Group Blog
 
<<
เมษายน 2554
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
30 เมษายน 2554
 
All Blogs
 
กระดังงาสงขลา








https://www.dumenu.com/article/270/



ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cananga fruticosa
ชื่อวงศ์ : Annonaceae
ชื่อสามัญ : Dwarf Ylang-Ylang, Ka-dang nga- song-khla
ชื่อพื้นเมือง : กระดังงาสาขา (กรุงเทพฯ) กระดังงาเบา (ใต้) กระดังงอ (ยะลา)

ถิ่นกำเนิด : ภาคใต้ของประเทศไทย
ประโยชน์ : ดอกใช้บำรุงหัวใจ สกัดน้ำมันหอมระเหย แก้ลมวิงเวียน

ฤดูกาลออกดอก : ออกดอกตลอดปี
เวลาที่ดอกหอม : จะมีกลิ่นกรุ่นตอนไม่มีแสงแดด เช่นเช้าหรือเย็น เย็นถึงค่ำ







กระดังงาสงขลา เป็นไม้พุ่มดอกหอม แตกกิ่งมาก ทรงพุ่มกลมแน่นทึบ ต้องการพื้นที่ในการปลูกน้อยแต่ต้องได้รับ
แสงแดดจัดตลอดวัน การปลูกในที่ร่มจะมีผลต่อการติดดอก กระดังงาสงขลาที่ได้จากการเพาะเมล็ดเมื่อปลูก
จะเจริญเติบโตดี แข็งแรง ทนทานต่อสภาพแวดล้อมได้ดีกว่าต้นที่ได้จาการตอน แต่การออกดอกจะช้ากว่า
ต้นที่ได้จากการตอน ชอบดินที่มีความชุ่มชื้นสูง และแสงแดดจัด

กระดังงาสงขลาออกดอกได้ตลอดทั้งปี แต่ดกในช่วงฤดูฝน โดยจะออกดอกที่ซอกใบใกล้ปลายยอด
เป็นดอกเดี่ยวหรือเป็นช่อกระจุก ก้านดอกยาวเรียว กลีบดอกบิดเกลียวอ่อนช้อยสวยงาม







เมื่อดอกออกมาใหม่ ๆ จะเป็นสีเขียวอ่อน ยังไม่มีกลิ่น แต่เมื่อดอกเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองสวยงาม
(ตรงกลางมีเกสรตัวผู้และตัวเมียจำนวนมาก) ก็จะเริ่มส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ตลอดทั้งวัน และหอมแรงในช่วงใกล้ค่ำ-
กลางคืน ดอกบานได้ 2-3 วันแล้วโรย หากติดผล ผลออกเป็นกลุ่ม เมื่อผลแก่ สามารถเก็บมาเพาะได้




https://www.magnoliathailand.com/webboard/index.php?topic=6937.30


การขยายพันธุ์ : การตอนกิ่ง สามารถทำได้แต่ไม่ค่อยนิยม เนื่องจากกิ่งเปราะ หักง่าย การเพาะเมล็ดทำได้
ง่ายกว่า ฤดูกาลที่เหมาะสมกับการขยายพันธุ์คือช่วงฤดูฝน ประมาณต้นเดือนมิถุนายน การเพาะเมล็ดเป็นที่
นิยมกันมาก เพราะสะดวกในการปฏิบัติงานและสามารถทำได้ครั้งละมาก ๆ แต่น่าเสียดายที่พันธุ์ไม้หอม
ชนิดนี้ไม่ค่อยติดผลเท่าไรนัก



สรรพคุณ :

 ดอกแก่จัด - ใช้เป็นยาหอมบำรุงหัวใจ บำรุงโลหิต บำรุงธาตุ แก้ลมวิงเวียน ชูกำลังทำให้ชุ่มชื่น
ให้น้ำมันหอมระเหย ใช้แต่งกลิ่นเครื่องสำอาง น้ำอบ ทำน้ำหอม ใช้ปรุงยาหอม บำรุงหัวใจ

