I AM SOMEONE
<<
พฤษภาคม 2565
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
19 พฤษภาคม 2565

เธอทำให้ฉันเห็นวันพรุ่งนี้ ตอนที่ 25

คืนเดือนมืด แสงจันทร์นวลไม่โผล่มาให้เห็นเต็มดวง หญิงสาวได้แต่นอนก่ายหน้าผากกลัวจะเป็นโรคซึมเศร้าอีกหน เธอหลับตาไม่ลงหลังจากได้ยินได้ฟังเรื่องราวของพิชา ครุ่นคิดวิตกจริตอยู่ไม่น้อยเพราะไม่รู้ว่าจะเจอแจ็กพ็อตอย่างพิชาหรือเปล่า ซึ่งระมิงค์ไม่ต้องการให้ใครเอาความรักมาล้อเล่นกับหัวใจที่บอบช้ำในอดีต

เสียงไลน์ดังขึ้นตอนเกือบเที่ยงคืนขณะที่เธอกำลังนอนฟังเพลงบรรเลงเพื่อให้ตัวเองง่วง ข้อความจากชายหนุ่มที่คิดถึงปรากฏขึ้น
“นอนหรือยังครับ” เจนส่งข้อความมา นานๆ ทีที่จะเขาจะส่งข้อความมาทางไลน์ เขาไม่อยากรบกวนเวลาพักผ่อนของระมิงค์ และมักจะโทรหาตอนกลางวันมากกว่าส่งข้อความ เพราะอยากได้ยินเสียงของเธอมากกว่าตัวอักษร
“ยังค่ะ” ระมิงค์อมยิ้มก่อนตอบไลน์
“ไม่รู้ทำไมคืนนี้นอนไม่หลับอีกแล้ว สงสัยจะคิดถึงคุณมิ้งมาก”
หญิงสาวอ่านแล้วไม่กล้าตอบอะไร ได้แต่ส่งสติกเกอร์ผู้หญิงแก้มแดงกลับไป
“เราจะเจอกันอีกเมื่อไหร่ครับ”
ระมิงค์ลังเลครู่หนึ่งเพราะพิชาไม่ยอมมาเจอเขา ก่อนตอบกลับไป “เพื่อนพี่ไม่สะดวกแล้วค่ะเอายังไงดี”
“ไม่เป็นไรครับ งั้นไปเจอกับพี่สาวผมแทนได้ไหมครับ” เขายื่นข้อเสนอมาใหม่ ระมิงค์คิดว่านั่นเป็นข้อเสนอที่ดี เพราะเธอเองก็ไม่เคยได้เจอะเจอกับญาติหรือเพื่อนฝ่ายของเจนเลยสักครั้ง นี่อาจจะเป็นโอกาสดีที่จะได้รู้ว่าเขาจริงใจหรือไม่ผ่านสมาชิกในครอบครัวของเขา ไม่ใช่มโนไปเองว่าเขาคิดอย่างไรให้ตัวเองต้องมานอนก่ายหน้าผากลำบากใจอยู่เช่นนี้ จึงตอบตกลงไปอย่างง่ายดาย

ทางด้านเจนเอง เมื่อเห็นข้อความตอบตกลงเท่านั้นล่ะ เขาปิดมือถือ ปิดตาพริ้มหลับสบายเหมือนได้ยาดีมาช่วยให้นอนหลับ เช่นเดียวกับระมิงค์ที่คลายความกังวลไปได้อีกเปราะที่ฝ่ายชายดูเปิดเผยชีวิตส่วนตัวของเขามากกว่าแค่คำบอกเล่าอย่างที่ผ่านมา ค่ำคืนนั้นเธอจึงเคลิ้มหลับไปพร้อมกับข้อความว่า “ฝันดีนะครับ” และสติกเกอร์น่ารักๆ จากชายหนุ่ม

.....................................

