'หัวใจ๋ข้า หัวใจ๋เจ้า ห้อยอยู่เก๊าเดียวกั๋น' *
*คลิกเพื่ออ่านคำแปลเจ้า :)

~ หัวใจไร้พิกัด : เรื่องความรักไม่เกี่ยวกับตราชั่ง โดย 'วินนา' ~





หัวใจไร้พิกัด
ผู้เขียน : วินนา
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ
264 หน้า ราคา 245 บาท


โปรยปก



- - เรื่องหัวใจไม่เกี่ยวกับน้ำหนัก...
เรื่องความรักไม่เกี่ยวกับตราชั่ง - -

'กุนที' สาวอวบระยะสุดท้าย เธอมีงานที่ดี เจ้านายที่แสนประเสริฐ
ฐานะทางบ้านนั้นก็ไม่มีปัญหา ส่วนแฟนก็แสนจะหล่อเหลา...

ทว่าชีวิตแสนดีกลับต้องเปลี่ยนไป
เมื่อแฟนของเธอนอกใจไปมีแฟนใหม่ที่หุ่นดี เซ็กซี่ เร้าใจเสียได้

ด้วยความแค้นใจ! กุนทีจึงตัดสินใจลดน้ำหนัก...
ด้วยการอดอาหารแล้วออกกำลังกายอย่างหักโหม

แล้วโชคชะตาชักนำให้เธอไปพบ ‘นายหมีควาย’ ปากร้าย
เธอรู้สึก หมั่นไส้เขาเหลือเกิน ทว่าเขากลับเป็นคนช่วยเหลือเธออยู่ตลอด

เธอได้พบเขาอีกครั้งในรูปแบบหนุ่มหุ่นดี แม้จะยังตัวใหญ่เป็นหมี ก็ดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เขาไม่ได้หล่อดึงดูดใจเธอ...แต่วิธีที่เขาลดน้ำหนักนั่นต่างหากที่ดึงดูดใจ
แบบนี้แล้ว เธอจะยอมแพ้ได้อย่างไรกัน!






คุยกันหลังอ่าน
เป็นนิยายรักร่วมสมัยที่อ่านได้เพลิน ๆ ค่ะเรื่องนี้

มีพล็อตที่ค่อนข้างแหวกกระแสนิด ๆ...
นางเอกเป็นสาววัยทำงานที่ออกจะเอนจอยอีทติ้งอยู่สักหน่อย
จนทำให้มีรูปร่างอวบอ้วนเป็นพิเศษ
ส่วนพระเอกก็เป็นหนุ่มบิ๊กไซ้ส์จนนางเอกแอบเรียกแบบค่อนขอดว่า‘นายหมีควาย’

แต่การดำเนินเรื่องก็ไม่วายอิงแบบฉบับนิยายน้ำเน่า
ตรงที่ให้ทั้งคู่พบกันในสถานการณ์อันไม่พึงประสงค์นัก
ทำให้เกิดการเหม็นหน้ากันตั้งแต่แรกพบ...

เรื่องย่อ ๆ ก็ประมาณปกหลังนั่นเลยค่ะ
เริ่มเรื่อง ทั้งคู่ต่างก็มีคนรักที่คบหาดูใจกันอยู่
แต่ด้วยชะตาฟ้าลิขิต พวกเขาจึงต่างก็'ถูกทิ้ง'ด้วยเหตุผลที่ต่างกัน

เมื่อมาพบกันอีกครั้ง นายหมีควายกลายเป็นหนุ่มหุ่นดี...
(หลังจากอกหักจากเจ้าของร้านอาหาร และหมอสั่งห้ามของหวานทุกชนิดเนื่องจากโรคเบาหวาน ...)
ทำให้กุนทีออกจะทึ่ง ว่าเขาสามารถลดหุ่น ลดน้ำหนักได้ยังไงในระยะเวลาอันสั้น
จำเธอจะต้องยอมลดละทิฐิ โอนอ่อนเข้าหาเขาเพื่อขอสูตรเด็ดกลเม็ดเคล็ดลับที่ทำให้รูปร่างดี






ส่วนตัวคิดว่าก็อ่านได้เรื่อย ๆ น่ารักดีค่ะ
เหมือนคนเขียนจะพยายามทำให้เรื่องราวดูแปลกและแตกต่าง
เอาใจบรรดาหนุ่มสาวยุคใหม่ไซ้ส์ XXL ทั้งหลาย

สำนวนภาษาก็ค่อนข้างจะโอเคเลยค่ะ อ่านลื่นไหลไม่มีสะดุด

แต่ แต่...จะเสียดายอยู่นิด ๆ ก็ตรงที่ผู้เขียนเขาไม่ได้โฟกัส
เฉพาะประเด็นหลักที่ตัวเองต้องการนำเสนอสักเท่าไหร่
หากกลับกระจายเรื่องราวไปทั่ว ๆ แถมใส่รายละเอียดลงในประเด็นยิบย่อยแทบทุกเรื่อง
ไม่ว่าจะเรื่องของเจ้านาย กับเพื่อนร่วมงานของกุนที...
เรื่องของพี่ชายกับลลนา - เด็กใจแตกที่จู่ ๆ ก็โผล่เข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านด้วย
เรื่องของยายบัว สาวสวยประจำซอยที่ใคร ๆ ก็หลงใหล
เรื่องของแฟนเก่าพระเอก...เรื่องดราม่าของเพื่อนนางเอก
บลา บลา บลา...

เรื่องราวที่แทรกมามันเยอะและยุ่งขิง ทำให้ธีมหลัก(ตามชื่อเรื่อง)ไม่โดดเด่นเท่าที่ควร
และบทบาทของคู่พระ-นางก็เลยถูกกลืนไปในเรื่องราวของคนรอบข้างอย่างน่าเสียดาย

เคยอ่านผลงานของนักเขียนนามนี้มาสองเรื่องค่ะ ก็ชื่นชอบและติดตามอยู่
จุดเด่นประการหนึ่งในงานเขียนของเธอคือเรื่องของการเสริมสร้าง
ความสัมพันธ์อันอบอุ่นในครอบครัวค่ะ...
และในเรื่องนี้เธอก็ยังคงคอนเซ็ปต์เดิมของเธอไว้ได้ไม่ผิดเพี้ยน

นับเป็นนิยายแนวฟีลกู้ดอีกเรื่องที่อ่านแล้วสบายใจและรู้สึกดี
จนอยากจะแนะนำ ชักชวนให้คนอื่นได้อ่านตามค่ะ









 

Create Date : 29 ตุลาคม 2558    
Last Update : 29 ตุลาคม 2558 15:45:52 น.
Counter : 1213 Pageviews.  

~รู้บ้างไหมว่าหัวใจมีรัก...กว่าจะรู้ตัว หัวใจก็ตกหลุมรักเสียแล้ว โดย 'เมเปิ้ลสีขาว' ~





รู้บ้างไหมว่าหัวใจมีรัก
ผู้เขียน : เมเปิ้ลสีขาว
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ (ก.ค. ๒๕๕๘)
๒๘๔ หน้า ราคา ๒๓๕ บาท


โปรยปกหลัง :


'มะลิ' สไตล์ลิสต์สาวสุดซึนแห่งทริปเปิลเอฟกัมปานี
ต้องเผชิญหน้ากับความซวยแบบสุดๆ
เมื่อพี่ชายแท้ๆ ทิ้งหนี้ร่วมสองล้านบาทไว้ให้แล้วชิ่งหนี!

