รถดับเพลิง ค่าโง่ที่ไม่จำเป็น--รัฐสูญเสีย

สรุปประเด็นข่าวโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ความคืบหน้าการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) วันนี้ (11 พฤศจิกายน) เพื่อพิจารณาชี้มูลสำนวนคดีทุจริตการจัดซื้อรถดับเพลิง เรือดับเพลิง และอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัย ของกรุงเทพมหานคร มูลค่า 6,800 ล้านบาท หลังจากที่คณะอนุกรรมการไต่สวนคดีดังกล่าว ที่มีนายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช.เป็นประธาน ได้สรุปสำนวนคดีว่า มีนักการเมือง และข้าราชการตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีดังกล่าว ข้อหาละเว้นและปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตามมาตรา 157 ของประมวลกฎหมายอาญา จำนวน 11 คน

ล่าสุดมีรายงานว่า การประชุมได้เสร็จสิ้นลงแล้ว โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้มีมติวินิจฉัยว่า นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดในการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ กรณีสั่งเปิดแอลซี (L/C-Letter of Credit) กับธนาคารกรุงไทยเพื่อชำระเงินบริษัท สไตเออร์ เดมเลอร์ พุค สเปเซียล ฟาห์ซอย เอจี แอนด์ โคเคจี ของออสเตรียผู้ผลิตรถดับเพลิงและอุปกรณ์ดับเพลิง

สำหรับผู้ถูกกล่าวหารายอื่นๆ อีก 10 ราย คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติ ว่า ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 8 ราย ประกอบด้วย นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะอดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, นายโภคิน พลกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, นายประชา มาลีนนท์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, นายสมศักดิ์ คุณเงิน อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, พล.ต.ต.อธิลักษณ์ ตันชูเกียรติ อดีตผู้อำนวยการสำนักป้องกันสาธารณภัย กทม., นายมาริโอ มีน่าร์ ในฐานะผู้แทนบริษัท สไตเออร์ เดมเลอร์ พุค สเปเซียลฟาห์ซอย เอจี แอนด์ โคเคจี และบริษัท สไตเออร์ เดมเลอร์ พุค สเปเซียล ฟาห์ซอย เอจี แอนด์ โคเคจี ในฐานะคู่สัญญา กับกรุงเทพมหานคร มีความผิดอาญาเช่นเดียวกับนายอภิรักษ์

ส่วน คุณหญิงณฐนนท ทวีสิน อดีตปลัดกรุงเทพมหานคร มีความผิดวินัยร้ายแรง นายราเชนทร์ พจนสุนทร อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ผิดวินัยไม่ร้ายแรง ไม่มีความผิดทางอาญา

สำหรับขั้นตอนต่อไป คณะกรรมการ ป.ป.ช.จะทำสำนวนดังกล่าวเพื่อส่งให้อัยการสูงสุดพิจารณา เพื่อส่งฟ้องต่อศาลฎีกาฯ ซึ่งอัยการสูงสุดมีเวลาในการภิจารณา 30 วัน

ขณะที่ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยหลังทราบผลว่า ไม่รู้สึกกังวลใจ แต่จะขอฟังรายละเอียดผลการวินิจฉัยรวม ทั้งเหตุผลว่าเกี่ยวข้องกับประเด็นใดบ้าง ก่อนจะเปิดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้ (12 พฤศจิกายน) ว่าจะดำเนินการทางการเมืองต่อไปอย่างไร

อย่างไรก็ตาม ทันทีที่ให้สัมภาษณ์เสร็จ นายอภิรักษ์ได้เข้าหารือกับหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อตัดสินใจทางการเมืองแล้ว


ขอขอบคุณข้อมูลจาก ไทยรัฐ
-----------------------------------------------------------
ป.ป.ช.ชี้มูลคดีทุจริตรถดับเพลิง

ป.ป.ช.ชี้มูลคดีทุจริตรถดับเพลิงกทม. 11พ.ย. คาดเอาผิดกราวรูด ลุ้น "อภิรักษ์" ลูกผีลูกคน !!

