I AM SOMEONE
Group Blog
 
<<
กันยายน 2557
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
15 กันยายน 2557
 
All Blogs
 

เก็บรักไว้ ให้หัวใจที่รอ ตอนที่ 35 (จบ)

ตอนที่ ๓๕

ช่วงเวลาที่เหลือก่อนถึงวันหมั้น ทุกคนต่างตื่นเต้นกับงานที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะณลักษณ์ เพราะเมื่อสัปดาห์ก่อนเธอยังคงจมอยู่ในภวังค์ของความเศร้าเพียงลำพัง แม้จะรู้ความจริงแล้วแต่เธอก็ยังแอบหยิกตัวเองบ่อยๆ เพื่อพิสูจน์ว่าไม่ได้ฝันไป ผลที่ได้คือ แขนเป็นรอยช้ำเต็มไปหมด
“นี่ไปทำไรมา ทำไมแขนมีแต่รอยอย่างนี้” ธรณีสังเกต
“เปล๊า...” ณลักษณ์เสียงสูง “ไม่มีอะไร”
หลังจากที่ผู้เป็นแม่ทัก เธอจึงหมั่นทายา และทาครีมเพื่อให้รอยหยิกจางลงเร็วๆ พร้อมกับบ่นพึมพำกับตัวเองทุกครั้งที่ทาว่า “หยิกทำไมก็ไม่รู้ เจ็บก็เจ็บ เป็นโรคจิตหรือเปล่าเนี่ยเรา”

ขณะที่ฝ่ายชายดูจะเจนสถานการณ์กว่า เนื่องจากเคยผ่านการแต่งงานมาหนหนึ่งแล้ว เรื่องของสินสอดทองหมั้น แม้จะไม่หวือหวาอย่างครั้งแรก แต่ปริญก็พยายามแสดงถึงความจริงใจให้กับครอบครัวของฝ่ายหญิงได้เห็น จะได้ไม่ต้องกังวลกับการยกณลักษณ์ให้เขาดูแล

เช้าวันเสาร์พิธีหมั้นเล็กๆ ถูกจัดขึ้นในสวนของบ้านธรรมริน มีเพียงสมาชิกในครอบครัวของทั้งสองฝ่ายเป็นสักขีพยาน ณลักษณ์สวมเดรสสั้นสีฟ้าอ่อน เข้ากันกับเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตสีฟ้าขาวกับกางเกงขาวของปริญ ส่วนคนอื่นๆ ก็อยู่ในชุดโทนสีเดียวกัน ทำให้งานดูอบอุ่นเป็นพิเศษ

