ดวงเมืองไทย2554 ไม่ดีกว่าเดิม

"โสรัจจะ"ทายเสียว!ปี54"หายนะ"กว่าปีนี้ ไทยมีสิทธิ"สิ้นแผ่นดิน?" โลกวิปริตอาเพศใหญ่หลวง ตายเป็นเบือ

------กลายเป็นที่ฮือฮาทั่วบ้านทั่วเมือง เมื่อ คำพยากรณ์ที่บ่งบอกความ "หายนะ" หลากหลายด้านในประเทศไทย ของ "โสรัจจะ นวลอยู่" อีกหนึ่งสุดยอดโหราจารย์ชื่อก้อง ที่เปรียบดั่ง "นอสตราดามุสเมืองไทย"

ในหนังสือดัง "ศาสตร์แห่งโหร 2553" ได้เกิดเหตุการณ์วิกฤต และความวิปโยคอย่างค่อนข้างแม่นยำและใกล้เคียง จนน่าสะพรึงกลัว ไม่ว่าจะเป็น เหตุวุ่นวายทางด้านการเมืองที่ถึงขั้นนองเลือด สูญเสียชีวิตประชาชนไปเป็นจำนวนไม่น้อย เมื่อช่วงเดือนเมษายน-พฤาภาคมที่ผ่านมา ที่ "คนไทยแตกความสามัคคี" ถึงขั้นเผาบ้านเผาเมือง การตายหมู่จากเครื่องบิน รถยนต์ ฯลฯ และที่กำลังเกิดขึ้นอยู่สดๆ ร้อนๆ คือ มหันตภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือ กลาง อีสาน และกำลังใกล้เข้าสู่กรุงเทพฯ ขึ้นทุกที สร้างความเดือดร้อน และยัดเยียดความทุกข์ยากให้กับราษฎรไปทุกหย่อมหญ้า

พยากรณ์ดวงเมือง ประจำปีเถาะ พ.ศ. 2554 ในหนังสือ ศาสตร์แห่งโหร ฉบับพิเศษ รู้ทันดวงกับโหรดัง 2554 คราวนี้ โสรัจจะ ก็ได้เขียนคำทำนายชะตากรรม ของโลก มวลมนุษยชาติ และชาติไทย ที่ต้องเผชิญวิปริตอาเพศซึ่งมีมากกว่าปีที่ผ่านมาว่า อย่างใหญ่หลวง ดั่งไฟนรกโลกันต์ลามเลียให้วอดวาย ฉิบหายกันถ้วนหน้าไม่แพ้ ปีเสือบ้าเลือดเช่นกัน

บางส่วนจาก หนังสือ ศาสตร์แห่งโหร 2554 โสรัจจะ ระบุคำพพยากรณ์ดวงเมือง(ไทย)ไว้ว่า ดาวสีเลือดได้รับแสงจากดวงมฤตยูในช่วงเดือนมีนาคม 2554 เป็นดาวปฏิวัตินองเลือดในมุมร่วมธาตุ ย่อมเกิดสภาพการเดิอดพลุ่งพล่านไม่สงบ เดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า เกิดศึกสงครามทั้งภายในและภายนอก เกิดความยุ่งยากทางการเมืองขนาดหนัก แต่ยังน้อยกว่า มหันตภัยที่สุดมหาหฤโหดไปทั่วโลก ซึ่งจะทำให้โลกเปลี่ยนแปลงไปรวดเร็วทุกสิ่งอย่างไม่เหมือนเดิม...

"น้ำในแม่น้ำและคลองทั้งปวงจะแดงเป็นโลหิต เมฆและท้องฟ้าจะแดงเป็นแสงไฟ แผ่นดินไหวสั่นสะเทือน ฤดูหนาวจะเป็นฤดูร้อน ที่ลุ่มจะกลับดอน ที่ดอนจะกลับลุ่ม โรคภัยจะเบียดเบียนสัตว์และมนุษย์ทั้งปวง มนุษย์หนึ่งในสี่ของโลกจะพลันตายลง จะเกิดข้าวยากหมากแพง ฝูงมนุษย์จะอดอยาก เสื้อเมืองทรงทรงเมืองจะหลีกเลี่ยงไป"

ในอนาคตไม่กี่ปีข้างหน้า กรุงเทพฯ และทั่วทุกภาคทุกจังหวัดจะถูกน้ำท่วมไปหมด ที่เกิดจากน้ำทะเลไหลทะลักเข้ามา และเกิดจากอุทกภัยอีกหลายครั้งจนต้องอพยพผู้คนหนีน้ำขึ้นเหนือไปเรื่อยๆ เกือบสุดเขตแดนไทย เมื่อนั้นคนไทยก็คงไร้สิ้นแผ่นดินได้?


จะเกิดโรคระบาดครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 100 ปี "ไข้หวัดนก" หรือไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ที่พัฒนาตนเองแพร่จากสัตว์มาสู่คนและคนนำพาให้คนเสียชีวิตจำนวนมาก เชื้อโรคจะแพร่ขยายทางอากาศไม่มีอะไรมาหยุดยั้งเชื้อนรกนี้ได้


ปลายเดือนธันวาคม พระเสาร์ย้ายเข้าเล็งดวงเมืองทำให้บางประเทศหนาวเย็นจนอยู่ไม่ได้ ผู้คนล้มตายมาก เมืองไทยจะเกิดอากาศร้อนจัดและหนาวจัดในเดือนเดียวกัน วิกฤตสุดรอบ 1,000ปี กรุงเทพฯจะมี
หิมะตก...



ปีเถาะ 2554 เป็นปีที่ต้องต่อสู้กันทรหด ทั้งการเมืองและเศรษฐกิจ ใครก็ตามที่เป็นรัฐบาลต้องเผชิญวิกฤตการณ์รุนแรงที่สุด ฝ่ายค้านจะแย่งอำนาจ คนในเครื่องแบบจะรอให้ทั้งสองฝ่ายเพลี่ยงพล้ำลง ส่วนประชาชนตาดำๆ และยากจนก็จะหวาดผวา ปัญหาคอร์รัปชั่นรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ต้นปี ถึงขนาดรัฐบาลต้องมีอันเป็นไป ...เหตุการณ์ของประเทศจะพลิกผันอย่างที่ไม่เคยเห็น และจะเกิดความว่างเปล่า ไม่มีนักการเมืองพรรคใดหลงเหลืออยู่ ระบบพรรคการเมืองจะสูญสิ้นไปจากประวัติศาสตร์การเมืองไทย

ผู้เป็นใหญ่และผู้คนสำคัญจะร่วงหล่นกันมาก อำนาจเก่าๆ ของคนเก่าๆ เสื่อมถอย จะมีเหตุการณ์นองเลือดรุนแรงเกิดขึ้น ประมาทมิได้ กลุ่มชน ฝูงชน อาจจะเคลื่อนไหวด้วยการสนับสนุนของผู้มีอำนาจเก่าอย่างเร้นลับ


"นักการเมืองชั่วพึงระวังเอาไว้ ถึงเวลานั้นประชาชนอาจลุกฮือขึ้นมาฆ่าเองโดยไม่แคร์ขื่อแปบ้านเมือง ดวงของบ้านเมืองใกล้ถึงจุดนี้แล้ว ..."


