'หัวใจ๋ข้า หัวใจ๋เจ้า ห้อยอยู่เก๊าเดียวกั๋น' *
*คลิกเพื่ออ่านคำแปลเจ้า :)

~ นิยายชุด "ต้องมนตร์รัก : มนตร์ธารา - มนตร์ลวงรัก" โดย "มาภา" ~





มนตร์ธารา - มนตร์ลวงรัก
ผู้เขียน : มาภา
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ (มกราคม ๕๘)
๔๑๖ / ๔๒๔ หน้า ราคา ๒๗๕ / ๒๙๕ บาท


โปรยปก'มนตร์ธารา'


ความทุกข์ใดในโลกใบนี้ หากไม่อยู่ที่เรา ก็อยู่ที่คนอื่น
เธอจึงเลือกกอดความทุกข์ไว้เอง เพื่อให้คนที่เธอรัก...มีความสุขเสมอ

ศิรา อัครจินดา หญิงสาวผู้เกิดมามีพร้อมทุกอย่าง
ทว่าหัวใจไร้เดียงสาของเธอกลับมอบไว้ให้แด่ชายหนุ่มต้องห้าม
แต่ถึงกระนั้นความรักของเธอก็ไม่เคยทำร้ายใคร
เพราะเธอไม่ปรารถนาจะครอบครองเขา
แม้โชคชะตาจะขีดเขียนให้เธอมีสิทธิ์ทำอย่างนั้น
แล้วศิราควรทำอย่างไร เมื่อวันหนึ่งเธอต้องเลือก
ระหว่างลมหายใจของคนที่เธอรัก กับความสุขตลอดชีวิตของคนที่รักเธอ

ชวดล ศิริวัฒนวัลลภ สถาปนิกหนุ่มผู้เติบโตอยู่ภายใต้เงามืดของอดีต
ความรักคือสิ่งเดียวเท่านั้นที่เขาไม่เคยสัมผัสถึง
แม้สองมือจะดึงรั้งไขว่คว้าให้ได้มาอย่างไรก็ตาม

มนตร์ธารา คือความอ่อนโยนของความรักอีกรูปแบบหนึ่ง
ไม่มีความโหดร้าย ไม่มีความริษยา
มีเพียงความเคว้งคว้างของผู้คนที่หาความสุขไม่พบ
หัวใจเท่านั้นที่จะนำทาง และโอบกอดคืนวันอันเหน็บหนาว
ให้กลายเป็นอบอุ่นชั่วกาลนาน






โปรยปก'มนตร์ลวงรัก'

นรุตม์ เมฆาอนันต์ สถาปนิกหนุ่มดีกรีปริญญาเอกจากอังกฤษ
เพิ่งกลับมารับงานแทนรุ่นพี่คนหนึ่ง
งานแรกที่เขาต้องเจอคืองานปรับแต่งออฟฟิศใหม่ให้ รสา อัครจินดา
ผู้ซึ่งเป็นพี่สาวของหญิงที่เขาปักใจรักมาตลอดสิบปี
แต่กลับต้องผิดหวังเมื่อหัวใจเธอไม่มีเขาอยู่ในนั้น

งานชิ้นแรกของเขาคงไม่ใช่งานหิน
ถ้ารสาจะมีนิสัยที่เหมือนกับน้องสาวของเธอสักนิด
และไม่ใช่ผู้หญิงเป๊ะเวอร์และมีความเยอะตั้งแต่เริ่มคุยงาน

แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมเขากลับพบว่า ในความเอาแต่ใจของเธอมีอะไรซุกซ่อนมากกว่านั้น
และความสัมพันธ์ของเธอกับเขาก็คงสวยงาม หากพ่อไม่คิดอะไรแผลงๆ

แต่สำหรับรสา ซีอีโอสาวมือใหม่ หัวใจที่มีไว้รักตัวเอง
กลับเต้นแรงให้กับผู้ชายที่น้องสาวเคยสลัดทิ้ง
แถมผู้ชายคนนี้อายุน้อยกว่าเธอตั้งหลายปี
แล้วความสวย เริด เชิด หยิ่งของเธอที่สั่งสมมาตลอดชีวิต
จะยอมให้เขาทำลายง่ายๆ ได้อย่างไร!






เคยติดใจนักเขียนนามนี้มาแล้วจากหนาวหวาน และเก็บรัก...
เมื่อเห็นว่าเธอมีผลงานออกใหม่มาเป็นชุดสองเล่ม
จึงไม่พลาดที่จะสรรหามาอ่านโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
อ่านจบแล้วก็บอกได้เลยว่า...ไม่ผิดหวังค่ะ

ทั้งสองเล่มสองเรื่องนี้เป็นเรื่องราวต่อเนื่องกัน ตัวละครโยงใยสัมพันธ์กัน
ก็เลยจะขออนุญาตบอกเล่าเรื่องราวแบบรวบรัดตัดความควบคู่ไปเลยนะคะ

เรื่องย่อจริง ๆ เล่าค่อนข้างยากค่ะ เพราะแค่เริ่มเรื่องก็อาจจะสปอยล์เนื้อหาทั้งหมดทันที
เอาเป็นว่าจะค่อย ๆ เล่าถึงตัวละครเด่น ๆ ทีละตัวแล้วกันค่ะ

ตัวละครหลัก ๆ ของทั้งสองเรื่องนี้มีสี่คนค่ะ... สองคู่พระ-นางนั่นเอง
เริ่มจากคู่แรกจากเรื่องแรก...เลค ศิรา กับโซ่ ชวดล

..................

ศิรา เด็กสาววัยยี่สิบต้น ๆ ที่มีปมในใจว่าแม่ไม่รัก
โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับพี่สาวอย่างชาร์ม รสา ที่มารดาเอาอกเอาใจ
และแสดงความรักใคร่ชื่นชมอย่างเปิดเผย
เธอหลงรักชวดลมาตั้งแต่อายุสิบสี่ แต่ก็เฝ้าเก็บงำความรักนั้นไว้อย่างมิดเม้น
เพราะตระหนักแน่แก่ใจว่าความรักของเธอคงไม่มีทางเป็นไปได้
เพราะชวดลเป็นคู่หมั้นของพี่สาวของเธอ...
หรืออีกนัยหนึ่ง เขาเป็นว่าที่พี่เขยของเธอนั่นเอง

แต่เธอก็คงยินดีที่จะเพียงแอบรักเขาอยู่เรื่อย ๆ ไปเช่นนั้น
ถ้าไม่เกิดเหตุผิดพลาดในความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างเธอกับเขาขึ้นเสียก่อน

ถึงกระนั้น...ต่อให้รักแสนรักแค่ไหน แต่ถ้าเขาไม่มีใจให้
และเพื่อความสุขของพี่สาวคนเดียว เธอพร้อมที่จะเฉือนหัวใจตัวเอง...
เดินออกจากชีวิตเขา...อย่างเด็ดเดี่ยวและเข้มแข็ง

....................

ชวดล หรือพี่โซ่ ชายหนุ่มเก็บกด ด้วยมีปมชาติกำเนิดอันคลุมเครือ
นับแต่น้อยคุ้มใหญ่ชีวิตของเขาถูกขีดเส้นไว้แล้วโดยผู้เป็นแม่และพ่อ...
ซึ่งเขาจะต้องเดินตามโดยห้ามมีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น
รวมทั้งการหมั้นกับรสา...ตั้งแต่เขายังเรียนไม่จบจากมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำ

เมื่อวันหนึ่ง เขาได้รับรู้ว่ามีเด็กสาวคนหนึ่งเฝ้าติดตาม
แอบรักแอบชื่นชมเขามาเนิ่นนาน ทำให้เขารู้สึกถึงการมีตัวตนของตัวเองบนโลกใบนี้
เขาเริ่มเรียนรู้ที่จะรัก และถูกรัก...
แต่ทว่า...ด้วยพื้นฐานการเลี้ยงดูที่เขาไม่เคยได้เลือกหรือตัดสินใจในทางเดินชีวิตของตัวเองมาก่อน
ทำให้เขาเกือบจะต้องสูญเสียความรักที่เขาเพิ่งจะได้สัมผัสไปอย่างไม่มีวันหวนคืน...

......................

รสา หรือชาร์ม อดีตแอร์โฮสเตสสาวมั่นแสนสวย เปี่ยมเสน่ห์สมชื่อ
ที่ผันตัวมาทำงานบริหารเพื่อสืบทอดกิจการของมารดา
แม้จะไม่มีใจรักแต่เธอก็ทุ่มเทและเอาใจใส่ในงานอย่างเต็มที่

ภายนอกเธออาจจะดูแกร่ง ดูเปรี้ยวเป็นสาวเชิดสาวมั่น
แต่ภายในนั้นเธอรู้ตัวดีว่าเธอไม่ได้เข้มแข็งแกร่งกล้าอะไรเลย
เธอก็แค่ผู้หญิงธรรมดา ๆ คนหนึ่งที่มีจุดอ่อนที่ซุกซ่อนไว้ภายใต้กำแพงที่เธอสร้างขึ้นมา...
จะมีก็เพียงคนใกล้ชิดที่เธอรักและรักเธอที่สุดเท่านั้นจึงจะได้แลเห็น...
ซึ่งสำหรับเธอแล้ว คนคนนั้นก็ได้แก่ศิรา น้องสาวคนเดียวที่เธอแสนรักนั่นเอง

รสายอมตามใจมารดาในการรับหมั้นชวดล และคิดว่าเธอคงจะรักเขาได้ไม่ยาก
ด้วยรู้สึกว่าเขาเป็นผู้ชายที่แสนดีคนหนึ่ง...
แม้เธอจะไม่ได้รู้สึกวูบไหวใจเต้นรัวเมื่ออยู่ใกล้ๆ เขาก็ตามที

และเมื่อวันหนึ่งเธอได้รับรู้ว่าชวดลเป็นความรักและความสุขของน้องสาวคนเดียวของเธอ
เธอก็ยินดีและเต็มใจที่จะปล่อยมือจากเขา...

