มิถุนายน 2557

1
2
3
4
5
6
8
10
14
15
18
19
20
21
22
25
28
29
 
 
All Blog
เก็บรักไว้ ให้หัวใจที่รอ ตอนที่ 6
ตอนที่ ๖

แม้จะยังไม่ทันถึงสามเดือนตามที่ตั้งใจไว้ แต่ณลักษณ์เริ่มทนกับความเกียจคร้านของตัวเองที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาไม่ไหว รวมทั้งเกรงใจพ่อและแม่ที่ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายของลูกสาวคนเล็กอย่างเธอโดยไม่ปริปากบ่นสักคำ จึงยอมที่จะไปสมัครสอบเป็นเจ้าหน้าที่วิเทศสัมพันธ์ตามที่เพื่อนแนะนำพร้อมตั้งเป้าว่าถ้าได้เงินเดือนเดือนแรก เธอจะให้พ่อและแม่ครึ่งหนึ่งของเงินเดือน ไม่ว่าเงินเดือนนั้นจะมากน้อยแค่ไหนก็ตาม
ระหว่างที่รอผลสอบ เธอยังคงอยู่บ้านตามปกติ เรียนรู้การทำกับข้าวกับธรณีไปพลางๆ สอนไปทะเลาะกันไปตามประสาแม่ลูก ส่วนบัณฑูรรับหน้าที่เป็นคอมเมนเตเตอร์เมนูแต่ละอย่างที่ลูกสาวทำแบบจำยอม จนน้ำหนักเพิ่มขึ้น
“พ่อไม่ไหวแล้วนะลักษณ์ ดูสิ น้ำหนักจะแปดสิบอยู่แล้ว” บัณฑูรพูดไปลูบพุงพลุ้ยของตัวเองไปขณะที่ชั่งน้ำหนักอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อ
“ฮ่าๆๆ ค่ะพ่อ เดี๋ยวหนูจะหัดทำอาหารมังสวิรัติบ้างดีกว่า พ่อจะได้ลดเนื้อสัตว์ลง มากินผักเยอะๆ แทนดีมั้ยคะ”ณลักษณ์พูดเย้าผู้เป็นพ่อ
“ทำเยอะพ่อก็กินเยอะอยู่ดี เสาร์อาทิตย์นี้เราไปออกกำลังกายตอนเช้ากันที่สวนสุขภาพดีกว่า”
“เอาสิพ่อ หนูจะหัดตื่นเช้าแล้ว เผื่อได้งานทำขึ้นมา หนูจะได้ชินกับการตื่นเช้าๆ” ณลักษณ์สนับสนุนความคิดของพ่อ
.............................

เสียงกรี๊ดดังลั่นบ้านจากชั้นบน ธรณีนอนดูละครตอนบ่ายอยู่ถึงกับสะดุ้ง รีบลุกไปชะโงกดูที่บันไดบ้าน
“ลักษณ์ แกเป็นอะไรหรือเปล่า” ธรณีตะโกนถามด้วยความตกใจ
ณลักษณ์ปิดประตูดังปั้ง! รีบวิ่งลงบันไดมาหาแม่แล้วพูดละล่ำละลัก
“แม่ แม่ แม่ หนู หนู หนู สอบได้แล้ว” พูดจบหญิงสาวโผเข้ากอดแม่จนแทบล้ม
“เออๆๆๆๆ ใจเย็นๆ สอบอะไร สอบได้งานใช่มั้ย” ธรณีก็พลอยตื่นเต้นไปด้วย
“ใช่ค่ะ หนูสอบวิเทศสัมพันธ์ได้แล้ว หนูมีงานทำแล้วนะ เย้!!! ไม่ได้ใช้เส้นอะไรเลยนะเนี่ย เก่งจริงๆ ผู้หญิงคนนี้” เธอจิ้มแก้มตัวเองก่อนว่าต่อ “วันจันทร์หน้าหนูก็ต้องไปรายงานตัวแล้วค่ะ”
“อีกไม่กี่วันแล้วนี่ โทรบอกพี่รินเขาหรือยัง เขาคงดีใจตายเลย”
“ยังเลย บอกแม่ก่อนเลยนะเนี่ย เขาเพิ่งประกาศในเว็บไซต์ แม่บอกพ่อหน่อย เดี๋ยวหนูจะโทรบอกพี่ริน แล้วเย็นนี้แม่ไม่ต้องทำกับข้าวนะ เราไปเลี้ยงฉลองกันข้างนอกกัน หนูเลี้ยงเอง” ณลักษณ์ทำเป็นใจป้ำ
“แกมีเงินเหรอ” จบคำถามของแม่ ทำเอาลูกสาวหุบยิ้มแทบไม่ทัน
“ไม่มีอ่ะ งั้นหนูจะยืมพ่อก่อนนะ ได้เงินเดือนแล้วหนูค่อยคืน ฮิๆๆ” ณลักษณ์ทำหน้าทะเล้นตามเคย