---ดาวอังคารสีเลือดย้ายเข้าสู่ราศีมีน เล็งดาวพระเสาร์ เดือนมีนาคมและเดือนเมษายน ปี 55 จะมีลางร้ายบอกเหตุล่วงหน้า การเมืองรุนแรงเหมือนพายเรือในอ่าง วนเวียนซ้ำไปมาเหมือนปีก่อนๆ ประชาชนชุมนุมเป็นเรือนแสนตามท้องถนน เกิดขึ้นจากความโกรธแค้นและรู้ทันความเคลือบแคลงของรัฐบาล ซ้ำยังเกิดจลาจลเผาเมือง สถานที่สำคัญต่างๆ ของรัฐบาล รถถัง รถปราบจลาจล ทั้งในกรุงเทพฯและปริมณฑล ถูกเผายับเยิน ผู้คนล้มตายมหาศาล ผ่านไปหลายเดือนกว่าจะสงบ คนในเครื่องแบบแตกแยก เกิดเป็นสงครามกลางเมือง เลือดไทยต้องไหลรินนองแผ่นดิน เป็นหนทางสู่ "ปฏิวัติรัฐประหาร"ใหญ่อีกครั้งเรียกว่า เหตุร้ายหนักกว่า ในเดือนพ.ค. 53

เดือน ก.ค. ความสัมพันธ์ประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่ภาววะยุ่งเหยิง ขอให้ทุกฝ่ายสมานสามัคคี อย่าแตกแยกไม่งั้นศัตรู ซึ่งเป็นหอกข้างแคร่ จะหาโอกาสจ้องทำลาย แต่ถ้ามีเหตุรุนแรงไทยจะไม่เสียเอกราชแน่ แต่จะเสียเลือดเนื้อไปมาก
(เกิดยิงกันเมื่อวานนี้ 21 เมย. ด้วยปืดใหญ่ ทหารไทยตาย4 เขมรตาย3)

ด้านเศรษฐกิจ เรียกว่าเป็นปีหายนะทางด้านเศรษฐกิจอย่างแท้จริง ยังไม่สามารถแก้ไขให้ดีขึ้น ประชาชนเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า ธนาคารแต่ละแห่งแตกแยกหนัก ทั้งเล็กใหญ่ปิดตัว หุ้นร่วงตลอดปี


ปัญหาภาคใต้ยังยิง-ลอบวางระเบิดไม่หยุด สหประชาชาติสะเทือน ผู้ก่อการร้ายใช้อาวุธมีอานุภาพสูงจากภายนอกเข้ามาประกาศแบ่งแยกดินแดน ดวงผู้นำประเทศอ่อนแรง เป็นช่องให้ถูกทำร้าย.......


ขณะที่ กรหริศ บัวสรวง ผู้อำนวยการสถาบันพยากรณ์องค์รวม ซึ่งเคยพยากรณ์ นักการเมืองถูกฟ้องร้องเป็นคดีความ บุคคลสำคัญทางการเมืองถูกลอบทำร้าย สภาผู้แทนกลายเป็นเวทีแห่งความขัดแย้ง วงการบันเทิงดารา นักร้อง นักแสดงชื่อดังจะเสียชื่อเสียง ไปเมื่อ ปี 53 ที่ผ่านมา จนเป็นที่กล่าวขานไปเช่นกัน ก็ทำนายสถานการณ์ต่างๆ ในปี 2554 เช่นกันว่า ปีนี้ เปรียบเหมือนเป็น กระต่ายที่ตื่นเต้นลุกลี้ลุกลน เป็นจุดหัวเลี้ยวหัวต่อของดวงเมืองซึ่งแย่งชิงอำนาจกันไม่ลดละ ถือเป็นอันตรายในระบอบประชาธิปไตย ดวงเมืองจะสงบสุขร่มเย็นแค่ 5 เดือนเท่านั้น พร้อมกับเตือนรัฐบาล ภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ว่า ถ้าไม่สามารถเข้าถึงคนไทยส่วนใหญ่ได้ โอกาสการก้าวสู่สิ่งที่ดีในอนาคตอาจหลุดลอยไป

-----ขณะที่นักการเมืองที่สร้างความอัปยศ สร้างความเสียหายให้กับบ้านเมืองจะพลาดโอกาสได้รับการเลือกตั้ง แต่คนที่มีคุณธรรม จริยธรรมมีโอกาสก้าวเข้ามาเป็นผู้นำคนใหม่ได้สูง ส่วนเหตุการณ์ไม่ปกติ วุ่นวาย จะอยู่ในระหว่างเดือนกันยายนถึงตุลาคม เกษตรกร หรือผู้ใช้แรงงานอาจมาชุมนุมประท้วง วงการทหาร ตำรวจเกิดความขัดแย้ง


-----กรหริศ ทำนายภาพรวมเศรษฐกิจใน ปี 54 ว่า การลงทุนดีเกือบตลอดทั้งปี แต่ภาคอุตสาหกรรมต้องแบกรับภาระ ปชช.เดือดร้อน แต่ธุรกิจประเภทการสื่อสารทุกประเภท ทั้งโทรศัพท์ โทรทัศน์ผ่านดาวเทียม สังคมออนไลน์ จะมีการแข่งจขันสูง การท่องเที่ยวโกยผลกำไร อหังสาริมทรัพย์ขยายตัว คนกทม.เล็งหาที่อยู่ใหม่หลีกปัญหาน้ำท่วมใหญ่ในอนาคต เด็กและเยาวชนส่วนใหญ่จะหันมาทำความดี คนในสังคมร่วมกิจกรรมจิตอาสามากขึ้น แต่ในปลายปีอาจมีความเศร้าโศก สะเทือนใจจากการจากไปของบุคคลสำคัญ...


----นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของ "ศาสตร์แห่งโหร 2554" ที่รวบรวมคำทำนาย ของ โสรัจจะ และ กรหริศ ในการลำเลียงคำพยากรณ์มาให้ผู้อ่านรับรู้ความเป็นไปเรื่องราวที่น่าสนใจอย่างรอบด้าน ในการไขความลับแห่งโชคชะตา โดยสุดยอดโหราจารย์ที่มีเชื่อเสียงที่ได้รับความเชื่อถือมาตลอด 30 ปี นอกจากนี้ ยังมีคำพยากรณ์ของ ทั้ง หมอทรัพย์ สวนพลู อ.จุฑามาศ ณ สงขลา และปรมาจารย์แห่งโหรชื่อดังอีกหลายท่าน รวบรวมอยู่ในหนังสือด้วย เพื่อให้รู้ทันดวงชะตาของ ทั้งโลก เมือง และของตัวเอง ตลอดปี 2554 นี้ ทั้งเรื่องเล็กเรื่องใหญ่

----------------------------------------------------------------------

ดวงเมือง หลัง 26เมษา2553 ร้ายหรือดี
โพสเมื่อ 2010-04-21 18:43:09 โดย hanako share tweet



" ... เค้าลางยุบสภา จะเริ่มขึ้นตั้งแต่ 26 เมษายน 2553 เป็นต้นไป ชนิดหลีกเลี่ยงไม่ได้ และอาจจะยุบจริงๆ ตอนปลายปี ... เตือนสติคนไทยว่า ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ... ประเทศชาติจะเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ในทุกวงการ ... "


หมายเหตุ : บทความนี้เป็นการทำนายตามหลักโหราศาสตร์ ไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับกรมประชาสัมพันธ์ที่ผู้เขียนสังกัดอยู่



-------------------------------------------------------



ฟองสนาน จามรจันทร์ ( โหรสมัครเล่น )


ผู้เขียนย้อนกลับไปดูดวงชะตาเมืองบางกอกที่สถาปนาเมื่อ วันที่ 21 เมษายน 2325 เวลา 06.54 น. ลัคนาราศีเมษ ธาตุไฟ โดยจับเหตุการณ์ไปเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 ที่เกิดเหตุสูญเสียชีวิตบาดเจ็บของคนเสื้อแดง และทหารอย่างไม่คาดฝันนั้นดูแล้วขนลุก เพราะมีดาวทำมุมสมาสัปต์ควั่น เป็นเกลียวเชือกกันถึง 7 คู่ บ่งบอกว่าทั้งเรื่องร้ายและดี อันเกิดจากดวงดาว และภพต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน



