สิงหาคม 2557

 
 
 
 
 
2
3
4
5
7
9
10
11
12
14
16
17
19
21
22
23
24
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
เก็บรักไว้ ให้หัวใจที่รอ ตอนที่ 28
ตอนที่ ๒๘

ณลักษณ์อยู่พัทยาต่อเพื่อเฝ้าดูอาการของปริญที่โรงพยาบาล สภาพของเธอก็แทบไม่ต่างจากคนป่วยเท่าไรนัก ทั้งสีหน้าที่แสดงออกถึงความวิตกกังวลตลอดเวลา และดวงตาที่ผ่านการร้องไห้มาทั้งคืน เพราะจนป่านนี้ปริญก็ยังไม่รู้สึกตัว

พอรู้ข่าววารีเดินทางลงมาที่พัทยา ทันทีที่เห็นสภาพบาดเจ็บของลูกชายที่นอนอยู่บนเตียงถึงกับร้องไห้โฮ และหันไปต่อว่าณลักษณ์ที่นั่งเฝ้าอยู่ข้างๆ อยู่สองวันสองคืน โดยหญิงสาวยังไม่ทันจะยกมือไหว้หรือแนะนำตัว
“เธอใช่มั้ยที่ทำลูกฉันเจ็บหนักขนาดนี้”
“เอ่อ...คือ” ณลักษณ์กำลังจะอธิบาย
“เธอกลับไปได้แล้วนะ ฉันจะเฝ้าลูกฉันเอง” หญิงสาวหน้าเจื่อนเมื่อได้ยินแม่ของชายหนุ่มไล่กลับ โดยไม่ฟังเธอพูดอะไรสักคำ
“กรุณาอย่าส่งเสียงดังนะคะ คนไข้ต้องการพักผ่อนค่ะ” พยาบาลวัยกลางคนเดินเข้ามาพอดี
“คุณพยาบาล ลูกชายป้าเป็นยังไงบ้างคะ” วารีจับแขนพยาบาลคนเดิม
“คนไข้เพิ่งจะออกห้องไอซียูเมื่อวานค่ะ กระดูกเท้าร้าว สะโพกเคลื่อน ปอดช้ำ หัวแตก แล้วก็มีรอยฟกช้ำทั่วร่างกาย โชคดีที่คนไข้คาดเข็มขัดนิรภัย ไม่งั้นอาจหนักกว่านี้ แต่โดยรวมอาการปลอดภัยแล้วค่ะ พรุ่งนี้คุณหมอจะเอาผลการเอ็กซเรย์สมองมาแจ้งอีกทีนะคะ” พยาบาลสาธยายอาการให้ฟัง วัดไข้เสร็จแล้วจึงออกไป
“ปริญ ไม่เป็นไรนะลูก แม่อยู่ที่นี่แล้ว” วารีก้มไปจูบหน้าผากลูกชายที่ยังไม่ฟื้น
“หนูขอตัวก่อนนะคะ” ณลักษณ์ทำท่าจะลุกจากเก้าอี้
“ไม่ต้องกลับมาแล้วนะ ฉันจะเฝ้าเอง” วารีย้ำเสียงแข็ง
“ค่ะ” ณลักษณ์ก้มหน้าก้มตาเก็บข้าวของที่อยู่ในห้องใส่ถุงพลาสติก เก็บไปร้องไห้ไป แต่วารีก็ไม่ได้ใส่ใจกับน้ำตาที่ไหลรินของหญิงสาวนัก
ประตูห้องผู้ป่วยถูกเปิด บัณฑูรและธรณีเดินเข้ามา ทั้งวารีและณลักษณ์หันไปพร้อมกัน
“พ่อ...แม่...” ณลักษณ์ทัก
“ใครอีกล่ะ” วารีถาม
“พ่อกับแม่หนูเองค่ะ” ณลักษณ์ตอบเบาๆ
“พ่อคะ แม่คะ นี่แม่ของคุณปริญค่ะ” บัณฑูรและธรณียิ้มทักทาย วารีพยักหน้ารับอย่างเสียมิได้
“ปริญเป็นไงบ้างลูก” ธรณีถามลูกสาว
“ยังไม่รู้สึกตัวค่ะ” ณลักษณ์ตอบ
“ดูสิ ร้องจนหูหน้าตาแดงหมดแล้ว แล้วนี่จะเก็บของไปไหนล่ะลูก” บัณฑูรถาม