สายๆ ของวันอาทิตย์ เจนแต่งตัวออกจากบ้านด้วยเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงคาร์โก้สีเขียวขี้ม้า รองเท้าผ้าใบสีขาว เพื่อไปรับหญิงสาวมาทานข้าวเที่ยงที่บ้านของจ๋า ซึ่งก็คือบ้านของเขานั่นเอง แต่ความที่ไม่ค่อยได้กลับบ้าน นอนอยู่ร้านมากกว่าจึงยกบ้านให้จ๋าไปแล้ว

ระหว่างทางเจนคิดถึงแม่ตัวเองขึ้นมาแว้บหนึ่ง ตอนที่แม่ไปรักกับบอยหลังจากที่พ่อเสียไปไม่นาน บอยอายุน้อยกว่าแม่มาก แม้เขากับระมิงค์จะอายุห่างกันไม่เท่าคู่ของแม่กับบอย แต่เขาก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมระมิงค์ถึงวิตกกังวลในเรื่องอายุ ขนาดตัวเขาเอง ณ ตอนนั้นยังคิดว่าแม่กับบอยไม่เหมาะสมกันเลย แต่ในเมื่อห้ามใจห้ามความรู้สึกกันไม่ได้ ก็ไม่มีอะไรมาขวางกั้นความรักต่างวัยได้อีกแล้ว อายุจึงเป็นเพียงตัวเลขอย่างที่ใครๆ เคยว่าไว้

ระมิงค์สวมเดรสสีเขียวอ่อนดูสะอาดตา คล้ายแม่บ้านญี่ปุ่นที่กำลังจะออกไปช้อปปิ้ง จนเจนอดทักไม่ได้
“น่ารักจังเลยฮะคุณมิ้ง เหมือนสาวญี่ปุ่น”
“จริงเหรอ” หญิงสาวจับแก้มตัวเองด้วยความเขินอาย “แต่คงไม่สาวแล้วล่ะ”
“สาวสิครับ เชื่อผม”
“ไม่มากเกินไป...ใช่มั้ยคะ” เธอไม่มั่นใจก้มสำรวจตัวเองอีกครั้ง
“ไม่ฮะ ผมต่างหากที่แต่งตัวไม่เรียบร้อย” เขาชี้ให้เธอดูสภาพของเขา
“คุณเจนก็วัยรุ่นอยู่แล้ว” ระมิงค์มักย้ำว่าเขาวัยรุ่นเสมอจนเขาเองก็รู้สึกไม่มั่นใจ เพราะไม่อยากให้วัยดูห่างกับเธอมากไปกว่านี้
“แม่คุณมิ้งไม่อยู่หรือฮะ ทำไมบ้านเงียบๆ”
“แม่ไปงานบวชลูกของเพื่อนแต่เช้าแล้วค่ะ”
“งั้นขึ้นรถเหอะครับ ไปถึงพี่จ๋าคงทำกับข้าวเสร็จพอดี”

เสียงแตรรถดังอยู่หน้าบ้าน จ๋ารีบวิ่งมาเปิดประตูรั้วให้รถของเจนเข้ามาจอดในโรงจอดรถ นานแล้วที่เจนไม่ได้มาบ้านนี้ ตั้งแต่แม่ออกจากบ้านไป เจนก็แวะเวียนมาสองสามเดือนครั้ง ปล่อยให้จ๋าอยู่คนเดียว บางทีจ๋าก็ชวนแฟนมาอยู่เป็นเพื่อน จนกระทั่งเดือนที่แล้วเขาถึงรู้ว่าพี่สาวคนละแม่ของเขาเลิกกับแฟนที่ตั้งใจจะแต่งงานกันอยู่รอมร่อไปเรียบร้อยแล้ว

“เชิญค่ะ...” จ๋าผายมือเชิญระมิงค์เข้าบ้านอย่างนอบน้อม เธอไม่รู้จะเรียกระมิงค์ว่าน้องหรือพี่ หรืออะไรดี เพราะอายุของจ๋าน้อยกว่าระมิงค์เล็กน้อย
“สวัสดีค่ะคุณจ๋า” ระมิงค์ทักทาย
“สวัสดีค่ะคุณมิ้ง” เธอนึกขึ้นได้ว่าใช้สรรพนามว่าคุณ ดูจะสะดวกใจที่สุด “คุณมิ้งน่ารักเหมือนที่ตาเจนว่าไว้เลยค่ะ”
“ห๊า ว่าไงนะคะ” ระมิงค์หน้าตาเหรอหราเมื่อได้ยินคำชมนั้น ส่วนเจนก็ได้แต่เหลือกตาไปมา
“อ๋อ เจนเขาชมว่าคุณมิ้งน่ารักบ่อยๆ ค่ะ หึๆๆ เข้าไปในบ้านก่อนเถอะค่ะ ทานมื้อเที่ยงกันไปคุยกันไปดีกว่า”
“ทำเสร็จแล้วเหรอพี่”
“อื้อ ตั้งโต๊ะพร้อมแล้ว”

