มิถุนายน 2557

1
2
3
4
5
6
8
10
14
15
18
19
20
21
22
25
28
29
 
 
All Blog
เก็บรักไว้ ให้หัวใจที่รอ ตอนที่ 5
ตอนที่ ๔

เสียงหวูดรถไฟดังเมื่อเข้าสู่ชานชาลาที่หัวลำโพง ณลักษณ์สะพายเป้ขึ้นหลังอย่างกระฉับกระเฉงกระทั่งขบวนรถจอดสนิท เธอเดินไปเรียกแท็กซี่กลับบ้าน ระหว่างทางที่รถติดเธอนั่งในรถมองซ้ายมองขวาสำรวจผู้คนบนท้องถนน
“มาจากไหนล่ะ” โชเฟอร์แท็กซี่วัยกลางคนเริ่มต้นบทสนทนากับณลักษณ์ผ่านกระจกมองหลัง
“มาจากใต้ค่ะ” หญิงสาวตอบ
“หน้าไม่เหมือนคนใต้เลยนะ เพิ่งมากรุงเทพฯ ครั้งแรกเหรอครับ” ณลักษณ์ยิ้มแทนคำตอบ
“กรุงเทพฯ มันวุ่นวายจะตาย รถก็ติด โจรก็เยอะ วันก่อนเพิ่งปล้นฆ่าแท็กซี่ไป ผมล่ะกลั๊วกลัว ไม่ชอบวิ่งกะกลางคืน วิ่งกลางวันดีกว่า อย่างน้อยก็ยังมีคนเห็นบ้าง”
“เหรอคะ แต่บางทีผู้โดยสารก็กลัวแท็กซี่เหมือนกันนะ”
“ฮ่าๆๆ แต่กับผมนี่ไว้ใจได้ ไม่ต้องกลัวเลย ผมมีลูกมีเมียแล้ว มีภาระต้องเลี้ยงดูครอบครัว ไม่อยากติดคุก มีน้อยใช้น้อย มีมากก็ค่อยเก็บ” พูดจบโชเฟอร์ก็ชี้ให้ดูรูปลูกเมียตัวเองที่ติดอยู่หน้าคอนโซลรถ
“นี่ล่ะครับ กำลังใจ” เขาพูดไปยิ้มไป
“มาหางานทำหรือครับ” เขาถามต่อ เมื่อรถยังขยับไปได้แค่ไม่กี่เมตร
“อ๋อ ใช่ค่ะ” ณลักษณ์รู้ว่าตัวเองกำลังโกหก แต่ก็ไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องพูดความจริง
“ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยจะดี ข้าวของแพงขึ้น ต่อให้เพิ่มเงินเดือนให้ก็ไม่พออยู่ดี อยู่กรุงเทพฯ ลำบากหน่อยนะ”
โชเฟอร์ชวนคุยสัพเพเหระไปเรื่อย ณลักษณ์ตอบบ้างไม่ตอบบ้าง เออออห่อหมกไปทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย จนถึงหน้าบ้าน เธอยื่นค่าโดยสารให้ ๒๑๐ บาทตามมิเตอร์ ๒๐๘ บาท แต่โชเฟอร์เอาแค่ ๒๐๐ บาท พร้อมกับอวยพรเธอก่อนลงรถว่า “ขอให้ได้งานทำไวๆ นะครับ” เธอรีบขอบคุณ ตั้งแต่นั่งแท็กซี่มาก็เพิ่งเคยเจอโชเฟอร์ที่อวยพรผู้โดยสารแบบนี้ แถมยังใจดีไม่คิดเศษอีกต่างหาก