แต่อาจเป็นเพราะพฤหัสบดี (๕) ดาวแห่งสติปัญญาเทพเทวาทรงคุณกับดวงเมืองจรอยู่ในภพลาภะผลคือแม้จะถูกเหตุการณ์(ดาว)ร้ายกระหน่ำอย่างหนัก ประเทศชาติจึงผ่านพ้นสถานการณ์มาได้ด้วยความมีสติของทั้งแกนนำนปช.และรัฐบาลที่เมื่อเกิดความสูญเสีย เพราะคนเสื้อดำแฝงเร้นมาลอบทำร้ายก็ต่างถอยออกมาตั้งหลักด้วยกันทั้งคู่



เป็นไปตามหลักโหรศาสตร์ที่ว่า แม้เพราะเคราะห์ทั้งหมดจะรุมกระหน่ำดวงชะตา แต่หากพฤหัสบดีให้คุณเพียงดวงเดียวก็สามารถคุ้มภัยได้



ในทางกลับกันหากพฤหัสบดีให้โทษแก่ลัคนาใคร จะไม่มีดาวดวงใดมาช่วยได้เลย



ทีนี้มาเข้าประเด็นว่า พฤหัสบดีจรที่สถิตในราศีกุมภ์ภพลาภะให้คุณกับดวงเมืองมาตั้งแต่ 14 ธันวาคม 2552 จะจรเข้าสู่ราศีมีน ธาตุน้ำซึ่งเป็นบ้านเดิม (เกษตราธิบดี) แต่เป็นภพที่สิบสอง หรือภพวินาสน์ของดวงเมือง ซึ่งโหรถือเป็นมุมอับ ในวันที่ 26 เมษายน 2553 ถึง พฤษภาคม 2554 แล้วอะไรจะเกิดขึ้นกับบ้านเมืองเรา



ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่าเหตุร้ายดีย่อมเกิดขึ้นตามธรรมดาในทุกดวงชะตาไม่มีดวงชะตาใดที่ดีทั้งหมดหรือร้ายทั้งหมด ส่วนผลของพฤหัสบดีและดาวดวงอื่นๆที่จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าวของประมวลไว้ตามภูมิปัญญาดังต่อไปนี้



1...........ก่อนวันที่ 26 เมษายน 2553 คือตั้งแต่วันที่ 21 เมษายน 2553 เวลา06.54 น.เป็นต้นไป - 21เมษายน 2554 เวลา 06.54 น. ทักษาของดวงเมืองเปลี่ยน ส่งผลให้พระอาทิตย์(๑) เปลี่ยนจากกาลกิณีจรมาเป็นมนตรีจร ผลคือโดยพื้นฐานผู้นำรัฐบาล รวมทั้งผู้นำในองค์กรต่างๆจะเข้มแข็งขึ้น ยกเว้นช่วงที่พระอาทิตย์จรเข้าภพอริ มรณะ และวินาสน์ของดวงเมืองในแต่ละปี



และปัญหาจากสีแดงคือ สีของพระอาทิตย์จะลดน้อยไป แต่ปัญหาจากสีเหลืองคือพระจันทร์(๒) ที่เปลี่ยนมาเป็นกาลกิณีจรจะมาแทน



ส่วนทักษาจรที่ตกภูมิอังคาร(๓)นั้นตามตำราทายว่า จะเป็นโรค ได้ลาภคือลูกเมีย (ซึ่งก็ไม่รู้จะแปลอย่างไรอาจจะหมายถึงทหาร ตำรวจ คนในเครื่องแบบ ฯลฯ จะให้ลาภกับดวงเมืองหรือไม่ก็ไม่ทราบซึ่งต้องรอดู ) และศัตรูของดวงเมืองคือ ชายโสดสูงสองสี รวมทั้งหญิงพิการ อีกทั้งอย่าให้ใครกู้เงิน (จากท้องพระคลัง) เพราะจะเปลี่ยนจากลูกหนี้มาเป็นศัตรูภายหลัง



2..........พฤหัสบดีจรเข้าบ้านตัวเองคือราศีมีน ถือว่าได้มาตรฐานเกษตราธิบดีมั่นคง อีกทั้ง ยังเป็นศรีศิริมงคลจรตามระบบทักษา อ่านว่า



2.1 ....ทั้งเกษตรและศรีจรคุ้มความวินาสน์ และจะให้โชคอย่างไม่คาดฝันในเรื่องที่เกี่ยวกับน้ำๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ราศีมีนในดวงเดิมของดวงเมืองมีพระศุกร์ (๖) และพระพุธ (๔) รออยู่ก่อนแล้ว เมื่อพฤหัสบดีจรมาเติมเต็ม ถ้าจำไม่ผิดโหรแฉ้ม เลี่ยมเพชรรัตน์ บอกว่า เป็นดวงสี่โหวลัก หรือดวงเศรษฐี จึงคาดว่า ประเทศชาติจะร่ำรวยจากเรื่องน้ำๆในระยะหนึ่งปีนี้



2.2......พฤหัสดีศรีและเกษตรจรทับพระราหูในดวงเดิมที่สถิตย์อยู่ที่ราศีมีน อ่านว่าด้วงมอดหรือศัตรูปัญหาอุปสรรคที่กัดเซาะดวงเมืองจะถูกจักร์ขว้างตัดขาดเป็นสองท่อนลดอิทธิฤทธิ์ลงครึ่งหนึ่ง แต่ไม่ตายจะรอวันฟื้นขึ้นมาอีกเมื่อดวงดาวจรส่งผลให้



2.3 .....พฤหัสบดีจร อันหมายถึงกฎหมาย ผู้รู้ รัฐสภา ฯลฯ จะไม่คุ้มภัยดวงเมืองโดยตรงแต่จะไปในลักษณะหนุนหลัง และจะให้คุณกับระชาชนอันหมายถึงพระจันทร์ (๒) ในดวงเดิมที่สถิตย์ที่ราศีกรกฎ ธาตุน้ำ โดยประชาชนส่วนใหญ่จะได้สติ ศัตรูของประชาชนจะแพ้ภัยภัย อันเป็นคุณจากพฤหัสบดีจรตามโฉลก

ครุ(พฤหัสบดี)ต้องศศิ(พระจันทร์)โชค จะลุโยคยุวภา

ผิวหญิงจะลุสา มีเหมือนดุจปอง

ปรปักษ์จะปรา ชยโชคจะสนอง

ภริยาจะประลอง ปะเหลาะชู้ประโลมชาย



3...........อย่างไรก็ตาม คู่สมาสัปต์ระหว่างพระราหูจรทับพฤหัสบดีในดวงเดิมที่ราศีธนูอยุ่ก่อนแล้ว และพอวันที่ 26 เมษายน 2553 พฤหัสบดีจรมาทับพระราหูในดวงเดิมซ้ำอีก บ่งบอกว่า เค้าลางการยุบสภา จะเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 26เมษายน2553 เป็นต้นไป ชนิดหลีกเลี่ยงไม่ได้ และอาจจะยุบจริงๆตอนปลายปี และอาจจะหมายถึงการได้รัฐสภาใหม่ หรือการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย

อีกทั้งน่าจะมีการปรับคณะรัฐมนตรีเป็นอย่างน้อย หรืออาจจะเปลี่ยนแปลงรัฐบาล(ซึ่งแน่นอนต้องมีขึ้นเมื่อยุบสภา)เพราะพระราหูจรตัวแทนของการเปลี่ยนแปลงทับพระเสาร์(๗)ตัวแทนรัฐบาลที่สถิตย์ในราศีธนูด้วย

4..... ตั้งแต่ 26 เมษายน 2553 เป็นต้นไปมุมของดวงดาวที่พฤหัสบดีจรในราศีมีนภพวินาสน์ดวงเมืองถึงในกรณีนี้คือเล็งกับพระเสาร์จรในราศีกันย์ภพ อริดวงเมือง นั้น โหรใหญ่หลายท่าน เช่น อาจารย์บัศรินทร์ ปัทมาคมที่เขียนไว้ในศาสตร์แห่งโหร 2553 ของสำนักพิมพ์มติชน รวมทั้งความเห็นของ อาจารย์ภิญโญ พงศ์เจริญนายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ เกรงว่าจะเกิดการยึดอำนาจ ปฎิวัติ รัฐประหาร หรือกบฎ เกิดเช่นคราว กบฎแมนฮัตตันฯลฯ

