บันทึกของความรัก-ส่วนตัวครับ

เมื่อคืนฝันว่าได้กราบบังคมทูลในหลวงกับพระราชินีทั้งคืนเลย แม้จะลุกมาทำธุระ ก็ยังไปฝันต่อในเรื่องเดิม ท่านนมีดำรัสเกี่ยวกับโคลง กลอน ยังมีหญิงสาวสองคน คนหนึ่งอยู่ห่างๆ อีกคนยื่นหน้ามาคุยจมูกจะชนกันอยู่แล้ว ความสวยและหน้าตา ให้ดูได้ที่ละคร สุุภาพบุรุษสะลึมสะลือ คนที่ี่แสดงเป็นนางรอง-ลูกเจ้าพ่อ ชื่อ มิ้ม --อัมราภัสร์ จุุนกะเีศียน เคยเป็นนางงามหลายเวที--ความสวยพอๆกัน แค่ผู้หญิงคนนี้จะคางแหลมกว่า ใบหน้ารูปไข่สวยมาก ใส่ฃุดนี่มองไม่เห็นชัด น่าจะเป็นชุดแซค สั้นเสมอเข่า--บรรยายซะชัดเลย
--ภรรยาบอกว่า ฝันเห็นท่าน แล้วจะได้ลาภ ไม่ขัดสนเรื่องเงินทอง ก็น่าแปลกเพราะเป็น10 ปีก็ยยังไม่เคยฝันเห็นท่าน
-----เอาเรื่องเบาๆนะครับ-----
ตอนนั้นผมอายุ 17 อยู่ว่างๆ จึงไปหาเล่นปิงปองที่หอหญิง1 พบเด็กสาวสองสามคน ก็ไปขอเล่นปิงปองด้วย มีคนนึงชื่อส้ม เป็นคนสวยบ หน้ากลมๆ ผิวสวยออกสีชมพู ตาเจ้าฃู้ ตากลมโต เมื่อถามว่าข้าพเจ้าจบจาก รร.อะไร ข้าพเจ้าจอบว่าพระโขนงพิทยาลัย เธอบอกว่า "สอนกีต้าร์ให้ส้มหน่อยสิ" ข้าพเจ้าก็งง เพราะพบกันครั้งแรก เธอบอกว่า สนิทกับเพื่อนข้าพเจ้า เพราะอยู่หอพักเดียวกัน สวย--เปรั้ียว-- เก่งตามสูตร เพราะเธอก็สอบติดคณะวิทยาศาสตร์เช่นเดียวกัน ความสัมพันธ์ก่อตัวขค้นอย่างรวดเร็ว เหมือนรู้จักสนิทสนมกันมานาน เพราะว่า.....
---เพราะว่าผู้หญิงคนนี้เคยเป็นภรรยาของผมในอดีตชาติ พรหมลิขิตหักเหให้มาพบกัน
จนแม้เพื่อนๆทั้งชาย-หญิงที่มาเล่นปิงปอง ก็สังเกตออก เลยพาลจับคู่ให้เราเองเลย
ซึ่งต่อไปการเรียนเล็คเชอร์ห้องรวม เฃ่นเคมี พวกเขาก็จะจองที่ให้เรานั่งติดกัน ผลดฃก็คือ เรียนไม่รู้เรื่องทั้งคู่ เพราะประหม่า ได้ขีดๆเขียนๆ มีครั้งหนึ่งเดินไปเจอเธอบนชั้นลอย เธอตกใจมาก ผมก็เช่นเดียวกัน ได้แต่เปิดหนังสือไปมา--รุ่นที่เรียนเน้นทางการเรียน ไม่่นิยมค่านิยมมีแฟนกันครับ แต่หลังนี้รุ่นนึง จะนิยมมี เพราะการสอนเต้นรำในสถานศึกษาทำให้เด็กชินกับการสัมผัสเพศตรงข้าว ไฟกะน้ำมัน หรือขั้วบวกกับลบก็ชอร์ตกันได้ เป็นเพราะผู้กำหนดการศึกษาไม่รู้ซึ้งถึงธรรมชาติธรรมดาของมนุษย์
----ความสัมพันธ์ดำเนินไปช้าๆ แต่หนักแน่น บางครั้งเพื่อนก็ให้เอา จม.เธอที่คณะ ไปส่งให้ที่หอ แต่ต่ฃ้องให้พนักงานส่งเสียงตามสายเรียก เรียกว่า การ "คอลล์" ไปบ่อยจนพนักงานจำได้เลย---เราทั้งสองคนต่างก็ไร้เดียงสาเรื่องความรัก กว่าจะรู้ตัวก็หลงรักเธออย่างถอนตัวไม่ขึ้น เธอเองก็คงสงสัยตัวเองเหมือนกัน
--ไม่เห็นหน้า เห็นหลังคาบ้านก็ยังดี ก้แบบนั้นหละครับ เห็นหลังคาหอ หรือไปดักดูเธอตอน
มาซื้อขนมที่ตลาดฝายหิน ก็ยังโอเค--สิ่งที่เรียกว่าความรัก มันไม่รู้ มองไม่เห็นหรอกครับ จะรู้ว่ามี เพราะสังเหตความหึงหวงเมื่อเธอเดิินกับคนอื่น และเธอเป็นคนที่ชอบบริหารสเน่ห์
เพื่อนบอกว่าเธอเป็นดาว ที่ รร.เดิม เพราะไม่มีใครที่ไม่รู้จักเธอ และไม่พยายามจีบเธอ
เธอเองเคยตอบจดหมายผมมาว่า "มีคนมารัก ก็ดีกว่าไม่มี"
-สิ้นปีเธอเอนทรานซ์ใหม่ ติิดบัญชีจุฬา เราก็เลยห่างๆกันไป ผมยังเคยตามเธอไปที่ที่ทำงานที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิต แต่ไม่พบตัวเธอ
----------------------------------------------------
อ่านไปแล้ว ความทรงจำเดิมๆกลับมา มช.รหัส 34 เจ้า---ประไพพรรณ--
----------------------------------------------------

--ความเป็นบุพเพสันนิวาส อยู่ร่วมกันมาแต่ชาติปางก่อน ยากที่จะตัดได้ ถ้าท่านคิดว่าจะบวชจนบรรลุธรรมในชาตินั้นๆ ก็อย่าให้เนื้อคู่ของท่านมาเกิดพร้อมกัน จะต้องมีวันหนึ่งที่ต้องพบกัน และจะรักกันทันทีครับ สิ่งเหล่านี้เป็นทุกข์เป็นกรรมที่จะมาพัวพันทั้งสิ้น ข้าพเจ้าเองเคยคิดจะบวชตลอดชีวิตตั้งแต่อายุ 17 นั่งสมาธิในป่าช้าคนเดียวก็เคยทำมาแล้ว แต่กลัวที่สุดคือความรักนี่แหละครับ มนุษย์เราไม่มีทางจะสูอำนาจจนี้ได้เลย เพราะตนเองก็เหมือนโดนมสต์สะกดอยู่แล้ว ช่วยัวเองไม่ได้ ต้องเดินตามเกมของความรัก ความหลง ความหึงหวงที่มันบัญชาการอย่างเดียว พระที่เก่งๆท่านเดินสวนกับหญิงคนหนึ่ง แค่นั้นแหละครับ ทั้งหลับทั้งตื่นก็เห็นแต่-หน้าหญิง
คนนั้น ต้องใช้วิปัสสนาอย่างเข้มข้นถึง7 วัน กิเลสกามก็ไม่ใช้น้อยไปกว่ากัน เพราะทุกชาติเราได้เคยเสพสุขด้วยกามตัณหา แตกลูกแตกหลานมีความสุขมากในเรื่องนี้ เรียกว่า ตัณหาดุจเลือดในอก เราก็ไม่ยอมแยกทางกับเจ้ากามกิเลสตัวนี้สักที

