กรกฏาคม 2557

 
 
5
6
9
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
 
 
All Blog
เก็บรักไว้ ให้หัวใจที่รอ ตอนที่ 18
ตอนที่ ๑๘

แผนใจดีสู้เสือของณลักษณ์ได้ผลเกินคาด เพราะทันทีที่ภูษิตรู้ว่าแพรวอดีตภรรยาของตนไปตกหลุมรักปริญข้าราชการป่าไม้หนุ่มโสดถึงกับควันออกหู เขาอยู่นิ่งเฉยต่อไปไม่ได้ จึงไปดักรอปริญที่สำนักงานหลังเวลาเลิก แต่ไม่พบเพราะเขาลงพื้นที่ แต่ภูษิตก็ยังไม่ละความพยายาม ตามไปถึงบ้านของปริญ และเจอกับแม่ของปริญแทน ภูษิตเคลื่อนรถมาจอดหน้าบ้านลดกระจกลงแล้วตะโกนผ่านประตูรั้วเหล็กไปยังวารีที่กำลังรดน้ำต้นไม้อยู่
“ป้า ปริญอยู่มั้ย” ภูษิตตะโกนถามด้วยน้ำเสียงดุดัน วารีหรี่ตามอง
“ไม่อยู่ มีธุระอะไร” วารีเองแม้จะไม่เคยเห็นหน้าภูษิตมาก่อน แต่ก็พอจะเดาได้จากเครื่องแบบครึ่งท่อนที่เขาแต่งมา บ่งบอกว่าเขาเป็นคนในเครื่องแบบที่อาจจะเป็นสามีเก่าของแม่ม่ายที่มาติดพันลูกชาย
“จะกลับเมื่อไหร่ล่ะ” เขาซัก
“ไม่รู้สิ” วารีมึนตึงใส่ หันไปรดน้ำต้นไม้ต่อ
“งั้นผมขอรอหน้าบ้านป้าละกันนะ” เขาไม่สนใจว่าคำตอบจะเป็นเช่นไร แต่ดับเครื่องแล้วนั่งรออยู่ในรถไม่ยอมลงมา
“ร้อนเป็นบ้าเลย...”เขาบ่นพึมพำ เงยหน้ามองท้องฟ้าเห็นเงาเมฆครึ้มเหมือนฝนจะตก
ส่วนวารีรีบเข้าบ้านไปโทรศัพท์หาปริญทันที
“ลูกอย่าเพิ่งกลับมานะ ไอ้สารวัตรโรคจิตมันมาถึงบ้านเราแล้ว” แม่กระซิบด้วยน้ำเสียงลุกลี้ลุกลน
“จริงเหรอแม่ อืม...งั้นผมจะรีบกลับตอนนี้ล่ะ” ปริญแย้งวารี
“จะบ้าหรือไง มันจะได้ยิงกบาลแกเอาน่ะสิ” วารีตวาดใส่ลูกชาย
“เอ้า แม่เขาจะยิงผมเพราะอะไร ผมไม่ได้ไปแย่งเมียเขาสักหน่อย แล้วอีกอย่างถ้าเขายิงผม เขาก็ติดคุกหัวโตแน่ๆ” ปริญดูไม่ยี่หระกับการมาเยือนของแขกที่ไม่ได้รับเชิญ
“ตามใจแกแล้วกัน ฉันจะออกไปตลาดนะ กลัวมันยิงตายไปอีกคน” วารีตัดสายด้วยความโกรธลูกชาย แล้วจูงจักรยานออกไปโดยไม่สบตากับภูษิตที่นั่งเหงื่อซกอยู่ในรถ

