กรกฏาคม 2557

 
 
5
6
9
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
 
 
All Blog
เก็บรักไว้ ให้หัวใจที่รอ ตอนที่ 14
ตอนที่ ๑๔

ณลักษณ์พยายามเปลี่ยนบรรยากาศให้ตัวเองเพื่อจะได้ลืมเรื่องราวเลวร้ายที่ผ่านมา เธอเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์เพราะไม่ต้องการให้ใครติดต่อเธอได้อีก นอกจากสมาชิกในครอบครัว แม้จะมีความหวังอยู่ลึกๆ ว่าอยากสิโรธรจะติดต่อกลับมาบ้างก็ตาม แต่ถ้าเธอเปิดโอกาสนั้น นั่นหมายความว่าเธอกำลังทำร้ายจิตใจนิดาผู้หญิงที่รักเขาเช่นกัน
และหลังเหตุการณ์วันนั้นชวินทร์ก็เล่าให้สิโรธรฟังว่า ณลักษณ์รู้เรื่องหมดแล้ว สิโรธรจึงไม่กล้าที่จะโทรไปขอโทษคนรัก เพราะเขาไม่มีเหตุผลอะไรที่ดีพอที่จะแก้ตัวหรือขอโอกาส เขารู้ตัวดีกว่าเขาผิดเต็มประตูจนยากเกินให้อภัย

ผ่านมาหนึ่งสัปดาห์แล้วที่ณลักษณ์อยู่บ้านพี่ชาย เธอโทรศัพท์ไปหาบัณฑูรและธรณีเพื่อไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบ รวมทั้งขอโทษที่เธอไม่ได้กลับไปตามสัญญา
“ทำไมยังไม่กลับล่ะลูก อรโทรมาตามลูกไปทำงานทุกวันเลยนะ จนแม่ไม่รู้จะบอกยังไงเหมือนกัน” ธรณีถาม
“หนูขอโทษพ่อกับแม่นะคะ หนูไม่สามารถกลับไปทำงานได้แล้วจริงๆ ฝากบอกพี่อรด้วยนะคะว่าหนูขอโทษ ถ้าเขาจะไล่ออกก็ยินดีค่ะ หนูอยากจะทำใจให้สบาย และค้นหาตัวเองที่นี่ก่อนสักพักค่ะ พ่อกับแม่คงไม่โกรธหนูนะ”
แม้ว่าจะเป็นงานราชการที่ใครๆ ก็ต่างแย่งกันเข้า แต่ก็สุดวิสัยที่ธรณีจะห้ามได้ เพราะอยากเห็นลูกสาวสบายใจมากกว่า “ในเมื่อตัดสินใจแล้วก็ตามใจลูกแล้วกัน”
“ว่าแต่เราจะอยู่ยังไงต่อไปล่ะ” ผู้เป็นแม่ถามด้วยความห่วงใย
“แม่หมายถึงเรื่องเงินใช่มั้ย ไม่ต้องห่วงนะคะ หนูไม่รบกวนเรื่องเงินกับพี่รินหรอก เพราะเมื่อวานนี้พี่พิมบอกให้หนูรับจ้างสอนพิเศษ แทนที่จะสอนต้นไผ่คนเดียว ก็น่าจะเพื่อนต้นไผ่ด้วย”
“ถ้าไม่พอ ก็โทรมาหาพ่อกับแม่นะ อย่าไปรบกวนพี่รินเขาล่ะ”
“ค่ะ หนูจะต้องอยู่ให้ได้” เป็นการสนทนาในไม่กี่ครั้งที่แม่กับลูกคู่นี้พูดๆ ดีกันได้ และมีบทสรุปของการสนทนาที่จบลงอย่างสวยงาม

เมื่อตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวไม่กลับไปทำงานเดิมอีกแล้ว ณลักษณ์ใช้เวลาที่มีอยู่หารายได้เล็กๆ น้อยๆ นอกจากรับจ้างสอนพิเศษภาษาอังกฤษอย่างที่พิมระวีแนะนำแล้ว เธอยังรับจ้างแปลเอกสาร อีกด้วยซึ่งเป็นงานที่เธอถนัดและสนุกกับมันไม่น้อย พอมีเวลาว่างจึงถือโอกาสเช็คอีเมล แต่ไม่เห็นปริญตอบกลับมานานแล้ว จึงเขียนกลับไปไปหาปริญอีกครั้งหลังจากไม่ได้บอกเล่าเรื่องราวในชีวิตมาระยะหนึ่ง

