มิถุนายน 2557

1
2
3
4
5
6
8
10
14
15
18
19
20
21
22
25
28
29
 
 
All Blog
เก็บรักไว้ ให้หัวใจที่รอ ตอนที่ 10
ตอนที่ ๑๐

เพียงสองวันของการมาอยู่ที่ตาก ชุมาพรยังออกอาการถามคำตอบคำเช่นเดิม จนปริญเริ่มอึดอัดแต่เขาก็พยายามอดกลั้นเอาไว้ เพราะรู้ดีว่าเขาคือต้นเหตุของสถานการณ์ตึงเครียดในครั้งนี้
“พรุ่งนี้เช้า ชุจะนั่งรถไปเชียงใหม่นะ พอดีนัดเพื่อนไว้แล้ว” ชุมาพรบอกปริญขณะที่กำลังนั่งรถไปทานข้าวมื้อเย็นด้วยกัน
“อ้าว แล้วจะไปกี่วันล่ะ” ปริญไม่ได้รั้ง เพราะเขาไม่สามารถทำอะไรให้ดีไปกว่านี้ได้
“ก็จนกว่าจะหมดวันลาพักร้อนนั่นแหละ ไม่ต้องรอนะ ชุจะนั่งเครื่องกลับกรุงเทพฯ เลย เจอกันที่บ้านละกัน” น้ำเสียงของเธอไม่ได้ยี่หระกับสีหน้าของคู่สนทนาตรงหน้าตาอย่างใด
“อืม...จะไปพักที่รีสอร์ทเพื่อนผมมั้ย” เขาหมายถึงรีสอร์ทที่เขาจองไว้ก่อนหน้านี้
“เธอไม่ไปแล้วจะให้ชุไปคนเดียวเนี่ยนะ ไม่ล่ะ ชุจะไปนอนบ้านเพื่อน” เธอสะบัดเสียงใส่ ปริญจึงเงียบไป ขบกรามแล้วถอนหายใจยาว

อีกห้าวันที่เหลือจากการลาพักร้อน ปริญจึงจำเป็นต้องเฝ้าไข้วารีเพียงลำพัง เขาเสียใจไม่น้อยที่ทำให้ภรรยาผิดหวัง ก่อนวันเดินทางกลับ ปริญแวะไปหาเพื่อนบ้านอย่างเพ็ญให้ช่วยดูแลวารีต่อ ค่ำคืนที่อากาศเริ่มเย็นลงเขารู้สึกสับสนวุ่นวายใจจนนอนไม่หลับ ใจหนึ่งก็เป็นห่วงแม่ อีกใจหนึ่งก็แคร์ภรรยาที่เพิ่งแต่งงานกันไม่นาน แล้วจู่ๆ ชื่อของ S.O.S ก็แว้บเข้ามา “ใช่แล้ว!” เธอคือคนที่เขาอยากระบายด้วยมากที่สุด ณ เวลานี้

สวัสดีครับ คุณ S.O.S
ขณะนี้ผมอยู่ที่จังหวัดตากครับ ไม่ได้ไปเชียงใหม่ตามที่ตั้งใจไว้แต่แรก โครงการฮันนีมูนล้มคว่ำไม่เป็นท่า เพราะแม่ผมป่วยเข้าโรงพยาบาลกะทันหัน ผมจึงตัดสินใจเลือกมาเยี่ยมแม่ก่อนโดยพาภรรยามาด้วย แต่เธออยู่ได้เพียงสองวันก็ขึ้นเชียงใหม่ไปเที่ยวกับเพื่อนแล้วครับ ผมรู้สึกผิดมากที่ทำให้เธอร้องไห้เสียใจ นี่คงเป็นครั้งแรกที่ผมทำให้เธอผิดหวังมากที่สุดแล้ว แต่มันก็สุดวิสัยจริงๆ ครับ หวังว่าคุณคงเข้าใจเจตนาของผม
การลาพักร้อนของผมในคราวนี้จึงเป็นช่วงเวลาที่แย่ที่สุดเลย จนป่านนี้เธอยังไม่หายงอนผมนะ โทรไปก็รับบ้างไม่รับบ้าง ผมกลับไปกรุงเทพฯ คราวนี้ยังคิดไม่ออกเลยว่าจะทำให้เธอหายงอนอย่างไรดี ผู้หญิงทำไมงอนนานจังเลยครับ :(
อ้อ...เรื่องต้นไม้ของคุณ ผมแนะนำว่าไม่จำเป็นต้องลงดินก็ได้นะครับ ถ้าพื้นที่มีน้อยปลูกในกระถางก่อนก็ได้ มีไม้ร่มหลายพันธุ์ที่อยู่ชายคาได้ เช่น บอน เฟิร์น สาวน้อยประแป้ง วาสนา หรือจะจัดสวนแนวตั้งก็สวยดีนะครับ
แล้วส่งรูปมาให้ดูกันอีกนะครับ ส่วนผมต้องรีบกลับไปแก้ปัญหาครอบครัวต่อ เฮ้อ.....ขอโทษที่เอาเรื่องไม่สบายใจมาเล่าให้คุณฟัง คุณจะต่อว่าผมก็ได้นะครับ ยินดีรับฟังทุกคำแนะนำครับ
จาก คนป่า

