว่าเป็นการดำเนินเรื่องในลักษณะเดียวกัน
เพียงแต่แตกต่างในส่วนของเนื้อหาเรื่องราวเท่านั้น






ในเรื่องนี้ ผู้เขียนจะมุ่งเน้นในเรื่องของธีมมากกว่า
ซึ่งก็ตรงตามชื่อเรื่อง...จุดดับในดวงตะวัน(หมายความตามโปรยปกหลังด้านบนนั่นเลยค่ะ)

ขณะอ่านนิยายเรื่องนี้ มีสำนวนคำพังเพยลอยเข้ามาในหัวสองสำนวน...
สำนวนแรก...Like father, like son (เอิ่ม...ไม่เกี่ยวกับหนังญี่ปุ่นที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้หรอกนะ)
...ซึ่งสำนวนนี้อธิบายความเป็นเสกสุธาได้อย่างชัดเจน

ในวัยเด็ก ดูเหมือนเขาไม่ได้เลื่อมใสศรัทธาหรือเป็นปลื้มอะไรกับวิถีชีวิตของคนเป็นพ่อสักเท่าไหร่นัก
เขาจึงพยายามพาตัวออกมาให้พ้นจากเส้นทางชีวิตที่ผู้เป็นพ่อตั้งใจขีดเส้นไว้ให้

แต่เขาหารู้ไม่ว่า ในช่วงเวลาสิบปีแรกของชีวิต มันคงจะนานเพียงพอ
ที่จะหล่อหลอมให้เขาซึมซับรับเอาทั้งอุปนิสัยใจคอ ทั้งวิธีคิด วิธีแก้ปัญหาแบบดันทุรัง
เอาแต่ใจตัวและมักง่ายแบบผู้เป็นพ่อเข้ามาจนเต็มในกมลสันดาน
แล้วก็ดำเนินชีวิตไปตามนั้นโดยไม่รู้ตัว...
และในที่สุดก็ทำให้ชีวิตต้องพบจุดจบเช่นเดียวกับพ่อของเขา...แทบจะไม่ผิดเพี้ยนกันเลยทีเดียว

อีกสำนวนหนึ่งที่นึกถึงเป็นสำนวน"กำบ่าเก่า"ของคนโบราณภาคเหนือ
ท่านว่าไว้ว่า.. "ฝนบ่ตกบ่ฮู้เฮือนไผฮั่ว บ่ฮู้เขาดีชั่วเพราะบ่ได้อยู่กับเขา"
ความหมายก็คือ...บ้านเรือนที่เราเห็นว่าภายนอกสวยงามนั้น ภายในอาจจะมีปัญหาหลังคารั่วอยู่ก็เป็นได้
เช่นเดียวกับผู้คนที่เราพบปะเจอะเจออยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าภายในเขาซ่อนสิ่งชั่วร้ายใด ๆ ไว้
ต้องต่อเมื่อได้อยู่ร่วมกันนั่นแหละ เขาถึงจะค่อย ๆ เปิดเผยตัวตนให้เราได้มองเห็น...
ซึ่งก็ค่อนข้างตรงในกรณีของปัณณิกา ที่กว่าจะได้รู้จักตัวตนที่แท้ของเสกสุธา
เธอก็แทบจะสูญสิ้นทั้งกำลังกายกำลังใจ

สรุปเลยแล้วกันค่ะว่า...อ่านจบแล้วชอบมาก งานของอาจารย์อ่านกี่เล่ม ๆ ก็ไม่เคยผิดหวังจริง ๆ
จึงหยิบมาบอกต่อ ชวนอ่านกันวันนี้ค่ะ













 

Create Date : 11 ธันวาคม 2556    
Last Update : 11 ธันวาคม 2556 12:00:36 น.
Counter : 2418 Pageviews.  

~ พระจันทร์ร้อยเล่ห์ : น้ำเน่าแฝงเงาจันทร์ โดย"พวงพริก" ~






พระจันทร์ร้อยเล่ห์
ผู้เขียน : พวงพริก
ผู้พิมพ์ : พิมพ์คำ(ม.ค. ๒๕๕๔)
๕๖๐ หน้า ราคา ๓๔๐ บาท


เรื่องย่อ(จากปกหลัง):


เมื่อสาวสวยสามร้อยหกสิบองศาต้องหาวิธีมัดใจนายไร่หนุ่มหล่อให้อยู่หมัด
เรื่องราววุ่นๆ หวานๆ จึงตามมาเป็นพรวน!


‘วันจันทร์’ สาวสวยจอมจุ้นที่ใครอยู่ใกล้ก็มักจะปวดหัวตลอดศก
แถมยังชอบวุ่นกับชีวิตคนอื่นได้เรื่อยๆ ไม่มีติดเบรก
จนกระทั่งวันหนึ่ง... “วันจันทร์เจอเนื้อคู่แล้วค่ะ!”

