'หัวใจ๋ข้า หัวใจ๋เจ้า ห้อยอยู่เก๊าเดียวกั๋น' *
*คลิกเพื่ออ่านคำแปลเจ้า :)

~ เจ้าบ้านเจ้าเรือน เมื่อความรักกลายเป็นโทษทัณฑ์ที่จองจำ...โดย "แก้วเก้า" ~





เจ้าบ้านเจ้าเรือน
ผู้เขียน : แก้วเก้า
ผู้พิมพ์ : สนพ.ทรีบีส์(พิมพ์ครั้งที่ ๓ ก.ย. ๒๕๕๖)
๗๑๕ หน้า ราคา ๔๘๐ บาท

โปรยปกหลัง


“ฉันเป็นนักโทษของบ้านนี้ ตั้งแต่ก่อนตายเสียด้วยซ้ำ
ความหดหู่ได้ดึงพลังกายและใจออกไปจากฉันจนหมดสิ้น
เหลือแต่ร่างซังกะตายอยู่ไปวันๆ...
หลงเข้าใจผิดว่าตายเมื่อไรก็พ้นทุกข์
นอกจากมันไม่พ้นแล้วกลับทรมานเสียกว่ายังอยู่

ฉันป่วยแล้วตายอยู่คนเดียว

เมื่อฉันตายเขาขายที่ดินไปรื้อบ้านเอาไม้มาปลูกริมคลองบางกรวยแห่งนี้
ส่วนฉันก็ถูกจองจำอยู่ในบ้านนับแต่นั้น
ไม่ได้ตกกระทะทองแดงหรือปีนต้นงิ้ว แต่ถูกกักขังมายาวนาน ...
มิรู้ว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อใด”






เรื่องย่อ(ย่อเองแบบยาว) :

แพรขาว หญิงสาววัยใกล้สามสิบ ตัดสินใจหอบหนูชมพู
ลูกสาววัยห้าขวบย้ายออกจากบ้านหลังใหญ่ของสามี
เมื่อเขามอบหมายตำแหน่ง'เมียหลวง'ให้โดยไม่ทันตั้งตัว...
ซ้ำดูเหมือนว่าแม่สามีเธอจะรู้เห็นเป็นใจกับลูกชาย ยอมให่เมียน้อยของเธอเข้ามาอยู่ในบ้านเดียวกัน
เพราะฝ่ายนั้นมีหลานชายตัวน้อยมาให้ย่าชื่นชู
เธอไปเช่าบ้านหลังเล็ก ๆ ของนลิน เพื่อนร่วมงานรุ่นน้องที่สนิทกันอยู่
โดยบ้านหลังนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งคลองและอยู่ในเขตรั้วเดียวกัน
กับบ้านหลังใหญ่ของนลินที่อาศัยอยู่กับแม่และยาย

เธอชอบบ้านหลังนี้มาก เพราะดูเรียบง่ายและอบอุ่น
เพราะคุณยายกับคุณแม่ของนลินใจดี รักเด็ก ช่วยเธอดูแลหนูชมพูอย่างเต็มอกเต็มใจเสมอญาติผู้ใหญ่
ไม่ใช่เพียงผู้เช่ากับเจ้าของบ้านโดยทั่วไป

เพียงวันแรก ๆ ที่อยู่ที่นี่ แพรขาวก็สัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างที่ไม่ปกติ
เธอได้ยินเสียงขิมอันไพเราะเพราะพริ้ง แล้วก็มีฝันร้ายที่ชวนหลอน...

แล้วเธอก็ได้รู้จักกับคุณวิน...ไรวินท์ เจ้าบ้านเจ้าเรือนที่สิงสถิตอยู่ในบ้านหลังเล็กนั้นมานานนับสิบ ๆ ปี
ตอนแรกเธอก็รู้สึกกลัว แต่หลังจากที่เขาได้ช่วยชีวิตทั้งเธอและลูกสาวเอาไว้ ในช่วงเวลาใกล้ ๆ กัน
ทำให้เธอรู้สึกคุ้นเคยและสนิทใจมากขึ้นจนถึงกับมีการพูดคุยสนทนากัน

ไรวินท์เล่าให้เธอฟังถึงความเป็นมาของเขา...
และสาเหตุที่ทำให้วิญญาณของเขายังผูกติดอยู่ที่บ้านหลังนี้
(ดังเนื้อหาส่วนหนึ่งที่ปรากฏในคำโปรยปกนั่นแหละค่ะ)

เริ่มตั้งแต่วัยเด็ก ที่เขาอยู่กับแม่เพียงลำพัง ส่วนพ่อนั้นไปรับราชการที่หัวเมือง
แล้วพาเมียน้อย ที่เป็นน้าแท้ ๆ ของเขาเองไปอยู่ด้วย
ทำให้เขารู้สึกโกรธเกลียดผู้เป็นพ่อฝังใจมาตั้งแต่เด็ก
ทว่าเมื่อเขาเติบโตขึ้น เขากลับประพฤติตัวตามรอยพ่อของเขาไม่มีผิด...
ซ้ำร้าย กลับจะยิ่งหนักหนาสาหัสกว่าพ่อเสียอีก เพราะเขาแอบเลี้ยงดูผู้หญิงไว้ตั้งแต่ก่อนแต่งงานถึงสองคน
และหลังจากแต่งงานกับคุณสีนวลตามความเห็นชอบจัดหาให้ของผู้เป็นแม่แล้ว
เขาก็ยังไปหลงใหลพัวพันกับผู้หญิงอีกสองคน...
ปล่อยให้ภรรยาต้องอกไหม้ไส้ขมอยู่ที่บ้าน เหมือนที่แม่ของเขาเคยเป็น

..................

เรื่องเล่าของไรวินท์กระทบใจแพรขาวเป็นอย่างมาก
เพราะมันดูจะสอดคล้องกับเรื่องราวของเธอที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้
ผิดกันแต่ว่าผู้หญิงในยุคของไรวินท์นั้นยอมกล้ำกลืนฝืนทนกับการนอกใจของสามี
ในขณะที่เธอเลือกที่จะเดินออกมา...
แม้จะต้องเผชิญปัญหาการแย่งชิงสิทธิ์การเลี้ยงดูลูกสาวจากอดีตสามี...
กับปัญหานายจ้างหนุ่มที่เธอทำงานพิเศษด้วยเพื่อหารายได้เสริมจ้องจะเคลม...
เธอก็พร้อมต่อสู้ ไม่มีวันยอมรับสภาพบ้านใหญ่บ้านเล็กเด็ดขาด...
เคราะห์ดีที่ทั้งสองปัญหานี้เธอมี "เจ้าบ้านเจ้าเรือน" อย่างไรวินท์
กับสาโรจน์ ทนายความหนุ่มที่แม่สามีเธอส่งมาเจรจาเรื่องของหนูชมพูกับเธอ
คอยช่วยปัดเป่า ผ่อนหนักให้เป็นเบาได้...

ซึ่งนั่นทำให้ แม้เธอจะรู้สึกชังพฤติกรรมเจ้าชู้หลายใจอย่างที่ไรวินท์เป็นในสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่
แต่เธอกลับไม่ได้รู้สึกเกลียดเขาเลย กลับจะรู้สึกผูกพันและเห็นอกเห็นใจ
อยากจะช่วยให้เขาได้หลุดพ้นจากบาปเวรที่จองจำเขาไว้ยังโลกนี้...

อนึ่ง...ไรวินท์แม้จะเป็นเพียงวิญญาณไร้ตัวตน แต่จากการที่ได้พูดคุยสื่อสารกัน
แพรขาวก็สามารถสัมผัสได้ถึงเสน่ห์แห่งบุรุษเพศที่เขามีอยู่เต็มเปี่ยม...

แต่เธอกับเขา ต่างอยู่คนละโลก แม้จะมีสายใยผูกพันที่ยากจะตัดขาด
แต่ก็มิอาจอยู่ร่วมกันได้
เช่นนี้แล้ว สายใยรักระหว่างเขาและเธอจะสิ้นสุดและลงเอยอย่างไร
ไปตามลุ้นในนิยายกันค่ะ...