---มีครั้งหนึ่งพิสูจน์ได้ว่า ความรักของผมกับส้ม คงไม่ใช่เรื่องคิดไำปเอง--รับน้องขึ้นดอยของคณธวิทย์ พวกเขาพาเราไปยังน้ำตกเล็กๆ รุ่นพี่มีการสำรวจ และสร้างด่านต่างๆไว้หมดแล้ว มีสาวหนึ่งก็มาจองเป็นคู่ผมไว้แล้ว พอดีมองไปเห็นส้ม ส้มไม่มีคู่ครับ เธออยู่ห่างประมาณ 50 เมตร เธอส่งสายตามา และความรู้สึกในประกายตายั้น บอกถึงความเหงา โดดเดี่ยวอ้างว้าง วิวอน น่าสงสาร เรียกว่าเธอส่งกระแสจิตมาเต็มๆ และผมก็รับรู้ได้เต็มๆ ผมเลยต้องเสียสัจจะเดินไปหาเธอ เพื่อนก็เลยจับคู่ผมให้เธอทันที เหมือนเธอใช้มนต์สะกด สะกดจิตผมได้ ผมเองก็ยอมเพราะผมแคร์เธอมากครับ--ระหว่างทาง ด่านตามน้ำตกบ้าง ก็ไปกันตลอด คราวนี้เขาให้ป้อนสาคูเปล่า เธอก็แทบจะแหวะออกมา แต่ผมก็บังคับเธอ เธอโกระมาก จนห่างๆจากผม (ปลายๆปีเธอบ่นกับเพื่อนผมว่า หนุ่มคณะวิทย์ ไม่มีใครกล้าจีบเธอ เหมือนเกลียดๆกลัวๆเธองั้นแหละ
เพื่อบอกว่า เธอนะเจ้าเล่ห์ ใครก็ไม่กล้ามาจีบให้ปวดหัวใจหรอก)
---ในช่วงน้น พี่โย --โยธิน ชีรานนท์ก็คุมวงดนตรี สมช.อยู่ เรียนนานหลายปี ปัจุบันเป็นบอสใหญ่แกรมมี่ พี่แดงมือคีย์บอร์ดสาวสวย ก็เป็นภรรยาใครไม่รู้คงเป็นรุ่นเดียวกัน บุคคลเหล่านี้มีตัวตน ในนิยายรักนักษึกษษของ ศุภักษร ครับ พบหญิงคนนึง เข้ามาปีหนึ่งเหมือนกัน ที่วงดนตรี เธอสวยใช้ได้ เล่นเปียนโนเก่ง และเรียนคณะแพทย์ คงไม่มีใครกล้าจีบเธอหรอก เก่งเกินไป ผู้ชายก็ไม่กล้าเหมือนกัน
-----ปลายปีนั้น พี่ รร.เก่า ก็จัดรับน้องโรงเรียนพระขโนง พบเพื่อนชื่อสุ เป็นสาวตัวเล็ก สวยเหมือนกัน มีทีท่าว่าจขะชอบผม พอดีผมก็ได้ทักเพื่อนสาวที่มาจากเชียงรายให้เธอเห็น เธอก็ไปต่อว่าสาวคนนั้นว่า "เจษเป็นแฟนของชั้นนะ" ผมก็เขียน จม.ต่อว่าเธอไว้ที่หอ เธอก็เอนท์ใหม่ ติดพลาบาล ม.ขอนแก่น ยังได้พบกันตอนปีสอง เธอบอกไม่อยากเห็นหน้าเลย
--ตอนปีสอง รับน้องใหม่ ก็เจอสามสาว ที่เพื่อน อ๋อม พยายามจัดกลุ่มมา มี จี๋ ตัวเล็กๆสวยมาก-- อัง ตัวเล็ก หุ่นกลมๆ ดา--ตัวสูงโย่ง พวกเค้าเป็นเด็กน่ารัก ดูตลกๆดี
ก็ไปกินข้าวด้วยกันทุกวัน ผมก็หลงรักน้องจี๋เข้าเต็มเปา แต่ไม่เคยแสดงออกอะไร เพราะกลัวอ๋อมจะว่า และพวกสามแยกปากหมา ก็คอยว่าพวกที่ทำตัวเป็นเฒ่าหัวงู หรือขี้หลีอะไรประมาณนี้ หนังจากนั้นก็มีไปเที่ยวดอยขุนตาน ก็เจออีกลุ่ม แต่คราวนี้เป็นเพื่อนที่ไปหลงรักน้องเขา เขามาถามว่าจีบยังไง ผมก็บอกไป ขยันเจอบ่อยๆ เค้าซูฮกเลย บอกเป็นปรมาจารย์ แต่ปรมาจารย์ ยยังไม่เคยสมใจในเรื่องรักเลย อีกอย่างหนึ่งก้เป็นลูกครูจนๆ ไม่ค่อยกล้าไปรักสาว กทม.หรอก เรามันขัดสนไปทุกอย่าง เรียนระดับนี้ได้ก้ดีแล้ว ----ปี2-3 มีเพื่อนมาจีบจี๋ ชื่อนันต์ เป็นคนในเชียงใหม่ มีรถเก๋ง อนันต์ดูจริงใจ แต่อ๋อมพยายามกันออกไป แล้วจี๋ก็ถูกชิงตัวไปจนได้ เป็นพี่ที่เรียนประมาณ ปี 8
รุ่นเก๋าประจำคณะ พวกเขามีสาวควงเปรี้ยวๆ หุ่นดีๆ เหมือนในมิวสิคต่างประเทศ แต่ไม่ถึงกับมั่วสุมทางเพศนะครับ ยุคนั้นไม่มีนะครับ--ตอนหลังนี่ไม่รับรอง---
--พึงทราบว่าา เราเรียนทุกวัน อังคารกับพฤหัสทำแลป เสาอาทิตย์ทำรายงาน ส่วนทางตณะมนุษย์ สังคม เรียนแค่ 3 วัน ดังนั้นพวกนี้จะชำนาญเรื่อง ที่กิน ที่เที่ยวมากกว่าทางสายวิทย์นะครับ

-----พวกเรามองหญิงต่างคณะมั้ย ก็มองครับ แต่การใกล้ชิดไม่ค่อยมี เลยหายากหน่อยที่จะไปจีบข้ามคณะ แต่ก็มีเพือนสาวเอกภาษาไทยสองคนที่สนิทกันมาก เธอพูดจาตรงๆดี สวยๆตาคมๆ แต่คบแบบเพื่อน ไม่มีนอก กติกา
--ปี4 พบน้องสองคน คนนึงหุ่นอวบๆ ตัวใหญ่ พยายามหยอกเล่น อีกคนตัวเล็กกว่า ก็ไปเที่ยวดูหนังกัน มีหลายครั้งเจอหญิงลึกลับนั่งรถไปกับเรา เธอสวยมากๆ ขนาดเป็นดาราได้เลย--อ๋อมก็พยายามจะจีบอยู่ (อ๋อม-ปัจจุบัน เป็นเจ้ากรมหนึ่งในกองทัพเรือ --ดำเนินตามรอยพ่อเค้า)
--เพื่อนเรียน คนนึงเป็นสาวเปรี้ยว ชื่อแอน ตอนร้องเพลงเธอชอบเอียงมาซบไหล่ผมอยู่เรื่อย ปัจจุบันแอนทำงานที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ อีกคนชื่อปุ๊ก เป็นเจ้าของโรงพิมพ์ที่ใหญ่ระดับชาติตอนนี้--ผู้หญิงภาควิชานี้---รุ่นนี้มีแค่สามคน รุ่นหลังมีน้องใหม่ประมาณ 10-20 คน ต้องทำการโปรโมทบ้าง--

