ที่ถาม
> พระสงฆ์บางองค์ที่ท่านอาจจะผ่านการภาวนามาจนเชี่ยวชาญและมีฤทธิ์มีคุณวิเศษเกิดขึ้น
ท่านจะทราบได้อย่างไรครับว่าสิ่งที่ไปรู้ไปเห็นมานั้นเป็นของจริง หรือแม้แต่หัวข้อธรรมที่ผุดระลึกขึ้นได้เองนั้นถูกต้อง
ท่านอาจจะบอกว่าท่านมีครูบาอาจารย์ มีสายปฏิบัติเดียวกัน ที่มาช่วยยืนยันว่าที่ไปรู้ไปเห็นมานั้นตรงกัน เห็นเหมือนกัน
แต่ก็สงสัยอีก ว่าจะทราบได้ยังไงว่าท่านเหล่านั้นไม่ได้กำลังสร้างนิมิตสะกดจิตกันเอง
รู้เห็นตรงกัน แต่เป็นมิจฉาทิฏฐิกันทั้งศิษย์และอาจารย์
ก็ในเมื่อสายพระอุปัชฌาจารย์ที่สั่งสอนนั้นไม่มีทางสืบย้อนไปถึงพระอรหันต์ครั้งพุทธกาลได้แล้ว
บรรดาอาจารย์ที่เป็นสัทธรรมปฏิรูปในประวัติศาสตร์ก็มีเยอะแยะ แถมบางท่านก็มีฤทธิ์ด้วย
พระเกจิบางท่านถึงกับบอกว่าในสมาธินั้นได้พบกับพระพุทธเจ้า พบกับพระอัครสาวก มาช่วยแสดงธรรม
แต่เรื่องนี้ก็ทำให้เกิดข้อสงสัยมากมาย หาข้อสรุปไม่ได้อีกนั่นแหละ
ประเด็นนี้เท่ากับเน้นถึงความจำเป็นในการศึกษาพระปริยัติธรรมหรือเปล่าครับ ถึงจะปฏิบัติหนักแค่ไหนก็เลี่ยงไม่ได้ที่ต้องอ่านพระไตรปิฎก
บรรดาสายพระกรรมฐานที่มีฤทธิ์ ท่านทราบได้อย่างไรครับว่าไม่ได้กำลังสะกดจิตกันเอง - Pantip
มีตัวอย่างเทียบหน่อย
ความคิดเห็นที่ 39>ฯลฯ ไปก็ไม่ได้เคร่งเครียดอะไรในการฝึก ทำไปตามปกติสบายสบาย จนมันผิดปกติถึงได้พยายามแก้ไขเอง นี่เองจุดหักเข้าสู่ความตาย
พอ
เห็นอาการทางกายหายไป แล้วดิฉัน
เริ่มหลงเพราะเห็นพระที่ดิฉันนับถือที่สุดในชีวิต
เอาพระองค์เล็กๆใส่มาในตัวเรา ต่อจากนั้น ก็
รู้สึกไปว่าติดต่อทางจิตกับท่านตลอดเวลา ... เจอมุขนี้ มือใหม่จะรับมือไหวได้ยังไง
PANTIP.COM : Y9785609 ประสบการณ์จากการฝึกสมาธิ []
ไม่ใช่ฤทธิ์ไม่ใช่เริ้ดอันใดดอก มันเป็นกิเลส (วิปัสสนูปกิเลส,
ธัมมุทธัจจ์ ตื่นธรรม ฟุ้งซ่านธรรม)
ถ้าจิตยังมีกิเลสห่อหุ้มอยู่ล่ะก็มันเห็นสารพัดสารพันสารหมื่นแหละ หากผู้ปฏิบัติไปติดไปหลงภาพ (มโนภาพ)
เสียหาย เพี้ยนไปเยอะแล้ว BlogGang.com : : สมาชิกหมายเลข 6393385 : วิปัสสนูปกิเลส, ปีติ
จขกท. อีก คห.หนึ่ง
ความคิดเห็นที่ 19> .. แต่ไม่ได้เห็นคนมาคุยด้วย เคยเห็นแค่ธง นกบินไปมาตอนที่คิดว่าเรากำลังรับข่าวสารตอบโต้ไปมานานเลย ส่วนใหญ่จะเห็นอะไรที่ดีๆไม่น่ากลัวค่ะ แต่มีเสียงคนมาคุยด้วยตลอด หลายคน พลัดกันไปมา เป็นอยู่หลายอาทิตย์จนเขาต้องพาไปโรงพยาบาล
ตอนนี้หายไปหมดแล้วค่ะ เพียงแต่ยังมีเสียงมาจากใจแต่เหมือนเป็นคนอื่นพูดเท่านั้น ดิฉันคิดว่ามันคงเป็นจิตเราเอง แค่แปลกใจทำไมพูดเหมือนเป็นคนอื่น แสดงว่ามันผิดปกติ แสดงว่ายังเป็น แสดงว่ายังต้องพึ่งยา
- ผู้ร่วมสนทนา
ความคิดเห็นที่ 24>ไม่รู้เหมือนกับพี่สาวของสามีดิฉันหรือเปล่านะคะ
พี่สาวของสามีดิฉันเริ่มปฎิบัติธรรมตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 40 ปี (ตอนนี้ 65 ปี) ปฎิบัติไปปฎิบัติมา เกิดอาการแบบที่คุณเป็นนั่นแหละค่ะ คือหูแว่ว นั่งอยู่ก็มีคนมาคุยด้วย บอกว่ามีครูบาอาจาย์มาสอนกรรมฐานอะไรอย่างเนี้ยค่ะ จนหลัง ๆ เป็นมาก ๆ เข้า อยู่แต่ในห้อง ไม่ออกมากินข้าว บอกว่าเค้าไม่ให้กินข้าว ให้กินแต่ผลไม้ ไม่หลับไม่นอน นั่งยิ้มอยู่ตลอด บอกว่าเค้ามาคุยด้วย .... จนญาติต้องส่ง รพ. บ้านสมเด็จฯ และโรคที่ว่านี้คือ "จิตเภท" อาการคือหูแว่วนั่นเอง รักษาแล้วก็กินยาอยู่ตลอด บางทีห่างยา ก็อาการกำเริบ คือสรุปแล้วว่า...ถ้าเป็นโรคนี้แล้ว ต้องกินยาตลอดชีวิต
ตอนนี้ปฎิบัติแบบรู้สึกตัวในอริยาบถต่างๆ เช่น กิน เดิน นั่ง นอน เดินจงกรมได้แต่ไม่นั่งกรรมฐาน