รวมดาวรุ่งสมุนไพรไทยจีน--ต้านมะเร็ง

---แทรกข่าวหน่อย --หมอสมหมาย หมอเทวดา ที่เคยเป็น ผอ.รพ.มาก่อน ท่านได้ให้สูตรยารักษามะเร็งกับองค์การเภสัชกรรมแล้ว แต่ยาจะใช้ชื่อว่าเป็นยาต้านต่อมน้ำเหลืองอักเสบแทน--แค่นี้ก็เป็นความหวังของผู้ป่วยทั้งโลกแล้วครับ--มีผู้ที่ได้รับการรักษาด้วยยาขนานนี้ หายจากโรคได้เยอะมากครับ

----พืชพื้นบ้าน-พื้นถิ่นมากมายที่ใกล้ตัวและมีคุณสมบัติเป็นยาสารพัดนึก รักษาสารพัดโรค

--เช่นมะขามป้อม ลูกสาวได้มาสามลูก กินแล้วอาการไอที่รักษาไม่หาย ไอทีเป็นเดือนๆ ยาแผนปัจจุบันไม่ได้ผล หายเป็นปลิดทิ้ง--เธออยู่ที่กทม.พอดีว่าผมไปเจอในตลาดสดเชียงราย เลยซื้อส่งไป 1 กก. บางคนนำไปนึ่งบดปั้นกับน้ำผึ้ง เป็นยาอายุวัฒนะ--แต่ก็รักษา ยับยั้งมะเร็งได้ด้วย

---มังคุดทั้งเปลือก ปัจจุบันทำเป็นน้ำผลไม้ โด่งดังที่ญี่ปุ่นและยุโรป อเมริกา
ต้านอนุมูลอิสสระและยับยั้งมะเร็ง--มังคุดใบใหญ่ยาวเกือบศอก เป็นมันสวย ต้นมังคุดก็เป็นพุ่มแตกแขนงเป็นระเบียบเหมือนก้างปลา นำมาเป็นเฟอร์นิเจอร์ได้ แปลกๆดี มีเยอะที่ระยอง แต่ละสวนเผาทิ้งไปไม่ใช่น้อย แม้แต่ไม้ยางพาราก็ทำเฟอร์นิเจอร์ได้ดี ที่เหลือนำมาเผาถ่าน เป็นรายได้ที่ดีมากๆ

---สมอไทย สมอพิเกก เห็ดหลินจือ รายหลังนี้มาแรง เพราะมีผลวิจัยจากจีน ญี่ปุ่นมาเพียบแล้ว จึงแต่งตัวออกมาโดดเด่นได้

สมุนไพรต้านมะเร็งสมุนไพรต้านมะเร็ง
ในร่างกายคนเรา ย่อมมีเซลล์ที่จะเป็นมะเร็งกันทุกคน แต่อยู่ที่ปัจจัยแวดล้อมต่างๆ เช่น มลภาวะของอากาศ,อาหารการกินที่เราบริโภคเข้าไปและความเครียดต่างๆที่เกิดกับตัวเราจะส่งผลให้เซลล์นั้นมีรูปร่างผิดปกติ เมื่อเซลล์ผิดปกติก็จะทำงานได้ไม่เต็มที่ โดยจะไปเกาะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย มีการสร้างเส้นเลือดฝอย และเส้นเลือดฝอยนี้จะนำเลือดไปเลี้ยงเซลล์ที่ผิดปกตินั้น ให้เจริญเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วกว่าปกติ

ดื่มชาจีนต้านมะเร็ง
นักวิทยาศาสตร์หลายคนในสหรัฐอเมริกามีความเชื่อเช่นนั้น นักวิจัยกลุ่มหนึ่ง นำโดยศาสตราจารย์อัลแลน คอร์เน ประจำอยู่ที่ Rutgers University ได้แถลงว่า มีสารชนิดหนึ่งที่พบในชาดำและชาเขียว สามารถหยุดยั้งสารก่อให้เกิดมะเร็งในกระแสโลหิตได้ การศึกษามีสมมุติฐานและข้อมูลที่พบว่า ในหมู่ชาวญี่ปุ่นมีความเสี่ยงน้อยในการเป็นโรคมะเร็ง เรื่องนี้ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารชื่อ Cancer Reserch ฉบับเดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๗
ซึ่งนักวิจัยด้านโรคมะเร็งคือ ดร. จอห์น ไวส์เบอเกอร์ จากมูลนิธิเพื่อสุขภาพของชาวอเมริกัน (American Health Foundation) กล่าวว่า หนูที่ได้รับน้ำชาในสัดส่วนที่คนได้ดื่ม จะแสดงผลต่อต้านกับตัวก่อมะเร็งในตับอ่อน ลำไส้ใหญ่ และมะเร็งเต้านม เขายังกล่าวด้วยว่า ”ถ้าท่านดื่มน้ำชาวันละ 6 ถ้วยต่อวัน ชาจะช่วยป้องกันไม่ให้เป็นมะเร็งได้” และรายงานยังกล่าวว่า ชาจะให้ประสิทธิผลน้อยถ้าต้มในน้ำเดือดเกินไป หรือถ้าเราใส่นมลงไป

