'หัวใจ๋ข้า หัวใจ๋เจ้า ห้อยอยู่เก๊าเดียวกั๋น' *
*คลิกเพื่ออ่านคำแปลเจ้า :)

~ นาฏนฤมิต : ดราม่าย้อนยุคชวนหลอน...โดย "มุตตา" ~





นาฏนฤมิต
ผู้เขียน : มุตตา
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ(พ.ค.๕๗)
๔๗๙ หน้า ราคา ๓๔๕ หน้า


เรื่องย่อ ๆ จากปกหลัง :

เมื่อความรักแปรเปลี่ยนเป็นความริษยา
เธอจึงเลือกเส้นทางลัดที่จะนำไปสู่ความสมหวัง


ความหวังอันแสนยาวนานของ 'มัญชริน' ผู้แสนดีและเพียบพร้อมต้องพังครืนลง
เมื่อ 'วรวิช' ชายหนุ่มที่เธอแอบหลงรักมาตั้งแต่เด็ก
ประกาศคบหากับเพื่อนสนิทของเธอ
มัญชรินก็ได้แต่สะกดความเศร้าและผิดหวังนั้นไว้ในใจเพียงลำพัง
กระทั้งเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้หลังลาหัก
มัญชรินจึงหนีไปอยู่บ้าน 'คุณทวดมณี' ญาติผู้ใหญ่ที่เธอเพิ่งรู้จัก
เพื่อหลีกหนีความเจ็บช้ำน้ำใจจากมารดาและคนที่เธอแอบรัก
และที่นั่นเองเธอก็ได้พบกับวิญญาณของ 'คุณเทียดวาสน์'
ซึ่งปรากฏกายและเล่าเรื่องราวอันขมขื่นในชีวิตให้ฟัง
พร้อมทั้งยื่นมือเข้าช่วยเหลือเธอให้สมหวังในความรัก
ด้วยกฤติยามนตร์โบราณชนิดหนึ่ง

หลังจากต้องพานพบกับความผิดหวังเจ็บช้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า
มัญชรินก็บอกกับตัวเองว่า หมดเวลาของการเป็นคนดี
ที่งอมืองอเท้าให้คนทำร้ายจิตใจซ้ำๆ ซากๆ แล้ว...

หากเธอจะหลุดพ้นจากห้วงรักอันแสนเจ็บปวดนี้
ก็มีเพียงหนทางเดียวเท่านั้น หนทาง...แห่งนาฏนฤมิต!






เล่าเรื่องย่อเพิ่มเติมจากข้างบนอีกนิด ๆ (โดยจะพยายามไม่สปอยล์)ค่ะ...

มุกหรือมัญชรินเป็นหญิงสาวสมัยใหม่ที่ชื่นชอบในเรื่องราวของนาฏศิลป์ไทยเป็นชีวิตจิตใจ
เมื่อเรียนจบเธอจึงร่วมกับเพื่อน ๆ ตั้งโรงเรียนนาฏศิลป์เล็ก ๆ ขึ้น
และหนึ่งในเพื่อนสนิทนั้นก็คือเข็มหรือกรกมล ผู้ครอบครองหัวใจของ 'วรวิช'
ทำให้เธอต้องเจ็บปวดทุกครั้งที่ได้เห็นความรักของคนทั้งคู่ตลอดเวลา
แถมยังถูกซ้ำเติมจากมารดาตัวเองอีกว่า...
เธอไม่มีเสน่ห์พอที่จะดึงรั้งวรวิชไว้ได้ ทั้ง ๆ ทีผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายต่างสนับสนุน

เมื่อหนีแรงกดดันจากมารดาไปพักที่บ้านคุณทวดมณีนั้น...
นอกจากวิญญาณของ'คุณเทียดวาสน์'แล้ว
มุกก็ได้รู้จักกับสีหราช จิตแพทย์หนุ่มใหญ่ ผู้รู้สึกจับตาจับใจในตัวเธอตั้งแต่แรกพบ
ด้วยแรงสนับสนุนจากคุณทวดมณีและความเข้าอกเข้าใจอันอบอุ่นอ่อนโยนของเขา
สีหราชก็ค่อย ๆ กลายมาเป็นกำลังใจสำคัญของมุก ในความพยายามที่จะตัดใจจากวรวิชให้สำเร็จ
แม้จะถูกยั่วยุโดยข้อเสนอจากคุณเทียดของเธอก็ตาม...

แต่ถึงกระนั้น อำนาจแห่งกฤติยามนตร์โบราณที่เรียกว่า'นาฏนฤมิต'
ก็ไม่วายแสดงอิทธิฤทธิ์จนเธอต้องสูญเสียเพื่อนสนิทคนหนึ่งไปอย่างไม่มีวันกลับคืน!







หลังอ่าน...
เป็นดราม่าย้อนยุคที่เข้มข้น อ่านสนุกอีกเล่มหนึ่ง ที่หยิบมาอ่านแบบไม่ได้คาดหวังอะไรนัก
ด้วยเป็นนักเขียนนามไม่คุ้น แต่พออ่านไปเรื่อย ๆ กลับรู้สึกว่าเป็นการลองของใหม่ที่ให้ผลเกินคาดทีเดียว
เพราะทั้งพล็อต ทั้งการสร้างสรรค์ตัวละคร ตลอดถึงการดำเนินเรื่องและการใช้สำนวนภาษา...
เรียกได้ว่าไม่ได้ด้อยไปกว่านักเขียนรุ่นเก่า ๆ เก๋า ๆ ที่เขียนเรื่องในแนว ๆ นี้สักเท่าไหร่เลย

พล็อตไม่ได้แปลกแตกต่างอะไรมาก หากก็ไม่ได้ดาดดื่นจนรู้สึกซ้ำ
เป็นเรื่องราวของความรักที่ไม่สมหวัง อันมีมาตั้งแต่โบร่ำโบราณ
ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านล่วงเลยมานานแค่ไหน เรื่องเศร้าของความรักก็ยังคงอยู่คู่กับมนุษย์โลกเสมอมา

ตัวละคร...อาจจะดูเยอะไปหน่อย พานให้สับสน ซ้ำมีการย้อนยุคย้อนสมัยไปหลายชั่วคนอีกต่างหาก
ด้วยนางเอกเป็นลูกหลานตระกูลเก่าแก่ที่สืบสาแหรกตระกูลไปได้ถึงยุคต้น ๆ กรุงรัตนโกสินทร์นู่นทีเดียว
ตรงนี้เข้าใจว่าผู้เขียนต้องการจะปูพืนหลังให้เห็นถึงปูมหลังของนางเอก
รวมทั้งที่มาของพิธีกรรมอันเป็นที่มาของชื่อเรื่อง ซึ่งก็ช่วยเสริมให้ดูขรึมขลังและดึงดูดความสนใจได้ดี

