Ortho knowledge for all @ Do no harm patient and myself @ สุขภาพดี ไม่มีขาย ถ้าอยากได้ ต้องสร้างเอง

ฉลาดเลือกใช้...การแพทย์ทางเลือก .... โดย อ.ประมาณ เลืองวัฒนะวณิช



ค้นโน่นนี่ไปเจอโดยบังเอิญ อ่านแล้วน่าสนใจดี  เลยนำมาฝากกัน

https://www.pramarn.com/pramarn/modules.php?name=AvantGo&op=ReadStory&sid=87

ฉลาดเลือกใช้...การแพทย์ทางเลือก (Lisa ฉ.24/2551)

วัน: เสาร์ 27 มิ.ย. 09@ 23:05:36 ICT

หัวข้อ: ความรู้ คู่คิด คือความรู้ทางกฏหมาย

โดย อ.ประมาณ เลืองวัฒนะวณิช

น.บ. , น.บ.ท. , น.ม. (กฎหมายมหาชน)

วิถีชีวิตของผู้คนปัจจุบัน โดยเฉพาะในสังคมเมืองอย่างเช่นกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ขอนแก่น หาดใหญ่ ฯลฯ ต้องเผชิญกับการแข่งขันแทบทุกด้านครับ ทั้งต้องวิ่งให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมทำให้น้ำจิตน้ำใจเริ่มเหือดหายหรือแทบไม่มีให้เห็นแล้ว หันมามองด้านเศรษฐกิจแค่รับมือกับราคาน้ำมันรถยนต์ที่พุ่งปรี้ดจนแทบจะเดินไปทำงานอยู่แล้วครับ (ติดก็แค่บ้านอยู่ไกลจากที่ทำงาน ถ้าต้องเดินก็คงออกจากบ้านตั้งแต่เที่ยงคืน) หรือมองทางด้านการเมืองก็รู้สึกได้ว่าช่างอยู่ห่างไกลจากวิถุชีวิตของคนธรรมดาสามัญอย่างเราจริง ๆ ครับ

เมื่อชีวิตผู้คนเครียดกันขนาดนี้ คุณผู้อ่าน Lisa ก็คงจะสังเกตเห็นว่าบุคคชทั่วไปก็มักมีอาการป่วยหรือมีอาการต่าง ๆ นา ๆ จนต้องไปให้หมอวินิจฉัยรักษาโรค ซึ่งก็เยอะแยะมากมายจนแทบไม่มีที่ยืนในโรงพยาบาล (ของรัฐ) บางทีก็เป็นปัญหาในการวินิจฉัยของหมอถึงสาเหตุการเจ็บป่วยว่าที่แท้จริงเกิดจากอะไร อาทิช่นปัญหาในพฤติกรรรมของการใช้ชีวิตด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการกิน การอยู่ การพักผ่อน ซึ่งล้วนมีผลกระทบต่อสุขภาพของผู้คนทั้งนั้นครับ

โรคภัยปัจจุบัน...มาจากพฤติกรรม

อย่างที่ผมคุยกับคุณผู้อ่านไปว่าบางทีสาเหตุของการเจ็บป่วยไม่ได้เกิดจากอาการผิดปกติในร่างกายของผู้ป่วย แต่เกิดจากความผิดปกติในพฤติกรรมการใช้ชีวิตต่าง ๆ เช่นไม่กินข้าวเช้า เพราะต้องรีบออกจากบ้านไปทำงานหรือเรียนหนังสือ ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย เพราะใช้เวลาไปกับการเรียน การทำงานหรือพักผ่อนจนละเลยการออกกำลังกาย หรือแม้แต่นอนหลับแค่ 2 – 3 ชั่วโมง ทั้งที่เวลาอีก 22 – 23 ชั่วโมงในแต่ละวันกลับถูกนำไปใช้ทำกิจกรรมอื่น ๆ ซึ่งเขาว่ากันว่าทำแบบนั้นเหมือนการเร่งอายุขัยของคุณให้เพิ่มมากขึ้นกว่าอายุจริงครับ (คุณผู้อ่านผู้หญิงต้องระวังเรื่องนี้ให้มากนะครับ)