ลูกพรุนป้องกันมะเร็ง
มีผลวิจัยเกี่ยวกับสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ทำให้เซลล์เกิดความผิดปกติกลายเป็นเซลล์มะเร็ง พบว่า ในพืชผักต่างๆ โดยเฉพาะ " ลูกพรุน" มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าอย่างอื่น รองลงมาคือ ลูกเกด ผลแบรี่สีน้ำเงินเข้มและสีดำ ผักตระกูลกระหล่ำ สตอเบอรี่ และผักโขม ทั้งในผักผลไม้ที่มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระจำนวนมาก ผู้ที่ชอบรับประทานผัก ผลไม้ มักไม่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและมะเร็ง

องุ่นฆ่าเชื้อโรคได้??
องุ่นมีสารทำลายเชื้อไวรัส(แต่ยังไม่มีใครกล้ายืนยัน ) ต่อต้านมะเร็งได้ ผลการศึกษาผู้สูงอายุในอเมริกา พบว่า องุ่นเป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่คนชราที่ไม่เป็นมะเร็งนิยมรับประทาน ส่วนคนที่เป็นมะเร็ง พบจากการสัมภาษณ์ว่า ไม่ค่อยชอบทานองุ่น

แครอทกับการรักษาโรค
ความสัมพันธ์ระหว่างแครอทกับการต้านมะเร็งนั้น สถาบันมะเร็งแห่งชาติได้พบว่า เรตินอล (Retinol ) วิตามินเอ ที่ได้จากสัตว์สามารถระงับมะเร็งในทางเดินหายใจในหนูทดลองได้ ซึ่งแครอทเป็นพืชที่ถูกเปลี่ยนเป็นวิตามินเอในร่างกายมนุษย์ " อาหารที่มีเบต้าแคโรทีน สามารถลดการเกิดโรคมะเร็งในปอดได้"และยังสามารถป้องกันยับยั้งมะเร็งในระยะต่างๆได้รู้ไหม ว่า ถ้าคนที่สูบบุหรี่ หันมาบริโภคอาหารที่มีเบต้าแคโรทีนสูง จะช่วยให้คนประมาณ 15000-20000 คน รอดตายจากมะเร็งปอดต่อปี
ถั่วเหลือง
ผลงานวิจัยออกมาว่า ผู้หญิงที่ดื่มนมถั่วเหลืองจะทำให้ระดับฮอร์โมนเพศหญิง "เอสโตรเจน" และ "โปรเจสเตอโรน" อยู่ในระดับต่ำ ซึ่งการลดลงของเอสโตรเจนช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งทรวงอกได้

ลูกเดือย
มีฤทธิ์ ทำให้เซลล์มะเร็งเกิด apoptosis เซลล์ในร่างกายของคนเรานั้นมีการตาย 2 แบบคือ การตายแบบอะพอโตซิส (Apoptosis) ซึ่งไม่ทำให้เนื้อเยื่อรอบๆ เซลล์นั้นอักเสบหรือเสียหาย แต่มีการตายอีกแบบหนึ่งคือการตายแบบนีโครซิส (Necrosis) ที่ทำให้เนื้อเยื่อรอบๆ เกิดการอักเสบและเสียหาย ซึ่งปัญหาอย่างหนึ่งของยารักษามะเร็งคือนอกจากจะฆ่าเซลล์มะเร็งแล้วยังทำลายเซลล์ที่ยังดีๆ ในร่างกายไปด้วย