จะเสียดายนิด ๆ ก็แต่...ความที่เปิดตัวละครพร้อม ๆ กันทีเดียวหลายตัวนัก
เลยออกจะทำให้รู้สึกงง ๆ ปนสับสนเล็กน้อย อย่างที่บอกตอนต้น
แล้วก็มีตัวประกอบหลายตัวที่เหมือนจะน่าสนใจ(เช่นกลุ่มสาว ๆ พี่น้องของกรกมล)
แต่ความรู้สึกมันบอกว่า...ตัวละครกลุ่มนี้ไม่ต้องมีก็ได้
เพราะแทบจะไม่มีบทบาท(สำคัญ & จำเป็น)สักเท่าไหร่เลยในเรื่อง
หรือไม่ก็สามารถแยกไปแต่งเป็นนิยายได้อีกเรื่องหนึ่งเลย
แอบเสียดายบุคลิกลักษณะเด่นบางประการของตัวละครกลุ่มนี้ที่คนเขียนเขาอุตส่าห์แต่งแต้มได้ค่อนข้างน่าสนใจเชียว

ที่ชื่นชอบก็คือตัวละครเด่น ๆ อย่างตัวนางเอก นางรองดูมีมิติดี มีรัก โลภ โกรธ หลงเช่นมนุษย์มนาทั่วไป
มีหลงผิดทำพลาดได้ และเมื่อรู้ตัวว่าผิดก็พยายามแก้ไข...

พระเอกเรื่องนี้เป็นพระเอ๊ก-พระเอกค่ะ อบอุ่น อ่อนโยนและรักนางเอกมาก...
จนตอนแรก ๆ แอบขัดใจนางเอกว่า ไปหลงงมงายอยู่กับ"รักแรก"อย่างพี่ชายนอกไส้แบบวรวิชอยู่ได้
ไอ้เราคนอ่านอ่าน ๆ ไปออกจะอิจฉานางที่มีชายหนุ่มแสนดีอย่างพี่สิงห์มาคอยเอาอกเอาใจ
พะเน้าพนอ ช่วยเหลืออยู่ไม่ห่าง หล่อนก็ยังจะไปโศกาอาดูรอาลัยแต่คนที่เขาไม่รักอยู่นั่นแล้ว...





การดำเนินเรื่อง...แรก ๆ เปิดเรื่องได้น่าสนใจดีค่ะ บอกเล่าถึงความเป็นมาและความสัมพันธ์ของนางเอกกับผองเพื่อน
มีการย้อนอดีตอยู่หลายช่วงหลายตอน ซึ่งก็ก็ทำได้ค่อนข้างเนียนและสมเหตุสมผลดี
แต่จะมางง ๆ นิด ๆ กับการลำดับเครือญาตินั่นแหละค่ะ ...

คุณทวดมณีเป็นน้องสาวต่างมารดาของคุณทวดทิพย์ ซึงเป็นทวดสายตรงของมุกและเสียชีวิตไปนานแล้ว
แต่จากบทบรรยายของคนเขียนดูเหมือนว่าคุณทวดมณียังไม่แก่เทาที่ควรจะเป็น
แถมยังมีคนเก่าคนแก่อยู่ในบ้านที่เห็นคุณทวดมณี(กับพี่ ๆ ต่างมารดา)มาตั้งแต่แรกเกิด
ยังคงแข็งแรง เล่าเรื่องราวแต่หนหลังให้มุกฟังได้เป็นฉาก ๆ...
อ่านแล้ว มันตงิดใจนิด ๆ กับห้วงเวลาของนิยายกับอายุของตัวละครน่ะค่ะ

หลังจากเปิดเรื่องไปจนถึงช่วงกลาง ๆ เรื่องออกจะเวิ่นเว้อวกวนหน่อย ๆ ส่วนใหญ่จะเป็นภาคย้อนอดีต
ที่คุณเทียดวาสน์มาปรากฏกายเล่าให้มุกฟังเพื่อหว่านล้อมให้เธอรับช่วงประกอบพีธี'นาฏนฤมิต'
เพื่อดึงวรวิชให้หันมารักตัว...

มาเริ่มจะตื่นเต้นชวนลุ้นก็เลยกลาง ๆ เล่มไปแล้ว เมื่อมุกตัดสินใจที่จะยกเลิกพิธีนาฏนฤมิต
ซึ่งทำให้คุณเทียดวาสน์โกรธอย่างรุนแรง ถึงขั้นทำร้ายมุก
ซึ่งนับตามศักดิ์ก็เป็นลื่อแท้ ๆ ของตัวเองจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด

ตรงนี้ออกแนวหลอนเลยค่ะ...
เมื่อใช้มุกไม่สำเร็จ คุณเทียดวาสน์ก็จำต้องหาเป้าหมายใหม่
ใครกันที่ผิดหวังจากความรักและอยากแย่งชิงของของผู้อื่นมาเป็นของตัว...
มากพอที่จะสามารถมาอยู่แทนที่เธอได้...?
จุดนี้ก็จะมีการซ่อนเงื่อนซ่อนปมเพื่อหลอกคนอ่าน...
แต่แหะๆ อ่านนิยายแนว ๆ นี้มาเยอะเลยหลอกได้ไม่สำเร็จอะ
แต่ก็ยอมรับว่าผิดคาดเล็กน้อยเหมือนกัน

สรุปว่า...เป็นดราม่าเข้มข้นที่อ่านสนุก อ่านเพลินได้อีกเล่มหนึ่งค่ะ
ด้วยสำนวนภาษาที่ลื่นไหลอ่านไม่สะดุด มีน้ำมีเนื้อไม่ว่างโหวง หากก็ไม่ถึงกับเครียดขรึม
ผู้เขียนได้แทรกแซมสาระว่าด้วยนาฏศิลป์ไทย วัฒนธรรมไทยไว้ไม่น้อย ทำให้เรื่องราวดูละเมียดละไมขึ้น
มีบทรักกุ๊กกิ๊กระหว่างพระ-นางพอประมาณ ไม่มากไม่มายจนหวานเวอร์

สรุปของสรุป...อ่านจบแล้วหยิบมาเล่าต่อชวนลองชวนอ่านกันค่า









 

Create Date : 22 กรกฎาคม 2557    
Last Update : 22 กรกฎาคม 2557 15:18:26 น.
Counter : 3268 Pageviews.  

