ปฎิบัติธรรมเอง แล้วทุกอย่างเปลี่ยนไป



235 ปัญหาเขามีอยู่ว่า  450


> เริ่มปฎิบัติธรรมเอง แล้วทุกอย่างเปลี่ยนไปเพราะอะไรคะ ?

   คืออยากขอความเห็นจากผู้ที่ปฎิบัติธรรมและผู้รู้ในด้านธรรมะค่ะ เกริ่นก่อนว่าประมาณสองอาทิตย์กว่าๆมานี้  เราเริ่มศึกษาธรรมเองที่บ้านค่ะ เริ่มจากเรียนรู้จากการฟังเทศน์  แล้วก็หาความรู้พวกอริยสัจสี่ ขันธ์ห้า   เพราะตอนแรกแค่รู้แบบได้ยินผ่านๆน่ะค่ะ   เลยลองหาอ่านดูว่าจริงๆแล้วหมายความว่าอะไร ละก็สวดมนต์ แรกๆขี้เกียจค่ะ สวดแค่ตอนเย็น พอทำเรื่อยๆ เริ่มสวดมนต์ตอนเช้า พยายามนั่งสมาธิ แต่ก็นั่งได้ไม่เกิน 10 นาทีเลย   นี่คือมากสุดแล้วนะคะ เลยไม่ค่อยอยากนั่งเท่าไหร่

เข้าเรื่องเลยก็คือ   การที่มองทุกสิ่งรอบตัวเปลี่ยนไป   มันอธิบายยากค่ะว่ารู้สึกยังไง แต่มันเหมือนว่าโลกนี้มันไม่จริง  ทุกสิ่งที่เราเห็น   เราเห็นแต่ว่ามันทุกข์อ่ะค่ะ   เห็นว่ามันจะต้องดับลง  มันจะจบและเกิดวนเวียนไปไม่สิ้นสุด   จนมันหดหู่ไปหมด   อธิบายไม่ถูกแต่มันเหมือนบางอย่างข้างในมันผลักและดึงกันอยู่ว่าอะไรจริงไม่จริง   ทุกอย่างมันสับสน   จากคนเล่นโซเชียลก็คือแทบจะเลิกเลยค่ะ มันไม่อินแล้ว เพลงและหนังที่ติดดูติดฟังมันทำแบบเดิมไม่ได้แล้วค่ะ มันมีเสียงในหัวบอกตลอดว่ามันไม่จริง   มันจะจบลงตลอดเลย   จนเราคิดว่างั้นเราจะทำมันไปทำไม  มีประโยชน์อะไร แล้วเราจะต้องจากคนที่เรารักแบบไม่มีวันได้เจออีก   ต้องไปเกิดอีกหรอถ้าตาย ไม่อยากเกิดแล้ว ไม่อยากทุกข์อีกแล้ว อะไรทำนองนี้ค่ะ

ตอนนี้ทุกเช้าตื่นมา บางอย่างมันบอกตลอดว่านี่ไม่ใช่ที่ของเรา เรามาทำอะไรที่นี่ตลอดเลย มันเปลี่ยนไปจนสับสน ว่าแล้วอะไรจริงล่ะ ที่อยู่ตอนนี้คืออะไร เหมือนสมองมันตามไม่ทัน จนเราเกิดกลัวขึ้นมาว่าเราปฎิบัติผิดหรือเปล่า บางทีมันถาโถมเข้ามาจนเราต้องพยายามตั้งสติ แบบว่าพอแล้ว ไม่อยากรู้แล้ว อยากบอกใครอยากปรึกษาใครก็ไม่มีเลย ที่บ้านก็ไม่มีใครเข้าใจเลยค่ะ เราเลยบอกว่าหรือหนูจะสติแตกไปแล้ว พี่สาวเลยบอกให้ไปตีป้อม(เล่นเกมส์)แบบเดิม รีแล็กซ์บ้าง แต่ความรู้สึกมันเปลี่ยนไปแล้วค่ะ เรากลับไปทำ ไปมอง ไปรับรู้โลกแบบเดิมไม่ได้แล้ว มันเป็นเพราะอะไรคะ? ขอบคุณสำหรับคำตอบล่วงหน้านะคะ ขอคำแนะนำในการปฎิบัติต่อไปด้วยจะเป็นพระคุณมากเลยค่ะ ขอบคุณค่ะ


https://pantip.com/topic/41871590


235  ก่อนหน้าโน้น จิตใจยังโน้มน้อมเอนเอียงตามสภาพแวดล้อมที่เห็น ได้ยิน เป็นต้น  ความคิดความรู้สึกประมาณนั้นจึงยังไม่เกิด   แต่บัดนี้  เหมือนเราอยู่บนทางใหม่  ซึ่งเป็นธรรมดาของผู้เริ่มเดิน  จะรู้สึกสับสนดังว่า   

    ต้องพัฒนาจิตไปอีก  ไปๆให้ถึงจุดลงตัว  ที่ 450 

     ๘. สังขารุเปกขาญาณ     ญาณอันเป็นไปโดยความเป็นกลางต่อสังขาร คือ เมื่อพิจารณาสังขารทั้งหลายต่อไป  ย่อมเกิดความรู้เห็นสภาวะของสังขารตามเป็นจริงว่า  มันก็เป็นอยู่เป็นไปของมันอย่างนั้นเป็นธรรมดา หรือ เป็นธรรมดาของมันอย่างนั้นเอง   จึงวางใจเป็นกลางทำเฉยได้  ไม่ยินดียินร้าย  ไม่ขัดใจติดใจในสังขารทั้งหลาย 