เปลือกมังคุดกับการรักษาโรค
โดยสารสกัดจากเปลือกมังคุดมาทดสอบฤทธิ์ในการฆ่าเซลล์มะเร็งด้วยการเหนี่ยวนำให้เซลล์เกิดการตายแบบอะพอโตซิส (apoptosis ) ทั้งนี้ผลจากการทดลองที่วัดด้วยค่า IC50 ซึ่งเป็นค่าบอกความเข้มข้นที่สามารถฆ่าเซลล์มะเร็งได้ครึ่งหนึ่งนั้นแสดงให้เห็นว่ามังคุดมีฤทธิ์ในการทำลายเซลล์มะเร็งได้ดี คือประมาณ 4 มิลลิกรัมก็สามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้ถึงครึ่งของเซลล์มะเร็งทั้งหมด
ในเมืองไทยใช้เปลือกมังคุดตากแห้งฝนกับน้ำดื่มแก้อาการท้องเสีย และน้ำต้มของเปลือกมังคุดแห้งใช้รับประทานแก้บิดมานานนับศตวรรษ สารโปรแอนโทรไซยานินที่ไม่มีสีนั้น มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่สูงมาก นอกจากพบในเปลือกมังคุดแล้ว ยังพบมากในเม็ดองุ่น ปัจจุบันมีผู้ใช้ความฝาดของเปลือก มังคุดทำไวน์เปลือกมังคุด โดยใช้เปลือกมังคุดครึ่งกิโลกรัม ในการทำไวน์มังคุด 20 กิโลกรัม เพื่อช่วยให้รสไวน์จับลิ้น และหวังผลในแง่การต้านอนุมูลอิสระและนอกจากสารพวกแทนนินแล้วในเปลือกมังคุดยังมีสารตัวอื่นที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย การที่สารต้านอนุมูลอิสระนั้น ก็หมายความว่า หากใช้ใน ปริมาณที่เหมาะ สามารถใช้ชะลอความชราของเซล และช่วยทำลายสารพิษที่จะมาทำร้ายเซลได้

เปลือกมังคุด
-ป้องกันการเกิดเนื้องอกและมะเร็ง
- เพิ่มภูมิคุ้มกันโรค
- ชะลอความชรา
- ต้านอนุมูลอิสระ
- ต้านเชื้อไวรัส
- ต้านเชื้อแบคทีเรีย
- ต้านเชื้อรา

เปลือกทับทิม
ในเปลือกทับทิมมีสารในกลุ่มแทนนินสูง 22-25% โดยประกอบด้วยสารแทนนินในกลุ่ม มี Gallotannin เปลือกทับทิมตากแห้งใช้เป็นยาแก้ท้องเดินและโรคบิดได้ นอกจากนี้ยังพบสารแทนนินในกลุ่ม Ellagictannin ในปริมาณสูงสารในกลุ่มนี้มีคุณสมบัติเป็นตัวต้านอนุมูลอิสระที่ดี โดยมีสรรพคุณลดอาการอักเสบ ทั้งยังมีฤทธิ์ต่อต้านมะเร็งกว่า 13 ชนิด ไม่ให้เพิ่มจำนวนขึ้น เช่น มะเร็งผิวหนัง มะเร็งลำไส้ มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งตับ เป็นต้น
----นอกจากนี้ยังพบว่ามีคุณสมบัติในการทำลายเซลล์มะเร็งหลอดอาหาร และลำไส้ใหญ่ ซึ่งพบว่าการให้กรดเอลลาจิกกับสัตว์ทดลอง สารดังกล่าวจะไปเร่งการเจริญของเซลล์มะเร็งแบบอะมอพโดซีส (Amoptosis) ทำให้เซลล์มะเร็งถูกทำลายโดยกลไกการแตกตัวของตัวมันเองได้ คนทั่วไปมักจะคิดว่า “เปลือกทับทิม” ไม่มีประโยชน์ ดังนั้นหลังแกะเปลือกรับประทานเมล็ดด้านในแล้ว จึงเอาเปลือกทิ้ง ซึ่ง ในตำรายาจีน “เปลือกทับทิม” นั้นมีคุณค่าทางยา สามารถนำไปตุ๋นกับไก่รับประทานช่วยรักษาโรคได้ รศ.ดร.ศิริพร กล่าวว่า สารสำคัญที่พบในเปลือกผลไม้ เป็นสารประกอบในกลุ่มโพลีฟีโนลิก (olyhenolic) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชนิดหนึ่ง ที่สามารถช่วยป้องกันการสะสมสารอนุมูลอิสระ โดยหากร่างกายมีการสะสมสารอนุมูลอิสระมากเกินไป ก็จะก่อให้เกิดภาวะแก่ก่อนวัย หรือบางรายร้ายแรงถึงขั้นเป็นมะเร็งได้เนื่องจากสารอนุมูลอิสระเมื่อไปจับกับเซลล์ชนิดอื่นๆ ในร่างกาย ก็จะทำลายเซลล์นั้นๆ หรือเกิดภาวะการแบ่งตัวมากผิดปกติ เช่น หากไปจับกับเซลล์โปรตีนหรือคอลลาเจนที่ผิวหนังก็จะเกิดการแบ่งเซลล์มากผิดปกติ จนทำให้ผิวหนังเหยี่ยวย่น เป็นต้น “ผลวิจัยพบว่าสารสกัดจากเปลือกผลไม้ แต่ละชนิดมีฤทธิ์ในการต้านสารอนุมูลอิสระแตกต่างกัน โดยเปลือกมังคุด เปลือกทับทิม และเปลือกเงาะ มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระมากที่สุด แต่เมื่อนำมาทดสอบความเป็นพิษกับเซลล์เม็ดเลือดขาวปกติในหลอดทดลอง พบว่าเปลือกมังคุดมีสารที่เป็นอันตรายต่อเซลล์ปกติอยู่มาก ส่วนเปลือกทับทิมจะมีสารที่เป็นอันตรายรองลงมา และเปลือกเงาะพบสารที่เป็นอันตรายต่อเซลล์ปกติน้อยมาก” รศ.ดร.ศิริพร กล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม การที่เปลือกมังคุดมีสารที่เป็นพิษอยู่มาก อาจเพราะตัวทำละลายเอทานอล ได้สกัดเอาสารส่วนอื่นๆ ซึ่งไม่ต้องการออกมาด้วย ดังนั้นทีมวิจัยจึงกำลังพัฒนากระบวนการสะกัดเพื่อให้ได้สารต้านอนุมูลอิสระที่บริสุทธิ์มากขึ้น