~ รองเท้านารี : ความรักก็เหมือนรองเท้า...โดย "ดาริส" ~





รองเท้านารี
ผู้เขียน : ดาริส
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ (ม.ค. ๕๗)
๓๗๕ หน้า ราคา ๒๗๕ บาท


ปกหลัง :


รองเท้าทุกคู่ล้วนมีเจ้าของ
รอคอยเพียงแค่ใครสักคนจะสวมมันได้อย่างพอดี

เพราะเชื่อในนิยามความรักเรื่องคนที่เหมาะสมกับเรา
สี่สาวโสด ตัวแทนความรัก ฉบับรองเท้า
จึงต้องออกเดินทางตามหารักที่ใช่! ในแบบของตนเอง

ทิชา ดีไซเนอร์สาวตัวแม่ กับรักที่กล้าๆ กลัวๆ
น้ำหนาว แพทย์สาวสุดมั่น รักของเธอเย็นชา
วริษา สาวเปรี้ยวหัวสูง จะมีรักทั้งทีต้องเพอร์เฟ็กต์ที่สุด
อุษณา สาวติสท์ผู้รักอิสระ ทำอะไรตามเสียงเรียกร้องของหัวใจ

สี่รูปแบบความรักที่แตกต่าง เหมือนกับรองเท้าหลากสไตล์
เปรี้ยว หวาน เซอร์และเท่ แม้จะเจอรองเท้าที่คับบ้าง ถูกกัดบ้าง

แต่ในท้ายที่สุดก็ต้องพบเจอกับ 'เจ้าของรองเท้า' ที่พอดีกับตัวเองเข้าสักวัน







เป็นนิยายสมัยใหม่ที่เนื้อหาออกแนว...ค่อนข้างแหวกขนบ แหวกกระแสนิยายรักทั่วไป...
ที่อาจจะดูแรงพอสมควร ทำเอาเมื่อเริ่มอ่านช่วงแรก ๆ เกือบจะรับไม่ได้แน่ะ
(จริง ๆ แล้วอ่านไปสองสามบทก็รับไม่ได้จนต้องวางไปพักหนึ่งแล้วล่ะ)

หากทว่าเมื่อราว ๆ อาทิตย์ก่อน เผอิญได้มีโอกาสดูรายการทีวีรายการหนึ่ง
เค้าสัมภาษณ์บุคคลที่เกี่ยวข้องกับกิจการบาร์โฮสต์...
ได้เห็นและรับรู้ถึงเรื่องราวความเป็นไปในอีกซอกมุมหนึ่งของสังคมที่เราไม่อาจปฏิเสธการมีอยู่ของมันได้
จึงเปิดใจตัวเองให้กว้างขึ้นอีกนิด หยิบนิยายเล่มนี้มาอ่านใหม่อีกครั้ง
แล้วก็พบว่า...อือม์...ไม่เลวแฮะ
คนเขียนเป็นนักเขียนหน้าใหม่ ดูจากโปรไฟล์ก็น่าจะยังเด็ก
แต่ช่างสรรแต่งนิยายได้...เท่และแนวดีอะ และดูเหมือนว่าจะเข้ากระแสอีกต่างหาก

จากปกหลังก็คงจะพอเห็นได้ว่านิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องราวของสี่สาวสี่ไลฟสไตล์
โดยเปรียบเทียบกับรองเท้าแบบต่าง ๆ
ผู้เขียนจึงดำเนินเรื่องโดยแบ่งเนื้อหาออกเป็นสี่ช่วงใหญ่ ๆ
บอกเล่าเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ของหญิงสาวแต่ละคน
โดยแต่ละช่วงจะมีการเชื่อมโยงกันในทีเพราะทั้งสี่สาวเป็นเพื่อนสนิทที่อยู่บ้านเดียวกัน






เปิดเรื่องด้วยเรื่องรักของน้ำหนาว...ศัลยแพทย์สาวผู้มาดมั่น
ที่ผู้เขียนเปรียบไว้ว่าเป็นดั่งรองเท้าบู้ตเหนือเข่าส้นสูง...

หลังจากหย่าร้างกับสามีผู้ตกอยู่ใต้อาณัติบัญชาของมารดาที่เกลียดชังลูกสะใภ้อย่างน้ำหนาวแล้ว
เธอก็ปิดประตูให้กับความรัก หันไปใช้บริการจากโฮสต์หนุ่มนักศึกษารุ่นน้อง...
ด้วยความคิดอันรุนแรงเกี่ยวกับสิทธิสตรีที่ว่า...
ในเมื่อผู้ชายสามารถเที่ยวกลางคืนได้โครม ๆ
ผู้หญิงที่มีความสามารถทัดเทียมกับผู้ชายก็น่าจะทำได้ไม่ต่างกัน

(จุดนี้แหละค่ะที่ทำให้อ่านสะดุด ๆ ในช่วงแรก
เพราะรับไม่ได้อย่างแรงกับพฤติกรรมของนางเอก(อย่างน้อยเธอก็เป็นนางเอกของพาร์ทนี้ล่ะ)
ซ้ำมีแนวโน้มว่าในตอนท้ายเธอคงจะลงเอยกับโฮสต์หนุ่มเจ้าประจำคนนี้แหละ...
ซึงนั้นก็เท่ากับว่า...พระเอกเป็นผู้ชายขายบริการ!!!
แล้วปมดราม่าที่คนเขียนเค้าพยายามจะสร้างขึ้นมา
เพื่อรองรับพฤติกรรมแนว ๆ นี้ของน้ำหนาวก็ดูจะไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าที่ควร
ตัวประกอบที่แทรกเข้ามาในเรื่อง(อย่างอดีตสามี หรือกิมจู)ก็ไม่ค่อยสมจริงเท่าไหร่...)






เรื่องของน้ำหนาวผ่านไปแบบไม่แฮปปี้นัก
ก็มาต่อช่วงที่สองกับเรื่องราวของสาวเปรี้ยวอย่างวริษา หรือฝน
ผู้ชื่นชอบการสวมใส่รองเท้าส้นสูงเป็นชีวิตจิตใจ

วริษาเป็นตัวแทนของหญิงสาวสมัยใหม่ที่ทะเยอทะยาน วัตถุนิยมตัวแม่
ชอบที่จะบริหารเสน่ห์ไปเรื่อย ๆ ประมาณว่าสวยเลือกได้...
แต่เธอคงจะหลงลืมคำคนโบราณกล่าวไว้ที่ว่า..."เลือกนักมักได้แร่..."
จุดจบนิยายรักของเธอจึงไม่ค่อยหวานชื่นสักเท่าไหร่

...................