---ภาควิชาเคมี--เป็นภาควิชาที่ผู้หญิงนิยมเรียน อาจเป็นเพราะผู้หญิงท่องเก่งกว่า--
--มีหลายครั้งที่เห็นผู้หญิงแต่งตัวชุดราตรีเดินขึ้นหอพักชายหน้าตาเฉยในตอนดึกๆ ที่แท้ก็เป็นสาวประเภทสอง เช่นคุณ เจินเจิน บุญสูงเนิน และเธอก็จบวิชาพวกตณิตศาสตร์ สถิติ ซึ่งยากมากๆ ยิ่งแคลคูลัสนะ ยากสุดๆ---ทุกๆคนใน5 คน พบเนื้อคู่ที่นี่ทั้งหมดเพราะเทพทท่านจัดการเรื่องนี้ คนที่้พื่อนคนเป็นแขกไปจีบ --เป็นสาวเชียงราย อีกคนนึงที่เพื่อนไปจีบ มีอะไรแปลกๆ คือเธอเป็นทายาทของผีปอบโดยย่าเธอเป็นคนให้แหวนเธอมา เธอไมา่สามารถถอดแหวนได้ เพราะจะใจสั่น และเธอชอบแลบลิ้นออกมาโดยไม่รู้ตัว เทพชั้นสูงได้ขับไล่ผีออกไปครับ จากคนหน้าขาวซีดออกคล้ำ แก้มมีสีชมพูเห็นๆเลยครับ เป็นสาวใต้ที่น่ารักมากทีเดียว

-----คนสุดท้าย หลังจากที่เคยไปสร้างฝายให้ชาวบ้านที่อ.เทิง ก็ได้ไปเยี่ยมชาวบ้านอีก ก็เจอคณะนศ.ชุดใหม่ พอดีก็มีคนพยายามให้ไปคุยกับเธอ สมมุติชื่อรัชดา รัชดาพยายามแกล้งผม เช่นชวนไปดูดนตรีแล้วบอกไม่ไป แต่ชวนคนอื่นไปให้เราเห็น ผมกฌโกรธเหมือนกัน พยายามตาม เธอก็หลบๆ หลังๆเธอบอกว่าหนุ่มคนนั้นกลัวผมจะต่อยเอา--ช่วงนี้เริ่่มรู้จักพิษของคววามรัก ไม่กล้าเดินหน้า ไม่กล้าถอยหลัง เพราะมันก็เจ็บทั้งคู่ หลังจากนั้น ผมไปเป็นครู เธอก็มาเป็นครูที่ตัวเมือง ก็ได้เจอกันบ้าง ครูอาวุโสบอกว่า บ้านผมรวยแบบว่าเศรษฐี เธอก็จึงกระตือรือล้นที่จะเจอผมอีก--- ผมรู้อย่างนั้นก็ห่างๆไป

-ผมเอง-ขนาดว่าจบออกมายังยากจน(ไปเป็นครูบ้านนอกมาแล้ว) ไปเดินขายเครื่องตัดไฟ ยังดันไปมีความรักกับลูกสาวเจ้าของบริษัทอีก และเธอก็ลงมาเล่นเกมความรักด้วย เป็นคนสวย ตาคม แต่หน้ามีรอยสิวบ้าง เป็นคนฉลาด น่ารักมากทีเดียว พอดีมีคนที่ทำงานมักเรียกผมว่า อาจารย์ เธอทราบว่าผมสามรถซ่อม สร้างเครื่องตัดไฟได้ เธอยิ่งให้ความสนใจมาก บางทีเรายืนสบตากันหลายนาที จนพนักงานสาวๆเริ่มซุบซิบ สงสัยในความสัมพันธ์--ต่อมาเธอก็แต่งงานไปตามวิสัยของคนจีน
ก็เป็นช่วงที่ผมออกจากงานไป ทำงานออกภาคสนามยังพบรักกับพี่ยุ เธอแต่งงานแล้ว มีลูกด้วย ผิวคล้ำยิ้มเก่งสวย เธอบอกว่า สามีเป็นเกย์แอบแฝง แทบไม่เคยมีความสุขด้วยกันเลย ที่อยู่เพราะสงสารลูก---เธอบอกว่า ก็มีคนมายื่นข้อเสนอแบบนี้เหมือนกัน ไม่ใช่ว่าไม่มี
--เพื่อนเคยถอดไพ่ทาโร่ให้ แล้วบอกว่าศัตรูผมเป็นผู้หญิง คนสนับสนุนเรา--รักเราก็ผู้หญิง เรียกว่าไพ่ผู้หญิงอยู่รอบตัวเราเลย เค้าบอกไม่เคยเจอเหมือนกัน -ดวงนารีอุปถัมภ์นี่ครับ อิอิ

---ก่อนหน้าที่จะพบภรรยา ความจริงก็เจอพร้อมกับเธอคนนี้ แต่ผมกะภรรยามัวแต่เขม่นกันอยู่ ไม่ชอบขี้หน้ากัน ออกเกลียดกันด้วยซ้ำ
พอดีเจอพระรุ่นพี่่ที่เคยบวชพร้อมๆกัน พระไม่ได้สึก ยังเป็นพระอยู่ บอกให้ช่วยจีบสาวคนนี้หน่อย เพราะทำน่ยว่าเธอจะพบเนื่อคู่ ผมบอกไม่ชอบหรอก ท่านบอกว่า ไม่เอา กรูจะเอาเอง ด้วยความเกรงใจ และกลัวศาสนาเสื่อม ก็ลองคบกัยบเธอดู พี่สาวเธอบอกว่ามานอนที่บ้านนี้ก็ได้ เพราะนอนที่ทำงานดูไม่เหมาะ ก็ลยใกล้ชิดกัน ขับรถไปเที่ยวต่างจังหวัดกัน(ทั้งคณะ) ในที่สุดก็กลายเป็นความรักจนได้ เธอไม่ใช่คนสวยเลย สูงดปร่ง คล้ายคนอินเดีย ดำๆ และเธอก็มีพลังจิต สารถมองเห็นอะไรที่ซ่อนอยู่ได้ รู้วาระจิตคนก็ได้ เพราะเธอฝึกของเธอเอง---มีหลายครั้งที่ผมสารถทำลายความสาวของเธอได้ เช่นพี่สาวไป ตจว. ทิ้งเราอยู่บ้านสองคนอยู่หลายวัน --แต่ผมก็ไม่เคยทำครับ จะว่าหวงตัว ก็มีบ้าง -เลือกมาก --ไม่ชอบมีพันธะ อะไรก็ตาม ก็ดีแล้วที่ไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง(ทำบาป) ในที่สุดเราก็แยกกัน เพราะเธอเชื่อพี่สาวมาก พี่สาววางเกมให้เรามาใกล้ชิดกัน เพราะเห็นว่าผมมีรถปิ๊คอัพ--คงเป็นพวกคนรวย --พอพระสึกออกมา พี่สาวเธอก็บอกว่า ผมไปช่วยเหลือครอบครัวของยายอรปวีณาที่เธอไม่ชอบ ให้แยกตัวออกมาไม่งั้นจะไม่คบ---ก็เป็นไปตามนั้น พี่สาวยุให้มาคบกับอดีตพระคนนั้น เพราะเธอหวังให้เขาเขียนวิทยานิพนธ์ทำซีสามให้ กว่าเธอจะรู้ทันว่าพี่สาวเล่นเกมยัดเยียดเธอ(ให้เป็นเมีย)คนนั้นคนนี้ ก็ผ่านไปหลายปี (คงนึกรู้ได้เอง) เธอก็เสียใจเหมือนกัน ทุกวันนี้ยังเก็บแหวนที่ผมลืมไว้---ยังไม่ยอมคืน แสดงว่า ส่วนลึกของเธอก็ยังรักผม ส่วนผู้ชายคนนั้น ปัจจุบันหายสาบสูญ ก่อนนั้นมีครั้งหนึ่งเขาบอกว่าได้เธอแล้ว ตอนวันเกิดเธอก็จะมาให้เขา... บัตรเอทีเอ็มก็ให้เขามาใช้ ลองดูนี่สิ..โอ จม.เป็นปึก ซองเป็นของบ.บางกอกเอน..ที่เธอทำงาน หน้าซองก็ลายมือเธอ..แต่พี่สาวเธอไม่ยอมรับครับ บอกว่าน้องเธอยังบริสุทธิ์ อืม จริงๆแล้ว เขาคนนี้ได้ทั้งที่สาวคนรองที่เป็นครู และตัวเธอเป็นเมียมานานแล้ว เขาคนนี้เล่าให้ฟังอย่างละเอียด-
--(ลูกเขยของอรปวีณา(นามสมมุติ) มาขอร้องให้ผมช่วยเหลือ โดยให้เช่าบ้านให้พวกเขาอยู่ แล้วเขาจะขับแทกซี่ป้ายดำ--ตอนหลังเขาถูกรถอื่นชนที่ลพบุรี จนรถงอเป็นรูปตัววี ผู้โยสารสาหัส เขาไม่เป็นอะไรมาก ภรรยาเขาว่าดูจากรถ ไม่น่าจะรอด--แต่มาทราบทีหลังว่าช่วงนั้นผมดวงดี เทพเลยเอาดวงผมไปแลกเอาชีวิตคนนั้นออกมา และพอดีเขาก็บวชพรรษานึงด้วย--ผมเองรู้แล้วเซ็งเลย ปีนั้นดวงไม่ค่อยดีเลย--ก็ยังดี เขามีลูกสองคนถ้าเกิดตาย อีกสามชีวิตจะอยู่ยังไง)