วุ้นว่านหางจระเข้
เป็นพิษต่อเซลล์มะเร็ง หลายสายพันธุ์ พบว่าไม่มีผลต่อเซลล์ปกติ แต่กลับทำให้เซลล์จับตัวกัน แต่มีผลต่อเซลล์มะเร็ง

ลูกยอ
- ทำให้เกิด apoptosis cprogramned cell death ของ Capillary network
ระบบในร่างกายจะสั่งให้เซลล์มะเร็งตาย จะทำให้เส้นเลือดฝอยตาย เลยทำลายเซลล์มะเร็ง
- ออกฤทธิ์ต้านมะเร็ง โดยผ่านระบบภูมิคุ้มกัน
- ทำให้เซลล์มะเร็งตายแบบ necrsis เมื่อให้ขนาดสูง และทำให้เซลล์มะเร็งตายแบบ apoptosis เมื่อให้ขนาดต่ำ
-น้ำคั้นจากผลยอ ยับยั้งการสร้างเส้นเลือดใหม่(inhibition oangiogenesis) ซึ่งเป็นกลไกหนึ่งในการทำลายเซลล์มะเร็ง
- สารโพลีแซคคาไรด์ คือน้ำตาลธรรมชาติที่มีอยู่ในผลลูกยอ เป็นน้ำตาลที่จะต้านให้เซลล์มะเร็งตาย โดยผ่านระบบคุ้มกัน
- ลูกยอ มีฤทธิ์ต้านออดซิเดชั่น แรงกว่าวิตามินซี 2.8 เท่า
- มีสารต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความเสื่อมของร่างกาย และต่อต้านมะเร็ง
-ต่อต้านเซลล์มะเร็ง และเสริมภูมิต้านทานโรคโดยการกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาวเพื่อต่อต้านเซลล์มะเร็งและเชื้อโรคต่าง ๆ
จากการวิจัยของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า ลูกยอสามารถช่วยกระตุ้นภูมิต้านทาน และป้องกันมะเร็งได้ โดยในลูกยอจะมีสารกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาว ซึ่งทำหน้าที่กำจัดเชื้อโรคในร่างกาย และสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งไม่ให้ลูกลาม แต่ไม่ได้รักษามะเร็ง

สารDamnacathal แดมนาแคทอล
- ยับยั้งการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ปกติไม่ให้กลายเป็นเซลล์มะเร็ง
- ป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง
- ยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็ง
- เพิ่มคุณภาพชีวิตและช่วยให้ผู้เป็น มะเร็งมีอายุยืนยาวขึ้น
สารTerpenesเธอร์ปินส์
- ช่วยให้เซลล์ขับถ่ายสารพิษต่าง ๆ ออกไปนอกร่างกาย ชะลอความเสื่อมของเซลล์