เพื่อทีจะพบในเวลาต่อมาว่า
หัวใจของเธอสามารถสัมผัสได้ถึงความรักที่แท้จริงได้อีกครั้ง...
จากผู้ชายอีกคนหนึ่ง

.................

นรุตม์ หรือแบงค์ เด็กหนุ่มมาดเซอร์ผู้เฝ้าแอบรักศิรามานานนับปี
เขาเฝ้าติดตามดูแล ห่วงใยเธอตลอดเวลา
แม้จะรู้ดีว่าเธอให้เขาได้เพียงความเป็นเพื่อน
ถึงกระนั้น เขาก็ไม่คิดว่าจะมีใครมาแทนที่เธอได้...

ถ้าไม่เป็นเพราะบิดาจอมเจ้าเล่ห์ของเขาจะไมปฏิบัติการประหนึ่งว่าตัวเองเป็นเทพอุ้มสม...
นำพาความรักในรูปแบบใหม่มาทำให้หัวใจที่ห่อเหี่ยวของเขาได้ชุ่มชื่นอีกครั้ง

....................






เม้าท์มอยหลังอ่าน....

ถ้าใครเคยอ่านงานของ"มาภา"มาก่อน
คงรู้ดีว่าจุดเด่นในนิยายของนักเขียนคนนี้คือเรื่องของความสัมพันธ์
โดยเฉพาะความสัมพันธ์ในครอบครัว...
กับการเล่นกับปมที่ค่อนข้างยากในเบื้องต้น ที่ดึงดูดให้คนอ่านได้ร่วมลุ้น
ไปกับตัวละครว่าเขาจะคลี่คลายมันออกมาในทิศทางใด

ในมนตร์ธารา เธอเปิดเรื่องมาด้วยการช็อคคนอ่านเล็ก ๆ
กับพฤติกรรมที่รับไม่ได้ของคู่พระ-นาง...ชนิดที่อ่านแล้วแอบยี้พระเอกเลยทีเดียว
(ต้องพลิกไปอ่านตอนจบเพื่อจะดูให้แน่ใจว่า...นายคนนี้เป็นพระเอกจริง ๆ ล่ะหรือ...
นี่เองคือ'ปมยากๆ'ที่บอกตอนต้น ซึ่งเล่าละเอียดไม่ได้เลย ใครอยากรู้ต้องไปลุ้นในเรื่องแล้วล่ะค่ะ)
แล้วก็คาดเดาเรื่องราวระหว่างกลางเรื่องไปในทางร้าย ๆ แบบดราม่าน้ำเน่า...
ประมาณปมสุดแค้นแสนรัก อิจฉาริษยา ปมศึกสายเลือดอะไรไปโน่น...แหะ ๆ

แต่อย่างน้อยยังให้โอกาสนางเอก อาจจะด้วยวัย ด้วยความอ่อนเดียงสา และด้วยหัวใจรักอันมั่นคงของเธอ...

แต่พออ่านไปเรื่อย ๆ ผู้เขียนมีการสลับมุมมองในการเล่าเรื่อง
เริ่มเข้าใจบทบาท ที่มาที่ไปและความรู้สึกนึกคิดของแต่ละตัวละครมากขึ้น
ก็ค่อย ๆ วางตัวเป็นกลาง ไม่ด่วนตัดสินเอาผิดเอาถูกกับใครโดยที่เราไม่ได้อยู่ร่วมในสถานการณ์เดียวกับเขา

และถึงแม้จะมีดราม่าน้ำเน่าจริง ๆ ตามคาด ทว่าก็มิได้เป็นไปในทางร้าย ๆ อย่างที่คิดแต่อย่างใด
กลับกลายเป็นต้นสายปลายเหตุที่แท้จริงของการกระทำของตัวละครตัวนั้นตัวนี้ตัวโน้น...

ซึ่งเมื่ออ่าน ๆ ไป...จากที่เคยยี้ ๆ ตาพระเอก กลับกลายเป็นเข้าใจ เห็นใจ สงสารและเอาใจช่วยซะงั้น




มาถึงเรื่องที่สอง...มนตร์ลวงรัก
ความที่ได้รู้จักตัวละครเด่น ๆ จากเล่มข้างบนมาแล้ว เล่มนี้รู้สึกอ่านได้สบาย ๆ มากขึ้น
ปมยากของเรื่องนี้ก็เป็นเพียงกำแพงในใจของนางเอกท่เธอสร้างขึ้นปิดบังปมในใจบางอย่าง...
ซ้ำพระเอกอย่างนรุตม์ก็เป็นชายหนุ่มรุ่นน้อง...ที่สำคัญ เขาเคยหลงรักน้องสาวของเธอมาร่วมสิบปี
เป็นหน้าที่ของนรุตม์ที่จะต้องพิสูจน์ให้เธอเห็นว่า
เขาไม่ได้เห็นเธอเป็นตัวแทนของผู้หญิงอีกคนหนึ่งเท่านั้นเอง

เล่มนี้ก็ไม่วายมีดราม่าปมอดีตรันทด ปมชาติกำเนิดที่ซ้อนซับแทรกแฝงอยู่...
ซึ่ง...ทำไปทำมาดูเหมือนว่ามันจะกลายเป็นกิมมิกประจำตัวนักเขียนคนนี้ไปเสียแล้ว
อ่านไปสี่เรื่อง มีเรื่องราวซ้ำ ๆ แบบนี้แฝงอยู่ทุกเรื่อง

เอิ่ม...เปลี่ยนมั่งดีไหมอ่า...มันเชยแล้วก้อ...โบราณมาก ขอบอก
อีกอย่าง...พอจับทางคนเขียนได้แล้วแบบนี้มันทำให้อรรถรสในการอ่านดร็อปลงไปจึ๋งหนึ่ง แหะ ๆ

สรุปโดยรวมถือว่าเป็นนิยายที่อ่านได้อ่านดีอีกชุดหนึ่งแหละค่ะ ด้วยสำนวนภาษาที่อบอุ่นละมุนละไม
กับการดำเนินเรื่องที่นุ่มนวล แบบค่อยเป็นค่อยไปของคนเขียน
มีการสอดแทรกแง่คิดมุมมองในเรื่องของการใช้ชีวิต
และการถนอมรักษาความสัมพันธ์ระหว่างกัน
ไม่ว่าจะระหว่างคนในครอบครัว ระหว่างเพื่อนหรือกับคนรอบข้าง...

มีเลิฟซีนชวนวูบไหวพอประมาณ แต่ก็ไม่ถึงกับเร่าร้อนชวนติดเรท
เรียกว่ากลมกล่อมกำลังดีค่ะ

.....................

สุดท้าย เช่นเคยค่ะ...มีจุดติติงที่อยากจะฝากผ่านไปถึงนักเขียนและสำนักพิมพ์นิดหน่อย
ช่วงหลัง ๆ นี้ อ่านหนังสือของสำนักพิมพ์อรุณแล้วไม่ค่อยรู้สึกรื่นรมย์ ลื่นไหลเหมือนแต่ก่อน
ด้วยมักจะสะดุดในเรื่องของการพิสูจน์อักษรอยู่เรื่อย ๆ
ถ้าเล็ก ๆ น้อย ๆ เจอคำผิดสักจุดสองจุดยังพอทำเนา พอทำใจให้กล้อมแกล้ม ๆ ผ่านไปได้
แต่นี่บางเล่ม... เช่นสองเล่มนี้เจอคำผิดไม่ต่ำกว่าเล่มละสิบจุดเป็นอย่างน้อย
ทั้งเป็นการเจอโดยการอ่านแบบผ่าน ๆ เพียงเพื่อความบันเทิงส่วนตัวเท่านั้น
ไม่ใช่การอ่านแบบแสกนทุกถ้อยกระทงความอย่างที่นักพิสูจน์อักษรมืออาชีพน่าจะต้องทำกัน

ยกต.ย.นิดหน่อย...
ในเล่ม "มนตร์ธารา"
(โผล่มาหน้าแรกก็เจอเลยทีเดียว) ในบทนำ หน้า ๑ ...กางเกงยีนเข้ารูปสีชีด...มันควรจะเป็น...สีซีด มากกว่านะคะ
ข้ามไปแค่สองหน้า ในบทเดียวกัน หน้าที่ ๔ ก็เจออีกจุด ...สวนดอกไม้สดชื่นแบ่งบาน ...เอิ่ม...น่าจะเป็น เบ่งบานค่ะ
จากนั้นก็เจออีกเรื่อย ๆ เช่น คำว่าเดือดร้อน กลายเป็นเดือนร้อน
คำว่าปิดสนิท กลายเป็นเปิดสนิท...ยิ้ม เป็น ยิ้ว ชื่อมงคล กลายเป็น มลคง ฯลฯ