หญิงสาวคนที่สามของเรื่องคืออุ่นหรืออุษณา-น้องสาวของน้ำหนาวและเป็นน้องเล็กสุดของบ้าน
เธอเป็นสาวติสต์ รักอิสระ จึงเปรียบได้กับรองเท้าผ้าใบ...
มีความคล่องตัวสูง หากเจอคู่ที่ใช่ เพียงคู่เดียวก็ไปไหนไปกัน...

อุษณาใฝ่ฝันที่จะเป็นช่างภาพฝีมือดี เธอชอบที่จะตะรอนไปตามที่ต่าง ๆ
เพื่อหามุมถ่ายภาพส่งประกวดและเพื่อโอกาสงานที่ดีกว่า
ทำให้เธอได้พบกับสิขร หนุ่มซกมกมาดเซอร์...

(ค่อนข้างชอบพาร์ทนี้มากที่สุดค่ะ มีซีนการเดินทาง มีบทกุ๊กกิ๊ก จุ๊กจิ๊กระหว่างพระ-นาง
พระเอกมีปมอดีตเล็ก ๆ ในขณะที่นางเอกก็เปิดเผย จริงใจแบบเด็ก ๆ )






สาวคนสุดท้าย ทิ-ทิชา สาวผู้เรียบง่ายตามสไตล์รองเท้าแตะ...

(ซึ่งจริง ๆ แล้วเธอเป็นคนเดินเรื่องมาแต่ต้น อาจจะเรียกได้ว่า เป็นตัวกำหนดธีมของเรื่องเลยทีเดียว
เพราะเธอเป็นนักออกแบบรองเท้า ที่อาศัยบุคลิกและตัวตนที่แตกต่างของเพื่อน ๆ สมาชิกในบ้าน
มาประยุกต์เข้ากับงานออกแบบของเธอจนประสบความสำเร็จ)


ทิชาเปรียบเรื่องรักของตัวเองเป็นรองเท้าแตะ ต้องปลอดภัย และเรียบง่าย
เพราะเธอเป็นสาวขี้กลัว ไม่กล้าเสี่ยงกับอะไรที่ไม่แน่นอน
ทั้งที่มีหนุ่มหล่อมาขายขนมจีบอยู่ข้างกาย เธอก็ยังลังเลที่จะ ‘รัก’

สรุปค่ะว่าเป็นนิยายรักร่วมสมัยที่น่าสนใจอีกเล่มหนึ่ง
อ่านแล้วได้เปิดมุมมอง เปิดโลกทัศน์ของตัวเองให้กว้างขึ้น

สำนวนภาษาของผู้เขียนอาจจะมีสะดุด ๆ บ้าง
พล็อตย่อยบางตอนอาจจะดูไม่สมเหตุสมผลนัก แต่โดยรวมก็โอเคค่ะ
อ่านได้สนุก ๆ ไม่ถึงกับหนักจนเครียดหรือเบาจนว่างโหวง

อ่านจบแล้วหยิบมาบอกเล่าชวนอ่านกันวันนี้ค่ะ












 

Create Date : 19 มิถุนายน 2557    
Last Update : 19 มิถุนายน 2557 21:42:32 น.
Counter : 2578 Pageviews.  

~ ปล่อยใจไปกับ...เช็ก :ไพรัชนิยาย โดย "กิ่งฉัตร" ~





ปล่อยใจไปกับ...เช็ก
ผู้เขียน : กิ่งฉัตร
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ(มี.ค. ๕๗)
๓๓๐ หน้า ราคา ๒๖๕ บาท

ปกหลัง :


ในชีวิตการเป็นไกด์...'ขวัญกมล' ไม่เคยมานำทัวร์ที่อเมริกาเลย
การเดินทางมาอเมริกาคราวนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต
เป็นการเดินทางครั้งสำคัญที่ไม่เกี่ยวกับงาน

คิดๆ แล้วก็น่าขำ เมื่อปีที่แล้ว ช่วงเวลานี้เธอกำลังเดินทางไปเช็กเป็นครั้งแรกในชีวิตเหมือนกัน
ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรมาก นอกจากว่าไปทำงาน
และต้องตั้งรับคณะลูกทัวร์กับ 'วรัญญา' หัวหน้าทัวร์ให้ได้เท่านั้น
ทว่าเอาเข้าจริง อดีตไกด์สาวกลับได้พบเจอเรื่องราววุ่นวาย
และเสี่ยงภัยมากมายอย่างไม่คาดมาก่อน

ที่สำคัญ เธอได้พบผู้ชายน่าอัศจรรย์คนหนึ่ง...
คนที่คงกำลังรออยู่ที่สนามบินเบื้องล่างในเวลานี้






คำโปรยปกข้างบนนั่นแทบจะไม่ได้บอกเล่าอะไรถึงเนื้อหานิยายเลย
ตอนนี้ก็เลยจะขอเล่าเรื่องราวความเป็นมาของการเดินทางไป "ปล่อยใจไปกับ...เช็ก"ในเล่มนี้ก่อนละกัน

...........

เกี๊ยวหรือขวัญกมลอดีตพยาบาลสาวที่ผันตัวมาเป็นไกด์อิสระ รับงานจากบริษัทชั้นนำทัวร์
พากลุ่มลูกทัวร์ซึ่งเป็นนักร้องดังไปถ่ายทำเอ็มวีที่สาธารณรัฐเช็ก
ทั้ง ๆ ที่เธอเองก็ไม่เคยเดินทางไปที่ประเทศนั้นมาก่อน
แต่ทางบริษัทก็ได้จัดหัวหน้าไกด์ที่มีประสบการณ์ในการนำทัวร์ไปด้วย
ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นญาญ่า - วรัญญา น้องสาวของเจ้าของบริษัทนั่นเอง

ในระหว่างการเดินทาง แค่รับมือกับความจู้จี้เรื่องมากของลูกทัวร์บางคน
รวมกระทั่งอาการเหวี่ยง วีน เอาแต่ใจของวรัญญานั้นยังไม่เท่าไหร่นักสำหรับขวัญกมล
เพราะเธอเป็นคนทำงานแคล่วคล่องว่องไว และอดทนใจเย็นพอ

แต่การนำทัวร์ครั้งนี้ เธอจะต้องมารับภาระเสี่ยงอันตรายไปกับการมาทัวร์แบบมี'วาระซ่อนเร้น'
ของนักร้องสาวหัวหน้าลูกทัวร์ เพราะเธอมี"ของสำคัญ"
ที่ผู้ก่อการร้ายสากลบังคับให้เธอถือติดตัวมาด้วยจากเมืองไทย
และมีกำหนดนัดหมายส่งมอบกันทีนี่