“อ้าว มาถึงแล้วเหรอ” บัณฑูรหันหน้าไปตามเสียงเปิดประตูรั้วบ้าน และเห็นลูกสาวแบกเป้ใบเขื่อง พร้อมหิ้วถุงของฝากพะรุงพะรังอีกสองสามถุง
“หวัดดีค่ะพ่อ”
“หิวข้าวหรือเปล่าล่ะ แม่เพิ่งทอดปลาเสร็จพอดี มาถูกเวลาเลยนะเรา” ผู้เป็นพ่อแบ่งถุงมาช่วยถือ
“หิวจนตาลายแล้วค่ะ” เธอตอบทันควันพร้อมกับสูดลมหายใจเสียงดัง “ฮื้อ...หอมจัง ปลาอินทรีย์ทอดแหงๆ เลย รถไฟเสียเวลามาก หนูก็ไม่ได้ทานข้าวเช้าด้วย เดี๋ยวหนูไปอาบน้ำก่อนนะพ่อ...หวัดดีค่ะแม่” หญิงสาวตะโกนส่งท้ายเข้าไปในครัวเพื่อทักทายธรณีก่อนวิ่งขึ้นบันไดไปบนห้องส่วนตัว
ระหว่างรับประทานอาหารมื้อเที่ยง บัณฑูรกับธรณีซักถามถึงครอบครัวลูกชายคนโตที่อยู่สงขลาเกือบตลอดเวลา ธรณีแอบสังเกตว่าหน้าของลูกสาวดูสะอาดสะอ้านเกลี้ยงเกลาขึ้นผิดหูผิดตา พอทานข้าวเสร็จจึงเอ่ยปากถามด้วยความสงสัย
“หายหน้าไปสองอาทิตย์ ลูกไปทำไรมาฮึ ทำไมดูดีขึ้นผิดปกติ”
“ฮิๆๆ จริงเหรอแม่ หนูแอบไปศัลยกรรมมา” ณลักษณ์ทำหน้าทะเล้นใส่
“หา จริงเหรอ” ธรณีตาโต เสียงสูง “แกจะบ้าหรือไง”
บัณฑูรเองก็แทบสำลักข้าว หันมาจ้องหน้าลูกสาวชัดๆ เพื่อความแน่ใจ
“ฮ่าๆๆๆ ไม่จริง แม่ก็...ใครจะไปทำเล่า ดูพ่อทำหน้าสิ อวัยวะยังครบเหมือนเดิม ไม่เพิ่มไม่หดลงไปหรอกค่ะ พ่อกับแม่ให้มาทั้งนั้นแหละเนี่ย” พูดไปก็ดึงจมูก ฉีกตา อ้าปากให้ทั้งคู่ดู
“พอแล้ว ทะเล้นไม่เลิก” ผู้เป็นแม่เอ็ด ก่อนซักต่อ “แล้วทำไมดูดีขึ้น หน้าเหน่อเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาหน่อย”
“ก็ทาแป้งบ้างไรบ้างน่ะ พี่พิมเขาซื้อแป้งให้ทดลองใช้ แล้วก็พาไปนวดหน้า จะได้สวยเหมือนเขาไง”
“ไปรบกวนเขาอีก เดี๋ยวเขาจะว่าเราได้ว่าไปยุ่งกับเงินเขา”
“เขาพาหนูไปเองนะ หนูก็เกรงใจ แต่เขาบอกว่ามีความสุขที่ทำให้คนอื่นสวยด้วย หนูก็เลยไม่อยากขัดศรัทธา แฮ่ะๆๆ นี่ก็ว่าจะไปสมัครพริตตี้แล้วล่ะ”
“เอ๊ะ พริตตี้เขาไม่จำกัดอายุหรอกรึ” บัณฑูรรีบท้วง
“อ้าว ทำไมพ่อพูดงี้ละคะ พ่อจะว่าหนูแก่ใช่มั้ยเนี่ย” หญิงสาวทำปากยู่ใส่
“พ่อ วันนี้เราไปซื้อของฝากครอบครัวเจ้ารินกันดีกว่านะ เกรงใจมัน เอาลิงไปปล่อยให้มันเลี้ยงสองอาทิตย์ คงปวดหัวน่าดู” แม่พูดประชดลูกสาว ส่วนพ่อนั่งอมยิ้ม
“ถ้าหนูไม่อยู่อีกคน จะบ่นใครล่ะแม่”
“เฮ้ออ...ใครได้แกไปเลี้ยง คงคิดหนักล่ะ”
“แม่ก็แถมข้าวสารให้เขาด้วยดิ เขาจะได้ไม่คิดหนัก”
“ถ้าไม่เถียงแม่แล้วนอนไม่หลับใช่มั้ย” เจอคำถามนี้ไป เธอจึงยอมรูดซิปปากชั่วคราว

