มิถุนายน 2557

1
2
3
4
5
6
8
10
14
15
18
19
20
21
22
25
28
29
 
 
All Blog
เก็บรักไว้ ให้หัวใจที่รอ ตอนที่ 9
ตอนที่ ๙

ทุกอย่างถูกจองไว้เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นตั๋วเครื่องบิน และห้องพัก รวมทั้งแผนการท่องเที่ยวตลอดหนึ่งสัปดาห์ของคู่ข้าวใหม่ปลามัน ชุมาพรเตรียมชุดใหม่ๆ สำหรับไปฮันนีมูนที่เชียงใหม่ ปริญก็สะสางงานที่คั่งค้างจนเสร็จ ทั้งคู่ลาพักร้อนอย่างที่ตั้งใจไว้โดยไม่มีอะไรต้องห่วงหน้าพะวงหลังอีก
ขณะที่เขาและภรรยากำลังจะเข้านอนหัวค่ำเพื่อที่พรุ่งนี้จะต้องไปขึ้นเครื่องกันแต่เช้า ก่อนเอื้อมมือไปปิดไฟที่หัวเตียง เสียงมือถือของปริญดังขึ้น เขาไม่คุ้นกับเบอร์ที่โทรเข้ามา จึงปฏิเสธการรับสาย แต่เบอร์ดังกล่าวก็ยังโทรเข้ามาซ้ำอีกสองครั้ง
“ใครโทรมาอ่ะ” ชุมาพรเริ่มสงสัย
“ไม่รู้เหมือนกัน เป็นเบอร์ไม่รู้จัก” ปริญตอบ
“รับๆ ไปเหอะ ไม่งั้นโทรมาทั้งคืนแน่ๆ” ชุมาพรตัดรำคาญ
“สวัสดีครับ” ปริญรับสาย
“ปริญเหรอ นี่ป้าเพ็ญนะ” เสียงปลายสายคือเสียงของป้าที่อยู่ข้างบ้านแม่เขานั่นเอง
“ครับป้าเพ็ญ มีอะไรหรือเปล่าครับ”
“เมื่อเย็นแม่แกลื่นตกบันไดบ้านน่ะ”
“หา! อะไรนะ แล้วนี่แม่อยู่ไหนครับ” เสียงของปริญชวนให้ตื่นตกใจ จนชุมาพรสะดุ้งตามไปด้วย
“ไอ้หนุ่มพาส่งโรงพยาบาลแล้ว แกมาเยี่ยมแม่หน่อยสิ ทีแรกแม่ไม่ให้ป้าบอก เห็นว่าพรุ่งนี้ปริญจะไปเที่ยวเชียงใหม่กับเมีย แต่ป้าก็อดไม่ได้”
“ดีแล้วครับที่บอก ขอบคุณป้าเพ็ญมากนะครับ ผมไปแน่ๆ ครับ สวัสดีครับ” ปริญสีหน้าเปลี่ยน หันมามองหน้าชุมาพรที่นั่งงงกับสิ่งที่ได้ยินอยู่
“เกิดอะไรขึ้นเหรอ” เธอจับไหล่สามี
“แม่ลื่นตกบันได ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล ไม่รู้เป็นไรมากหรือเปล่า ป้าข้างบ้านโทรมาบอก” ปริญตอบด้วยน้ำเสียงเศร้าปนสับสน
ชุมาพรเม้มริมฝีปากเน้น ถอนหายใจยาว “พรุ่งนี้เราเปลี่ยนแผนไปเยี่ยมแม่ปริญแทนแล้วกันนะ” เธอพูดก่อนล้มตัวลงนอนหันหลังให้
“ชุ...ผมขอโทษ...” ปริญทิ้งตัวลงไปกอดภรรยาแน่น
หญิงสาวไม่พูดอะไรต่อ หลับทั้งน้ำตาที่ไหลเปียกหมอน แม้จะรู้สึกน้อยใจอยู่แต่ก็ต้องเลือกทำหน้าที่สะใภ้ที่ดี ส่วนปริญไม่สามารถข่มตาหลับได้ยันเช้า ความรู้สึกของลูกที่ห่วงแม่ที่กำลังเจ็บ กับความรู้สึกของสามีที่ทำให้ภรรยาร้องไห้ มันปนเปกันแทบแยกไม่ออก