พอณลักษณ์เปิดอีเมลอ่านก็ใจหาย เธอไม่คิดว่าเพื่อนใหม่จะเจอปัญหาชีวิตคู่หนักหนาสาหัสขนาดนี้ จึงได้แต่ให้กำลังใจผ่านตัวอักษรเช่นเดิม

สวัสดีค่ะ คุณคนป่า
ไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามีความบังเอิญที่ไม่ได้รับเชิญกับชีวิตคู่ของคุณ ทุกอย่างกำลังจะไปได้ดีอยู่แล้วเชียว แต่กลับมาเจออุปสรรคที่ป้องกันล่วงหน้าไม่ได้อีก ฉันเศร้าแทนเลยค่ะ เท่าที่อ่านมาฉันไม่เห็นว่ามีใครผิด คุณไม่ผิด แม่คุณไม่ผิด และภรรยาคุณก็ไม่ผิดด้วย คุณอย่าเพิ่งวู่วามนะคะ ง้อผู้หญิงต้องใจเย็นๆ ค่ะ :)
ปกติฉันก็ไม่เคยงอนใครเสียด้วยสิ แต่เท่าที่เคยเห็นเพื่อนๆ ผู้หญิงส่วนใหญ่ก็งอนไม่นานนะคะ ถ้าแฟนหมั่นง้อ พูดจาดีๆ ตามใจสักหน่อย ทุกอย่างก็จะดีขึ้นเองค่ะ สำคัญว่าอย่าเผลอใจร้อน หรือพูดอะไรที่สะเทือนใจไปนะคะ เดี๋ยวจะบานปลายกันไปใหญ่
จากเรื่องราวของชีวิตคู่ของคุณ ทำให้ฉันเริ่มหวั่นใจกับการมีคู่แล้วสิคะ ตกลงฉันควรจะอยู่คนเดียวหรือว่ามีแฟนดีน้า???
จาก S.O.S
ปล.ขอให้แม่คุณหายป่วยไวๆ ด้วยค่ะ

............................

หลังจากกลับมาจากเหนือ ชุมาพรไม่พร้อมที่จะกลับสู่สภาวะปกติ แม้ว่าพ่อและแม่ของเธอจะช่วยเจรจาไกล่เกลี่ยแล้วก็ตาม เธอยังคงเสียความรู้สึกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่มาก โดยเลือกที่จะนอนแยกห้องกับปริญ และลดการเผชิญหน้ากับเขา
แต่เหมือนฟ้าดินเล่นตลกให้ชีวิตคู่ของทั้งสอง เมื่อจู่ๆ หัวหน้าของปริญส่งข่าวมาว่าสิ้นปีงบประมาณแผ่นดินในเดือนกันยายนนี้จะมีข้าราชการส่วนหนึ่งเกษียณไป และส่วนหนึ่งจะโยกย้ายไปตามฤดูกาล ซึ่งจะมีตำแหน่งที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ตากว่างอยู่หนึ่งตำแหน่ง หากปริญสนใจและต้องการไปขยับขยายในตำแหน่งที่สูงขึ้น หัวหน้าก็จะเสนอชื่อเขาไปทันที
“ให้ตายสิวะ นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย ทำไมอะไรต่อมิอะไร มันต้องประเดประดังเข้ามาช่วงนี้ด้วย” เขารำพึงกับตัวเองระหว่างทางขับรถกลับจากที่ทำงาน เขาไม่รู้จะบอกภรรยาว่าอย่างไรดี แม่เขาก็ยังป่วย ภรรยาก็ยังงอน สถานการณ์เก่ายังไม่จางหาย สถานการณ์ใหม่ถาโถมเข้ามาต่ออีก ในใจอยากจะขับรถชนตายให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย จะได้ไม่ต้องตัดสินใจในเรื่องยากๆ เช่นนี้ต่อไป

