
ถูกทาง ไม่ใช่ผิดทาง แต่ขาดการกำหนดรู้ตามที่มันเป็น
- เราเคยนั่งสมาธิ แล้วเห็นมิติจิตปรุงแต่งเราก็มองๆไม่สนใจ บางทีเราลอง
มองพิจารณาแต่เหมือนเราจะตกเข้าไปในภวังค์นั้น เราเลยรู้สึก
กลัวเหมือนจะดูดเราเข้าไป
* บางทีเราก็นั่งกำหนดไปเรื่อยๆ แต่จิตเรามีมิติมี
ภาพนู่นภาพนี่ขึ้นมาเรื่อยๆ
เราสงสัยทั้งที่เราสลัดแล้วแต่ทำไมถึงเห็นอีก เช่น
แสงสว่างจ้าเสร็จก็มืดหมดละมีจุดสีน้ำเงิน กระจายๆ บางทีก็รู้สึกมึนๆหัวเหมือนย้อนไปไหนไม่รู้
บางทีก็ปวดขมับ เราพยายามไม่ไปโฟกัสที่ขมับ ปล่อยจอยให้สบาย แต่มันก็
คิดตึงๆเป็นเองเฉยเลย และบางทีลามไปหลังหัว แรกเคย
ได้ยินเสียง หลังๆมานั่งสมาธิได้เป็น
กลิ่น แรก
เสียงเหมือนคนเรียกชื่อ เสียงคนคุยข้างหูน่ากลัวเหมือนเสียงมารเลย ช่วงแรกๆที่ฝึก ตอนนี้เราปฏิบัติไม่ต่อเนื่อง แต่เรากำลังไปปฏิบัติให้ต่อเนื่องแล้วค่ะ บางทีอาจมีบททดสอบความอดทนเราอยู่ค่ะ เราว่าบารมีเรายัง 50/50
* สิ่งที่เรา
คิดตอนนี้เรา
อยากรวยมากๆ และ
เอาเงินไปทำบุญสร้างวัดวาอาราม ถวายข้าวถวายน้ำ เลี้ยงพระภิกษุ ทำทาน สร้างกำแพงวัด สร้างโบสถ์ กวาดวัด ทำความสะอาดวัด นั่งมาธิ สวดมนต์ ทำไปเรื่อยๆและอยาก
รักษาศีลให้บริสุทธิ์มากกว่านี้
ไม่อยากพบปะคนอยากปลีกวิเวก และรู้สึกไม่อยากอยู่บนโลกนานค่ะ
อยากทำสิ่งนี้และก็ไม่อยากใช้ชีวิตบนโลกมนุษย์นาน
อยากสละแล้วไปอยู่อีกที่นึง ส่วนตัวเราคิดแบบนี้ดีไม่ดีคะ แต่เราก็ไม่แน่ใจยังไงรู้แค่ว่ายังไม่จบกิจและยังไม่อยากให้เวลาหมด และพอคิดว่ามีบารมีมากพอแล้ว อยากจะละสังขารนี้ ง่ายๆคือเราก็ไม่รู้ว่าความคิดนี้คืออะไร
การนั่งสมาธิ/ความคิดของเรา - Pantip
โยคีร้อยเกือบทั้งร้อยสอบตกข้อการกำหนดรู้ตามสภาวธรรม คือ กำหนดรู้ตามที่มันเป็น ทีนี้มันก็ติดคิดวนที่ตรงสภาวะที่เกิดๆดับๆ วนลูปไปมาๆ ทำนองพายเรือในอ่าง
อนึ่ง ผู้ที่ภาวนามัยมาถึงแถวๆนี้กุศลจิตเกิด อกุศลจิตระงับไป จะใจบุญสุนทาน ซาบซึ้งสิ่งดีงามได้ง่าย

ให้ดูตัวอย่างหนึ่ง

-> ทำยังไงดีคะ ทำไมถึงรู้สึกว่า ตัวเองทำไมมันสกปรกจังเลย ใจเราก็สกปรกปะปนไปด้วยกิเลสต่างๆ รู้สึกว่า ตัวเองเป็นคนบาปหนามากๆ ทั้งๆ ที่ก็ไม่ปรารถนาทำบาปทำชั่ว มีรักมีห่วงมีหวงมีหึง
ไม่โลภไม่อยากได้ของๆใคร มีโกรธบ้าง แต่ก็ไม่แค้นหรือคิดอาฆาตใคร (โกรธแป๊บๆ) ไม่ถึงกับหลงหรือมัวเมามาก..ข้อนี้ไม่กล้าจะฟันธงแต่จะใช้สติพิจารณาเพื่อไม่ให้หลงหรือมัวเมา และก็มีพรหมวิหาร 4 อยู่กับตัว
ทุกครั้งที่
เกิดความรู้สึกเหล่านี้ขึ้น จะรู้สึกหดหู่ใจ รู้สึกอึดอัดขัดจิตไปหมดเลยค่ะ นึกรู้ขึ้นมาทีไรแล้ว
รู้สึกคลื่นไส้ บางทีก็
นั่งร้องไห้แบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยเฉยเลย (เวลาร้องไห้ด้วยอารมณ์แบบนี้
จะร้องไปคิดถึงพระพุทธเจ้าไป เพราะรู้สึกเป็นทุกข์ใจ และสับสนไม่รู้ว่าคืออะไร ? และต้องทำอย่างไร?)
อารมณ์แบบนี้ จะขึ้นมาเป็นพักๆค่ะ ไม่ได้เกิดขึ้นตลอด จนทำให้เกิดอาการสับสน ทำอะไรไม่ถูก หาทางออกให้กับอารมณ์ใจของตัวเองไม่ได้ รู้แต่โดย
ปกติจะนึกถึงความตายไว้กับตัวตลอด
หลังๆจะ
ฝึกการภาวนานึกถึงพระนิพพานอยู่บ่อยๆ เพราะภาวนานึกถึงพระนิพพานแล้วจะรู้สึกสงบเย็น (มีบ้างอยู่บ่อยๆที่ลืมภาวนา พอนึกได้ก็จะภาวนา แต่เรื่องความตายจะนึกอยู่ตลอด แล้วก็
ตั้งใจจะถือศีล 5 ตลอดชีวิตมาตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาน่ะค่ะ)
ใคร่ขอคำแนะนำจากผู้รู้ค่ะ ว่า
เมื่อความรู้สึกเหล่านี้เกิดจนทำให้เรา
รู้สึกอึดอัดไม่สบายกายไม่สบายใจไปหมด ควรทำอย่างไรดีคะ สิ่งที่เกิดนั้นคืออะไร ทำไมถึงทำให้มีความรู้สึกแบบนี้

มันยังไม่พอดี ต้องเดินต่อไปอีก (ถึงสังขารุเปกขาญาณ) เดินต่อด้วยการกำหนดสภาวธรรมที่เกิดทุกๆขณะไป เป็นอย่างไร รู้สึกอย่างไร กำหนดอย่างนั้น