ป.ป.ช.ชี้ขาดคดีทุจริตจัดซื้อรถดับเพลิง-เรือดับเพลิงมูลค่า 6,800 ล้านบาท 11 พ.ย. อนุกรรมการไต่สวนสรุปความเห็นผู้ถูกกล่าวทั้ง 11 คนมีความผิดตั้งแต่"สมัคร สุนทรเวช-โภคิน พลกุล-ประชา มาลีนนท์-วัฒนา เมืองสุข-อภิรักษ์ โกษะโยธิน"

ป.ป.ช.ชี้ขาดคดีทุจริตจัดซื้อรถดับเพลิง-เรือดับเพลิงมูลค่า 6,800 ล้านบาท 11 พ.ย. อนุกรรมการไต่สวนสรุปความเห็นผู้ถูกกล่าวทั้ง 11 คนมีความผิดตั้งแต่"สมัคร สุนทรเวช-โภคิน พลกุล-ประชา มาลีนนท์-วัฒนา เมืองสุข-อภิรักษ์ โกษะโยธิน" คาดถกเถียงหนักประเด็น"อภิรักษ์"เรื่องเปิดแอลซีชำระเงินให้แก่สไตเออร์ผิดหรือไม่ เพราะเคยทักท้วง แต่อ้างมหาดไทยสั่งถึง 4 ครั้ง

แหล่งข่าวระดับสูงจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)เปิดเผย "มติชนออนไลน์" เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายนว่า ในการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ในวันอังคารที่ 11 พฤศจิกายน มีวาระการพิจารณาชี้มูลความผิดคดีทุจริตการจัดซื้อรถดับเพลิง เรือดับเพลิงและอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัยของกรุงเทพมหานคร มูลค่ากว่า 6,800 ล้านบาทซึ่ง อนุกรรมการไต่สวนที่มีนายวิชา มหาคุณ เป็นประธานอนุกรรมการสรุปผลการไต่สวนแล้ว

ทั้งนี้ อนุกรรมการมีความเห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 11 คนมีความผิดตามฐานความผิดทั้งวินัยและทางอาญาที่แตกต่างกันไปโดยผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดประกอบด้วย นายโภคิน พลกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, นายประชา มาลีนนท์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย , นายสมศักดิ์ คุณเงิน อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย , นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรีในฐานะอดีตผู้ว่าราชการ กทม., พล.ต.ต.อธิลักษณ์ ตันชูเกียรติ อดีตผู้อำนวยการสำนักป้องกันสาธารณภัย กทม.

นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, คุณหญิงณฐนนท ทวีสิน อดีตปลัดกรุงเทพมหานคร , นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ,นายราเชนทร์ พจนสุนทร อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ นายมาริโอ มีน่าร์ ในฐานะผู้แทนบริษัท สไตเออร์ เดมเลอร์ พุค สเปเซียลฟาย์ซอย์ เอจี แอนด์ โค เคจี และบริษัท สไตเออร์ เดมเลอร์ พุค สเปเซียลฟาย์ซอย์ เอจี แอนด์ โค เคจี ในฐานะคู่สัญญากับกรุงเทพมหานคร

แหล่งข่าวกล่าวว่า คดีดังกล่าวเคยมีการนำเข้าพิจารณาในคณะกรรมการ ป.ป.ช.มาแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม 2551 ที่ผ่านมา โดยเริ่มพิจารณาตั้งแต่เวลา 14.00 น. แต่ปรากฏว่า เมื่อพิจารณาถึงเวลาประมาณ 17.00 น. นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน คณะกรรมการ ป.ป.ช.และนายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการ ป.ป.ช.เสนอให้เลื่อนการพิจารณาออกไปก่อน เนื่องจากสำนวนคดีมีรายละเอียดและมีผู้ถูกกล่าวหาจำนวนมาก จึงขอนำสำนวนไปศึกษาเพิ่มเติม ซึ่งในการการพิจารณามีการซักถามประเด็นต่างๆอย่างละเอียดรวมถึงพฤติการณ์ของผู้ถูกกล่าวหาแต่ละคน ขณะที่นายวิชา มหาคุณ นายวิชัยวิวิตเสวี และ น.ส.สมลักษณ์ จัดกระบวนพล กรรมการ ป.ป.ช.เห็นว่า น่าจะสามารถลงมติได้ แต่ในที่สุดที่ประชุมให้เลื่อนการพิจารณาโดยให้นำเรื่องเข้าพิจารณาชี้ขาดในวันที่ 11 พฤศจิกายน หลังจากที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.กลับจากการเดินทางไปราชการต่างประเทศ