“ฉันให้เก็บไปเองแหละ” วารีหันมาตอบแทน “เพราะฉันจะมาเฝ้าลูกชายฉันเอง ลูกสาวคุณก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับลูกชายฉัน ฉันก็ไม่อยากให้ปริญต้องมาเป็นภาระของใคร ฉันดูแลลูกของฉันได้” วารีพูดต่อโดยไม่ได้มองหน้าใคร
“โถ คุณคะ คุณไม่ได้เห็นใจลูกชายตัวเองเลยนะ” ธรณีต่อว่า
“ทำไมล่ะ ฉันพูดอะไรผิด” วารีไม่ใยดีกับคำต่อว่า
“คุณเป็นแม่จะเฝ้าลูกชายไม่ผิดหรอกค่ะ แต่คุณจะไม่ถามหาสาเหตุเสียหน่อยหรือว่าทำไมลูกสาวฉันถึงต้องมานั่งเฝ้าลูกชายคุณสองวันสองคืนอย่างนี้”
“ก็คงอยากให้ลูกชายฉันลืมตาขึ้นมาเจอเธอก่อนคนอื่นล่ะมั้ง” วารีไม่ยอมลดละ
“ลักษณ์เป็นคนเห็นปริญประสบอุบัติเหตุ เธอนั่งรถกู้ภัยมาจนถึงโรงพยาบาล แล้วเธอก็ไม่ได้ไปไหนอีกเลยจนถึงตอนนี้ เพราะเธอรู้ว่าปริญขับรถมาตามหาเธอเพื่อจะมาบอกเธอว่า เขารักเธอ และการที่เธอทำแบบนี้ก็เพราะเธอก็รักเขาเช่นกัน นี่คุณยังจะใจดำไม่ให้คนที่รักกัน ได้เจอหน้ากันอีกหรือ” ธรณีขึ้นเสียงใส่วารีบ้าง
“แม่คะ เบาๆ ค่ะ” ณลักษณ์ปราม วารีนิ่งไปพักหนึ่งเพราะเถียงไม่ออก ก่อนจะเปลี่ยนประเด็น
“ฉันจะเอาลูกฉันกลับบ้าน”
“ฉันขอร้องล่ะ กว่าความรักมันจะเกิดขึ้นระหว่างคนสองคนมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แต่คุณจะเป็นคนพิพากษาความรักของเขาทั้งคู่โดยไม่ให้โอกาสพิสูจน์ก่อนเลยหรือ” ธรณียังไม่ละความพยายามต่อรองเพื่อลูกสาว
“โอกาสอะไร” วารีหันมาถาม
“ถ้าคุณจะเอาลูกชายคุณกลับบ้าน ก็ไม่มีใครห้าม ฉันขอให้ลูกสาวฉันตามไปไถ่โทษช่วยดูแลปริญที่ทำให้เขาต้องเป็นแบบนี้ได้มั้ยคะ” ธรณียื่นข้อเสนอโดยไม่ทันได้ปรึกษาสามีกับลูกสาวก่อนล่วงหน้า ณลักษณ์ทำหน้างงๆ ไม่ทันตั้งตัว
“คิดซะว่าจะได้ไม่ต้องจ้างพยาบาลเพิ่มก็แล้วกันครับ” บัณฑูรช่วยเสริมอีกแรง
“ถ้าปริญอาการดีขึ้นแล้วและเขาไม่ต้องการความรักจากยัยลักษณ์จริงๆ ฉันก็จะให้ยัยลักษณ์กลับมาเอง ตกลงมั้ยคะ” ธรณีขอร้องด้วยเสียงที่อ่อนลง วารีทำท่าครุ่นคิด ก่อนจะหันมาให้คำตอบ
“ก็ได้...แต่มีข้อแม้ว่าอย่าไปบอกใครๆ ว่าเป็นแฟนของปริญนะ เพราะตอนนี้ยังไม่ใช่” วารีย้ำ ณลักษณ์พยักหน้ารับปากทั้งน้ำตา
“งั้นวันนี้หนูกลับก่อนดีกว่านะคะ พรุ่งนี้หนูจะมาฟังผลเอ็กซเรย์สมองอีกครั้งคะ” ณลักษณ์ไหว้วารี แล้วทั้งสามคนช่วยกันเก็บของแล้วออกจากห้องพักผู้ป่วยไปพร้อมกัน
วารีหันมากุมมือลูกชาย
“ปริญ แม่ขอโทษที่ต้องทำแบบนี้ แม่รู้ว่าลูกรักผู้หญิงคนนั้น แต่ผู้หญิงคนนั้นทำให้ลูกแม่เป็นอย่างนี้ ลูกยังรักเธออีกหรือ” วารีร้องไห้กอดร่างลูกชายที่นอนนิ่ง