รุ่งขึ้น ชุมาพรลงมาบอกเหตุผลพ่อกับแม่ของเธอที่ทั้งคู่ไม่ได้ไปเชียงใหม่แล้ว แต่จะไปเยี่ยมแม่ของปริญที่ตากแทน ธิติมาและมนัสมองเห็นสีหน้าลูกสาวที่ไม่สู้ดี ดวงตาแดงก่ำเพราะร้องไห้มาทั้งคืน
“เขาไม่ตั้งใจให้เกิดเรื่องแบบนี้หรอกลูก อุบัติเหตุมันเกิดขึ้นได้เสมอ” ธิติมาปลอบใจพร้อมกับดึงร่างลูกสาวเข้ามาโอบ
“ไปเยี่ยมแม่เขาน่ะดีแล้ว เขาจะได้เอ็นดูเรามากขึ้น” มนัสช่วยปลอบอีกคน เขาลูบศีรษะเธอ ซึ่งได้แต่พยักหน้ายอมรับโดยไม่มีเงื่อนไข
ส่วนปริญกำลังโทรยกเลิกเรื่องที่พักกับเพื่อนเจ้าของรีสอร์ทอยู่บนห้อง ก่อนที่จะหิ้วกระเป๋าตามลงมา
“ไปกันหรือยังครับชุ” ปริญสีหน้าแย่กว่าชุมาพรหลายเท่า
“ขับรถดีๆ นะลูก” มนัสเตือน
“ฝากเยี่ยมแทนพ่อกับแม่ด้วยนะปริญ” ธิติมากล่าวเสริม
“ขอบคุณครับ และต้องขอโทษด้วยจริงๆ” ปริญยกมือไหว้ทั้งคู่โดยไม่กล้าสบตา
“ไม่เป็นไรๆ เหตุสุดวิสัยน่ะ ขอให้แม่หายเร็วๆ ละกัน” ธิติมาตบแขนปริญเบาๆ ให้กำลังใจ

ตลอดเส้นทางที่เปลี่ยนจากทางอากาศเป็นทางถนน ทั้งคู่แทบจะไม่คุยอะไรกันเลย แม้แต่เครื่องเสียงในรถก็ยังไม่เปิด ชุมาพรเอาแต่ร้องไห้เงียบๆ ไม่ปริปากพูดสักคำ เธอนั่งเล่นมือถือบ้าง หลับบ้าง เสียบหูฟังเพลงบ้าง คุยโทรศัพท์กับเพื่อนบ้าง ด้านปริญก็เงียบไม่ต่างกัน เขาเข้าใจอารมณ์ผิดหวังของภรรยาดี และรู้สึกผิดอยู่ตลอด กระทั่งถึงโรงพยาบาลที่ตากในตอนเย็น
“มาแล้วเหรอ” เพ็ญนั่งเฝ้าไข้แม่ของปริญอยู่
“แม่แกเพิ่งหลับไปเมื่อกี๊เอง”
ปริญมองไปที่เท้าซ้ายของวารีที่ดามเฝือกอยู่ ถึงกับน้ำตาปริ่ม
“แม่...แม่ครับ” ปริญสัมผัสมือผู้เป็นแม่อย่างอ่อนโยน วารีได้ยินเสียงลูกชายเรียกเธอลืมตามาเห็นลูกชายที่พาภรรยามาเยี่ยมอยู่ข้างเตียง จึงผลิยิ้มมุมปาก
“ปริญ มาได้ไงลูก” วารีถามด้วยเสียงที่แหบแห้ง
ชุมาพรยกมือไหว้แม่สามีอย่างนอบน้อม
“ไหนว่าจะไปเชียงใหม่ไง” ธารีถามย้ำเมื่อเห็นลูกชายไม่ยอมตอบ
“ป้าเพ็ญโทรบอกว่าแม่ลื่นตกบันได ผมกับชุก็เลยมาเยี่ยมแม่แทน แม่ไม่เป็นไรนะ” ปริญกุมมือวารีแน่น
“พี่เพ็ญไม่น่าโทรไปตามมาเลย แค่เท้าแพลงเดี๋ยวเดียวก็หาย” วารีหันไปตำหนิเพื่อนข้างบ้านที่นั่งยิ้มด้วยความดีใจที่แม่ลูกได้เจอกัน
เพ็ญรีบสวน “กระดูกข้อเท้าร้าวนะ ไม่ใช่แค่แพลง” จนวารีค้อนใส่
“อย่าไปโทษป้าเพ็ญเลยแม่ ป้าเขาหวังดี แม่อยากทานอะไรพิเศษมั้ย เดี๋ยวผมกับชุจะไปซื้อมาให้”วารีโบกมือปฏิเสธ
“จะลำบากทำไม กินอาหารของโรงพยาบาลนี่แหละ”