แต่คำผิดที่เห็นแล้วไม่อยากปล่อยผ่านปรากฏอยู่ในหน้า ๔๑๐
คือคำว่า รัชกาลที่หก ในหนังสือพิมพ์เป็น รัชการที่หก...
คำว่ากาลต้องล.ลิงสะกดค่ะ ไม่ใช่ร.เรือ ทราบแล้วเปลี่ยน เอ้ย แก้ไขโดยด่วนค่า

ในเล่มที่สอง "มนตร์ลวงรัก" ก็ไม่ต่างกัน
เจอคำผิดตั้งแต่หน้าแรก ๆ ของหนังสือ แล้วก็เจอตรงนั้นตรงนี้ไปเรื่อย ๆ ไม่ต่ำกว่าสิบจุด...
(*ถ้าคุณนักเขียนสนใจ อยากทราบว่ามีจุดไหนบ้างเชิญหลังไมค์ได้ค่ะ )

มันทำให้รู้สึกตงิด ๆ ในใจต่อมาตรฐานการทำงานของกองบก.ของสำนักพิมพ์ใหญ่ขนาดนี้น่ะค่ะ
ว่าน่าจะระมัดระวัง ใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ได้มากกว่านี้

ซึ่งนั่นก็เป็นจุดผิดพลาดทางกระบวนการจัดพิมพ์
ในส่วนของเนื้อหาเรื่องราว นิยายชุดนี้ถือว่าเป็นนิยายน้ำดีที่อ่านแล้วให้ความรู้สึกอุ่นๆ อวลๆ ในหัวใจดีค่ะ
อ่านจบแล้วจึงหยิบมาบอกต่อชวนกันอ่านในวันนี้ค่า








 

Create Date : 30 เมษายน 2558    
Last Update : 30 เมษายน 2558 15:42:38 น.
Counter : 5310 Pageviews.  

~ ดวงใจในสายลม : นิยายที่จะทำให้คุณเห็นคุณค่าและศรัทธาในความรัก โดย กีรติ ชนา ~





ดวงใจในสายลม
ผู้เขียน : กีรตี ชนา
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ(พิมพ์ครั้งแรก มี.ค. ๒๕๔๒)
๕๖๐ หน้า ราคา ๒๘๕ บาท

ปกหลัง :


ชีวิตของคนเราทุกคนไม่สั้นจนเกินไป
ระยะเวลาของชีวิตนั้น
นานพอสำหรับคนที่รู้จักรัก รู้จักให้

แต่ชีวิตคนเรายาวนานมาก สำหรับคนที่ไม่รู้จักรักที่แท้จริง
น้อยคนเหลือเกินที่จะมี'ชีวิต'เต็มเปี่ยม
พร้อมที่จะตายในวันสิ้นลม

คนส่วนใหญ่ไม่เคยรู้จักค่าของชีวิต
และ 'ตาย'แล้วนานเป็นปี ๆ เป็นสิบ ๆ ปี...
ก่อนวันสิ้นลมเสียอีก






เรื่องย่อ (ย่อเอง)

ผไทกับนีราเป็นคู่รักที่รักกันมาเนิ่นนานนับตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย
เมื่อเรียนจบ ทั้งคู่ต่างเข้าทำงานคนละที่ และมีความก้าวหน้าในงานเป็นอย่างดี
ทั้งคู่วางแผนจะแต่งงานกันเมื่อสามารถสร้างหลักปักฐานได้มั่นคงแล้ว
แต่ความที่มารดาของผไทไม่ค่อยพอใจนีรานัก
เพราะเธอมาจากครอบครัวที่แตกแยก พ่อกับแม่แยกทางกัน
ผไทจึงวางแผนไปเรียนต่อและทำงานที่อเมริกา
เพื่อที่ว่า...เมื่อเขาเก็บเงินได้พอสมควรก็ให้นีราตามไป
และแต่งงานใช้ชีวิตคู่ด้วยกันที่นั่น

เมื่อนีรามีโอกาสได้ไปดูงานที่สหรัฐฯ ผไทตัดสินใจขอเธอแต่งงาน
นีราตอบตกลง แต่โชคร้าย...ผไทประสบอุบัติเหตุ ถูกรถชนจนเสียชีวิต

นีรารู้สึกเคว้งคว้างทันใด แต่ยังดีที่มีครอบครัวของน้านงนุช
น้าของผไทที่ทำงานเป็นพยาบาลอยู่ที่นั่นคอยปลอบโยนและให้กำลังใจ

ในวันที่ผไทเสียชีวิต น้านงก็ได้เป็นผู้ช่วยหมอผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจให้กับพระพาย
ชายหนุ่มลูกครึ่งไทย-อเมริกัน เมื่อประมวลช่วงเวลาดูแล้วทำให้เธอรู้ว่า
ผู้ที่บริจาคหัวใจให้กับพระพายก็คือหลานชายของเธอนั่นเอง
ทำให้เธอรู้สึกเอื้อเอ็นดูและผูกพันกับพระพายเป็นพิเศษ

แต่ถึงแม้พระพายจะพร่ำถามถึงคนที่บริจาคหัวใจให้เขา
เพราะเขาอยากตอบแทนให้กับญาติพี่น้องของคนคนนั้น
น้านงนุชก็ไม่ยอมบอก...

พระพายไม่มีญาติพี่น้อง เนื่องจากพ่อกับแม่เสียชีวิตไปหมดแล้ว
เมื่อน้านงนุชมาดูแลเขา เขาจึงรู้สึกผูกพัน และพลอยสนิทสนมกับลูก ๆ ของน้านงนุชไปด้วย
และเลยได้รู้จักนีรา ซึ่งเขาเคยพบแล้วครั้งหนึ่งก่อนผ่าตัด แต่ตอนนั้นเธออยู่กับผไท
จึงแทบจะมองไม่เห็นเขา

พระพายนั้นประทับใจในตัวนีราตั้งแต่แรกพบ
เมื่อรู้ว่าคู่รักของเธอเสียชีวิต เขายิ่งรู้สึกเห็นใจและอยากปลอบประโลม
แต่เขาก็เกรงว่าเธอจะคิดว่าเขาฉวยโอกาส...

อนึ่ง...เขารู้ตัวดีว่าถึงแม้เขาจะได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจแล้ว
แต่เขายังมีความเสี่ยงที่ร่างกายของเขาอาจจะปฏิเสธเนื้อเยื่อหัวใจดวงใหม่
และอาจจะต้องเสียชีวิตลงเมื่อไหร่ก็ได้
เช่นนั้นแล้ว ถ้าหากนีราผูกพันกับเขา...
เธอมิต้องพบกับการพลัดพรากสูญเสียซ้ำอีกครั้งหรืออย่างไร...






หลังอ่าน...

นิยายรัก โรแมนติก ที่อาจจะนับเนื่องให้เป็นไพรัชนิยายเรื่องหนึ่งก็ว่าได้...
ด้วยเรื่องราวเกือบจะกว่าครึ่งค่อนเรื่องดำเนินอยู่ในต่างประเทศ
มีบทบรรยายถึงฉากอันงดงาม และเกร็ดสาระทางสังคมและวัฒนธรรมสอดแทรกอยู่อย่างน่าสนใจ

ถึงแม้เนื้อหาเรื่องราวในนิยายจะแสนเศร้า อ่านแล้วน้ำตาไหลพราก ๆ
สงสารนางเอกเป็นที่สุด...
แต่ในความเศร้า ผู้เขียนได้สอดแทรกคติธรรมว่าด้วยสัจจะแห่งชีวิตไว้อย่างกลมกลืนลึกซึ้ง
ด้วยสำนวนภาษาที่นุมนวล ละเมียดละไม
ให้ความรู้สึกอบอุ่น อ่อนโยนเกิดขึ้นในจิตใจอย่างดึ่มด่ำ

พร้อมกันก็ได้เรียนรู้ที่จะเผชิญกับความทุกข์ ความเจ็บปวด
อันเกิดจากความพลัดพรากสูญเสียอย่างเข้มแข็งและอดทน
โดยอาศัยความทรงจำที่งดงามที่เคยมีร่วมกันเป็นเครื่องค้ำจุนจิตใจ
ไม่ให้ตกจมอยู่กับความทุกข์นั้นเนิ่นนานนัก...