(สาบานได้นะว่าข้างบนนั่นเป็นเรื่องย่อ...
ย่อจริง ๆ ค่ะ ยังมีเรื่องราวอีกร้อยแปดพันเก้าที่เล่าได้ไม่หมด...
หนังสือหนา ๗๑๕ หน้า ย่อเหลือแค่นี้ก็รู้สึกว่าตัวเองเริ่มมีพัฒนาการ
ในวิชาย่อความขึ้นมามั่งแล้วนะคะ )


ความรู้สึกหลังอ่าน...
อิ่มค่ะ...อ่านแล้วอิ่มมาก คุ้มค่ากับการอดตาหลับขับตานอน
เพื่อจะอ่านนิยายเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องยาวนาน
กินเวลาสองคืนหนึ่งวันทีเดียว
สนุกมากจริง ๆ อ่านแล้วติดพันจนวางไม่ลง
แม้ว่า...พล็อตและธีมเรื่องอาจจะดูวนเวียน ซ้ำ ๆ อยู่กับเรื่องราวของความรักความหลง
กิเลสตัณหาของมนุษย์ที่แฟนๆ นักอ่านของนามปากกา"แก้วเก้า"คุ้นชินกันดี

อย่างเรื่องนี้ อ่านๆ ไปใจก็กระหวัดถึง"ช่อมะลิลา"อยู่หลายบทหลายตอน
ด้วยเนื้อหาบางส่วนมีความคล้ายคลึง เพียงแต่สลับบทบาทผู้ดำเนินเรื่องเทานั้น

ในเรื่องนี้ ผู้ดำเนินเรื่องหลัก ๆ คือแพรขาว
ซึ่งนิยายก็ให้ภาพเธอเป็นหญิงสาวยุคใหม่ที่เข้มแข็งและมั่นใจในตัวเอง
เมื่อสามีนอกใจเธอก็ไม่ลังเลที่จะตัดใจแยกทาง ด้วยมองไม่เห็นประโยชน์ที่จะยื้อแย่ง
หรือดันทุรังอยู่ร่วมบ้านเดียวกันแบบสามคนผัวเมีย...
เธอไม่เห็นแก่ทรัพย์สินเงินทองมหาศาลที่ฝ่ายสามีเธอหยิบยื่นให้เพื่อแลกกับสิทธิ์เลี้ยงดูลูกสาว
ในพาร์ทนี้เราจะรู้สึกได้ถึงควาเป็นนางเอ๊ก-นางเอกจนชื่นชมความเข้มแข็งและการตัดสินใจของเธอ
และคอยเอาใจช่วย

แต่เมื่อเธอได้รู้จักกับคุณวิน ได้ฟัง(และเห็นในสิ่งที่เขาบันดาลให้เห็น)เรื่องราวชีวิตของเขาในอดีต
บทบาทโดดเด่นกลับมาตกอยู่ที่ไรวินท์กับบรรดาผู้หญิงของเขา
ซึ่งเรื่องเล่าของเขาก็ช่างน่าติดตาม น่าลุ้นเสียนี่กระไร
แต่แพรขาวในพาร์ทนี้ก็มักจะทำให้เรารู้สึกขัดใจอยู่เรื่อย
ด้วยการคอยขัด คอยเบรก บางครั้งก็คาดเดาเหตุการณ์ล่วงหน้า
ตามความคิดและจินตนาการของตัวเอง จนเราเผลอรำคาญแทนไรวินท์แน่ะค่ะ

เรื่องราวทั้งสองภาค(ภาคปัจจุบันที่เป็นเรื่องของแพรขาวกับภาคอดีตคือเรื่องเล่าของไรวินท์)
จะดำเนินควบคู่กันไป เมื่อย้อนกลับมายังเหตุการณ์ปัจจุบัน
หลายครั้งที่เกิดเหตุร้ายขึ้นกับแพรขาวแล้วไรวินท์ไม่อาจไปช่วยเธอ
เพราะเขาไม่สามารถออกพ้นบ้านหลังเล็กนั้นได้ คนอ่านก็จะรู้สึกอึดอัดเล็ก ๆ
แต่ก็โชคดีที่เธอยังมีผู้ชายที่แสนดีอย่างสาโรจน์คอยให้การช่วยเหลือ
ส่วนตัวเอาใจช่วยสาโรจน์นะคะ เลยพานให้หงุดหงิดและขัดเคืองใจแพรขาว
ที่คอยแต่จะคิดถึงผีอย่างคุณวินอยู่ได้
รู้ทั้งรู้ว่าเขาเป็นเพียงวิญญาณไร้ตัวตน แต่ก็ยังจะเผลอใจไปห่วงหาอาทร...

นิยายเป็นนิยายแนวเหนือจริงที่เกี่ยวกับเรื่องผี ๆ สาง ๆ ตามสไตล์ของนามปากกานี้
ที่เคยอ่านมาหลายเรื่อง มีระดับความหลอนมากน้อยลดหลั่นกันไป
แต่ในเรื่องนี้ เจอผีเข้าจัง ๆ แต่กลับไม่รู้สึกถึงความหลอนเลยแฮะ...
เรียกได้ว่าไม่มีบรรยากาศหรือซีนที่ชวนให้ขนลุกขนพองเลยสักนิด

ตัวละครหลัก ๆ ในเรื่องทุกตัวล้วนมีมิติ มีแง่มีมุมที่เป็นธรรมชาติของมนุษย์มนาโดยทั่วไป
ฝั่งผู้ชายอย่างไรวินท์ พัสกร หรือลลิต แม้ไม่ใช่คนเลวจนถึงที่สุดแต่ก็ห่างไกลคำว่าคนดี
ทุกอย่างที่พวกเขาทำลงไปล้วนแต่เกิดจากกิเลสตัณหา อารมณ์ฝ่ายต่ำพาไปทั้งสิ้น...
จะมีก็แต่สาโรจน์คนเดียวเท่านั้นที่เรียกได้เต็มปากเต็มคำว่าเป็นคนดี

ฝ่ายหญิงแต่ละคนก็ไม่น้อยหน้า
ทั้งรุ่นปัจจุบันอย่างแพรขาว คุณนายแถบทิพย์ เขมินี มาตา กระทั่งดิว...
แต่ละคนล้วนดึงดื้อถือดี เอาแต่ความคิดความเห็นของตนเองเป็นหลัก...
หรือแม้แต่ผู้หญิงในพาร์ทอดีต นับตั้งแต่คุณวารี แม่ของไรวินท์ สีนวล รำไพ บัวน้อย สุดสวาท มาลาตี ฯลฯ
ทุกตัวมีบทบาท มีสีสัน เสริมให้เรื่องราวดำเนินไปอย่างสมจริง มีชีวิตชีวาเป็นที่สุด

แต่...บอกตามตรงว่าไม่ค่อยชอบตอนจบซักเท่าไหร่ มันดูรวบรัดตัดความไปหน่อย
มันเหมือนกับว่าเอาเข้าจริง ไรวินท์ก็ไม่ได้รับผลแห่งกรรมที่สาสมสักเท่าไหร่
ถ้าจะบอกว่าการที่เขาถูกจองจำ ผูกติดอยู่กับบ้านหลังนั้นจนไม่ได้ไปผุดไปเกิด
เป็นโทษทัณฑ์อันหนักหนาสาหัสเพียงพอแล้ว...
ในความรู้สึกของเราว่ามันยังไม่ใช่อ่ะ...
เพราะนั่นก็เป็นด้วยก่อนหน้านั้นเขาไม่เข้มแข็งพอกับค่อนข้างเห็นแก่ตัว
คิดถึงแต่ตัวเอง มากเกินไปจนรักคนอื่นไม่เป็นต่างหาก
ต่อเมื่อได้มาพบกับแพรขาว ความเป็นคนมีจิตใจดี คิดถึงแต่ผู้อื่นก่อนเสมอของหล่อนทำให้เขารู้สึกจับใจ...
และก่อตัวเป็นความรักในที่สุด...
และด้วยพลังแห่งความรักนี่เองที่ทำให้เขาสามารถหลุดพ้นจากบ่วงกรรมที่จองจำไว้
หาใช่ความสำนึกถึงความผิดบาปที่ตัวเองเคยก่อไว้ในอดีตไม่...
ก็เลยรู้สึก...ไม่สะสาใจเท่าที่ควร แหะ ๆ

เห็นข่าวการสร้างเป็นละครทีวีนะคะเรื่องนี้ โดยค่ายคุณไก่-วรายุฑ
ดูจากแคสติ้ง บวกกับเนื้อหาเรื่องราวแล้วคิดว่าคงจะน่าดูชมไม่น้อย...
โดยเฉพาะเมื่อได้พี่ติ๊กมาสวมบทคุณวิน เจ้าบ้านเจ้าเรือนเจ้าเสน่ห์
ที่แม้ตายกลายเป็นผีแล้วก็ยังสามารถโปรยเสน่ห์ให้นางเอกพลอยเคลิบเคลิ้มได้...

รอชมค่ะ










 

Create Date : 12 ตุลาคม 2558    
Last Update : 12 ตุลาคม 2558 12:41:46 น.
Counter : 1393 Pageviews.  