 ใบ, เนื้อไม้ - ต้มรับประทาน เป็นยาขับปัสสาวะพิการ




https://www.oknation.net/blog/warnwarn/2010/07/20/entry-2



วิธีใช้ :

1. ใช้ดอกกลั่น ได้น้ำมันหอมระเหย

2. การแต่งกลิ่นอาหาร ทำได้โดยนำดอกที่แก่จัดรมควันเทียนหรือเปลวไฟจากเทียนหอมเพื่อให้ต่อมน้ำหอม
ในกลีบดอกแตก และส่งกลิ่นหอมออกมา แล้วนำไปเสียบไม้ ลอยน้ำในภาชนะปิดสนิท 1 คืน เก็บดอกทิ้ง
ตอนเช้า นำน้ำไปคั้นกะทิ หรือปรุงอาหารอื่น ๆ


สารเคมี : ใน ylang-ylang oil มีสารสำคัญคือ linalool, benzyl benzoate p-totyl methylether,
methylether, benzyl acetate




https://www.oknation.net/blog/warnwarn/2010/07/20/entry-2



ข้อแนะนำ
:

เป็นไม้ดอกหอมที่ออกดอกง่าย ปลูกเลี้ยงง่าย หาซื้อง่าย ราคาไม่แพง แต่มีข้อควรระวังคือ ควรเลือกซื้อต้นที่
กำลังออกดอกและมีดอกสีเหลืองเข้ม ให้ทดลองดมกลิ่นก่อนซื้อ เพราะมีบางต้นที่ดอกมีกลิ่นหอมอ่อนมาก
หรือแทบไม่มีกลิ่นหอมเลย




https://goo.gl/BlBkDB



----------------------------------------

อ้างอิง :
https://www.fragrantfloweringplants.com/dwarf-
ylang-ylang-fragrant-flower/



สนใจดอกไม้อื่น ๆ ในกลุ่มเดียวกัน :

ดอกนมแมว คลิกที่นี่
บุหรงสามสี คลิกที่นี่
สายหยุดแดง
คลิกที่นี่
ดอกลำดวน ... เจ้าเอย คลิกที่นี่
เมารักแม่ดอกก้านยาว คลิกที่นี่
บุหงาแต่งงาน คลิกที่นี่
แสดสยาม คลิกที่นี่
ข้าวหลามดง คลิกที่นี่

 




Create Date : 30 เมษายน 2554
Last Update : 27 ตุลาคม 2560 20:05:56 น. 4 comments
Counter : 10823 Pageviews.

 
ที่บ้านมีต้นหนึ่ง กลิ่นเขาหอมดีค่ะ


โดย: หนูเมเปิล วันที่: 30 เมษายน 2554 เวลา:11:46:04 น.  

 
ทักทายตอยเย็นๆๆนะจ่ะ กี่รอบแล้ว


โดย: ตะวันเจ้าเอย วันที่: 30 เมษายน 2554 เวลา:16:45:45 น.  

 
เป็นไม้หอมที่รักมากๆเลยครับ หอมโชยมากๆเลย


โดย: endless man วันที่: 1 พฤษภาคม 2554 เวลา:12:36:30 น.  

 


ตอนเด็กสมัยประถมที่บ้านจะมีอยู่ต้นนึง

ชอบกลิ่นเค้ามากๆเก็บมาลอยน้ำทำเป็นน้ำลอยดอกไม้

หอมชื่นใจไม่แพ้มะลิ


โดย: tj-takm วันที่: 2 พฤษภาคม 2554 เวลา:12:26:56 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ฟ้าใสวันใหม่
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 137 คน [?]




: Users Online

เริ่มนับ 14 ธันวาคม 2555
Free counters!

Friends' blogs
[Add ฟ้าใสวันใหม่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.