ชาวต่างดาวพลีอิเดี้ยน--ล้ำหน้า แต่ย้อนเวลา-เจริญกลับทาง

เดี๋ยวจะมาเขียนต่อ --- ตอนนี้ตัดมาจากประวัติของบิลลี่ ไมเออรื ที่ติดต่อกับ ชาวพลีอิเดี้ยน จนเหมือน ศาสดาจานบิน แต่เขาก็ทำจานบินปลอมเยอะมาก หรือว่า เขาเพี้ยน ภรรยาเขาก็สงสัยแบบนั้น

ชาวต่างดาวพลีอิเดี้ยน--ล้ำหน้า แต่ย้อนเวลา-เจริญกลับทาง หมายความว่า พวกเขาไม่ได้รุดไปตามเทคโนโลยี่ แต่ ย้อนกลับใช้ความเจริญทางจิต กลับสู่พระผู้สร้าง (ซึ่ง พวกนี้เชื่อว่า ชาวต่างดาวที่สร้างมนุษย์ เจริญทางจิตถึงขีดสุด และสูญพันธุ์ไปนานแล้ว)

---ผลึกหรือคริสตอล เชื่อว่า เก็บพลังงานลึกลับได้ และตัวอย่างโลหะ ซึ่ง นักวิจัย ได้จากบิลลี่ๆ บอกว่าได้มาจากชาว พลีจาเร็น เมื่อส่องดูที่การขยายต่างๆ ผ่านกล้องอิเลคตรอน
เขาบอกว่า บางครั้งมันเกิดสนิมออกไซด์ สัมผัสอีกทีออกไซด์หาย กลายเป็นโลหะ เป็นโครงสร้างที่ลึกล้ำ ของทุเลี่ยม ซึ่งหายากและแพงกว่าแพลตตินั่ม มหัศจรรย์ยิ่ง โครงสร้างมันเป็นทั้งโลหะ และผลึกในเวลาเดียวกัน
(ผลึกคริสตัลส่วนใหญ่เกิดจากออกไซด์โลหะทั้งสิ้น เช่น ควอทซ์ คือ ซิลิกอนไดออกไซด์))
Billy Meier
A chemist known for making claims about purported supernatural properties of quartz crystals, Marcel Vogel examined samples of metal provided by Meier with a scanning electron microscope. In 1979, Meier sent Vogel crystals and metal samples Meier claimed to have received from the Plejarens. Vogel reported, "When I touched the oxide with a stainless steel probe, red streaks appeared and the oxide coating disappeared. I just touched the metal like that, and it started to deoxidize and become a pure metal. I have never seen a phenomenon like that before." Of another metal sample containing nearly every element in the periodic table, Vogel stated, "Each pure element was bonded to each of the others, yet somehow retained its own identity." However, a scanning electron microscope cannot determine the atomic or molecular structure of a substance, calling into question his findings. He claimed, "Thulium exists only in minute amounts. It is exceedingly expensive, far beyond platinum, and rare to come by. Someone would have to have an extensive metallurgical knowledge even to be aware of a composition of this type", said Vogel. Vogel was not a metallurgist. At 1600 X Vogel said, "A whole new world appears in the specimen. There are structures within structures - very unusual." At 2500 X he found that the sample was, "metal, but at the same time ... it is crystal!"

Vogel put the full weight of his expertise in these summary comments: "With any technology that I know of, we could not achieve this on this planet! I could not put it together myself, as a scientist... And I think it is important that those of us who are in the scientific world sit down and do some serious study on these things instead of putting it off as people's imagination."