ณลักษณ์ล้างจานจนเสร็จ ขอตัวขึ้นห้องไปงีบกลางวัน แต่ก่อนจะทอดตัวลงบนเตียง เธอเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อเช็คอีเมล หลังจากไม่ได้เช็คมานานครึ่งเดือน ส่วนใหญ่จะเป็นเมลขยะทั้งนั้น มีเพียงสองฉบับเท่านั้นที่เธอรู้จัก ฉบับหนึ่งจากเพื่อนร่วมรุ่นที่เรียนจบพร้อมกัน อีกฉบับจากคนป่า
เธอเปิดอ่านเมลจากเพื่อนก่อน เป็นรายละเอียดการรับสมัครงานที่หน่วยงานราชการแห่งหนึ่ง ซึ่งเปิดรับเจ้าหน้าที่วิเทศสัมพันธ์ คุณสมบัติและวุฒิตรงตามที่เธอจบมาพอดิบพอดี จึงพิมพ์รายละเอียดนั้นออกมาเก็บไว้ ก่อนตอบขอบใจเพื่อนกลับไป
อีกฉบับเป็นของคนป่า ที่เธอเองก็เกือบลืมไปแล้วว่าก่อนหน้านี้เขียนไปหาเขาว่าอย่างไรบ้าง พอเปิดอ่านปุ๊บ เธอหัวเราะเอิ๊กอ๊ากเสียงดัง เพราะมีข้อความเก่าที่ตัวเองเขียนไว้ติดมาด้วย อ่านเองก็อายเองที่เขียนอะไรไม่เข้าท่าให้คนไม่รู้จักกันมาก่อนอ่าน จากนั้นจึงรีบพิมพ์ตอบกลับไป

สวัสดีค่ะ คุณคนป่า
ขอโทษที่ตอบช้าค่ะ ฉันไปเที่ยวต่างจังหวัดมาแล้วไม่ได้เช็คอีเมลเลย หวังว่าคุณคงจะยังจำฉันได้อยู่นะคะ
ฉันไม่แน่ใจว่าฉันเป็นคนอารมณ์ดีหรือเปล่า แต่เพื่อนๆ มักบอกว่าฉันตลก คุณว่าตลกกับอารมณ์ดีเหมือนกันหรือเปล่าคะ ฉันว่าไม่นะ เพราะหลายครั้งฉันก็อารมณ์ไม่ดีเหมือนกัน โดยเฉพาะเวลาเจอคนแซงคิว ถ่มน้ำลายลงบนพื้นหรือฝาถังขยะ ฉันจะหงุดหงิดและรังเกียจมาก เพราะเชื้อโรคทั้งนั้น
ตอบคำถามของคุณดีกว่าค่ะ บ้านฉันมีพื้นที่เล็กๆ ส่วนใหญ่จะปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้มากกว่า จึงไม่เน้นความสวยงาม ถ้าอยากให้สวยงาม คงต้องถอนทิ้งทั้งหมด และพ่อคงไล่ฉันออกจากบ้านแน่ๆ :P
อ้อ ลืมบอกไป ฉันลองปรึกษาแม่แล้วว่าเราปลูกต้นแก้วหน้าบ้านดีมั้ย จะได้หอมๆ แม่บอกว่า “ถ้าบ้านไหนปลูกต้นแก้ว ลูกสาวบ้านนั้นขึ้นคาน” ฉันก็เลยเปลี่ยนใจไม่ปลูกดีกว่า ขนาดยังไม่ปลูกก็มีความเสี่ยงสูงอยู่แล้วค่ะ
คุณพอจะมีคำแนะนำอื่นให้ฉันอีกไหมคะ
จาก S.O.S




Create Date : 13 มิถุนายน 2557
Last Update : 5 ตุลาคม 2560 9:34:45 น.
Counter : 767 Pageviews.

2 comments
  

กด Like ให้เป็นคนที่ 1
แวะมาอ่าน
เพิ่งจะเคยเข้ามาอ่านนิยายเป้นครั้งแรก
ไว้ว่างๆ จะมาอ่านย้อนหลังค่ะ
โดย: อุ้มสี วันที่: 13 มิถุนายน 2557 เวลา:13:56:19 น.
  
ขอบคุณนะคะ แต่ละตอนจะสั้นๆ ให้อ่านง่ายๆ ค่ะ ช่วยคอมเม้นต์ด้วยจะขอบคุณมาก
โดย: Alex on the rock วันที่: 13 มิถุนายน 2557 เวลา:20:54:33 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Alex on the rock
Location :
มหาสารคาม  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]



Blog นี้เป็นพื้นที่ส่วนตัว เป็นความเห็นส่วนตัว ผู้อ่านอาจจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับข้อเขียนใน Blog กรุณาแสดงความคิดเห็นด้วยความสุภาพและเคารพสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญของเจ้าของ Blog ด้วย หากผู้อ่านที่แสดงความคิดเห็นไม่อาจจะปฏิบัติตามนี้ได้ เจ้าของ Blog สามารถลบความคิดเห็นของท่านโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบ
  •  Bloggang.com