................................

รุ่งขึ้นณลักษณ์มาที่โรงพยาบาลพร้อมกับฤทัยเพื่อมาฟังผลการเอ็กซเรย์สมองจากแพทย์เจ้าของไข้
“สมองของคนไข้ได้รับการกระทบกระเทือนค่อนข้างมาก หากคนไข้รู้สึกตัวอาจจะปวดหัวเป็นระยะๆ และอาจส่งผลต่อการทรงจำในช่วงระยะสั้นๆ”
“ลูกชายป้าจะสมองเสื่อมหรือเปล่าคะ” วารีร้อนใจ
“ไม่ถึงขนาดนั้นครับ ระยะแรกเขาอาจจำคนรอบข้างไม่ได้ทันที ต้องพยายามกระตุ้น รื้อฟื้น หรือทบทวนความทรงจำทีละเล็กทีละน้อย หรืออาจจะให้เขาเล่าเรื่องเก่าๆ ที่เขาจำได้ก็ได้ครับ” แพทย์แนะนำ
“เขาต้องอยู่ที่นี่อีกนานมั้ยคะหมอ ป้าอยากย้ายเขาไปพักที่บ้าน”
“หมออยากให้อาการบาดเจ็บดีขึ้นกว่านี้อีกสักหน่อยครับ แผลแห้ง ไม่มีอาการติดเชื้อ แล้วก็ค่อยไปทำกายภาพบำบัดต่อที่โรงพยาบาลแถวบ้านได้ ถ้ารีบเคลื่อนย้ายตอนนี้ เกรงว่าจะใช้เวลารักษานานขึ้นอีก ส่วนอาการทางสมองสามารถกลับไปพักฟื้นต่อที่บ้านได้เลยครับ แต่ต้องดูแลเป็นพิเศษหน่อยนะครับ”
“ค่ะๆ ขอบคุณค่ะคุณหมอ” วารีและอีกสองสาวที่อยู่อีกมุมหนึ่งยกมือไหว้แพทย์เจ้าของไข้
“งั้นหมอขอตัวนะครับ”

“เขาจำอะไรไม่ได้ เธอยังจะไปดูแลเขาอีกหรือเปล่าล่ะ” วารีหันมาถาม ณลักษณ์ซึ่งยืนนิ่งเงียบกับสิ่งที่ได้ยิน
“เอ่อ...ไปค่ะ ถ้าถึงวันที่เขาหายเป็นปกติแล้ว แต่เขาจำหนูไม่ได้จริงๆ หนูก็จะกลับค่ะ” ณลักษณ์ยืนยัน ฤทัยยิ้มแล้วกุมมือให้กำลังใจเพื่อนสาว