---ชีวิตคนก็วุ่นวายเพราะเรื่องกามนี้แหละ ความรักก็ด้วยหรือเปล่า แต่ความรักคงเป็นสิ่งที่บริสุทธิ์และงดงามกระมัง
--ผมเองสรรเสริญความรักที่บริสุทธิ์ของแม่กับลูกครับ ช่างสวยงามและเปี่ยมด้วยพลัง-แรงบันดาลใจ

--แล้วภรรยาล่ะรักไหม รักสิครับ ตามจีบมาหลายชาติ แต่เป็นได้แค่คู่หมั้น บางทียังนึกว่าเธอเป็นลูกสาวผม เพราะลักษณนิสัยเธอนะเด็กชัดๆไ ชอบดื้อชอบเถียงเอาชนะ เกเร แต่ก้แบบเด้กๆนะครับน่ารักดีออก แค่ปากจัดแค่นั้นเอง แต่เพราะเราไม่ค่อยออกสู่โลกภายนอก และเธอก้ไม่ชอบด้วย ก็ไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใคร หยอกกันเล่นแต่ในบ้าน
---ความรักหลังที่จบมาล่ะ เยอะเหมือนกันครับ มีสาวมาแอบชอบก็มี หรือเราเป็นแบบ เจ้าชู้หลบในอ่า--ความรักสมัยก่อน ไม่วุ่นวาย เพราะไม่มีเรื่องเซ็กส์เข้ามาด้วย ถ้ามีครบเครื่องแบบยุคนี้ ความหึงหวงขนาดฆ่ากันตาย จึงเกิดขึ้นเป็นประจำ ทั้งความรักและความใคร่ สามรถฆ่าคนได้อย่างง่ายดาย การหลุดพ้นไปจากวังวนความรัก หรือการเวียนว่ายตายเกิดจึงเป็นสิ่งประเสริฐที่สุด

--4ปีครึ่งในรั้วมหาวิทยาลัย หล่อหมอมให้เราแข็งแกร่ง ทั้งการเชียร์กีฬาที่ทำให้ได้สมญากองทัพหุ่นยนต์ การเรียนที่ยากและจริงจัง การคิดโปรเจดอิสระ วงจรไฟฟ้า ความรัก ความเป็นเพื่อน ความเงียบเหงายามเพื่อนๆจบออกไป หรือตอนเรียนซัมเมอร์ ทุกๆอย่างมันมาพร้อมๆกัน จนเราก้คิดว่า เรียนจบออกมาได้ก้เก่ง คนอื่นเขาก็ว่าจบภาควิชานี้ได้ก้เก่ง คณิตศษสตร์ต้องเก่ง ความรู้ทางวิทย์ต้องแน่นพอ บางคนยังไปวิปัสสนาที่วัด..แถวคลองชลประทาน และสามรถจบป.โทได้ อจ.ที่ปรึกษาท่านก็ดีมากครับ อจ.ฝรั่งที่คุมโปรเจคก็นิสัยดีมากครับ--อาจารย์ทุกท่านใจดี รักเราเหมือนลูกหลาน งานคืนสู่เหย้า เราจะไปขอนอนที่บ้านอ.คนไหนก็ได้ เอากีต้าร์ไปเล่นเพลงในห้องแลป หรือไปเล่นรอบกองไฟกัน พี่สาวคณะที่จบออกไป ก็สวยๆทั้งนั้นเลย หลายๆท่านเป็นอาจารย์สอนหมอสอนพยาบาลด้วย--- สุดเฉียบครับ

---ปีสุดท้ายพบหนุ่มน้องใหม่ชื่ออภิรัตน์ เล่นกีต้าร์คลาสสิกเก่ง เขามากับกีต้าร์ยามาฮ่าที่ทำด้วยมือ มีลายเซ็นคนทำด้วย เสียงดีมาก เวลาเขาเล่นที่ใต้ถุนหอ พวกเด็กๆ ที่มาขายของบอกว่า เหมือนกีต้าร์หลายตัวเล่นพร้อมกัน ดูๆแล้วทำไมจึงมีตัวเดียว---ใช่ครับ ถ้าเซียนเล่นจะเป็นแบบนั้นเลย
---หลังจากนั้นก็ไปเยี่ยมบ้านน้องเขาที่ลำปาง (ปล่าวเบี่ยงเบนทางเพศนะ) น้องก็พาไปพบคนอื่นๆ เช่นพ่อเลี้ยงเมืองลำปาง หรือเรียกว่าเสี่ย ---เสี่ยถูกนิสัยกับผมมาก พาไปทุกทุกที่-บ้านเมียน้อย-บ้านกิ๊ก เรียกว่าเที่ยวกัน 7 วัน 7 คืน แทบไม่นอนเลย--พอจะกลับบ้าน แม่ของตุ่ยถามว่าอยู่ที่ไหน--เป็นลูกใคร ผมบอกอยู่พะเยา ลูกแม่จินต์-- แม่ของตุ่ยก็บอกว่า จริงๆแล้วเราเป็นญาติกันนะ ต้องเรียกเธอว่า"น้าคำ" พ่อของตุ่ย เป็นนักประวัติศาสตร์ นักนสพ.ด้วย เป็นปราชญ์ของเมืองนั้นเลย แม่ของตุ่ยให้แนวคิดที่แปลกมาก เธอบอกว่า ยามที่ครอบครัวจน ลูกเต้าก็เข้า รร.คนจน คบแต่เพื่อนคนชั้นต่ำ ความคิดอะไรไก็ไม่พัฒนาไปไหน เล่นดนตรี กินเหล้า หาผู้หญิง -- ส่วนลูกอีกสามคน มีตอนที่ครอบครับฐานะดีแล้ว มีตุ่ย น้องตาล กับนา่ยแว่น เดรียนโรงเรียนดีๆ เรียนจบก็เข้่ามหาวิทยาลัยกัน จบออกมาเพื่อนก็ดังไปทำงานดีๆ เรียกว่าพบแต่สังคมชั้นสูง ทำให้ชีวิตต่างออกไป--ชีวิต-เพื่อน สิ่งแวดล้อมมันน่าคิด เธอว่า เพื่อนสามรถช่วยเหลือฝากงานหางาน ชี้ช่อง- ชวนร่วมธุรกิจ ซึ่งงจุดนี้พ่ออแม่ก็ยังช่วยไม่ได้ถึงขนาดนั้น ครอบครัวนี้เล่นดนตรีเป็นทุกคนมั้ง มีเปียนโนหลังใหญ่ ตุ่ยเก่งกีต้าร์ ตาลเรียนเปียนโน น้องแว่นตีกลอง ตอนหลังตาลก็เป็นครูสอนเปียนโน ตุ่ยเคยเจอกันนานแล้ว แต่งงานกับสาวคนรวยที่ชอบตามติดเขา สวยมากเหมือนกัน ตอนนั้นทำอาชีพขายดอกไม้สด--