ในเรื่องของฉากรัก แม้จะมีอยู่น้อยมาก แต่ผู้อ่านจะสามารถสัมผัสได้
ถึงความรักอันอ่อนหวาน มากมาย มันคงแน่นหนาที่พระเอกมีให้ต่อนางเอก
หรือแม้แต่พระเอกคนที่สองที่เราอาจจะรู้สึกว่าเร็วไปไหม...
เพราะผไทเพิ่งเสียชีวิตไปไม่นานเลย พระพายก็ก้าวเข้ามาในชีวิตของนีราอย่างรวดเร็ว
ท่ามกลางเสียงเชียร์ของใครต่อใคร...
แต่เราก็จะรับรู้ได้ถึงความจริงจัง ความสมเหตุสมผล(รวมถึงความจำเป็น)ของความรักครั้งนี้
จนพลอยร่วมลุ้นและเอาใจช่วยไปด้วย

นอกเหนือจากเรื่องราวความรักอันงดงามของคู่พระ-นางแล้ว
ในเรื่องยังมีเรื่องราวความรักข้ามวัฒนธรรมที่เกิดจากความคาดหวัง...ระหว่างโรสกับรอย
ความรักข้ามรุ่นที่วูบไหว...ระหว่างโรสกับปาลี
ความรักวัยรุ่นแบบปั๊ปปี้เลิฟ...ระหว่างวินนี่กับหลิน

หรือกระทั่งความรักฉันพี่น้อง และความรักในครอบครัว

ในทุก ๆ ความรักจะมีแง่มุมที่งดงามและขมขื่นแฝงอยู่
ให้เราได้ร่วมเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กันกับตัวละคร

"...เพราะไม่ว่าจุดจบของความรักจะลงเอยในรูปแบบใด
เมื่อเราได้รักใครจากหัวใจอย่างแท้จริง
ความรักก็จะยังคงอยู่ในหัวใจของเราตลอดไป
หลายคนคงมีกำลังใจ กล้าหาญมากขึ้นกับความรัก
“การพลัดพราก” จะบาดเจ็บอย่างไร
คงต้องขึ้นกับผู้ที่เคยสัมผัสมาแล้ว.. "



คนเขียนสร้างพล็อต และตัวละครได้อย่างเยี่ยมยอดจริง ๆ ชอบมาก ๆ

...........


จริง ๆ แล้วนิยายเล่มนี้วางอยู่บนชั้นมานานนับสิบปี
แต่เมื่อก่อน อาจจะยังเยาว์อยู่...จึงเพียงหยิบมาอ่านช่วงต้น ๆ
แล้วข้ามไปอ่านตอนจบ...แล้วก็วางคืนบนชั้น ด้วยกริ่งเกรงความรันทดสลดใจ

จนวันเวลาผ่านเลยล่วงมาจนบัดนี้
ชีวิตได้เดินทางผ่านการพบพานและการจากพรากมาบ่อยครั้งเข้า
รู้สึกเหมือนมีภูมิคุ้มกันในระดับหนึ่ง
ประกอบกับได้เห็นจากหน้าเพของสนพ.อรุณว่าได้มีการพิมพ์ครั้งใหม่เมื่อเร็ว ๆ นี้
ซึ่งนั่นก็น่าจะแปลว่า...หนังสือเค้าต้องดีจริงสิถึงมีการพิมพ์ซ้ำ
จึงหยิบเล่มเก่าของตัวเองลงมาจากชั้น...
แล้วก็ได้แต่ฉงนใจว่า ตัวเองมองเมินนิยายดีงามแบบนี้ได้ยังไง
แต่ในที่สุดก็ได้อ่านแล้วล่ะ ชอบมากด้วย...จึงหยิบมาบอกต่อ ชวนอ่านกันวันนี้ค่ะ

ภาพปกฉบับพิมพ์ใหม่ค่ะ...












 

Create Date : 05 เมษายน 2558    
Last Update : 5 เมษายน 2558 9:37:05 น.
Counter : 3379 Pageviews.  

~ ใต้เงาพยัคฆ์ : นิยายรักของมาเฟีย โดย"มิถุนายน" ~





ใต้เงาพยัคฆ์
ผู้เขียน : มิถุนายน
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ(ต.ค. ๒๕๕๗)
๓๗๕ หน้า ราคา ๒๘๕ บาท

โปรยปก (เรื่องย่อ)


เมื่อช่างแต่งหน้าสเปเชียลเอฟเฟ็กต์สาว ต้องไปเป็นตัวตายตัวแทนของพี่ชาย
ท่ามกลางเงื้อมเงาร้าย กลับได้หัวใจรัก...

มาลิกา ไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นยามากูชิ เพราะไม่ว่าอย่างไร
เธอเป็นได้แค่เพียงแกะดำของตระกูลเท่านั้น

แต่ใครจะไปคิดว่าตาเฒ่าใจดำและยะโสอย่างโทดะ จะมาพบหลานนอกคอกอย่างเธอถึงสหรัฐฯเป็นครั้งแรก
และยังใช้อิทธิพลบังคับให้เธอปลอมตัวเป็นพี่ชายต่างแม่ที่เธอไม่เคยรู้จัก
ต้องปลอมตัวเป็นผู้ชายก็ว่าแย่แล้ว แต่ดันถูกนรสิงห์ หนึ่งในผู้ต้องสงสัย
ว่าอยู่เบื้องหลังการลอบทำร้ายพี่ชายจ้องตาเป็นมันก็ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่

หรือว่าพี่ชายของเธอจะเป็นเกย์! แค่คิดมาลิกาก็ขนลุก อยากจะหนีไปให้พ้นๆ เขา
ทว่ายิ่งเธอหนี เขาก็ยิ่งตาม และคงไม่ดีแน่ถ้าความลับของโทดะถูกเปิดโปง

ต้องเก็บความลับเรื่องการปลอมตัวก็ยากแล้ว
ชีวิตในฐานะหมากบนกระดานที่เต็มไปด้วยศตรูของโทดะก็ต้องระวัง
แต่เป็นคนเฝ้าระวังภัยนั้นไม่ง่ายเหมือนคนที่จ้องทำร้าย
เพราะยิ่งตามหาตัวคนร้าย เธอก็ยิ่งเข้าตาจน
น่ากลัวว่ามาลิกาจะจนมุมให้แก่ศัตรูเสียก็ไม่รู้!







ความรู้สึกวูบแรกเลยหลังจากเห็นชื่อเรื่องและอ่านคำโปรยปกก็คือ...
นี่มันพล็อตละครหลังข่าวแนวมาเฟียที่กำลังฮอตฮิตติดจออยู่ตอนนี้ชัด ๆ นี่นา
ท่าจะสนุกแฮะ...ก่อนอ่านก็เลยเตรียมเงื้อง่าความฟินไว้ล่วงหน้า...
แต่จากนามปากกาที่ใหม่มากต่อสายตา ก็เลยจำกัดความคาดหวังไว้เพียง...ประมาณหนึ่ง หุหุ

..................

เรื่องราวโดยย่อก็ตามโปรยปกนั่นเลยค่ะ

นางเอกเป็นช่างแต่งหน้าสเปเชียลเอฟเฟ็กต์มืออาชีพที่ใช้ชีวิตอยู่กับแม่ในสหรัฐฯ
วันดีคืนดีคุณปู่ที่เธอไม่ยอมรับก็มาหาเธอ
และใช้บุญคุณและคำสัญญาในอดีตที่เคยมีต่อแม่บังคับให้เธอเดินทางกลับประเทศไทย
เพื่อแสดงตัวเป็นพี่ชายต่างแม่ ที่ถูกปองร้ายจนอาการสาหัส...
นั่นหมายความว่าเธอต้องเอาตัวเองเข้าไปเป็นเหยื่อล่อให้ผู้ปองร้ายนั้นเปิดเผยตัว

แต่แทบจะทันทีที่เธอปรากฏตัวต่อหน้านรสิงห์ ในคราบของอากิระ พี่ชายของเธอ
เธอก็พลาดท่าเสียทีให้เขาจับได้เสียแล้ว...
นั่นทำให้แทนที่เธอจะสงสัยว่าเขาเป็นหนึ่งในผู้ที่คิดร้ายต่ออากิระ
มันกลับกลายเป็นว่า...เธอต้องมาจับจ้องใหม่ว่า...
แท้จริงแล้วความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่เป็นฉันใดกันแน่...?






ถือว่าสนุกพอสมควรแหละค่ะ อ่านได้เพลิน ๆ ไม่ถึงขั้นตื่นเต้นเร้าใจวางไม่ลง อะไรขนาดนั้น
แต่ก็มีเงื่อนมีปม มีประเด็นให้อยากรู้ อยากติดตามอยู่เรื่อย ๆ ...
โดยเฉพาะปมหลักของเรื่องคือใครคือคนร้ายตัวจริงที่ลอบทำร้ายอากิระ...
ซึ่งมาลิกามีหน้าที่ต้องล่อให้ศตรูในเงามืดต้องเผยตัว ตามการเดินเกมของโทดะ ยามากูชิ
ปู่แท้ ๆ ของเธอเองที่เลือดเย็นพอที่จะให้หลานสาวต้องเผชิญอันตรายที่อาจจะร้ายแรงถึงแก่ชีวิตได้
เพียงเพื่อจะรักษาธุรกิจของวงศ์ตระกูลและชีวิตของหลานชาย
ตอนท้ายยังมีจุดหักมุมที่คาดไม่ถึงอีกต่างหาก...
ซึ่งส่วนตัวคิดว่า ปมที่ซ้อนซ่อนอยู่ตอนท้ายนี่ต่างหากที่เป็นปมเด่นของเรื่อง

ในส่วนของสำนวนภาษาและการเล่าเรื่องก็โอเคในระดับหนึ่งค่ะ
อ่านได้ลื่นไหลไม่มีสะดุด
พล็อตค่อนข้างใหญ่และซับซ้อนดีหรอก
แต่อาจจะเป็นเพราะตัวละครค่อนข้างเยอะ...
มีกลุ่มอิทธิพลกลุ่มนั้นกลุ่มนี้สามถึงสี่สายตระกูลที่เกี่ยวข้องกัน
ทำให้การเฉลี่ยบทบาทตัวละครยังทำได้ไม่ค่อยจะทั่วถึงพอ
บางคนโผล่มานิด ๆ เหมือนจะมีบทบาทอยู่ แต่แล้วก็เฟดหายไปจากหน้าหนังสือเสียเฉย ๆ

เรื่องราวที่ควรจะเข้มข้นก็อาจจะดูจืดไปหน่อยในบางช่วง

จุดที่ชอบในเรื่องนี้คือพระเอกค่ะ พระเอกฉลาด และสุขุมดีอะ
แม้นางเอกจะดูง๊องแง๊ง ๆ เจ้าอารมณ์อยู่สักหน่อย
แต่เวลาพวกเขาอยู่ด้วยกันมันกลับดูลงตัว ดูเข้าขากันดี
มีมุมกุ๊กกิ๊ก ๆ ชวนฟินอยู่บ้างไม่มากไม่น้อย...