เท่านั้นแหละ ปฏิบัติการล่ารักแบบหวานซึ้งกึ่งๆ จะฮา
แต่แอบน้ำตาเล็ดน้ำตาไหลจึงอุบัติขึ้น

‘ชานนท์’ ชายหนุ่มรูปหล่อสุดแสนจะเพอร์เฟกต์ เจ้าของไร่องุ่นรายใหญ่แห่งเมืองย่าโม
ที่หลบหลีกอดีตและความวุ่นวายในเมืองหลวงมาใช้ชีวิตอย่างสงบที่ไร่เคียงดาว

แต่ใครก็ได้ช่วยบอกทีเถอะ เหตุใดถึงต้องส่งตัวป่วน(หัวใจ)อย่างเธอ
มาอยู่ในความดูแลของเขาด้วย

นี่สวรรค์กำลังทดสอบความอดทนของเขาหรืออย่างไร!






อีกเล่มกับโรแมนติกคอเมดี้จากนักเขียนนามปากกาแปลกและใหม่มาก(โดยเฉพาะสำหรับจขบ.)
เล่าเรื่องย่อเพิ่มเติมอีดนิด ๆ แล้วกันค่ะ

ศศธรหรือวันจันทร์สาวสวยมาดมั่นทันสมัยที่ใช้ชีวิตอยู่แต่เมืองนอกมานาน
กำลังหาทางหลีกหนีการจับคู่ของมารดาเธออย่างสุดชีวิต
เมื่อเธอได้พบกับชานนท์ - ชายในฝัน ผู้กลายเป็นฮีโร่เข้ามาช่วยชีวิตเธอให้พ้นจากภัยสังคมได้อย่างหวุดหวิด...

หลังจากแอบเหล่ชายหนุ่มหล่อเข้มคนนี้อย่างพินิจพิจารณา
วันจันทร์ก็ตัดสินใจเด็ดเดี่ยว บอกกับแม่ไปว่า เธอพบเนื้อคู่แล้ว!

จากนั้นเธอก็ใช้มารยาหลายร้อยเล่มเกวียนที่เธอมีออดอ้อนขอติดตามเขาไปยังไร่เคียงดาว
ที่เขาเป็นเจ้าของอยู่(โดยอ้างว่า)เพื่อรักษาตัวและเพื่อทำงานใช้หนี้ที่เขาต้องมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้เธอ
ซ้ำเธอก็ไม่มีญาติพี่น้องในเมืองไทยให้พึ่งพาอาศัยเลย...

ชานนท์เป็นชายหนุ่มที่มีปมอดีตอันเจ็บปวด ทำให้เขาสร้างกำแพงขึ้นมาปิดกั้นใจตัวเองไว้
แม้เขาจะรู้สึกหวั่นไหวกับเสน่ห์ของหญิงสาวสวยที่จับพลัดจับผลูเข้ามาอยู่ในความดูแลของเขาอยู่บ้าง
แตเขาก็พยายามเก็บกดมันไว้ภายใน...

แต่แล้ววันหนึ่ง เมื่อผู้หญิงที่เคยทิ้งเขาไปหวนกลับมาหา
และพยายามต่อสานความสัมพันธ์ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่ามันยากที่จะเป็นไปได้
เพราะบัดนี้เธอมีสถานะเป็นพี่สะใภ้ของเขา...
และเขาเองก็เริ่มจะรู้ตัวว่า หัวใจของเขาเริ่มจะมีหญิงสาวจอมป่วนอย่างวันจันทร์เข้ามาครอบครองเสียแล้ว

แต่...ความรักมักมีอุปสรรค เมื่อเขาไม่เคยรู้ถึงที่มาที่ไปที่ชัดเจนของหญิงสาวเลย...
ในขณะที่วันจันทร์เองก็เข้าใจ่าเขายังคงรักมั่นกับคนรักในอดีต...
หรือเธอจะเป็นได้เพียงมือที่สามที่เข้ามาแทรกกลางระหว่างคนทั้งสองเทานั้น...?







ความรู้สึกหลังอ่าน...
อย่างที่บอกไว้ตอนต้นน่ะค่ะว่าเป็นการลองของใหม่...
ที่ปรากฏว่า...ได้ผลพอสมควรทีเดียว
ประมาณว่า...น้ำเน่าแต่ก็เห็นเงาจันทร์นั่นแหละค่ะ
ด้วยสำนวนภาษาที่ทันสมัย การเล่าเรื่องเป็นธรรมชาติ อ่านได้ลื่นไหลไม่สะดุด
การสร้างสรรค์ตัว(ตัวเอก)ที่มีเสน่ห์...
ชอบนางเอกเรื่องนี้มากค่ะ ถึงแม้เธอจะออกแนวเปรี้ยวไปสักหน่อย
มีมุมง๊องแง๊งน่ารำคาญอยู่บ้าง แต่เราไม่ยักกะรำคาญเธอแฮะ กลับลุ้นเอาใจช่วยอีกต่างหาก
พระเอกก็น่ารัก ได้ใจเราไปเต็ม ๆ กับบทฮีโร่ในตอนต้น ๆ เรื่อง...
และแม้จะรู้ ๆ อยู่บ้างว่ายายนางเอกแอบเหล่ แอบปิ๊งเขาอยู่ ก็ไม่ยักกะฉวยโอกาส
แมนมั่ก ๆ