-อืมเดี่ยวจะเล่าเรื่องรักในรั้ว รร. แทรกก่อน จะหมดสต๊อคแล้วนะ

---มีสาวๆหลายที่เป็นครู มาบรรจุพร้อมกัน คนแรก ชื่อเฟิร์น เป็นสาวจีนทางเหนือ ที่เรียกว่า จีนฮ่อ เพราะถืออิสลามด้วย เฟร์นเป็นสาวสวย หุ่นนางแบบ ผิวสีน้ำผึ้ง แฟนเค้าเป็นโฆษกวิทยุภาคชาวเขา ที่ชอบพูดว่า "เฟอทิไหลโซทิง" ไม่รู้แปลว่าอะไร คงไม่ใช่ "ขอผมเตะท่านผู้ฟังสักที" นะครับ อิอิ มีแฟนแล้ว---ผ่าน

--รัชฎา ปัญหาดี หน้าตาพอใช้ ท่าทางเก่ง สอนคณิตศาสตร์ คนพวกนี้ดูแล้วแอคทีฟ ขยัน ประเภทไฟแรง ทำงานดี จัดงานนิทรรศการ สื่อการสอนเพียบ แต่แล้ว เธอก็มีปัญหาเหมือนนามสกุลของเธอ เมื่อไปสอบกรมอาชีวะได้ เงินเดือนมากเป็นสองเท่า ทิ้งคนรักไว้ที่นี่ และปัญหา คือโกงเงินสหกรณ์ไปนับแสนบาท ทำเอาอจ.ใหญ่(ผู้หญิง)กุมขมับเลย
(บอกแล้วไง ครูขี้เกียจๆอย่างผม ยังดีกว่า)

--รสนา เธอเป็นสาวใต้ น่ารัก ขยัน ช่างคิดเธอรับแก้ปัญหาให้เพื่อน และเซ้งเอาคนรักของเพื่อนมาด้วย "ได้มาแล้วดันป่วยซะอีก"
--ธิดา ขาวสวยอึ๋ม ไม่ขอวิจารณ์เพราะไม่ได้จีบ--ผ่าน
--สนธริยา ตัวเล็ก ผิวคล้ำ สวย เก่ง เธอสอนงานช่างอุตสาหกรรม ไม่น่าเชื่อว่าเธอบังคับพวกทะโมนได้ เตาเคยสนิทกันมาก ทุกวันนี้ก็เป็ความรักที่แฝงตัวอยู่ ซึ่งผมและเธอก็ไม่เคยรู้มาก่อน ยังงงๆนะเนี่ย

--ศิริภา ตัวเล็ก ผิวคล้ำนิดๆ ตาหวาน ขับรถเก๋งมาทำงาน ชอบให้มีคนมาชอบ ก็สนิทกันแบบเพื่อน เพราะบางทีลิมของไว้ที่บ้าน แม่ก็ฝากเธอเอามาให้ที่แม่สาย
--มีหลายครั้งกลางวงอาหาร เธอจ้องหน้าผม ผมก็มองหน้าเธอ เธอทำตาหวานใส่อยู่หลายนาทีแล้วบอกว่า "ซึ้งไหมจ๊ะ" โดยไม่แคร์สายตาคนอื่นๆ น่าจีบเป็นแฟนจริงๆ เลย

---มีอีกสาวที่สอนหัตกรรม เธอก็สนิทกับผมมาก ชอบพูดตรงๆ ตอนที่ผมได้กลับไปเยี่ยม เธอก้มีแฟนแล้ว เธอยังบอกว่า "รักพี่เจษเหมือนพี่ชายนะ ไม่เคยรักแบบอื่น" ผมเองก็คิดกับเธอเหมือนน้องสาว"
--ผมเองชอบใส่หมวกเคาบอยสีขาว ชอบเล่นดนตรี ตั้งวงให้พวกเด็กๆ และข้างนอกอีก เด้กๆจึงชอบ และให้ฉายา "อ.เจษฏา อินคอนเสริท" และ "อ.เจษ ผู้หยั่งรู้ดินฟ้ามหาสมุทร" เพราะบางครั้งเมฆฝนมา ก็บอกว่า "ฝนไม่ตกหรอก เดี๋ยวแดดก็ออก" ก็เป็นไปตามนั้น
--ดีใจที่ได้ช่วยตี๋น้ิอย เป็นเด็กที่พ่อแม่ให้ออกกลางคัน แต่ผมไปจ่ายค่าเล่าเรียนให้ ตี๋น้อยเลยเรียนจบ เรียนเก่งนะ--หลังจากนั้นไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น

--เคยสอนพิเศษให้เด็ก ต่อมาเด็กสาวคนหนึ่งสอบได้เป็นจิตแพทย์
--เคยสอนมัธยมต้น-- ห้องเก่งๆ เด็กที่เก่งในห้องนั้นสอบได้เป็นหมอ วิศวะหลายคน เด็กเก่งสอนง่าย ไม่ซนไม่ดื้อพวกนี้มีบารมีเก่ามา ได้ดีทุกคนนะแหละ

--สอนเ้ด้กก้เหนื่อย แต่เด็กๆก็รักผมมาก ผมก็ตามใจเด็กมาก จนคิดว่าคงเป็นครูต่อไปไม่ได้ มีเสียงโจมตีมาก แล้วก็พอดีป่วยเพราะความเครียด กลายเป็นเหมือนคนบ้า คนเมา สมองเหมือนก้อนหิน ไม่สามรถจะคิดคำนวณอะไรได้ และเป็นโรคกระเพาะ-ลำไส้อักเสบด้วย จึงตัดสินใจลาออกจากครู

--เพื่อนครูที่เป็นกระตุ้งกระติ้ง ก็ให้กำลังใจตลอด หลังๆเขาซื้อบ้านยอยู่นอก รร.และเลี้ยงเด็กหนุ่ม ต่อมาเด้กก็ฆ่าเขาตายโดยใช้ครกหินทุบศรีษะ---แต่คนๆนี้เขามีอาจารย์ๆ บอกให้ขุดตรงนั้นตรงนี้ก็ได้ดาบเก่า ถ้วยชามโบราณมากมาย จนเป็นพิพิธ๓ัณฑ์ย่อยๆ--ถ้าจะให้เดา เขาก็เคยเป็นกษัตริย์ และมักมากในกาม ทำผิด จึงมีเพศเป็นแบบนั้น แล้วคนที่ถูกเขาสั่งฆ่า ก็มาฆ่าเขาในชาตินี้ -เสียใจจจริงครับ คุณครูโชค
---ยังมีที่บริษัทหลังสุดอีก มีทั้งมาแอบชอบ และมาตกลงขอเป็นแฟน หรือจะทำอย่างไรกับความรักที่ก่อตัว เอาไว้เล่าต่ออีกขยักนึงละกัน--เจอแต่สาวๆ แล้วก็มีเรื่องรักทุกที่ไม่รู้เป็นไง