หลังจากแจ้งข่าวดีให้ทุกคนในครอบครัวทราบแล้ว ณลักษณ์ก็ทยอยบอกเพื่อนๆ ในกลุ่มว่าเธอได้งานแล้ว และไม่ลืมที่จะขอบใจเพื่อนที่แนะนำงานนี้ให้ด้วย กิจกรรมแสดงความยินดีกับการได้งานทำจึงมีอยู่เป็นระยะๆ ก่อนจะเริ่มงานเพียงไม่กี่วัน จู่ๆ เธอนึกถึงคนป่าขึ้นมา โดยลืมไปว่าไม่ได้เปิดกล่องจดหมายในอีเมลมานานพอสมควรแล้ว เธออยากจะบอกข่าวดีของเธอให้เขารู้เหมือนตอนที่เขาบอกข่าวดีเรื่องแต่งงานของเขาเช่นกัน
แต่เมื่อเปิดมากลับไม่พบจดหมายจากเขาสักฉบับ เธอสันนิษฐานว่าเขาคงยุ่งเรื่องงานแต่ง และอาจจะพาภรรยาไปฮันนีมูนต่างประเทศอยู่จึงไม่มีเวลามาตอบ
ไหนๆ ก็เปิดมาแล้ว ณลักษณ์จึงเขียนฉบับใหม่ขึ้นเพื่อส่งไปไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบของเขา

สวัสดีค่ะ เจ้าบ่าวหมาดๆ
ช่วงนี้คุณคงมีความสุขอยู่กับการเฉลิมฉลองการแต่งงานและการปรับเปลี่ยนชีวิตจากชีวิตคี่ไปสู่ชีวิตคู่ใช่ไหมคะ ฉันแค่แวะเข้ามาทักทายเท่านั้นเอง และฉันจะมาแจ้งข่าวดีให้คุณทราบเช่นกัน แต่ข่าวดีของฉันไม่ใช่เรื่องแต่งงานนะคะ เป็นเรื่องได้งานทำแล้วต่างหาก ก่อนหน้านี้ฉันไม่เคยเล่าให้คุณฟังว่าฉันยังไม่ได้ทำงาน (ไม่ได้ตกงานนะ แค่ยังไม่หางานทำเท่านั้นเอง) จึงนึกอยากจะปลูกต้นไม้ ทำโน่นทำนี่ ฟุ้งซ่านไปเรื่อย แต่ตอนนี้ฉันได้งานแล้ว จะเริ่มงานวันที่ ๑ เดือนหน้านี้แล้วค่ะ แต่รับรองว่าต้นไม้ที่ปลูกไว้ ฉันไม่ทิ้งแน่นอน ยังคงใส่ใจและดูแลตามปกติ มันกำลังโตวันโตคืน ทุกต้นเบ่งบานให้ฉันชื่นชมทุกเช้า ช่วยเพิ่มชีวิตชีวาให้บ้านขึ้นมาได้เยอะเลย
หวังว่าคุณจะสบายดีนะคะ
จาก S.O.S

...........................

เจ้าบ่าวหมาดๆ ไม่ได้ไปฮันนีมูนอย่างที่ใครๆ คิด เพราะเป็นช่วงเข้าหน้าฝนพอดี และเขาต้องเดินทางไปราชการต่างจังหวัดหลังจากเสร็จสิ้นงานแต่งได้ไม่นาน ขณะที่ชุมาพรเองก็ยังคงสนุกสนานกับงานของเธออยู่เช่นเดิม พร้อมกับการทำหน้าที่ภรรยาพ่วงไปด้วยอีกตำแหน่ง
ปริญย้ายจากคอนโดมีเนียมขนาดกะทัดรัดของเขาไปอยู่บ้านของชุมาพรที่อยู่ในอาณาบริเวณเดียวกันกับบ้านพ่อและแม่ของเธอแถบชานเมือง ปริญเองไม่ได้รู้สึกภูมิใจที่มีภรรยามีฐานะดีกว่า เพียงแต่เขาเองยังมีรายได้ไม่มากพอจะซื้อบ้านเดี่ยวเป็นของตนเอง เต็มที่ก็แค่ผ่อนห้องสตูดิโอเล็กๆ ในคอนโดมีเนียมใจกลางเมืองเท่านั้น ลำพังเงินเดือนข้าราชการระดับปริญญาตรีอย่างเขาก็แทบไม่เหลือให้ภรรยาใช้แล้ว
ชุมาพรเองไม่เคยเรียกร้องเพราะเธอสามารถหารายได้ได้มากกว่าสามีสามสี่เท่า และด้วยความรักที่เธอมีให้ปริญอย่างไม่มีเงื่อนไข พ่อแม่ฝ่ายหญิงจึงไม่แสดงอาการรังเกียจเขาแต่อย่างใด
แต่ใช่ว่าชีวิตคู่จะราบรื่นอย่างที่คิด เมื่อปริญต้องเดินทางไปหาแม่ที่จังหวัดตากในเย็นวันศุกร์ถึงวันอาทิตย์ทุกๆ สองสัปดาห์ ทั้งที่เป็นกิจวัตรที่เขาทำมาตั้งแต่ก่อนแต่งงาน ชุมาพรก็รู้ดีและเคยตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ทว่าเมื่อใช้ชีวิตคู่ร่วมกันจริงๆ ชุมาพรอดน้อยอกน้อยใจสามีไม่ได้ แม้ว่าทุกครั้งที่ไปปริญจะชวนภรรยาไปด้วยเสมอ แต่ฝ่ายภรรยาไม่สนุกกับการนั่งรถนานๆ 4-5 ชั่วโมง ประกอบกับไม่มีกิจกรรมใหม่ๆ ให้เธอตื่นเต้นเท่าไรนัก ระยะหลังเธอจึงเริ่มปฏิเสธ สุดท้ายก็กลับมานั่งตัดพ้อสามีหลังจากที่เขากลับมา ปริญไม่ได้ชอบใจที่ได้ยินภรรยาตัดพ้อบ่อยๆ แต่เพื่อลดการปะทะคารมเข้าจึงทำหน้าที่สามีผู้สงบปากสงบคำแทน โดยที่ไม่เคยปริปากบ่นให้แม่ตัวเองหรือเพื่อนสนิทฟังเลยสักคน เพราะเขาคิดอยู่เสมอว่าเขาเลือกที่จะให้เป็นเช่นนี้เอง