เมื่อเห็นชุมาพรกลับถึงบ้านมาก่อนแล้ว เขาเคาะประตูห้องเธอเพื่อขอเข้าไปคุยด้วย
เขาเรียกด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อน “ชุครับ ผมมีเรื่องจะปรึกษา” แล้วค่อยๆ หมุนลูกบิดประตูเข้าไป
“เรื่องอะไรล่ะ” เธอถามพลางถอดตุ้มหูทีละข้างวางไว้หน้ากระจก ปริญเดินไปโอบเอวจากข้างหลัง แล้วซบไหล่เธอเบาๆ เขาไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรดี จึงนิ่งไปครู่หนึ่ง
“มีอะไรหรือเปล่า” ชุมาพรเอียงหน้าไปถาม
“ถ้าผมย้ายที่ทำงาน ชุไปอยู่กับผมนะ” เขาตอบ
“ไปไหน?” ชุมาพรถามเสียงสูง คิ้วขมวด
“ตาก!!!”
“อะไรนะ??? นี่เพิ่งกลับมาจะไปอีกแล้วเหรอ” ชุมาพรเกรี้ยวกราดขึ้นมาทันที “เธออย่าบอกนะปริญว่าเธอขอย้ายไปอยู่ตากแล้ว” พูดจบเธอสะบัดตัวออกหันมาจ้องหน้าสามี
“ยังๆๆ เฮ้อ....” เขาถอนหายใจก่อนจะพูดต่อ “หัวหน้าเสนอมาว่ามีตำแหน่งว่าง ถ้าไปอยู่โน่น ผมจะมีตำแหน่งที่สูงขึ้น เงินเดือนก็เพิ่มขึ้นนิดหน่อย ผมอยากให้ชุไปอยู่กับผมด้วยกัน”
“บ้าเหรอ ชุมีงานต้องทำนะ”
“ผมเลี้ยงชุได้ ชุเป็นแม่บ้านอย่างเดียว เราจะมีลูกด้วยกัน” เขาวาดฝันคนเดียว
“ตลกแล้วปริญ คิดเองเออเอง ถามชุสักคำมั้ยว่าชุอยากทำงานหรือเปล่า ชุเรียนมาขนาดนี้จะให้ชุนั่งอยู่บ้านเลี้ยงลูกอย่างเดียวเนี่ยนะ แล้วชุเพิ่งจะสามสิบ กว่าชุจะแก่ ชุไม่ขาดใจตายเสียก่อนหรือ” ชุมาพรแผดเสียงใส่เป็นชุด พูดจบเธอน้ำตาร่วงพรู ปริญกอดภรรยาแน่นเหมือนกลัวสูญเสียเธอไป
“ผมขอโทษ...ผมรักชุมากนะ” เขาพูดทั้งน้ำตาเช่นกัน
“ชุก็รักปริญมาก แต่ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ล่ะ” เธอคร่ำครวญด้วยความน้อยใจ
“งั้นถ้าผมย้ายไป ชุอยู่ที่นี่ ผมจะกลับมาชุให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ดีมั้ย ชุพร้อมเมื่อไหร่ ชุก็ย้ายไปอยู่โน่นด้วยกัน” เขาเปลี่ยนข้อเสนอ
“ปริญ ชุไม่ต้องการความสัมพันธ์ระยะไกลนะ ไอ้ที่ผ่านมามันก็แย่อยู่แล้ว ปริญจะทำให้มันไปกว่านี้เหรอ” เธอร้องไห้สะอึกสะอื้นไม่หยุด

ปมใหม่ที่เกิดขึ้น ธิติมาและมนัสรู้เรื่องแล้ว ทั้งคู่ก็ไม่เห็นด้วยที่จะให้ลูกสาวย้ายไปอยู่ที่ตากกับสามี เพราะรู้ดีว่าลูกสาวไม่ใช่ผู้หญิงแม่บ้านแม่เรือนที่ต้องอยู่บ้านตลอดเวลา แต่ไม่อยากฉุดรั้งอนาคตข้าราชการของปริญไว้ เพราะหากอยู่แต่ส่วนกลางก็ไม่เติบโตเท่ากับไปมีตำแหน่งที่สูงขึ้นในพื้นที่ จึงอยากให้ชุมาพรตัดสินใจเลือกเอง โดยเธอใช้เวลาตัดสินใจอยู่สองวันสองคืน ระหว่างนั้นไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้เลย

