
สงสัย ทำไม ทำไมถึงต้องเป็นเรา ?

-
นั่งสมาธิวันละ 40 นาที มา 4 เดือน ไม่เกิดอะไรขึ้นเลย
- > คือคำว่าไม่เกิดอะไรขึ้นเลย
ไม่ได้หมายถึงว่าต้องเห็นนู้นเห็นนี่นะครับ อันนั้นไม่ต้องการ แค่
ต้องการรู้สึกสงบ มั่นคง มีความสุข สุขุม มีเมตตาแค่นั้น ประเภท เห็นพระ เห็นผี ถอดจิต ไปนู้นนี่ไม่ต้องการ
การนั่งผมจะสวด นะโม 3 จบ และ
นั่งสมาธิดูลมหายใจ เข้าพุทธ ออกโธ ทำแบบมี
วันละ 40 นาที เป็นเวลา
4 เดือน นั่งทุกวัน ไม่ได้จับเวลานะครับ พอ 40 นาที
จะปวดขาเป็นเองอัตโนมัติจะเลิกนั่งตอนนั้น
ไม่รู้สึกว่าเกิดอะไรเลย เหมือนไปนั่งหลับตาเฉยๆ แสดงว่า
ผิดวิธีใช่ไหมครับ
นั่งสมาธิวันละ 40 นาที มา 4 เดือน ไม่เกิดอะไรขึ้นเลย - Pantip
การปฏิบัติทางจิต (ใช้คำพูดนี่บ้าง) เบื้องต้นที่สุด พอภาวนาไปๆ บริกรรมไปๆ (ใช้คำไหนตามสะดวก)
พุทโธๆๆ อย่างว่า พองหนอ ยุบหนอๆ หรือจะไม่ใช้คำใดๆเลย ก็ได้อีก (ตัวอย่างมี) พอจิตเริ่มนิ่งๆสงบๆหน่อยคืออยู่กับ
กรรมฐาน (ลมหายใจเข้า-ออก, ท้องพอง ท้องยุบ) เอาแล้วๆ เริ่มเห็นนั่นเห็นนี่ เห็นสภาวะนั่นนี่ เช่น ลมหายใจหายไปบ้าง ตัวพองตัวลีบ ตัวโยกตัวสั่น เป็นต้น บ้าง
นั่นคือคำตอบ จขกท. จิตยังฟุ้งเยอะ มันยังไม่สงบนั่นเอง
ที่ว่า
นั่งสมาธิวันละ ๔๐ นาที ๔ เดือนแล้ว มันไม่ได้มากมายอะไรเลย ติ๊ดเดียวเอง ที่เหลือคนเรามักปล่อยจิตปล่อยใจไปตามเรื่องตามอารมณ์ เหมือนเอาเกลือเม็ดหนึ่งใส่ในแท้งค์น้ำ แล้วเราตักน้ำมาดื่มทำไมมันไม่เค็มล่ะ

การฝึกจิตเขาต้องปรับเวลาขึ้นทีละน้อยๆ เช่น สมมติตอนแรกเริ่มที่ ๓๐ นาที ทำไปสัก ๒-๓ เดือน (อย่างน้อยวันละ ๕-๖ ชม. ยามใช้ชีวิตประจำวันก็ใช้สิ่งที่ทำ ณ ขณะนั้นๆ เป็นอารมณ์ของจิต คือเป็นกรรมฐาน) ก็ปรับขึ้นอีก ๑๐ นาที เป็น ๔๐ นาที ดังนี้เป็นต้น