--แต่ตัวผมนี่มีนิสัยไม่ดีหลายอย่าง--จุกจิก ขี้อิจฉา ชอบนินทา หูเบา -ขี้ใจน้อย แต่ดีที่ไม่ก้าวร้าว- ให้เกียรติผู้หญิงมากๆด้วย
-นึกถึงความรักหลายรูปแบบที่สาวๆมีให้กับผมแล้วมัน"สุขๆ ซึ้งๆ เศร้าๆ" ก็เรามันคนโรแมนติก ชอบซื้งๆหวานๆ ---แต่ก็ชอบตีกัน หยอกเล่นกันกับภรรยาทุกวัน --ก็สนุกดี-- รักแบบ"มันเขี้ยว"
เล่าเลยดีกว่า เมื่อผมเข้าทำงานในตำแหน่งรอง ผจก. บ.แห่งหนึ่ง ก้ทะเลาะกับเลขาผู้จัดการบ้าง แต่ก้ชอบกันกับผู้ตรวจบัญชี ชื่อ หญิง เป็นสาวตัวเล็กมาก แต่เก่ง ขับรถเอง ตั้งบริษัทเอง ต่างคนก็ต่างเป็นห่วงกัน ดทรติดต่อกันเสมอ เป็นกลุ่มที่ไปสังสรรค์นั่งกินข้าวกันบ่อย--ประทับใจผู้หญิงที่เก่งเหมือนแม่เรา--มีคนแบบนี้เยอะประเทศไทยเจริญเร็วครับ--ก็ไม่มีอะไร เพราะหญิงมีแฟนแล้วเป็นนายตำรวจ
--ไปอีกบริษัทนึง ก็พบอีกสองคน สาว เป็นสาวสวยมากๆ พอดีกำลังอกหักกะแฟน กับอีกคน จบขจากเมืองนอก ชอบเล่นดนตรีคีย์บอร์ด ก็ไม่มีอะไรนัก แค่ทักทายกัน
--อีบริษัทหนึง พบ ปุ้ม และ ปุ้ย คนแรกให้พี่ที่โรงงานมาบอกว่า สนใจเขามั้ย--ส่วนปุ้ยเรียนราชภัฏ มีการบ้านมาให้ช่วยทำบ่อยๆ ก็สนิทกันดี หลังๆกลายเป็นความรักได้ยังไงก็ไม่รู้ จนเราต้องนัดกินข้าวกัน เพื่อ ตกลงว่าจะคบกันอย่างไรดี เธอถามว่ามีแฟนยัง ผมบอกว่ามีแล้ว แต่ไม่ค่อยเข้าใจกัน เธอก็แนะนำและยังคอยสอบถาม ปุ้ย รับโทรศัพท์ที หวานจนมดขึ้นสายเลยหละ " ...ขา... ต้องการสั่งอะไรคะ "พวกลูกค้าต้องขอคุยกับปุ้ยก่อนเลย--หลงเสียงนาง ---แต่เธอไม่ได้สวยมากนักหรอกนะ
--อืม ยังมีอีกคน ผมไปชอบเขาเอง แผนกบัญชี สมมุติว่าชื่อ ป้อมละกัน เธอสวยมาก ไม่ถือตัว แต่ออกจะขี้อาย ไม่กล้าไปเที่ยวกับผม คิดว่าพวกเซลส์กะล่อนกระมัง
--มะลิเป็นสาวเปรี้ยว สวยเซ็กซี่ ชอบทักทายและส่งสายตา แต่เธอมีสาีมีแล้ว
--มีลูกสาวบุญธรรมเจ้าของบริษัท มาให้ดูลายมือ และ ประชาสัมพันธ์ ก็โอเคนะ ไม่ได้ก่อคดีรักอะไร
--ตามร้านอาหารก็พบคนที่น่าสนใจ ซึ่งบางคนเขาก็คุยเรื่องของเธอให้ฟังตรงๆ พบพวกนักร้องก็มีบ้าง

--บันทึกไว้เพื่อกันลืม เพราะผมไม่เคยเขียนไว้ที่ไหนเลย จะได้ก๊อปเก็บไว้ และลงบล็อกส่วนตัวได้อีก ส้มเป็นชาวหาดใหญ่(หน้าตาท่าทาง เหมือนเนาวรัตน์ ยุกตะนั้นท์ ตอนเป็นสาวครับ)-- แฟนคนล่าสุด เป็นคนอีสาน แต่มาโตที่กทม. --ส่วนภรรยาผมพื้นเพอยู่ลาดยาว นครสวรรค์ แม่เธอเป็นไทยอยุธยา พ่อเป็นคนจีนครับ เธอบอกว่า แม่เธอสอนว่า คนลาว-คบชั่วเช้า ชั่วเพล --หมายความว่า เป็นคนค่อนข้างกลอกกลิ้งไม่จริงใจ ต้องขอโทษด้วยนะครับ ได้ยินมาแบบนี้ บันทึกไว้กันลืมเช่นเดียวกัน)

--ชีวิตกับความรักคงเป็นประโยชน์ต่อท่านอื่นๆครับ ผมเหมือนคนที่เผชิญชีวิตด้วยความไร้เดียงสา งานที่ทำก็ทั้งทางเทคนิค -ทางธุรกิจที่เชือดเฉือนใช้เล่ห์เหลี่ยมกันสุดเดช แต่เราดันเป็นคนซื่อๆเซ่อๆซะงั้นแหละ อย่างเรื่องชีวิต --ความรัก อะไรพวกนี้เราก็เอาหลักธรรมมะไปจับ ก็พอสรุปได้ แต่ตอนนั้นไม่รู้จริงๆ เช่นที่พี่สาวพาน้องไปประเคนคนนั้นคนนี้ ซื่อจริงๆไม่ทันเกมเลย เป็นเพราะเราไม่ชอบเล่นเกมกับใครด้วย-

---สิ่งที่เปลี่ยนแปลงนิสัย-สันดานคนได้อย่างหมดจด ก็คงเป็นความรัก เช่นพ่อรักลูก เลยเลิกกินเหล้า แม่รักลูก จึงเปลี่ยนแปลง ทำทุกอย่างเพื่อลูก ความรักเป็นพลัง เเป็นแรงบันดาลใจอันมากกมายมหาศาล ส่วนความรักที่เป็นทุกข์ก็คือความรักแบบชุ้สาวครับ เรียกว่าน้ำตาทุกหยดมากกว่าน้ำทะเลหมดทั้งโลก ที่เราแต่ละคนได้เสียให้กับความรัก ความห่วงใย ความโหยหา ความเศร้าโศก ความพลัดพราก แม้จะรู้ว่าเป็นแค่มายา ทุกสิ่งไม่จีรัง เป็นแค่พฤติกรรมของจิต แต่มนุษย์เราไหนเลยจะตัดใจได้ ดังนั้นเราก็ควรตัดการเวียนว่ายตายเกิด พบสุขที่แท้จริงในแดนนิพพานนั่นแหละ คือสุดยอดแห่งความพ้นทุกข์และเป็นสุขที่ถาวรครับ---น้องๆโปรดพิจารณา--ผมจะกระตุ้นบ่อยๆให้ท่านผู้อ่านมีความอยากที่จะหลุดพ้น -ให้เกิดความเบื่อหน่ายในกาม-