โครงเรื่องก็อิงพล็อตน้ำเน่าโบราณ ได้กลิ่นอายของละครหลังข่าวตลบอบอวลเชียว...
ว่าด้วยมุกคลุมถุงชน (ทั้งในฝั่งนางเอกและพระเอก)
มีมุกแม่ผัวลูกสะใภ้ที่ต้องทดสอบกันด้วยการทำอาหาร
มีปมอดีตคนรัก(ของพระเอก)ที่เป็นถึงดาราดัง...
มีมุกคนใช้ที่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย...อิจฉาริษยาตบตีกันประปราย

จะมีแหวกขนบนิด ๆ ก็ตรงที่ให้นางเอกเป็นฝ่ายตามตื๊อพระเอกนี่แหละ...
(จะว่าไป มุกนี้ก็มีคนเขียนไปหลายเรื่องแล้วนา ในยุคหลัง ๆ ที่สิทธิสตรีเบ่งบานนี่)
ซึ่งคิดว่านักเขียนที่จะเขียนให้ออกมาไม่น่าเกลียด คนอ่านไม่รู้สึกหมั่นไส้นางเอกได้นี่ เก่งนะคะ

อีกอย่างหนึ่ง...จากชื่อเรื่อง จากนามปากกา และจากค่ายที่จัดพิมพ์
ผิดคาดมากที่นิยายเรื่องนี้ไม่มีเลิฟซีนติดเรทเลยค่ะ
มีแต่บทรักเบานุ่ม ๆ น่ารักดีนะ นางเอกภายนอกดูเปรี้ยว ก๋ากั่น แต่แค่พระเอกหอมหน้าผากเธอก็ม้วนต้วนแล้ว...
ชอบค่ะ เห็นได้ว่าเขาไม่ได้เน้นขายฉากเรท

อ้อ...จุดที่ชอบอีกนิดในนิยายเรื่องนี้ก็คือฉากค่ะ...เรื่องนี้พระเอกเขาทำไร่องุ่น ก็จะมีบรยากาศของการทำไร่ ทำสวน
มีฉากภูเขา น้ำตกชุ่มฉ่ำ ๆ เป็นธรรมชาติดีอะ

มีจุดขัด ๆ ใจตงิด ๆ ก็ตรงตัวละครที่ไม่จำเป็นต่อเนื้อเรื่อง(สักเท่าไหร่)ออกจะเยอะไปหน่อย
ทำให้เฉลี่ยบทบาทได้ไม่ทั่วถึง การโยงความสัมพันธ์ของตัวละครก็ยังทำได้ไม่เนียนนัก...
ทำได้ไม่ค่อยน่าสนใจอะค่ะ ทำให้ตัวละครหลายคนที่น่าจะโดดเด่นถูกกลืนหายไปเสียเฉย ๆ

แต่ถ้านำมาทำเป็นละครหลังข่าว ได้มือเขียนบทดี ๆ
คิดว่าน่าจะเป็นละครที่สนุกครบรสได้เรื่องหนึ่งทีเดียวค่ะ

อีกเล่มที่อ่านจบไปชิล ๆ เพลิน ๆ แบบไม่คาดหวัง จึงไม่ผิดหวัง
หยิบมาชวนอ่านกันวันนี้ค่ะ









 

Create Date : 07 พฤศจิกายน 2556    
Last Update : 7 พฤศจิกายน 2556 15:17:41 น.
Counter : 2707 Pageviews.  

~คลิกหัวใจ...ให้หยุดที่เธอ :โปรเจคท์รักออนไลน์ โดย "จันทร์เจ้าขา" ~





คลิกหัวใจ...ให้หยุดที่เธอ
ผู้เขียน : จันทร์เจ้าขา
ผู้พิมพ์: สนพ.อักขระบันเทิง(พิมพ์ครั้งแรก 2549)
334 หน้า ราคา 195 บาท


เรื่องย่อ ๆ (จากปกหลัง):



เชื่อกันว่า...ความรักจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเราสบตา
เราจะพบหัวใจของตัวเองในทันทีแม้เพียงแรกพบ
แต่ใครจะเชื่อว่า...โลกไซเบอร์กำลังจะทำให้ความเชื่อนั้นสั่นคลอน

..............