ในทัศนะของผู้เขียนเห็นด้วย เพียงแต่ขอเพิ่มเติมเป็นการส่วนตัวว่า ในขณะที่พระเสาร์ตัวแทนรัฐบาลจรเป็นเดชในทางทักษา และสถิตย์ในภพอริให้คุณเข้มแข็งตามตำราจักทีปนี และพฤหัสบดี ตัวแทนรัฐสภาจรที่ขึ้นมาเล็งได้มาตรฐานเกษตราธิบดีและเป็นศรีจร คาดว่า การใช้กำลังยึดอำนาจจะไม่สำเร็จหรือเป็นกบฎ หรือไม่ คนที่คิดหรือวางแผนกระทำอย่างซ่อนเร้นตามความหมายของภพวินาสน์ ที่พฤหัสบดีจรสถิตย์อยู่ ต้องใช้สติคิดอย่างหนัก
ดีไม่ดี คนคิดจะทำมีโอกาสถูกหักหลัง เป็นกบฏ อาจถูกจองจำ หรือเนรเทศไปต่างประเทศตามอีกความหมายหนึ่งของภพวินาศน์ก็ได้

5.........เตือนสติของคนไทยว่าตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปอีกระยะหนึ่งประเทศชาติจะเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในทุกวงการและพื้นฐานของสังคม หากใครปรับใจไม่ได้จะเป็นทุกข์

แต่ในทัศนะของผู้เขียนในเมื่อพื้นฐานดวงเมืองเดิมที่วางไว้ในสมัยพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชเข้มแข็ง ดังนั้นเมื่อเราผ่านช่วงการเปลี่ยนแปลงไปได้ประเทศชาติจะเข้าสู่ยุคใหม่เป็นชาวศิวิไลอย่างแน่นอน

20 เมษายน2553
ที่มา มติชน
------------------------

หลายคนอาจไม่เชื่อเรื่องคำทำนายทายทัก แต่ถ้าเราได้รับรู้เพื่อเตรียมตัว ในการรับมือ และป้องกันสิ่งต่างๆ ได้ ก็จะทำให้ไม่ประมาทในการดำรงชีวิตที่อาจทำให้เราหมดหวัง หดหู่ แต่สุดท้ายแล้ว ทุกคนต้อง "ก้าวไปข้างหน้า"อย่างมี "ความหวัง"กันต่อไป


------------------------------------แถมหมอนิด มันส์สุดสุด----------------

From: "สาวก" <ปชป.>

Date: Mon, April 11, 2011 3:07 pm

ในที่สุด ไอ้นิดก็เผยตัวออกมาแล้วว่าเป็นพันธมิตร ตอนที่ปชป. จูบปากกับพธม. ก็ชื่นชมยกหางนายกอภิสิทธิ์เป็นการใหญ่ ตอนนี้กลับมาด่าเขา แถมมาเรียกร้องให้กา no vote ไม่รู้เหรอว่ามันเปลือง งปม.แผ่นดินแค่ไหนถ้าต้องเลือกตั้งซ้ำแล้วซ้ำเล่า พวกสมองมดนี่คิดได้แค่นี้จริงๆ เหรอไอ้นิด ถามว่าไอ้วีระกับอีราตรีมันแส่ ทำเป็นเก่งพล่านเข้าไปเขมรเอง ปชป.เขาก็ช่วยเต็มที่แล้ว จะเอายังไงอีก และไม่เห็นเหรอว่าไอ้วีระมันตะโกนว่า"จะสู้จนถึงที่สุด" เก่งนักนี่ ก็นอนในคุกไปสิวะ ตอนนี้จะตายห่าอยู่แล้ว จะมาเรียกร้องหาอะไรอีกเล่า ถ้ามึงแน่จริง ก็เชิญเข้าไปช่วยไอ้วีระกับอีราตรีเองที่คุกเปรซอว์ดีไม๊ อย่าเก่งแต่ปาก ระวังจะไม่มีโอกาสได้พูด ถ้ายังแหกปากพูดจาหมาๆอีก ก็ระวังตัวให้ดี กระสุนลูกละแค่ 8 บาทเท่านั้น จะคุ้มไม๊เนี่ย
-----------------------------
อาหารตามสั่ง...ยำประเทศ (ตอนที่ 1)

ท่านผู้อ่านที่เคารพทุกท่านไม่ว่าท่านจะรักพรรคการเมืองไหนก็ตาม...มันเป็นสิทธิ์ของท่าน...ท่านจะไปเลือกพรรคไหนก็เชิญใช้สิทธิ์ของท่านตามสบายไม่มีใครว่า...ส่วนผมขอทำหน้าที่ของผมอย่างเสมอต้นเสมอปลายไม่มีการเชียร์พรรคการเมืองไหนทั้งสิ้น...หากทำดีผมก็จะชื่นชมแต่ถ้าทำไม่ดีผมต้องวิจารณ์ด้วยเหตุที่ทำ หากท่านผู้อ่านท่านใดที่รักนักการเมืองหรือพรรคการเมืองที่ถูกผมเขียนวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการบริหารงานหรือการคอร์รัปชั่น...ท่านที่รักประชาธิปัตย์เข้ากระดูกอ่านแล้วอาจจะไม่พอใจผม...ซึ่งผมเองก็ไม่สามารถทำให้ทุกคนถูกใจได้หมดเช่นกัน....ผมไม่เชียร์หรือหลงใหลพรรคการเมืองไหนทั้งนั้น...แต่การบริหารประเทศของรูปหล่อ “บ่มิไก๊” ที่ผ่านมาสองปีเศษ...ประเทศและประชาชนมีอะไรดีขึ้นบ้าง...

