กำหนดรู้ตามที่มันเป็น




จขกท. ไม่รู้วิธีแก้ปัญหาทางจิตทางกายในขณะปฏิบัติ  450 



เอา คคห. เด่นๆจากลิงค์ข้างล่าง มาดูกัน

ความคิดเห็นที่ 6

     ตอนแรกดิฉันมีอาการผิดปกติทางกายแล้วไปถามผู้สอน  แล้วได้คำตอบที่ไม่สมเหตุผลมากเลยจึงขาดความไว้ใจในตัวผู้สอน   คราวนี้พอเกิดอย่างอื่นตามมาก็ไม่ได้ถามอีก
ต่อมาทั้งตาฝาด หูแว่ว ได้ยินอะไรแบบพิเศษจากปกติ  ก็คิดว่าตัวเองวิเศษ ไม่ไปถามผู้ฝึกสอนอีกเพราะขาดความไว้วางใจ แถมหลงในสิ่งลวงนั้นแล้วด้วย  เป็นหนักจนต้องไปอยู่โรงพยาบาล และก็รักษาจนรู้ตัวและเข้าใจแล้วว่าเป็นเรื่องไม่จริง   แต่ยังมีอาการอย่างนึงที่ยังไม่หายคือใจแว่ว  (ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรดีค่ะเพราะมันคลายหูแว่วแต่เสียงเหมือนมีคนอื่นพูดมาจากใจเรา)   กินยาตามหมอสั่งมาก็หลายเดือนก็ยังไม่หาย   ยังงงอยู่ว่าเป็นไปได้อย่างไร  เสียงที่ได้ยินบอกว่าไม่หายหรอกต้องเป็นคนจิตผิดปกติไปตลอดบ้างละ  ต้องไปฝึกสมาธิต่อให้หายบ้างละ ฟังไปก็งงไปเรื่อยค่ะ  เข้าใจว่ามันเป็นอาการจิตเภทแบบที่หมอบอก   แต่ไม่รู้ว่าต้องเดินทางไปสุดวิธีรักษาแบบคนเป็นโรคจิต หรือควรกลับมาทางทำสมาธิแทน  แต่กลัวตอนที่ร่างกายผิดปกติ กลัวเป็นอีกแล้วจะไม่หายคราวนี้


ความคิดเห็นที่ 8  (คคห.9 แนะ จขกท.)   จึงถามว่า

     ดูเหมือนกับว่าอาการทางจิตเกิดได้จากการทำสมาธิ (ไม่ถูกวิธี?) 

     แล้วอาการทางกายล่ะคะ   คุณเคยได้ยินว่ามีคนผิดปกติทางกายจากการฝึกสมาธิแล้วไม่หายไหมคะ  เพราะมันเป็นเหตุนึงที่ดิฉันกลัว จึงไม่กล้าทำอีก เพราะตอนที่เป็นนั้น  เหมือนมีคนมาจับหน้าเราบิดแรงๆไปมาตลอดเวลา ตอนออกจากสมาธิก็ยังเป็น  ตอนนั้นค่อนข้างหวั่นใจ แต่ก็อดทนนั่งจนหายไป ใช้เวลาช่วงนั้นราวสองวันค่ะ   กลัวว่าคราวนี้ทำอีกแล้วเกิดมันเป็นอีก แล้วไม่หายจะแย่ .... (หากเรื่องที่เขาพูดกันว่าหมดวาสนาทางนี้เป็นเรื่องจริง เพราะมีคนพูดใส่เราแบบนั้นเช่นกัน  แต่ดิฉันเองไม่อยากจะเชื่อ ผลของทุกอย่างย่อมเกิดจากเหตุ  แต่ดิฉันไม่รู้ว่าเหตุใด ร่างกายเราเกิดอาการผิดปกติเช่นนั้นจากการทำสมาธิ  แล้วจะไปป้องกัน หรือเลี่ยงมันได้อย่างไร )

ความคิดเห็นที่ 11

     (ถาม) 1. ที่คุณบอกว่า ฝึกสมาธินั้น คุณฝึกอย่างไร ฝึกด้วยวิธีไหน อาจารย์สอนคุณอย่างไร แล้วคุณทำไปอย่างไร ครับ