---ผู้อ่านทุกๆท่าน -มีความสำคัญ เพราะช่วยผลักดันให้ผมเขียนอะไรๆที่ค่อนข้างมีสาระ และเป็นหลักธรรมมะขึ้นมาได้ ไม่งั้นก็บ่นไปเรื่อยเปื่อยครับ

--สมัย 10 กว่าปีก่อน เช้าขึ้นมา ณ บริษัทแห่งหนึ่ง -สาวๆเถียงกันใหญ่ว่าฉันนี่แหละเมียน้อยผู้จัดการตัวจริง หรือ"เเก็บหนุ่มทั้งแผนกกินหมดแล้ว"--ก็มีอยู่จริงครับ เพื่อนเล่าให้ฟังว่าบริษัทเดิมเขามีแบบนั้น---ไปนั่งร้านเหล้า มีผู้หญิงเปลือยหมดมานั่งตักเรา ผมทำอะไรไม่ถูกเลยครับ เพิ่งสึกจากพระมาด้วย เจ้่านาบยหัวเราะก๊ากเลย--พวกนี้จะเดินสายตามคาเฟ่ต่างๆ เดินสามรอบ รอบสุดท้ายแก้ผ้าหมด ใช้ยาเสพติดเพื่อให้ไม่มีความอาย)

--น้องโอปอล์บอกว่า กรณี "จ๊ะ-คันหู" เป็นความเสื่อมอย่างธรรมดาของโลกหลังกึ่งพุทธกาล--พูดจาฉลาด น่ารักดีครับ
-ได้ฟังมาปีก่อนๆ มีการเล่นการเมืองจากหลายๆฝ่าย ทำตัวเหนือกฏหมาย ไม่มีความยุติธรรม ถึงเวลานี้ยังไม่ได้รับโทษ---แต่รับกรรมมีแน่นอนครับ ต่อให้บารมียิ่งใหญ่คับฟ้า ก็หนีกฏปห่งกรรมไม่พ้น เหมือนที่หลวงปู่บอกว่า---คนไม่มีศีลธรรมตายหมด คนมีศีลอยู่ใกล้ก้ไม่เป็นเป็นไร ต่อให้ลูกเห้บโตเท่ามะพร้าวก้ไม่โดนเรา

---เขียนดีไหมละครับตอนนี้ พอดีว่าเขียนอีกทีก็เหมือนเดิม เพราะไม่ได้มีหลายชีวิต นอกจากเขียนเรื่องอดีตชาติได้นิดหน่อย

----อดีตก่อนที่จะมาเกิดชาตินี้ ผม และเพื่อนๆ เป็นคนที่อยู่แถวตัวเมืองเชียงใหม่ หรือตรงจุดที่เป็น ม.เชียงใหม่นั่นเอง ---วัดฝายหิน ที่อยู่ในมหาวิทยาลัย ก็เป็นวัดโบราณที่ผมและเพื่อนช่วยกันสร้างไว้ ดร.ปรีชา คนที่เป็นเชื้อแขกก็จะนิมิตเห็นพระพุทธรูปที่เขาสร้างอยู่เสมอ

--กุศลเหล่านี้ ทำให้ชีวิตในชาตินี้ไม่ตกต่ำ เพื่อนทุกคนฐานะปานกลาง ถึงค่อนข้างดี จะดีด้วยอีกอย่างคือมีปัญญา มีความรู้ที่นำไปหาทรัพย์ได้

----สมัยนั้นผมเป็นพ่อค้าส ฐานะเศรษฐี บางคนเป็นนักรบ มีเรื่องชิงรักหักสวาทกับกลุ่มอื่น เพียงวัย 17--18 ปีเท่านั้น
--- ปรีชา ชาติก่อนชื่อคำเมือง เก่งทางไสยเวท สักน้ำมันให้เพื่อ(ยังอยู่บนต้นแขนของอ๋อม เป็นปานเป็นแผ่นสีน้ำตาล) หลังจากคำเมืองตายในการรบ ผมเองก็ได้ภรรยาของเขามาเป้นภรรยาด้วย (ไม่ผิดนัก แต่ไม่เป็นไปตามประเพณี)

--ช่วงสุดท้ายของชีวิต ผมก็บวชใจ ตายในชุดขาว ที่ริมฝั่งกว๊านพะเยา
---แล้วผมก้เกิดที่บ้านเลขที่ 1 ถ.ประเทศอุดรทิศ จว.พะเยา เช่่นกัน ก่อนที่จะเกิด แม่ก็นิมิตฝันเห็นเป็นลูกไฟดวงใหญ่กว่าดวงดาวมาจากท้องฟ้า เข้ามที่ครรภ์ของแม่ แม่ตั้งชื่อผมว่า"ลูกพลับ" ในอดีตชาติผมก็ชื่อว่า "พลับ"เช่นกัน
-- แต่ปกติแม่จะเรียกว่า "เจดดา " หรือ "ดา" ไม่เคยเรียกชื่อนี้ มีแต่แม่อุมาจะเรียกผมชื่อนี้---ส่วนปรีชา เนื่องจากเขามีเชื้อสายทางอิสลามด้วยและ ฮินดูด้วย คงมีการแต่งตั้งทายาททางศาสนา เบื่องบนเรียกเขาว่า "มูฮัมหมัด อิสฮ๊าด" แต่มักเรียกง่ายๆว่า "เจ้าร่าง" หรือ เจ้าของร่าง นั่นเอง

--เวลาเทพจะมาผ่านร่าง ดร.ปรีชา(ตั้ม) (ประทับทรง--ท่านจะมาอยู่แถวบนไหล่ ไม่ได้เข้าไปแฝงในร่าง เพราะท่านเป็นเทพ ไม่ใช่ผี ครับ)ท่านจะนั่งบนเตียง พวกเราจะนั่งข้างล่าง แต่ถ้าคนไหนนั่งสมาธิมาในวันนั้น ท่านจะทราบและให้นั่งเสมอกับท่าน

--เวลาเสด็จแม่อุมาท่านผ่าน ก็จะมีกริริยาท่าทาง เสียง เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวาน แต่จริงท่านก็ดุ เจอพวกเราเย้าหยอกท่านก็อนุโลมให้ ไม่อยากถือสาพวกทะโมนอย่างเรา
--ครั้งนึงมีพายุใหญ่ กระเบื่องแผ่นใหญ่ตรงทางเดินหอ มีน๊อตยึด ยังปลิวไปหมด เพราะว่าท่านเทพไม่ยอมให้เราไปดูหนังเรื่อง"จันดารา" แต่พอพายุหยุด ก้ไปดุได้ทัน ท่านว่าตอนต้น(ตคลอดลูก) ไม่เหมาะสำหรับเด็กๆอย่างเรา พายุลุกนี้ ได้พัดสังกะสี ตัดคอคนแก่แถวนั้นตายไป1 คน คงเป็นลูกหลงนะครับ แรงมากขนาดจดึงประตูไว้ไม่อยู่เลย
----มีการชุมนุมของ นศ.บ่อยๆ ท่านว่าจะวุ่นไปอีกนาน
--พระฤาษีนารอท ท่านมา และบอกว่า ท่านได้พบภาวะนิพพานก่อนพระพุทธเจ้า แต่ของท่านไม่ยิ่งใหญ่ ไม่ลึกซึ้งเท่าของพระพุทธองค์
---ท่านที่มาเป็นเทพระดับสูง เช่น ท้าวมหาพรหม ชินะปัญชระ ปรีชาว่า ท่าทรงจีวรเหมือนพระแต่มีชฏาเหมือนเทพ
--องค์อื่นๆ เช่น พระศิวะ พระนารายณ์ ปรีชาบอกว่า ทางเขามีพระเวท ที่ท่องแล้วจะปิดพรหมโลก ทำให้เทพเจ้าที่ประทับไม่ได้ ต้องมาตามคำเชิญของพวกเขา--โอ้โฮ มากไปไหมเนี่ย