แต่คู่ที่กุ๊กกิ๊กกว่า ชวนจิ้นกว่ากลับตกไปเป็นของคู่รองอย่างน้องสาวต่างแม่ของมาลิกากับบอดี้การ์ดหนุ่มอย่างปัตถ์

อ่านจบแล้วคิดว่านิยายแนว ๆ นี้ น่าทำเป็นละครทีวีนะ มันมีอะไรที่น่านำเสนอเยอะดี
แก่นของเรื่องเขาจริง ๆ แล้วไม่ใช่แค่เรื่องเชือดเฉือนฟาดฟันกันระหว่างกลุ่มมาเฟียหลาย ๆ กลุ่มหรอก
แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นก็คือปมเหยียดเพศที่ซ้อนอยู่ในเรื่องนั้นต่างหาก

แต่อาจจะยากสักหน่อยในการแคสตัวละคร เพราะในเรื่องนี้นางเอกต้องปลอมตัวเป็นผู้ชาย
แถมมีตัวละครแฝดสามชายอยู่ในเรื่องอีกด้วย...

สรุปว่า...เป็นการลองของใหม่ที่ไม่ผิดหวังค่ะ
นิยายจากนักเขียนนามใหม่ที่ไม่คุ้นเคย
อ่านแล้วก็ชอบในระดับหนึ่ง จึงหยิบมาบอกต่อ ชวนอ่านกันวันนี้ค่ะ









 

Create Date : 27 มีนาคม 2558    
Last Update : 27 มีนาคม 2558 15:55:09 น.
Counter : 1816 Pageviews.  

~ อกเกือบหักแอบรักคุณสามี...My Husband in Law/คอเมดี้สุดฮา โดย "นาวาร้อยกวี" ~





อกเกือบหักแอบรักคุณสามี/My Husband in Law
ผู้เขียน : นาวาร้อยกวี
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ
๕๑๘ หน้า ราคา ๓๖๕ บาท


โปรยปกหลัง :



สักวาสามีที่น่ารัก......................เงยหน้าทักภรรยาบ้างได้ไหม
ยังขึ้งโกรธโทษชะตาหรือว่าไร.....ถึงยังไงเราก็ได้แต่งงานกัน
อย่าเสียอกเสียใจไปเลยเล่า........นั่นเพราะเราเป็นเนื้อคู่ตุนาหงัน
เด็ดดอกไม้ร่วมต้นแต่ปางบรรพ์....บนสวรรค์ท่านจึงให้ I love you
(ภรรยาผู้โชคดี)

สักวาด่าแล้วไม่ซึมซับ................ด่าจนยับแล้วก็ยังไม่เข้าหู
สีซอให้ควายฟังมันยังรู้...............นี่เข้าหูแล้วเลยผ่านปานสายลม
บอกไปแล้วรอบที่ร้อยใช่หรือไม่....ว่าไม่เคยคิดอะไรไม่เหมาะสม
ถ้ากล้าจีบก็เข้ามาจะด่าจม...........หมดอารมณ์จะคุยต่อขอลาตาย
(สามีผู้โชคร้าย)

'เธียรวัฒน์' สถาปนิกรักสันโดษที่สถานการณ์บังคับให้เขาต้องแต่งงานกับ ‘ยายเมย'
น้องสาวนอกไส้ สุดกะโหลกกะลา ที่เอาแต่เฮฮาเริงร่าไปวันๆ

แต่คนที่เขาจะเลือกมาเป็นภรรยานั้นจะต้องงามพร้อมทั้งกายและใจ
ยิ่งมารู้ทีหลังว่ายายเมยแอบชอบเขาอยู่ด้วย นั่นยิ่งทำให้ต้องรีบหย่า
เขาวางแผนไว้โดยที่ไม่มีวันรู้เลยว่า...

‘นี่จะเป็นการแต่งงานเพียงครั้งเดียวและครั้งสุดท้ายในชีวิต’






เรื่องย่อ ๆ (เพิ่มเติมจากข้างบนอีกนิด ๆ )

นทีริน หรือยายเมย จับพลัดจับผลูเข้ามาเป็นลูกสาวคนเล็กของคุณนายศจี
มารดาของสองหนุ่มหล่ออย่างปริวัตถุ์กับเธียรวัฒน์
เพราะเป็นลูกสาวของเพื่อนรักที่คุณนายศจีถูกตาต้องใจอยากจะได้มาเป็นลูกสะใภ้นักหนา

เมื่อเธียรวัฒน์มีเหตุไปกิ๊กกั๊กกับเมียของผู้มีอิทธิพลคนหนึ่ง แล้วผู้หญิงเกิดติดอกติดใจ
ถึงขั้นจะหย่าขาดจากสามีมาจริงจังกับเขาเข้า
เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เธียรวัฒน์จึงถูกจับคลุมถุงชน
แต่งงานกับยายเมย น้องสาวที่เขาไม่เคยคิดจะรักเลยมาแต่ต้น...
ติดจะหมั่นเขี้ยวแกมรำคาญความโก๊ะกังของเจ้าหล่อนด้วยซ้ำ

หลังจากแต่งงานแล้ว ทั้งคู่ก็ให้บังเอิญต้องมาทำงานร่วมกัน ในฐานะกึ่ง ๆ หัวหน้างานกับลูกน้อง
ทำให้เธียรวัฒน์ค่อย ๆ มองเห็นนทีรินในแง่มุมที่แตกต่างจากเดิม...

จากที่เคยคิดว่ายายเมยก็แค่ลูกไก่ในกำมือ เขาจะบีบก็ตาย เขาคลายจึงจะรอด
ทำไปทำมา ไหงมันกลับกลายเป็นว่า ตัวเขาต่างหากที่ต้องกลายมาเป็นลูกไล่ให้ยายเมยต้องตามป่วนกวนใจ
แถมยังมีท่าทีว่าถือไพ่เหนือกว่าเขาอยู่ตลอดเวลาเสียอีกแน่ะ...

หนำซ้ำ เมื่อเหลียวมองรอบตัว ยิ่งเห็นได้ชัดว่ามีแต่คนชูป้ายไฟเชียร์ยายเมยเสียทั้งนั้น
อย่างนี้แล้ว เขาจะยังมีทางเลือกอื่นอีกเรอะ...






หลังอ่าน...
จริง ๆ แล้วหนังสือเล่มนี้อ่านจบไปหลายวันแล้ว
ยอมรับว่าที่หยิบมาอ่านในตอนแรกนั่นเป็นการอ่านตามกระแส...
ที่ดูเหมือนว่าจะแรงเอาการอยู่
เช่นนั้น...แน่นอนล่ะว่าต้องมีความคาดหวังเจือปนอยู่ด้วย อย่างน้อยก็...ประมาณหนึ่ง

เรื่องนี้เป็นประหนึ่งภาคต่อของ "จนกว่ารักบันดาลใจ" ที่เคยอ่านไปเมื่อปีก่อนนู้น
(ซึ่งก็ชื่นชอบในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ถึงกับติดตราตรึงใจอะไรมากมาย)
...มีเรื่องราวเกี่ยวเนื่องกันเฉพาะความสัมพันธ์ของตัวละคร

เรื่องแรกนั้นเป็นเรื่องราวของคู่พี่ชาย ส่วนเรื่องนี้เป็นเรื่องของคู่น้อง
สามารถอ่านแยกเล่มใดเล่มหนึ่งได้
หรือถ้าจะอ่านทั้งสองเล่ม จะอ่านเล่มใดก่อน-หลังก็ได้ทั้งนั้นค่ะ

ก็อย่างที่บอกตอนแรกว่า...อ่านตามกระแสที่ปนด้วยความคาดหวัง...
ความรู้สึกหลังอ่านจึงมีอาการเงิบเล็ก ๆ

ไม่ใช่นิยายเค้าไม่สนุก...สนุกค่ะ สนุกมากกกก...ฮามากกกก
พล็อตง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน ออกแนวคุ้นเคยเสียด้วยซ้ำ
กับพล็อตแต่งงานกำมะลอ มุกคลุมถุงชนอะไรพวกเนี๊ยะ