(โปรเจคท์ที่ 1#รักพันลึก)

เมื่อ ‘มิ้ม’ ได้ตกหลุมรัก ‘นายก้อนหิน’ เจ้าของไดอารี่ออนไลน์สุดฮิต
โดยไม่รู้ตัวเลยว่าเจ้าของตัวอักษรมีเสน่ห์ที่เธอชอบอ่านนั้น
เป็นคนๆ เดียวกันกับ ‘กานต์’ ชายหนุ่มผู้แสนจะเย็นชาที่เธอไม่ชอบหน้า

(โปรเจคท์ที่ 2# รักวุ่น..ชุลมุนหัวใจ)

เมื่อ... ‘บรรณ’ ได้ตกหลุมรัก ‘ป้าดวง’ หนึ่งในสมาชิกเวบบอร์ดของนิตยสารที่เขาเป็นเจ้าของ
โดยไม่รู้ตัวเลยว่าผู้หญิงที่มีความรอบรู้ไปซะทุกเรื่องและเรียกตัวเองว่า ‘ป้า’
เป็นคนๆ เดียวกันกับ ‘ยิหวา’ นักศึกษาสุดเปรี้ยวที่มาฝึกงานอยู่กับเขา

(โปรเจคท์ที่ 3# รัก..ออนไลน์)

เมื่อ... ‘ปอ’ ได้ตกหลุมรัก ‘หยาด’ หญิงสาวที่เขารู้จักทาง msn
ทั้งๆ ที่เขาเคยนึกต่อต้านความสัมพันธ์ในรูปแบบออนไลน์มาตลอด
แล้วโปรเจคท์รักในครั้งนี้...ก็ทำให้เขาต้องเปลี่ยนความคิดไปตลอดกาล

เพราะ ‘รักแรกอ่าน’ ก็สามารถเกิดขึ้นได้จริง... แม้ไม่เคยสบตา






นิยายขนาดสั้น(หรือเรื่องสั้นขนาดยาว?)จากนักเขียนนามคุ้นเคย
ที่เพิ่งได้มาจากกระบะหนังสือเก่าในราคาที่ลดมากกว่า 50 %(แสนจะดีใจ...ฮ่า)

เป็นนิยายรักสั้น ๆ แบบทรีอินวัน สามเรื่องในเล่มเดียว (คุ้มมาก)
ทั้งสามเรื่องมีเรื่องราว ตัวละคร และพล็อตที่แตกต่าง
แต่มีธีมร่วมกันคือเป็นเรื่องของความรักที่มีจุดเริ่มต้นบนถนนสายออนไลน์เหมือน ๆ กัน

โดยแบ่งเป็นโปรเจคท์รักสามโปรเจคท์
เรื่องย่อ ๆ ของแต่ะละโปรเจคท์ก็เป็นไปตามปกหลังนั่นแหละค่ะ

อ้อ ธีมร่วมอีกอย่างหนึ่งของเรื่องสั้นทั้งสามเรื่องนี้ก็คือนางเอกของทั้งสามเรื่องเป็นนักศึกษา
และในตอนสุดท้ายก็จะมีบทพิเศษมาขมวดเรื่องราวให้โยงเข้าด้วยกันอย่างสมเหตุสมผลและเก๋ไก๋มาก

อ่านจบในรวดเดียวอย่างรวดเร็วเพราะเป็นนิยายที่แสนจะน่ารัก
ตามกระแสรักออนไลน์ที่ทั้งทันสมัยและร่วมสมัย
โดยเฉพาะในยุคที่อินเทอร์เน็ตกลายเป็นปัจจัยที่ห้าของผู้คนในสังคมปัจจุบันอย่างนี้
ผู้เขียนได้ใช้ประสบการณ์ส่วนตัว เก็บเกี่ยวสิ่งที่ได้พบเจอบนถนนสายออนไลน์
มาถ่ายทอด บอกต่อในรูปของเรื่องราวความรักที่ใครหลายคนอาจจะคิดว่าเป็นรักที่ฉาบฉวย วูบวาบไปตามกระแส
เพียงชั่วครู่ชั่วยามก็ผ่านเลยไป...

แต่กับหนุ่มสาวทั้งสามคู่ในโปรเจคท์รักทั้งสามเรื่องนี้
พวกเขาจริงจังและจริงใจในมิตรภาพและความสัมพันธ์มากพอที่จะต่อยอด
มาสู่การเรียนรู้และยอมรับตัวตนของกันและกันในโลกแห่งความเป็นจริง
กลายเป็นมิตรภาพ...ความผูกพัน...และความรักในที่สุด

สำนวนภาษาคนเขียนอ่านลื่นไหลมาก
จะมีสะดุด ๆ บ้างก็เป็นด้วยการพิสูจน์อักษรที่ค่อนข้างอ่อนด้อยไปสักหน่อย
เจอคำผิดเยอะจนรู้สึกเสียดายแทนคนเขียนแน่ะ...

แต่ถึงยังๆไง ๆ ก็...อ่านแล้วชอบ อินล่ะ
เลยหยิบมาเล่าขานชวนอ่านกันในวันที่ฟ้าไม่ค่อยเป็นสีฟ้าอย่างวันนี้ค่ะ


ป.ล. FYI ! 'จันทร์เจ้าขา'เป็นนามปากกาเดียวกับ'นับดาว'ค่ะ








 

Create Date : 05 พฤศจิกายน 2556    
Last Update : 5 พฤศจิกายน 2556 11:27:02 น.
Counter : 1899 Pageviews.  