บรรยากาศของงานวันนี้เป็นไปอย่างเรียบง่าย ไม่เน้นพิธีรีตองเท่าไรนัก ไม่มีการแห่ขันหมากกันเอิกเกริก มีเพียงการสวมแหวนหมั้น มอบสินสอด ทำบุญเลี้ยงพระ และรับประทานอาหารกลางร่วมกัน โดยธรณี วารี และพิมระวีต่างแสดงฝีมือทำอาหารกันชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร มื้อเที่ยงจึงได้ลิ้มรสทั้งอาหารภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคใต้จนอิ่มหนำสำราญ สนุกสนานครื้นเครง เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของทุกๆ คน
“ขอบใจนะปริญที่ทำให้ยัยลักษณ์และครอบครัวเรามีความสุข” ธรณีกระซิบบอกชายหนุ่มหลังจากฉลองพิธีหมั้นกันเรียบร้อยแล้ว
“ครับผม ไม่ใช่แค่ลักษณ์และครอบครัวลักษณ์หรอกครับ ผมกับแม่ผมก็มีความสุขเช่นกัน”
“แม่ก็ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะมีคนรับลูกสาวแม่ได้ ยัยลักษณ์มันออกจะเพี้ยนๆ งงๆ คิดและตัดสินใจไรปุบปับ บางทีพ่อกับแม่ก็ตามไม่ทัน เลยต้องปล่อยให้ดูแลตัวเองไป แต่ใจก็อดเป็นห่วงไม่ได้”
“เท่าที่ผมเห็น เธอเป็นตัวของตัวเองดีนะครับ ไม่เหมือนใคร แม้อาจจะเป็นคนใจร้อนไปบ้าง แต่เด็ดเดี่ยวดีผมชอบ ถ้าเรามาอยู่ด้วยกัน ก็จะได้สมดุล เพราะผมใจเย็นเกินไป ใจเย็นไปหลายปีเลยกว่าเราจะได้เจอกัน ทั้งที่ตกหลุมรักเธอมานานแล้ว”
“ก็เลยมาใจร้อนเอาตอนนี้เลยไง หายป่วยปุ๊บ จะแต่งปั๊บ” ธรณีแซวว่าที่ลูกเขย
“หึๆๆ ครับ” เขาหัวเราะพร้อมยอมรับ
“ผมคุยกับแม่ผมระหว่างจะเดินทางมากรุงเทพฯ แม่เองก็ไม่ได้รังเกียจอะไรลักษณ์หรอกครับ แค่มีทิฐิในตอนแรกเท่านั้น เอาเข้าจริงแม่ก็อยากเห็นผมแต่งงานอีกครั้ง แล้วสารภาพว่า ช่วงที่ลักษณ์มาอยู่ด้วยรู้สึกอุ่นใจมากขึ้น ส่วนผม ผมอยากมีครอบครัวที่สมบูรณ์อยู่แล้ว ตอนที่ป่วยอยู่ ผมรู้สึกมีความสุขนะครับ เหมือนมีใครมาเติมเต็มชีวิตเรา แม้จะจำเธอไม่ได้ก็ตาม ขนาดผมเจ็บหนักเธอก็ยังไม่ทิ้งผม แล้วจะให้ผมทิ้งเธอไปได้ยังไงครับ ได้เธอนี่แหละครับเป็นกำลังใจที่ทำให้ผมหายป่วยเร็วขึ้น”
ธรณีได้ยินก็ชื่นใจ เธอยิ้มและบอกกับเขาว่า “โชคดีที่ยัยลักษณ์ได้เจอเธอนะ”
“ผมต่างหากล่ะครับที่โชคดี”

...............................

