
ฝึกทำกับประสบการณ์ตรง

-
ภาวนามยปัญญา ปัญญาเกิดจากภาวนา คือ
การปฏิบัติบำเพ็ญ ทำให้เป็นให้มีขึ้นได้จริง โดยลงมือทำกับประสบการณ์ตรง (หมายถึงปัญญาที่พัฒนาต่อจากสุตมยปัญญา และจินตามยปัญญาสองอย่างแรกนั้น คืออาศัยปัญญาสองอย่างแรกนั้น) พัฒนาต่อไปด้วยการ
มนสิการที่ตัวสภาวะ จนเกิดปัญญา
รู้แจ้งจริงที่สำเร็จเป็นมรรคให้บรรลุผล- ตัวอย่างไหนก็ได้ ตัวอย่างนี้แล้วกัน 
- > เพิ่งปฏิบัติมาได้ไม่นานเท่าไรค่ะ แต่ว่าในบางครั้งที่
นั่งสมาธิอยู่ๆ ก็จะมี
เสียงพูดขึ้นมาสอนบ้าง หรือ
พูดประโยคบางประโยคซึ่งมั่นใจว่า ไม่ได้คิดไปเองแน่นอน (เพราะดิฉันไม่น่าจะคิดคำ พูดแบบนั้นได้แน่ๆ) และก็ไม่ได้เป็นการได้ยินจากข้างนอกนะคะ มันไม่ได้เป็นการกระทบ หรือรับรู้จากภายนอก แต่เป็นการ
ได้ยินจากข้างในค่ะ (ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี) หรือในบางครั้งที่ดิฉันนอนหลับอยู่ และตื่นขึ้นมา ก็เคยได้ยิน
จิตมันร้องเพลงขึ้นมาเองได้ ซึ่งอาการไม่ได้เหมือนเราร้องเพลงในใจนะคะ คือ แบบว่า เราไม่ได้คิดนะ แต่จิตมันร้องออกมาเองได้ ซึ่งเป็นเพลงที่เราไม่รู้จัก ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย (เป็นเพลงธรรมะ) รบกวนผู้รู้อธิบายด้วยคะ ดิฉันพยายามอธิบายเพื่อให้เข้าใจที่สุดแต่ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี ขอบคุณค่ะ
นั่น
ประสบการณ์ตรง ไม่เพ้อฝันเลื่อนลอย ไม่พูดเอาแต่ได้ แต่ต้องผ่านให้ได้ ผู้ที่ผ่านได้คือผู้ชนะตนเอง - วิธีแก้ก็ไม่มีอะไรมากมาย เพียงกำหนดรู้ตามที่มันเป็นทุกครั้งทุกขณะ รู้สึกยังไง เป็นยังไง กำหนดยังงั้น
จิตท่านเปรียบเหมือนมายากล นี่หลุดจากปัจจุบันอารมณ์
หลงไปไกล- เกิดสภาวะ
จิตหดเล็กลงแล้วพุ่งออกไปผ่านรู สว่างไสวเป็นสายยาวดังรูป ลักษณะคล้าย “รูหนอน”
-> นักปฏิบัติหลายท่าน เมื่อเจริญกรรมฐานจนจิตสงบ เมื่อปีติ สุข ลมหายใจ กายและความคิดดับสนิท เหลือแต่ ผู้รู้และจิตตั้งมั่น เกิดสภาวะ จิตหดเล็กลงแล้วพุ่งออกไปผ่านรู สว่างไสวเป็นสายยาวดังรูป ลักษณะคล้าย “รูหนอน” (ที่เรียก “รูหนอน” เพราะไม่รู้จะเอาสมมุติบัญญัติใดมาอธิบายสภาวะธรรมนั้น)
บางท่านจิตพุ่งไปไม่สุด “รูหนอน” ก็ถอนจิตกลับมาแต่เมื่อท่านไปจนสุด “รูหนอน” จะพบความว่างที่ไร้สมมุติบัญญัติ ความว่างที่สว่างไสวเกิดจากจิตผสมผสานไปความว่างนั้น เหมือนร่องรอยกลางอวกาศความว่าง ไร้ทิศ ไร้ทาง ไร้กาลเวลา ไม่สัมผัสถึงความรู้สึกทางกาย ลมหายใจ ความคิดใดๆ มีแต่สภาวะรู้และปัญญาสว่างไสวเกิดขึ้นเท่านั้น
เกิดสภาวะ จิตหดเล็กลงแล้วพุ่งออกไปผ่านรู สว่างไสวเป็นสายยาวดังรูป ลักษณะคล้าย “รูหนอน” - Pantip- ปล่อยเขา