~รอยรักยมทูต : ปฐมบทแห่ง...รอยนิรันดร์ โดย'ริญจน์ธร' ~





รอยรักยมทูต
ผู้เขียน : ริญจน์ธร
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ (ส.ค. ๒๕๕๖)
๓๐๗ หน้า ราคา ๒๔๕ บาท


โปรยปก :



เขาคือเทพแห่งความตายที่แสนเย็นชา
ส่วนเธอคือวิญญาณดวงน้อยไร้กายา
แต่โชคชะตากลับดลสองดวงใจให้พบกัน

เพราะเนื้อแท้ของความรักคือการได้เห็นผู้เป็นที่รักมีความสุข
การตามหาความรักของใครบางคนจึงไม่ใช่เพื่อครอบครอง

'ธานาทอส' เทพบุตรหนุ่มผู้มีชีวิตแสนยาวนานอยู่ภายใต้ความมืดมนของยมโลก
บุรุษที่แสนเย็นชาและเดียวดาย สมนามเทพแห่งความตาย
ขณะกำลังคุมเหล่ายมทูตล่าวิญญาณที่เพิ่งตายสู่ยมโลก
เขาได้พบกับ 'ขวัญชีวา' ดวงจิตบริสุทธิ์ที่ต่างจากดวงวิญญาณทั่วไป
เธอไร้เดียงสาและมีชีวิตเป็นปริศนา เมื่อตัวตนของเธอไม่มีแม้โชคชะตาให้เหล่าตุลาการแห่งยมโลกตัดสินความ
เรื่องราววุ่นวายจึงตกอยู่กับธานาทอส เพระเขาไม่อาจตัดใจทิ้งเธอ
จึงช่วยเหลือและพามาสู่ปราสาทในยมโลก

ทุกอย่างควรจะจบลง ถ้าขวัญชีวาไม่อยากค้นหาความหลังแห่งตัวตน
เธอวอนขอต่อเทพเฮเดสเพื่อขึ้นมาตามหาความจริงบนโลกมนุษย์
และไม่รู้ทำไม เทพเจ้าผู้ไม่เคยสนใจวิญญาณดวงไหนอย่างธานาทอส
ถึงไม่กล้าปล่อยเธอไกลห่าง จนต้องตามขึ้นมาดูแลและปกป้องอย่างชิดใกล้

และนี่คือจุดเริ่มต้นของรอยนิรันดร์บทใหม่จากการตามหาความจริงที่ขาดหาย
อดีต ความรัก และความตาย กำลังจะย้อนกลับมาพิสูจน์สองดวงใจอันเปี่ยมด้วยอานุภาพแห่งรักแท้!







อีกเล่มกับแฟนตาซีแบบไทย ๆ ที่แอบอิงโครงเรื่องของเทพปกรณัมกรีกโบราณ
ต่อเติมเสริมแต่งด้วยเรื่องรักหวาน ๆ ตามจินตนาการ(และสไตล์)ส่วนตัวของคนเขียน
ร้อยเรียงออกมาเป็นนิยายรักที่แสนจะโรแมนติก...

นิยายเล่มนี้อาจจะเรียกได้ว่าเป็นภาคที่ต่อเนื่องมาจากนิยายชุด"นิรันดร์แห่งรัก"ทั้งสามเล่มที่เคยอ่านผ่านไป
อันได้แก่ "ดุจดั่งดวงใจ" - "หทัยแห่งสุริยัน" - และ"ตราบนิรันดร์คือเธอ"
แต่ทั้งสามเรื่องนั้นเป็นเรื่องราวของเทพระดับสูง เป็นองค์ราชันแห่งโลกต่าง ๆ

ในขณะที่ในเล่มนี้(และน่าจะรวมถึงอีกสองเล่มที่กำลังจะติดตามมาในชุดเดียวกัน)
เป็นเรื่องราวของเทพบุตรในระดับรอง ๆ ลงมา...
อย่างเรื่องนี้ พระเอกเป็นเทพแห่งความตายผู้เย็นชา'ธานาทอส'
ซึ่งในขณะที่เขากำลังปฏิบัติงานในการคุมบริวารเก็บดวงวิญญาณที่เพิ่งเสียชีวิต
เขาก็ได้พบกับวิญญาณสาวผู้แสนจะไร้เดียงสา"ขวัญชีวา"
ด้วยท่าทีหวาดหวั่นของเธอทำให้เขาเกิดความสงสาร
จนถึงขั้นพาตัวเข้าไปพัวพันตามติดช่วยเหลือเธอหลายอย่าง
กระทั่งพาเธอเข้าพบกับเทพเฮเดส เจ้าผู้ครองยมโลก เนื่องจากเธอมีปูมชีวิตที่เป็นปริศนา
และออกจะซับซ้อนจนเขาต้องออกโรงพาเธอกลับขึ้นมายังโลกมนุษย์
เพื่อตามหาปริศนาการตายของเธอ...