~ มนตร์รักโอลิมปิก : 'พรหมลิขิต' หรือจะสู้ 'มาลีลิขิต' โดย "นิบบา" ~





มนตร์รักโอลิมปิก
ผู้เขียน : นิบบา
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ
๓๔๓ หน้า ราคา ๒๖๕ บาท


โปรยปกหลัง :


เขาและเธอเดินสวนกันทุกสี่ปีราวกับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก

ตั้งแต่ชั้นเรียนภาษาฝรั่งเศสทุกเช้าวันเสาร์
งานกีฬาประเพณีเตรียมอุดม - เตรียมทหาร
หน้าร้านหนังสือใจกลางสยามสแควร์ และที่สนามบิน
แม้จะยังไม่เคยพูดกันสักคำ ได้แต่เดินเฉียดไปเฉียดมาทุกๆ สี่ปีอย่างนั้น

แต่คนเชื่อเรื่องพรหมลิขิตและบุพเพสันนิวาสอย่างมาลี มีหรือที่จะไม่มโนไปว่า
ชายหนุ่มสูงหล่อ โหงวเฮ้งดี ที่ชื่อเปรมปรีดา ช.คนนั้น
คือคนที่ฟ้าส่งมาให้เป็นเนื้อคู่ของเธอ

และเมื่อพรหมลิขิตดันดีเลย์อย่างนี้ เธอยังจะมีทางเลือกไหนอีกเล่า
นอกเสียจากลงมือลิขิตความรักครั้งนี้ด้วยตัวเอง

มาดูกันว่า ระหว่าง'พรหมลิขิต'กับ 'มาลีลิขิต' ฝ่ายไหนจะแผลงฤทธิ์มากกว่ากัน






อ๊ายยยยย....น่ารักอ่ะ อ่านไปยิ้มไป อ่านไปจิ้นไป กุ๊กกิ๊กคิกขุซะไม่มี!

น่าจะเข้าข่ายโรแมนติกคอมเมดี้นะคะเล่มนี้
เพราะมีทั้งเรื่องราวความรักฝังใจตั้งแต่สมัยเด็กน้อย...
มีเรื่องราวเมาท์มอยกันระหว่างกลุ่มก๊วนเพื่อนสาว
ที่แน่นอนว่าเรื่องที่เหล่าชะนีคุยกันนั้นย่อมหนีไม่พ้นเรื่องผู้ชาย

มีการจับกลุ่มวางแผนจีบหนุ่ม
ประมาณว่า...ในเมื่อพรหมไม่ยอมลิขิตชีวิตคู่ให้พวกเธอเสียที
และพวกเธอก็ได้พบชายหนุ่มที่ถูกใจแล้วเช่นนี้จะรอช้ากันอยู่ใย...
เธอลิขิตเสียเองไม่ดีกว่าหรือ...

แล้วก็จะมีมุกหนุ่มจีบสาว สาวจีบหนุ่มแบบขำๆ ฮา ๆ บางมุกถึงกับต้องปล่อยพรึด...
แต่ก็เป็นไปแบบน่ารักๆ หรอก ไม่ได้ดูน่าเกลียดเกินงามแต่อย่างใด

นิยายเรื่องนี้น่ารักตั้งแต่ชื่อเรื่องไปเลย...มนตร์รักโอลิมปิก ฟังดูเหมือนจะเป็นเรื่องราวรัก ๆ ใคร่ ๆ
ในแวดวงนักกีฬายังไงยังงั้น แหม...อิงกระแสเชียว!
แต่เปล่าเลยค่ะ เรื่องนี้หาได้เกี่ยวข้องกับวงการกีฬาแม้แต่น้อย
พระเอก นางเอก ตัวละครประกอบทั้งหลายไม่มีใครเป็นนักกีฬาโอลิมปิกซักกะคน
แต่ที่ได้ชื่อเช่นนี้เป็นเพราะการพบกันแบบเดินเฉียดกันไปมาสี่ปีครั้งของคู่พระ-นาง
ที่ต่างคนต่างปิ๊งกัน และจำกันได้ แต่ต่างคนต่างฟอร์มจัดนั่นแหละ
ก็เลยไม่ได้รู้จักกันอย่างเป็นทางการเสียที...


ความน่ารักถัดมาก็เห็นจะเป็นชื่อตัวละครเอกอ่ะ...
นางเอกชื่อมาลี...ในยุคนี้สมัยนี้ ใครตั้งชื่อลูกสาวว่า'มาลี'
ถือว่าต้องทวนกระแสสังคมอย่างแรง เพราะมันฟังดูเชย...ดูเอ้าท์
แต่พอชื่อมาลีมาเป็นชื่อนางเอกเรื่องนี้กลับฟังดูเก๋ ดูเท่ ดูดีมีคลาสมีชาติตระกูลเชียว
บวกกับบุคลิก ลักษณะนิสัยที่น่ารักมุ้งมิ้ง เปรี้ยวนิด ๆ แต่ไม่ถึงกับจี๊ดจ๊าดจนเข็ดฟัน
ซ่าหน่อย ๆ แต่ก็ไม่ถึงกับก๋ากั่นจนเกินงาม
แถมแอ๊บฟอร์มจัดแบบเนียน ๆ ได้อีก น่ารักอ่ะ ชอบนางเอกแบบเนี๊ยะ ดูเรียลดี

พระเอกชื่อเปรมปรีดา หรือที่นางเอกกับผองเพื่อนเรียกสั้น ๆ ว่าพี่เปรม...
(และยังมีโค้ดลับที่หนูมาลีใช้เรียกเวลาพร่ำเพ้อถึงผ่านหน้าสเตตัสเฟสบุ้กว่า #พป)
นายตำรวจหนุ่มใจซื่อมือสะอาด ที่อาจจะนอยด์นิด ๆ เมื่อมีข่าวเสีย ๆ หาย ๆ ของเพื่อนร่วมอาชีพ
และยิ่งต้องนอยด์หนักขึ้นเมื่อริจะมาคบกับมาลี
เพราะพ่อของเจ้าหล่อนแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเกลียดตำรวจเข้าไส้






เรื่องราวดำเนินไปตามเรื่องย่อในโปรยปกหลังนั่นเลยค่ะ...
ซึ่งนอกเหนือจากเรื่องราวความรักฟรุ้งฟริ้งของคู่พระนางแล้ว
ยังมีเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ของผองเพื่อนทั้งฝั่งนางเอกและพระเอก
ที่มีเหตุให้ต้องมาพัวพันกัน กลายเป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้อง
เป็นคนในแวดวงเดียวกันอย่างบังเอิญที่สุด

มีเรื่องรักแบบกล้าๆกลัวๆอย่างคู่ของธนิพัฒน์กับชัญญานุช...
รักซ้อนซ่อนรักแบบดราม่าสะเทือนใจอย่างคู่ของสาวพลอย
(เพื่อนซี้ของนางเอก ที่ไม่ยักกะคู่กับพี่เปรม)กับนายตำรวจรุ่นพี่ที่เป็นเพื่อนซี้ของพระเอก

ทั้งยังมีประเภท...แอบรักเธอยู่ในใจ ไม่กล้าเผยอย่างนายอ้น-อภิชาติ พี่รหัสของมาลี
ทีเฝ้าติดตามดูแลเทคแคร์ ทั้งห่วงทั้งหวง เข้านอกออกในจนสนิทสนม
กับทั้งที่บ้านและกลุ่มเพื่อน ๆ ของเจ้าหล่อน
รวมถึงร่วมรับรู้รับฟังอาการพร่ำเพ้อถึง#พป.มานักต่อนัก
คิดไม่ถึงเลยว่าวันหนึ่ง ทั้งคู่จะได้รู้จักกันจริง ๆ ในชีวิตจริง

ฝั่งพระเอกเองก็มีประเภท...'คนเคยรัก'อย่างอัญญา
อดีตเพื่อนสนิทของน้องสาวซึ่งสนิทสนมกันทั้งครอบครัว
ที่หลังจากเลิกรากับสามี ลูกชายนักการเมือง ก็พาตัวเข้ามาวอแวกับพระเอก
ประมาณว่าอยากให้ลมพัดหวน ท่ามกลางการเชียร์อย่างออกนอกหน้าของแม่ ๆ ทั้งสองฝั่ง
กับความอึดอัดใจของทั้งเปรมปรีดาและน้องสาว

ความที่เป็นม่ายสาวหมาด ๆ ทำให้มีประสบการณ์มากพอ
ที่จะใช้เลห์กลเล็ก ๆ คอยหลอกล่อแบบหยิกแกมหยอกให้มาลีต้องคอยร้อนใจอยู่เรื่อย ๆ
โชคดีที่พี่เปรมมีจิตใจมั่นคงพอและรักมาลีมาก
ปัญหามือที่สามที่สี่จึงทำอะไรความรักของคนทั้งคู่ไม่ได้
เป็นแค่ตัวแปรเล็ก ๆ ท่เพิ่มรสชาติให้กับนิยายอีกต่างหาก

อ้อ...ตอนท้ายมีแอบพาดพิงถึงตัวละครในนิยายเล่มก่อนของผู้เขียนนิดหน่อยด้วย
โฆษณาแฝงแบบเนียน ๆ เลยนะคนเขียน
จริง ๆ แล้วได้ยินชื่อเสียงนักเขียนนามนี้จากนิยายเรื่องนั้นแหละค่ะ
"สุภาพบุรุษกับศิศิรา" คิดอยู่ว่าจะหามาอ่าน แต่พอดีเจอเล่มนี้เสียก่อน...