แต่เคราะห์ร้ายของมะลิยังไม่หมดเพียงเท่านี้
เมื่อเธอต้องตกกระไดพลอยโจนรับหน้าที่เป็นผู้จัดการดาราจำเป็น
ให้กับ 'เอเชีย' พระเอกหนุ่มฮอตแห่งยุค
และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้น ที่ทำให้เธอต้องเจอกับเรื่องปวดหัวไม่หยุด
จนต้องหนีเตลิดไปหลบนักข่าวถึง ‘ไร่กานดาหวานใจ’ กับเขาสองต่อสอง

ทว่าท่ามกลางข่าวร้ายชุลมุน การได้ใกล้ชิดกับดาราหนุ่มก็ทำให้มะลิพบว่า
แม้เอเชียจะเรื่องมาก ปากร้าย และเอาแต่ใจสุดๆ
แต่เขาก็มีมุมอ่อนโยนที่ทำให้เธอเผลอใจบ่อยๆ

แต่กว่าจะรู้ตัว... มะลิก็กู่หัวใจตัวเองไม่กลับเสียแล้ว






เม้าท์มอยหลังอ่าน...
ผู้เขียนบอกไว้ในหน้าคำนำว่านิยายเรื่องนี้เป็นโรแมนติก-คอมเมดี้
แต่ส่วนตัวอ่านแล้วไม่ค่อยรู้สึกถึงความเป็นคอมเมดี้สักเท่าไหร่...
(จะว่าไปก็อาจจะพอมีอยู่บ้างในฝั่งของตัวร้าย ตัวอิจฉา...แหะ ๆ )
และยิ่งห่างไกลกับคำว่าโรแมนติกอยู่หลายขุม...

มันน่าจะเรียกว่านิยายชีวิตเสียมากกว่า...ไม่ใช่ชีวิตธรรมดาด้วยนะ
หากแต่เป็นชีวิตเส็งเคร็ง ตามทีนางเอกเธอเปรียบเปรยชีวิตของเธอไว้นั่นแหละ
แกมด้วยความชุลมุนวุ่นวายจนแทบจะหาความหวานหวามไม่เจอ

นางเอกชื่อ - นามสกุลไท้ยไทยว่านางสาวมะลิ พุดซ้อน
เธอทำงานเป็นสไตล์ลิสต์(ระดับปลายแถว)ของบริษัทผลิตสื่อบันเทิงแห่งหนึ่ง
ที่มีเอเชีย พระเอกสุดฮ็อตแห่งยุคเป็นดาราในสังกัด...

แม้จะอยู่ในบริษัทเดียวกัน ที่อาจจะมีโอกาสเป็นไปได้ที่ทังคู่จะเดินสวนกันบ้างในตึก
แต่ดูจากสายงาน และระดับความสำคัญแล้วพวกเขาไม่น่าจะโคจรมาเกี่ยวข้องพัวพันกันได้

เพราะถึงแม้เอเชียจะเป็นดารายอดนิยมที่อัธยาศัยดี มีมารยาท
แต่เบื้องหลังแล้ว เขาเป็นชายหนุ่มที่มั่นใจในตัวเองและเอาแต่ใจพอตัว
แถมโลกส่วนตัวสูงอีกต่างหาก...
เขาเข้าวงการมาห้าปี แต่เปลี่ยนผู้จัดการส่วนตัวไปถึงแปดคน

ทางฝั่งมะลิเอง เธอก็กำลังมีปัญหาหนี้สินรุมเร้า หนี้สินที่เธอไม่ได้ก่อ แต่ต้องรับผิดชอบ
ทำให้เธอหมกมุ่นอยู่แต่กับปัญหาของตัวเองจนแทบไม่มีเวลาไปสนใจใคร

แต่จู่ ๆ โชคชะตาก็เล่นตลกกับเธอ เมื่อเอเชียเกิดมีปัญหา
กับผู้จัดการส่วนตัวของเขาอย่างพี่ต้อม - - หนุ่มใหญ่ใจหญิง จนต้องมีการยกเลิกสัญญา
แล้วก็มีแอนนี่ บอสสายตรงของมะลิที่หลงใหลได้ปลื้มในตัวเอเชีย จ้องจะตะครุบตำแหน่งนี้
ทำให้เอเชียต้องใช้เล่ห์กลบางอย่าง จับมือมะลิให้เซ็นสัญญาเป็นผู้จัดการส่วนตัวของเขา
ในขณะที่เธอกำลังอยู่ในสภาวะสลึมสลือ กึ่งมึนเมา...

และนับแต่นั้นเป็นต้นมา ชีวิตของมะลิก็เปลี่ยนไป...
เธอกลายเป็นที่จับจ้องของสื่อ รวมถึงบรรดาแฟนคลับของพระเอกหนุ่ม
ประวัติชีวิตส่วนตัวของเธอถูกขุดคุ้ยกระจุยกระจาย...
ถูกตามล่า ตามไล่ และถูกแอนตี้ บลา บลา บลา...






พล็อตออกจะพื้น ๆ ง่าย ๆ เดาเรื่องราวได้ไม่ยาก
ด้วยเป็นเรื่องที่วนเวียนอยู่ในแวดวงบันเทิงที่เข้าถึงง่ายที่สุดในยุคโซเชียลเช่นนี้...

แต่คนอ่านก็อ่านได้สนุก เพลิน ๆ เพราะชอบวิธีการเล่าเรื่องกับสำนวนภาษาของคนเขียนค่ะ

เธอนำเสนอตัวละครออกมาทีละตัว ๆ
ให้ผู้อ่านได้ทำความรู้จักพวกเขาผ่านกระแสความรู้สึกนึกคิดของแต่ละคน
ผ่านการบ่นพร่ำรำพึงรำพันบ้าง ผ่านการประชดประเทียดเสียดสีบ้าง...
แล้วก็กระจายบทบาทให้ตัวละครหลักแทบทุกตัวอย่างสมสัดสมส่วน
ทำให้ตัวละครของเธอดูมีตัวมีตน น่าสนใจทุกตัว ไม่ว่าจะตัวร้ายตัวดี

สรุปว่าอ่านได้สนุกดีค่ะ
เสียดายก็แต่...อย่างที่เกริ่นไว้ตอนต้น ...
มีแต่เรื่องชุลมุนวุ่นวายเสียจนแทบจะหาบทรักหวาน ๆ ระหว่างคู่พระ-นางไม่เจอ
แม้จะมีฉากที่ให้พวกเขาได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง ในบรรยากาศที่เป็นใจ
แต่ก็เป็นไปด้วยอาการอึน ๆ ซึน ๆ ต่างคนต่างคิด แล้วหลงวนอยู่ในความคิดตัวเอง
กว่าจะรู้ตัวอีกที อ้าว...รักกันแล้ว (ตอนไหนอ่า...?)