แหล่งข่าวกล่าวว่า ในการพิจารณาเรื่องนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช.จะพิจารณาชี้มูลความผิดผู้ถูกกล่าวหาทีละคนเชื่อว่า ส่วนใหญ่น่าจะมีมติตามความเห็นของอนุกรรมการไต่สวน เว้นแต่นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่กรรมการ ป.ป.ช.น่าจะมีการถกเถียงกันมาก เนื่องจากนายอภิรักษ์ยกข้อต่อสู้และมีหลักฐานว่า ก่อนที่นายอภิรักษ์จะเปิดแอลซีเพื่อชำระเงินให้แก่บริษัท สไตเออร์ฯผู้ขายรถดับเพลิง นายอภิรักษ์ได้ทำเรื่องทักท้วงไปที่กระทรวงมหาดไทยหลายครั้ง แต่ทางกระทรวงมหาดไทยโดยนายโภคิน พลกุลและนายประชา มาลีนนท์ สั่งให้นายอภิรักษ์เปิดแอลซีตามสัญญาถึง 4 ครั้งตามเอ็มโอยูที่ทำกับประเทศออสเตรีย

"นอกจากนั้นยังมีปัญหาข้อกฎหมายตามที่นายสมัคร สุนทรเวชาซึ่งเป็นผู้ทำสัญญาซื้อรถดับเพลิงฯดังกล่าวก่อนพ้นตำแหน่งเพียงวันเดียว อ้างว่า ถ้านายอภิรักษ์ ไม่เปิดแอลซี สัญญาการซื้อขายรถดับเพลิงจะไม่สมบูรณ์ด้วย ขณะที่นายอภิรักษ์ต่อสู้ว่า ถ้าไม่เปิดแอลซี ถือว่า เป็นการผิดสัญญาอาจถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้" แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวกล่าวว่า ถ้า ป.ป.ช.ชี้มูลว่า นายอภิรักษ์มีความผิดทางอาญา ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ นอกจากจะต้องส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดพิจารณาส่งสำนวนดีให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิจารณาแล้ว นายอภิรักษ์ยังต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ผู้ว่าราชการ กทม. ตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 55 และ รัฐธรรมนูญ มาตรา 272 วรรคสี่ จนกว่า ศาลฎีกาฯจะมีคำพิพากษาว่า ไม่มีความผิด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีดังกล่าวคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตส.)ซึ่งหมดวาระเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2551 ได้ส่งสำนวนให้ ป.ป.ช.ไต่สวนต่อโดยประเด็นสำญที่ คตส.ตรวจสอบคือ การดำเนินการจัดซื้อยานพาหนะดับเพลิงและอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัย ซึ่งดำเนินการโดยบุคคลหลายฝ่าย มีมูลน่าเชื่อว่า เป็นการกระทำร่วมกัน มีเป้าหมายอันเดียวกัน ขัดต่อมติคณะรัฐมนตรีระเบียบ และกฎหมาย โดยมีการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะของสินค้า วิธีการ และราคาไว้ล่วงหน้า ส่อไปในทางมีเจตนาทุจริต เป็นเหตุให้มีการจัดซื้อในราคาที่สูงเกินความเป็นจริง ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐเป็นจำนวน 1,900 ล้านบาทเศษ

ในช่วงแรกนั้น คตส.ได้ไต่สวนและแจ้งข้อกล่าวหาแก่บุคคลผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดจำนวน 5 คน คือนายโภคิน พลกุล, นายประชา มาลีนนท์, นายสมศักดิ์ คุณเงิน, นายสมัคร สุนทรเวช,และพล.ต.ต.อธิลักษณ์ ตันชูเกียรติ แต่มิได้เอาผิดนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง นอกจากนั้นยังมีการเปลี่ยนตัวประธานและอนุกรรรมการตรวจสอบจากนายประเสริฐ บุญศรี มาเป็นนายนาม ยิ้มแย้ม ประธาน คตส.ด้วย