และขวัญกมลต้องเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยเต็ม ๆ
เพราะนักร้องสาวเลือกที่จะฝาก"ของสำคัญ"ชิ้นนั้นไว้ที่เธอ
โดยที่เธอไม่ระแคะระคายมาก่อนเลยถึงความสำคัญของมัน
รวมถึงอันตรายที่กำลังคืบใกล้ตัวเธอ

โชคดีที่เธอมี 'พ่อตี๋ปราฮา' (ตามฉายาที่วรัญญาตั้งให้แบบหยัน ๆ )
คนขับรถและเป็นประหนึ่งผู้ประสานงานท้องถิ่น คอยให้ความช่วยเหลือ






หลังอ่าน...
เป็นไพรัชนิยาย ผสมสืบสวนสอบสวนนิด ๆ ปนด้วยดราม่าแอ็คชั่นอีกหน่อย ๆ

สนุกค่ะ ค่อนข้างสนุกมากทีเดียว (แต่ก็ไม่ได้เกินความคาดหมายนัก เมื่อนึกถึงว่านี่คือผลงานของ"กิ่งฉัตร")
อาจจะเป็นเพราะส่วนตัวห่างเหินจากนิยายแนว ๆ นี้ไปช่วงระยะที่นานพอสมควร

ชอบพล็อตทีนำเรื่องราวของอาชญากรรมข้ามชาติมาโยงเข้ากับเรื่องราวของการเดินทางได้อย่างเหมาะเจาะ
มีเรื่องของนิยายซ้อนนิยายในเนื้อหาของเอ็มวีที่ทีมงานของนักร้องสาวไปถ่ายทำกัน
ซึ่งก็สอดคล้องไปกับเรื่องราวในนิยายอย่างกลมกลืน

การบรรยายฉากและสถานที่ก็ทำได้อย่างค่อนข้างละเอียดและสมจริง
แม้คนไม่เคยไปก็สามารถอ่านแล้วนึกภาพตามได้ง่าย ๆ
มีแซมเกร็ดสาระเล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับสถานที่ต่าง ๆ ที่เป็นฉากของเรื่องไว้อย่างพอเหมาะพอสม ไม่มากไม่น้อย

ตัวละครไม่เยอะนัก แต่แต่ละคนก็มีสีสัน บทบาทโดดเด่นแตกต่างกันไป
แม้ตอนต้น ๆ เรื่องจะออกแนวเวิ่นเว้ออยู่นิด ๆ กับการปูเรื่อง แนะนำตัวละครแต่ละตัว
แต่หลังจากที่นางเอกเริ่มรู้ตัวว่ากำลังตกอยู่ในภาวะเสี่ยงภัย
ที่ต้องเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมระดับโลกเข้าแล้วนั่นแหละ
เรื่องราวถึงจะเริ่มสนุก น่าตื่นเต้นชวนติดตาม...
คนอ่านก็พลอยจับจ้องพฤติกรรมของตัวละครแต่ละตัว
และร่วมลุ้นไปกับนางเอกว่าใครกันนะในกลุ่มลูกทัวร์ที่ทำตัวเป็น"หนอน"

ซึ่งฝีมือระดับ"กิ่งฉัตร" ก็ไม่ทำให้คนอ่านผิดหวัง
เพราะเมื่อคาดเดาไปต่าง ๆ นานาแล้วปรากฏว่า...เดาผิดแฮะ

ชอบพระเอก-นางเอกเรื่องนี้ค่ะ
พระเอกก็ทำตัวเรียบ ๆ ง่าย ๆ แต่พอเปิดเผยตัวตนเขาก็เหมือนจะโดดเด้งออกมาเชียว
(เห็นเพื่อนบล็อกหลายคนบอกว่าเขาเคยโผล่แว่บ ๆ ในนิยายอีกเรื่องหนึ่งคือ"รุ่งอรุณ"
แต่เผอิญจขบ.ไม่เคยอ่านเรื่องนั้น ด้วยเหตุที่มีหลายเสียงบอกว่า...ไม่สนุกนัก
จึงไม่เคยรู้จักเขามาก่อน มารู้จักเขาในเรื่องนี้ก็รู้สึกว่า เท่ดีอะ
รู้สึกดีแฮะที่ไม่เคยมีภาพของเขาอยู่ในหัวมาก่อน )

ส่วนนางเอกก็ชอบที่เธอค่อนข้างใจเย็น มีสติ ฉลาดและทันคนดี
เธอไม่อ่อนแอ ไม่หงอคนแต่ก็ไม่แข็งกระด้าง โอนอ่อนผ่อนตามในเรื่องง่าย ๆ
แต่ถ้าถูกเหน็บแรง ๆ เธอก็สามารถย้อนได้เจ็บแสบพอกัน

ชอบสีสันของตัวละครหลาย ๆ ตัวมากค่ะ โดยเฉพาะเมริษา วรัญญา การ์ตูน
ทุกคนดูมีมิติ ผู้เขียนเค้าเปิดเผยเนื้อแท้ของคนผ่านตัวละครเหล่านี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติสมจริงดี

แต่จะมาผิดหวังนิด ๆ ก็อีตอนจบนี่แหละ รวบรัดตัดความ สรุปจบสั้นและง่ายไปหน่อยไหมอะ...
มันไม่ใจ ไม่ฟินเลยค่า...

อ้อ...กับอีกนิดนึง...ชื่อเรื่องน่ะค่ะ... "ปล่อยใจไปกับ...เช็ก" มันช่างไม่เข้ากับเรื่องราวเนื้อหาสักเท่าไหร่เล้ยยยย
แรกที่เห็นชื่อเรื่อง เราคาดหวังไพรัชนิยายแนวอ่านเพลิน ๆ
เหมือนได้ร่วมเดินทางชิล ๆ สบายอารมณ์ไปกับคู่พระ-นาง...ประมาณนั้น
แต่เอาเข้าจริง มันส่อเค้าชุลมุนวุ่นวายตั้งแต่เริ่มเรื่องเริ่มออกเดินทางกันเลยทีเดียว
ไม่เห็นจะมีจังหวะให้ได้"ปล่อยใจ"สักเท่าไหร่เลย...

นั่นก็แค่ความคาดหวังส่วนตัวหรอกค่ะ แต่ถ้าไม่นับเรื่องชื่อแล้ว
นิยายเล่มนี้ก็นับได้ว่าเป็นนิยายที่ครบรสอีกเรื่องหนึ่ง มีสืบสวน อาชญากรรม ดราม่า โรแมนติก บู๊ แอ็กชั่น...ครบครัน

อ้อ...ที่สำคัญและชอบมากอีกอย่างหนึ่งก็คือรูปเล่มกะทัดรัดและภาพปกสวยคลาสสิคดีค่ะ

อ่านจบแล้วหยิบมาบอกต่อชวนอ่านกันวันนี้ค่า









 

Create Date : 10 มิถุนายน 2557    
Last Update : 10 มิถุนายน 2557 12:22:42 น.
Counter : 2694 Pageviews.  

