กิเลสต้องเห็นชัดด้วยปัญญา


235 พุทธพจน์ 

        “ภิกษุทั้งหลาย  ธรรมที่พึงละด้วยกาย  มิใช่ด้วยวาจา ก็มี  ธรรมที่พึงละด้วยวาจา มิใช่ด้วยกาย ก็มี  ธรรมที่พึงละมิใช่ด้วยกาย  มิใช่ด้วยวาจา ต้องเห็นชัดด้วยปัญญาจึงละได้   ก็มี”  

         “ธรรมที่พึงละด้วยกาย   มิใช่ด้วยวาจา เป็นไฉน?   คือ   ภิกษุในธรรมวินัยนี้  เป็นผู้ถึงความละเมิดอันเป็นอกุศลบางส่วนด้วยกาย  เพื่อนพรหมจารีผู้เป็นวิญญูใคร่ครวญแล้ว กล่าวกะเธออย่างนี้ว่า   ท่านผู้มีอายุถึงความละเมิดอันเป็นอกุศลบางส่วนด้วยกาย    จะเป็นการดีแท้     ที่ท่านผู้มีอายุได้โปรดละกายทุจริต   จงบำเพ็ญกายสุจริตเถิด   เธอถูกเพื่อนพรหมจารีผู้เป็นวิญญูใคร่ครวญแล้ว ว่ากล่าวอยู่    จึงละกายทุจริต    บำเพ็ญกายสุจริต   นี่เรียกว่า ธรรมที่พึงละด้วยกาย มิใช่ละด้วยวาจา”
 
         “ธรรมที่พึงละด้วยวาจา    มิใช่ด้วยกายเป็นไฉน ?    คือ   ภิกษุในธรรมวินัยนี้    เป็นผู้ถึงความละเมิดอันเป็นอกุศลบางส่วนด้วยวาจา    เพื่อนพรหมจารีผู้เป็นวิญญูใคร่ครวญแล้ว    กล่าวกะเธออย่างนี้ว่า    ท่านผู้มีอายุถึงความละเมิดอันเป็นอกุศลบางส่วนด้วยวาจา จะเป็นการดีแท้    ที่ท่านผู้มีอายุได้โปรดละวจีทุจริต   จงบำเพ็ญวจีสุจริตเถิด   เธอถูกเพื่อนพรหมจารี ผู้เป็นวิญญูใคร่ครวญแล้ว ว่ากล่าวอยู่    จึงละวจีทุจริต บำเพ็ญวจีสุจริต  นี่เรียกว่า ธรรมที่พึงละด้วยวาจา มิใช่ละด้วยกาย”

         “ธรรมที่พึงละ  มิใช่ด้วยกาย  มิใช่ด้วยวาจา ต้องเห็นชัดด้วยปัญญาจึงละได้  เป็นไฉน ?  คือ โลภะ ... โทสะ ... โมหะ ... ความโกรธ ... ความผูกโกรธ ... ความหลบหลู่ ... ความยกตัวกดเขาไว้ ... ความตระหนี่ ... พึงละมิใช่ด้วยกาย  มิใช่ด้วยวาจา  ต้องเห็นชัดด้วยปัญญา  จึงละได้ ...” (อง.ทสก. 24/23/41)


235 ทางกาย ทางวาจา พออาศัยกัลยาณมิตรบัณฑิตชนชี้แนะได้  แต่ทางใจ  ต้องเห็นชัดด้วยปัญญาตนเอง จึงละได้


235 มี ตย.หนึ่ง   450


-  จะทำยังไงให้ไม่คิดแค้นหรือโกรธใครคะ 

-> เราเปนคนนึงที่ไม่ชอบคนพูดจาไม่ดีกับเรา​ หรือเอาเปรียบเรา​ คิดแล้วแค้นไม่สบายใจนอนไม่หลับคะ​  ทำยังไงถึงจะเลิกคิดได้คะ​  อยากให้อภัย​มีหลักคิดยังไงคะ​  ถ้าเรายังพบเจอคนนั้น​ ชีวิตยังวนเวียนอยู่กับเรื่องนั้นๆ​ มันก้อต้องวนกลับมาคิดใหม่​ ช่วยแนะนำหน่อยคะ