     ศึกษาพัฒนาการทางจิตที่วิปัสสนาญาณ ๙ ตั้งแต่ขึ้นเดินบนเส้นทางทางธรรม จนถึงจุดลงตัว 

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=samathijit&month=06-04-2021&group=1&gblog=12


   วิธีการพัฒนาจิตต่อ ก็คือไม่จมแช่อยู่กับความคิดความรู้สึกดังว่ามานั้น  คือรู้แล้วปล่อย  กำหนดรู้แล้วปล่อย  รู้หนอๆๆๆ แล้วปล่อย ไม่จมไม่แช่อยู่กับความคิดขณะนั้นๆ  รู้หนอๆๆๆ แล้วปล่อย  ในขณะนั้นเราทำงานอะไรอยู่   ดึงความคิดมารับรู้อยู่กับงานที่ทำสะ  กำลังรีดผ้าอยู่   ก็ใช้งานรีดผ้าเป็นที่ทำงานของจิต ให้จิตรับรู้งานที่กำลังทำ ดังนี้เป็นตัวอย่าง  


การปฏิบัติที่ลงลึกถึงพื้นจิตใจนี้   ทางพระพุทธศาสนาท่านว่า  เปลี่ยนจิตใจของโจรให้เป็นอริยบุคคลได้  ดังองคุลิมาลเป็นตัวอย่าง   เปลี่ยนบุคคลิกภาพใหม่  เปลี่ยนมุมมองโลกและชีวิตใหม่


235 มีตัวอย่างเทียบเคียง 450 ระดับเริ่มต้นเหมือนกัน 


> แฟนเป็นคนที่เสเพลมาก กินเหล้า แบบว่าไม่ได้เรื่องน่ะค่ะ  แต่มีหมอดูหลายท่านทักว่าถ้าแฟนได้ศึกษาธรรมะอย่างจริงจังจะบวชไม่สึกตลอดชีวิต   ตอนแรกดิฉันคบกับแฟนก็ไม่ทราบหรอกนะคะว่ามีหมอดูเคยทักไว้กับพ่อแม่แฟน

ดิฉันเป็นคนชอบทำบุญทำทาน  นั่งสมาธิและสวดมนต์   แฟนก็ทำตามดิฉันเพราะดิฉันบังคับแรกๆ เมื่อไม่กี่วันนี้ พาแฟนไปนั่งสมาธิมา (แบบยุบหนอพองหนอ) แค่ไม่กี่ชั่วโมง แฟนดิฉันก็ผิดปกติไปค่ะ

เค้าตื่นมาจากสมาธิ  เค้าถามดิฉันว่า  รู้สึกถึงลมหายใจที่ชัดเห็นเค้ารู้สึกว่าส่วนท้องเค้ามันยุบลงไปแค่ไหนอย่างไรเวลาหายใจเข้าออก เวลาเดินจงกรม เค้ารู้สึกถึงเท้าที่ย่ำลงพื้นว่าส่วนไหนที่กระทบพื้นชัดเจน

เค้าถามดิฉันว่ามันคืออะไร  ดิฉันได้แต่นั่ง ไม่เคยเป็นแบบนี้เลยค่ะ

กลับมาจากวัดเค้าพูดว่า  เค้าสดชื่น  จับพวงมาลัยรถรู้ว่า มือเค้าจับพวงมาลัย  รู้สึกชัดเจนมากๆ มีสติ   เค้าบอกเค้าเข้าใจถึงคำว่า ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานว่ามันมีจริงๆ เหมือนคนใส่เเว่นมัวๆมาแล้วเช็ดจนมันใสชัดเจน

เค้าพูดแต่เรื่องนั่งสมาธิ กลับมาเค้าไม่ดื่มเหล้า สวดมนต์ นั่งสมาธิ ยิ้ม ใจเย็นและดูจะอิ่มบุญมากมาหลายวันแล้วค่ะ

ดิฉันดีใจค่ะที่เค้าเป็นแบบนี้  เค้าบอกเค้ากลัวที่ไปสูบบุหรี่ หรือกินเหล้าอีก  ความรู้สึกแบบนี้จะหายไป

เค้ากำลังเข้าถึงสมาธิใช่ไหมคะ   ดิฉันจะพาเค้าไปนั่งบ่อยๆเค้าจะได้เป็นคนดี

ดิฉันอยากนั่งได้แบบเค้าจังเลยค่ะ   ทำมาตั้งนานก็ยังไม่เป็นเหมือนเค้า  เค้านั่งแป๊บเดียวเองไม่เคยสนใจเรื่องนี้ด้วย

มันน่าน้อยใจนัก!!


 
 



Create Date : 15 กุมภาพันธ์ 2566
Last Update : 10 พฤษภาคม 2567 21:34:15 น.
Counter : 340 Pageviews.

0 comments
: คุณธรรมแห่งตน : กะว่าก๋า
(5 มิ.ย. 2567 05:07:19 น.)
มหาปรินิพพานสูตร ๑ ต้นกล้า อาราดิน
(2 มิ.ย. 2567 11:08:47 น.)
มหาปรินิพพานสูตร ต้นกล้า อาราดิน
(1 มิ.ย. 2567 11:37:04 น.)
มหาปทานสูตร ต้นกล้า อาราดิน
(31 พ.ค. 2567 12:19:27 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Samathijit.BlogGang.com

สมาชิกหมายเลข 6393385
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]

บทความทั้งหมด