     (ตอบฝึกแบบอานาปานสติ  ตามลมหายใจ สูดลมหายใจยาวรู้ว่ายาว สั้นรู้ว่าสั้น ปกติรู้ว่าปกติ จนลมหายใจละเอียด   แล้วหยุดจับที่ปลายจมูกเหมือนเป็นด่านเฝ้าดูลมหายใจเข้า และออก เขาสอนอีกเยอะแต่จำได้แค่นี้   ก็ทำตามนี้แหล่ะค่ะ  แต่พอเจออะไรมากกว่านี้เลยไปไม่เป็น ....ขอไม่บอกชื่อผู้สอนค่ะ

     (ถาม) 2. เล่าอาการที่คุณพบ  ให้ละเอียดขึ้นหน่อย

     (ตอบ) ประมาณวันที่สี่เริ่มลูกตาหมุนติ้ว   อดทนนั่งจนหายไป   วันต่อมาเหมือนมีคนจับหน้าตาเราบิดเบี้ยว   เป็นแม้แต่ตอนออกจากสมาธิแล้ว  ก็อดทนนั่งจนหายไป  มีเห็นแสงสี ต่อมาเริ่มหูแว่วเหมือนคุยกับคนอื่นทางจิตได้   กลับบ้านก็ตาฝาด เห็นธงวัดธงชาติปักสลับ บอกว่าต่อไปเราจะไปสร้างวัดตรงนี้

     (ถาม) 4. ก่อนการฝึกสิ่งที่คุณเรียกว่าฝึกสมาธินี้ คุณเคยมีความทุกข์ใจมาก กลัดกลุ้มมากๆ จนอยากหาทางออก มีปัญหาในชีวิตมากๆ อะไรอย่างนี้บ้างหรือเปล่าครับ ถึงได้หาหนทางออกด้วยการมาฝึกสมาธิเพื่อให้พ้นจากความกลัดกลุ้มมากๆเหล่า นั้น

     (ตอบ) มีใครบ้างไม่เคยมีปัญหาชีวิต จำได้ว่ากลุ้มมากสุดเมื่อสิบกว่าปีมาแล้ว หายแล้ว อภัยไปหมดแล้ว  ดิฉันไม่ได้หาทางออกให้ชีวิตโดยการไปนั่งสมาธิ  แต่ชอบตั้งแต่สมัยเรียนปีหนึ่งที่มหาลัย  เคยบวชธรรมทายาทที่วัดธรรมกายตอนเป็นนักศึกษา   แต่เดินออกมาเพราะไม่เชื่อคำสอนหลายอย่าง   แต่ก็ชอบนั่งสมาธิ   แต่งานยุ่งก็ไม่ได้นั่งอีก  จนมาเริ่มอีกทีไม่นานนัก ตอนไปคราวนั้นเป็นครั้งที่สาม ไม่ได้กลุ้มอะไรแล้วไป แค่เคยชอบ อยากทำอีก เพราะมันสงบ เย็น เบาสบาย

     (ถาม) 5. ก่อนการฝึกสิ่งที่คุณเรียกว่าฝึกสมาธินี้ คุณเคยไปเข้าตามสำนักทรงเจ้าเข้าทรง อะไรพวกนี้มาก่อนหรือเปล่า

     (ตอบ) ดิฉันไม่เชื่อเรื่องพวกนี้เอาเลย จริงๆค่ะ

     (ถาม) 6. ใครแนะนำคุณไปฝึกสมาธิตามที่บอกข้างต้น เขาเป็นใคร มีพื้นเพ ความเชื่ออย่างไรครับ

     (ตอบ) ไปเอง เพราะศรัทธา ดิฉันเชื่อยากแต่พร้อมที่จะทดสอบจนเห็นเอง

     ดิฉันไม่ได้ขาดสติ และรู้ตัวเกือบตลอดเวลา (แต่มีบางครั้งที่ทำอะไรไม่รู้ตัวเลยแค่ช่วงเสี้ยวนาที)   เพียงแต่สิ่งที่เห็นกับตา ได้ยินกับหู ทำให้ดิฉันเชื่อว่าจริงเพราะไม่เคยรู้ ว่าอาการหลงจากสมาธิทำให้เกิดได้   (อย่างนี้คุณเรียกว่าขาดสติไหม   ดิฉันคิดว่ามันเป็นการขาดความรู้มากกว่า  แบบนี้เขาเรียกอวิชชาทำให้บ้าได้ใช่ไหม)