บนโต๊ะอาหารไม่ใช่อาหารไทยๆ อย่างที่ระมิงค์คิด แต่เป็นอาหารประเภทฟิวชั่นฟู้ด หลากหลายชาติปะปนกันสี่ห้าอย่าง
“ทำอาหารเยอะมากเลยค่ะน่าทานทั้งนั้นเลย แต่จะทานกันหมดหรือคะเนี่ย” ระมิงค์ตะลึงกับหน้าตาอาหารที่วางอยู่เต็มโต๊ะ
“ทานเรื่อยๆ ก็หมดเองล่ะค่ะ ว่าแต่จะชอบหรือเปล่าก็ไม่ทราบนะคะ พอดีจ๋าคึกค่ะ เพิ่งไปเรียนทำอาหารมา เลยอยากแสดงฝีมือ ช่วยติชมด้วยนะคะ จะได้ปรับปรุง เผื่อจะไปเป็นเชฟ”
“ยินดีค่ะ”
“คุณจ๋าอยากเปิดร้านอาหารหรือคะ เหมือนแม่ของพี่เลยค่ะ แม่พี่ก็ชอบทำอาหาร แกใฝ่ฝันมานานแล้วว่าอยากมีร้านอาหารเล็กๆ แต่เป็นอาหารเหนือนะ เพราะแม่พี่เคยไปอยู่เชียงใหม่เลยได้วิชามา แต่พี่ไม่มีเงินลงทุนทำร้านสักที ที่ทางก็ไม่มีด้วยค่ะ ค่าเช่าที่ในกรุงเทพฯ มันแพงมาก สู้ไม่ไหว”
“จ๋ายังไม่ถึงขั้นเปิดร้านอาหารเองหรอกค่ะ แต่ชอบทำอาหาร แรกๆ ก็ทำทานกันในบ้าน เจนก็บอกว่ารสชาติใช้ได้ มีเวลาว่างเลยไปเรียนจริงๆ จังๆ กะจะเป็นแม่บ้านทำกับข้าวให้สามีทานหลังแต่งงาน แต่ตอนนี้หมดโอกาสแล้วค่ะ”
“ดราม่าซะงั้น” เจนคั่นจังหวะ ระมิงค์ไม่กล้าถามต่อว่าเกิดอะไรขึ้น เธอไม่รู้เรื่องรู้ราวมาก่อน
“จ๋าเพิ่งเลิกกับแฟนเมื่อเดือนที่แล้วค่ะ จะแต่งงานปลายปีแต่เลิกกันซะก่อน เลยเชิญคุณมิ้งมาฉลองความโสดของจ๋ากัน หึๆๆ” จ๋าเล่าอย่างเปิดเผยเหมือนไม่สะทกสะท้านกับการเลิกราในครั้งนี้
“คุณจ๋าดูชิลล์มากเลยค่ะ เข้มแข็งมากๆ นับถือใจจังเลย”
“จ๋าอกหักเสียใจนะ เสียใจมากด้วย ร้องไห้เป็นบ้าอยู่หนึ่งอาทิตย์เต็มๆ” เธอใช้ส้อมม้วนเส้นสปาเกตตี้ก่อนเข้าปาก เคี้ยวครู่หนึ่งแล้วว่าต่อ “จ๋าก็รีบตัดเลยค่ะ เพราะรู้ว่ามันไม่มีอะไรดีขึ้น เวลามันย้อนกลับมาไม่ได้แล้ว จ๋าก็กลับมาใช้ชีวิตปกติทั้งที่มันเหงามันเจ็บนะคะ แต่จ๋าไม่อยากเสียเวลานาน มีงานกองท่วมหัว ไหนจะเสียเงินค่าเรียนทำอาหารไปแล้วก็ต้องเรียน งกค่ะ ไม่ทิ้งอะไรสักอย่าง นอกจากคนรักเก่า ทิ้งไปซะ ใครอยากได้ก็เอาไป”
“เก่งจัง เป็นผู้หญิงสตรอง” ระมิงค์ทึ่งในสีหน้าและแววตาที่แสดงถึงความเด็ดเดี่ยวของจ๋าจนต้องเอ่ยชม ผิดกับพิชาเพื่อนสนิทของเธอที่พูดถึงคนรักเก่าก็ยังคงเศร้าไม่จางหาย