สำนวนภาษาคนเขียนลื่นไหล โอเคมาก
โดยเฉพาะมุกโต้ตอบกันระหว่างพระ-นางด้วยบทกวี...กลอนมั่ง โคลงมั่ง
ส่วนตัวชอบมากด้วยค่ะ เพราะปกติชอบอ่านอะไรที่มีบทกวีแทรกอยู่อย่างนี้อยู่แล้ว
และบทกลอนในเรื่องนี้คนเขียนเค้าก็...ช่างรังสรรค์ออกมาได้พราวแพรวเชียว
(ซึ่งถือได้ว่าเป็นมุกเด็ด เป็นจุดขายของนิยายเรื่องนี้เลยทีเดียว- -
ดูตัวอย่างได้จากโปรยปกหลังนั่นเลยค่ะ)

แต่...มันดูเหมือนคนเขียนจะเน้นสนุก เน้นฮามากเกินไปหรือเปล่า
นิยายจึงออกจะขาดความสมจริงและความน่าจะเป็นไปได้ ในหลายจุดหลายมุม

มันเห็นได้ถึงความพยายามที่จะเน้นเรื่องของการสลับบทบาทระหว่างชาย-หญิงมากไปหน่อย
โดยการให้ฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายรุกไล่ ตามจีบฝ่ายชายอย่างเปิดเผย...
ให้ฝ่ายชายเป็นประหนึ่งผู้ที่อ่อนแอกว่าจนฝ่ายหญิงต้องเข้าปกป้องภยันตราย...

*Spoiled! (ถึงขั้นให้นางเอกเสี่ยงชีวิตเข้าช่วยพระเอก...แบบเหลือเชื่อเหนือจริงสุด ๆ )

หรือการเล่นมุกให้ผู้ชายกลายเป็นวัตถุทางเพศให้ผู้หญิงลวนลามหรือยื้อแย่งกัน
ฯลฯ

คือถ้ามีนิด ๆ หน่อย ๆ ก็พอรับได้นะคะ...
ตั้งแต่ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปอย่างนี้ นิยายที่ให้ฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายจีบผู้ชายก่อนก็มีให้เกลื่อนแผงไปหมด
ก็ไม่ได้รู้สึกว่าเสียหายแต่ประการใด อยู่ที่บริบทของเรื่องราว
ว่าผู้เขียนจะทำให้สมเหตุสมผลมากน้อยเพียงใด

แต่ในเรื่องนี้ ดูเหมือนว่าผู้เขียนจะเน้นจุดนี้ "เยอะ" ไปหน่อย จนกลายเป็นฝืนธรรมชาติ
หลายมุกเข้าก็ฝืดจนเฝือ...และเฝื่อน อ่านแล้วมันไม่อิน ไม่ฟินอะไรทั้งนั้น แหะ ๆ
(ต้องขอย้ำว่า นี่เป็นความรู้สึกส่วนตัวล้วน ๆ ค่า )

จุดที่ชื่นชอบสุด ๆ ในเรื่องนี้ก็น่าจะเป็นเรื่องของบรรยากาศในการทำงาน
สาระข้อมูลว่าด้วยสายงานของพระเอกนางเอกนี่แน่นเปรี๊ยะ
ตัวละครทุกตัวเค้าทำงานกันเอาจริงเอาจัง...
อ่านแล้วนึกภาพตามได้เป็นฉาก ๆ
ชอบค่ะชอบ





สุดท้าย...
นิยายเล่มหนา ๆ แถมเนื้อหาเน้นฮาเป็นส่วนใหญ่
นั่นจึงอาจจะเป็นจุดอ่อนที่ทำให้ฝ่ายพิสูจน์อักษรทำงานผิดพลาดนะคะ
หนังสือเล่มนี้คำผิดเยอะมาก น่าจะมากที่สุดเท่าที่เคยอ่านงานของสนพ.นี้มา
ตอนที่อ่านรอบแรก ก็ต้องใช้กระดาษจดโน้ตแนบไว้กับหนังสือ เจอคำผิดก็ติ๊กไว้ ๆ
พออ่านจบ พบว่าคำผิดเต็มหน้ากระดาษแผ่นนั้นเลยทีเดียว
ก็กะว่าจะหยิบมาบันทึกลงบล็อกไว้ด้วย (เผื่อหนังสือเค้าขายดี มีการพิมพ์ครั้งที่สองที่สาม...จะได้แก้ไข)
แต่ทีนี้...หนังสือมันถูกเปลี่ยนมือคนอ่านหลายคน กว่าจะวนกลับมาหาเจ้าของอีกครั้ง
กระดาษโน้ตแผ่ั้นนั้นก็อันตรธานไปแล้วเรียบร้อย

จึงต้องหยิบมาอ่านอีกรอบก่อนอัพบล็อกนี้
แต่ต้องยอมรับว่า นิยายแนว ๆ นี้ไม่ใช่นิยายแบบดูดดื่มซึมลึก
ที่เราจะสามารถละเลียดอ่านรอบสองรอบสามแล้วยังรู้สึกสนุกได้
จึงอ่านทวนได้ไม่ถึงครึ่งเล่ม แล้วก็ได้คำผิดมาฝากผู้เขียนและสนพ.เพียงคร่าว ๆ

อ้อ...คำผิดนี่ไม่ได้หมายรวมถึงคำผิดโดยเจตนาอย่างมุก ขอบคุณ-ชอบคุณ
หรือ ผ่านมา - ผ่านม อะไรนั่นหรอกนะคะ
อันนั้นอ่านแล้วยังนึกขำแกมชื่นชมคนเขียนด้วยว่าเข้าใจเล่นแฮะ


เริ่มตั้งแต่หน้าคำนำสำนักพิมพ์เป็นต้นไป...

คำว่า...เอ็นดูแกมหมั่นไส้ - - ตกไม้เอกตรงคำว่า "หมั่นไส้" ค่ะ

ในเรื่องนี้เป็นเรื่องราวของคนในแวดวงสถาปนิกและวิศวกร
ก็เลยจะมีวิศวกรขวักไขว่เต็มไปหมด
เท่าที่พบ คำว่า"วิศวกร"มีพิมพ์ผิด (ตกว.แหวนมั่ง ร.เรือมั่ง...) ประมาณ 5-6 จุดแน่ะค่ะ

คำว่าน่ารักน่าชัง น่ารักน่าเอ็นดู ในหนังสือพิมพ์เป็น น่ารักหน้าชัง น่ารักหน้าเอ็นดู ประมาณสามจุด
คำว่าระมัดระวัง พิมพ์เป็น ระวัดระวัง
คำว่าโชคลาง พิมพ์เป็น โชคราง(ไม่ใช่เครื่องรางนะเออ)
วิปัสสนา - วิปัสนา
โปรแกรม - โปรมแกรม
สวีท - สวี
เหนื่อย - หนื่อย
ได้รับคำตอบ - ได้รับการคำตอบ
ฯลฯ

(ไม่ได้ระบุหน้าที่พิมพ์ผิด ให้แผนกพิสูจน์อักษรของสำนักพิมพ์ได้ทำงานมั่งนะคะ)


และยังมีจุดที่อ่านแล้วสะดุด ๆ (คาดว่าน่าจะเกิดจากความผิดพลาดในการปรู้ฟ)
เช่นในหน้า 123 นางเอกกำลังอ่านนิยายไป แอบเหล่พระเอกไป...

...จากนั้นก็เปิดหนังสือย้อนกลับอ่านตอนที่ชอบใหม่รอบ...

น่าจะเป็น...

จากนั้นก็เปิดหนังสือย้อนกลับไปอ่านตอนที่ชอบใหม่อีกรอบ...
หรือเปล่า

เนี่ยค่ะ จะมีจุดพลาดแบบนี้เต็มไปหมด เหมือนจะเป็นอะไรเล็ก ๆ น้อยๆ
แต่ก็ทำให้คนอ่านสะดุดได้
แล้วก็พลอยนึกเสียดายแทนนักเขียนน่ะค่ะ
ว่าฝ่ายผลิตน่าจะเอาใจใส่ในรายละเอียดได้มากกว่านี้

ติเพื่อก่อนะคะ หวังว่าในการพิมพ์ครั้งต่อ ๆ ไป จุดผิดพลาดเหล่านี้จะได้รับการแก้ไข
ถึงยังไงก็จะยังคงติดตามนักเขียนนาม "นาวาร้อยกวี" อยู่เรื่อย ๆ ค่ะเพราะติดใจในฝีมือซะแล้ว









 

Create Date : 20 มีนาคม 2558    
Last Update : 20 มีนาคม 2558 16:25:19 น.
Counter : 11297 Pageviews.  