แหม แต่เค้ามีแอบฟินบทพระเอกขี้หึงอยู่นา อิอิ

อ้อ ชอบมุกหักมุมตอนท้ายนะคะ...เล่าไม่ได้อ่ะ เดี๋ยวสปอยล์
แต่น่าจะเป็นมุกนี้กระมังที่ทำให้คนเขียนเค้าเรียกนิยายของเขาว่าเป็นโรแมนติก-คอมเมดี้
เพราะตอนอ่านเจอจุดนี้เรามีแอบอมยิ้มน้อย ๆ ด้วยแหละ

อ่านจบแล้ว หยิบมาบอกเล่าชวนอ่านกันวันนี้ค่า








 

Create Date : 28 ตุลาคม 2558    
Last Update : 28 ตุลาคม 2558 15:46:31 น.
Counter : 1027 Pageviews.  

~กุสาวดี...แผ่นดินนี้ยังมีรัก : นิยายรางวัลชมเชยจากคณะกรรมการพัฒนาหนังสือแห่งชาติปี ๒๕๕๓/"เรซิ่น" ~





กุสาวดี...แผ่นดินนี้ยังมีรัก
ผู้เขียน : เรซิน
ผู้พิมพ์ : สนพ.ไฟน์บุ้ค
๔๓๗ หน้า ราคา ๒๗๐ บาท


โปรยปก :


เสียยศ สิ้นวงศ์
คงเหลือเพียงลมหายใจและคำปฏิญาณ
หนึ่งชีวิตอุทิศเพื่อแผ่นดิน
หากหนึ่งหัวใจ มอบไว้แด่ 'เธอ'

ท่ามกลางความขัดแย้ง ความแตกต่างทางอุดมการณ์ความคิด
และการแก่งแย่งชิงอำนาจ ความรัก...จะก่อเกิดได้หรือ ?
.............
หนึ่งนายทหาร ผู้ถูกตราหน้าว่ารับใช้ทรราช
หนึ่งหญิงสาว ธิดาคนเดียวของแกนนำกลุ่มต่อต้านเผด็จการ
บนหนทางที่เป็นเหมือนเส้นขนาน
ความรักของคนทั้งคู่เกิดขึ้นและดำเนินไป
หากแต่มันจะลงเอยเช่นไร...

สุขชื่นสมหวัง ฤ ร้าวรานแทบขาดใจ






เรื่องย่อ ๆ (จากหน้าคำนำ สนพ.) :

ในวันวานกุสาวดีคือแผ่นดินเล็กๆ ที่สุขสงบท่ามกลางขุนเขาและไอหมอก
หากในวันนี้ กุสาวดีมีเพียงความขัดแย้งทางการเมืองและไฟสงคราม
รัฐบาลแบ่งพรรคแบ่งพวก ประชาชนแบ่งฝักแบ่งฝ่าย...
เมื่อผู้นำประเทศคือทราช ประชาราษฎร์จะพึ่งใคร...

คินเว นายทหารหนุ่มผู้มีประวัติลึกลับ คนที่เธอตราหน้าว่าป็นผู้รับใช้คนโกงชาติ

อราสา หญิงสาวผู้มีบิดาเป็นแกนนำกลุ่มต่อต้านเผด็จการ

ความรักของทั้งคู่เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้ง
ความแตกต่างทางอุดมการณ์ความคิด และการแก่งแย่งชิงอำนาจ
รวมถึง...ความหวังที่จะทำให้กุสาวดีกลับมาเป็นแผ่นดินที่อบอวลไปด้วยไอรักอีกครั้งหนึ่ง






เรื่องย่อของสนพ.จะค่อนข้างสั้นและกระชับไปหน่อยไหม...
เล่าเรื่องเพิ่มเติมอีกหน่อยละกันค่า

กุสาวดีเป็นประเทศเล็ก ๆ ที่ปกครองโดยระบอบกษัตริย์มายาวนานนับร้อยๆปี
และแล้ววันหนึ่ง แผ่นดินอันเคยสุขสงบนี้ก็ถึงกาลล่มสลายเมื่อมีกลุ่มคนรุ่นใหม่
นำโดยพลเอกเส่งบาเข้ายึดอำนาจการปกครอง
เจ้าฟ้าหลวงนอรธาและองค์รัชทายาทเจ้าน้อยนเรนธาแห่งราชวงศ์กุสินธาถูกปลงพระชนม์
แม้ผู้ก่อการปฏิวัติจะจัดให้มีการเลือกตั้ง และมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งหลังจากนั้น
แต่รัฐบาลชุดนั้นก็มีอายุสั้นเพียงแค่สองปี ...เมื่อถูกเผด็จการทหารเข้ายึดอำนาจอีกครั้ง

กุสาวดีเข้าสู่ยุคมืด ภายใต้เงื้อมมือของนายพลเส่งบา...เป็นเวลาร่วมยี่สิบปี
ประชาชนมีความเป็นอยู่อย่างแร้นแค้น ถูกเอารัดเอาเปรียบและกดขี่ข่มเหง...
ทำให้เกิดกลุ่มต่อต้านเผด็จการกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยมากมายหลายกลุ่ม
หนึ่งในนั้นก็คือกลุ่มเมฆขาวแห่งเมืองตองจีที่มีท่านบาญาณ บิดาของอราสาเป็นผู้นำ
ซึ่งเป็นกลุ่มที่ดูเหมือนจะเข้มแข็งที่สุด...และนับวันจะมีผู้ติดตามมากขึ้น
ทำให้นายพลเส่งบาต้องมอบหมายให้คินเว ผู้บัญชาการหน่วยรบทมิฬ
ที่เคยสร้างผลงานในการปราบปรามชนเผ่าที่แข็งข้อมานักต่อนัก
กลับมาจากชายแดนเพื่อสยบคนกลุ่มนี้...

ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับอินเซน ชายหนุ่มคนใกล้ชิดท่านบาญาณที่แอบหลงรักอราสามาเนิ่นนาน
เขาวางแผนลอบสังหารคินเว แต่ถูกจับได้ และเมื่อบาญาณตามไปช่วยอินเซน
เขาก็ถุกจับเป็นตัวประกันอีกคน โดยคินเวยื่นข้อเสนอให้อราสาต้องแต่งงานกับเขา
เพื่อแลกกับอิสรภาพของพ่อและเพื่อนสนิท

การแต่งงานภายใต้เงื่อนไขต่อรองเช่นนี้จะก่อให้เกิดเป็นความรักได้หรือไม่? และอย่างไร?
ต้องตามลุ้นในนิยายแล้วล่ะค่ะ






ความรู้สึกหลังอ่าน...
เป็นนิยายอีกเล่มที่อ่านอย่างเพลิดเพลินและติดพันจนอ่านได้แบบรวดเดียวจบ
(พร้อมกันก็แอบสงสัยตัวเองว่าไปอยู่ที่ไหนมาถึงเพิ่งได้อ่านนิยายดีงามเล่มนี้เนี่ย...)

