ดูตัวอย่าง 
> นั่งสมาธิแล้ว
เหมือนโดนไฟช็อตรู้สึกมาหลายครั้งแล้วค่ะ พอ
จิตเริ่มนิ่งอยู่กับลมแล้ว รู้สึกเหมือนถูกไฟช็อต แบบจั้กจี้ ใครเคยเป็นบ้างคะ เราต้องเลิกนั่งเพราะเหตุนี้หลายครั้งแล้วค่ะ
ไม่สบายตัวแบบแปลกๆ และเป็น
เฉพาะช่วงที่ความคิดรบกวนน้อยลงอีกตัวอย่าง
>นั่งสมาธิ รู้สึก
เหมือนโดนไฟช็อตจนนั่งต่อไม่ได้
พอมีวิธีแก้มั้ยคะ เราทำอานาปานสติ แต่ไม่ได้จับที่ลมหายใจ แค่ดูการเคลื่อนที่ของลำตัว ตอนกลางวันนั่งไป 1 ชม.
จนรู้ทั่วตัว แต่พอมาตอนเย็น นั่งแบบเดิม รู้สึกเหมือนโดนไฟช็อตอยู่เรื่อยๆ รู้สึกทีนึงก็หยุด พอนั่งอีกก็โดนช็อตอีก ความรู้สึกเหมือนจั้กกะจี้ค่ะ จนเราต้องนอนแทน แต่นอนก็หลับ พอมีวิธีแก้มั้ยคะ แบบว่านั่งไม่ได้เลย
อีกสักตัวอย่าง 
>ปกติเราเป็นคนไม่ค่อยสวดมนต์ก่อนนอน แต่คืนไหนที่สวดแล้วรู้สึกหลับไม่สนิทมีบางอย่างมากวน เช่น เขย่าขา คือมันเป็นเพราะอะไรแบบนี้เราควรสวดไหม

พูดภาษาพื้นบ้านฟังง่ายๆ คือ คนจะสร้างบุญสร้างบารมี เหมือนมีมารคอยผจญ ว่าเป็นมารก็พูดได้
กิเลสมาร อภิสังขารมาร คือว่าทั้งอกุศลจิต กับ กุศลจิต ต่างคนต่างก็ทำหน้าที่ของตนไป (ดำ กับ ขาว) พอคนมีความสำนึกที่ดีคิดสร้างบารมี (กุศลจิต) อกุศลจิตก็ร้อนตัวนั่งนอนไม่ติด เอ้ยๆๆแกทำอย่างนี้ ข้าตายเลยนะ ไม่มีที่อาศัยแน่เชียว ไม่ได้ๆแบบนี้ไม่ได้การแล้ว เขาก็ลุกขึ้นมาขัดขวาง ดังตัวอย่างนั่นแหละ แล้วก็ได้ผลด้วย พอเหมือนไฟช๊อตบ้าง ก็เลิกไปหยุดไป เสร็จมาร พอสวดมนต์ก่อนนอนสะหน่อย มีมารมาเขย่าๆขา เลิกสวดมนต์ดีไหม เสร็จมารอีก มารบ้างก็มาในรูปขี้เกียจ (โกสัชชะ) ตัวนี้ร้ายมากๆ อีกตัวร้ายเหมือนกัล ถีนมิทธะ ความง่วงเหงาหาวนอน สรุปแล้วมารร้ายทุกตัวตั้งแต่หัวหน้ายันลูกน้อง
- ถ้าพูดภาษาภาวนามัย ก็ว่ามาถูกทางล่ะ กล่าวคือจิตพอจะนิ่งๆ สภาวะนั่นนี่โน่นปรากฎ ภาคนี้ต้องกำหนดรู้ตามที่มันเป็น ไม่เลี่ยงหนึ่ง เป็นยังไง รู้สึกยังไงกำหนดยังงั้นตรงๆ ตัวอย่าง เช่น ขณะนั้น เหมือนถูกไฟช็อต กำหนดทันที เหมือนถูกไฟช็อตหนอๆๆ ๓-๔ ปล่อยไม่แช่อยู่กับมัน มากำหนดกรรมฐานที่ใช้เป็นหลักว่าไปใหม่ ... มีความรู้ยังไง เป็นยังไงแทรกมาอีก กำหนดตามภาวะมันอีก
สภาวะ นิยมเรียกยาวเป็น "สภาวธรรม" ตามคำบาลีว่า "สภาวธมฺม" ซึ่งมาจาก ส+ภาว+ธมฺม แปลตรงตัวว่า สิ่งที่มีภาวะของมันเอง