~ เก็บรัก...Hopelessly in Love : แล้วความรักจะเยียวยาหัวใจทุกดวง โดย"มาภา" ~






Hopelessly in Love...เก็บรัก
ผู้เขียน : มาภา
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ(พิมพ์ครั้งแรก ต.ค. ๒๕๕๗)
๕๘๓ หน้า ราคา ๓๖๕ บาท


โปรยปกหลัง :


หนึ่งชีวิตของคนอาจผ่านความรักมาไม่รู้กี่ครั้ง
แต่ความรักครั้งใดกัน ที่จะได้อยู่กับเรา
ตราบจนนาทีสุดท้ายของลมหายใจ


รพี มัทนภิรมย์ วิศวกรหนุ่มผู้มีชีวิตเรียบง่าย มั่นคง
เพิ่งจะขอ ดุจฤทัย แต่งงานหลังจากคบกันมาสิบสามปี
แต่แล้วโชคชะตากลับมาพลิกผัน เมื่อผู้หญิงคนหนึ่งก้าวเข้ามา
ในค่ำคืนแห่งความฝัน อันลึกซึ้ง รพีไม่รู้ว่าเธอคือใคร
รู้เพียงศรัทธาที่เขาเคยมีต่อหัวใจกำลังสั่นคลอน

ขวัญชนก หญิงสาวผู้เคยเป็นอิสระ มองโลกในแง่ดี
ก่อนที่ใครคนหนึ่งจะเปลี่ยนวิถีของเธออย่างไม่อาจย้อนคืน
เขาทำให้เธอได้รู้จักกับความรัก ได้สัมผัสความอ่อนโยน
และได้รู้ซึ้งถึงการเสียสละ เมื่อวันที่เธอ...ไม่ได้มี หัวใจ แค่เพียงหนึ่งดวง

แล้วเธอจะรักษา หัวใจอีกดวงนี้ ไว้ได้หรือไม่
หรือเธอจะทำให้ความรักของใครต้องจบลง

เก็บรัก คือหนึ่งคำตอบสำหรับทุกหัวใจที่เคยต้องเลือก
ระหว่างเหตุผลกับความรัก หรือเคยต้องอ้างว้างอยู่บนเส้นขนาน
ที่ไม่มีวันมาบรรจบกัน แต่ไม่ว่าปลายทางจะเป็นเช่นไร
ความรักจะดูแลทุกหัวใจที่สัมผัสถึงความอบอุ่นเมื่อครั้งวันวาน






หลังอ่าน...
อิ่มค่ะ...บอกได้คำเดียวว่า 'อิ่ม'จริง ๆ สำหรับนิยายแนวที่ชอบ ที่ใช่สำหรับตัวเองเรื่องนี้
กับความหนาเกือบ ๆ 600 หน้า แต่หนังสือเล่มนี้ก็สามารถดึงดูดให้เราจ่อมจมอยู่กับมันได้
จนกาลเวลาล่วงเลยผ่านไปโดยแทบไม่รู้ตัว ด้วยไม่อยากพลาดแม้เพียงตัวอักษรเดียว
ทั้ง ๆ ที่...จะว่าไปก็เป็นนิยายรักธรรมดา ๆ เหมือนกับนิยายรักอีกร้อยแปดพันเก้าเรื่องที่เคยอ่านผ่านมาในอดีต

เป็นเรื่องเล่าของความรักที่ซ้อนซ่อนอยู่ภายใต้ความสัมพันธ์อันวูบไหว ทว่าลึกซึ้ง...
เป็นความรักที่ต้องถูกกดเก็บไว้ด้วยคำว่า สามัญสำนึก...หน้าที่ และความรับผิดชอบ

หากอ่านจากโปรยปก คนอ่านอาจจะคาดหวังเรื่องรักดราม่าน้ำตาริน
หรือไม่ก็สะท้อนสะเทือนซางอย่างเจ็บปวด แถมด้วยปมอิจฉาริษยา ชิงรักหักสวาทอะไรไปโน่น...

ตอนแรก ๆ ส่วนตัวก็คิดว่าน่าจะเป็นเช่นนั้น...อุตส่าห์เงื้อง่ารอตบยุงที่อาจจะบินมาหึ่ง ๆ ข้างหูแล้วเชียว
(แต่ที่เลือกหยิบมาอ่านก็เพราะยังติดใจในฝีไม้ลายมือของนักเขียนใหม่นามนี้
จากนิยายเล่มก่อนของเธอ..."หนาวหวาน" ที่อ่านแล้วอบอุ่นละมุนอารมณ์ดีเหลือเกิน)

ด้วยนิยายเปิดตัวมาด้วยฉากการขอแต่งงานของพระเอก...
กับคนรักของเขา...ดุจฤทัยสถาปนิกสาวช่างฝัน ที่รักกันมั่นคงมาเนิ่นนานกว่าสิบปี
ผู้เขียนเล่าเรื่องด้วยโทนเสียงที่เรียบเรื่อย
ทว่าตอกย้ำให้ผู้อ่านได้มองเห็นภาพความสัมพันธ์อันหยั่งรากลึก
ที่ไม่น่าจะมีสิ่งใดมาโยกไหวสั่นคลอนได้ของคู่รักทั้งสอง

แต่จากเรื่องย่อที่ปกหลังระบุชัดว่าดุจฤทัยไม่ใช่นางเอก...
แม้เธอจะแสนดี แสนเก่งและรักพระเอกมากมาย (และพระเอกก็รักเธอมากเช่นกัน)...
แต่เธอก็ไม่ใช่นางเอก

แล้วนางเอกของเราจะเข้าไปแทรกกลางระหว่างเขาสองคนได้ตอนไหน อย่างไร...?
คนที่โผล่เข้ามาเป็นมือที่สาม ทำให้ความสัมพันธ์อันมั่นคงของคู่รักคู่หนึ่ง
ต้องสิ้นสุดลงยังจะคู่ควรเป็นนางเอกอยู่หรือ...?

ประเด็นนี้อ่อนไหวค่ะ ถ้าผู้เขียนมือไม่ถึงอาจต้องมีอันต้องตกม้าตายได้ง่าย ๆ
แต่ผู้เขียนเรื่องนี้เธอเอาอยู่ค่ะ...
เรียกได้ว่าเก่งเลยทีเดียวที่สามารถทำให้เราเข้าอกเข้าใจ เห็นใจในทางที่ต้องเลือก
และการตัดสินใจของตัวละครทุกตัว...





ไม่ว่าจะเป็น...

รพี ชายหนุ่มแสนดีที่แม้จะได้ชื่อว่าเป็นลูกคนกลาง
แต่ไม่ยักกะมีปมเวนสฺเดย์ไชล์ดอย่างคนอื่น รักพี่รักน้อง รักครอบครัว
อดทนเสียสละกระทั่งยอมเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของตนเองเพื่อผู้อื่น

กับคนรักเขาก็เป็นสุภาพบุรุษที่แสนจะอบอุ่น อ่อนโยน เอาอกเอาใจ ตามใจเสียทุกอย่าง
ทั้งยังทะนุถนอม ให้เกียรติเธอเสมอต้นเสมอปลาย ไม่ชิงสุกก่อนห่าม ไม่ฉวยโอกาส...
เช่นนี้แล้ว เขาคงต้องเจ็บปวดมากมายหากท้ายที่สุดแล้ว
เขาจะต้องเป็นผู้สะบั้นสายใยความผูกพันนั้นด้วยมือของเขาเอง...
เมื่อพบว่าผู้หญิงที่เขาเผลอไผลไปมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งในค่ำคืนหนึ่ง
ในสภาวะกึ่งจริงกึ่งฝันนั้น เป็นเพียงผู้บริสุทธิ์คนหนึ่ง หาใช่คนรักดังที่เขาเข้าใจขณะอยู่ในภวังค์

จิตใต้สำนึกและความรู้สึกผิด...
รวมทั้งความรู้สึกวูบไหวในอกเมื่อย้อนรำลึกถึงความสัมพันธ์ครั้งนั้นทำให้เขาต้องเลือก...

..........

ขวัญชนก...หญิงสาวผู้เติบโตขึ้นมาภายใต้การเลี้ยงดูอย่างรักถนอมของพ่อเลี้ยงเดี่ยว
ผู้เป็นศิลปินอิสระที่เข้าใจโลกและชีวิตมากพอที่จะกล่อมเกลาให้เธอเป็นหญิงสาวที่รักอิสระ
เข้มแข็งมั่นคง และมองโลกในแง่ดี
แม้เมื่อต้องเผชิญปัญหาที่นับว่าร้ายแรงสุด ๆ ของลูกผู้หญิงคนหนึ่ง เธอก็หาทางออกอย่างมีสติ
ไม่กลัวจนลนลาน ไม่โวยวายเรียกร้องหาความรับผิดชอบจากใคร...
แม้ในใจลึก ๆ จะแอบ"เก็บรัก"เขาไว้อย่างมิดเม้นก็ตามที
ในเมื่อเขามีเจ้าของที่ครองรักกันมาเนิ่นนาน
ต่อให้รักแสนรักเธอก็ไม่อาจทำตัวเป็นมือที่สามของใครโดยเด็ดขาด

............