สรุปเลยแล้วกันว่า...ชอบอ่ะ
เป็นนิยายรักที่ร่วมสมัยมากกกก...สำนวนภาษา ทั้งในส่วนของการเล่าเรื่อง
ทั้งบทสนทนาก็ทันสมัยสุด ๆ
มีทุกมุกทุกแก๊กที่คนหนุ่มคนสาวในยุคโซเชี่ยลเขาใช้ในการปฏิสัมพันธ์กัน
ไม่ว่าจะเป็นยุคไฮไฟว์เมื่อหลายปีก่อน มาถึงสไกป์ ไอจี เฟซบุ้ก ไลน์ ..บลา บลา บลา
ทำให้อ่านได้สนุกสนานเพลิดเพลิน เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัว
ที่เราสามารถสัมผัสได้ พานพบได้ง่าย ๆ ในชีวิตประจำวันนี่เอง
เรียกได้ว่าเป็นนิยายฟีลกู้ดอีกเล่มหนึ่งแหละค่ะ

อ่านจบไปสดๆ ร้อน ๆ เลยหยิบมาเล่าต่อ ชวนกันอ่านค่า









 

Create Date : 14 กันยายน 2558    
Last Update : 14 กันยายน 2558 14:43:04 น.
Counter : 2190 Pageviews.  

~ ลูกไม้ซ่อนลายรัก - -รักแท้ฤาจะแพ้ใกล้ชิด... / มุตตา ~





ลูกไม้ซ่อนลายรัก
ผู้เขียน : มุตตา
ผู้พิมพ์ : สำนักพิมพ์อรุณ
๔๗๕ หน้า ราคา ๓๒๕ บาท


ปกหลัง :


"รชนิศ" เปรียบได้กับผ้าลูกไม้ของฝรั่งเศสที่ทั้งสวยงามนุ่มนวล
แลดูละเมียดละไม และราคาแพงเกินเอื้อม

เธอเติบโตมาอย่างคุณหนูแสนสุข อีกทั้งหน้าที่การงานในฐานะข้าราชการ
ก็ก้าวหน้ารวดเร็ว ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตจึงสมบูรณ์พร้อม
แทบหาข้อบกพร่องไม่พบ

สิ่งเดียวที่เป็นของธรรมดาในชีวิตของรชนิศคือ คนรัก
คนรักของรชนิศเป็นผู้ชายหน้าตาธรรมดา แต่งตัวธรรมดา ฐานะธรรมดา
แต่มีหัวใจที่ยิ่งใหญ่ จึงสามารถเอาชนะใจคุณหนูคนสวยได้

ทว่าเมื่อในวันหนึ่งมีผู้ชายที่ไม่ธรรมดาเดินเข้ามาในชีวิตของรชนิศ
หัวใจที่มั่นคงก็เริ่มสั่นคลอน คนรักของเธอ...ดีแน่แล้วหรือ ...
.เหมาะสมกับเธอ...แน่หรือ หากรชนิศเป็นผ้าลูกไม้ชั้นดีจริง
เธอจะเลือกปักลายดอกรักอันแสนเรียบง่ายลงในผืนผ้าแห่งชีวิต
หรือปักลายอันแสนวิจิตรที่มีแต่จะส่งเสริมคุณค่าในตัวเองให้สูงส่งยิ่งขึ้นไปอีก
และหากเลือกได้ ระหว่างผู้ชายธรมดากับผู้ชายที่ดีเด่นไปเสียทุกด้าน
และทั้งคู่ก็รักเธออย่างไม่มีข้อแม้ เธอควรจะเลือกใคร...






เม้าท์มอยหลังอ่าน...
เป็นนิยายรักสามเส้าที่ไม่ถึงกับเศร้านัก หากก็กระแทกกระเทือนอารมณ์ได้...
ในระดับหนึ่งทีเดียว

เล่าเรื่องเพิ่มเติมจากปกหลังอีกนิดค่ะ
รชนิศ หญิงสาวที่มีชีวิตแสนสมบูรณ์ เพียบพร้อมด้วยรูปสมบัติ คุณสมบัติ
ตลอดถึงชาติตระกูลอันสูงส่ง เธอคบหาดูใจอยู่กับญาณภัทร ชายหนุ่มลูกครึ่งจีน
นักศึกษาทุนรัฐบาลที่มีฐานะและสภาพสังคมรอบตัวแตกต่างจากเธออย่างลิบลับ

ความรักของเธอและเขาคงราบเรียบและราบรื่นไปตลอด...
แม้ว่าจะต้องอยู่ห่างกันคนละทวีป บวกกับอุปสรรคเพียงเล็กน้อยอันเนื่องมาจาก
มารดาของรชนิศไม่ปลื้มคนรักของลูกสาวสักเท่าไหร่ ด้วยเห็นว่าเขาไม่คู่ควร
แต่เธอก็ไม่ได้ขัดขวางแต่อย่างใด ด้วยความรักลูก

แต่เมื่อธารณ์ก้าวเข้ามาในชีวิตของรชนิศ ทุกสิ่งทุกอย่างก็เปลี่ยนไป...!

เมื่อรชนิศได้รับทุนไปอบรมที่เกาหลีพร้อมกับธารณ์เป็นเวลาเกือบสองสัปดาห์
ความใกล้ชิดสนิทสนมก็บังเกิด
รชนิศถือว่าการที่เธอมีคนรักอยู่แล้วเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่จำเป็นต้องป่าวประกาศ
นั่นจึงสร้างความเข้าใจผิดให้กับธารณ์
เขาแสดงออกอย่างเปิดเผยว่าถูกตาต้องใจรชนิศ

จนเมื่อเสร็จสิ้นการอบรม เขาก็ยังตามรุกคืบเธอจนถึงบ้าน...
พาตัวเองมาให้คนในครอบครัวของเธอได้รู้จัก...

ธารณ์ช่างมีคุณสมบัติที่ตรงตามสเป็กลูกเขยในฝันของแม่ที่แต่เดิมก็ไม่ค่อยปลื้มญาณภัทรอยู่แล้ว
ทั้งหน้าที่การงาน ทั้งชาติตระกูล รวมทั้งรสนิยมและไลฟสไตล์
ดูจะสอดคล้องต้องกันกับรชนิศไปเสียทั้งหมด...
จนผู้เป็นแม่แอบลุ้นอยู่ในใจ...

และด้วยไลฟ์สไตล์ที่คล้ายคลึงกันนี่เอง ที่ทำให้รชนิศพลอยหวั่นไหวอยู่ลึก ๆ

คนที่รักกับคนที่ใช่...คนไหนคือคำตอบ






ขอนอกเรื่องหน่อย...
ช่วงนี้ในหน้าห้องสมุดพันทิปมีเพื่อนสมาชิกท่านหนึ่ง
ได้รื้อฟื้นเกมทลายกองดองที่เราเคยเล่น ๆ กันในช่วงสี่ห้าปีก่อน
ตามลิงก์นี้ RRR (Rainy Read Rally) Season 2015 อาทิตย์แรก Round 1 เริ่มต้นเป็นทางการจ้า เป๊ง!!!

หลังจากพิจารณาโจทย์แล้ว...
อ่านนิยายเรื่องนี้จบลงพบว่าเข้ากันได้กับโจทย์ 5 คะแนนอยู่ข้อหนึ่งคือ...
5-6. [พุดน้ำบุศย์] นิยายน้ำเน่าต้นตำรับ

เรียกว่าเป็นนิยายน้ำเน่าก็คงไม่ผิดนักค่ะ
ปมหนึ่งหญิงสองชายยังคงเป็นพล็อตยอดนิยมสำหรับนิยายรักอยู่เสมอ
อยู่ที่ฝีไม้ลายมือในการนำเสนอของคนเขียนแล้วล่ะว่าจะโดดเด่น
ดึงดูดคนอ่านได้มากน้อยแค่ไหน...

สำหรับเล่มนี้คนเขียนเค้าเอาอยู่ค่ะ...
ด้วยการเล่าเรื่องด้วยสำนวนภาษาที่นุ่มนวล ละมุนละไม
สาระเรื่องราวในส่วนของเนื้อหาก็ดูสมเหตุสมผล
เปิดตัวละครได้น่าสนใจ ชวนให้ติดตาม...
เคยอ่านงานของนักเขียนนามนี้มาก่อนเรื่องหนึ่ง (นาฏนฤมิต)
เคยเปรย ๆ ไว้ในตอนนั้นว่าคนเขียนยังสร้างสรรค์ตัวละครได้ไม่เนียนนัก
ตัวประกอบ(ที่ไม่เกียวกับเนื้อเรื่อง)เยอะจัด แถมแต่ละตัวก็มีเรื่องราวประกอบซะเวิ่นเว้อละเอียดลออเชียว
มาถึงเล่มนี้ ดูเหมือนเธอจะพัฒนาขึ้นเยอะมากค่ะ...