ไม่ถึงชั่วโมง ปริญขับรถกลับมาบ้านเขาเห็นรถ SUV สีขาวของภูษิตจอดขวางประตูอยู่ จึงจอดทิ้งระยะห่างไว้ แล้วเดินไปหาเจ้าของรถที่กำลังงีบหลับอยู่ เขาแอบชำเลืองดูว่าในรถมีอาวุธอยู่หรือไม่
“คุณตำรวจ คุณจอดรถขวางหน้าบ้านผมนะครับ ผมต้องการจะเอารถเข้าบ้านครับ” ปริญปลุกผู้หลับใหล โดยแสร้งทำไม่เป็นรู้จักภูษิต
“อ้าว เฮ้ย” ภูษิตสะดุ้งด้วยอาการตกใจเล็กน้อย “นายปริญใช่มั้ย”
“ครับ เอ้า มาพบผมเหรอ ผมทำอะไรผิดมิทราบครับ ตามมาจับผมถึงบ้านเลย” ปริญพูดจาเล่นลิ้นทำเป็นไม่รู้เรื่องรู้ราว
“นายคบกับแพรวอยู่ใช่มั้ย” สารวัตรไม่ร่ำไร
“แพรวไหนครับ ผมรู้จักหลายแพรว”
“อย่ามากะล่อน ก็แพรวเจ้าของรีสอร์ทเมียเก่าฉันไง” สารวัตรเสียงเข้มขึ้น
“อ๋อ คุณแพรว ลูกค้ารายใหญ่ที่ร้านผมเลยครับ งั้นคุณตำรวจก็คือสารวัตรจอมหึง เอ๊ย สารวัตรภูษิตนั่นเอง มิน่าล่ะ เห็นคุณแพรวพูดถึงบ่อยๆ” ปริญเริ่มแต่งเรื่องขึ้นมาใหม่
“พูดถึงฉันเนี่ยนะ?? พูดถึงว่าอะไร” สารวัตรทำหน้าสงสัย ก่อนจะควักผ้าเช็ดหน้ามาซับเหงื่อที่ท่วมใบหน้า
“ก็บอกว่าภายนอกดูดุๆ เข้มๆ แต่ภายในจิตใจอ่อนโยน น่านับถือมากครับ”
“หือ???” สารวัตรแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ร้อยวันพันปีไม่เคยได้ยินประโยคนี้หลุดปากจากเธอเลย เขาเปิดประตูลงจากรถมายืนประจันหน้า ปริญถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ยิ้มอย่างใจเย็น แต่เม็ดเหงื่อเริ่มผุดขึ้นบนใบหน้าประปราย
“ทำไมล่ะครับ หรือว่าไม่จริง คุณแพรวบอกว่าสารวัตรเป็นคนใจดี มีเมตตา ลูกน้องรักทุกคน” ปริญลื่นไหลไปโดยไม่รู้ตัว ทั้งที่เขาไม่ได้เตรียมบทพูดนี้มาก่อน
“แต่ฉันได้ยินมาว่า นายกับแพรวคบหากันมาสักพักแล้ว แพรวโทรหานายทุกวัน อาทิตย์ที่แล้วเพิ่งไปเที่ยวพิษณุโลกมาด้วยกันด้วย” สารวัตรสาธยายข่าวลือ ปริญฟังแล้วอึ้ง นึกตำหนิชนะในใจ “ทำไมมันใส่ไข่เยอะจังวะ เพิ่มข้าวด้วยสิท่า กูจะกินลูกปืนแทนข้าวมั้ยเนี่ย”
“โอ๊ยยย ไปกันใหญ่แล้วครับ อาทิตย์ที่แล้วผมไปประชุมที่เชียงใหม่โน่น ไม่เคยไปไหนมาไหนกับเขาเลย สารวัตรเคยถามคุณแพรวหรือเปล่าล่ะครับ”
“ไม่เคยอ่ะ”
“ต้องถามทั้งสองฝ่ายสิครับ ว่าพูดตรงกันหรือเปล่า ถ้าพูดตรงแสดงว่าเรื่องจริง แต่ถ้าพูดไม่ตรงแสดงว่ามีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโกหก แต่สำหรับผมแล้วไปดูเอกสารไปราชการของผมได้เลยว่าผมไปไหนมาบ้าง” ปริญจริงจังมากขึ้น
ไม่ทันไร เสียงมือถือของปริญดังขึ้น เบอร์ที่โทรเข้ามาเป็นเบอร์ของแพรว ปริญหน้าถอดสี ขณะที่ดูเหมือนอากาศจะร้อนอบอ้าวมากยิ่งขึ้นคล้ายฝนกำลังจะตก เขากดสายทิ้ง ไม่ถึงหนึ่งนาที เสียงเดิมดังขึ้นอีก
“ใครโทรมาล่ะ ก็รับซะสิ” สารวัตรขู่
“อ๋อ พวกขายประกันน่ะครับ รำคาญ”
“ฉันคุยให้เอามั้ยล่ะ รับรอง ไม่โทรมาอีกเลย”
“โอ๊ะ! ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมจัดการเอง จริงๆ ผมก็กะจะซื้ออยู่แล้ว แต่ชอบโทรมาตอนผมยุ่ง ผมบอกว่าผมจะเป็นฝ่ายโทรไปเอง พวกนี้มักใจร้อนจะรีบปิดจ๊อบให้ได้” ปริญล้วงผ้าเช็ดหน้าจากกระเป๋ากางเกงขึ้นมาซับเหงื่อเช่นกัน
“งั้นฉันไม่กวนนายแล้ว แต่ขอเตือนไว้ก่อนนะอย่ายุ่งกับเมียชาวบ้าน ของของใคร ใครก็รัก ใครก็หวง คดียิงกันตายเพราะหึงหวงมีมาเยอะแล้ว นายเองเป็นข้าราชการก็คงไม่อยากถูกย้ายหรือให้ออกจากราชการเหมือนกันล่ะมั้ง” ภูษิตทิ้งท้าย ก่อนขับรถออกไป สวนกับวารีที่ขี่จักรยานกลับเข้ามาจอดหน้าบ้านพอดี
“อ้าว แม่ไปตลาดมาจริงๆ หรือ นึกว่าพูดเล่นนะเนี่ย” ปริญถามพลางเข็นประตูรั้วเพื่อจะเอารถเข้าบ้าน
“เออสิ ไปซื้อตะไคร้มา แกยังไม่ได้เข้าบ้านล่ะสิ ตาสารวัตรนั่นกลับไปแล้วเหรอ”
“ครับ เพิ่งไปตะกี๊นี่เอง ไปเอารถมาจอดก่อนนะ แล้วจะให้เล่าให้ฟัง”

