ความหมาย ฌาน สั้นๆ
235 หัวข้อล่างเขาอ้างอิงฌาน  

- ความหมายของ ฌาน

  ผู้เริ่มศึกษาพึงทราบว่า คำว่า ฌาน ๔ ตามปกติหมายถึง รูปฌาน ๔ ดังนั้น จะพูดว่าฌาน ๔ หรือ รูปฌาน ๔ ก็มีความหมายเท่ากัน; อนึ่ง ไม่พึงสับสนฌาน ๔ กับฌาน ๕ เพราะฌาน ๕ ก็คือฌาน ๔ นั่นเอง เป็นแต่ขยายละเอียดออกไปตามแนวอภิธรรม และฌานที่ ๕ ตามแนวอภิธรรมนั้น ก็ตรงกับฌานที่ ๔ ในที่นี้นั่นเอง  (ฌานที่แยกเป็น ๔ เรียกว่าฌานจตุกกนัย เป็นแบบหลักที่พบทั่วไปในพระสูตร ส่วนฌานที่แยกขยายออกเป็น ๕ ตามแนวอภิธรรม เรียกว่า ฌานปัญจกนัย)
 
  ฌาน ๔ นี้ควรจะกล่าวถึงในบทว่าด้วยมรรค   ตอนสัมมาสมาธิ   ในภาคปฏิบัติข้างหน้า  แต่เมื่อเอ่ยถึงในที่นี้แล้ว  ก็ควรทำความเข้าใจเล็กน้อย
 
  “ฌาน”  แปลว่า  เพ่ง  หมายถึง  ภาวะจิตที่เพ่งอารมณ์จนแน่วแน่   ได้แก่  ภาวะจิตที่มีสมาธินั่นเอง  แต่สมาธินั้นมีความประณีตสนิทชัดเจนผ่องใส และมีกำลังมากน้อยต่างๆ กัน แยกได้เป็นหลายระดับ  ความต่างของระดับนั้น  กำหนดด้วยคุณสมบัติของจิตที่เป็นองค์ประกอบร่วมของสมาธิในขณะนั้นๆ องค์ประกอบเหล่านี้ ได้แก่ วิตก  (การจรดจิตลงในอารมณ์)  วิจาร  (การที่จิตเคล้าอยู่กับอารมณ์)  ปีติ  (ความอิ่มใจ)  สุข  อุเบกขา  (ความมีใจเป็นกลาง) และ เอกัคคตา (ภาวะที่จิตมีอารมณ์แน่วแน่เป็นหนึ่งเดียว คือตัวสมาธินั่นเอง)
 
  ฌานที่มีรูปธรรมเป็นอารมณ์  (รูปฌาน) ท่านนิยมแบ่งออกเป็น ๔ ระดับ มีองค์ประกอบที่ใช้กำหนดระดับ ดังนี้
 
  ๑. ปฐมฌาน  (ฌานที่ ๑) มีองค์ ๕ คือ วิตก วิจาร ปีติ สุข เอกัคคตา
 
  ๒. ทุติยฌาน  (ฌานที่ ๒) มีองค์ ๓ คือ ปีติ สุข เอกัคคตา
 
  ๓. ตติยฌาน  (ฌานที่ ๓) มีองค์ ๒ คือ สุข เอกัคคตา
 
  ๔. จตุตถฌาน  (ฌานที่ ๔) มีองค์ ๒ คือ อุเบกขา เอกัคคตา
 
  ฌานที่สูงขึ้นไปกว่านี้  คือ  อรูปฌาน ก็มีองค์ ๒ คือ อุเบกขา และเอกัคคตา เหมือนจตุตถฌาน แต่กำหนดอรูปธรรมเป็นอารมณ์ และมีความประณีตยิ่งขึ้นไปโดยลำดับ  ตามอารมณ์ที่กำหนด อรูปฌาน ๔ แต่ละข้อ   (ตรงกับวิโมกข์ข้อ ๔ ถึง ๗)
 
  ฌาน  อาจใช้ในความหมายอย่างหลวมๆ โดยแปลว่า เพ่ง พินิจ ครุ่นคิด เอาใจจดจ่อ ก็ได้ และอาจใช้ในแง่ที่ไม่ดี  เป็นฌานที่พระพุทธเจ้าทรงตำหนิ   เช่น   เก็บเอากามราคะ พยาบาท ความหดหู่ ความกลัดกลุ้มวุ่นวายใจ  ความลังเลสงสัย  (นิวรณ์ ๕) ไว้ในใจ  ถูกอกุศลธรรมเหล่านั้นกลุ้มรุมใจ เฝ้าแต่ครุ่นคิดอยู่  ก็เรียกว่าฌานเหมือนกัน  (ม.อุ. ๑๔/๑๑๗/๙๘) หรือ กิริยาของสัตว์ เช่น นกเค้าแมวจ้องจับหนู  สุนัขจิ้งจอกจ้องหาปลา  เป็นต้น ก็เรียกว่าฌาน  (ใช้ในรูปกริยาศัพท์ เช่น ม.มู. ๑๒/๕๖๐/๖๐๔)
 
  บางทีก็นำมาใช้แสดงความหมายด้านวิปัสสนาด้วย  โดยแปลว่า  เพ่งพินิจ หรือ คิดพิจารณา ในอรรถกถาบางแห่งจึงแบ่งฌานออกเป็น ๒ จำพวก คือ การเพ่งอารมณ์ตามแบบของสมถะ เรียกว่า อารัมมณูปนิชฌาน  (ได้แก่ ฌานสมาบัตินั่นเอง)  การเพ่งพิจารณาให้เห็นไตรลักษณ์ ตามแบบวิปัสสนา หรือวิปัสสนานั่นเอง เรียกว่า ลักขณูปนิชฌาน   (ในกรณีนี้ แม้แต่มรรคผล ก็เรียกว่าฌานได้  เพราะแปลว่าเผากิเลส บ้าง  เพ่งลักษณะที่เป็นสุญญตาของนิพพาน บ้าง) (ดู องฺ.อ.๑/๕๓๖; ฯลฯ )
 
 



Create Date : 16 กันยายน 2567
Last Update : 26 เมษายน 2569 8:15:40 น.
Counter : 307 Pageviews.

0 comments
008 สัมมาสมาธิ มิจฉาสมาธิ ต่างกันอย่างไร นมสิการ
(25 ก.ย. 2569 08:20:48 น.)
: บุปผาแห่งปรมัตถ์ 6 : กะว่าก๋า
(25 ก.ย. 2569 04:38:39 น.)
: บุปผาแห่งปรมัตถ์ 5 : กะว่าก๋า
(24 ก.ย. 2569 04:55:14 น.)
: บุปผาแห่งปรมัตถ์ 3 : กะว่าก๋า
(22 ก.ย. 2569 04:51:07 น.)
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Samathijit.BlogGang.com

BlogGang Popular Award#22



สมาชิกหมายเลข 6393385
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]

บทความทั้งหมด