ต่อมา คตส. ได้มีมติ ให้แจ้งข้อกล่าวหาบุคคลและนิติบุคคลเพิ่มเติม อีก 6 คน คือ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน คุณหญิงณฐนนท ทวีสิน นายวัฒนา เมืองสุข นายราเชนทร์ พจนสุนทร นายมาริโอ มีน่าร์ ในฐานะผู้แทนบริษัท บริษัท สไตเออร์ เดมเลอร์ พุค สเปเซียลฟาย์ซอย์ เอจี แอนด์ โค เคจี และบริษัท บริษัท สไตเออร์ เดมเลอร์ พุค สเปเซียลฟาย์ซอย์ เอจี แอนด์ โค เคจี ในฐานะคู่สัญญากับกรุงเทพมหานคร

คตส. ยังมีมติด้วยว่า การทำข้อตกลง( A.O.U.)เป็นการทำข้อตกลงที่ไม่ถูกต้องสมบูรณ์ของการทำข้อตกลงระหว่างรัฐต่อรัฐ คู่กรณีฝ่ายออสเตรียได้แสดงเจตนาลวงเพื่อให้เข้าใจผิดว่า ออสเตรียมีเจตนาทำข้อตกลงในลักษณะระหว่างรัฐต่อรัฐ จะจัดหาเงินทุนให้โดยไม่คิดดอกเบี้ย อีกทั้งให้มีการทำการค้าต่างตอบแทนระหว่างกันอีกด้วย แต่เงื่อนไขต่างๆ ดังกล่าวหาได้กระทำไม่

นอกจากนั้น จากข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติการณ์ของผู้ลงนามฝ่ายไทย รวมทั้งหน่วยงานเจ้าของโครงการที่มิได้คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นที่ตั้ง มีการตกลง สมรู้ร่วมคิดกันมาก่อนระหว่างผู้แทนฝ่ายออสเตรียและฝ่ายไทย จึงเชื่อได้ว่าผู้ลงนามฝ่ายไทยสมคบกันกับผู้ลงนามฝ่ายออสเตรียเพื่อทำข้อตกลง A.O.U. ดังกล่าว ซึ่งการกระทำนั้นเข้าลักษณะเป็นการแสดงเจตนาลวงโดยคู่กรณีสมรู้ร่วมคิดกัน มีผลให้ A.O.U. เป็นโมฆะ ตามมาตรา 150 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ด้านนายอภิรักษ์กล่าวถึงกรณี ป.ป.ช.จะชี้มูลความผิดคดีผู้ที่เกี่ยวข้องกับรถดับเพลิงกับทั้งหมด ในวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้ว่า ยังไม่มีความเห็นกับเรื่องนี้ เนื่องจากยังอยู่ในชั้นไต่สวนของคณะอนุ ป.ป.ช. และว่า มั่นใจในดคีดังกล่าวว่าจะไม่ถูกชี้มูลความผิด เนื่องจากทางคณะอนุกรรมการไต่สวน ประกาศอยู่หลายครั้งว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
---------------------------------------------------------------
ที่มา หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 3 พฤศจิกายน 2551



ค่าโง่ “โฮปเวลล์-รถดับเพลิง” ความ “ชั่ว” ซ้ำซากของนักการเมืองขี้ฉ้อ พรรคไหน….

โดย ประสงค์ วิสุทธิ์

เหลือแต่เสาคอนกรีตโด่เด่เรียงรายริมถนนวิภาวดีรังสิตจากดอนเมืองถึงบางซื่อเป็น"อนุสาวรีย์แห่งความอัปยศ" ประจานประเทศไทยว่าเต็มไปด้วยนักการเมือง ข้าราชการขี้ฉ้อ รวมถึงประชาชนคนไทยที่เลือกนักการเมืองเหล่านี้บริหารประเทศ ทั้งๆที่เป็นเรื่องสร้างความเสียหายให้แก่ประเทศชาติอย่างมหาศาล แต่ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับข่าวอื่นๆในช่วงนี้