การแก้ปัญหาสุขภาพจากการพฤติกรรมที่ผิด ๆ ก็เลยเป็นที่มาของคำพูดคุณหมอที่มักพูดกับคนไข้ประเภทนี้ว่า “อย่าเครียด พักผ่อนเยอะ ๆ ทานอาหารให้ตรงเวลา ออกกำลังกายอย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์…”

การแพทย์ทางเลือก...รักษาคู่ขนาน

ผู้ป่วยบางคนในสังคมยุคนี้เพียงแค่รักษาแบบตะวันตกที่วินิจฉัยหาสาเหตุในร่างกายแล้วแก้ไขที่เหตุนั้นไม่เพียงพอครับ หรือบางครั้งอาการที่ปรากฏไม่จำเป็นต้องใช้การรักษาแบบตะวันตก จนนำมาซึ่งการรักษาด้วยการแพทย์ทางเลือก ซึ่งมีทั้งการใช้การรักษาแบบตะวันตกควบคู่ไปกับการแพทย์ทางเลือก เช่น การเล่นโยคะหรือการรำไทเก็กร่วมกับการจ่ายยาคลายเครียด หรือรักษาพยาบาลโดยใช้การแพทย์ทางเลือกอย่างเดียวเลยครับ เช่นฝังเข็มหรือจัดกระดูกเพื่อรักษาอาการปวดหลัง

ซึ่งไม่ว่าจะเป็นกรณีไหนคุณผู้อ่านก็ต้องพิจารณาสถานพยาบาลนั้นด้วยนะครับว่า มีการขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเปิดสถานพยาบาลแพทย์ทางเลือกหรือไม่ โดยเฉพาะมีใบประกอบโรคศิลปะ ตาม พระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2542 หรือไม่



ต้องมีใบอนุญาต...เฉพาะทาง

รายละเอียดของผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์ทางเลือกนั้น เขามีรายละเอียดของแต่ละสาขาตามเงื่อนไขของประกาศกฎกระทรวงสาธารณสุขครับ เช่น

ถ้าเขาได้ขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตให้เป็นผู้รักษาตามหลักการแพทย์แผนไทย แต่กลับข้ามไปรักษาด้วยวิธีการจัดกระดูกหรือฝังเข็มด้วย แบบนี้มีความผิดตาม พระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2542 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับครับ

ส่วนผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตและไม่ขึ้นทะเบียนใบประกอบโรคศิลปะ แต่กลับเปิดการรักษา (หมอเถื่อนไงครับ) แบบนี้มีโทษเพิ่มขึ้นเป็นจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ



ข้อยกเว้น...ถ้าไม่มีใบอนุญาต

แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีข้อยกเว้นในการรักษาโดยไม่มีใบประกอบโรคศิลปะนะครับ หากเรารักษาตัวเองหรือเป็นหมอพื้นบ้านที่ช่วยเหลือหรือเยียวยาผู้ป่วยตามหน้าที่ตามกฎหมาย หรือตามธรรมจรรยา โดยมิได้รับประโยชน์ตอบแทน หรือเป็นอาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญ นักเรียนนักศึกษา หรือผู้รับการฝึกอบรม ซึ่งทำการฝึกหัดหรืออบรมในการควบคุมของผู้ประกอบโรคศิลปะ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการวิชาชีพกำหนดครับ



แพทย์แผนจีน ...ก็ต้องมีใบอนุญาต

สำหรับคุณผู้อ่านที่นิยมใช้บริการแพทย์แผนจีน เช่น การใช้สมุนไพรและตำรับยาจีน การฝังเข็มและรมยา การฝึกลมปราณ ก็ต้องได้รับการรักษาจากคุณหมอที่ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะด้วยศาสตร์การแพทย์แผนจีน ซึ่งคุณสมบัติของบุคคลที่จะขออนุญาตจดขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะด้วยศาสตร์การแพทย์แผนจีนจะต้องเป็นบุคคลที่มีสัญชาติไทย หรือสัญชาติอื่นที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 3 ปี อายุไม่ต่ำกว่า 21 ปี และสำเร็จการศึกษาหลักสูตรแพทย์จีนจากสถาบันการศึกษาในหลักสูตรไม่ต่ำกว่า 5 ปี ของประเทศนั้นและต้องได้รับอนุญาตให้ประกอบโรคศิลปะในประเทศที่สำเร็จการศึกษา รวมทั้งผ่านการประเมินความรู้และจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพจากคณะกรรมการประกอบโรคศิลปะแล้วครับ

คุณสมบัตินี้จะรวมไปถึงผู้ที่เรียนรู้การแพทย์แผนจีนจากบรรพบุรุษ ซึ่งเขาก็ต้องผ่านการฝึกงานในสถานพยาบาลที่มีการรักษาแบบแพทย์แผนจีนมาไม่น้อยกว่า 1 ปี และผู้ดำเนินการสถานพยาบาลรับรองว่ามีความรู้การแพทย์แผนจีนจริง

ส่วนแพทย์แผนปัจจุบันและผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาอื่น ๆ ที่มีความรู้การแพทย์แผนจีนและผ่านการประเมินที่คณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนจีนกำหนด ก็มีสิทธิขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะด้วยศาสตร์การแพทย์แผนจีน ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขจะออกใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะมีระยะเวลา 2 ปี และสามารถต่ออายุได้คราวละไม่เกิน 2 ปี (ไม่ใช่ใบอนุญาตตลอดชีวิตนะครับ)

ดังนั้น พิจารณาใบอนุญาตที่ติดข้างฝาตามสถานพยาบาลด้วยนะครับ



สมุนไพร...สุดฮิตของยาทางเลือก

ปี 2550 ที่ผ่านมามีการวิจัยขององค์การอนามัยโลก (WHO) เลยนะครับว่ากระแสนิยมสมุนไพรของผู้คนทางโลกตะวันตกเติบโตเร็วมาก มีมูลค่าการบริโภคสูงถึงปีละ 2 ล้านล้านบาททีเดียว และกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในประเทศพัฒนาแล้ว ส่วนตลาดในประเทศไทย จากการสำรวจของศูนย์วิจัยกสิกรไทย มีการขยายตัวของสมุนไพรร้อยละ 20 ต่อปี ในปี 2548 มีมูลค่าการซื้อผลิตภัณฑ์สมุนไพรทั้งสิ้น 48,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นยาจากสมุนไพร 8,810 ล้านบาท ซึ่งข้อควรระมัดระวังของการใช้สมุนไพรก็คือความปลอดภัยในการเลือกซื้อ เลือกใช้ว่าต้องมีการสั่งยาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และน่ายินดีครับที่ทุกวันนี้กระทรวงสาธารณสุขจะเร่งสานต่อการฟื้นฟู และส่งเสริมการใช้ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรในสถานบริการสาธารณสุขให้มากขึ้น

ส่วนใครที่เลือกซื้อสมุนไพรประเภทที่ไม่มีการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุขว่าสามารถรักษาโรคได้ แต่กลับนำมาโฆษณาว่ารับประทานไปแล้วสามารถรักษา บรรเทา บำบัด หรืออ้างว่าสามารถมีผลต่อโครงสร้าง หรือการทำหน้าที่ต่าง ๆ ของร่างกาย แบบนี้คุณผู้ใช้ต้องระมัดระวังเลยนะครับว่าจะก่อให้เกิดอันตรายกับคุณไหม

ส่วนเจ้าของหรือผู้ประกอบการที่ทำเช่นนี้ก็มีความผิดตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคในข้อหาโฆษณาข้อความเป็นเท็จ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับเลยนะครับ



ตัวอย่างคดี...โฆษณาเกินจริง

เมื่อหลายปีก่อนมีการโฆษณาสรรพคุณของยาน้ำสมุนไพรโหย่งเหิงโดยการขายตรง ซึ่งมีประชาชนจำนวนมากหวังรายได้จากการขายตรง จึงชวนกันสมัครเป็นผู้จำหน่ายกับบริษัทเจริญโอสถ จำกัดแต่จากการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่หลังจากถูกร้องเรียน ก็พบเอกสารการโฆษณาขายยาที่แสดงสรรพคุณเกินจริง มีการรับรองหรือยกย่องสรรพคุณยาโดยบุคคลอื่น และแสดงสรรพคุณยารักษาโรคที่ห้ามโฆษณา ตามพระราชบัญญัติยา 2510 โดยเจ้าหน้าที่ได้ยึดสิ่งของที่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 จำนวน 5 รายการ ได้แก่ แผ่นโฆษณา เอกสารแผ่นพับโฆษณา กล่องหีบห่อยาน้ำ เอกสารโฆษณายา โดยคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้กล่าวโทษร้องทุกข์ดำเนินคดีกับบริษัท เจริญโอสถ จำกัดผู้ผลิตใน 4 ข้อหา คือ โฆษณาขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต โฆษณาขายยาโดยแสดงสรรพคุณยาอันเป็นเท็จหรือเกินความจริง โฆษณาขายยาโดยมีการรับรองหรือยกย่องสรรพคุณยาโดยบุคคลอื่น และโฆษณาขายยาโดยแสดงสรรพคุณว่าสามารถบำบัด บรรเทา รักษาหรือป้องกันโรค หรืออาการของโรคที่รัฐมนตรีประกาศห้าม เช่น เบาหวาน มะเร็ง อัมพาต อัมพฤกษ์ เป็นต้น ซึ่งทั้ง 4 ข้อหานี้ จะต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท

นอกจากนี้ อย.เห็นว่าการกระทำของบริษัทเจริญโอสถ เป็นการกระทำผิดที่มีผลเสียหายต่อผู้บริโภคอย่างกว้างขวาง เพราะได้รับการแจ้งร้องเรียนจากประชาชนต่างจังหวัดเป็นจำนวนมาก ดังนั้นเพื่อเป็นการบรรเทาความเสียหายต่อผู้บริโภค อย.จะได้เสนอคณะกรรมการยาเพื่อพิจารณาพักใช้ใบอนุญาตบริษัทนี้ด้วยครับ



ระวังสปาหู...อันตราย ผิดกฎหมาย

ช่วงที่ผมเขียนต้นฉบับคอลัมน์ฉบับนี้คือสิ้นเดือน พ.ค.2551 มีข่าวน่าตกใจจาก เลขาธิการราชวิทยาลัย โสต ศอ นาสิกแพทย์แห่งประเทศไทย ที่ระบุว่าขณะนี้การทำสปาหู ซึ่งเขาจะใช้เทียนที่ตรงกลางกลวงใส่ในช่องหู แล้วจุดไฟเพื่อให้เกิดการเผาไหม้ โดยหวังจะให้ควันเทียนและขี้ผึ้งช่วยรักษาโรคต่าง ๆ (ทำไปได้) แต่จากการเปิดเผยของทางการแพทย์นั้น ไม่เป็นความจริงครับ และยังไม่ได้รับการยอมรับว่าสามารถรักษาโรคตามที่มีการอวดอ้างสรรพคุณ ได้แก่ โรคไซนัส หวัด ไมเกรน และภาวะน้ำในหูไม่เท่ากัน เนื่องจากยังไม่มีรายงานทางวิชาการสนับสนุนในเรื่องดังกล่าว นอกจากนี้ องค์การอาหารและยาทั้งสหรัฐฯ อังกฤษ และแคนาดาเขาก็ยังไม่ยอมรับการทำสปาหู โดยวารสารชั้นนำด้านโสต ศอ นาสิกในต่างประเทศมีการตีพิมพ์ ระบุว่า การทำสปาหูไม่มีข้อดีมีแต่ข้อเสีย เพราะจะทำให้ช่องหูและแก้วหูถูกเผาไหม้ครับ