ตกเย็นณลักษณ์พาปริญไปรับลมทะเลที่หาดสมิหลา ทั้งคู่จูงมือกันเดินเรียบชายหาดไปเรื่อยๆ รอยเท้าบนผืนทรายปรากฏคู่กันเป็นทางยาว
“จะว่าไป เรายังไม่เคยตกลงเป็นแฟนกันมาก่อนเลยนะ หมั้นกันได้ยังไงก็ไม่รู้” ณลักษณ์ตั้งข้อสงสัย
“ไม่ทันแล้วล่ะ มาทางลัดแล้ว”
“ขี้ตู่นี่นา” หญิงสาวมองหางตา
“ตู่ไม่ตู่ไม่รู้ล่ะ รู้แต่ว่าคนนี้ล่ะคือคนที่ใช่เลย”
“ใช่กี่คนแล้วล่ะ” น้ำเสียงของเธอประชดในที
“จำไม่ได้ เยอะ” ปริญทำหน้ายียวนใส่ ณลักษณ์สะบัดมือเขาทิ้งทันที
“อ้าว แล้วถามทำไมเล่า” ชายหนุ่มรีบคว้ามือคนรักมาจับใหม่ แต่หญิงสาวบิดข้อมือออกด้วยอาการงอน
“อย่างอนสิครับคนดี ในชีวิตผมจะมีคนที่ใช่ และอยากแต่งงานด้วยสักกี่คนกันเชียว” เขาเว้าวอน
ณลักษณ์เบือนหน้าหนี ไม่ยอมสบตาปริญ
“ไม่เห็นจะต้องตกลงเป็นแฟนกันเลย ก็ในเมื่อรู้ใจตัวเองดีอยู่แล้วว่าต่างคนต่างชอบกัน” เขาพยายามแก้ตัว แต่หญิงสาวก็ไม่สนใจ
“โอเคๆ งั้นเริ่มเป็นแฟนกันวันนี้เลยละกัน” เขายื่นนิ้วก้อยไปหาเธอ แต่ถูกปัดออกไป “เลิกงอนได้แล้วนะ ก่อนหน้านี้สมองเสื่อมจำอะไรไม่ได้สักอย่างก็ยังไม่เห็นงอนเลยอ่ะ นี่จำไม่ได้ว่าเจอคนที่ใช่มากี่คนแล้ว งอนซะงั้น”
“นี่แน่ะ!” ณลักษณ์ผลักคนรักถลาลงน้ำทะเล แล้วหัวเราะชอบใจที่เห็นเขาล้มลุกคลุกคลานจนเขาเปียกไปครึ่งตัว
คลื่นฟองขาวม้วนเกลียวเล็กๆ กระทบโขดหินสีดำใต้รูปปั้นเงือกทองนั่งหวีผมริดหาด ปริญเดินขึ้นไปดูหน้ารูปปั้นนั้นใกล้ๆ เนื้อหาในสมุดบันทึกของณลักษณ์ที่เขาเคยอ่านผุดขึ้นในหัวทันที
“ชาวประมงเก็บหวีทองคำของนางเงือกได้”
“ห๊า...คุณจำได้!!” เธออุทาน
“ครับก็บอกแล้วไงว่าผมจำได้หมดแล้ว ในที่สุดผมก็ได้มาที่นี่จริงๆ”
“เอ้อ...มัวแต่ยุ่งเรื่องงานหมั้น ลืมบอกคุณไปเลยว่าสมุดบันทึกของฉันเล่มนั้นกำลังจะตีพิมพ์เร็วๆ นี้แล้วนะ ชื่อว่าบันทึกการเดินทาง ๑๔ จังหวัดภาคใต้ฉบับสาวโสด อย่าลืมอุดหนุนนะ” ณลักษณ์โปรโมทหนังสือทันทีที่มีโอกาส ไม่เว้นแม้แต่คู่หมั้นของตัวเอง
“อ้าว ไม่แจกฟรีหรอกเหรอ”
“ของซื้อของขาย ไม่ได้ทำการกุศลนะ”
“งั้นซื้อแจกเป็นของชำร่วยงานแต่งแล้วกัน”
“อุ๊ย! จริงเหรอคะ สงสัยจะได้พิมพ์ครั้งที่ 2 เร็วๆ นี้ ฮิๆๆ”
“มีแขก 20 คน” เขาเย้า
“บ้าจริง” หญิงสาวตบท่อนแขนชายหนุ่มเบาๆ
“วันหลังเขียนบันทึกการเดินทาง ๑๗ จังหวัดภาคเหนือบ้างสิ เดี๋ยวผมจะพาไปเที่ยวเอง แต่ต้องเป็นฉบับคู่รักนะ” ปริญแนะนำ ณลักษณ์ยิ้มร่า พยักหน้ารับแทนคำตอบ

ปริญยืนมองเงือกทองด้วยความชื่นชมในความงามและความสามารถของช่างประติมากรรม ก่อนจะทอดสายตาไปยังเกาะหนูเกาะแมวเบื้องหน้า มีไม่กี่ครั้งในชีวิตที่จะได้มาเที่ยวทะเล เพราะเขาเกิดที่ภาคเหนือ และเลือกเรียนด้านป่าไม้ ชีวิตจึงวนเวียนอยู่กับป่าเขาลำเนาไพรมากกว่าจะได้มาเจอทะเลเช่นนี้
“เอ่อ..ฉันมีเรื่องจะสารภาพล่ะ” ณลักษณ์เอ่ยขึ้น
“เรื่องอะไรครับ” ปริญหันไปถาม
“ที่คุณเคยบอกคุณแพรวว่าฉันเป็นแฟนคุณ ตั้งแต่เรายังไม่ได้เจอกันจำได้มั้ยคะ” เขาพยักหน้า “อื้อ...จำได้สิ” ณลักษณ์จึงเล่าต่อ
“จริงๆ แล้ว ฉันเจอกับคุณแพรวและรู้ก่อนที่คุณจะบอกด้วยซ้ำ ตอนที่ฉันไปพิษณุโลกเธอมาหาฉันที่นั่น เธอถามฉันว่าเราเป็นแฟนกันจริงๆ เหรอ ฉันเองก็บอกกับคุณแพรวว่า ใช่ฉันเป็นแฟนคุณ แถมยังบอกไปอีกว่าเราจะแต่งงานกัน นี่ถ้าคุณไม่ขอฉันแต่งงาน ฉันหน้าแตกเลยนะเนี่ย”
“มิน่าล่ะ ผมก็สงสัยอยู่ว่าทำไมคุณแพรวเชื่อง่ายจัง ที่แท้ฝีมือคุณนี่เอง อยากเป็นแฟนเราแต่แรกก็ไม่บอก งั้นก็แสดงว่าเราเป็นแฟนกันตั้งแต่ตอนนั้นแล้วล่ะ”
“บ้าเหรอ” หญิงสาวหยิกเข้าที่พุงเขา
“อู๊ยย...หรือไม่จริงล่ะ”
ณลักษณ์ไม่ตอบอะไรได้แต่เกาสันจมูกแก้เขิน