---ผลอ่อน ใช้รับประทานแก้คลื่นเหียน-อาเจียน
---ผลสุก ใช้เป็นยาบำรุงธาตุ ขับลมในลำไส้ โดยฝานเป็นชิ้นบาง ๆ คั่วไฟอ่อน ๆ หรือย่างให้เหลืองกรอบ ต้มหรือชงดื่มกับน้ำครั้งละ 10-15 กรัม น้ำที่ได้จิบทีละน้อยแต่บ่อยครั้งจะได้ผลดีกว่าดื่มทีเดียวบริโภคนํ้าลูกยอที่มีจำหน่ายในท้องตลาดระวังอันตราย ผลิตภัณฑ์บางส่วนยังพบการปนเปื้อนของเชื้อรา มีเอทานอล เมทานอล และเชื้อก่อโรค ซึ่งการปนเปื้อนทางเคมี และชีวภาพ จัดเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อผู้บริโภคที่บริโภคเป็นระยะเวลายาวนานอย่างต่อเนื่อง อาจจะสะสมและเกิดเป็นสารอัลดีไฮน์ในร่างกายโดยเฉพาะที่ตับ ซึ่งเป็นอวัยวะที่สลายเมทานอลปนเปื้อนดังกล่าว เสี่ยงต่อการเป็นโรคอื่นๆ ตามมาในระยะยาว เช่น มะเร็งตับ เป็นต้น
ดังนั้น ผู้ผลิตที่เข้าใจและใส่ใจในเรื่องสุขลักษณะที่ดีในการผลิต ก็สามารถผลิตน้ำลูกยอหมัก น้ำพลูคาวหมัก หรือน้ำสมุนไพรหมักอื่นๆได้อย่างปลอดภัย และมีคุณภาพ ผู้บริโภคเองก็ควรศึกษาและเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน จึงจะได้ประโยชน์จากการบริโภคอย่างแท้จริง

ขิง
แอนน์ โบด และต่ง จี้กัง จากมหาวิทยาลัยมินเนโซตา ได้ทำการทดลองโดยการฉีดเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่จากมนุษย์เข้าไปในตัวหนู จากนั้นได้ให้อาหารหนูเหล่านี้ด้วยสารสกัดจากขิงเป็นเวลา 15 วัน ปรากฏว่า หนูกลุ่มที่ได้รับสารสกัดจากขิงมีอัตราการเติบโตของเซลล์มะเร็งน้อยกว่าหนูที่ได้รับอาหารธรรมดา

มะเขือเทศ
ช่วยยับยั้งมะเร็งต่อมลูกหมาก เนื่องจากมีสารไลโคพีน (Lycopine) ซึ่งเป็นตัวที่ทำให้มะเขือเทศเป็นสีแดงสด และยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย จากการวิจัยพบว่า ผู้ป่วยที่ผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมากที่ได้รับไลโคพีนมีค่าเซลล์มะเร็งลดลง
ที่มา //gotoknow.org/blog/banchobsamyod/212105
---------------------------------------------------------------------

ทองพันชั่ง สมุนไพรต้านมะเร็ง

ชื่อวิทยาศาสตร์ Rhinacanthus nasutus (Linn.) Kurz.
ชื่อวงศ์ Acanthaceae
ชื่อสามัญ White crane flower
ชื่อท้องถิ่น ทองคันชั่ง, หญ้ามันไก่ (ภาคกลาง) ทองดุลย์

ทองพันชั่ง ที่มีสรรพคุณช่วยรักษาอาการของโรคมะเร็งได้ รวมทั้งอาการเจ็บป่วยอื่นๆ อีกมากมาย

สรรพคุณทางยาและวิธีใช้
สมุนไพรทองพันชั่ง เป็นพืชที่สามารถใช้บรรเทาอาการและรักษาโรคได้หลาย ชนิดจากทั้งใบและราก อย่างเช่น ใช้ดับไข้ รักษาโรคผิวหนัง แก้ริดสีดวง แก้อาการไอเป็นเลือด ฆ่าเชื้อพยาธิ กลาก เกลื้อน แก้มะเร็ง หรือแก้ผมหงอกเนื่องจากเชื้อรา เป็นต้น โดยวิธีการดังนี้