จนล่วงมาเกือบสองเดือนหลังการแต่งงาน ปริญเพิ่งจะได้เปิดอ่านอีเมลจากณลักษณ์ ทำให้อารมณ์และความรู้สึกของเขาพรั่งพรูออกมาเป็นตัวอักษรมากมายตอบเธอกลับไป

ถึง คุณ S.O.S
ผมต้องขออภัยที่ไม่ได้ตอบอีเมลของคุณนานนับเดือน ผมไม่ได้ไปฉลองอะไรที่ไหนหรอกครับ หลังแต่งงานผมก็ทำแต่งาน ลงพื้นที่บ้าง ไปราชการต่างจังหวัดบ้าง ขนาดเวลาไปฮันนีมูนยังไม่มีเลยครับ จนตอนนี้ภรรยาผมเริ่มงอนแล้ว บวกกับที่ผมเองต้องกลับบ้านเกิดที่จ.ตากเพื่อไปดูแลแม่เดือนละสองครั้ง เธอก็ยิ่งน้อยใจไปกันใหญ่ ผมคนกลางก็ลำบากใจครับ แม่ผมบอกว่าไม่ต้องกลับมาบ่อยๆ ก็ได้ แต่ผมอดเป็นห่วงไม่ได้นะครับ อายุท่านมากขึ้นเจ็บออดๆ แอดๆ จะทิ้งได้อย่างไร ครั้นจะพาแม่มาอยู่ที่นี่ด้วยก็ไม่เหมาะ เพราะบ้านที่ผมอยู่ทุกวันนี้เป็นบ้านของภรรยา แม้ว่าแม่ยายจะอนุญาตแล้วก็ตาม แต่แม่ผมเป็นคนติดบ้าน ไม่ยอมไปไหนเลย
จริงๆ ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตหรอกครับ แค่ผมรู้สึกไปเองว่าผมอาจจะเห็นแก่ตัวมากเกินไป ทำให้ผมมีเวลาให้ภรรยาไม่เต็มที่ แต่เชื่อว่าอีกสักพักเราคงปรับตัวได้
ชีวิตคู่นี่มันไม่ง่ายนะครับ คุณยังไม่แต่งงานอาจจะไม่เข้าใจที่ผมเป็นอยู่ ถ้าคุณมีใครสักคน ผมว่าคุยกันให้ดีก่อนตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกันนะครับ ขนาดผมกับภรรยาคบกันมาเกือบสิบปียังมีปัญหาไม่น้อยเลย โอ้! นี่ผมพล่ามบ่นมากไปแล้วใช่ไหมครับ
มาเรื่องของคุณบ้างดีกว่า ได้ทราบข่าวว่าคุณได้งานทำแล้ว ยินดีด้วยนะครับ ขอให้คุณสนุกและมีความสุขกับงาน การเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ เป็นเรื่องท้าทายในชีวิตครับ ผมเชื่ออย่างนั้น
จาก คนป่า
ปล. ป่านนี้ต้นไม้ของคุณคงออกดอกเต็มต้นแล้ว อย่ารดน้ำมากเกินไปนะครับเดี๋ยวรากเน่า




Create Date : 16 มิถุนายน 2557
Last Update : 5 ตุลาคม 2560 9:36:04 น.
Counter : 1096 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Alex on the rock
Location :
มหาสารคาม  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]



Blog นี้เป็นพื้นที่ส่วนตัว เป็นความเห็นส่วนตัว ผู้อ่านอาจจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับข้อเขียนใน Blog กรุณาแสดงความคิดเห็นด้วยความสุภาพและเคารพสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญของเจ้าของ Blog ด้วย หากผู้อ่านที่แสดงความคิดเห็นไม่อาจจะปฏิบัติตามนี้ได้ เจ้าของ Blog สามารถลบความคิดเห็นของท่านโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบ
  •  Bloggang.com