ดุจฤทัย...หญิงสาวที่น่าเห็นใจที่สุดในเรื่อง เธอมีคนรักเป็นชายหนุ่มที่แสนดี
เธอกับเขากำลังวางแผนจะสร้างครอบครัวร่วมกัน หลังจากคบหากันมานานถึงสิบสามปี
ความฝันอันแสนหวานนั้นกำลังอยู่แค่เอื้อมแท้ ๆ ...
แต่จู่ ๆ ผู้ชายของเธอก็เดินเข้ามาบอกเธอว่าเขาไม่สามารถแต่งงานกับเธอได้แล้ว
เพราะเขาต้องรับผิดชอบผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่เขาพลั้งเผลอไปมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งด้วย...
สำหรับเธอ มันยิ่งกว่าฟ้าผ่ากลางวันแสก ๆ โดยไร้เมฆฝน
และยิ่งกว่าแผ่นดินไหวสะเทือนที่ทำให้เรือนหอในฝันของเธอพังทลายลงในพริบตา






โอ้ววว...พล็อตยากนะคะนั่น
แต่ก็อย่างที่บอก คนเขียนเธอสามารถค่ะ

เธอสร้างสรรค์ตัวละครได้อย่างมีที่มาที่ไป สมเหตุสมผล
ตัวละครแม้จะเยอะ แต่ทุกตัวก็มีความสัมพันธ์โยงใยกัน
มีบทบาทที่จำเป็นต่อการดำเนินเรื่องมากน้อยเฉลี่ย ๆ กันไป

ส่วนตัวชอบที่สุดก็มีอยู่สองคนค่ะ

คนแรก เพื่อนชายใจหญิง(งาม)อย่างปฏิพัทธ์ หรือแพตตี้ เพื่อนรักเพื่อนซี้ของขวัญชนก
ผู้รับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับเพื่อนสาวมาตั้งแต่ต้น
เขาร่วมทุกข์ร่วมปลุกปลอบให้กำลังใจในยามที่เธอพลาดพลั้ง
ช่วยเก็บงำความลับและเคารพการตัดสินใจของเพื่อนโดยไม่ชี้นำ ไม่ล้ำเส้น...
ชอบค่ะ ในชีวิตหนึ่งมีเพื่อนดี ๆ แบบนี้แค่คนเดียวก็เกินพอ

ตัวละครสำคัญอีกตัวที่ชื่นชอบก็คือศิลปินหนุ่มใหญ่ พ่อต้อม-คะนึงของนางเอกค่ะ
คุณพ่อช่างเป็นพ่อในฝันของใครต่อใครหลายคนเลยนะคะเนี่ย...

เมื่อลูกสาวที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจเดินมาบอกว่า...เธอท้อง !

ปฏิกิริยาของคนเป็นพ่อคือ...

มีเพียงรอยยิ้มที่แย้มออกมาอย่างอ่อนจาง...
"อืม...ตั้งใจมีหรือว่าพลาด"


และเมื่อเขาได้รับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นและการตัดสินใจของลูกสาว...

"พ่อไม่ว่าขวัญใช่ไหมที่ขวัญตัดสินใจแบบนี้ พ่อโกรธขวัญรึเปล่า"

"ขวัญชนก" ผู้เป็นพ่อเอ่ยเสียงขรึม "ชื่อของขวัญเป็นคำตอบของทุกคำถามแล้วนะ"
.........





การผูกปมของเรื่องเธอก็ทำได้อย่างแนบเนียน ละเอียดลออ ถี่ถ้วน
และทีสำคัญ...อย่างระมัดระวัง...
โดยเฉพาะปมความสัมพันธ์อันผิดพลาดอันเป็นต้นเหตุแห่งความพลิกผันทั้งหมด
เธอสามารถทำให้คนอ่านอ่านแล้วเชื่อได้ อินได้ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันมีความเป็นไปได้
และไม่อาจโทษใครได้เลย ไม่ว่าจะเป็นรพีหรือขวัญชนก...
(ฉากนี้ต้องอ่านเองค่ะ สปอยล์ไม่ได้เลย!)


เสน่ห์ของนิยายเรื่องนี้ ส่วนตัวคิดว่าอยู่ที่เรื่องราวความรัก...
ความสัมพันธ์และทัศนคติในการมองโลกมองชีวิตของตัวละครทุกตัวในเรื่องค่ะ
ไม่ว่าจะเป็นความรักที่สั่งสมเนิ่นนานจนกลายเป็นความผูกพัน ความปรารถนาดีต่อกัน
ระหว่างอดีตคู่รักอย่างพ่อและแม่(หรือกระทั่งอย่างรพีกับดุจฤทัย)
ความรักที่ค่อย ๆ ก่อเกิด ค่อย ๆ เรียนรู้ปรับตัวเข้าหากันและกันระหว่างรพีกับขวัญชนก
ความรักของคนในครอบครัว...
ความรักของคู่รักเพศเดียวกัน ความรักระหว่างเพื่อน ฯลฯ
ผู้เขียนเธอช่างร้อยเรียง เล่าเรื่องราวได้ลื่นไหล ด้วยสำนวนภาษาที่ละเมียดละไม
อ่านแล้วให้ความรู้สึกอุ่นอวลในอารมณ์

ขออนุญาตโควตถ้อยคำของพ่อที่พูดถึงแม่ให้ขวัญชนกฟัง...

'ดวงจันทร์มันงดงามอยู่บนฟ้า ไม่ใช่ในถังน้ำผุๆ พังๆ
พ่อทำใจให้มีความสุขไม่ได้ ถ้าต้องเป็นต้นเหตุของการเปลี่ยนแปลงในชีวิตแม่
พ่อเคยมองพระจันทร์ดวงเดิมที่มุมไหน ก็จะขอมองมันอย่างนั้นเรื่อยไป
แค่ได้เป็นคนครอบครองหัวใจของแม่ทั้งดวง เหมือนที่แม่ได้ไปจากพ่อทั้งดวง...ก็พอแล้ว
เรามีความสุขแบบนี้มากกว่า มันไม่ใช่เพราะ'เรากลับมาอยู่ด้วยกันไม่ได้'
แต่เรา'ไม่ได้อยากกลับมาอยู่ด้วยกัน' เราคุยกันแล้ว'


ความรักของพ่อช่างงดงาม...
.
.
.

ประเดี๋ยวจะมีคนหาว่าอวยเว่อร์...
ขอแถมท้ายด้วยข้อติงนิด ๆ ละกันค่ะ

ถึงแม้จะบอกว่าผู้เขียนใช้สำนวนภาษาที่ลื่นไหล ละเมียดละไม แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีจุดสะดุดเอาเสียเลย
นิยายเล่มหนาขนาดนี้ อ่าน ๆ ไปมันก็ต้องมีบ้างแหละค่ะ
นั่นก็คือเการเลือกใช้สรรพนามเรียกตัวละคร
กับคำว่า ร่างเล็ก ร่างบาง อะไรพวกนี้ส่วนตัวทำใจแล้วค่ะว่าต้องเจอบ่อย ๆ
แต่ในเรื่องนี้ คำที่เจอบ่อยมาก บ่อยจนเกินควรก็คือคำว่า"ว่าที่คุณแม่ - ว่าที่คุณพ่อ"
มันเยอะมากอะ

กับอีกจุดหนึ่ง...คือมุก"บังเอิญ"แบบละครหลังข่าวก็มีให้เห็นอยู่ประปราย
เช่นตอนที่พระเอกเก็บภาพอัลตร้าซาวนด์ของนางเอกได้...
ฉากการคุยกันของพี่น้องและนางเอกมาได้ยินเข้า...
ข้อความใน sms ที่ดุจฤทัยส่งถึงพระเอก...
บลา...บลา...บลา...

ก็เป็นเพียงจุดสะดุดเพียงเล็กน้อยที่อาจจะถูกกลบเกลื่อนลบเลือนไปได้
ด้วยความดีงามส่วนใหญ่ของนิยายเล่มนี้
ที่อ่านจบแล้วอิ่มเอมในอารมณ์จนต้องรีบมาเขียนบล็อก
ชวนและเชียร์ให้อ่านกันวันนี้ค่า...


แล้วความรักจะเยียวยาหัวใจทุกดวง













 

Create Date : 10 กุมภาพันธ์ 2558    
Last Update : 10 กุมภาพันธ์ 2558 14:29:07 น.
Counter : 3576 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  

แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 173 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs


~ตำรารักยอดพธู & ตำรารักยอดดวงใจ/รอมแพง/เขียน ~

~เร้นรักบุปผาหยก/จินนี่ หลิน/เขียน,วรินทร์ วารีนุกุล/แปล ~

~นางใน(2 เล่มจบ)/ธาดาพร/เขียน ~

~วาสนาชะตารัก/ชื่อถง/เขียน ~

~เล่ห์รักหักเหลี่ยมบัลลังก์/Su Xing Le/เขียน,เหมยสี่ฤดู/แปล ~

~แม่ทัพอยู่บน ข้าอยู่ล่าง(3เล่มจบ)/จวี๋ฮวาซั่นหลี่ เขียน/ Honey Toast แปล ~

~บุพเพสันนิวาส/รอมแพง ~

~ลิขิตรักด้ายแดง(3เล่มจบ)/หมิงเยวี่ยทิงเฟิง เขียน/เหมยสี่ฤดู แปล ~

~มีไว้เพื่อซาบ/อุรุดา โควินท์ ~

~ เรื่องเล่าของเหล่าปีศาจในเหลาสุรา (2)/เคอสุ้ยอวี้โหยวโจ่ว/เขียน ซินโป-หย่งชุน/แปล ~

~ ทุกสิ่งอันที่เรามิเคยเอื้อนเอ่ยต่อกัน/มาร์ก เลอวี เขียน/อธิชา มัญชุนากร แปล~


สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.