สังเกตวิธีทำสมาธิตัวอย่างนี้

> นี่เป็นครั้งแรกของผมในเวปบอร์ดนี้ ถ้าอย่างไรขอความกรุณาด้วยนะครับ :)
ตอนนี้ผมอยู่ที่ญี่ปุ่นครับ ก่อนหน้านี้ไม่เคยปฏิบัติธรรมจริงๆจังๆเลย จนกระทั่งไม่นานมานี้ วาสนาพาให้ได้พบกับพระสงฆ์ไทยรูปหนึ่งที่ญี่ปุ่นนี่ ทราบว่าท่านน่าจะมาโปรดสัตว์
ผมได้ถามท่านว่า ทำอย่างไรจึงจะพ้นทุกข์ ท่านก็ไม่ตอบอะไร ยื่นหนังสือของท่านให้สามเล่ม เป็นหนังสือเกี่ยวกับการปฏิบัติตามแนวทางในอานาปานสติสูตร แล้วผมก็กราบลาท่านมา
หลังจากได้หนังสือสามเล่มนั้นมาแล้ว ผมก็อ่านแค่เล่มแรกก่อน ใจความในเล่มแรกคือ ให้กำหนดรู้ลมหายใจให้ตลอด ในชีวิตประจำวัน จะทำกิจกรรมอะไรก็ให้กำหนดรู้ลมหายใจไปด้วย ยกเว้นเวลาขับรถ หรือเวลาอ่านหนังสือ แต่ก็ให้มีสติรู้อยู่ว่าเราทำอะไรอยู่ ท่านว่าให้กำหนดรู้ลมหายใจเสมือนว่าลมหายใจเป็นกัลยาณมิตร ให้เรายึดกัลยาณมิตรนี้ไว้
หลังจากนั้นผมก็พยายามกำหนดรู้ลมหายใจในชีวิตประจำวัน เวลาเดิน ก็รู้สึกดีครับ รู้สึกเพลินกับการยึดลมหายใจ
หลังจากนั้นมีวันหนึ่ง ผมเกิดนึกอยากนั่งสมาธิขึ้นมา ผมก็เลยนั่งสมาธิกำหนดลมหายใจ
(ก่อนหน้านี้ตอนเด็กๆ เวลาคุณครูที่รร.สั่งให้นั่งสมาธิในห้องเรียน ให้พยายามตามดูลมหายใจจะรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ น่าปวดหัวมาก แต่คาดว่าคงเป็นเพราะจากที่ได้ฝึกในชีวิตประจำวัน ทำให้ตั้งแต่นั่งครั้งนี้ก็ไม่รู้สึกเช่นนั้นอีก)ในการ
นั่งสมาธิครั้งนี้ ผมสามารถรับ
รู้ลมหายใจได้ตลอดสายเป็นเวลานาน แต่ผมก็คิดว่าเวลาจิตเราสงบมากแล้ว แต่ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ถ้ายังไงเราลองเปลี่ยนวิธีกำหนดดูดีกว่าผมเลยเปลี่ยนวิธีกำหนดในใจเป็นสมถแบบอัปปมัญญา ๔
(ที่ผมเปลี่ยนเป็นวิธีนี้เพราะก่อนหน้านี้เคยอ่านหนังสือเรื่องสมถ ๔o วิธีแล้วรู้สึกว่าเราน่าจะเหมาะกับวิธีนี้ คือเกิดความรู้สึกนี้ขึ้นเอง) แล้วกำหนดคำบริกรรมในใจแผ่เมตตาให้สัตว์ทั้งหลายไม่มีประมาณในทิศเบื้องหน้า จากนั้นก็เบื้องหลัง จากนั้นก็เบื้องบน เบื้องล่าง เบื้องซ้าย แล้วก็เบื้องขวา พอครบทุกทิศแล้ว ก็กำหนดแผ่ไปในทุกทิศพร้อมกันไม่มีประมาณ กำหนดแค่ครั้งเดียวเท่านั้น
จากนั้นผมก็รู้สึกเหมือนกายผมขยายตามที่กำหนดแผ่เมตตาไปด้วย รู้สึกว่ากายขยายไปทุกทิศ ความรู้สึกนี้มันเกิดในเวลาแค่แปปเดียว กายขยายไปทุกทิศจนรู้สึกว่ากายหายไป คือ ไม่มีกาย เวลานี้รู้สึกว่าความรู้สึกของเราเหมือนจุ่มอยู่ในปิติ
มีแต่ความสุขไปหมดจากนั้นผมก็คิดขึ้นมาว่า "
มีความสุขขนาดนี้ในโลกด้วยหรือ ความสุขนี้ดีกว่าความสุขในโลกที่เราเคยพบมาทั้งหมด โอ ความสุขนี้แค่นั่งก็ได้แล้ว คนทั้งโลก มัวแต่วุ่นวายทำอะไรกันอยู่
บางคนทำทุจริตต่างๆเพื่อหาเงินมาสนองความสุขตน ทำไปทำไมนะ มัน
เทียบกับความสุขที่เกิดจากความสงบนี้ไม่ได้เลย ความสุขนี้ไม่ต้องไขว่คว้ามาก
อยู่กับตัวเองแท้ๆ คนในโลกกลับไม่รู้"
จากนั้นผมก็สังเกตลมหายใจ ก็รู้สึกว่าลมหายใจตอนนี้ มันละเอียดมาก ถึงค่อยเข้าใจคำว่าลมหายใจหยาบลมหายใจละเอียดว่าเป็นยังไง ก่อนหน้านี้เข้าใจว่าคือลมหายใจแรงๆเบาๆซะอีก :)
ความรู้สึกจากการเกิดสมาธิครั้งแรกนี้ มันเหมือนจุ่มค้างอยู่ปิติ คือปิติเกิดค้างอยู่ แต่ไม่เห็นนิมิตอะไรทั้งสิ้นเลยนะครับ แต่รู้สึกจิตเวลานี้
ไม่มีนิวรณ์เลย คือมีความรู้พร้อมอยู่
จากนั้น ผมก็รู้สึกยินดีกับสิ่งที่เกิดขึ้น แล้ว คิดไปเรื่อยว่า "นี่คือปฐมฌานหรือเปล่านี่ ปฐมฌานเกิดกับเราหรือ" จนจิตเริ่มไม่เป็นสมาธิ เริ่มปั่นป่วน
หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงห้องข้างๆ ตะโกนเสียงดัง
(คาดว่าน่าจะดูบอล) ผมก็เลยหลุดออกมาจากสภาวะนั้น
แต่หลังจากนั้นมา ผมก็ไม่สามารถเข้าถึงสภาวะดังกล่าวได้อีกเลย คือ ทำได้มากสุด ก็แค่ทำปิติให้เกิดขึ้นแวบหนึ่งเท่านั้น
(แต่ก็สามารถทำให้เกิดได้ตลอดเวลา ตามที่ต้องการทันที) แต่ไม่สามารถทำให้เกิดค้างไว้ จนรู้สึกเหมือนจุ่มลงในปิติ แล้วมีลมหายใจละเอียดแบบครั้งแรกได้