มิถุนายน 2564

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
11
12
13
18
19
20
21
26
27
29
30
 
 
All Blog
เมื่อย่างเข้าสู่ฤดูฝัน บทที่ 7
บทที่ ๗

วันรบต้องหยุดเรียนเพราะอำเภอที่เขาอยู่เป็นเขตภัยพิบัติน้ำท่วม ทั้งโรงเรียน หมู่บ้าน วัด โรงพยาบาล และสถานที่ราชการอื่นๆ ถูกน้ำท่วมหมด วันชัยทราบข่าวว่ามีผู้ประสบภัยจำนวนมากที่อยู่หมู่บ้านอื่นไม่มีเรือ และไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เนื่องจากน้ำท่วมสูงจนอยู่ในบ้านไม่ได้

“วรรณา พี่คงต้องไปช่วยหมู่บ้านทางโน้นแล้วล่ะ เรามีเรือสองลำจะแบ่งไปช่วยทางโน้นสักลำ ไปขนคนอพยพ พี่จะเอาลูกไปช่วยด้วย” วันชัยบอกกับภรรยา
“เอาเลยพี่ ลูกเราไปช่วยพายเรือได้อยู่” วรรณาสนับสนุน
“อืม ก็ว่าจะไปช่วยพายเรือขนคนและขนของนั่นแหละ”
“วันรบ วันรบ พ่อจะไปแล้วลูก” แม่ตะโกนเรียกลูกชายที่เก็บของอยู่บนบ้าน
“ครับแม่ พ่อรอผมด้วย” วันรบตะโกนกลับมา

สองพ่อลูกพายเรือกันไปอีกหมู่บ้านหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านตนเอง วันรบเป็นเด็กที่แข็งแรง เขาพายเรือได้อย่างคล่องแคล่วเหมือนผู้ใหญ่ เพราะทุกปีที่เจอน้ำท่วม วันชัยหัดให้ลูกชายพายเรือเพื่อช่วยเหลือตัวเองมาตลอด

ทั้งคู่พาเรือไปจอดที่จุดอพยพของหมู่บ้าน วันชัยลงไปพูดคุยกับผู้ใหญ่บ้านของอีกหมู่บ้านหนึ่ง เขาช่วยประสานงานและพูดคุยถึงความเป็นอยู่กับชาวบ้านที่ประสบภัย โดยปล่อยให้วันรบพายเรือไปช่วยขนถุงยังชีพให้ผู้ประสบภัยที่ยังติดอยู่ในพื้นที่ร่วมกับอาสาสมัครคนอื่นๆ มีทั้งน้ำดื่ม อาหารแห้ง อาหารกระป๋อง ข้าวสาร เป็นต้น

หลายวันที่พ่อลูกคู่นี้เดินทางไปช่วยน้ำท่วมในหมู่บ้านอื่นๆ เพราะลูกบ้านในหมู่บ้านที่พวกเขาอยู่ สามารถปรับตัวอยู่กับน้ำได้ระดับหนึ่งแล้ว และเห็นว่าหมู่บ้านอื่นประสบภัยมากกว่า วรรณาจึงมีความคิดว่าเธอควรจะไปช่วยด้วยอีกแรง จึงบอกให้วันชัยออกเรือติดเครื่องยนต์อีกลำ แทนที่จะเป็นเรือพายเพียงลำเดียว

วรรณาไปเป็นอาสาสมัครช่วยประกอบอาหารที่รับประทานได้ทันทีให้แก่ผู้ประสบภัยสลับกับแม่บ้านคนอื่นๆ ที่เริ่มอ่อนล้าหลังจากมาช่วยก่อนหน้านี้แล้วหลายวัน เมื่อทำอาหารเสร็จจะให้วันรบพายเรือไปส่งให้คนในหมู่บ้านที่ยังเป็นห่วงบ้านไม่ยอมอพยพออกมา โดยมีเพื่อนของวันรบอาสามาช่วยส่งข้าวส่งน้ำอีกแรง
ส่วนวันชัยเอาเรือติดเครื่องยนต์ออกรับส่งอาสาสมัคร รวมทั้งผู้ประสบภัยที่เป็นเด็ก คนแก่ ผู้ป่วย และขนของจำเป็นอื่นๆ เช่น สุขาเคลื่อนที่