สวัสดีค่ะ คุณคนป่า
นานแล้วค่ะที่ไม่ได้อ่านอีเมลของคุณ คุณยังสบายดีหรือเปล่าคะ คุณคงย้ายกลับไปอยู่บ้านเกิดแล้ว และคงจะมีความสุขมากขึ้นนะคะ ฉันอยากบอกคุณว่า...ตอนนี้ฉันเพิ่งสัมผัสความเจ็บปวดจากการอกหักมาเช่นกันค่ะ ฉันไม่รู้ว่าคุณกับฉันใครจะเจ็บปวดกว่ากัน จู่ๆ ฉันก็ตกเป็นมือที่สามโดยไม่รู้ตัว ฉันคงอ่อนต่อโลกของความรักมากเกินไป ไม่เคยรู้ว่าผู้ชายสามารถคบผู้หญิงสองคนพร้อมกันได้
ทีแรกฉันยังสับสนว่าฉันรักเขาหรือเปล่า แต่เมื่ออกหักแล้วถึงรู้ว่า ฉันรักเขาไปนานแล้ว เพียงแต่ไม่รู้ตัวเท่านั้น มันยิ่งเจ็บหนักเลยค่ะ ฉันร้องไห้จนไม่ได้หลับไม่นอน ทานข้าวไม่ลงไปหลายวัน จนอยากจะตายไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด
ตอนนี้ฉันลงมาอยู่สงขลากับพี่ชาย และไม่กลับไปทำงานที่กรุงเทพฯ แล้ว ฟังดูเหมือนงี่เง่านะคะ แต่บอกตรงๆ ว่าไม่เคยคิดมาก่อนว่าความรักมันจะทำร้ายเราขนาดนี้ แต่ฉันไม่มีแรง ไม่มีสติกลับไปทำงานที่เดิมในบรรยากาศเดิมๆ ได้อีกแล้วจริงๆ พี่สะใภ้เป็นห่วงฉันจนต้องพาไปพบจิตแพทย์เพราะกลัวฉันเป็นโรคซึมเศร้า แต่โชคดีที่เป็นแค่โรคเครียดเท่านั้น
ฉันไม่ได้คิดจะลงหลักปักฐานที่นี่หรอกค่ะ มาแค่ชั่วคราวเท่านั้น สัปดาห์หน้าจะไปซื้อกล้องมาหัดถ่ายภาพ และจะฝึกเขียนภาพสีน้ำ อีกสักพักจะเดินทางออกไปท่องเที่ยวให้ครบ ๑๔ จังหวัดภาคใต้ ตั้งใจจะว่าเขียนบันทึกการเดินทางของตัวเองสักเล่ม
ถึงวันนั้น ฉันหวังว่าฉันคงจะเข้มแข็งเหมือนไม่เคยผ่านมรสุมความรักมาก่อนได้ค่ะ ^_^
จาก S.O.S

กว่าปริญจะได้อ่านอีเมลของณลักษณ์ก็ผ่านไปพักใหญ่ เพราะตั้งแต่เขาย้ายมาอยู่ที่ตากแล้ว งานก็หนักขึ้น ต้องลงพื้นที่ชุมชนบ้าง เข้าป่าบ้าง แต่ทันทีที่อ่านจบ เขารู้สึกเห็นใจและเป็นห่วงหญิงสาวที่ไม่เคยเห็นหน้าเห็นตากันมาก่อน จึงรีบตอบกลับไป