“ผมก็มีเรื่องสารภาพเหมือนกัน”
“มีเรื่องอะไรที่ฉันยังไม่รู้อีก” ณลักษณ์สงสัย
“คุณจำตอนที่ลอยกระทงกันได้มั้ย”
“ลืมไม่ลงเลยล่ะ” เธอบอก
“คุณถามผมว่าผมอธิษฐานว่าอะไร”
“ห๊า...นั่นมันนานแล้วนะคุณจำอีกได้เหรอ ฉันยังจำไม่ได้เลยว่าฉันถามอะไรไป ฮ่าๆๆ” หญิงสาวหัวเราะร่า
“จำได้สิ จำได้ด้วยซ้ำว่าตัวเองอธิษฐานอะไร”
“แล้วอธิษฐานว่าอะไรคะ”
“ขอให้เราอยู่ด้วยกันที่ตาก”
“จริงดิ” ณลักษณ์ถามเสียงสูง
“อืม...คุณไม่คิดเหรอว่าเราจะเป็นเนื้อคู่กัน”
“ฉันไม่เชื่อเรื่องเนื้อคู่ ฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องเวรกรรมเมื่อชาติก่อนมากกว่า” ณลักษณ์ทำหน้ากวน
“โธ่...ที่รัก ถ้าเราไม่ใช่เนื้อคู่กัน เราจะรอกันมาขนาดนี้เหรอ” คำพูดของเขาทำเอาหญิงสาวยิ้มจนแก้มปริ
“ฉันไปอยู่ทางโน้น จะทำอะไรดีล่ะ”
“ก็ดูแลร้านต้นไม้ เขียนหนังสือ หรืออยากจะเปิดร้านหนังสือด้วยมั้ย ไปหาที่เปิดกัน” ปริญเสนอ
“โห ไม่ต้องลงทุนขนาดนั้นก็ได้ค่ะ” ณลักษณ์เกาะแขนคนรัก
“ลงทุนเพื่ออนาคตของเราจะเป็นไรไป ผมต้องดูแลคุณตลอดชีวิตนะ”
“แหม...พูดยังกะขายประกันเลยแฮะ” เธอแซว
“จะเบรกทำไมเนี่ย ความโรแมนติกหายหมดเลย” สิ้นเสียงของเขา ทำเอาเธอหัวเราะคิกคักชอบใจพร้อมทำหน้าทะเล้นใส่คู่หมั้น

แสงสีส้มอมทองส่องประกายเรืองๆ สอดสลับกับฟ้าใส และปุยเมฆขาว สะท้อนบนท้องทะเลดูวิบวับ หนุ่มสาวเดินขึ้นจากชายหาดแล้วมาหยุดอยู่ใต้ต้นสน
“ดูคุณลุงคุณป้าคู่นั้นสิ” ปริญชี้ให้ณลักษณ์ดูชายหญิงสูงวัยคู่หนึ่งที่กำลังยืนกุมมือและยิ้มให้กันอย่างเป็นสุข “มันเป็นภาพอนาคตของเรานะ”
“ฉันหวังว่าคุณจะอยู่กับฉันถึงวันนั้น” เธอเอนศีรษะพิงไหล่เขา
“นี่ก็ใกล้ถึงแล้วนะ” เขารีบสวน
“เอ๊ะ! ว่าฉันแก่เหรอ” เธอเสียงสูง จึงได้ทีที่ฝ่ายชายหัวเราะบ้าง
“ขออะไรอย่างได้มั้ย” ชายหนุ่มว่า
“อะไรคะ”
“อีกไม่กี่วันเราจะเป็นสามีภรรยากันแล้วนะ ลักษณ์เรียกพี่ว่า พี่ ได้มั้ย เรียกคุณแล้วฟังดูห่างเหินจัง”
“ก็ได้ค่ะ พี่ปริญ” เธอยอมอย่างว่าง่าย
“น่ารักจัง บอกรักพี่ด้วยสิ อยากฟัง” เขาขอแถม
ณลักษณ์กัดริมฝีปากด้วยความอาย ก่อนจะยกมือป้องปากและกระซิบข้างหูเขาเบาๆ ว่า “หนูรักพี่ปริญมานานแล้วล่ะ” พอหญิงสาวพูดจบก็ถูกชายหนุ่มรวบตัวมาอยู่ในอ้อมกอดของเขาทันที