ตัวละครเยอะอยู่ แต่แต่ละตัวมีสัดส่วนของบทบาทในนิยายพอเหมาะพอสม
ตัวละครหลัก ๆ มีแค่สามคนตามพล็อตรักสามเส้า...หนึ่งหญิงสองชายอย่างที่บอกตอนต้น
นางเอกเป็นตัวยืนพิ้น เป็นคนดำเนินเรื่อง...
เล่าเรื่องโดยมีการสลับช่วงเวลาให้ผู้อ่านได้ร่วมรับรู้ถึงพัฒนาการความสัมพันธ์
ระหว่างเธอกับคนรักอย่างญาณภัทร...
กับระหว่างเธอกับธารณ์...

มีซีนหวั่นไหวกระเทือนซางบ้าง แต่ไม่มากมายนัก
อาจจะเป็นเพราะตัวละครของเธอต่างก็ดูจะเป็นผู้ใหญ่ที่มีวุฒิภาวะทางอารมณ์เต็มเปี่ยม
แต่ละคนมีเหตุมีผลรองรับการกระทำ การตัดสินใจของตัวเอง
ไม่มีใครดีพร้อม แต่ก็ไม่มีใครเลวบริสุทธิ์...

ไม่บอกนะคะว่า...ในที่สุดเธอเลือกใคร ชวนกันไปหาคำตอบในนิยายก็แล้วกันค่า...
ใบ้ให้นิดนึงว่าผู้เขียนได้เขียนไว้ในหน้าคำนำว่านิยายเรื่องนี้เธอได้แรงบันดาลใจจากคำพูดประโยคหนึ่ง
ของนักแสดงหนุ่มใหญ่ชื่อดังอย่างจอห์นนี่ เด็ปป์ ที่เคยกล่าวไว้ว่า...

"หากคุณรักคนสองคนในเวลาเดียวกัน ให้เลือกคนหลัง
เพราะถ้าคุณรักคนแรกมากพอ คุณจะไม่ตกหลุมรักคนหลังหรอก"


..............

ทั้งในตอนท้าย...ผู้เขียนก็ยังมีการเปิดปลายไว้
ทำให้เราไม่ต้องรู้สึกเศร้า เสียใจไปกับคนที่นางเอกไม่ได้เลือกมากนัก
ด้วยหวังว่า เดี๋ยวเราคงได้ติดตามเรื่องราวของเขา ในฐานะพระเอกตัวจริงในนิยายเรื่องต่อ ๆ ไป

สรุปว่า...อ่านแล้วค่อนข้างชอบนะคะ อ่านได้เพลิน ๆ
แม้จะยังคงเจอคำผิดอยู่อีกประปราย แต่ก็พอหยวน ๆ ทำใจให้ผ่านค่ะ
(จริง ๆ ทำใจไว้แล้วว่าจะต้องเจอคำผิดแน่ ๆ ตั้งแต่เห็นชื่อคนพิสูจน์อักษรในหน้าปกในแล้วล่ะค่ะ แหะ ๆ )









 

Create Date : 04 กันยายน 2558    
Last Update : 4 กันยายน 2558 14:01:54 น.
Counter : 1652 Pageviews.  

~ เกนรี-มายรี :ชะตาชีวิตของเจ้าพลัดถิ่นเมื่อ'สิ้นแสงฉาน' โดย โสภาค สุวรรณ ~





เกนรี-มายรี
ผู้เขียน : โสภาค สุวรรณ
ผู้พิมพ์ : สนพ.บำรุงสาส์น (ตุลาคม ๒๕๑๖)
๔๕๖-๔๐๗ หน้า ราคา (สองเล่มจบ) ๑๗๐ บาท

บางส่วนจากคำนำผู้ประพันธ์ :


"จุดบันดาลใจของเรื่องนี้ ได้มาจากข้อเท็จจริงบางประการที่ผู้เขียนได้ประสบกับสภาพสิ่งแวดล้อม
สิ่งเหล่านันได้แก่บุคคล ตลอดจนเรื่องราว อีกทั้งภูมิประเทศที่เคยพำนักอยู่

ความประทับใจต่าง ๆ ได้ทับทวีขึ้น เมื่อประจักษ์กับตนเองในชีวิตของบุคคลกลุ่มนี้
ได้รับคำบอกเล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ได้พบกับบุคคลสำคัญในเรื่อง
ได้ทราบทุกขเวทนาของผู้ที่สูญเสียแผ่นดินถิ่นกำเนิด
ตลอดจนความผันแปรทางการเมืองอันเป็นเหตุให้พ่อแม่ลูกต้องพลัดพรากจากกัน"






บอกเล่าเรื่องราวหลังอ่านจบ...

แล้วก็หามาอ่านจนได้ กับนิยายเก่าเก็บสุดคลาสสิคเรื่องนี้...
สืบเนื่องมาจากโปรเจ็กต์หนังสือคู่เดทตั้งแต่ช่วงหลายเดือนก่อน
ได้หนังสือจากคู่เดทเป็นนิยายที่เขียนจากชีวิตจริง เรื่อง "สิ้นแสงฉาน" ที่อ่านแล้วปลื้มปริ่มประทับใจมาก
จนบอกกับตัวเองว่าจะต้องหานิยายเรื่องนี้ ที่ได้ยินมาว่าผู้เขียนได้รับแรงบันดาลใจ
มาจากเรื่องราวของเจ้านางสองพี่น้อง ธิดาในเจ้าเหนือหัวองค์สุดท้ายแห่งนครรัฐฉาน
ที่ถูกควบรวมเข้ากับสหภาพพม่าโดยรัฐบาลทหาร...

ก่อนอ่าน...จึงออกจะคาดหวังเรื่องราวอิงประวัติศาสตร์อันเข้มข้น
เรื่องการเมืองอันวุ่นวาย...รวมถึงเรื่องราวดราม่าสะเทือนอารมณ์
จาการต้องพลัดที่นาคาที่อยู่ของตัวละครเอก

.........

พอได้อ่านจริง ๆ ก็ไม่ผิดหวังค่ะ แต่ออกจะผิดคาดนิดหน่อย

เรื่องนี้เป็นนิยายค่ะ(สำหรับผู้ที่เคยอ่าน "สิ้นแสงฉาน" มาก่อน ต้องย้ำกับตัวเองซ้ำ ๆ แบบนี้ จะได้ไม่สับสน)

แม้จะอิงประวัติชีวิตของผู้คนที่มีชีวิตอยู่จริง แต่ก็เป็นการนำมาเพียงเค้าโครงคร่าว ๆ เท่านั้น
ในส่วนที่เป็นเนื้อหานิยาย การดำเนินไปของเรื่องราว ตลอดถึงตัวละครหลากหลายที่โลดแล่นอยู่ในนิยาย
ล้วนแต่เป็นเรื่องที่ผู้ประพันธ์ได้ใช้จินตนาการ รังสรรค์ขึ้นทั้งสิ้น
อารมณ์และความรู้สึกหลังอ่านจบจึงค่อนข้างแตกต่างจากตอนที่อ่าน "สิ้นแสงฉาน"

แต่ก็มีจุดที่เหมือนกันอยู่บ้าง...

นั่นก็คืออารมณ์สะเทือนใจ สลดใจในชะตาชีวิตของผู้ที่เคยมีฐานันดรสูงส่ง
แต่ต้องประสบกับความพลัดพรากสูญเสีย อันเนื่องมาจากเกมการเมือง
และการแย่งชิงอำนาจการปกครอง





ในนิยายเล่มนี้ ผู้เขียนเริ่มจับความตั้งแต่เจ้าเหนือหัวแห่งนครรัฐฉานถูกควบคุมตัว
ทิ้งให้เจ้านางหลวงกับพระธิดาน้อยสององค์ เจ้านางเกนรีผู้พี่ กับเจ้านางมายรีผู้น้อง
(นี่คือจุดหนึ่งที่แตกต่างจากเรื่องจริง จริง ๆ แล้วพระธิดาองค์โตชื่อเจ้านางมายรี
องค์น้องชื่อเจ้านางเกนรี)


เจ้านางหลวงไม่ยอมเดินทางกลับประเทศบ้านเกิด...
(ซึ่งในฉบับนิยายนี้ เจ้านางหลวงเป็นหญิงสาวชาวไทย
ที่ไปพบรักกับเจ้าหลวงในขณะไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ)

เธอเฝ้ารอการกลับมาของสวามีจนล้มป่วย และก่อนจะสิ้นชีวิตก็ได้ขอร้องผู้ที่ยังภักดีต่อเจ้าเหนือหัว
ให้ช่วยพาพระธิดาทั้งสององค์ให้กลับไปอยู่กับญาติที่เมืองไทย

ในช่วงก่อนที่จะได้เดินทางมาเมืองไทยนั้น เจ้านางเกนรีก็มีโอกาสได้พบกับเจ้าวรอินทร์
เจ้าฟ้าเมืองเสียงซึ่งเป็นทั้งพระญาติและพระคู่หมั้นโดยตำแหน่ง
ทั้งคู่ต่างได้แลกเปลี่ยนของสำคัญไว้แทนใจ
เป็นประหนึ่งสัญญาว่าเมื่อเติบโตขึ้นพวกเขาจะกลับมากอบกู้บ้านเมืองด้วยกัน

...............