~ มัศยาข้างสระ : นิยายวัยรุ่นสร้างสรรค์สังคม โดย"ช่อมณี" ~





มัศยาข้างสระ
ผู้เขียน : ช่อมณี
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ(ม.ค. ๕๗)
๔๕๗ หน้า ราคา ๓๑๕ บาท

โปรยปก :


สายน้ำเย็นฉ่ำคือสิ่งที่เธอโหยหา
และเขาซึ่งหลงใหลในการว่ายน้ำของเธอ
ก็ไม่ต่างจากเจ้าชายเฝ้ารอเงือกสาวแสนสวยขึ้นจากน้ำมาหาสักครั้ง

โลกของเธอคือสายน้ำใส
แต่หัวใจที่เขามีให้เธอนั้นกว้างใหญ่และฉ่ำเย็นกว่านั้น

มัศยา เด็กสาวมัธยมปลายโรงเรียนวาริชมาศผู้รักการว่ายน้ำเป็นชีวิตจิตใจ
และใฝ่ฝันจะก้าวเข้าสู่การแข่งขันระดับชาติให้ได้ในสักวัน
แต่ด้วยปมเกี่ยวกับการได้ยินที่ด้อยกว่าคนทั่วไป
ทำให้บิดาเกรงว่าลูกสาวจะเสียใจถ้าต้องไปแข่งในโลกของนักกีฬาปกติแล้วถูกรังเกียจ
จึงผลักดันให้เธอเรียนอย่างเดียว

สรวิศ ผู้บริหารโรงเรียนวาริชมาศคนใหม่
และเป็นทายาทบริษัทผลิตชุดว่ายน้ำและชุดกีฬาหลายชนิด
เขามีแผนสร้างไอดอลนักว่ายน้ำสาวเพื่อโปรโมตบริษัท
และเขาเลือกมัศยา โดยไม่รู้ตัวว่าวินาทีนั้นก็ได้เลือกเด็กสาวตากลมโต
เข้ามาไว้ในหัวใจแล้วเช่นกัน

เธอต่อสู้กับอุปสรรคเพื่อให้พ่อและสังคมยอมรับในความเป็นนักว่ายน้ำ
ที่สามารถแข่งขันด้วยกติกาสากล โดยรับรู้ถึงความอบอุ่นใต้ปีกของเขา
ที่โอบอุ้มและพร้อมจะประคองพาเดินบนเส้นทางสู่ความสำเร็จ
และความรักที่พร้อมจะบรรจบพบกันในสักวัน






หลังอ่าน...
เท่าที่ได้อ่านงานของนักเขียนนามปากกานี้มาสามสี่เล่ม
บอกได้เลยค่ะว่าค่อนข้างชอบเล่มนี้มากที่สุด

เรื่องราวโดยย่อก็ประมาณคำโปรยปกหลังด้านบนนั่นเลย
จริง ๆ แล้ว นิยายเรื่องนี้ก็ไม่เชิงว่าเป็นนิยายแนวแปลกใหม่อะไรนัก
เพียงแต่มันออกจะแหวกกระแสนิยมของตลาดนิยายในยุคนี้อยู่พอสมควร
โดยเฉพาะเมื่อมันเป็นเรื่องของเด็ก ๆ วัยรุ่น

นิยายแนว ๆ นี้หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับธีมเรื่อง กับพล็อตที่คล้าย ๆ ซีรีส์หรือการ์ตูนญี่ปุ่นเกาหลีอะไรโน่น
เป็นการบอกเล่าถึงการต่อสู้ ฟันฝ่าอุปสรรคเพื่อที่จะได้ทำในสิ่งที่ตนรักของตัวเอก
ซึ่งในเรื่องนี้ก็ได้แก่มัศยา สาวน้อยม.ปลายผู้รักการว่ายน้ำเป็นชีวิตจิตใจ
เธอมีความบกพร่องทางการได้ยิน คือเป็นเด็กหูตึงนั่นเอง
แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรคที่ทำให้เธอไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างคนปกติได้
ความมุ่งมั่นในการฝึกซ้อมที่จะป็นนักกีฬาว่ายน้ำระดับทีมชาติของเธอไม่ใช่เป็นแค่
ความต้องการเอาชนะสภาวะที่เหมือนจะพิการของตัวเองเท่านั้น
หากเธอมีความใฝ่ฝันที่จะได้พบกับนักว่ายน้ำเก่ง ๆ ทั่วโลก
เพื่อจะได้พบปะและรู้จักกับผู้คนที่รักในสิ่งเดียวกันกับเธอ

มัศยาเป็นเด็กสาวที่มีความคิดความอ่าน มีวุฒิภาวะโตเป็นผู้ใหญ่เกินตัวมาก
อ่าน ๆ ไปต้องคอยพลิกดูเป็นระยะ ๆ ว่าเธอยังเรียนหนังสือแค่มอปลายจริง ๆ หรือ
เพราะเมื่อเทียบกับพระเอก...ที่เป็นเจ้าของโรงเรียนที่เธอเรียนอยู่
และเป็นนักธุรกิจเจ้าของบริษัทผลิตชุดกีฬาขนาดใหญ่ อายุอานามก็น่าจะมากกว่าเธอไม่ต่ำกว่า ๑๐ ปี
ไม่ว่าจะเป็นลักษณะความสัมพันธ์หรือจากบทสนทนาพูดคุย ดูเหมือนพวกเขาจะเท่าเทียมกันไปหมด
ทั้งความคิดความอ่านและการวางตัว การมอง การตั้งรับและการแก้ปัญหา...
เป็นไปแบบ...เปี่ยมด้วยวุฒิภาวะทางอารมณ์และการมองโลกมองคนในแง่ดีสุด ๆ

และยังมีตัวละครเด่น ๆ ตัวอื่นที่ช่วยสร้างสีสันให้นิยายและเพิ่มความโดดเด่นให้กับมัศยา
อย่าง...ยุพยง เด็กสาวผู้หลงใหลในชัยชนะ เพราะถูกเลี้ยงดูมาโดยป้าที่เกลียดความพ่ายแพ้

พอลล่า...เด็กลูกครึ่งสาวผิวสี ผู้มีปัญหาเนื่องจากพ่อแม่หย่าร้าง
เมื่อพ่อเสียชีวิต เธอต้องมาอยู่กับแม่ที่แต่งงานใหม่...