---ปรีชาได้ตาทิพย์(ถอดจิต)ตอน อายุ 15 ---ครูที่สอนเป็นฆราวาส ผมเองก้อยากจะเก่งบ้าง ก้เลยนั่งสมาธิ หนังสือหมวดศาสนาของห้องสมุดกลางอ่านเกือบทุกเล่ม รู้จักหมดแหละ ศาสนา--ซิกส์ บาไฮ--ฮินดู ภาษกูโบ๊ส ไสยศาสตร์ เรื่องลี้ลับ

--ปรีชาให้ด้ายศักสิทธิ์ของพรามหม์ --ให้ผมยืมบางครั้ง เขาบอกว่า ตอนที่ผมเดินจากแถวช้างเผือกมาถึงมหาวิทยาลัยนั้น กายทิพย์ของเขาก็ต้ิองเดินมาด้วย ทำให้เขาเหนื่อยมากๆ แต่การคล้องสาย ยัญโชปวีตนี้ ก็ป้องกันผมจากการถูกลองของ มีคนมาตบหน้าผากด้วยอาคม--ตอนที่ผมนั่งสมาธิอยู่ในโบสถ์ โดยแกล้งเป็นประคองศรีษะ สายยัญโชปวีตเปล่งแสงออกมาต้านทันที --ปรีชาเล่าให้ฟัง โดยทั่วไปในอินเดียสายสิญจ์นี้บอกถึงความเป็นพรามณ์ที่แท้ และเจ้าของก็หวงเท่าชีวิต--ตอนหลังเบื่้องบนท่านก็ยอมมอบให้ผมจนได้
--ปรีชาบอก คนแขกเรียกว่า "ยัชโชปวีต" เแต่ขียนตามศัพท์ว่า "ยัญโชปวีต"
--เสด็จแม่อุมา คนอินเดียจะเรียกว่า "มริยะมะ" มะ-+อริยะ--+มะ แม่ผู้ยิ่งใหญ่กว่าแม่ทั้งปวง--พอจะเชื่อได้หรือยังว่า ดร.ปรีชาน่ะมีจริง และยังได้สัมผัสเรื่องลี้ลับจากชีวิตของคนอื่นๆที่ไม่ใช่ผม
(ผมลงทุนเอาสมุดมาจดไว้ทุกครั้ง เพื่อจับผิดเวลาเทพท่านพูดอาจขัดแย้งกัน แต่สิิ่งที่ได้ ---ได้ความรู้มากมายครับ)

--ขอบอกตามตรงว่า ผู้หญิงเกือบทุกคน 99 เปอร์เซนต์ มีญาณวิเศษ พวกเธอสามรถรู้ได้เลยว่าในใจใครเป็นอย่างไร ดี หรือไม่ดี แผนกบัญชี ผู้หญิงทั้งแนก ทั้งเจ๊เล็ก เกลียดแผนกขายของผมมาก แต่กับผม พวกเธอมักเรียกให้ไปดู ไปซ่อมคอมพ์ให้ จนจะกลายเป็นฮีโร่ของฝ่ายบัญชีแล้ว เจ้าของบริษัทก็ใหเ้ทำโปรเจคให้ลูกชายที่เรียนอยู่ที่อังกฤษ ผมก็ทำได้ โดยการถ่ายภาพหยดน้ำที่แตกกระจายได้ในเสี้ยววินาที ทำได้สำเร็จและเขียนวิทยานืพนธ์อีก--ทำให้เจ้าของบริษัทเชื่อฝีมือผมมาก--แต่ยังไงก็มีตัวตอยทำลายอยู่ดี เพื่อนผมนะเอง--หลังเทพบอกให้ถอนตัวออกมา เพราะเขาคอยสูบเ้ลือด โดยหักรายได้ค่าคอมมิชชั่น และให้แอบไปเอาเช็คออกมา โดยดูเวลา ทำให้พวกที่คอยทำร้ายผม คลาดกันไป--พวกนั้นโกรธมาก แต่เราก็ได้รับมาครบแล้ว และก็ไม่ไปตรงนั้นอีก

--เข้าไปบริษัทนึง สาวสองคนเธอมาจากบาหลี--(เป็นร้านอาหารที่โดนไฟใหม้น่ะ) ท่าทางเจ้าชู้แต่งตัวเก่ง(บางทีก็วิ่งมาปล้ำกับเรา กลางวันนี่แหละ) เจ้าของบริษัทบอกว่า "ก็ดูสิ อดีตชาติเธอเป็นนางยักษ์"--- โอโห ท่าจะบ้านิ --บ้าๆเลยคบหากันมาตั้งสิบกว่าปี
ผจก.บางคนก็พาพนักงานเข้าโรงแรม น่าสงสาร เด็กยังไม่รู้เรื่องอะไร สวยบริสุทธิ์ พวกไอ้แก่ตัณหากลับชัดๆ ยังมากีดกันเราอีก--เจ้าของบริษัทว่า "ไม่ต้องไปยุ่งกับเขา เพราะเขาเป็นผัวเมียกันไปแล้ว"
--มีคนนึงเธอก็เก่ง จากนักร้องก็มาทำงานกับบริษัทเรา ชื่อสุ เป็นสาวกลางคนหน่อย เธอก็เล่าอะไรตรงๆ บางครั้งก็มาจับมือร้องไห้กับผม--เพราะผิดหวังเรื่องความรัก บางช่วงก็ไปเป็นครู เธอมีบุคคลิกดี และบังคับความรู้สึกตนเอง ควบคุมตัวเองได้ ทำให้ผมและเธอไม่ต้องกลายเป็นคู่รักกัน(คดีรัก-คดีเลิฟ)
--นักร้องบางคนก็มีองค์ ผมก็ยังทักได้ถูกด้วย ที่เที่ยวๆก็เพื่อนบังคับให้ไป หรือเจ้านายลากไปก็ต้องไป เขาว่า คนเป็นระดับบริหารต้องรู้จักเอนเตอร์เทนลูกค้า แต่ไม่ได้ชอบหรูหา หรือกิน-เที่ยวหรอกครับ ชอบอยู่เงียบๆ คิดเรื่องศาสนาปรัชญามากกว่า--อนุสัยจากอดีตชาติ--(จบแล้วเรื่องสาวๆ)

-อืม ผมเคยตั้งวงดนตรีแบบรำวง ก็มีสาวๆ นุ่งสั้นๆราวสิบกว่าคน---เรียกว่านารีรอบกายเลย แต่คนแก่สองตายายที่มาคุมวงบอกว่า "อาจารย์จะไปยุ่งกับเด็กไม่ได้นะ เพราะเคยมีคนทำแบบนั้นแล้ว เครื่องเสียงระเบิด(เป็นแบบหลอด)ใฟชอร์ทใหม้หมดเลย" แหะๆ ทำไมดวงเราเป็นยังงี้ ..ให้ไก่นั่งมองข้าวเปลือก แมวเฝ้าปลาย่างได้แต่ห้ามกิน โอ๊ยๆๆๆ
---พักสายตาแป๊บนึง--


Create Date : 09 ตุลาคม 2554
Last Update : 9 ตุลาคม 2554 14:26:56 น. 0 comments
Counter : 962 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

jesdath
Location :
เชียงราย Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 35 คน [?]




Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2554
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
9 ตุลาคม 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add jesdath's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.