เจ้านางสองพีน้องได้มาใช้ชีวิตอยู่กับยายที่กรุงเทพ
เจ้านางเกนรีนั้นมีลักษณะสมกับเป็นพระธิดาในเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน
ด้วยเธอมีความถือตัวอยู่ในที และดูมีอำนาจจนผู้คนต่างรู้สึกยำเกรงเมื่อเข้าใกล้
เธอฉลาด เรียนเก่ง และมุ่งมั่นจะเรียนแพทย์เพื่อจะได้กลับไปช่วยผู้คนในบ้านเมืองของเธอ
ส่วนเจ้านางมายรีผู้น้องออกจะหัวอ่อนและชื่นชอบงานบ้านงานเรือน
แต่ชะตาชีวิตช่างรันทดนัก เธอพลัดตกน้ำและเสียชีวิตตั้งแต่อายุยังน้อย
ด้วยความเห็นแก่ตัวของผู้เป็นป้า พี่สาวต่างมารดาของแม่เธอเอง

ขณะที่เจ้านางเกนรีกำลังเรียนแพทย์อยู่ปีที่สาม คุณยาย ญาติเพียงคนเดียวที่มีอยู่
ทั้งเป็นผู้อุปการะส่งเสียเธอก็เสียชีวิตลง...
อาจารย์ของเธอได้แนะนำให้เธอขอทุนจากตระกูล'อนุรักษ์ราชวัลลภ'
เนื่องจากเป็นทุนให้เปล่า เธอไม่จำเป็นต้องอยู่ทำงานใช้ทุนหลังเรียนจบ
เพราะเธอได้ตั้งใจไว้แน่วแน่ว่าเมื่อเรียนจบเธอจะกลับไปที่บ้านเกิดของเธอ

ทำให้เธอได้รู้จักกับเขต อนุรักษ์ราชวัลลภ นักการทูตหนุ่มผู้เป็นเจ้าของทุน...
ชายหนุ่มผู้มีกิริยามารยาทเรียบร้อย สุขุมคัมภีรภาพ มีวัฒนธรรม
ชื่นชอบศิลปะและรักในเสียงดนตรีเช่นเดียวกับเธอ

ในช่วงเวลาเกือบจะพร้อม ๆ กันนั้นเธอก็ได้พบกับเจ้าพี่วรอินทร์ - - พระคู่หมั้นโดยตำแหน่งอีกครั้ง
ด้วยความผูกพัน และคำมั่นสัญญาแต่วัยเยาว์ ทำให้เธอยึดมั่นว่านั่นคือความรัก

ต่อเมื่อภายหลังเธอได้พบว่า...
ยังมีคนที่รู้จักรู้ใจ รู้ความคิดและตัวตนที่แท้จริงของเธอยิ่งไปเสียกว่าคู่หมั้นของเธอ
เธอถึงเพิ่งตระหนักแน่แก่ใจว่า...ความรู้สึกที่เธอมีต่อเจ้าพี่วรอินทร์นั้นหาใช่ความรักฉันหนุ่มสาว

ถึงตอนนี้ เธอจึงต้องเลือก ระหว่างความรักหรืออุดมการณ์
ระหว่างหน้าที่หรือหัวใจ...?






ข้างบนนั่นพยายามที่จะเล่าแบบรวบรัดทีสุดน่ะค่ะ
แต่เรื่องราวในเรื่อง นอกเหนือจากปมดราม่าชะตาชีวิตของเจ้าพลัดถิ่นอย่างเจ้านางทั้งสององค์แล้ว
ยังมีปมมีประเด็นอื่น ๆ ที่น่าสนใจอีกเยอะค่ะ
ผู้เขียนได้สอดแทรกข้อคิดในการดำเนินชีวิตและการเลี้ยงดูบุตรหลานผ่านตัวละครที่เธอได้สร้างขึ้น
อย่างคุณชอุ่มศรี ซึ่งเป็นพี่สาวต่างมารดาของเจ้านางหลวง(จึงนับเนื่องเป็นป้าของเจ้านางทั้งสองนั่นเอง)
กับบุตรสาวของเธอ ดุจเดือน...
ภาพชีวิตของดุจเดือนซึ่งเติบโตไล่เลี่ยกับนางเอกได้สะท้อนให้เราได้เห็นถึง
สภาพสังคม วิถีชีวิตความเป็นอยู่ ตลอดถึงความู้สึกนึกคิด ความรัก ความหวัง
ความต้องการของวัยรุ่นในยุคนั้น ๆ
ที่...แม้จะผ่านยุคสมัยมาแล้วเนิ่นนานหลายทศวรรษ
หากแง่คิดมุมมองเหล่านั้นยังคงสมจริงและเป็นไปได้ตราบปัจจุบัน

หรือจะเป็นมุมของความรักโรแมนติกก็มีเพียงพอให้ชุ่มชื่นหัวใจบ้างในขณะอ่าน
อย่างความรักระหว่างครูซอล่ากับผู้กองหนุ่มที่มีหน้าที่ดูแลตำหนักที่พำนักของเจ้านางทั้งสองระหว่างรอการลี้ภัย
หรือเรื่องราวความรักระหว่างดุจเดือน ญาติผู้พี่ของเจ้านางเกนรีกับนายจอน
คนขับรถในบ้านที่พยายามอัพเกรดตัวเองจนกลายเป็นนักแสดงหนุ่มที่มีชื่อเสียง

แต่ผู้อ่านที่คาดหวังความโรแมนติกที่มากกว่านี้ระหว่างคู่พระ-นางอาจจะผิดหวังค่ะ
ในนิยายพระเอกตัวจริงมีบทบาทค่อนข้างน้อยถึงน้อยมาก
โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับบทของพระคู่หมั้นอย่างเจ้าวรอินทร์

แต่คนที่คุนเคยกับนิยายของนักเขียนท่านนี้อาจจะคุ้นชิน
เพราะนิยายของท่านส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เน้นประเด็นนี้อยู่แล้ว

...............

สรุปเลยแล้วกันค่ะว่าคุ้มค่าที่เสาะแสวงหามาอ่าน แม้หนังสือจะมีสภาพเก่าจนกรอบ
เพราะเป็นฉบับพิมพ์(น่าจะ)ครั้งแรก
สังเกตจากวันที่ที่ผู้เขียนบันทึกไว้ท้ายคำนำ - - ๖ ตุลาคม ๒๕๑๖
นั่นแปลว่าหนังสือ(สอง)เล่มนี้มีอายุมากกว่า ๔๐ ปี...ว๊าว

อ่านจบแล้ว หยิบมาบอกเล่าชวนอ่านกันวันนี้ค่ะ














 

Create Date : 18 สิงหาคม 2558    
Last Update : 18 สิงหาคม 2558 12:32:57 น.
Counter : 5715 Pageviews.  

~ นิยายชุด "Charming Triplets หล่อร้ายยกกำลังสาม" โดย อัญชรีย์ ~





หนึ่งร้อยพันรัก - สลักไว้ในใจเดียว - แรกเกี่ยวดวงใจ
ผู้เขียน : อัญชรีย์
ผู้พิมพ์ : สนพ.แจ่มใส



ขออนุญาตเมาท์มอยหลังอ่านทั้งสามเล่มสามเรื่องรวดเดียวแบบ 3 in 1...
โดยไม่ต้องก๊อปปกหลังมาวางแล้วนะคะ เพราะหนังสือชุดนี้ออกมาสักระยะหนึงแล้ว
มีเพื่อนบล็อกพูดถึงกันเยอะอยู่พอประมาณ...

ได้ชื่อว่าเป็นนิยายชุด เพราะพระเอกของทั้งสามเรื่องเป็นพี่น้องแฝดสาม
ที่หน้าตาเหมือนกันเด๊ะ ๆ เป็นพิมพ์เดียว แต่อุปนิสัยแตกต่างกันแทบจะคนละขั้ว...