ค่ำคืนนั้น ปริญและชุมาพรไม่ได้นอนเฝ้าไข้ที่โรงพยาบาล เพราะวารีไม่ได้อยู่ห้องพิเศษ เนื่องจากห้องเต็ม จึงต้องอยู่ห้องผู้ป่วยรวมโดยมีเพื่อนข้างบ้านอย่างเพ็ญจึงนอนเฝ้าข้างเตียงแทน ส่วนทั้งคู่กลับไปนอนบ้าน
“ชุ อยากจะอยู่ที่นี่กี่วัน” ปริญหันไปถามภรรยาเมื่อเห็นอากัปกิริยาที่เย็นชาของเธอ
“จะให้ชุอยู่กี่วันล่ะ” ชุมาพรยังงอนไม่เลิก
“ทำไมถามอย่างนั้นล่ะ ผมเป็นห่วงชุ กลัวชุจะเบื่อ”
“อยากจะให้ชุกลับก่อนใช่มั้ย” ชุมาพรพูดโดยไม่มองหน้าสามี
“เปล่า ถ้าอยู่ก็อยากให้อยู่ด้วยกันกลับพร้อมกันนี่แหละ เราลางานมาอาทิตย์หนึ่ง ชุจะอยู่ไหวมั้ยล่ะ”
“พรุ่งนี้จะให้คำตอบ” เธอตอบเสียงแข็ง แล้วรีบห่มผ้านอนโดยไม่สนใจสามี
สองสามีภรรยาไปโรงพยาบาลแต่เช้าเพื่อเยี่ยมวารีที่มีสีหน้าแช่มชื่นขึ้นเมื่อได้เห็นหน้าลูกชายและลูกสะใภ้
“ทานข้าว ทานยา เช็ดตัวหรือยังแม่”
“ป้าเพ็ญจัดการเรียบร้อยแล้ว ทานไรมาหรือยังล่ะ” วารีถามลูกชาย
“พาชุไปทานข้าวซอยมาแล้ว” ปริญตอบ
“ปริญพาชุไปเที่ยวแม่สอดสิ ชุไม่ได้มานานแล้วนี่ แวะเที่ยวน้ำตกก็ได้นะ” วารีแนะนำ
“อ๋อ ไม่เป็นไรหรอกค่ะแม่ เป็นภาระเปล่าๆ” ชุมาพรปฏิเสธ ปริญมองหน้าเธอ แต่เธอไม่หันมาสบตาด้วย
“วันนี้หมอจะพาแม่ไปเอ็กซเรย์ส่วนอื่นๆ นะว่ามีอะไรผิดปกติอีกหรือเปล่า” ปริญบอกวารี แล้วหันไปพูดกับเพ็ญว่า “ป้าเพ็ญกลับบ้านไปพักก่อนก็ได้ครับ เดี๋ยวผมกับชุจะเฝ้าให้เอง”
“อืม งั้นตอนเย็น ฉันจะมาใหม่นะ เดี๋ยวโทรให้ไอ้หนุ่มมารับก่อน” จบพูด เพ็ญก็ปลีกตัวไปโทรหาลูกชาย
แพทย์เจ้าของไข้หน้าตาเป็นมิตรเดินเข้าพอดี
“ญาติเยอะเลยวันนี้ เช้านี้ยังเจ็บอยู่อีกมั้ยครับ” แพทย์ถาม ผู้ป่วยส่ายหน้าทั้งที่ยังเจ็บอยู่นิดหน่อย
“แล้วเมื่อไหร่จะกลับบ้านได้ครับคุณหมอ” ปริญซัก
“ไม่กี่วันก็กลับได้แล้วครับ ถ้าวันนี้เช็คแล้วไม่มีอะไรผิดปกติเพิ่มเติมนะ แต่ต้องหัดใช้ไม้ค้ำ เพราะยังลงน้ำหนักไม่ได้เต็มที่ อายุมากแล้วต้องใช้เวลาพักฟื้นสักระยะ”
แพทย์หนุ่มเอาหลังมือแตะตัววารีเบาๆ ซึ่งตัวยังรุมๆ ก่อนจะบอกว่า “เดี๋ยวจะให้พยาบาลมาวัดไข้วัดความดันแล้วพาไปห้องเอ็กซเรย์นะครับ”





Create Date : 24 มิถุนายน 2557
Last Update : 5 ตุลาคม 2560 9:37:39 น.
Counter : 637 Pageviews.

1 comments
  
โดย: น้องเมย์น่ารัก วันที่: 24 มิถุนายน 2557 เวลา:18:03:35 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Alex on the rock
Location :
มหาสารคาม  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]



Blog นี้เป็นพื้นที่ส่วนตัว เป็นความเห็นส่วนตัว ผู้อ่านอาจจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับข้อเขียนใน Blog กรุณาแสดงความคิดเห็นด้วยความสุภาพและเคารพสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญของเจ้าของ Blog ด้วย หากผู้อ่านที่แสดงความคิดเห็นไม่อาจจะปฏิบัติตามนี้ได้ เจ้าของ Blog สามารถลบความคิดเห็นของท่านโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบ
  •  Bloggang.com