สองสาวเดินออกจากห้องพักคนไข้ ณลักษณ์ถอนหายใจยาว ไม่ใช่เพราะโล่งอก แต่เป็นการถอนหายใจที่ต้องรับมือกับสิ่งที่ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต
“แกแน่ใจนะลักษณ์ว่าจะไปจริงๆ ฉันเป็นห่วงแกไม่อยากให้แกเจ็บซ้ำๆ อีก”
“ไม่เป็นไรหรอกฤทัย แม่บอกกับฉันว่าเขาตั้งใจเดินทางมาตามหาฉันเพื่อสารภาพความในใจถึงที่นี่ ฉันก็ไม่ควรใจดำทิ้งเขาไปในตอนที่เขาเจ็บหนักอย่างนี้” ณลักษณ์เสียงเครือก่อนพูดต่อ “แม้ว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ฉันก็ต้องยอมรับมันให้ได้ มันอาจจะเป็นความเชื่อที่ไม่มีเหตุผลนะฤทัย แต่ฉันรู้สึกว่าเขาจะต้องจำฉันได้”
“แต่ฉันว่า...แม่เขาน่ากลัวอ่ะ” ฤทัยทำหน้าแหย
“ฉันว่า แม่ฉันน่ากลัวกว่า เรื่องเอาชนะนี่ต้องแม่ฉันเลย”
ทั้งคู่หัวเราะร่วนทำความบรรยากาศหดหู่ได้ชั่วขณะ ก่อนจะเดินขึ้นรถกลับ

บ่ายวันถัดมา ปริญเริ่มรู้สึกตัว โชคดีที่ไม่มีอาการติดเชื้อใดๆ แต่อาการทางสมองเป็นไปอย่างที่หมอว่าไว้ เขาจำอะไรไม่ได้เลยแม้แต่ผู้เป็นแม่ วารีรู้สึกเจ็บแค้นและเสียใจที่ลูกชายต้องมาเจอเรื่องแบบนี้เพราะผู้หญิงคนเดียว เธอรีบทำเรื่องขอส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลในตัวจังหวัดตากทันทีที่เขาอาการดีขึ้น ส่วนณลักษณ์กลับไปกรุงเทพฯ ในสภาพจิตใจที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก แต่ต้องเตรียมพร้อมจะไปทำหน้าที่ดูแลคนป่วยหลังจากออกจากโรงพยาบาลตามเงื่อนไขที่ธรณีเป็นผู้เสนอในเร็ววันนี้




Create Date : 15 สิงหาคม 2557
Last Update : 10 ตุลาคม 2560 10:08:41 น.
Counter : 659 Pageviews.

2 comments
  
ช่วงนี้ไม่ได้อัพถี่เหมือนตอนแรกๆ ค่ะ เพราะงานหลักขโมยเวลาไปเยอะเลย แต่พอว่างปุ๊บ ก็รีบมาทำหน้าที่ blogger ทันที

อย่าเพิ่งทิ้งกันไปไหนนะคะ ตามมาไกลแล้ว...
โดย: Alex on the rock วันที่: 15 สิงหาคม 2557 เวลา:10:54:59 น.
  
ติดตามอยู่ค่ะ ขอบคุณที่อัพให้ค่ะ
โดย: กระรอกเมือง วันที่: 16 สิงหาคม 2557 เวลา:6:12:35 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Alex on the rock
Location :
มหาสารคาม  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]



Blog นี้เป็นพื้นที่ส่วนตัว เป็นความเห็นส่วนตัว ผู้อ่านอาจจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับข้อเขียนใน Blog กรุณาแสดงความคิดเห็นด้วยความสุภาพและเคารพสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญของเจ้าของ Blog ด้วย หากผู้อ่านที่แสดงความคิดเห็นไม่อาจจะปฏิบัติตามนี้ได้ เจ้าของ Blog สามารถลบความคิดเห็นของท่านโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบ
  •  Bloggang.com