หากจริง ๆ แล้ว เนื้อหาในแต่ละเล่มค่อนข้างแตกต่าง และเป็นเอกเทศต่อกัน
สามารถแยกอ่านเดี่ยวเล่มใดเล่มหนึ่งได้
แต่ถ้าใครเป็นแฟนคลับตัวจริงของคุณอัญชรีย์ล่ะก็ ก็น่าจะได้อ่านให้ครบทั้งสามเล่มนะคะ



เริ่มตั้งแต่เรื่องราวของพี่ชายคนโตอย่างนายหนึ่ง-อนัญญะใน
"หนึ่งร้อยพันรัก"





อาจจะด้วยความที่ถูกกำหนดให้เป็นพี่คนโต ทำให้อนัญญะเป็นคนที่ค่อนข้างเข้มงวดจริงจัง
มีความรับผิดชอบ และอยู่ในกรอบระเบียบ น่าเชื่อถือ...
ดังนั้น เมื่อจู่ ๆ ก็มีสาวน้อยหน้าใสบุกเข้ามาทวงสัญญาที่เขาไม่รู้อิโหน่อิเหน่ด้วย
ทำให้เขาเกิดอารมณ์หงุดหงิดขึ้นมาจึงเผลอบริภาษเจ้าหล่อนไปด้วยวาจาเผ็ดร้อน ไร้เยื่อใย

ต่อเมื่อเขาได้มารู้ความจริงจากนายเดียว - อนันยช แฝดคนกลางของเขา
ว่าแท้จริงสาวน้อยคนนั้นคือหนูแนน-สนธิลา เพื่อนข้างบ้านที่เคยตามติดเขาแจในสมัยยังเด็ก
และเธอก็ไม่ใช่เด็กสาวใจแตกอย่างที่เขาประณาม...
หากเธอเป็นว่าที่แพทย์หญิงที่มีอุดมการณ์สูงส่ง ด้วยเธอต้องการไปทำงานใช้ทุนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้
เพียงแต่เธอมีปัญหาเพราะพ่อกับแม่ไม่อนุญาต
เว้นแต่ว่าเธอจะยอมแต่งงานกับคนที่พวกเขาจัดหาให้เสียก่อน
ทำให้เมื่อเธอพบกับอนันยช แล้วเขาอำเธอว่าเขาคือพี่หนึ่ง อนัญญะ
ด้วยท่าทีสนิทสนมเป็นกันเอง เธอจึงเอ่ยปากขอให้เขาช่วยปลอมเป็นแฟนหลอก ๆ ของเธอ
และนายเดียวก็ยอมตกปากรับคำอย่างง่ายดาย...

นั่นจึงเป็นที่มาของการทวงสัญญาที่สร้างความงงงันปนหงุดหงิดให้กับอนัญญะในเบื้องแรก

...............

เล่มนี้อ่านสนุกค่ะ คุณอัญชรีย์ยังคงรักษาคอนเซ็ปต์ "รักกำมะลอ" ของเธอไว้อย่างเหนียวแน่น
มีบทกุ๊กกิ๊กแง่งอนระหว่างพระ-นางให้ได้จิ้นได้ฟินกันกระจาย

แต่จุดดึงดูดที่โดดเด่นในเรื่องนี้ ไม่ได้อยู่ที่จุดนี้เท่านั้น
สำหรับตัวเองแล้วคิดว่าอยู่ที่บรรดาเพื่อน ๆ ร่วมก๊วนของนางเอก
ที่คนอ่านนิยายของนักเขียนนามนี้ย่อมจะคุ้นเคยกันเป็นอันดีอยู่แล้ว
โดยเฉพาะหมอปั๊บ - ปณิธิที่ยังคงอุปนิสัยกวน เกรียนไว้อย่างคงเส้นคงวา

แต่คนที่เคยอ่าน"มารร้ายคู่หมายรัก"มาก่อนอาจจะงงนิดหน่อยกับไทม์ไลน์
เพราะเล่มนั้นออกมาเมื่อราว ๆ สองปีก่อน หมอปั๊บเป็นพระเอกคู่กับน้องกล้วย-กัทลีรัตน์
แต่ในเล่มนี้กลับพาย้อนเวลาไปช่วงที่เขาเพิ่งเรียนจบ
และเริ่มจะทำงานใช้ทุนในโรงพยาบาลในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้พร้อมกับนางเอก

ในเรื่องนี้ ช่วงต้น ๆ หมอปั๊บจึงกลายเป็นตัวแปรสำคัญ
ที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้พระเอกของเราต้องคอยตามง้อนางเอกอย่างรีบด่วน
ก่อนที่เธอจะเห็นผิดเป็นชอบ หันมากิ๊กกั๊กกับหมอปั๊บตามคำยุแหย่ของเพื่อน ๆ ของเธอ

สาระและความน่าสนใจของเรื่องนี้อยู่ที่อุดมการณ์ของนางเอกกับเพื่อน ๆ
ที่เลือกจะไปทำงานใช้ทุนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ในภาวะที่เกิดเหตุการณ์ไม่สงบในพื้นที่อยู่บ่อยครั้ง

จุดที่ชวนหงุดหงิดรำคาญใจในเรื่องนี้น่าจะเป็นตัวประกอบอย่างยายฤทัย เลขาหน้ามึนของนายหนึ่งนั่นแหละ
จุ้นจ้าน ก้าวก่ายเรื่องของเจ้านายจนน่าเกลียด
ส่วนตัวร้ายอย่างดุสิตานั่นก็ไม่ได้ร้ายวีนเหวี่ยงอะไรมากมาย
เป็นแค่คนที่มั่นใจในเสน่ห์ของตัวเองมากเกินไปเท่านั้นเอง...






มาถึงเล่มที่สอง "สลักไว้ในใจเดียว"




เป็นเรื่องราวของนายเดียว อนันยช (ตัวการที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในเล่มแรกนั่นแหละค่ะ)
เรื่องราวจะแตกต่างจากเล่มแรกอย่างค่อนข้างจะสิ้นเชิง

เล่มนี้จะเรียกว่าเป็นงานชุมนุมฝาแฝดก็คงไม่ผิดนัก...
นับตั้งแต่พระเอก - อนันยช เป็นแฝดคนกลางในแฝดสามชาย
ส่วนนางเอกลลนาก็มีพี่สาวฝาแฝด-นลินี ที่เป็นแม่ตัวจริงของลูกพีช-ลูกพลัม
เด็กหญิงแฝดวัยสี่ขวบเศษ ๆ อีกหนึ่งคู่...
และแฝดคู่นี้เองที่กลายเป็นปมสำคัญ ก่อให้เกิดเป็นนิยายรักวุ่น ๆ เรื่องนี้ขึ้นมา

เริ่มตั้งแต่จู่ ๆ ลลนาก็จูงลูกสาวแฝดมาพบกับอนันยช ระบุว่าเด็กหญิงแฝดคู่นี้เป็นลูกสาวของเขา
พร้อมรูปถ่ายที่เป็นหลักฐานสำคัญว่าเธอเคยมีความสัมพันธ์...
หรืออย่างน้อยก็เคยรู้จักมักคุ้นกับเขามาก่อนจริง ๆ
อนันยชมั่นใจว่าเขาไม่ใช่พ่อของคู่แฝดนั้นแน่ ๆ
แต่ความที่เขารู้จักแฝดพี่และน้องของเขาดี
ทำให้เขาค่อนข้างเชื่อว่าคนที่ถ่ายรูปคู่กับหญิงสาวคนนั้น(และอาจจะเป็นพ่อของเด็กแฝด)
น่าจะเป็นอนัญลักษณ์ แฝดคนน้องของเขานั่นเอง
แต่ ณ ตอนนั้น อนัญลักษณ์ยังติดงานอยู่ต่างประเทศ
ไม่อาจมาพิสูจน์ตัวตนหรือแสดงความรับผิดชอบได้
ซ้ำยังต้องปิดเรื่องนี้เป็นความลับ ไม่ให้แฝดคนโตอย่างอนัญญะรู้เรื่อง
เพราะเกรงว่าเขาจะเรียกตัวอนัญลักษณ์กลับมา ทำให้เสียงานเสียการไปอีก

ภาระในการดูแลสามคนแม่ลูกจึงต้องตกเป็นของเขา...
คนที่แสนจะเกลียดเด็กเป็นที่สุดไปโดยปริยาย...

แต่ชะรอยคำกล่าวที่ว่า...เกลียดสิ่งไหน มักได้สิ่งนั้น...คงจะเป็นจริง
แม้เขาจะพยายามกันตัวเองออกห่าง โดยให้ความช่วยเหลือเฉพาะด้านการเงินและที่อยู่อาศัย
แต่ทำไปทำมาเรื่องราวมันกลับพัวพันซับซ้อน เข้าตัวมากไปกว่านั้น

ด้วยเหตุหลายประการ...
ตั้งแต่อนัญญะเกิดรู้เรื่องขึ้นมาอย่างบังเอิญ เลยบังคับให้เขาพาสามคนแม่ลูกเข้ามาอยู่ในบ้านเดียวกันกับเขา...
ฤทัยเกิดชอบลลนาจนคิดอยากได้เป็นน้องสะใภ้ ยุยงให้น้องชาย(ที่เธอเกรงว่าจะเบี่ยงเบนทางเพศ)ตามจีบ...
ลลนาเองก็ช่างเป็นคนหัวอ่อน ว่าง่าย ซื่อใสเกินกว่าจะเป็นเด็กใจแตกที่มีลูกตั้งแต่อายุสิบเจ็ด...
............
ฯลฯ

ทังหมดทั้งมวลนั่นออกจะสั่นคลอนความรู้สึกของอนันยชไม่เบา
แต่เขาไม่อาจจะคิดเกินเลยกับเจ้าหล่อนได้โดยเด็ดขาด...
ก็หล่อนเป็น"อดีต"คู่ขาของน้องชายเขา ต่อให้เป็นหนุ่มหัวสมัยใหม่ขนาดไหน
เขาก็ไม่อาจยอมรับความจริงข้อนี้ได้