ความคิดเห็นที่ 19

     ไม่ได้เห็นคนมาคุยด้วย    เคยเห็นแค่ธง    นกบินไปมาตอนที่คิดว่าเรากำลังรับข่าวสารตอบโต้ไปมานานเลย    ส่วนใหญ่จะเห็นอะไรที่ดีๆไม่น่ากลัวค่ะ    แต่มีเสียงคนมาคุยด้วยตลอด   หลายคน พลัดกันไปมา   เป็นอยู่หลายอาทิตย์   จนเขาต้องพาไปโรงพยาบาล

     ตอนนี้หายไปหมดแล้วค่ะ เพียงแต่ยังมีเสียงมาจากใจแต่เหมือนเป็นคนอื่นพูดเท่านั้น ดิฉันคิดว่ามันคงเป็นจิตเราเอง แค่แปลกใจทำไมพูดเหมือนเป็นคนอื่น แสดงว่ามันผิดปกติ แสดงว่ายังเป็น แสดงว่ายังต้องพึ่งยา


ความคิดเห็นที่ 39

     ขอบคุณมากสำหรับทุกๆ  ความเห็นค่ะ   แต่ว่าถ้าการฝึกสมาธิมันเสี่ยงกับการเป็นบ้า ทำไมเราถึงสนับสนุนคนให้ฝึกกันละคะ   เพราะก็ไม่มีใครรู้หรอกว่าตัวเองมีเชื้อบ้าอยู่ในตัวไหม  น่าจะสนับสนุนให้ศึกษาธรรมมะให้เข้าใจก็พอแล้ว  คนที่เข้าใจธรรมมะจากการศึกษาก็พ้นทุกข์ได้ ไม่เห็นต้องมาเสี่ยงปฏิบัติ   ดิฉันไม่รู้ว่า ตัวเองมีเชื้อมากก่อนไหม แต่รู้ว่าตัวเองสุขภาพจิตดีก่อนเกิดเหตุ
แต่เคยได้ยินว่าฝึกแล้วอาจจะบ้าได้ แต่เสียดายไม่เคยคิดเลยว่ามันใกล้ตัว ไปก็ไม่ได้เครงเครียดอะไรในการฝึก   ทำไปตามปกติสบายสบาย จนมันผิดปกติถึงได้พยายามแก้ไขเอง นี่เองจุดหักเข้าสู้ความตาย   พอเห็นอาการทางกายหายไป แล้วดิฉันเริ่มหลง เพราะเห็นพระที่ดิฉันนับถือที่สุดในชีวิตเอาพระองค์เล็กๆใส่มาในตัวเรา   ต่อจากนั้นก็รู้สึกไปว่าติดต่อทางจิตกับท่านตลอดเวลา... เจอมุขนี้ มือใหม่จะรับมือไหวได้ยังไง


ความคิดเห็นที่ 46

     ขอบคุณค่ะ ดิฉันสนใจเรื่องสติกับจิตมาก อยากรู้อยู่ แต่ไม่รู้จะอ่านอะไรที่ไหน พวกคุณชี้ทางสว่างพอดี
ดิฉันอยากตั้งข้อสงสัยอันนึง  คือ  ดิฉันทำงานที่ต้องใช้สมาธิมากวันละแปดถึงสิบชั่วโมง มาสิบกว่าปีแล้ว อาจะเป็นเหตุนึงที่เหมือนเราฝึกสมาธิตลอด สติจึงตามไม่ทัน แบบนี้  อาชีพหรือกิจจกรรมอาจจะสงผลกระทบต่อการฝึกด้วยไหม แบบนี้คนไปฝึกต้องระวังพื้นฐานตัวเองให้ดีว่ามีจุดอ่อนด้านไหน