ชอบมาก ดีงามมากค่ะ...
แม้จะเป็นพล็อตและเรื่องราวที่แสนจะธรรมดาและค่อนข้างคุ้นเคย
ขณะอ่านเราจะได้กลิ่นอายจินตนิยายแนวเดียวกันนี้ เรื่องเด่น ๆ ของนักเขียนรุ่นใหญ่หลายเรื่อง
(เช่นโสมส่องแสง - รอยอินทร์ ของโรสลาเรน เสลาดารัล ของกิ่งฉัตร เป็นต้น)
หากด้วยสำนวนภาษาที่ค่อนข้างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของคนเขียน
ทำให้เราไม่รู้สึกถึงความช้ำหรือซ้ำของเนื้อหานิยายเลยแม้สักนิด...

กุสาวดีเป็นดินแดนสมมติที่ผู้เขียนสร้างขึ้นตามจินตนาการ
แต่จากเรื่องราวเนื้อหา ฉาก ชื่อตัวละคร ตลอดถึงขนบธรรมเนียมประเพณีที่ปรากฏในเนื้อเรื่อง
ก็ทำให้เรารู้สึกคุ้นเคยและมโนตามได้ไม่ยาก
เพราะดูเหมือนจะ(ไม่ใช่ก็...)ใกล้เคียงกับเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงของเรานี่เอง
ทำให้อ่านแล้วเชื่อได้ว่ากุสาวดี เป็นดินแดนที่มีอยู่จริง มีบ้านมีเมือง มีผู้คน
ตลอดถึงวัฒนธรรมประเพณีของตัวเองจริง ๆ

ผู้เขียนได้ออกตัวไว้ในหน้าคำนำว่านิยายเรื่องนี้ไม่ใช่นิยายการเมือง
หากแต่เป็นนิยายรักที่มีการเมืองเป็นส่วนประกอบ...
ซึ่งอ่านแล้วก็รู้สึกได้เช่นนั้นจริง ๆ เพราะปมหลัก ๆ ของเรื่อง
ก็คือเรื่องราวความรักของคู่พระ-นางที่เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมือง
การแย่งชิงอำนาจการปกครอง ซึ่งก็ดำเนินไปตามแบบแผนของนิยายแนว ๆ นี้โดยทั่วไป
ผู้ที่ครองอำนาจอยู่ก็ต้องพยายามยื้อยุดอำนาจนั้นไว้กับตัวให้ยาวนานที่สุด
ในขณะที่ผู้ที่สูญเสียก็พยายามยื้อแย่งกลับคืน...

โดยในส่วนนี้ผู้เขียนก็ได้ผูกปม วางพล็อตไว้อย่างชวนให้ลุ้น ชวนให้ติดตามไม่น้อย
ไม่ว่าจะเป็นฉากการปลงพระชนม์อย่างเหี้ยมโหด เลือดเย็น...
ฉากพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ประจำปี...จนถึงฉากการก่อความวุ่นวาย
จลาจลทางการเมือง...ฯลฯ
ผู้เขียนสามารถบรรยายให้ผู้อ่านนึกภาพตามได้โดยง่าย

มาจนถึงเรื่องราวความรักความสัมพันธ์ของตัวละคร อันเป็นปมหลักของเรื่อง
ผู้เขียนต้องพิถีพิถันในการบอกเล่าร้อยเรียง... เพื่อให้ผู้อ่านได้สัมผัสถึงความรักอันลึกซึ้ง ดึ่มด่ำ
ที่ก่อเกิดขึ้นบนพื้นฐานอันง่อนแง่นของสถานการณ์
กับความคลุมเคลือของพฤติกรรมและที่มาที่ไปของพระเอก..
แม้จะไม่มีซีนหวาน ๆ มากมายนัก แต่ก็ใช่ว่าจะจืดชืดเสียทั้งหมด
อย่างน้อยก็มีฉากของการชิดใกล้ให้ได้ค่อย ๆ ซึมซับน้ำใจระหว่างกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน
แม้จะยังหวาดระแวงแคลงใจ แต่ก็เป็นไปภายใต้ความรู้สึกห่วงใยและเอื้ออาทรอย่างลึกเร้น
คนอ่านอ่านแล้วอินตามอ่ะ เข้าใจความคิดความรู้สึกของทั้งฝั่งพระเอกนางเอกเลย

และนอกเหนือจากความรักของคู่พระ-นางแล้ว ยังมีคู่รองอีกสองคู่ที่้พาฟิน
ความรักอันซาบซึ้ง เสียสละของคู่ใหญ่ กับความรักอันกุ๊กกิ๊ก พ่อแง่แม่งอนของคู่เล็ก
มีบทบาทสร้างสีสันให้นิยายมีความเป็นนิยายรักโรแมนติกได้สมบูรณ์ขึ้น

สรุปเลยแล้วกันว่า...ชอบมากกกกกก...(ก.ไก่อีกหลายตัว)
เคยอ่านงานของเรซิ่นมาสองสามเรื่อง ชอบทุกเรื่องที่ได้อ่าน...
เล่มนี้ก็ไม่แตกต่าง เรียกได้ว่ายิ่งอ่านก็ยิ่งชอบขึ้นเรื่อย ๆ
เห็นทีต้องตามเก็บผลงานเก่า ๆ มาอ่านอีก เพราะดูเหมือนช่วงหลังนี้
เธอจะไม่มีงานเขียนใหม่ ๆ ออกมาอีกเลย

อ้อ...นิยายเรื่องนี้ ทราบในภายหลังว่าได้รับรางวัลชมเชยจากคณะกรรมการพัฒนาหนังสือแห่งชาติ
ประจำปี ๒๕๕๓ ด้วยค่ะ ก็สมควรอยู่นะคะ ขอชื่นชมและยินดีกับผู้เขียนค่ะ
เล่มที่อ่านเป็นฉบับพิมพ์ครั้งแรก ปี ๒๕๕๒ คาดว่าหลังจากได้รางวัลแล้ว
สนพ.คงมีการจัดพิมพ์เพิ่มอีกเป็นแน่ ใครนิยมจินตนิยายแนว ๆ นี้ไม่น่าพลาด...

ชวนอ่านอย่างแรงค่ะ








 

Create Date : 22 ตุลาคม 2558    
Last Update : 22 ตุลาคม 2558 14:35:50 น.
Counter : 1706 Pageviews.  

~ เจ้าบ้านเจ้าเรือน เมื่อความรักกลายเป็นโทษทัณฑ์ที่จองจำ...โดย "แก้วเก้า" ~





เจ้าบ้านเจ้าเรือน
ผู้เขียน : แก้วเก้า
ผู้พิมพ์ : สนพ.ทรีบีส์(พิมพ์ครั้งที่ ๓ ก.ย. ๒๕๕๖)
๗๑๕ หน้า ราคา ๔๘๐ บาท

โปรยปกหลัง


“ฉันเป็นนักโทษของบ้านนี้ ตั้งแต่ก่อนตายเสียด้วยซ้ำ
ความหดหู่ได้ดึงพลังกายและใจออกไปจากฉันจนหมดสิ้น
เหลือแต่ร่างซังกะตายอยู่ไปวันๆ...
หลงเข้าใจผิดว่าตายเมื่อไรก็พ้นทุกข์
นอกจากมันไม่พ้นแล้วกลับทรมานเสียกว่ายังอยู่