https://pantip.com/topic/40668521



235 คนเราหนีความคิดตัวเองไม่พ้น  เจ้าตัวไปไหนมันก็ตามไปด้วย บุกน้ำลุยน้ำ ดำดิน บินไปในอากาศ  เข้าถ้ำ  ความคิดก็ติดตามไปทุกหนแห่ง  คิดเรื่องนั้นเรื่องนี้   หลักปฏิบัติท่านให้เข้าเผชิญหน้ากับมันตรงๆ ไม่หนีความรู้สึก  เผชิญหน้าดูมัน  กำหนดจิตตามที่มันคิด  11  เดินๆ อยู่ นั่งๆอยู่  ทำอะไรๆอยู่   คิดปุ๊บ  กำหนดปั้บ  คิดหนอๆๆๆ  (ปักจิตลงตรงหัวใจใต้ราวนมข้างซ้าย คิดหนอๆๆๆ)  แล้ว  ขณะนั้นกำลังทำงานอะไร  ดึงความคิดมาสนใจงานเฉพาะหน้า ใจอยู่กับกิจ จิตอยู่กับสิ่งที่ทำ  ทำๆไปแว้บมาอีก  กำหนดอีก  คิดหนอๆๆๆ   แค้นหนอๆๆๆ  โกรธหนอๆๆๆ.   ยังไม่แนะนำให้นั่งดูมันตรงๆ เช่น  นั่งกรรมฐาน   อ้าวทำไมล่ะ ?   เพราะความคิดที่เป็นพื้นนิสัยมันแรง   ดูใกล้ไปเอาไม่อยู่   ต้องเล่นวงนอกกับมันก่อน   ภาษามวยเรียกว่าไม่เข้าคลุกวงใน   เด้งเชือกต่อยเอา  (=จิตตานุปัสสนา)  ตามหลักพุทธธรรมก็อย่างที่พระพุทธเจ้าบอกเมื่อสองพันกว่าปีว่า อุปาทานขันธ์ห้าเป็นทุกข์  


235 แต่ถ้าว่าพื้นๆบ้าน  ท่านให้แผ่เมตตาให้อภัยทาน  คิดแค้นเขา  เรานั่นแหละแย่  เช่น  นอนไม่หลับ เป็นต้น  ดังว่า  ศัตรูรู้เข้า  เขายินดีด้วยซ้ำที่เราเป็นอย่างนั้นให้มันตายๆไปสะ  เรียกว่าเข้าทางเขาเลย     121


133 ................

- ธัมมารมณ์, ธรรมารมณ์   อารมณ์คือธรรม,  สิ่งที่ถูกรับรู้ทางใจ,  สิ่งที่รู้ด้วยใจ,  สิ่งที่ใจรู้สึกนึกคิด

- อารมณ์   เครื่องยึดหน่วงของจิต,  สิ่งที่จิตยึดหน่วง,  สิ่งที่ถูกรู้หรือถูกรับรู้ (สิ่งเร้า) ได้แก่  อายตนะภายนอก  ๖  คือ  รูป   เสียง   กลิ่น  รส  โผฏฐัพพะ และธรรมารมณ์

 



Create Date : 27 เมษายน 2564
Last Update : 11 กรกฎาคม 2567 19:27:54 น.
Counter : 446 Pageviews.

0 comments
สร้างคน ปั้นคน ทำให้ตรงกันข้าม ไม่สุขไม่ทุกข์ ไม่ดีไม่ชั่ว การบันทึก ปัญญา Dh
(17 ก.ค. 2567 14:23:27 น.)
:: คำตอบมีสองด้านเสมอ :: กะว่าก๋า
(9 ก.ค. 2567 05:05:46 น.)
การอยู่ที่ควร ลักษณะของกิเลส ปัญญา Dh
(9 ก.ค. 2567 13:55:28 น.)
…ธรรมะวันนี้… **mp5**
(5 ก.ค. 2567 09:38:26 น.)
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Samathijit.BlogGang.com

สมาชิกหมายเลข 6393385
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]

บทความทั้งหมด