ปองสิทธิ์...เด็กหนุ่มจอมเกเร ลูกชายนายตำรวจใหญ่ที่พ่อแม่ไม่มีเวลาอบรมดูแล
เมื่อเข้าไปร่วมกับกลุ่มก๊วนอันธพาลจึงพลอยมีพฤติกรรมป่วนเมืองไปด้วย
ทั้งที่เนือแท้แล้ว เขาก็เป็นเด็กที่มีจิตสำนึกฝ่ายดีอยู่ไม่น้อยทีเดียว

และเป็นมัศยาที่เล็งเห็นในแง่มุมนี้...
และเธอก็ใช้ความเป็นคนคิดบวกและเจตนาอันบริสุทธิ์ของตัวเอง
พยายามดึงเด็กมีปัญหาทั้งหลายเหล่านี้ให้มาเป็นเพื่อน และใช้พลังอันเหลือเฟือของวัยรุ่นไปในทางสร้างสรรค์






จุดที่ชื่นชอบที่สุดในนิยายเรื่องนี้ก็คือเรื่องราวของครูแทนค่ะ
ครูแทนเป็นอดีตนักว่ายน้ำทีมชาติที่เคยได้เหรียญทองมาแล้ว
หลังจากประสบอุบัติเหตุจนพิการต้องใช้รถเข็น
เขาจึงหันมาเปิดบ้านรับดูแลเด็กพิการ และเขาก็เป็นผู้ฝึกสอนการว่ายน้ำให้กับมัศยา
เขาเข้าอกเข้าใจ ช่วยปลุกปลอบให้กำลังใจ และคอยชี้ให้เธอเห็นทางออกเวลาท้อถอยและมีปัญหาเสมอ ๆ
เป็นคนพิการที่ทรงคุณค่า ทั้งต่อตนเองและต่อสังคมโดยรวมอย่างแท้จริง

การดำเนินเรื่องก็ค่อนข้างเรียบเรื่อยค่ะ เป็นไปตามขนบของนิยายแนว ๆ นี้ แบบว่า...
ตัวละครมีอุปสรรคให้ต้องต่อสู้ มีปัญหาให้ต้องแก้ไข
มีตัวร้ายมาคอยก่อกวนหนทางที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ ซึ่งก็ต้องแก้กันไปเป็นเปลาะ ๆ
พระเอก-นางเอกก็อาศัยอุปสรรคและปัญหาเหล่านี้เป็นตัวเชื่อมประสาน
ความสัมพันธ์ ให้ได้ร่วมกันแก้ปัญหาฟันฝ่าไป

แต่ถ้าใครจะคาดหวังบทรักที่ดึ่มด่ำ หวามหวานจากทั้งคู่แล้วล่ะก็...เห็นทีจะต้องผิดหวังค่ะ
คุณ"ช่อมณี"ยังคงคอนเซ็ปต์ 'รักอย่างสุขุมคัมภีรภาพ' ของเธอไว้อย่างเสมอต้นเสมอปลายค่ะ หุหุ

แต่ในเรื่องสำนวนภาษา...ในเล่มนี้เธอซอฟท์ลงกว่าเล่มก่อน ๆ เยอะเลยค่ะ
แม้จะยังสัมผัสถึงความห้วน กระด้างของบทเจรจาอยู่บ้าง แต่ก็น้อยลงมาก
มีความกลมกลืนลื่นไหลระหว่างบทพูดและบทบรรยายที่นุ่มนวลขึ้น
เด็ก ๆ พูดกับผู้ใหญ่รู้จักมีหางเสียง'คะ-ค่ะ'เยอะแล้ว...
ในส่วนนี้ถือว่าให้ผ่านค่ะ

สรุปเลยละกันค่ะว่าเป็นนิยายวัยรุ่นแนวสร้างสรรค์สังคมที่น่าสนใจอีกเล่มหนึ่ง
ท่ามกลางนิยายรัก ๆ ใคร่ ๆ เกลื่อนแผงหนังสืออยู่อย่างปัจจุบันนี้
อยากให้มีนิยายสะท้อนสังคมแนว ๆ นี้ออกมาเยอะ ๆ จังเลยค่ะ

อ่านจบแล้วหยิบมาเล่าต่อ ชวนอ่านกันวันนี้ค่ะ









 

Create Date : 29 พฤษภาคม 2557    
Last Update : 29 พฤษภาคม 2557 15:56:20 น.
Counter : 2043 Pageviews.  

~ มัศยาเร้นรัก : ๑ ในชุด รัก...ร้ายจากค่ายแจ่มใส โดย "อัญชรีย์" ~





มัศยาเร้นรัก
ผู้เขียน : อัญชรีย์
ผู้พิมพ์ : สนพ.แจ่มใส
448 หน้า ราคา 279 บาท



เรื่องย่อ ๆ (ย่อเอง)


(นิยายเรื่องนี้มีเพื่อนบล็อกรีวิวไว้เยอะมาก
ขออนุญาตที่จะไม่ก๊อปคำโปรยปกหลังมาวางนะคะ ขอเล่าเรื่องย่อเองละกัน)


เดือน-นิศากร รู้จักสนิทสนมกับธีร์ปริย(อ่านว่า ที-ปะ-ริ-ยะ)หรือนายปลามาตั้งแต่วัยเด็ก
ในฐานะลูกของเจ้านายพ่อ (เธอจึงเหมือนกับเป็นลูกไล่ของเขากลาย ๆ ในตอนนั้น)
แต่หลังจากที่แม่ของเธอเสียชีวิต พ่อของเธอก็ลาออกจากงานเดิม
ด้วยปมในใจที่ว่าธุรกิจของเจ้านายเดิมเป็นธุรกิจบาปที่อาจจะเป็นต้นเหตุการตายของภรรยา

ทั้งคู่จึงเหมือนจะห่างเหินกันไปโดยปริยาย แต่ก็ยังพบปะกันบ้างนาน ๆ ครั้ง
เมื่อนายปลากลับมาเมืองไทย พร้อมด้วยคู่ควงไม่ซ้ำหน้า
และทุกครั้งที่พบหน้า เดือนจะต้องเป็นฝ่ายรองรับการจิกกัด โขกสับ กระแนะกระแหนจากนายปลาเป็นประจำ
เชยมั่ง แก่มั่ง ขี้เหร่มั่ง...แถมบางครั้งก็เรียกใช้เธอราวกับเบ๊ประจำตัว ซึ่งเธอก็ยอมให้เขาเสมอมา
จนล่าสุดเมื่อนายปลาทำท่าว่าจะกลับมาอยู่เมืองไทยอย่างถาวรและคิดจะลงหลักปักฐาน
แต่งงานกับสาวสวยผู้เพียบพร้อมและเหมาะสมอย่างกนกนัดดา
เดือนจึงเริ่มปฏิวัติตัวเอง ไม่ยอมลงให้เขาอีกต่อไป
แต่ดูเหมือนว่า...ยิ่งเธอพยายามทำตัวออกห่าง มันก็ช่างมีเหตุที่่ทำให้เธอต้องได้เข้าใกล้เขาอยู่ร่ำไป
อย่างนี้แล้ว เธอจะสามารถเก็บงำความรักลึกล้ำที่ซ่อนอยู่ในใจเธอไว้ได้นานเพียงไหน...