ฉันป่วยแล้วตายอยู่คนเดียว

เมื่อฉันตายเขาขายที่ดินไปรื้อบ้านเอาไม้มาปลูกริมคลองบางกรวยแห่งนี้
ส่วนฉันก็ถูกจองจำอยู่ในบ้านนับแต่นั้น
ไม่ได้ตกกระทะทองแดงหรือปีนต้นงิ้ว แต่ถูกกักขังมายาวนาน ...
มิรู้ว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อใด”






เรื่องย่อ(ย่อเองแบบยาว) :

แพรขาว หญิงสาววัยใกล้สามสิบ ตัดสินใจหอบหนูชมพู
ลูกสาววัยห้าขวบย้ายออกจากบ้านหลังใหญ่ของสามี
เมื่อเขามอบหมายตำแหน่ง'เมียหลวง'ให้โดยไม่ทันตั้งตัว...
ซ้ำดูเหมือนว่าแม่สามีเธอจะรู้เห็นเป็นใจกับลูกชาย ยอมให่เมียน้อยของเธอเข้ามาอยู่ในบ้านเดียวกัน
เพราะฝ่ายนั้นมีหลานชายตัวน้อยมาให้ย่าชื่นชู
เธอไปเช่าบ้านหลังเล็ก ๆ ของนลิน เพื่อนร่วมงานรุ่นน้องที่สนิทกันอยู่
โดยบ้านหลังนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งคลองและอยู่ในเขตรั้วเดียวกัน
กับบ้านหลังใหญ่ของนลินที่อาศัยอยู่กับแม่และยาย

เธอชอบบ้านหลังนี้มาก เพราะดูเรียบง่ายและอบอุ่น
เพราะคุณยายกับคุณแม่ของนลินใจดี รักเด็ก ช่วยเธอดูแลหนูชมพูอย่างเต็มอกเต็มใจเสมอญาติผู้ใหญ่
ไม่ใช่เพียงผู้เช่ากับเจ้าของบ้านโดยทั่วไป

เพียงวันแรก ๆ ที่อยู่ที่นี่ แพรขาวก็สัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างที่ไม่ปกติ
เธอได้ยินเสียงขิมอันไพเราะเพราะพริ้ง แล้วก็มีฝันร้ายที่ชวนหลอน...

แล้วเธอก็ได้รู้จักกับคุณวิน...ไรวินท์ เจ้าบ้านเจ้าเรือนที่สิงสถิตอยู่ในบ้านหลังเล็กนั้นมานานนับสิบ ๆ ปี
ตอนแรกเธอก็รู้สึกกลัว แต่หลังจากที่เขาได้ช่วยชีวิตทั้งเธอและลูกสาวเอาไว้ ในช่วงเวลาใกล้ ๆ กัน
ทำให้เธอรู้สึกคุ้นเคยและสนิทใจมากขึ้นจนถึงกับมีการพูดคุยสนทนากัน

ไรวินท์เล่าให้เธอฟังถึงความเป็นมาของเขา...
และสาเหตุที่ทำให้วิญญาณของเขายังผูกติดอยู่ที่บ้านหลังนี้
(ดังเนื้อหาส่วนหนึ่งที่ปรากฏในคำโปรยปกนั่นแหละค่ะ)

เริ่มตั้งแต่วัยเด็ก ที่เขาอยู่กับแม่เพียงลำพัง ส่วนพ่อนั้นไปรับราชการที่หัวเมือง
แล้วพาเมียน้อย ที่เป็นน้าแท้ ๆ ของเขาเองไปอยู่ด้วย
ทำให้เขารู้สึกโกรธเกลียดผู้เป็นพ่อฝังใจมาตั้งแต่เด็ก
ทว่าเมื่อเขาเติบโตขึ้น เขากลับประพฤติตัวตามรอยพ่อของเขาไม่มีผิด...
ซ้ำร้าย กลับจะยิ่งหนักหนาสาหัสกว่าพ่อเสียอีก เพราะเขาแอบเลี้ยงดูผู้หญิงไว้ตั้งแต่ก่อนแต่งงานถึงสองคน
และหลังจากแต่งงานกับคุณสีนวลตามความเห็นชอบจัดหาให้ของผู้เป็นแม่แล้ว
เขาก็ยังไปหลงใหลพัวพันกับผู้หญิงอีกสองคน...
ปล่อยให้ภรรยาต้องอกไหม้ไส้ขมอยู่ที่บ้าน เหมือนที่แม่ของเขาเคยเป็น

..................

เรื่องเล่าของไรวินท์กระทบใจแพรขาวเป็นอย่างมาก
เพราะมันดูจะสอดคล้องกับเรื่องราวของเธอที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้
ผิดกันแต่ว่าผู้หญิงในยุคของไรวินท์นั้นยอมกล้ำกลืนฝืนทนกับการนอกใจของสามี
ในขณะที่เธอเลือกที่จะเดินออกมา...
แม้จะต้องเผชิญปัญหาการแย่งชิงสิทธิ์การเลี้ยงดูลูกสาวจากอดีตสามี...
กับปัญหานายจ้างหนุ่มที่เธอทำงานพิเศษด้วยเพื่อหารายได้เสริมจ้องจะเคลม...
เธอก็พร้อมต่อสู้ ไม่มีวันยอมรับสภาพบ้านใหญ่บ้านเล็กเด็ดขาด...
เคราะห์ดีที่ทั้งสองปัญหานี้เธอมี "เจ้าบ้านเจ้าเรือน" อย่างไรวินท์
กับสาโรจน์ ทนายความหนุ่มที่แม่สามีเธอส่งมาเจรจาเรื่องของหนูชมพูกับเธอ
คอยช่วยปัดเป่า ผ่อนหนักให้เป็นเบาได้...

ซึ่งนั่นทำให้ แม้เธอจะรู้สึกชังพฤติกรรมเจ้าชู้หลายใจอย่างที่ไรวินท์เป็นในสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่
แต่เธอกลับไม่ได้รู้สึกเกลียดเขาเลย กลับจะรู้สึกผูกพันและเห็นอกเห็นใจ
อยากจะช่วยให้เขาได้หลุดพ้นจากบาปเวรที่จองจำเขาไว้ยังโลกนี้...

อนึ่ง...ไรวินท์แม้จะเป็นเพียงวิญญาณไร้ตัวตน แต่จากการที่ได้พูดคุยสื่อสารกัน
แพรขาวก็สามารถสัมผัสได้ถึงเสน่ห์แห่งบุรุษเพศที่เขามีอยู่เต็มเปี่ยม...

แต่เธอกับเขา ต่างอยู่คนละโลก แม้จะมีสายใยผูกพันที่ยากจะตัดขาด
แต่ก็มิอาจอยู่ร่วมกันได้
เช่นนี้แล้ว สายใยรักระหว่างเขาและเธอจะสิ้นสุดและลงเอยอย่างไร
ไปตามลุ้นในนิยายกันค่ะ...