จากนั้นก็เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นบนโลกมนุษย์
เมื่อขวัญชีวาได้รับพรพิเศษจากเทพฮาเดสให้สามารถมีร่างกายของมนุษย์ชั่วคราว
เพื่อสืบหาสาเหตุการตายของตัวเอง

และตอนนี้เองก็มีฉากน่าลุ้นน่าติดตาม
เพราะเขามีสอดแทรกปมความรักความแค้นและการหักหลังของอดีตคนรักของขวัญชีวา...
ตามด้วยปมฆาตกรโรคจิตต่อเนื่องที่ขวัญชีวากับเทพบุตรธานาทอสต้องช่วยกันสืบหาตัวฆาตกรไปพร้อม ๆ กับฝ่ายตำรวจ...
และดูเหมือนว่ายิ่งสืบสาวไปเรื่อย ๆ เทพบุตรหนุ่มกับวิญญาณสาวยิ่งผูกพันกันมากขึ้นจนยากที่จะแยกจากกันได้...






ความรู้สึกหลังอ่าน...
แม้เรื่องราวจะออกแนวเหลือเชื่อเกินจริงอยู่บ้าง(จริง ๆ แล้วไม่แค่'บ้าง'ล่ะ มากเลยแหละ)
โดยเฉพาะในส่วนที่เป็นแฟนตาซี จนใครหลายคนอาจจะอ่านได้ไม่อิน...
ก็เล่นจับเอาเทพแห่งความตายบ้าง เทพแห่งบาดาลบ้าง
ยมทูตบ้าง มาเป็นพระเอก พบรักกับสาวไทย...อะไรพรรค์นี้...
แหม ...ทำไปได้!

แต่สิ่งที่ทำให้เรา"อ่านอยู่ได้" กับนิยายแนวเหลือเชื่อแบบนี้ก็เห็นจะเป็นสำนวนภาษาของคนเขียนน่ะค่ะ...
ช่างวิจิตรบรรจง ไม่ว่าจะเป็นการบอกเล่าเรื่องราว การสร้างฉากดินแดนแห่งเทพต่าง ๆ อันสุดแสนอลังการ
การบรรยายถึงบุคลิกลักษณะตัวละครทั้งฝ่ายเทพฝ่ายมนุษย์ที่ทำได้ค่อนข้างลื่นไหล ให้ภาพชัดเจน...
บทสนทนาก็ออกแนวยี่เกหน่อย ๆ มีการใช้ราชาศัพท์เพคะเพขิง...

อ่านแล้วออกจะทึ่งในจินตนาการ ความคิดความฝันของคนเขียนเขาน่ะค่ะ
บทรักหรือก็หวานไหวชวนเคลิบเคลิ้ม...
ฟินอะ ได้อ่านบทรักของเทพแห่งความตายกับสาวน้อยใสซื่อ...

อ้อ...ในเรื่องยังมีตัวละครอีกตัวหนึ่งที่น่าสนใจ นั่นก็คือฮิปนอส เทพแห่งการหลับใหล
แฝดผู้น้องของธานาทอสนั่นเอง
เขาเป็นเทพขี้เล่น ช่างแหย่เย้า และเป็นผู้เปิดดวงตาดวงใจให้ธานาทอสได้รู้จักรู้ใจตัวเอง

นอกเหนือไปจากเรื่องราวรักหวาน ๆ ระหว่างเทพกับอมนุษย์
(ซึ่งแอบมีปมเรื่องความแตกต่างระหว่างชนชั้นเข้ามาเกี่ยวด้วยเล็ก ๆ )
ในเรื่องนี้เค้าก็มีแฝงไว้ด้วยหลักธรรมคำสอนทางพุทธศาสนาว่าด้วยกฏแห่งกรรม
อันเป็นหลักธรรมดาโลกที่มนุษย์ยึดถือเป็นคติความเชื่อในการดำรงอยู่และดำเนินไปแห่งชีวิต แอบอยู่แบบเนียน ๆ ด้วยล่ะ

จุดนี้เองที่ทำให้นิยายดูดีมีสาระ ไม่ถึงกับเบาหวิวจนเหลือทนค่ะ
เรียกว่าจะอ่านเล่น ๆ ชิล ๆ ก็ชวนฝันพาเพลิน...
จะอ่านแบบจินตนาการตามก็ชวนฟิน...
หรือจะอ่านเอาเนื้อหาสาระ เขาก็มีให้ได้ฉุกใจคิดไม่มากไม่น้อย

ชวนอ่านกันค่ะ















 

Create Date : 31 ตุลาคม 2556    
Last Update : 31 ตุลาคม 2556 11:37:58 น.
Counter : 3726 Pageviews.  