มีแต่การทุจริตคอร์รัปชั่น เบ่งบานไปทั่วทุกกระทรวง...ถ้า “ไม่เลวถึงใจ” ผมคงไม่ออกหน้ากล้าแสดงจุดยืนอย่างนี้ ...ตอนที่ผมเขียนถึงการชุมนุมของคนเสื้อแดง...คนเสื้อแดงก็ไม่พอใจผม...ต่อว่าด่าทอผมถึงกับข่มขู่เอาชีวิตผม...ผมก็ได้รับกำลังใจจากผู้อ่านจำนวนมากจนมีชีวิตรอดมาถึงทุกวันนี้...พักหลังๆผมได้เขียนตำหนิและวิพากษ์วิจารณ์การบริหารงานของผู้นำประเทศและการทุจริตคอร์รัปชั่นที่รุนแรงที่สุดในรัฐบาลชุดนี้...ปรากฏว่าเมล์ต่างๆที่เคยมีมาหดหายไปกว่า 90% ซ้ำยังมีเมล์ “สาวก ป.ช.ป.” เข้ามาข่มขู่จะเอาชีวิตผมอีก...ไม่รู้ว่าประเทศนี้พูดความจริงไม่ได้...หรือคนบางกลุ่มไม่ยอมรับความจริง...ผมขอตอบ “สาวกกระโปกซ้ายของป.ช.ป.” ตรงนี้เลยว่า...ผมไม่เคยเกี่ยวข้องกับกลุ่มพันธมิตรหรือกลุ่มใดๆทั้งสิ้น...ตอนที่นายอภิสิทธิ์ได้เป็นนายกที่คลอดออกมาจากกรมทหารนั้น ผมและทุกคนก็ดีใจเพราะหมายมั่นว่าประเทศไทยจะได้นายกที่ดีมาบริหารประเทศชาติบ้านเมือง...ต่างก็ฝากความหวังไว้กับนายอภิสิทธิ์ไม่ใช่ผมคนเดียว...ยิ่งนายกอภิสิทธิ์ประกาศลั่นจะใช้กฏเหล็ก 9 ข้อมาปราบนักการเมืองที่คอร์รัปชั่นและอื่นๆ...ประชาชนยิ่งโห่ร้องสรรเสริญ...แต่สองปีที่นายกอภิสิทธิ์เข้ามาบริหารประเทศร่วมกับพรรคต่างๆการคอร์รัปชั่นเกิดขึ้นทุกกระทรวง...การแต่งตั้งโยกย้ายไม่เป็นธรรม...และพยายามที่จะแต่งตั้งข้ามหัวข้าราชการมหาดไทย...การสอบนายอำเภอที่มีปมทุจริต...และอื่นๆอีกมากมายสาธยายไม่หมด นายอภิสิทธิ์ “อมอะไรอยู่?” บทบาทของนายก “ดีแต่พูดแต่ทำไม่เป็น” ซ้ำยังปล่อยให้กฏเหล็ก 9 ข้อขึ้นสนิมจนไร้ค่าไม่มีราคาแม้แต่จะเอาไปชั่งกิโลขายก็ยังไม่ได้...ตลอดสองปีที่ผ่านมารัฐบาลของนายกอภิสิทธิ์มีผลงานอะไรให้ประชาชนจับต้องได้บ้างนอกจาก “ไข่ชั่งกิโล” แต่ประชาชนส่ายหน้ากันทั้งประเทศ...นายกอภิสิทธิ์มีอำนาจสั่งการอะไรบ้าง...ไอ้ “สาวกกระโปกซ้ายป.ช.ป.” ใช่ผมเป็นคนแรกที่เปิดประเด็นให้ประชาชนทุกคน “โนโหวต” (หรือโหวตโน) ...ไปกาช่อง “ไม่ประสงค์เลือกใคร” และยังพูดด้วยว่า... “ไล่อัปรีย์ไป...จัญไรมา” หลายๆคำพูดของผมถูกนำไปเผยแพร่บนเวทีพันธมิตร...ผมก็ภูมิใจแต่ผมไม่เคยเกี่ยวข้องกับกลุ่มใดทั้งสิ้น...ไอ้สาวกกระโปกซ้ายของป.ช.ป. ...โปรดฟังศัพท์ใหม่จากหมอนิด...การเลือกตั้งครั้งนี้ถ้าไม่ได้พวก “เลวสุดขั้ว” ก็จะได้พวก “ชั่วสุดชาติ” เข้ามา “ยำประเทศ” ต่อไปไม่สิ้นสุด...งบประมาณการเลือกตั้งไม่มากเท่ากับพวกนักการเมืองเข้ามากอบโกยโกงกินประเทศชาติบ้านเมืองหรอกไอ้หอกหัก...ใครสมองมด...ใครสมองควาย...ปัญญาชนจะเป็นผู้ตัดสิน...ทำไมไม่พูดความจริงว่าคุณวีระและคุณราตรี “ถูกหลอกไปให้เขมรจับ” ...ไอ้พวกอัปรีย์จัญไร “ไร้ความปราณี” ต่อคนที่ทำความดี “นี่หรือคน”...ป.ช.ป. ช่วยเป็นพยานให้กับเขมร...รีบแหกปากบอกว่าคุณวีระและคุณราตรีรุกล้ำดินแดนเขมร 55 เมตรและค่อยๆลดระดับลงมาเหลือ 5 เมตร “นี่คือการช่วยของพรรคประชาธิปัตย์” ไงล่ะ...ทั้งยังปล่อยให้ “เขมรขี่ควาย” (ผู้นำไทยมาตลอด) อีกทั้งพยายามจะนำบันทึกเจบีซีทั้ง 3 ฉบับผ่านสภาให้ได้ ทั้งๆที่รู้ว่าเสียเปรียบเขมรก็ยัง “ดื้อรั้น” จะให้สมาชิกรัฐสภายกมือผ่าน...แต่โชคดีของประเทศที่มีพันธมิตรออกมาชี้แจงผลเสีย...จนบรรดา ส.ส. ไม่มีใครยอมเข้าสภา...สุดท้ายเร็วๆนี้เองรูปหล่อ “บ่มิไก๊” ต้องถอนร่างเจบีซีทั้งสามฉบับออกจากที่ประชุมสภาในที่สุด....แบบ “จ๋อยสนิท” ...ผมคิดว่า “เพราะทหารไม่เอาด้วย” ผู้นำจึงหน้าซีด และคนที่อยู่กระทรวง “บัวแก้ว” บางคน “สุดห่วย” ทำตัวเหมือนนักเลง “หน้าหม้อ” น่าจะไปคุมซ่องที่เขมรดีกว่ามั้ง ไอ้ห่า...มึงนี่ไม่เหลือความเป็นคนอยู่เลย...ไม่รู้ว่าจิตใจมึงทำด้วยอะไร...สัตว์มันยังมีจิตใจดีกว่ามึงซะอีก...มึงมันก็แค่พวกรับจ้างตอบโต้คนที่ต่อว่ารัฐบาลชุดนี้เท่านั้น...โธ่ไอ้เหี้ย...มึงนี่โคตรขี้เหนียวเลยว่ะแม่งคิดลงทุนค่ากระสุนปืนลูกละ 8 บาทเท่านั้น...ไปไกลๆตีนกูเลยไอ้ลูกหมา..

.ตอนที่คนเสื้อแดงชุมนุมแล้วถูกผมเขียนวิจารณ์เขายังลงทุนจะให้ M79 กับกูเลย...ทำไมกูต้องระวังตัว...ถึงคราวตายพระอรหันต์ก็ยังต้องละสังขาร... “กูกลัวเกิดโว๊ย”

มาว่ากันถึงเรื่องการเลือกตั้งกันดีกว่า...อย่าไปสนใจ “สาวกกระโปกซ้ายของป.ช.ป.” ช่างหัวมัน...มันจะมาฆ่ามายิงก็มา...การเลือกตั้งในครั้งนี้จะเป็นการวัดดวงของ “เขาคนนั้น” ถ้าแพ้การเลือกตั้งในครั้งนี้นับว่าเป็นการดับอนาคตของเขาคนนั้นทุกสิ่งทุกอย่าง (ถ้ามีการเลือกตั้ง)...แต่โดยรูปการณ์แล้ว “พรรคเพื่อไทย” จะได้คะแนนเสียงมากกว่าพรรคการเมืองอื่นๆ...เพียงแต่ว่าถ้าพรรคเพื่อไทยไม่สามารถทำคะแนนเสียงได้ 270 เสียงขึ้นไปรับรองเหนื่อยหนักนี่ยังไม่นับใบเหลือง-ใบแดงที่พรรคเพื่อไทยอาจจะถูกสอยด้วยข้อหา “หมั่นใส้”...แต่คงจะยากผมเกรงว่าพรรคเพื่อไทยอาจจะได้แค่ 220-240 (บวกลบ 10) เท่านั้นถ้าออกมาตามที่ผมว่าละก็คงจะวิ่งกันขาขวิดเพื่อดึงพรรคร่วมเข้ามาร่วมจัดตั้งรัฐบาล...แต่มันอาจจะมีเงื่อนไขที่สุดโหดจากพรรคร่วมเช่นต้องใจถึงสู้ราคา...นอกจากเรื่องราคาแล้วยังต้องแบ่งโควต้าเก้าอี้รัฐมนตรีให้พรรคร่วมอีกด้วย...ถ้าหาซื้อได้ก็นับว่าบุญทั้งนี้เพราะผมเกรงว่าจะไม่มีพรรคไหนยอมมาร่วมด้วยช่วยกันเพราะความเกรงใจบางอย่าง...การเลือกตั้งครั้งนี้ หลายๆพรรคก็มุ่งเป้าแยกกันเดิน “รุมกระทืบพรรคเพื่อไทย” ไม่ให้ผุดไม่ให้เกิดในถนนการเมืองอยู่แล้ว...ยิ่งพวกเสื้อแดงออกมาชุมนุมมากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้คนเกลียดและเบื่อพรรคเพื่อไทยมากขึ้น.