•ใช้ใบสดหรือรากทองพันชั่ง ตำแช่ในเหล้าหรือแอลกอฮอล์ แล้วใช้ทาบริเวณที่มีอาการของโรคผิวหนัง กลาก เกลื้อน ผดผื่นคัน เป็นต้น
•ใช้ใบทองพันชั่งสด มาตำให้ละเอียดผสมกับน้ำมันก๊าซ ใช้ทาบริเวณที่เป็นกลากหรือโรคผิวหนัง วันละ 1 ครั้ง เพียงแค่ 3 วัน โรคกลากหรือโรคผิวหนังก็จะหายไป
•หรือใช้รากทองพันชั่ง 6-7 รากและหัวไม้ขีดไฟ1/2 กล่อง นำมาตำเข้ากันให้ละเอียด ผสมน้ำมันใส่ผมหรือวาสลิน (กันไม่ให้ยาแห้ง) ทาบริเวณที่เป็นกลากหรือโรคผิวหนังบ่อย ๆ
•นำใบทองพันชั่งสดหรือมาคั่วให้แห้ง แล้วใช้ชงกับน้ำดื่ม ช่วยเป็นยาขับปัสสาวะ
•ใบทองพันชั่งต้มกับน้ำฝนรับประทาน แก้ไข้ข้ออักเสบ
•ใช้รากทองพันชั่งต้มน้ำดื่ม แก้น้ำเหลืองเสีย ดับพิษไข้ รักษาโรคผิวหนัง
•ใช้ใบทองพันชั่งต้มน้ำดื่ม ช่วยลดความดัน บำรุงธาตุ บำรุงร่าง กาย แก้ปัสสาวะขัด ช่วยระบบกระเพาะอาหารทำงานดีขึ้น
•ใช้ใบทองพันชั่ง ใบชุมเห็ดไทย เมล็ดพริก ไทยร่อน ต้นเหงือกปลาหมอ ตากแห้ง นำมาบดเป็นผงละเอียด ผสมน้ำผึ้งปั้นลูกกลอน ขนาดเม็ดพุทรา รับประทานครั้งละ 5 เม็ด หลัง อาหารเช้าเย็น เป็นเวลาประมาณ 1 เดือนเศษ แก้โรคเบาหวาน
•บางคนใช้รากทองพันชั่งต้มกินแก้มะเร็งภายใน
•ใช้ใบทองพันชั่งดอกเหลือง ใบเลี่ยน ตากแดดให้แห้ง คั่วให้หอมดี ชงน้ำชารับประทานเป็นยาแก้โรคไตและโรคมะเร็ง
•นำใบหรือรากประมาณ 1 กำมือ ต้มรับประทานทุกเช้าเย็นทุกวัน ช่วยดับพิษไข้ รักษาโรคผิวหนัง ริดสีดวงทวารหนัก แก้ไอเป็นเลือด และฆ่าพยาธิ
ล่า สุด นักวิจัยภาควิชาเคมี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ทำ การวิจัยทดลองสังเคราะห์สารอนุพันธ์แนพโทควิโนน เอสเทอร์ จากสารต้นแบบที่ได้จากต้นทองพันชั่ง โดยสารดังกล่าวมีฤทธิ์ยับยั้งมะเร็งเยื่อบุช่องปาก มะเร็งเต้านม และมะเร็งมดลูกได้สำเร็จ ที่ในทางการแพทย์แผนโบราณก็ได้ใช้ทองพันชั่งในการรักษาโรคมะเร็ง โรคตับอักเสบ โรคผิวหนัง ฯลฯ ด้วยเช่นเดียวกัน

** ทั้งนี้ทั้งนั้นยังมีข้อควรระวังคือ ผู้ที่เป็นโรคโลหิตจาง โรคหัวใจ โรคหืด โรคความดันต่ำ โรคมะเร็งในเม็ดเลือด ห้ามรับประทาน **

รูปและข้อมูลจาก : //thaiherbsbeauty.igetweb.com/index.php?mo=3&art=311607


13 สมุนไพรจีน รักษามะเร็ง(มีซ้ำอยู่หนึ่งตัว--หาที่มาแรกสุดไม่ได้ครับ)

สกว.จับมือ จีนพัฒนาสมุนไพรร่วมกัน โดยเฉพาะสมุนไพรรักษามะเร็ง เตรียมเริ่มต้นจากการศึกษาพืชตระกูลยางร่วมกัน เผยสมุนไพรจีน 13 ชนิดเจ๋ง ป้องกัน-รักษา-บรรเทาอาการมะเร็งได้ บางชนิดรักษามะเร็งเฉพาะจุดได้ด้วย

ทั้งนี้ในส่วนของนักวิจัยจีน ถือว่ามีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านสมุนไพรรักษาโรคมาช้านาน โดยเฉพาะนักวิจัยจีนยังให้ความสนใจเกี่ยวกับสมุนไพรจีนรักษาโรคมะเร็ง ปัจจุบันพบว่ามีสมุนไพรจีนหลายชนิดที่ให้สรรพคุณรักษาหรือป้องกันมะเร็งได้ ที่สำคัญได้แก่