(สาบานได้นะว่าข้างบนนั่นเป็นเรื่องย่อ...
ย่อจริง ๆ ค่ะ ยังมีเรื่องราวอีกร้อยแปดพันเก้าที่เล่าได้ไม่หมด...
หนังสือหนา ๗๑๕ หน้า ย่อเหลือแค่นี้ก็รู้สึกว่าตัวเองเริ่มมีพัฒนาการ
ในวิชาย่อความขึ้นมามั่งแล้วนะคะ )


ความรู้สึกหลังอ่าน...
อิ่มค่ะ...อ่านแล้วอิ่มมาก คุ้มค่ากับการอดตาหลับขับตานอน
เพื่อจะอ่านนิยายเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องยาวนาน
กินเวลาสองคืนหนึ่งวันทีเดียว
สนุกมากจริง ๆ อ่านแล้วติดพันจนวางไม่ลง
แม้ว่า...พล็อตและธีมเรื่องอาจจะดูวนเวียน ซ้ำ ๆ อยู่กับเรื่องราวของความรักความหลง
กิเลสตัณหาของมนุษย์ที่แฟนๆ นักอ่านของนามปากกา"แก้วเก้า"คุ้นชินกันดี

อย่างเรื่องนี้ อ่านๆ ไปใจก็กระหวัดถึง"ช่อมะลิลา"อยู่หลายบทหลายตอน
ด้วยเนื้อหาบางส่วนมีความคล้ายคลึง เพียงแต่สลับบทบาทผู้ดำเนินเรื่องเทานั้น

ในเรื่องนี้ ผู้ดำเนินเรื่องหลัก ๆ คือแพรขาว
ซึ่งนิยายก็ให้ภาพเธอเป็นหญิงสาวยุคใหม่ที่เข้มแข็งและมั่นใจในตัวเอง
เมื่อสามีนอกใจเธอก็ไม่ลังเลที่จะตัดใจแยกทาง ด้วยมองไม่เห็นประโยชน์ที่จะยื้อแย่ง
หรือดันทุรังอยู่ร่วมบ้านเดียวกันแบบสามคนผัวเมีย...
เธอไม่เห็นแก่ทรัพย์สินเงินทองมหาศาลที่ฝ่ายสามีเธอหยิบยื่นให้เพื่อแลกกับสิทธิ์เลี้ยงดูลูกสาว
ในพาร์ทนี้เราจะรู้สึกได้ถึงควาเป็นนางเอ๊ก-นางเอกจนชื่นชมความเข้มแข็งและการตัดสินใจของเธอ
และคอยเอาใจช่วย

แต่เมื่อเธอได้รู้จักกับคุณวิน ได้ฟัง(และเห็นในสิ่งที่เขาบันดาลให้เห็น)เรื่องราวชีวิตของเขาในอดีต
บทบาทโดดเด่นกลับมาตกอยู่ที่ไรวินท์กับบรรดาผู้หญิงของเขา
ซึ่งเรื่องเล่าของเขาก็ช่างน่าติดตาม น่าลุ้นเสียนี่กระไร
แต่แพรขาวในพาร์ทนี้ก็มักจะทำให้เรารู้สึกขัดใจอยู่เรื่อย
ด้วยการคอยขัด คอยเบรก บางครั้งก็คาดเดาเหตุการณ์ล่วงหน้า
ตามความคิดและจินตนาการของตัวเอง จนเราเผลอรำคาญแทนไรวินท์แน่ะค่ะ

เรื่องราวทั้งสองภาค(ภาคปัจจุบันที่เป็นเรื่องของแพรขาวกับภาคอดีตคือเรื่องเล่าของไรวินท์)
จะดำเนินควบคู่กันไป เมื่อย้อนกลับมายังเหตุการณ์ปัจจุบัน
หลายครั้งที่เกิดเหตุร้ายขึ้นกับแพรขาวแล้วไรวินท์ไม่อาจไปช่วยเธอ
เพราะเขาไม่สามารถออกพ้นบ้านหลังเล็กนั้นได้ คนอ่านก็จะรู้สึกอึดอัดเล็ก ๆ
แต่ก็โชคดีที่เธอยังมีผู้ชายที่แสนดีอย่างสาโรจน์คอยให้การช่วยเหลือ
ส่วนตัวเอาใจช่วยสาโรจน์นะคะ เลยพานให้หงุดหงิดและขัดเคืองใจแพรขาว
ที่คอยแต่จะคิดถึงผีอย่างคุณวินอยู่ได้
รู้ทั้งรู้ว่าเขาเป็นเพียงวิญญาณไร้ตัวตน แต่ก็ยังจะเผลอใจไปห่วงหาอาทร...

นิยายเป็นนิยายแนวเหนือจริงที่เกี่ยวกับเรื่องผี ๆ สาง ๆ ตามสไตล์ของนามปากกานี้
ที่เคยอ่านมาหลายเรื่อง มีระดับความหลอนมากน้อยลดหลั่นกันไป
แต่ในเรื่องนี้ เจอผีเข้าจัง ๆ แต่กลับไม่รู้สึกถึงความหลอนเลยแฮะ...
เรียกได้ว่าไม่มีบรรยากาศหรือซีนที่ชวนให้ขนลุกขนพองเลยสักนิด

ตัวละครหลัก ๆ ในเรื่องทุกตัวล้วนมีมิติ มีแง่มีมุมที่เป็นธรรมชาติของมนุษย์มนาโดยทั่วไป
ฝั่งผู้ชายอย่างไรวินท์ พัสกร หรือลลิต แม้ไม่ใช่คนเลวจนถึงที่สุดแต่ก็ห่างไกลคำว่าคนดี
ทุกอย่างที่พวกเขาทำลงไปล้วนแต่เกิดจากกิเลสตัณหา อารมณ์ฝ่ายต่ำพาไปทั้งสิ้น...
จะมีก็แต่สาโรจน์คนเดียวเท่านั้นที่เรียกได้เต็มปากเต็มคำว่าเป็นคนดี

ฝ่ายหญิงแต่ละคนก็ไม่น้อยหน้า
ทั้งรุ่นปัจจุบันอย่างแพรขาว คุณนายแถบทิพย์ เขมินี มาตา กระทั่งดิว...
แต่ละคนล้วนดึงดื้อถือดี เอาแต่ความคิดความเห็นของตนเองเป็นหลัก...
หรือแม้แต่ผู้หญิงในพาร์ทอดีต นับตั้งแต่คุณวารี แม่ของไรวินท์ สีนวล รำไพ บัวน้อย สุดสวาท มาลาตี ฯลฯ
ทุกตัวมีบทบาท มีสีสัน เสริมให้เรื่องราวดำเนินไปอย่างสมจริง มีชีวิตชีวาเป็นที่สุด

