มิถุนายน 2565

 
 
 
1
3
6
7
8
10
11
12
13
14
16
18
19
20
21
22
23
24
26
27
28
29
 
 
All Blog
2 เดือนกับการเปลี่ยนแปลงชีวิต
วันนี้ตื่นมาแบบเศร้าๆ โดยไม่รู้เหมือนกันว่าเศร้าเรื่องอะไร แต่คิดอะไรเห็นอะไรก็เศร้าไปหมด เริ่มเศร้าหลังจากซักผ้าเสร็จ มันแปลกนะจริงๆ เราก็ว่างเกือบทุกวัน พร้อมเศร้าได้ตลอด แต่พอเป็นเสาร์อาทิตย์รู้สึกเศร้าง่ายมากยิ่งขึ้น

อาจจะเป็นเพราะอ่านข่าวเศร้าด้วยมั้ง โดยเฉพาะ Urboy TJ เป็นซึมเศร้าขั้นรุนแรง เขาเป็นศิลปินที่เราชอบนะ ดีเจในวิทยุเปิดเพลงเขาเราก็น้ำตาซึม เนื้อเพลงมันกระทบใจเรา และเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกเขาด้วย เรื่องราวเก่าๆ ที่ผ่านมาแว้บเข้ามา มีคนหนึ่งที่เราเคยถามเขาหลังไมค์เรื่องมะเร็งเต้านมที่เธอเป็นเมื่อสองเดือนก่อนเขาเพิ่งตอบกลับมาเช้านี้ เธอใช้คำว่า "กรรมกำหนดมาแล้ว" เราไม่ชอบคำนี้เลย เหมือนโยนความผิดให้ตัวเองยังไงไม่รู้ แถมเธอรักษาต่อเนื่องสองปีทั้งคีโมทั้งฉายแสงรัวๆ แค่อ่านก็เหนื่อยแล้ว ร้องไห้ดีกว่า คุยกับเพื่อนในเฟซยิ่งปลอบยิ่งร้องไห้ วันนี้ก็เป็นวันดาวน์ของเรา

ช่วงเวลาสองเดือนตั้งแต่มีอาการของมะเร็งเต้านมปลายเดือนมีนาคมกระทั่งเข้ารับการผ่าตัดสิ้นเดือนพฤษภาคม นับว่าเร็วอยู่สำหรับการเข้ารับการรักษา ทีแรกคิดว่าจะผ่าเดือนนี้หรือไม่ก็เดือนหน้า มันเร็วจนไม่ทันมีเวลาทำใจ จริงๆ ถ้าเราไม่ไปตามนัด มันจะเป็นไรไหม?

เป็นสองเดือนที่ชีวิตเราไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ก่อนหน้านั้นเพิ่งกลับบ้านไปในรอบสองปีตั้งแต่โควิด ไปถ่ายรูปชุดว่ายน้ำที่ทะเลกับพี่สาวเป็นครั้งแรกและใครจะรู้ว่าเป็นครั้งสุดท้าย

เราพยายามบอกตัวเองว่าไม่ได้ป่วย หลอกตัวเองว่าไม่ใช่โรคประจำตัว ถ้าเอาออกไปแล้วก็ไม่ใช่โรคประจำตัวแล้ว ทำตัวให้ภายนอกดูปกติที่สุดจนคนทั่วไปดูไม่ออก จริงๆ แล้วมันแย่ที่สุดในชีวิตแล้วล่ะ ดีแค่ไหนที่ไม่เป็นซึมเศร้าซ้ำเติมไปอีก หรือกำลังจะเป็นก็ไม่รู้