ฝ่ายวันวิสาข์แม้จะยังอยู่ที่กรุงเทพฯ ไม่ได้กลับมาช่วยบ้านที่น้ำกำลังท่วม แต่เธอก็รับฟังข่าวสารจากโทรทัศน์ อ่านหนังสือพิมพ์ และโทรศัพท์พูดคุยกับแม่อยู่เป็นระยะๆ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมของที่หมู่บ้านเป็นประจำ

โดยเธอมิได้นิ่งนอนใจ เพราะรู้ดีว่าชาวบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านของเธอและหมู่บ้านใกล้เคียงเป็นทุกข์อยู่ จึงไปร่วมเป็นอาสาสมัครกับหน่วยงานที่คอยให้ความช่วยเหลือด้านเงิน และสิ่งของบริจาค โดยหวังว่าข้าวของเหล่านี้ที่เธอและเพื่อนๆ ช่วยกันบรรจุใส่ถุงจะถึงมือผู้ประสบภัยจริงๆ

“แม่ หนูมาเป็นอาสาสมัครอยู่นะแม่ หวังว่าของที่หนูกำลังจัดใส่ถุง จะถึงมือพี่น้องของเรานะแม่” วันวิสาข์โทรบอกแม่ขณะที่เธอมาทำหน้าที่เป็นอาสาสมัคร เพราะอยากให้แม่ได้ภูมิใจที่เธอได้มีส่วนช่วยเหลือสังคมเช่นเดียวกับคนในครอบครัวของเธอ
“อืม ต้องมาถึงสิลูก ทั้งทหาร และทางจังหวัดก็มาช่วยส่งของให้เราอยู่” วรรณาให้ความเชื่อมั่นแก่ลูกสาว
“หนูคิดถึงพ่อกับแม่นะ ตอนนี้ใกล้ปิดเทอมแล้ว หนูรีบกลับบ้านนะคะ ฝากความคิดถึงถึงวันรบด้วย”

หลังจากนั้นประมาณเกือบสองสัปดาห์ น้ำค่อยๆ ลดลง แต่ยังไม่แห้งเสียทีเดียว น้ำที่ขังอยู่เริ่มเน่า วันรบไม่ต้องพายเรือส่งเสบียงแล้ว แต่เขาเปลี่ยนหน้าที่เป็นพายเรือเก็บขยะที่ลอยมาตามน้ำแทน โดยเอาไม้สอยผลไม้ขนาดยาวมาดัดแปลงเป็นที่ช้อนขยะลอยน้ำ ซึ่งช่วยให้เก็บขยะได้เร็วและง่ายยิ่งขึ้น โดยเขาชวนเพื่อนอีกสองคนซึ่งมีอุปกรณ์เดียวกันนี้มาช่วยด้วย

เด็กชายทั้งสามต่างทำหน้าที่ที่ไม่มีใครบังคับอย่างขมีขมัน




Create Date : 22 มิถุนายน 2564
Last Update : 22 มิถุนายน 2564 8:46:07 น.
Counter : 286 Pageviews.

1 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณ**mp5**, คุณnewyorknurse

  
แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจครับ
โดย: **mp5** วันที่: 22 มิถุนายน 2564 เวลา:10:34:53 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Alex on the rock
Location :
มหาสารคาม  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]



Blog นี้เป็นพื้นที่ส่วนตัว เป็นความเห็นส่วนตัว ผู้อ่านอาจจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับข้อเขียนใน Blog กรุณาแสดงความคิดเห็นด้วยความสุภาพและเคารพสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญของเจ้าของ Blog ด้วย หากผู้อ่านที่แสดงความคิดเห็นไม่อาจจะปฏิบัติตามนี้ได้ เจ้าของ Blog สามารถลบความคิดเห็นของท่านโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบ
  •  Bloggang.com