แต่...บอกตามตรงว่าไม่ค่อยชอบตอนจบซักเท่าไหร่ มันดูรวบรัดตัดความไปหน่อย
มันเหมือนกับว่าเอาเข้าจริง ไรวินท์ก็ไม่ได้รับผลแห่งกรรมที่สาสมสักเท่าไหร่
ถ้าจะบอกว่าการที่เขาถูกจองจำ ผูกติดอยู่กับบ้านหลังนั้นจนไม่ได้ไปผุดไปเกิด
เป็นโทษทัณฑ์อันหนักหนาสาหัสเพียงพอแล้ว...
ในความรู้สึกของเราว่ามันยังไม่ใช่อ่ะ...
เพราะนั่นก็เป็นด้วยก่อนหน้านั้นเขาไม่เข้มแข็งพอกับค่อนข้างเห็นแก่ตัว
คิดถึงแต่ตัวเอง มากเกินไปจนรักคนอื่นไม่เป็นต่างหาก
ต่อเมื่อได้มาพบกับแพรขาว ความเป็นคนมีจิตใจดี คิดถึงแต่ผู้อื่นก่อนเสมอของหล่อนทำให้เขารู้สึกจับใจ...
และก่อตัวเป็นความรักในที่สุด...
และด้วยพลังแห่งความรักนี่เองที่ทำให้เขาสามารถหลุดพ้นจากบ่วงกรรมที่จองจำไว้
หาใช่ความสำนึกถึงความผิดบาปที่ตัวเองเคยก่อไว้ในอดีตไม่...
ก็เลยรู้สึก...ไม่สะสาใจเท่าที่ควร แหะ ๆ

เห็นข่าวการสร้างเป็นละครทีวีนะคะเรื่องนี้ โดยค่ายคุณไก่-วรายุฑ
ดูจากแคสติ้ง บวกกับเนื้อหาเรื่องราวแล้วคิดว่าคงจะน่าดูชมไม่น้อย...
โดยเฉพาะเมื่อได้พี่ติ๊กมาสวมบทคุณวิน เจ้าบ้านเจ้าเรือนเจ้าเสน่ห์
ที่แม้ตายกลายเป็นผีแล้วก็ยังสามารถโปรยเสน่ห์ให้นางเอกพลอยเคลิบเคลิ้มได้...

รอชมค่ะ










 

Create Date : 12 ตุลาคม 2558    
Last Update : 12 ตุลาคม 2558 12:41:46 น.
Counter : 1424 Pageviews.  

~ มนตร์รักโอลิมปิก : 'พรหมลิขิต' หรือจะสู้ 'มาลีลิขิต' โดย "นิบบา" ~





มนตร์รักโอลิมปิก
ผู้เขียน : นิบบา
ผู้พิมพ์ : สนพ.อรุณ
๓๔๓ หน้า ราคา ๒๖๕ บาท


โปรยปกหลัง :


เขาและเธอเดินสวนกันทุกสี่ปีราวกับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก

ตั้งแต่ชั้นเรียนภาษาฝรั่งเศสทุกเช้าวันเสาร์
งานกีฬาประเพณีเตรียมอุดม - เตรียมทหาร
หน้าร้านหนังสือใจกลางสยามสแควร์ และที่สนามบิน
แม้จะยังไม่เคยพูดกันสักคำ ได้แต่เดินเฉียดไปเฉียดมาทุกๆ สี่ปีอย่างนั้น

แต่คนเชื่อเรื่องพรหมลิขิตและบุพเพสันนิวาสอย่างมาลี มีหรือที่จะไม่มโนไปว่า
ชายหนุ่มสูงหล่อ โหงวเฮ้งดี ที่ชื่อเปรมปรีดา ช.คนนั้น
คือคนที่ฟ้าส่งมาให้เป็นเนื้อคู่ของเธอ

และเมื่อพรหมลิขิตดันดีเลย์อย่างนี้ เธอยังจะมีทางเลือกไหนอีกเล่า
นอกเสียจากลงมือลิขิตความรักครั้งนี้ด้วยตัวเอง

มาดูกันว่า ระหว่าง'พรหมลิขิต'กับ 'มาลีลิขิต' ฝ่ายไหนจะแผลงฤทธิ์มากกว่ากัน






อ๊ายยยยย....น่ารักอ่ะ อ่านไปยิ้มไป อ่านไปจิ้นไป กุ๊กกิ๊กคิกขุซะไม่มี!

น่าจะเข้าข่ายโรแมนติกคอมเมดี้นะคะเล่มนี้
เพราะมีทั้งเรื่องราวความรักฝังใจตั้งแต่สมัยเด็กน้อย...
มีเรื่องราวเมาท์มอยกันระหว่างกลุ่มก๊วนเพื่อนสาว
ที่แน่นอนว่าเรื่องที่เหล่าชะนีคุยกันนั้นย่อมหนีไม่พ้นเรื่องผู้ชาย

มีการจับกลุ่มวางแผนจีบหนุ่ม
ประมาณว่า...ในเมื่อพรหมไม่ยอมลิขิตชีวิตคู่ให้พวกเธอเสียที
และพวกเธอก็ได้พบชายหนุ่มที่ถูกใจแล้วเช่นนี้จะรอช้ากันอยู่ใย...
เธอลิขิตเสียเองไม่ดีกว่าหรือ...

แล้วก็จะมีมุกหนุ่มจีบสาว สาวจีบหนุ่มแบบขำๆ ฮา ๆ บางมุกถึงกับต้องปล่อยพรึด...
แต่ก็เป็นไปแบบน่ารักๆ หรอก ไม่ได้ดูน่าเกลียดเกินงามแต่อย่างใด

นิยายเรื่องนี้น่ารักตั้งแต่ชื่อเรื่องไปเลย...มนตร์รักโอลิมปิก ฟังดูเหมือนจะเป็นเรื่องราวรัก ๆ ใคร่ ๆ
ในแวดวงนักกีฬายังไงยังงั้น แหม...อิงกระแสเชียว!
แต่เปล่าเลยค่ะ เรื่องนี้หาได้เกี่ยวข้องกับวงการกีฬาแม้แต่น้อย
พระเอก นางเอก ตัวละครประกอบทั้งหลายไม่มีใครเป็นนักกีฬาโอลิมปิกซักกะคน
แต่ที่ได้ชื่อเช่นนี้เป็นเพราะการพบกันแบบเดินเฉียดกันไปมาสี่ปีครั้งของคู่พระ-นาง
ที่ต่างคนต่างปิ๊งกัน และจำกันได้ แต่ต่างคนต่างฟอร์มจัดนั่นแหละ
ก็เลยไม่ได้รู้จักกันอย่างเป็นทางการเสียที...


ความน่ารักถัดมาก็เห็นจะเป็นชื่อตัวละครเอกอ่ะ...
นางเอกชื่อมาลี...ในยุคนี้สมัยนี้ ใครตั้งชื่อลูกสาวว่า'มาลี'
ถือว่าต้องทวนกระแสสังคมอย่างแรง เพราะมันฟังดูเชย...ดูเอ้าท์
แต่พอชื่อมาลีมาเป็นชื่อนางเอกเรื่องนี้กลับฟังดูเก๋ ดูเท่ ดูดีมีคลาสมีชาติตระกูลเชียว
บวกกับบุคลิก ลักษณะนิสัยที่น่ารักมุ้งมิ้ง เปรี้ยวนิด ๆ แต่ไม่ถึงกับจี๊ดจ๊าดจนเข็ดฟัน
ซ่าหน่อย ๆ แต่ก็ไม่ถึงกับก๋ากั่นจนเกินงาม
แถมแอ๊บฟอร์มจัดแบบเนียน ๆ ได้อีก น่ารักอ่ะ ชอบนางเอกแบบเนี๊ยะ ดูเรียลดี