1. หญ้าปักกิ่ง หรือ หญ้าเทวดา ปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคมะเร็งดื่มน้ำคั้นจากหญ้าปักกิ่งทั้งต้น เพื่อรักษาและบรรเทาอาการจากโรคมะเร็ง โดยมีงานวิจัยหลายชิ้นที่แสดงให้เห็นว่าหญ้าปักกิ่งมีฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็งได้ด้วย โดยเฉพาะมะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งเต้านม นอกจากนี้ยังนิยมใช้หญ้าปักกิ่งร่วมกับการรักษามะเร็งอื่นๆในแผนปัจจุบันเพื่อช่วยลดผลข้างเคียงด้วย

2. เห็ดหลินจือ สกัดเป็นสารออกมาแล้ว พบว่า มีฤทธิ์ที่สำคัญ 3 ประการคือ ฤทธิ์ต้านมะเร็ง มีผลช่วยชะลอการลุกลามของมะเร็งและเพิ่มประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย อีกทั้งมีฤทธิ์ต่อโรคภูมิแพ้ ที่สามารถยับยั้งการแพ้ทั้งผื่นคันและหอบหืด และยังลดปฏิกิริยาการตอบโต้ของผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะได้อีกด้วย

3. ชา น้ำชาเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก มีหลายชนิดเช่น ชาเขียว ชาดำ และชาอู่หลง ต่างล้วนมีฤทธิ์ต้านการก่อกลายพันธุ์และมีคุณสมบัติต้านมะเร็ง เช่น มะเร็งกระเพาะ หลอดอาหาร ลำไส้เล็ก ปอด ผิวหนัง ลำไส้ใหญ่ ตับอ่อน และมะเร็งเต้านม อย่างไรก็ดีการบริโภคชาที่ต้มนานๆ อาจจะทำให้เป็นมะเร็งหลอดอาหารได้

4. โสม โสมจีน หรือโสมเกาหลี หรือแม้กระทั่งโสมอเมริกา มีฤทธิ์ป้องกันมะเร็ง และยืดอายุผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย ส่วนมากมักนำโสมมาใช้ในการรักษาด้วยวิธีการเคมีบำบัดอีกทั้งยังใช้เป็นยาอายุวัฒนะ นอกจากนี้สารสกัดซึ่งมีซาโปนิน(Saponin) มีผลต้านมะเร็งกระเพาะในคน และป้องกันการเกิดมะเร็งปอดเนื่องจากสารเคมีบางชนิด

5. เห็ดหอม คนจีนใช้เห็ดหอมเป็นอายุวัฒนะ รักษาหวัดทำให้เลือดลมดี แกโรคหัวใจ ป้องกันการเติบโตของเนื้อร้าย ต้านพิษงู ป้องกันโรคเลือดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคมะเร็ง โรคร้ายจากเชื้อไวรัส ลดคลอเรสเตอรอล มีสารเลนติแนน (Lentinan)ช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ ในระบบภูมิคุ้มกันให้มีประสิทธิภาพ ในการต่อสู้กับเซลล์เนื้องอกด้วย

6. ลูกเดือย มีฤทธิ์ยับยั้งสารส่งเสริมการก่อมะเร็ง และยังมีฤทธิ์ ต้านเชื้อแบคทีเรีย ต้านเชื้อรา ต้านยีสต์ เร่งการงอกของเส้นผม เร่งการสร้างผิวหนังและเพิ่มการไหลเวียนโลหิต ทำให้เม็ดเลือดแดงเกาะกลุ่มกันและทำให้เชื้อสเตร็ปโตค็อคคัยเกาะกลุ่ม ทำให้อสุจิเกาะกลุ่ม ต้านอักเสบ ลดโคเลสเตอรอลในเลือด ลดความดันโลหิตสูง ลดอุณหภูมิร่างกาย แก้ปวดและขับปัสสาวะ เหนี่ยวนำให้เกิดการตกไข่ ต้านเอนไซม์ amylase

7. ไป๋ฮวาเสอเสอเฉ่า ประกอบด้วยสารออกฤทธิ์ต่อต้านมะเร็ง ซึ่งจะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน และมีฤทธิ์ในการควบคุมการลุกลามและการเกิดซ้ำของมะเร็ง และยังสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับ Macrophage ในเม็ดเลือดขาว ในการทำหน้าที่กลืนกินเซลล์มะเร็งได้ด้วย