~ ป่าร้อน...สายลมรัก :ไฟป่าฤาจะร้อนเท่าไฟรัก โดย "อัยย์" ~






ป่าร้อน สายลมรัก
ผู้เขียน : อัยย์
ผู้พิมพ์ : พิมพ์คำ (ครั้งแรก/ก.พ. ๒๕๕๕)
๓๒๘ หน้า ราคา ๒๒๐ บาท


โปรยปกหลัง:


ไฟป่าเผาทำลายทุกสิ่ง ไฟรักกลับยิ่งเผาผลาญใจคนสองคน
ชายหนุ่มหัวหน้าสถานีฯไฟป่าไม่เคยคิดว่าภารกิจพิเศษที่เพิ่มมา
คือต้องคอยดับไฟปรารถนาของตัวเองไปพร้อม ๆ กับงานดับไฟอันแสนหนัก

"วสุธา" ต้องการจะให้ชาวบ้านในเขตนี้ช่วยกันป้องกันไฟป่า
"งานของเขา" ต้องการ "ชาวบ้านของเธอ"
แต่ผู้ใหญ่บ้านสาวแกร่งอย่าง "ฟ้าวรุณ" จะให้ความร่วมมือด้วยดีได้อย่างไร
ในเมื่อรู้อยู่แก่ใจว่าเขาเป็นเจ้าหน้าที่ถ่อยเถื่อนที่ชอบใช้กำลัง

เขาเป็นนักอนุรักษ์ เธอเป็นนักปกครอง ต่างฝ่ายต่างถือดีเกินกว่าจะปรองดอง
แต่วันนั้นกลางสายน้ำตกอันเย็นฉ่ำ และคืนนั้นในราวป่าอันมืดมิด...
ไฟเสน่หากลับจุดติดจนยากจะดับ








เรื่องย่อเพิ่มเติมนิด ๆ ...
วสุธาหรือดิน เพิ่งย้ายเข้าไปรับตำแหน่งหัวหน้าสถานีไฟป่าที่หมู่บ้านวังป่าแดงได้ไม่นาน
เขาก็ได้รู้จักกับผู้ใหญ่บ้านสาวคนเก่ง...ฟ้าวรุณ ที่เขามองว่า
ด้วยปัญหาความขัดแย้งในเรื่องงานทำให้ทั้งคู่ต่างมีอคติต่อกันตั้งแต่แรกพบหน้า
เธอมองว่าเขาดิบ เถื่อนและโหด ชอบใข้กำลังกับชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ำอย่างลูกบ้านของเธอ
ส่วนเขาก็มองว่าเธอเหมือนเด็กมัธยมปลายมากกว่า...
และที่เป็นผู้ใหญ่บ้านได้ก็คงเพราะมีพ่อเป็นนายกอบต. เรียกได้ว่าเป็นมาเฟียเล็ก ๆ ในชุมชนนั่นเอง

แต่ด้วยสภาพสังคมชนบทเล็ก ๆ กับหน้าที่การงานที่ต้องเกี่ยวข้องกัน
พวกเขาจึงไม่อาจหลีกเลี่ยงการพบปะเจอะเจอ...
แม้จะต่างวางท่าปั้นปึ่งต่อกันแต่ต่างก็แอบแลเห็นแง่มุมที่ดี ๆ ของกันและกันได้
ติดอยู่ที่ว่า...ผู้ใหญ่ฟ้ามีเพื่อนหนุ่มที่มีดีกรีเป็นถึงครูใหญ่หมายปองอยู่
ส่วนหัวหน้าดินเองก็หยิ่งเกินกว่าจะแย่งชิงผู้หญิงของคนอื่นมาครอบครอง...








หลังอ่าน...
อีกเล่มกับการลองของใหม่(สำหรับตัวเอง)...
ได้ยินชื่อเสียงนักเขียนนามนี้มาสักระยะหนึ่งแล้ว เพิ่งจะมีโอกาสลิ้มลองนี่แหละ
ค่อนข้างชอบทีเดียวค่ะ

เป็นนิยายสะท้อนสังคมชนบท ที่สมจริงสมจังพอประมาณ
ผสมผสานกับเรื่องราวความรักที่...มาเร็วเคลมเร็วแต่เร่าร้อนและอ่อนหวานรัญจวนใจ

พล็อตง่าย ๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน แต่พุ่งเป้าสู่ประเด็นที่ต้องการนำเสนออย่างตรงไปตรงมา
การดำเนินเรื่องกระชับฉับไวดีค่ะ ด้วยสำนวนภาษาที่ลื่นไหล อ่านไม่สะดุด...
บทสนทนาก็ทันสมัย และเป็นธรรมชาติ

ตัวละครค่อนข้างสมจริง สอดคล้องกับบรรยากาศและโทนของเรื่อง
ชอบมุกการ"แย่งชิง"ชาวบ้านระหว่างคู่พระนางที่สอดแทรกเข้ามาในเรื่อง
ทำให้มองเห็นภาพการทำงานของฝ่ายปกครองส่วนท้องถิ่นที่ต้องประสานกับข้าราชการจากส่วนกลาง
เรื่องของการดูแลทุกข์สุข ปากท้องของชาวบ้านควบคู่ไปกับ
การสร้างจิตสำนึกในการปกป้องดูแลและอนุรักษ์ธรรมชาติ