ตะวันกำลังจะลาลับขอบฟ้า เพื่อให้ทั้งคู่เตรียมออกเดินทางในวันรุ่งขึ้นไปยังปลายทางที่เขาและเธอจะเริ่มต้นใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน พร้อมหัวใจที่เปี่ยมด้วยรักที่เฝ้ารอกันและกันมาเนิ่นนาน.




 

Create Date : 15 กันยายน 2557
8 comments
Last Update : 16 ตุลาคม 2560 9:47:10 น.
Counter : 1037 Pageviews.

 

เดินทางกันมาจนถึงตอนสุดท้าย จบบริบูรณ์แล้วนะคะสำหรับนิยายรักเรื่องแรก ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามกันตั้งแต่ต้นจนจบ หวังว่า "ปริญ" กับ "ณลักษณ์" คงจะเป็นตัวแทนความรักที่ตามหากันจนเจอนะคะ

 

โดย: Alex on the rock 15 กันยายน 2557 17:16:21 น.  

 

เรื่องน่ารักค่ะ ขอบคุณที่เขียนเรื่องหวานๆให้อ่าน

 

โดย: กระรอกเมือง 15 กันยายน 2557 22:10:54 น.  

 

ชอบค่ะ แนวแปลกดี

 

โดย: Is IP: 180.180.138.249 15 กันยายน 2557 23:09:30 น.  

 

เขียนได้ไม่เหมือนว่าเป็นเรื่องแรกเรย! ดีที่แม่วารีกลับลำทัน ไม่งั้นคงยาววว... จบแบบยิ้มๆ ถูกใจค่ะ

 

โดย: ทันย่า IP: 192.99.14.34 16 กันยายน 2557 0:54:13 น.  

 

คนที่เป็นแม่ มักแสดงออกในความรักไม่เหมือนกัน แต่ก็อยากลูกมีความสุขเหมือนๆ กันนี่แหละค่ะ

ดีใจที่มีคนชอบค่ะ

 

โดย: Alex on the rock 16 กันยายน 2557 10:18:40 น.  

 

จบแล้วด้วยความหวานแบบจริงใจ บท การดำเนินเรื่อง ชอบมากค่ะ ขอบคุณไรท์เตอร์มากค่ะ
จะติดตเรเรื่องต่อไปค่ะ

 

โดย: Napai IP: 1.47.198.156 20 กันยายน 2557 15:21:14 น.  

 

จบแล้วด้วยความหวานแบบจริงใจ บท การดำเนินเรื่อง ชอบมากค่ะ ขอบคุณไรท์เตอร์มากค่ะ
จะติดตเรเรื่องต่อไปค่ะ

 

โดย: Napai IP: 1.47.198.156 20 กันยายน 2557 16:14:52 น.  

 

ขอบคุณมากๆ ค่ะ ยังต้องฝึกอีกเยอะค่ะ เขียนเรื่องหนึ่งต้องรีไรท์ไม่ต่ำกว่าสามรอบ เขียนนิยายนี่ไม่ง่ายเลยนะคะ

 

โดย: Alex on the rock 20 กันยายน 2557 22:10:46 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Alex on the rock
Location :
มหาสารคาม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 38 คน [?]




Blog นี้เป็นพื้นที่ส่วนตัว เป็นความเห็นส่วนตัว ผู้อ่านอาจจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับข้อเขียนใน Blog กรุณาแสดงความคิดเห็นด้วยความสุภาพและเคารพสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญของเจ้าของ Blog ด้วย หากผู้อ่านที่แสดงความคิดเห็นไม่อาจจะปฏิบัติตามนี้ได้ เจ้าของ Blog สามารถลบความคิดเห็นของท่านโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบ
Friends' blogs
[Add Alex on the rock's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.