8. ไป๋ฮวาเสอเสอเฉ่า เป็นยาสมุนไพรต้านมะเร็งที่ใช้กันมากที่สุดในการรักษาพยาบาลแบบแพทย์แผนจีน ซึ่งสามารถควบคุมมะเร็งปากมดลูก เนื้อร้าย และมะเร็งตับในหนูทดลอง
หนี่เจินจื่อ สามารถกระตุ้นการเพิ่มจำนวนเซลล์ภูมิคุ้มกันและสามารถควบคุมการลดจำนวนของเม็ดเลือดขาว กระตุ้นการไหลเวียนของระบบเซลล์ท่อน้ำเหลือง และมีฤทธิ์สกัดกั้นการเกิดมะเร็งปากมดลูกด้วย

9. ยาชิงไต้ ปัจจุบันมีการนำมาใช้เพื่อใช้บำบัดรักษาโรคมะเร็งเลือดชนิดเซลล์เม็ดลักษณะเรื้อรัง นอกจากนี้ยังบรรเทาอาการที่เกิดจากผลข้างเคียงเนื่องจากเคมีบำบัดและรังสีบำบัดได้ด้วย

10. จูหลิง ปัจจุบันมีการนำจูหลิงมาสกัดเป็นยาฉีดสำหรับใช้ในโรงพยาบาล หรือจัดเป็นยาตำรับให้คนไข้นำไปต้มกินที่บ้าน สรรพคุณของจูหลิงตามตำราแพทย์ศาสตร์แผนจีน ก็คือขับพิษต่างๆ ในร่างกายให้ออกมากับปัสสาวะ และต้านมะเร็ง

11. กันเฉ่า มีฤทธิ์ควบคุมมะเร็งไขกระดูก มีฤทธิ์ต้านมะเร็งในเม็ดเลือด สาร Monopotassium มีฤทธิ์ในการยับยั้งมะเร็ง ในไขกระดูกและสามารถยับยั้งมะเร็งในเม็ดเลือดของหนูทดลอง

12. เป่าจื่อเหลียน มีสารต่อต้านมะเร็ง มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ และต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอย มีสรรพคุณในการหยุดยั้งการลุกลามของเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากในตัวหนูด้วย

13. ตังกุย มีสารคล้ายกับฮอร์โมนเอสทรอเจนในผู้หญิง แต่มีฤทธิ์น้อยกว่า เหมาะที่จะใช้รักษามะเร็ง เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งรังไข่ มะเร็งเต้านม หรือจะเป็น มะเร็งตับ ลูคิเมีย มะเร็งต่อมน้ำเหลือง ซึ่งตังกุยมีฤทธิ์สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตและการทำลายเซลล์มะเร็งได้ถึง 50-70%

นี่คือตัวอย่างของสมุนไพรจีนที่มีฤทธิ์นำในเรื่องของการป้องกันและรักษามะเร็งของจีนที่หลายชนิดสามารถนำมาบริโภคในชีวิตประจำวันได้ และหลายชนิดเป็นส่วนประกอบหลักของยารักษาโรคมะเร็งแบบจีน
สำหรับความร่วมมือระหว่างนักวิจัยไทย-จีนนั้น โดยเฉพาะสมุนไพรป้องกันและรักษาโรคมะเร็งนั้น ความคืบหน้าจะเริ่มต้นด้วยโครงการศึกษาสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพต้านมะเร็งจากพืชตระกูลยาง จากจุดเริ่มต้นของงานวิจัยว่ายางมีฤทธิ์ในการต้านมะเร็งจากทางยุโรป ซึ่งเชื่อว่าในอนาคต ไทย-จีนน่าจะมีองค์ความรู้ด้านสมุนไพรจีนรักษาโรคมะเร็งมากขึ้น

เนื้อหาจาก: //www.trf.or.th/News/Content.asp?Art_ID=1069

----อะโวคาโด บร็อคโคลี่--สารพัดผักที่เราเห็น ก็สามารถมีฤทธิ์ต้านโรคร้ายแรงพวกนี้ได้ มะรุมก็โดดเด่นมาดเลยครับตอนนี้
----หากมีข่าวเพิ่มเติมจะนำมาเติมให้นะครับ----


Create Date : 13 กรกฎาคม 2554
Last Update : 13 กรกฎาคม 2554 21:48:38 น. 1 comments
Counter : 5805 Pageviews.

 
ขอบคุณบทความดีดีคับผม

Black Friday Nintendo 3ds Sales


โดย: karkung วันที่: 21 กันยายน 2554 เวลา:20:04:38 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

jesdath
Location :
เชียงราย Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 35 คน [?]




Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2554
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
13 กรกฏาคม 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add jesdath's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.