เรื่องที่ว่า คือข่าวที่คณะอนุญาโตตุลาการชี้ขาดให้กระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)ต้องจ่ายเงินและคืนเงินให้แก่บริษัท โฮปเวลล์(ประเทศไทย) จำกัดเป็นเงินรวมประมาณ 12,388 ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี กรณีการยกเลิกสัญญาสัมปทานในการประกอบกิจการเดินรถไฟชุมชนและระบบการขนส่งทางถนน หรือที่รู้กันดีในชื่อ"โครงการรถไฟยกระดับโฮปเวลล์"ซึ่งอื้อฉาวมาตั้งแต่ริเริ่มโครงการเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2533 สมัย นายมนตรี พงษ์พานิช เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เพราะโครงการมีมูลค่ากว่า 80,000 ล้านบาท แต่มีการนำเสนอด้วยกระดาษเพียงไม่กี่แผ่น นอกจากนั้นในวันลงนามในสัญญายังเป็นวันเกิดของนายมนตรี นัยว่า เป็นของขวัญวันเกิดไปในตัวด้วย

โครงการดังกล่าวป็นสาเหตุหนึ่งที่คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ(รสช.)ใช้เป็นข้ออ้าง (รัฐบาลมีการคอรัปชั่นมาก)ในการยึด อำนาจจากพล.อ.ชาติชายด้วย แม้โครงการก่อสร้างจะดำเนินการต่อมา ก็เป็นไปอย่างล่าช้า ว่ากันว่า การเปลี่ยนรัฐบาลหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมแต่ละครั้ง นายกอร์ดอน วู เจ้าของโฮปเวลล์ ต้องควักกระเป๋าจ่ายผู้มีอำนาจทุกครั้ง จนผู้คนเรียกชื่อโครงการว่า "โฮปเลส"ในที่สุดโครงการก็หยุดชะงัก เหลือแต่เสาคอนกรีตโด่เด่เรียงรายริมถนนวิภาวดีรังสิตจากดอนเมืองถึงบางซื่อเป็น"อนุเสาวรีย์แห่งความอัปยศ"ประจานประเทศไทยว่าเต็มไปด้วยนักการเมือง ข้าราชการขี้ฉ้อ รวมถึงประชาชนคนไทยที่เลือกนักการเมืองเหล่านี้บริหารประเทศ

นักการเมืองและข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ในโครงการนี้ยังคงมีอำนาจวาสนาอยู่จนถึงปัจจุบันเป็นจำนวนมาก ต้นปี 2541 กระทรวงคมนาคมและ รฟท.ได้บอกเลิกสัญญากับโฮปเวลล์โดยอ้างว่า การก่อสร้างล่าช้ามากไม่เป็นไปตามสัญญา โฮปเวลล์จึงนำข้อพิพาทดังกล่าวฟ้องต่อคณะอนุญาโตตุลาการเมื่อปี 2547 เรียกร้องให้ชดใช้ค่าสัมปทานที่บริษัทจ่ายให้ รฟท.2,850 ล้านบาท ค่าก่อสร้างที่โฮปเวลล์ลงทุนไป 14,799 ล้านบาท(คณะอนุญาโตฯให้จ่าย 9,000 ล้านบาท) หนังสือค้ำประกันโครงการ 500 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมในการออกหนังสือค้ำประกัน 38.7 ล้านบาท ผลการวินิจฉัยคือ กระทรวงคมนาคมและ รฟท.บอกเลิกสัญญาไม่เป็นไปตามขั้นตอนของสัญญา ทำให้ต้องคืนสู่สถานะเดิม ต้องชดใช้เงินคืนให้แก่โฮปเวลล์ประมาณ 12,388 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5

หนทางต่อสู้ของกระทรวงคมนาคมและ รฟท.ที่พอจะมีโอกาสบ้างคือ นำข้อพิพาทยื่นคำร้องต่อศาลปกครองให้ชี้ขาดว่า คำวินิจฉัยของคณะอนุญาโตฯไม่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งสิ่งที่จักต้องพิสูจน์คือ มีกระบวนการฉ้อฉลเกิดขึ้นในการดำเนินโครงการดังกล่าวแต่ต้นโดยดูแนวคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีค่าโง่ทางด่วน 6,200 ล้านบาทเป็นตัวอย่าง แต่อย่าหวังอะไรมากเพราะ รฟท.เองนั้นถือเป็นแดนสนธยา อยู่ในสภาพล้มละลาย มีหนี้สินอยู่ประมาณ 45,000 ล้านบาท เมื่อรวมภาระหนี้ที่อาจต้องจ่ายจากคดีนี้อีกกว่า 12,000 ล้านบาท รวมแล้ว มีหนี้สินกว่า 57,000 ล้านบาท

แต่ลองพิจารณา....