สวัสดีครับ คุณ S.O.S
ขอโทษที่ไม่ได้ตอบอีเมลนานมาก ผมย้ายกลับมาตากพักใหญ่แล้วครับ ทุกอย่างลงตัวหมดแล้ว และมีความสุขกับงาน เรื่องราวเก่าๆ ก็ทำใจได้มากขึ้น เรากลายเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันไปแล้วครับ ดูเหมือนเธอจะคุยกับคนใหม่แล้วด้วยซ้ำ ผมก็ยินดีครับถ้าเธอจะเจอกับคนดีๆ สักคนที่เขาพร้อมดูแลเธอได้มากกว่าผม
ส่วนเรื่องของคุณ ผมเสียใจด้วยเช่นกันครับ ผมอ่านแล้วนึกเป็นห่วงคุณจังเลย ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน ทั้งที่เราก็ไม่ได้รู้จักกันอย่างสนิทสนม ไม่เคยเห็นหน้าเห็นตา แต่กลับเห็นอกเห็นใจอยากให้กำลังใจอย่างบอกไม่ถูก ผมรู้ว่าความผิดหวังในความรักมันเจ็บปวดแค่ไหน แต่ “จอมยุทธ์ย่อมมีบาดแผล” คนเราจะเข้มแข็งได้ก็ต้องผ่านอุปสรรคผ่านความผิดหวังมาก่อนทั้งนั้นล่ะครับ จากที่คุณเล่ามาถึงวันนี้คงร่วมสามเดือนแล้ว ผมไม่รู้ว่าคุณเป็นจอมยุทธ์หรือยังนะครับ แต่ผมเชื่อจากใจจริงแม้ว่าเราไม่เคยเจอกันว่า “คุณต้องผ่านมันไปได้” ครับ
นอกจากผมจะทำงานประจำที่สำนักงานป่าไม้จังหวัดแล้ว ผมยังหุ้นกับเพื่อนเก่าเปิดร้านเพาะชำต้นไม้ขายด้วยครับ คนที่เคยเล่าว่าเป็นวิศวกรนั่นแหละครับ ขยายกิจการให้ใหญ่ขึ้น ผมขายคอนโดที่กรุงเทพฯ แล้วมาลงทุนทำธุรกิจที่ตัวเองชอบ ก็สนุกดีครับ พอวันหยุดมาช่วยเพื่อนดูแลร้านบ้าง ไม่อยากเชื่อตัวเองเหมือนกันว่าผมก็ขายของได้ ทั้งที่เกิดมาไม่เคยขายของมาก่อนเลย โน้มน้าวใจใครไม่ค่อยเป็น แต่ไปๆ มาๆ กลับทำได้เฉยเลย ถ้าไม่รังเกียจ ผมขอที่อยู่ของคุณได้ไหมครับ ผมอยากส่งเมล็ดพันธุ์ไปให้คุณลองเพาะดู แทนที่จะซื้อเป็นที่โตแล้วไปเลี้ยง ลองเริ่มต้นและเฝ้าดูมันเติบโตบ้างดีมั้ยครับ
จาก คนป่า
ปล. ผมจะรออ่านสมุดบันทึกการเดินทางของคุณนะครับ ^_^
ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในวันรุ่งขึ้น ณลักษณ์ได้อ่านอีเมลฉบับนี้พอดี จึงบอกที่อยู่ที่กรุงเทพฯ ให้เขาไป โดยไม่ได้ตะขิดตะขวงใจและเชื่อในสัญชาตญาณว่าคนที่คุยกันผ่านตัวอักษรคนนี้ไม่ได้คิดร้ายกับเธออย่างแน่นอน




Create Date : 02 กรกฎาคม 2557
Last Update : 5 ตุลาคม 2560 9:40:48 น.
Counter : 717 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#17



Alex on the rock
Location :
มหาสารคาม  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]



Blog นี้เป็นพื้นที่ส่วนตัว เป็นความเห็นส่วนตัว ผู้อ่านอาจจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับข้อเขียนใน Blog กรุณาแสดงความคิดเห็นด้วยความสุภาพและเคารพสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญของเจ้าของ Blog ด้วย หากผู้อ่านที่แสดงความคิดเห็นไม่อาจจะปฏิบัติตามนี้ได้ เจ้าของ Blog สามารถลบความคิดเห็นของท่านโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบ
  •  Bloggang.com