แต่ถ้าใครนอกนี้ปฏิบัติถึงทำนองนี้ พึงกำหนดอารมณ์ตามที่เห็น ตามทีได้ยิน ตามที่คิด เห็นยังไง ได้ยินยังไง คิดยังไง กำหนดยังงั้นๆ ถ้าไม่กำหนดได้กู่ไม่กลับ แก้ไขก็ยาก
- มีตัวอย่างเทียบ จขกท. modran
PANTIP.COM : Y9785609 ประสบการณ์จากการฝึกสมาธิ []
ฉายภาพ คคห. 6

ให้ดู นี่เขาครบเครื่อง
- >ตอนแรกดิฉัน
มีอาการผิดปกติทางกายแล้วไปถามผู้สอน แล้วได้คำตอบที่ไม่สมเหตุผลมากเลยจึงขาดความไว้ใจในตัวผู้สอน
คราวนี้
พอเกิดอย่างอื่นตามมาก็ไม่ได้ถามอีกต่อมาทั้ง
ตาฝาด หูแว่ว ได้ยินอะไรแบบพิเศษจากปกติก็
คิดว่าตัวเองวิเศษ ไม่ไปถามผู้ฝึกสอนอีกเพราะขาดความไว้วางใจ
แถมหลงในสิ่งลวงนั้นแล้วด้วย
เป็น
หนักจนต้องไปอยู่โรงพยาบาล และก็
รักษาจนรู้ตัวและเข้าใจแล้วว่าเป็นเรื่องไม่จริงแต่ยัง
มีอาการอย่างนึงที่ยังไม่หายคือใจแว่ว (ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรดีค่ะ เพราะมันคลายหูแว่วแต่
เสียงเหมือนมีคนอื่นพูดมาจากใจเรา) กินยาตามหมอสั่งมาก็หลายเดือนก็ยังไม่หาย ยังงงอยู่ว่าเป็นไปได้อย่างไร
เสียงที่ได้ยินบอกว่าไม่หายหรอกต้องเป็นคนจิตผิดปกติไปตลอดบ้างละ
ต้องไปฝึกสมาธิต่อให้หายบ้างละ ฟังไปก็งงไปเรื่อยค่ะ เข้าใจว่ามันเป็นอาการจิตเภทแบบที่หมอบอก แต่ไม่รู้ว่าต้องเดินทางไปสุด
วิธีรักษาแบบคนเป็นโรคจิต หรือควรกลับมาทาง
ทำสมาธิแทน
แต่กลัวตอนที่
ร่างกายผิดปกติ กลัวเป็นอีกแล้วจะไม่หายคราวนี้
ปีติที่เกิดทางกายดังกล่าว คคห. 8 
-> แล้ว
อาการทางกายล่ะคะ คุณเคยได้ยินว่ามีคนผิดปกติ
ทางกายจากการฝึกสมาธิแล้วไม่หายไหมคะ เพราะมันเป็นเหตุนึงที่ดิฉันกลัว จึงไม่กล้าทำอีก เพราะตอนที่เป็นนั้น
เหมือนมีคนมาจับหน้าเราบิดแรงๆไปมาตลอดเวลา ตอน
ออกจากสมาธิก็ยังเป็น
ตอนนั้นค่อนข้างหวั่นใจ แต่ก็อดทนนั่งจนหายไป ใช้เวลาช่วงนั้นราวสองวันค่ะ
กลัวว่าคราวนี้ทำอีกแล้วเกิดมันเป็นอีก แล้วไม่หายจะแย่ ....
(หากเรื่องที่เขาพูดกันว่าหมดวาสนาทางนี้เป็นเรื่องจริง เพราะมีคนพูดใส่เราแบบนั้นเช่นกัน แต่
ดิฉันเองไม่อยากจะเชื่อ ผลของทุกอย่างย่อมเกิดจากเหตุ แต่
ดิฉันไม่รู้ว่าเหตุใด ร่างกายเราเกิดอาการผิดปกติเช่นนั้นจากการทำสมาธิ แล้วจะไปป้องกันหรือเลี่ยงมันได้อย่างไร )