..มีเพียงกลุ่มคนเสื้อแดงเท่านั้นที่ยังเลือกพรรคเพื่อไทย...ถึงแม้จะเอาหมามาลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทย กลุ่มคนเสื้อแดงก็ยังเลือกด้วยซ้ำ...ขำว่ะ......เพราะฉะนั้นพรรคเพื่อไทยจึงต้อง “ช่วยตัวเอง” ให้เต็มที่ก่อน...อย่าคิดว่ามีคะแนนเสียงมากกว่าพรรคอื่นแล้วจะได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลเสมอไปนอกจากมีมากกว่าแบบถล่มทลายเท่านั้น (หมายถึงมี 280-300 เสียง) แต่ดูแล้วก็เหนื่อยแทนเพราะยากที่จะได้มากขนาดนั้น...ถ้าพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล...ผู้ที่จะมาเป็น “นายก” จะเป็นใครก็ตามต้องคิดให้ดีก่อนเพราะไม่รู้ว่าจะ “โชคดี” หรือ “โชคร้าย” ที่มารับตำแหน่ง “นายก” ในช่วงใกล้ “อวสาน” ของพรรคเพื่อไทย...อย่าหวังว่าจะอยู่ครบเทอม...ผมเคยทำนายไว้ในหนังสือผ่าดวงเมืองแล้วว่า...พรรคเพื่อไทยจะถูกตอนไม่ให้โตเหมือนต้นบอนไซ...พรรคเพื่อไทยจะระส่ำระสาย...พรรคเพื่อไทยจะแตกเป็นเสี่ยงๆ...พรรคเพื่อไทยจะเล็กลง...เล็กลงและอาจจะหายไปในที่สุดไม่เหลือแม้แต่ชื่อ “พรรคเพื่อไทย” ในที่สุด...จะเกิดขึ้นด้วยเหตุใดก็ไม่ทราบเหมือนกัน...รู้เพียงว่า “เขาคนนั้น” จะเป็นผู้ทำลายพรรคของตัวเองอย่างไม่รู้ตัวเพราะการแข็งกร้าวเอาแต่ใจและ “เผด็จการในพรรคเกินไป” จนบรรดาลูกพรรครับไม่ได้ส่วนหนึ่ง...และมีคน “จองกฐินสามัคคี” อยู่มากมาย...คนที่จะมาเป็น “นายก” จากพรรคเพื่อไทย (ถ้าได้จัดตั้งรัฐบาล) ต้องเคลียร์กับ “คนมีสี” ให้ได้ก่อนเหมือนขอบัตรผ่านประตู...ไม่งั้นจะมีการ “ทอดกฐินสามัคคี” โดยไม่ต้องแจกซอง...ส่วนวันทอดกฐินนั้นแล้วแต่ “ฤกษ์สะดวก” อาจจะทอดแบบ “เงียบ...เงียบ” ก็ได้...

มาพูดถึงการล่มสลายของพรรคเพื่อไทยซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้ด้วยเหตุที่หนึ่งคือการตั้งนายกผิดตัว...สอง การชิงดีชิงเด่นกันในพรรคจนมี สส. ในพรรคลาออกมากมาย...สาม คนมีสีเกิดอาการหงุดหงิดจึง “ทอดกฐินเพื่อชาติ” หรือเพื่อ “นาย” บางคน...ยังมีเรื่องที่ระทึกใจอีกเรื่องคือถ้าพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งมีคะแนนเสียงมากกว่าพรรคอื่นๆ แต่พรรคเพื่อไทยกลับไม่ได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล “อันธพาลครองเมือง” แล้วละก็ “บ้านเมืองยุ่งตายห่า” มีสองเรื่องที่ประชาชนต้องรอลุ้นกันอย่างระทึกใจ...คือถ้ามีการทอดกฐินเกิดขึ้นจากคนมีสี...หรือ ถ้าพรรคเพื่อไทยไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล...บ้านเมืองคงหลีกไม่พ้นต้องพบกับ “ความหายนะ” คนเสื้อแดงจะลุกฮือออกมาต่อต้านกันทั่วประเทศ...บ้านเมืองจะลุกเป็นไฟอีกครั้งความพินาศจะเกิดขึ้นกับประเทศและเศรษฐกิจ...เกมใต้ดินและบนดินจะดุเดือดมากกว่าครั้งที่ผ่านมาเพราะ “เขาคนนั้น” เล่นไม่เลิก...ผมขอสรุปอย่างนี้ก็แล้วกันว่า “พรรคเพื่อไทย” จะชนะการเลือกตั้งและ (ถ้าได้) ขอย้ำ (ถ้าได้) ได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล...ผมยังยืนยันเหมือนเดิมว่าคนที่จะขึ้นมารับตำแหน่ง “นายก” คือ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์...ถึงแม้ว่าตอนนี้มีข่าวมาแรงทุกสื่อว่าคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตรจะขึ้นมาเป็นนายก...และจะดับฝันคุณมิ่งขวัญก็ตาม...ผมก็ไม่เอนเอียงไปตามกระแส...จะถูกหรือผิดคงจะได้รู้กันเร็วๆนี้...ถ้าผิดผมก็ยอมรับว่า “ผมทำนายผิด” ก็แล้วกันถึงแม้ว่าผมเคยทิ้งท้ายไว้ว่า...ถึงตอนนั้นไม่รู้ว่าจะมีใครดวงดีกว่าคุณมิ่งขวัญหรือไม่ การเลือกตั้งครั้งนี้ จะมีคนจากพรรคการเมืองไหนไม่รู้จะมาต้อนคนต่างจังหวัดที่เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียงให้กลับถิ่นเกิดเพื่อ “หย่อนบัตรเลือกตั้ง” มีรถฟรีกินฟรีแถมมีค่าเสียเวลาคนละ 2,000-3,000 บาทเลยทีเดียว...นี่คือเสียงของประชาชน (ที่ถูกซื้อ) ในช่วงนี้ประเทศไทยจะมีพวก “เหี้ย” กระจัดกระจายไปทั่วเพื่อ “ยกมือไหว้ประชาชน” ...ประชาชนจะเป็นใหญ่ในช่วงนี้จนถึงวันเลือกตั้งหลังจาก “หย่อนบัตร” เรียบร้อยแล้วก็จะเป็นหน้าที่ของ “สรรพสัตว์มาครองประเทศ” และจะอ้างว่าเป็น (ผู้ (กิน) แทนประชาชน)
พรรคการเมืองที่พรรคเพื่อไทยกลัวที่สุดในชั่วโมงนี้ไม่ใช่พรรคประชาธิปัตย์...แต่เป็น “พรรคภูมิใจไทย” ที่เป็นก้างขวางคอที่พรรคเพื่อไทยกลัวเพราะพรรคภูมิใจไทยสามารถตัดคะแนนเสียงของพรรคเพื่อไทยได้มากกว่าพรรคอื่นๆ ...และพรรคภูมิใจไทยมีทั้งกระสุนดินดำมากมาย...มีทั้งกรรมการหลายหน่วยงานช่วยประคับประคอง...มีทั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็วกระจัดกระจายแฝงตัวอยู่ทั่วไป...พรรคภูมิใจไทยนี่แหละคือตัวแปรสำคัญการเลือกตั้งครั้งนี้คงดุแบบ “เลือดนอง” ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเมืองมีสิทธิ์ “ไปเกิดใหม่” แน่ๆ และคงไม่ใช่เพียงคนเดียวอาจมี “เพื่อนตาย” ตามไปอยู่ด้วยเป็นเพื่อนแก้เหงา...พรรคภูมิใจไทย “ใจถึงและทุ่มเต็มที่”สำหรับงานนี้...หากพรรคเพื่อไทยใจปลาซิวไม่กล้าทุ่มเต็มกำลังก็ม้วนเสื่อ...และถ้าพล.อ. “พ.พาน” กับ พล.ต.อ. “ส.เสือ” ที่มีข่าวว่าจะถูกใช้ให้ไปลงพื้นที่จ.บุรีรัมย์นั้นถ้าจับไม่ได้ไล่ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของ “น.หนู” ก็คงต้องนั่งหอบฟรี...แต่ผมคิดว่าทั้งสองท่านนี้มาถูกที่ถูกทางแล้วเปราะหนึ่งและเป็นคนมีฝีมือและมันสมองไม่รองใครเหมือนกัน...เกมนี้เป็นการชิงไหวชิงพริบเพียงแต่เจ้าถิ่นเป็นต่ออยู่หลายช่วงตัวเพราะมีผู้ช่วยดีหากทั้งสองนายพลลงพื้นที่บุรีรัมย์จริง...และสามารถ “กระชับพื้นที่” ได้สำเร็จก็คงจะ “ขอคืนพื้นที่” ตามจังหวัดอื่นๆมาได้บ้าง..ป่านนี้ไม่รู้ว่ามีใครเหมาบัตรประจำตัวประชาชนไปเก็บกักตุนไว้ก่อนรึเปล่า? ...พรรคเพื่อไทยจะถูกโดดเดี่ยวให้ “สู้ด้วยลำแข้ง” เพราะหลายฝ่ายมีความเห็นตรงกันว่าจะไม่ให้ “อันธพาลครองเมือง” ...พรรคเพื่อไทยก็อย่าลำพองจนเกินไปว่าจะชนะอย่างถล่มทลายเหมือนในอดีต...อดีตกับปัจจุบันมันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเพราะในอดีต “เขาคนนั้น” ซื้อทุกพรรคมาอยู่ใต้อุ้งตีน...แต่วันนี้ “คุณคนเดียว” แม้แต่ภายในพรรคก็ยัง “กัดกันไม่หยุด” อีกพรรคหนึ่งที่จะมาตัดคะแนนพรรคเพื่อไทยคือ “พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน” ที่จะแย่งเก้าอี้แถบโคราชและอาจมีอีกบางจังหวัดไปครอง