กระทั่งหลังอาหารมื้อค่ำของวันเสาร์ บรรยากาศระหว่างรับประทานอาหารดูอึมครึมต่างจากทุกๆ วัน ก่อนจะลุกจากโต๊ะอาหาร ชุมาพรพูดขึ้นว่า
“ปริญ ชุไม่อยากให้ปริญต้องหนักใจ และชุก็ไม่อยากเป็นตัวถ่วงความเจริญของเธอด้วย” เธอเอ่ยขึ้นมาต่อหน้าพ่อกับแม่ของเธอ
“ทำไมชุพูดอย่างนั้นล่ะ ผมไม่เคยคิดว่าชุเป็นตัวถ่วงหรืออะไรเลยนะ” ปริญหน้าเสีย
“ชุว่าชีวิตคู่ของเรามันมาถึงสุดทางแล้วล่ะปริญ” น้ำเสียงของชุมาพรเด็ดเดี่ยว แต่มีน้ำตาคลออยู่ในหน่วยตา ปริญหันไปทางธิติมาและมนัส ซึ่งทั้งคู่นั่งนิ่งไม่ปฏิกิริยาใดๆ กลับมา
“วันจันทร์เราไปหย่ากันเหอะ” ชุมาพรพูดโดยไม่มองหน้าใครๆ น้ำตาร่วงเผาะ
“ชุ....” ปริญไม่กล้าพูดอะไรต่อ หันไปทางธิติมาและมนัสอีกครั้ง ธิติมาเม้มปากกลั้นน้ำตาไว้ ขณะที่มนัสถอนหายใจเบาๆ แล้วพยักหน้าส่งสัญญาณว่าให้ทำตามนั้น
“แต่...” ไม่ทันที่เขาจะได้พูดต่อ เธอก็ผละจากวงสนทนาไปโดยที่เขาคว้าไว้ไม่ทัน
มนัสเปรยเบาๆ “จากกันด้วยดีแบบนี้แหละ อย่ารอให้สถานการณ์เลวร้ายจนเกลียดชังกันเลย”
ไม่มีใครไม่เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่เป็นเพราะไม่สามารถหาทางออกที่ดีไปกว่านี้ได้แล้ว แม้แต่วารีแม่ของปริญเองก็โทษตัวเองว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้ครอบครัวของลูกชายล้มเหลว โดยเฉพาะปริญและชุมาพร ซึ่งเสียใจอย่างที่สุดที่ไม่สามารถประคับประคองชีวิตคู่ให้ยืนนานได้ ทั้งคู่กลับมานอนห้องเดียวกันอีกครั้ง และนอนกอดกันทุกคืนจนกว่าถึงเวลาที่จะต้องแยกทางทั้งที่ยังรักกันอยู่
สุดท้ายความสัมพันธ์แบบสามีภรรยาของคู่ที่รักกันมาเกือบสิบปีก็ปิดฉากลงด้วยการ “หย่า” ในช่วงระยะเวลาเพียงหกเดือนของการแต่งงานโดยที่ไม่มีใครคาดคิด หลังเซ็นใบหย่าที่เขตเรียบร้อยแล้วปริญบอกกับชุมาพรอย่างอ่อนแรงว่า
“ผมขอโทษที่ไม่สามารถทำตามคำมั่นสัญญาในวันแต่งงานได้ ขอให้ชุรู้ว่าผมยังรักและเป็นห่วงชุเสมอ”

สัปดาห์เดียวหลังการหย่าร้าง ปริญเก็บข้าวของย้ายกลับไปอยู่คอนโดมีเนียมของเขาตามเดิม และไม่มีวันไหนที่เขาไม่คิดถึงชุมาพรและเรื่องราวความรักที่พังครืนลงไป เช่นเดียวกับชุมาพร ที่ร้องไห้ทุกคืนเมื่อต้องนอนเพียงลำพังบนเตียงใหญ่โดยเหลือหมอนเพียงใบเดียว




Create Date : 26 มิถุนายน 2557
Last Update : 5 ตุลาคม 2560 9:38:10 น.
Counter : 786 Pageviews.

2 comments
  
ถ้ายังรักกันอยู่ ก็น่าจะปรับตัวเข้าหากันได้ ไม่น่าต้องแยกทางกันให้เจ็บปวดเลย.. แต่สังคมยุคใหม่ เป็นแบบนี้ ไม่ค่อยถอยและมองหาทางแก้ปัญหากัน... งัยก็ขอเป็นกำลังใจให้คนเขียนจ้า
โดย: ดอกฝิ่น IP: 119.63.78.246 วันที่: 30 มิถุนายน 2557 เวลา:11:24:38 น.
  
ขอบคุณค่ะ รู้สึกดีที่มีคนอ่าน...

โดย: Alex on the rock วันที่: 30 มิถุนายน 2557 เวลา:11:58:37 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Alex on the rock
Location :
มหาสารคาม  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]



Blog นี้เป็นพื้นที่ส่วนตัว เป็นความเห็นส่วนตัว ผู้อ่านอาจจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับข้อเขียนใน Blog กรุณาแสดงความคิดเห็นด้วยความสุภาพและเคารพสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญของเจ้าของ Blog ด้วย หากผู้อ่านที่แสดงความคิดเห็นไม่อาจจะปฏิบัติตามนี้ได้ เจ้าของ Blog สามารถลบความคิดเห็นของท่านโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบ
  •  Bloggang.com