“ไม่เก่งหรอกค่ะ แค่ทำใจได้เร็วเท่านั้นเอง ถ้าเก่งจริงต้องหาใหม่ได้เลย ฮ่าๆๆๆ”
“ฮ่าๆๆ” เสียงเจนและระมิงค์หัวเราะพร้อมกัน
“แฟนเก่าจ๋ามันบ้าค่ะ มันไปงานเลี้ยงรุ่นคืนเดียวแล้วดันไปทำเพื่อนที่ไปด้วยกันท้อง แค่นั้นเองค่ะ มันเป็นอะไรเที่พีคมาก คลับฟรายเดย์ชัดๆ เลย เป็นคุณมิ้งจะรับได้หรือเปล่าล่ะคะ ต่อให้เลือกจ๋า จ๋าก็ไม่เลือกเขาแล้ว เขาเป็นพ่อของลูกคนอื่น ไม่ใช่ลูกจ๋า จ๋าทนไม่ได้หรอกค่ะ”
“เข้าใจค่ะ เป็นพี่ พี่ก็ไม่ไหวเหมือนกัน แล้วเขาไปเลยหรือคะ”
“จ๋าไล่มันไปเองแหละ อย่ามาให้เห็นหน้ากันอีก ไปทำหน้าที่ผัวทำหน้าที่พ่อซะ” เธอเล่าเหมือนเรื่องนั้นเป็นละครโทรทัศน์
“จ๋ากะจะเตือนเจนอยู่เนี่ยว่าระวังตัวให้ดี ผู้หญิงมันมีหลายประเภทอย่าไปทำแบบนี้กับใครเข้า ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนก็ตาม เสียใจกันหมดล่ะ”
เจนแทบสำลักเมื่อถูกพาดพิง “อ้าว ไหงมาลงที่ผมล่ะ อุตส่าห์นั่งเงียบมาตั้งนาน” แล้วหันไปมองหน้าระมิงค์ที่นั่งอมยิ้มเคี้ยวอาหารแก้มตุ่ย
“จะให้ไปทำใครท้อง ทุกวันนี้ทำแต่งาน แถมไม่มีทางไปงานเลี้ยงรุ่นด้วย เพราะเรียนไม่จบสักรุ่น ฮ่าๆๆๆ” เจนเถียงเอาตัวรอด
“เออจริงลืมไป แต่ก็จำไว้ เรื่องแบบนี้มันสนุกแป๊บๆ แต่พังมาเยอะแล้ว”
“คร้าบบบบ” ผู้เป็นน้องชายรับปากพี่สาว พลางหันไปยักคิ้วให้หญิงสาวที่นั่งตรงข้าม



Create Date : 19 พฤษภาคม 2565
Last Update : 19 พฤษภาคม 2565 16:13:41 น. 0 comments
Counter : 369 Pageviews.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Alex on the rock
Location :
มหาสารคาม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 42 คน [?]




Blog นี้เป็นพื้นที่ส่วนตัว เป็นความเห็นส่วนตัว ผู้อ่านอาจจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับข้อเขียนใน Blog กรุณาแสดงความคิดเห็นด้วยความสุภาพและเคารพสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญของเจ้าของ Blog ด้วย หากผู้อ่านที่แสดงความคิดเห็นไม่อาจจะปฏิบัติตามนี้ได้ เจ้าของ Blog สามารถลบความคิดเห็นของท่านโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบ
[Add Alex on the rock's blog to your web]