มาถึงพรรคที่ผมเคยรักที่สุด...แต่วันนี้ผมเกลียดที่สุดทั้งเกลียดและขยะแขยงที่สุดด้วยคือพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีนายกรูปหล่อ “บ่มิไก๊” กระดอไม้อีกต่างหาก...แรกๆเหมือน “ไก่จะบิน” บริหารงานมาสองปี “มีห่าลงกิน” คงต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ว่าผู้นำคนนี้ล้มเหลวการบริหารประเทศที่สุด...เป็นผู้นำที่ห่วยที่สุดไม่มีอำนาจสั่งการหรือไม่มีสมองทำงาน...ไม่สามารถปราบคอร์รัปชั่นได้ตามที่พูดซ้ำยังปล่อยให้มีการคอร์รัปชั่นมากที่สุด...กู้มาโกงมากที่สุด...บ้านเมืองวอดวายมากที่สุด...ประชาชนต้องตายก่อนมากที่สุด...ใช้ปากทำงานมากที่สุด...ข้าว ของกิน ของใช้แพงที่สุด...ลอกนโยบายพรรคอื่นมากที่สุด...ปรับเปลี่ยนฮวงจุ๊ยบ่อยที่สุด...มีภัยธรรมชาติกระหน่ำประเทศไทยที่มีผู้นำคนนี้มากที่สุด..นอนในกรมทหารนานที่สุด แก้รัฐธรรมนูญเพื่อตัวเองอย่างน่าละอายที่สุด....ช่วยบริษัทบุหรี่โกงภาษีของชาติหกหมื่นกว่าล้าน...ใครสั่ง ใครทำ ใครช่วย...ใครได้ผลประโยชน์ “ใครสวาปาม” จนประชาชนเดือดร้อนไปทั่วประเทศ ...โปรโมทโฆษณาชวนให้เชื่อพรรคตัวเองมากที่สุด...ทำให้คุณวีระและคุณราตรีต้องติดคุกเขมรอย่างโหดเหี้ยมที่สุด...คนที่มีบารมีแต่หูตาไม่ดีอุ้มมาทำให้ประเทศ “ฉิบหาย” มากที่สุด...อยู่ใต้บาทารองนายกและเป็นที่เช็ดขาของ “น.หนู” ดีที่สุด...ถ้าได้เป็นนายกอีกรอบบ้านเมืองก็ “ฉิบหายภาคสอง” แน่นอนที่สุด...ผมจะขอ “โนโหวต” ให้ถึงที่สุด...ถ้าลูกเมียผมไปเลือกพรรคนี้ผมจะ “เลิกกับลูกเมีย” ในที่สุด...ผมจะกาช่อง “ไม่ประสงค์เลือกใคร” อย่างแน่นอนที่สุด...ท่านผู้อ่านมีสิทธิ์เป็นของตัวเองจะเลือกใครก็เลือกไป...จะไม่ประสงค์เลือกใครก็คิดเองทำเอง...ประชาชนจะเป็นใหญ่ในแผ่นดินไม่เกิน 5 นาที...หลังจากนั้น “สรรพสัตว์” จะเป็นใหญ่ครองประเทศ...

ใครที่หูตาสว่างแล้วก็มาร่วมกัน “โนโหวต” หรือ “โหวตโน” ...ใครที่ยังมีความรักนักการเมืองก็ไปลงคะแนนให้พรรคที่ตนเองรักไม่มีใครว่า

...ผมมีความเห็นและรู้สึกว่าการเลือกตั้งล่วงหน้านั้นเป็น วิธีการโกง ได้ทางหนึ่งคนที่มีอำนาจจะได้เปรียบคู่แข่งมากทีเดียว...การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในเร็วๆนี้ผมคิดว่า...พรรคประชาธิปัตย์ ถ้าได้จำนวนส.ส.เท่าเดิมก็นับว่าเก่งสุดๆแล้วความจริงมันจะได้จำนวนเสียงน้อยลงกว่าเดิมด้วยซ้ำ ถ้าปล่อยไปตามธรรมชาติความเป็นจริง...หากยังมี “ใบสั่ง” อุ้มบุญออกมาให้รูปหล่อ “บ่มิไก๊” มาเป็นนายกอีกสมัยรับรองบ้านเมือง “ฉิบหายภาคสอง” สังเกตดูง่ายๆถ้าพรรคนี้มีคะแนนเสียง 180 ขึ้นไปถือว่าผิดปกติเป็นอย่างมาก...อย่าลืมว่าถ้า “ดร.ปุ” ลงเลือกตั้งจริงๆ ก็อาจจะมาตัดคะแนนเสียงในกรุงเทพฯชั้นในซึ่งพรรคประชาธิปัตย์เคยครองอยู่..งานหนักครับพรรคประชาธิปัตย์คราวนี้...เจอทั้งคนโนโหวตด้วย (ดร.ปุจะได้มากหรือน้อยไม่รู้) ..ปีนี้เป็นปีเถาะ “กระต่ายเจ้าเล่ห์แสนโกง” ทุกคนทุกพรรคต่างก็ต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมเชือดเฉือนกันมันหยดติ๋ง...พรรคเพื่อไทยประกาศตัวเลข 270 เสียงอัพ...ป.ช.ป. ประกาศตัวเลข 240 ...อ้าวมันเกิน 500 จำพวก...แล้วพรรคอื่นๆละไม่เผื่อให้กันบ้างเลยหรือ...เมื่อการเลือกตั้งสิ้นสุดลงและทราบผลการเลือกตั้งแล้ว...พรรคเล็กพรรคน้อยที่จับคู่ผสมพันธุ์กันจะมีราคาพุ่งทะลุเพดานทันที เพราะทั้งสองพรรคใหญ่ต่างก็จะแย่งกันประมูล......ก็ไม่รู้ว่า พล.อ. “ป.ปลา” จะขึ้นมารับตำแหน่ง “นายก” หรือไม่ ถ้ารับก็คิดผิด...เชื่อเหอะ...ไม่อยากพูดมากเพราะเขาเป็น “ทหาร ใหญ่คับแผ่นดินอยู่แล้ว..โดยเฉพาะตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม และตำแหน่ง ผบ.ทบ. ใครอย่าแตะไม่งั้นได้เห็นดีกัน ...ขอให้จับตาดูว่า “พล.อ. ป.ปลา” จะลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมหรือไม่ “ถ้าลาออก” แสดงว่าเขาเตรียมพร้อมที่จะเป็น “นายก” คนต่อไป พรรคเพื่อไทยก็หมดสิทธิ์ เหมือนถูกปิดประตูตีหมา