ความคิดเห็นที่ 47

     ปกติดิฉันรักษาศิลห้าประจำอยู่แล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ

     ส่วนเรื่องเลิกทำสมาธิ หากนับเรื่องงาน ก็ลำบาก  และเรื่องฝึกสตินี้ยากจังค่ะ ในห้านาทีหลงไม่รู้กี่รอบ แต่ดิฉันไม่อยากผูกตัวเองกับการต้องเป็นคนโรคจิตไปตลอดชีวิต  ค่ายาก็แพง แถมผลกระทบยิ่งร้ายท้องผูกมากมาย และยังไม่รู้จะหายไหม เพราะทานมาครึ่งปีอาการก็ยังอยู่  ยังไงก็ต้องพยายามฝึกสติให้ได้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 51

     รู้กาย รู้เวทนา รู้จิต รู้ธรรมนี่ได้ยินเขาสอนหมด เสียดายจำไม่ได้ ตอนฝึกก็ทำไม่เป็น

     ตอนดิฉันเดินจงกรม ช่วงนาที่ที่เห็นเป็นกายมันเดินเอง ร้องให้เลย ตอนนั้นรู้สึกว่าแม้ร่างกายมันยังไม่ใช่ของเรา   จะมีอะไรเป็นของเราบ้างหนอ    แบบนี้มันเกิดปัญญาใช่ไหม  แต่มันแบบไม่ถึงที่สุด ปัญญาแค่เสี่ยว ต่อมาก็เลยหลงจนเพี้ยน

https://topicstock.pantip.com/religious/topicstock/2010/10/Y9785609/Y9785609.html


     กท. นั่น 451 สมบูรณ์ทุกแง่มุม  จขกท. ตอบตามความเป็นจริงที่ตนได้ประสบทางจิตกับทางกายมา  ส่วนคนถามก็ถามทุกแง่ทุกมุม  ถามไปตามเรื่อง  แต่ไม่มีคำตอบใดๆสำหรับใช้ปฏิบัติเพื่อพ้นจากปัญหาที่เขาประสบทางใจทางกายนั้นเลย

     วิธีแก้ปัญหา คือกำหนดรู้ตามที่มันเป็น  คือตามสภาวะของมัน  (ทุกข์พึงกำหนดรู้ = ปริญญากิจ) ทั้งทางกายทางใจ ไม่เลี่ยงหนี  ไม่ฝืน ไม่ต้านมัน พึงกำหนดจิตตามที่มันเป็น เป็นยังไง  เห็นยังไง  รู้สึกยังไง กำหนดจิตยังงั้นทุกครั้งทุกขณะ   แค่นี้เอง  (ก็ธรรมชาติธรรมดามันเป็นยังงั้น  แล้วท่าน แล้วคุณ แล้วคน จะไปเอาอะไรกับมันเล่า  ก็มันเป็นยังงั้น  มันก็เป็นยังงั้น ผู้ปฏิบัติก็รู้ตามที่มันเป็นสิ    107   ไม่ใช่อยากรู้ตามที่ตนเองยึดตัวเองอยากให้มันเป็น  เอาง่ายๆนะ  ฝนตก 186  แดดออก   201  เราก็รู้ตามที่มีมันเป็นนั่นแล. ไม่ฝืน ไม่ต้าน ถ้าฝืน ถ้าต้าน ก็เป็นดังตัวอย่างนั่น) 


 



Create Date : 02 ธันวาคม 2566
Last Update : 6 ธันวาคม 2566 17:49:37 น.
Counter : 183 Pageviews.

0 comments
: ทำให้ให้ดี : กะว่าก๋า
(7 มิ.ย. 2567 05:16:47 น.)
มหาปรินิพพานสูตร๓ ต้นกล้า อาราดิน
(4 มิ.ย. 2567 11:22:33 น.)
ความคิด นาฬิกาสีชมพู
(2 มิ.ย. 2567 07:37:51 น.)
มหาปรินิพพานสูตร ต้นกล้า อาราดิน
(1 มิ.ย. 2567 11:37:04 น.)
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Samathijit.BlogGang.com

สมาชิกหมายเลข 6393385
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]

บทความทั้งหมด