กลิ่นเครื่องต้มยำในหม้อเตะจมูก ปริญเดินมาตามกลิ่นเข้ามาเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ผู้เป็นแม่ฟังถึงในครัว รวมทั้งคำขู่สุดท้ายด้วย วารีฟังแล้วใจสั่น เป็นห่วงลูกชายคนเดียวจะตายเพราะเรื่องผู้หญิง
“ยัยแพรวนี่ก็แปลกนะ ทำไมไม่ยอมเลิกยอมลาสักที” เธอบ่นพลางคนหม้อต้มยำร้อนๆ ที่อยู่บนเตา
“ผมเคยถามเขาเหมือนกันนะว่าแฟนเก่าดุไม่ใช่เหรอ เขาว่าก็เลิกกันไปแล้ว ไม่มีสิทธิ์อะไรมาหึงหวงอีก เขาจะรักจะชอบใครจะมาห้ามได้ยังไง”
“แล้วแกบอกไปหรือเปล่าว่าแกไม่ได้รักไม่ชอบ หรือว่าดันเกรงใจอีก คนอย่างแกมันขี้เกรงใจคนไม่เข้าท่า” พูดจบผู้เป็นแม่ส่ายศีรษะที่ลูกชายไม่ได้ดังใจ
“บอกแล้ว...แต่เขาคิดว่าผมกลัวสารวัตรจึงไม่กล้ารับรักเขา ใครๆ ก็อยากเป็นแฟนกับเขาทั้งนั้นแหละ ถ้าเป็นแฟนเขา เขาจะยกตำแหน่งผู้จัดการรีสอร์ทให้อีกต่างหาก”
“แกอยากเป็นมั้ยคะ” วารีถามลูกชาย
“จะตายก่อนได้เป็นน่ะสิแม่”
“ถ้างั้นแกก็บอกเขาไปเลยว่าแกมีแฟนแล้ว กำลังจะแต่งงานกันปีหน้า” วารีเสนอแผนใหม่
“หา! เอางั้นเลยเหรอแม่ แล้วผมจะไปหาใครมาเป็นแฟนล่ะ”
“ไม่รู้ล่ะ ถ้าคนมีเมียแล้วยังจะมายุ่งอีก ก็หน้าด้านเกินไปแล้ว ไปหยิบกระทะมาซิ แม่จะทอดปลาทูนึ่ง”
คำพูดที่กำชับกำชาของวารีทำให้ปริญเครียดไม่น้อย เขานึกไม่ออกว่าถ้าบอกอย่างที่แม่แนะนำ แพรวจะเชื่อหรือไม่ แต่ไม่ลองก็ไม่รู้ เพราะวิธีใจดีสู้เสืออย่างที่ณลักษณ์แนะนำเกือบทำเอาความดันของเขาและแม่ขึ้นเสียแล้ว




Create Date : 08 กรกฎาคม 2557
Last Update : 5 ตุลาคม 2560 9:43:24 น.
Counter : 780 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Alex on the rock
Location :
มหาสารคาม  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]



Blog นี้เป็นพื้นที่ส่วนตัว เป็นความเห็นส่วนตัว ผู้อ่านอาจจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับข้อเขียนใน Blog กรุณาแสดงความคิดเห็นด้วยความสุภาพและเคารพสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญของเจ้าของ Blog ด้วย หากผู้อ่านที่แสดงความคิดเห็นไม่อาจจะปฏิบัติตามนี้ได้ เจ้าของ Blog สามารถลบความคิดเห็นของท่านโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบ
  •  Bloggang.com