[edit] Meier's Meeting with JmmanuelAs recounted in the unabridged version of Message from the Pleiades, Vol. 2, Meier was taken back in time by the extraterrestrial Asket where he met personally with Jmmanuel, alleged to be the real Jesus, and who told Meier that Meier's evolution was higher than that of Jmmanuel himself, saying, "Truly, your evolution has proceeded for 2000 years further, which fact I have not considered." (page 512). The contact with Jmmanuel lasted for four days after which Meier was returned to the present time.[22]

-----ปี 1979 มาเซล โวเกล เริ่มทดสอบตัวอย่างโลหะหลายชิ้นที่ได้จากบิลลี่ ซึ่งบิลลี่รับมาจากช่ฃาวพลีจาเร็นอีกที เมื่อเขาเอาแท่งสแตนเลสขีดลวงไปที่ผิวโละหะ ออกไวด์สีแดงของมะนกฟ็หายไป โลหะได้กลับมาเป็นโลหะบริสุทะธิ์อีกครั้งหนี่ง วึ่งเขาไม่เคยเห็นแบบนี้มาก่อน

--โลหะอีกชิ้นหนึ่ง มีทุกๆธาตุที่ปรากฏอยู่ในตารางธาตุของเรา มันเกาะกันอยู่ แต่ก็แสดงคุณสมบัติของมันออกมาได้ และกล้องอิเลคตรอนไม่สามารถมองเห็นโครงสร้างทางโมเลกุลได้ ทูเลี่ยม มีน้อยมากในธรรมชาติ แพงฃกว่าพลาตินั่ม และผู้ที่นำมาต้องเข้าใจโครงสร้างของมะนด้วย ที่กำลังขยาย 1600เท่า เขาว่า"โลกทัศน์ใหม่ทั้งมวลได้แสดงสุ่สายตาผมแล้ว มันมีโครงสร้างซ้อนทับสลีบกัน ซึ่งต่างกับปกติมากๆ ที่ 2500 เท่า เขาว่า "มันคือโลหะ และเป็นผลึกคริสตัลในเวลาเดียวกันได้ด้วย"

---"ด้วยเทคโนโลยี่ปัจจุบัน เราไม่สามรถสร้างมันได้บนโลกนี้ ผมเองก้รวมธาตุแบบนี้ไม่ได้ และในแง่ของนักวิืทยาศาสตร์ และคนิื่นๆ เราน่าจะนั่งลงและศึกษามันในทุกๆด้าน แทนที่จะปัดมันทิ้งไป และคิดว่ามันเป็นเพียงจินตนาการของมนุษย์แค่นั้น

--------------------------------------------------------------------

นาซ่าพบดาวมีลักษณะค้ายกันกับโลก
-------------ล่าสุดนักดาราศาสตร์ค้นพบดาวเคราะห์ซึ่งมีขนาดเล็กที่สุดดวงใหม่นอกระบบสุริยะ โดยสภาพพื้นหินของดาวมีลักษณะเช่นเดียวกันกับโลก...

สำนัก ข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 11 ม.ค. ว่า ดาวเคราะห์ดวงนี้มีเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่เป็น 1.4 เท่าของโลก และมีความหนาแน่นทางมวลอากาศมากกว่าโลกถึง 4.6 เท่าตัว

การค้นพบ ครั้งนี้ ถือเป็นหนึ่งในการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติ นำโดยทีมนักดาราศาสตร์เคปเลอร์ จากองค์การบริหารการบินและอวกาศ แห่งชาติ (นาซา) อย่างไรก็ตาม เนื่องจากดาวเพื่อนบ้านของดาวเคราะห์ดวงนีี้มีวงโคจรที่ใกล้กันมาก จึงไม่สามารถเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ได้ อีกทั้งยังพบว่าดาวเคราะห์ดวงนี้พื้นผิวเป็นหินทั้งหมด.


ไทยรัฐออนไลน์
----------------------------------------------------------------------------


Create Date : 10 มกราคม 2554
Last Update : 11 มกราคม 2554 22:03:34 น. 1 comments
Counter : 1382 Pageviews.

 
เชื่อว่ามีมนุษย์ต่างดาว แต่ไม่เคยเห็นคะ อิอิอิ ไม่อยากเห็นด้วย หลอน


โดย: TheShockTime วันที่: 13 มกราคม 2554 เวลา:6:01:46 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

jesdath
Location :
เชียงราย Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 35 คน [?]




Group Blog
 
<<
มกราคม 2554
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
10 มกราคม 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add jesdath's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.