อาจจะเป็นด้วยคนอ่านใช้ชีวิตอยู่ในชนบทที่มีฉากและเรื่องราวชีวิต
สภาพสังคมและปมปัญหาต่าง ๆ แบบบ้านนอก ๆ คล้าย ๆ กับเนื้อหาในนิยายก็เลยทำให้อ่านแล้วอินได้ง่าย ๆ

ส่วนพัฒนาการของความรู้สึกและความสัมพันธ์ของคู่พระ-นางที่ดูเหมือนจะ"ไว"ไปสักนิด
ก็ไม่รู้สึกขัดแย้ง แปร่งแปลกหรือเกินจริงแต่อย่างใด
เพราะคนเขียนเขาก็สามารถสร้างเรื่องสร้างราวไว้รองรับจนสมเหตุสมผลเป็นอันดี
ชอบการต่อปากต่อคำของคนคู่นี้อะ ด้วยต่างคนต่างถือดี
แล้วก็ให้บังเอิญต่างก็ได้รับรู้จุดด้อยของอีกฝ่ายให้หยิบมาบลัฟซึ่งกันและกัน

แต่เมื่อมีโอกาสใกล้ชิดกันมากขึ้น ได้ช่วยเหลือเกื้อกูลกันในยามคับขัน
ได้ร่วมเผชิญปัญหาและอันตรายร่วมกัน...
ความรู้สึกก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไป
และเมื่อรู้จิตรู้ใจตัวเองแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องรั้งรออะไรอีก
เพราะต่างฝ่ายต่างก็โต ๆ ถึงพร้อมทั้งวุฒิภาวะและสถานะทางสังคม

จุดที่จะเว้น ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือเลิฟซีนค่ะ
จัดหนักจัดเต็มสมคำร่ำลือ (ตอนแรกที่ลังเล ๆ ไม่กล้าอ่านก็เพราะเสียงลือเสียงเล่าอ้างเรื่องฉากรักหนักหน่วงนี่แหละ)
แต่...ยอมรับค่ะว่าคนเขียนเค้ามือถึง เอาอยู่
ทำให้บทรักทีมาอย่างยินยอมพร้อมใจและถูกจังหวะจะโคนออกมาไม่น่าเกลียด
สำนวนภาษาที่ใช้เปรียบเทียบบรรยายก็ให้อารมณ์เหมือนอ่านบทอัศจรรย์ในวรรณคดี...
แม้ไม่สละสลวยเป็นบทกวี แต่ก็ฟินอ่ะ...
ข้อสำคัญ ไม่ยัดเยียด ไม่พร่ำเพรื่อ ไม่ถึงกับต้องใส่เรทให้

สุดท้าย...
ขอหยิบยกเอาบทสรุปจากหน้าคำนำสำนักพิมพ์มาแปะไว้ตรงนี้ด้วย
เป็นการตอกย้ำยืนยันความน่าอ่านของนิยายเล่มนี้ค่ะ

...........

'ป่าร้อนสายลมรัก' จึงไม่ได้ถ่ายทอดเฉพาะเรื่องรักหวาน ๆ ของหัวหน้าดินที่แสนดุจนลูกน้องเกรง แต่สอดแทรกแง่คิดและปลูกฝังให้ใส่ใจถึงภยันตรายรอบข้าง รู้จักป้องกันและรอบคอบ เพราะธรรมชาติไม่ใช่สิ่งที่เราสามารถควบคุมได้...เฉกเช่นเดียวกับความรักนั่นเอง

ชวนอ่านค่ะ
















 

Create Date : 25 ตุลาคม 2556    
Last Update : 25 ตุลาคม 2556 15:14:57 น.
Counter : 2308 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  

BlogGang Popular Award#14


 
แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 181 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs

~ให้รักระบายใจ/"ณกันต์"เขียน ~

~ผมกลายเป็นแมว/Abandoned/Paul Gallico เขียน(ภูธนิน แปล) ~

~พ่อค้าซ่อนกลรัก & หมอปีศาจแสนรัก/"หูเตี๋ย" เขียน(Wisnu แปล) ~

~อาจารย์ยอดรัก/"หูเตี๋ย" เขียน(Wisnu แปล) ~

~จอมโจรพยศรัก/"หูเตี๋ย" เขียน(Wisnu แปล) ~

~ฉันไม่ชอบทั้งโลก ฉันชอบแค่เธอคนเดียว/"เฉียวยี" เขียน(ภิรมณ ประพฤติประยูร/แปล) ~

~อลวนกลสลับร่าง/"เจ๋อมู่" เขียน(เสี่ยวหวา/แปล) ~

~ โลกที่รัก/ Dear World/"Bana Alabed/บานา อัลอาเบด" เขียน ~

~ นางทิพย์/"แก้วเก้า" เขียน ~


สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.