เล่มนี้ออกแนวพาฝันที่สุดในชุดค่ะ...
พระเอกหล่อ เริ่ด รวย แถมเจ้าเล่ห์แสนกวนซะ
ส่วนนางเอกก็เป็นสาวซื่อ ๆ หัวอ่อน แต่ต้องปิดบังตัวตน
ไว้ภายใต้ภาพลักษณ์ของซิงเกิ้ลมัม อดีตเด็กใจแตกทีเคยพลาดจนมีลูกตั้งแต่อายุไม่ถึงยี่สิบ

ตัวละครโดดเด่นในเรื่องนี้ก็ต้องเป็นสาวน้อยคู่แฝด ลูกพีชกับลูกพลัมแหละค่ะ
ส่วนตัวชอบอ่านนิยายที่มีตัวละครเด็ก ๆ อยู่แล้ว เล่มนี้ก็น่าจะถือว่าเข้าทางที่สุดค่ะ

แต่แปลกใจกับยายฤทัย เลขาคุณหนึ่งจากเล่มก่อน มามีบทบาทไม่น้อยในเล่มนี้
ในฐานะที่สมรู้ร่วมคิดกับอนันยชปกปิดเรื่องของลลนามาแต่ต้น...
ซ้ำยังติดอกติดใจแม่ลูกสองอย่างลลนาจนอยากได้เป็นน้องสะใภ้
ที่แปลกใจก็คือ จากเล่มก่อน เจ้าหล่อนตั้งป้อมรังเกียจรังงอนสาวน้อยหน้าใสอย่างหมอแนนเป็นนักเป็นหนา
ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็ไม่ได้เป็นญาติโกโหติกาอะไรกับคุณหนึ่ง แต่กลับทำท่ากีดกันจนน่าเกลียด

แต่มาตอนนี้ ลลนาในวัยใกล้เคียงกับหมอแนน จูงลูกแฝดหนึ่งคู่มาทวงสิทธิ์ค่าเลี้ยงดูจากพระเอก
ทั้ง ๆ ที่ยังไม่แน่ใจว่าเขาเป็นพ่อของเด็กแฝดนั่นหรือเปล่า
คะเนจากอายุของแม่และเด็ก แปลว่าลลนาต้องมีลูกตั้งแต่อายุสิบเจ็ด สิบแปด
สภาพการณ์น่ารังเกียจกว่าตอนที่หมอแนนมาทวงสัญญาความเป็นแฟนจากคุณหนึ่งเสียอีก
ยายฤทัยคนเดิมนี่แหละ กลับเอื้อเอ็นดู รักใคร่ชื่นชม ปนสงสารพร้อม
ไม่รังเกียจแม้สักนิดที่จะรับมาเป็นน้องสะใภ้ ...
ทำไมเปลี่ยนทัศนคติได้เร็วนักนะ






มาถึงเล่มที่สาม..."แรกเกี่ยวดวงใจ"




เรื่องราวของอนัญลักษณ์...แฝดคนสุดท้อง
(ผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่งว่าเป็นพ่อของเเด็กหญิงคู่แฝดจากเรื่องก่อนหน้า)
ชายหนุ่มผู้เย็นชา หวงแหนความเป็นโสดตัวพ่อ แต่เขากลับมีฟีโรโมนแรงกล้า
ดึงดูดสาวๆ ให้อยากจะโถมตัวเข้าหามากมาย...
รวมถึงนางเอกของเราอย่างหทัยภัทร เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อที่แอบหลงรักอนัญลักษณ์มาเนิ่นนาน

ขอสารภาพว่าเกือบอ่านเล่มนี้ไม่จบแน่ะค่ะ...มันเวิ่นเว้อ ยืดยาดที่สุด(คหสต.ล้วน ๆ น๊า)
เรื่องทั้งเรื่องตอกย้ำซ้ำซากอยู่แต่ทำยังไงพระเอกจะยอมรับ(ว่า)รัก ยอมกินนางเอกเสียที

แถมสถานการณ์ที่สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นเหตุเป็นผลให้ทั้งคู่ต้องมาอยู่บ้านเดียวกัน
ใกล้ชิดกันก็โหดซะ...
ประมาณว่า...จู่ ๆ บ้านนางเอกก็เกิดเหตุฆาตกรรมหมู่
มีคนตายไม่ใช่แค่หนึ่งหรือสองศพ แต่ตายเกลื่อนถึงสี่ศพ!
แล้วนางเอกก็ให้ต้องรักบ้านนี้เป็นนักเป็นหนา ไม่ยอมย้าย ไม่ยอมขาย
ยังไงก็ต้องอยู่ในบ้านสี่ศพนี้ให้ได้ ร้อนถึงพระเอกต้องมาอยู่เป็นเพื่อนไง
ถึงได้บอก ว่าคนเขียนช่างสร้างสถานการณ์ได้โหดเหลือใจ

จุดหนึ่งที่ทำให้อ่านเรื่องนี้ได้จบทั้ง ๆ ที่รู้สึกค่อนข้างฝืดและฝืนกับเนื้อเรื่อง
ก็คือเรื่องนี้ดำเนินเรื่องโดยนางเอก...ผ่านสรรพนาม"ฉัน"
ซึ่งเป็นแนวที่ส่วนตัวชื่นชอบ...แม้ว่า(เฉพาะเล่มนี้)จะไม่ค่อยอินกับนางเอกสักเท่าไหร่ก็ตาม

ตัวละครเด่น ๆ ในเรื่องนี้น่าจะเป็นยายเจ๊เดซี่
เพื่อนสนิทนางเอกที่คอยจิกกัดแกมยุยงส่งเสริมให้นางเอกอ่อยพระเอกอยู่นั่นแล้ว

กับแม่บ้านหน้าตาย(แต่ฉลาดล้ำลึกมาก)อย่างใบตอง ที่ตามอนัญลักษณ์
มาอยู่เป็นเพื่อนหทัยภัทร เพราะเจ้าหล่อนไม่กลัวผีกับเพื่อกันข้อครหานั่นเอง






สรุปนะคะ...อ่านจบแล้วทั้งสามเล่มสามเรื่อง ชอบตามลำดับมาเลยค่ะ
เล่มแรกดูสมเหตุสมผล ความที่นางเอกเป็นหมอ และทำงานในพื้นที่อันตราย
ก็จะมีเรื่องราว บรรยากาศของการทำงานให้ได้ติดตาม คอยเอาใจช่วย
ในเรื่องของความรักก็กุ๊กกิ๊กๆ มีการตามง้องอน ตามหึงหวงกันให้ได้จิ้นได้ฟินกันกระจาย


เรื่องที่สองก็มาอันดับสองแล้วกัน แม้จะชอบนิยายที่มีตัวละครเด็ก ๆ เป็นตัวชูโรง
แต่ที่ให้คะแนนเรื่องนี้น้อยกว่าเล่มแรกก็อาจจะเป็นด้วยมันออกแนวดราม่าพาฝันไปนี๊ดนึง
แล้วก็ฝาแฝดมันเยอะเกินเหตุเกินผลไปนิดนึงอะ

เล่มสุดท้ายก็อย่างที่บอก เรื่องทั้งเรื่องมีแต่อาการเวิ่นเว้อเพ้อพล่ามของนางเอก
ที่หลงรักพระเอก ทีส่วนตัวมองไม่เห็นเสน่ห์ดึงดูดซักกะนิด
แถมแสดงออกถึงความหื่น...อย่างเปิดเผยและออกนอกหน้ามาก

ไม่รู้สิ มันไม่อินอะ
(แต่ก็อ่านจนจบนะ แปลว่าเขาก็คงมีดีของเขาแหละ แหะ ๆ )










 

Create Date : 30 กรกฎาคม 2558    
Last Update : 30 กรกฎาคม 2558 13:54:40 น.
Counter : 2311 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  

แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 179 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs

~ อ้อมฟ้าโอบดิน/"คีรี" เขียน ~

~ บทเพลงโศกแห่งคาเฟ่แสนเศร้า(The Ballad of The Sad Café)/Carson McCullers:เขียน/จุฑามาศ แอนเนียน : แปล ~

~ ทัณฑ์ลวงรัก/"FoxxTrot" เขียน ~

~ ดับแดนดารา/"อสิตา" เขียน ~

~ เทียบท้าปฐพี 1-3/ชิงหลิงเยวี่ย : เขียน/ กระบี่หลงทิศ : แปล ~

~ My Grandmother Asked Me to Tell You She’s Sorry(ยายฝากบอกว่าขอโทษ)/Fredrik Backman:เขียน/ปราชญ์ อัสนี : แปล ~

~Beautiful Girl/นางสาวฉ่ำทุกข์กับนายความสุข/นิรวาณ/เขียน ~

~หยดน้ำหวานในหยาดน้ำตา/อุรุดา โควินท์/เขียน ~

~บันไดหยกงาม 1-3/ชิงเซียง/เขียน พริกหอม/แปล ~


สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.