“การที่ร.ฟ.ท.บอกเลิกสัญญาโดยไม่ดำเนินการตามขั้นตอนสัญญาข้อ 27 ต้องถือว่า ร.ฟ.ท.ยังไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญา จึงไม่มีผลให้สัญญาสัมปทานต้องเลิก”

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา คณะอนุญาโตตุลาการมีคำวินิจฉัยชี้ขาด ให้กระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) คืนเงินชดใช้ค่าเสียให้แก่บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ใน

ฐานะผู้เรียกร้อง กรณียกเลิกสัญญาสัมปทานการประกอบกิจการเดินรถไฟชุมชนและระบบการขนส่งทางถนน หรือ "โครงการรถไฟยกระดับโฮปเวลล์" ดังนี้

1) ร.ฟ.ท.ต้องชำระเงินค่าตอบแทนที่บ.โฮปเวลล์ฯ ได้จ่ายไปตามสัญญาสัมปทาน จำนวน 2,850 ล้านบาทคืนต่อโฮปเวลล์ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ ร.ฟ.ท.ได้รับเงินในแต่ละงวด

2) ร.ฟ.ท.ต้องส่งคืนหนังสือคํ้าประกันของธนาคารกรุงเทพ ที่ค้ำประกันให้กับโฮปเวลล์ในโครงการดังกล่าว จำนวน 500 ล้านบาท

3) ร.ฟ.ท.ต้องชดใช้ค่าธรรมเนียมในการออกหนังสือค้ำประกันดังกล่าว จำนวน 38.7 ล้านบาทให้แก่โฮปเวลล์ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่จ่ายค่าธรรมเนียม และ

4) กรณีโฮปเวลล์เรียกร้องเงินที่ใช้ในการก่อสร้างโครงการ จำนวน 14,799 ล้านบาท ทาง ร.ฟ.ท.โต้แย้งว่า ขณะนี้ไม่ต้องการจะดำเนินโครงการดังกล่าวแล้ว อีกทั้งโครงสร้างก็เก่ามากแล้ว จึงเห็นว่าจำนวนเงินที่ ร.ฟ.ท.ต้องจ่ายคืนให้กับโฮปเวลล์ เป็นจำนวน 9,000 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยอีก 7.5 ต่อปีนับแต่วันที่คณะอนุญาโตตุลาการชี้ขาด
รวมเป็นเงินประมาณ 12,388 ล้านบาท โดยยังไม่ได้นับรวมอัตราดอกเบี้ย !

หวังว่า จะไม่เอาเงินภาษีของประชาชนและเงินกู้ ไปชำระนะ... ปชป

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์มติชน

โดย: maleong
ตั้งเมื่อ: 28 พ.ค. 10
แท็ก: ปชป , ทุจริต , โฮปเวลล์ , ค่าโง่


Create Date : 22 มีนาคม 2554
Last Update : 22 มีนาคม 2554 1:38:51 น. 6 comments
Counter : 998 Pageviews.

 


โดย: คนเดินดิน (หน้าใหม่อยากกรอบ ) วันที่: 8 สิงหาคม 2554 เวลา:10:30:31 น.  

 


โดย: คนเดินดิน (หน้าใหม่อยากกรอบ ) วันที่: 8 สิงหาคม 2554 เวลา:12:12:39 น.  

 


โดย: คนเดินดิน (หน้าใหม่อยากกรอบ ) วันที่: 12 สิงหาคม 2554 เวลา:12:32:44 น.  

 


โดย: คนเดินดิน (หน้าใหม่อยากกรอบ ) วันที่: 12 สิงหาคม 2554 เวลา:13:08:09 น.  

 


โดย: คนเดินดิน (หน้าใหม่อยากกรอบ ) วันที่: 12 สิงหาคม 2554 เวลา:14:25:08 น.  

 


โดย: SassymOn วันที่: 30 พฤศจิกายน 2554 เวลา:0:40:00 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

jesdath
Location :
เชียงราย Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 35 คน [?]




Group Blog
 
<<
มีนาคม 2554
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
22 มีนาคม 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add jesdath's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.