ขอแก้ข่าวแต่ไม่ได้แก้ตัว...ตามที่ผมได้เขียนไว้ว่าถ้านายกอภิสิทธิ์ได้เป็นนายกอีกสมัยตามที่โหรต่างๆทำนายผมจะ “ล่อตูดหมาขี้เรื้อน” กลางสี่แยกราชประสงค์เป็นการล้างซวยให้ประเทศนั้นพอผมเขียนเสร็จก็นำลงเว็บเลยโดยไม่ได้ตรวจว่ามีอะไรต้องเพิ่มเติมหรือต้องแก้ไขหรือไม่...พอผมมาอ่านในเว็บก็ร้อง “ไอ๊หย๋าซิปหายแล้วตู” เพราะผมลืมวงเล็บว่า (ถ้าไม่ใช้วิชามารไม่มีทางชนะ) เอางี้ก็แล้วกันผมขอเปลี่ยนจากการ “ล่อตูดหมา” มาเป็น “ล่อตูดรูปหล่อ” แทนเพื่อเป็นการตอบแทนความสุขให้กับนายกสองสมัย “ผมยอมเหนื่อยเพื่อชาติ” แต่ผมคิดว่าผมคงไม่ได้ล่อทั้งตูดหมาหรือตูดรูปหล่อ

เมื่อวันที่ 5 เม.ย. พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาท ผบ.สส.นำทั้งสี่เหล่าทัพตบเท้าออกมาประกาศยืนยันว่าจะมีการเลือกตั้งไม่มีการปฏิวัติ (ชั่วคราวหรือเปล่าไม่รู้) มีอยู่ตอนหนึ่งที่ท่านพูดว่า... “ใครที่เคลื่อนย้ายกำลังพลโดยไม่มีคำสั่งถือว่าเป็นกบฏ” คำนี้ประชาชนทั่วไปฟังแล้วคงไม่คิดอะไร...แต่ผมคิด...คิดมากด้วยเพราะมีบทความหนึ่งที่ผมได้เขียนไปแล้วที่วงเล็บไว้ว่า (เรื่องสำคัญทางทหารผมไม่ขอพูดถึง) มันมีอะไรในกอไผ่ (หน่อไม้มั้ง) มันต้องมีเรื่องลับ...จึงมีคำพูดนี้ออกมาจากปากของผบ.สส....ยังไงผมก็ยังยืนยันว่าทหารจะมีบทบาท...ทหารจะมีอำนาจเหนือ “นายก” ทุกคน (เป็นความลับทางราชการผมพูดมากไม่ได้) ...ใครว่าจบ...ผมว่าไม่! บ้านเมือง “ยุ่งฉิบหาย” โปรดติดตามตอนต่อไป…บ้านเมือง “ฉิบหาย”...บ้านเมือง “หายนะ” หรืออยากให้บ้านเมือง “บรรลัย” ก็เลือกเอา (เลือกได้คนละอย่างเท่านั้นอย่าโลภมาก)

ด้วยความเคารพ

หมอนิด (กิจจา ทวีกุลกิจ) 18 เม.ย. 54





Create Date : 22 เมษายน 2554
Last Update : 22 เมษายน 2554 16:48:28 น. 5 comments
Counter : 959 Pageviews.

 
ที่อ่านข้อความของคุณ ก็จริงเกือบทั่งหมด เลือกไม่เลือกก็อยู่ที่เรา เงินชื้อเสียงใด้แต่ชื้อให้กา ไม่ใด้ ยุคขัาวยากหมากแพง นายกที่เราเลือก จะอยู่ใด้ครบวาระต้องมีคุณความดีใหัเห็น บริหารประเทศให้ได้ดีกว่าเดิม ยกตัวอย่างคุณมาร์ค เมื่อเขาบริหารล้มเหลว จะมีใครกี่คนที่คิดให้เขากลับมาเป็นนายก แต่การเลือกตั่งคั้งนี้สำคัญที่สุด ที่จะพิสูจย์ความจริงว่าคนไทย ยังมีชาติ ศาสนาพระมหากษัตริย์เป็นหลัก เเละเมืองไทยคงไม่สิ้นคนดี หากเราไม่ถอดใจ เพราะประเทศไทยยังดีกว่าอีกหลายเอาตัวเ)็นที่ตั้งบางคั้งเราก็มีคนแอบอิ๗ฉา


โดย: ลูกนก IP: 77.171.174.227 วันที่: 19 มิถุนายน 2554 เวลา:14:38:42 น.  

 
สงสารเมืองไทยมีสีแดงเผาผลาญ บ้านเมือง กฎหมู่อยู่เหนือกฏหมาย ไม่พอใจความคิดใครก็กระทืบ มันยิ่งใหญ่ในแผ่นดินไทยมาก มีเงินซื้อได้ทุกอย่าง แต่ซื้อกรรมที่ก่อกันไว้ไม่ได้ไม่ช้าก็เร็วคงรับกรรมที่มันทำกับบ้านเมืองขอบารมีบูรกพกษัตริย์ไทยจงปกปักรักษาไทยให้อยู่เย็นเป็นสุข กลุ่มที่คืดไม่ดีให้มันจมธรณีในเร็ววัน


โดย: สาวไทย IP: 183.89.216.153 วันที่: 31 สิงหาคม 2554 เวลา:20:42:45 น.  

 
คุณโสรัจจะ นวลอยู่
ผมเคยตัดการทำนายในหนังสือพิมพ์ของท่านไว้ตั้งแต่ลูกผมเพิ่งคลอด ท่านทำนายว่าจะเกิดสงครามมาจากทำพวกอาหรับอะไรพวกนี้ แล้วโลกจะวุ่นวายทำนองว่าอยู่ไม่ได้แน่นอน ผมวิตกว่าลูกผมเพิ่งเกิดยังไม่โต ถ้าเป็นอย่างที่ว่าจะเป็นอย่างไรหลังจากนั้นมา ลูกผมอายุสิบห้าแล้ว ไม่เห็นมีอะไรอย่างที่ทำนายไว้ แล้วท่านก็ทำนายแนวอย่างนี้ออกมาเรื่อยๆ ไม่เห็นมีคนทักท้วงท่านเลย เป็นอย่างนี้ทุกปี


โดย: หสสห IP: 113.53.155.168 วันที่: 17 ตุลาคม 2554 เวลา:20:44:39 น.  

 
คุณทำนายผิดนะ


โดย: g9jk IP: 124.120.15.251 วันที่: 29 ตุลาคม 2554 เวลา:20:38:28 น.  

 
ถ้าไม่อคตินายกปูถือว่าทำได้ดีที่สุดแล้ว


โดย: เต่า IP: 124.120.15.251 วันที่: 29 ตุลาคม 2554 เวลา:20:39:48 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

jesdath
Location :
เชียงราย Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 35 คน [?]




Group Blog
 
<<
เมษายน 2554
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
22 เมษายน 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add jesdath's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.