พระเอกชื่อเปรมปรีดา หรือที่นางเอกกับผองเพื่อนเรียกสั้น ๆ ว่าพี่เปรม...
(และยังมีโค้ดลับที่หนูมาลีใช้เรียกเวลาพร่ำเพ้อถึงผ่านหน้าสเตตัสเฟสบุ้กว่า #พป)
นายตำรวจหนุ่มใจซื่อมือสะอาด ที่อาจจะนอยด์นิด ๆ เมื่อมีข่าวเสีย ๆ หาย ๆ ของเพื่อนร่วมอาชีพ
และยิ่งต้องนอยด์หนักขึ้นเมื่อริจะมาคบกับมาลี
เพราะพ่อของเจ้าหล่อนแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเกลียดตำรวจเข้าไส้






เรื่องราวดำเนินไปตามเรื่องย่อในโปรยปกหลังนั่นเลยค่ะ...
ซึ่งนอกเหนือจากเรื่องราวความรักฟรุ้งฟริ้งของคู่พระนางแล้ว
ยังมีเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ของผองเพื่อนทั้งฝั่งนางเอกและพระเอก
ที่มีเหตุให้ต้องมาพัวพันกัน กลายเป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้อง
เป็นคนในแวดวงเดียวกันอย่างบังเอิญที่สุด

มีเรื่องรักแบบกล้าๆกลัวๆอย่างคู่ของธนิพัฒน์กับชัญญานุช...
รักซ้อนซ่อนรักแบบดราม่าสะเทือนใจอย่างคู่ของสาวพลอย
(เพื่อนซี้ของนางเอก ที่ไม่ยักกะคู่กับพี่เปรม)กับนายตำรวจรุ่นพี่ที่เป็นเพื่อนซี้ของพระเอก

ทั้งยังมีประเภท...แอบรักเธอยู่ในใจ ไม่กล้าเผยอย่างนายอ้น-อภิชาติ พี่รหัสของมาลี
ทีเฝ้าติดตามดูแลเทคแคร์ ทั้งห่วงทั้งหวง เข้านอกออกในจนสนิทสนม
กับทั้งที่บ้านและกลุ่มเพื่อน ๆ ของเจ้าหล่อน
รวมถึงร่วมรับรู้รับฟังอาการพร่ำเพ้อถึง#พป.มานักต่อนัก
คิดไม่ถึงเลยว่าวันหนึ่ง ทั้งคู่จะได้รู้จักกันจริง ๆ ในชีวิตจริง

ฝั่งพระเอกเองก็มีประเภท...'คนเคยรัก'อย่างอัญญา
อดีตเพื่อนสนิทของน้องสาวซึ่งสนิทสนมกันทั้งครอบครัว
ที่หลังจากเลิกรากับสามี ลูกชายนักการเมือง ก็พาตัวเข้ามาวอแวกับพระเอก
ประมาณว่าอยากให้ลมพัดหวน ท่ามกลางการเชียร์อย่างออกนอกหน้าของแม่ ๆ ทั้งสองฝั่ง
กับความอึดอัดใจของทั้งเปรมปรีดาและน้องสาว

ความที่เป็นม่ายสาวหมาด ๆ ทำให้มีประสบการณ์มากพอ
ที่จะใช้เลห์กลเล็ก ๆ คอยหลอกล่อแบบหยิกแกมหยอกให้มาลีต้องคอยร้อนใจอยู่เรื่อย ๆ
โชคดีที่พี่เปรมมีจิตใจมั่นคงพอและรักมาลีมาก
ปัญหามือที่สามที่สี่จึงทำอะไรความรักของคนทั้งคู่ไม่ได้
เป็นแค่ตัวแปรเล็ก ๆ ท่เพิ่มรสชาติให้กับนิยายอีกต่างหาก

อ้อ...ตอนท้ายมีแอบพาดพิงถึงตัวละครในนิยายเล่มก่อนของผู้เขียนนิดหน่อยด้วย
โฆษณาแฝงแบบเนียน ๆ เลยนะคนเขียน
จริง ๆ แล้วได้ยินชื่อเสียงนักเขียนนามนี้จากนิยายเรื่องนั้นแหละค่ะ
"สุภาพบุรุษกับศิศิรา" คิดอยู่ว่าจะหามาอ่าน แต่พอดีเจอเล่มนี้เสียก่อน...


สรุปเลยแล้วกันว่า...ชอบอ่ะ
เป็นนิยายรักที่ร่วมสมัยมากกกก...สำนวนภาษา ทั้งในส่วนของการเล่าเรื่อง
ทั้งบทสนทนาก็ทันสมัยสุด ๆ
มีทุกมุกทุกแก๊กที่คนหนุ่มคนสาวในยุคโซเชี่ยลเขาใช้ในการปฏิสัมพันธ์กัน
ไม่ว่าจะเป็นยุคไฮไฟว์เมื่อหลายปีก่อน มาถึงสไกป์ ไอจี เฟซบุ้ก ไลน์ ..บลา บลา บลา
ทำให้อ่านได้สนุกสนานเพลิดเพลิน เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัว
ที่เราสามารถสัมผัสได้ พานพบได้ง่าย ๆ ในชีวิตประจำวันนี่เอง
เรียกได้ว่าเป็นนิยายฟีลกู้ดอีกเล่มหนึ่งแหละค่ะ

อ่านจบไปสดๆ ร้อน ๆ เลยหยิบมาเล่าต่อ ชวนกันอ่านค่า









 

Create Date : 14 กันยายน 2558    
Last Update : 14 กันยายน 2558 14:43:04 น.
Counter : 2265 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  

BlogGang Popular Award#14


 
แม่ไก่
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 181 คน [?]




**หลังไมค์เจ้า**





Cute Clock Click!



เออสิ,มาอยู่ใยในโลกกว้าง
เฉกชลคว้างมาเมื่อไรไม่นึกฝัน
ยามจากไปก็เหมือนลมรำพัน
โบกกระชั้นสู่หนไหนไม่รู้เลย


รุไบยาต ~ โอมาร์ คัยยัม
สุริยฉัตร ชัยมงคล : แปล




Latest Blogs

~ให้รักระบายใจ/"ณกันต์"เขียน ~

~ผมกลายเป็นแมว/Abandoned/Paul Gallico เขียน(ภูธนิน แปล) ~

~พ่อค้าซ่อนกลรัก & หมอปีศาจแสนรัก/"หูเตี๋ย" เขียน(Wisnu แปล) ~

~อาจารย์ยอดรัก/"หูเตี๋ย" เขียน(Wisnu แปล) ~

~จอมโจรพยศรัก/"หูเตี๋ย" เขียน(Wisnu แปล) ~

~ฉันไม่ชอบทั้งโลก ฉันชอบแค่เธอคนเดียว/"เฉียวยี" เขียน(ภิรมณ ประพฤติประยูร/แปล) ~

~อลวนกลสลับร่าง/"เจ๋อมู่" เขียน(เสี่ยวหวา/แปล) ~

~ โลกที่รัก/ Dear World/"Bana Alabed/บานา อัลอาเบด" เขียน ~

~ นางทิพย์/"แก้วเก้า" เขียน ~


สารบัญหนังสือ: รวมลิงก์หนังสือที่รีวิวในบล็อก # ๑ + ๒



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่ไก่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.