และการได้เข้าใกล้เขา...
เธอจะสามารถสัมผัสได้ถึงความลับบางอย่างที่เขาแอบเร้นไว้ในใจของเขาได้หรือไม่ อย่างไร...?






เมาธ์มอยหลังอ่าน...
อีกเล่มกับนิยายรัก...(ร้าย) โดยนักเขียนที่มีลีลาการเล่าเรื่องที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวค่อนข้างสูงอย่าง'อัญชรีย์'
เรื่องเล่าของเธออ่านสนุกจนไม่ค่อยรู้สึกถึงความช้ำและซ้ำของพล็อตน่ะค่ะ
ทั้ง ๆ ที่ช่วงนี้อ่านนิยายแนว ๆ นี้หลายเล่มเหลือเกิน...
(แนว ๆ พระเอก-นางเอกคลุกคลีผูกพัน ต่างฝ่ายต่างแอบรักกันแต่แสร้งทำตรงกันข้าม
ปากไม่ตรงกับใจอะไรทำนองเนี๊ยะ)

ในเรื่องนี้ผู้เขียนเดินเรื่อง...ส่วนใหญ่ ผ่านความรู้สึกนึกคิดของนางเอก
ซึ่งเป็นหญิงสาวโตเต็มวัยที่มีจินตนาการบรรเจิดมาก เพราะเธอเป็นนักเขียน
เจ้าของผลงานนิยายแนวรักโรแมนติกและอีโรติก(18+)ที่ได้รับความนิยมค่อนข้างสูง
ทั้ง ๆ ที่เธอยังเป็นสาวบริสุทธิ์...(ดูเหมือนคนเขียนจะเอาตัวเองใส่เข้าไปในบทได้เต็มที่เลยนะคะนั่น)

เธอบอกเล่าถึงความสัมพันธ์อันลักลั่นของตัวเองกับพระเอก นับตั้งแต่วัยเด็กเป็นต้นมา
คนอ่านจะรู้จักพระเอกผ่านมุมมองของเธอในฐานะหนุ่มน้อย
(ก็เรื่องนี้พระเอกเขาอายุน้อยกว่านางเอกตั้งสองปี)จอมเกเร
ที่เอาแต่ใจสุด ๆ โดยเฉพาะกับเธอเอง และทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเขาแกล้งเขากวน เธอก็เกลียดเขาไม่ลง
อาจจะมีหมั่นไส้ น้อยใจและโกรธเคืองบ้าง แต่ความรักที่กลบฝังไว้ในใจมันมีมากกว่า

จะมีเพียงส่วนน้อยที่เราจะได้สัมผัสความรู้สึกนึกคิดของพระเอกโดยตรง
ซึ่งก็เป็นไปแบบลับ ๆ ลวง ๆ เพราะพระเอกเขาเป็นหนุ่มเจ้าเล่ห์เจ้าแผนการ
แล้วก็ช่างหาเหตุหาผลมารองรับการกระทำของตัวเองไว้อย่างเหมาะเจาะ เป็นขั้นเป็นตอน

และหลังจากที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่เขากำหนด
เราก็จะได้เห็นถึงความฉลาด ความมุ่งมั่น และความมีวุฒิภาวะที่เต็มเปี่ยม
ที่สำคัญที่สุด ความรักอันมากมายและมั่นคงที่เขามีต่อนางเอก
...โอย...อ่านแล้วฟินนะ อิจฉานางเอกสุด ๆ

ก็อย่างที่เกริ่นไว้ตอนต้นนั่นแหละค่ะว่า...
นิยายเรื่องนี้มีเพื่อนบล็อกบอกเล่าไปแล้วหลายต่อหลายบล็อกแล้ว
ตัวเองจึงจะไม่ขอเวิ่นเว้อให้วุ่นวายไป ขอสรุปเลยแล้วกันว่า...
อ่านจบแล้วก็...ชอบค่ะ อ่านเพลิน ๆ คลายเครียดได้ดี
หยิบมาเล่าต่อ ชวนอ่านกันวันนี้ค่ะ

ปอลอ. ตอนแรกเห็นภาพปกแล้วแอบหลอนนะคะ ว่าจะมาแนวจิต ๆ
ตามถนัดของผู้เขียนอีกหรือเปล่า...แต่พอได้อ่านจนจบแล้วก็พบว่า...
ภาพปกกับเนื้อหาแทบจะไม่มีความสัมพันธ์อันใดต่อกันเลยค่ะ
สมแล้วที่เคยมีคนกล่าวไว้ว่า..."อย่าตัดสินหนังสือจากหน้าปก"...แฮ่ม...
(หรือเค้าจะมีความหมาย...แต่เราไม่เก็ทหว่า...?)










 

Create Date : 27 พฤษภาคม 2557    
Last Update : 27 พฤษภาคม 2557 12:12:34 น.
Counter : 1826 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  

BlogGang Popular Award#14


 
แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 181 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs

~ให้รักระบายใจ/"ณกันต์"เขียน ~

~ผมกลายเป็นแมว/Abandoned/Paul Gallico เขียน(ภูธนิน แปล) ~

~พ่อค้าซ่อนกลรัก & หมอปีศาจแสนรัก/"หูเตี๋ย" เขียน(Wisnu แปล) ~

~อาจารย์ยอดรัก/"หูเตี๋ย" เขียน(Wisnu แปล) ~

~จอมโจรพยศรัก/"หูเตี๋ย" เขียน(Wisnu แปล) ~

~ฉันไม่ชอบทั้งโลก ฉันชอบแค่เธอคนเดียว/"เฉียวยี" เขียน(ภิรมณ ประพฤติประยูร/แปล) ~

~อลวนกลสลับร่าง/"เจ๋อมู่" เขียน(เสี่ยวหวา/แปล) ~

~ โลกที่รัก/ Dear World/"Bana Alabed/บานา อัลอาเบด" เขียน ~

~ นางทิพย์/"แก้วเก้า" เขียน ~


สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.