เราพยายามอ่านรีวิวของคนที่ผ่าตัดหน้าอกมาข้างเดียว แล้วเขาจะเสริมอะไรยังไง เจ็บปวดมากน้อยแค่ไหน แต่ไม่มีเลย ไม่มีใครเล่าให้ฟัง ก็พยายามหลังไมค์ไปถามคนที่ผ่านการผ่าตัดแล้ว จนบางทีก็แอบคิดวนว่า ทำไมเราต้องรีบรักษา ทำไมไม่รอให้อาหารเสริมทำงาน ทำไมยอมให้หมอผ่าออกทั้งหมด คิดจนสงสารตัวเองว่าเราตัดสินใจเร็วไปหรือเปล่าวะ แต่ถึงตอนนี้ทำไรไม่ได้แล้ว ทำใจยอมรับมันทั้งน้ำตาไป ไม่ได้ร้องไห้เมื่อเห็นแผล แต่ร้องไห้สงสารชีวิตตัวเองมากกว่า

แผลยาวประมาณ 15 cm เห็นจะได้ เว้าๆ แหว่งๆ จะให้ทำใจง่ายๆ ได้ยังไง แต่การหายไปของนมข้างหนึ่งมันเหมือนจุดเปลี่ยนของชีวิตนะ จากที่คิดว่าวันหนึ่งอาจจะมีความรักดีๆ กลับเข้ามา พอไม่เหลืออะไรก็คิดว่าพอแล้วว่ะ จบแล้ว อยากตายเร็วๆ แล้ว เบื่อ แม้หมอจะให้ความหวังว่าค่อยกลับมาเสริมใหม่ได้ แต่เชื่อมั้ยว่าเราก็คิดว่ามันจะทำยังไงวะ เนื้อตัวเองก็ไม่มี น้ำหนักไม่ขึ้นเลยแถมลดลงอีกหลังจากออกจากรพ. ซิลิโคนก็ไม่น่าไว้ใจ ทำแล้วมันจะบาลานซ์กันไหมกับอีกข้าง แล้วเราไม่เชื่อเรื่องรักแท้จะยอมรับความเจ็บป่วยกันได้ง่ายๆ หรอก เราเองยังไม่ยอมรับเลย ยังเบื่อตัวเอง แล้วคนอื่นก็คงเบื่อเราเช่นกัน

สองเดือนที่ผ่านมาจึงเป็นเหมือนการตัดจบของบางความรู้สึก แม้จะไม่ได้ทันที แต่ไม่คาดหวัง หมดความนับถือตัวเอง และไม่สามารถให้ใครมาเห็นสภาพตัวเองได้นอกจากหมอและพยาบาล

ถ้าหมอบอกก่อนผ่าตัดว่าอีกหกเดือนค่อยมาเสริมใหม่ นี่ก็จะเหลือห้าเดือนแล้วนะ ใกล้สิ้นเดือนมิถุนายนแล้ว นับถอยหลังคือกำลังใจของเรา แต่ถ้าเราต้องคีโมและฉายแสงอีกเป็นสิบๆ ครั้ง เราอยากเลือกตายไวๆ จัง แค่คิดก็ทรมานแล้วว่ะ



Create Date : 25 มิถุนายน 2565
Last Update : 27 มิถุนายน 2565 6:52:03 น.
Counter : 288 Pageviews.

2 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณหอมกร

  
อ่านไปร้องไห้ตามไป // ขออนุญาตกอดนะคะ
โดย: มีลูกชื่อหยอง IP: 202.29.54.56 วันที่: 27 มิถุนายน 2565 เวลา:11:07:19 น.
  
สงสารตัวเองค่ะ
โดย: Alex on the rock วันที่: 27 มิถุนายน 2565 เวลา:19:44:39 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Alex on the rock
Location :
มหาสารคาม  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]



Blog นี้เป็นพื้นที่ส่วนตัว เป็นความเห็นส่วนตัว ผู้อ่านอาจจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับข้อเขียนใน Blog กรุณาแสดงความคิดเห็นด้วยความสุภาพและเคารพสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญของเจ้าของ Blog ด้วย หากผู้อ่านที่แสดงความคิดเห็นไม่อาจจะปฏิบัติตามนี้ได้ เจ้าของ Blog สามารถลบความคิดเห็นของท่านโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบ
  •  Bloggang.com