ในเรื่องการทำสปาหูนี้ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ก็จะส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสถานประกอบธุรกิจบริการสุขภาพทั้งสปาเพื่อสุขภาพ นวดเพื่อสุขภาพ และนวดเพื่อเสริมสวย ที่ผ่านและได้รับสัญลักษณ์ตรารับรองมาตรฐานและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ สบส.จำนวน 1,076 แห่งทั่วประเทศว่ามีการให้บริการสปาหูหรือไม่ หากพบมีการให้บริการสปาหู จะเพิกถอนการรับรองและไม่ต่ออายุใบรับรอง ซึ่งจะส่งผลให้สถานบริการกลายเป็นสถานบริการเถื่อนทันทีครับ และหากยังคงให้บริการต่อไปอีกผู้ประกอบการก็จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2542 โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปีหรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท และตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาทครับ



ทุกอย่างมีทั้งข้อดีและข้อเสียครับ แม้แต่เรื่องการรักษาพยาบาลด้วยวิธีธรรมชาติ หรือความพยายามที่จะกลับคืนสู่ธรรมชาติตามกระแสของโลก ดังนั้นยึดหลักทางสายกลางไว้ จะทำอะไรก็อย่าให้ตึงหรือหย่อนเกินไป ถ้าเป็นไปได้ก็รักษาควบคู่อย่างสมดุลทั้งการแพทย์ทั่วไปกับการแพทย์ทางเลือก แต่ถ้าจะให้ดีคุณผู้อ่าน Lisa ก็ต้องป้องกันอย่าให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บจะดีกว่าครับ ท่องตามหมอความอย่างผมไว้ว่า “ไม่เครียด กินผักปลาให้มาก ออกกำลังกายและหลับให้สนิท” ก็ถือว่าป้องกันโรคภัยไข้เจ็บได้ระดับหนึ่งแล้ว



@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

 

ข้อสังเกตคลินิก ที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข

๑.มีป้ายชื่อสถานพยาบาลและเลขที่ใบอนุญาต ๑๑ หลัก ติดไว้หน้าคลินิก

๒.แสดงใบอนุญาต ให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล

๓.แสดงใบอนุญาต ให้ดำเนินการสถานพยาบาล

๔.แสดงหลักฐานการชำระค่าธรรมเนียมประจำปี ของปีปัจจุบัน

๕.แสดงรูปถ่ายของผู้ประกอบวิชาชีพ พร้อม ชื่อและเลขที่ใบประกอบวิชาชีพ

๖.แสดงอัตราค่ารักษาพยาบาล และ สามารถสอบถามอัตราค่ารักษาได้

๗.แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับ สิทธิผู้ป่วย ในที่เปิดเผยและเห็นง่าย

 

อ้างอิง:

คู่มือประชาชนในการเลือก คลินิก ที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข

สำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพกระทรวงสาธารณสุข

โทร02 193 7000 ต่อ 18416 - 7

www.mrd.go.th

FB@สารวัตรสถานพยาบาลOnline

https://www.facebook.com/สารวัตรสถานพยาบาล-Online-1502055683387990/

 

:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::


คู่มือประชาชนในการเลือก คลินิก ที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=07-07-2017&group=15&gblog=80
ช่องทางร้องเรียนเกี่ยวกับ ...ยา ....หมอ ....คลินิก .....โรงพยาบาล ...
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=23-02-2009&group=7&gblog=18
ไปคลินิกแล้ว จะดูอย่างไรว่า ผู้ที่ตรวจรักษา เป็น หมอจริง ?
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=10-07-2020&group=7&gblog=238
แขวนป้ายแขวน ใบว. ถ้ารู้แล้วยืนยันจะเสี่ยงก็ไม่ว่ากัน
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=12-11-2015&group=7&gblog=193
ข้อแนะนำก่อนจะพบแพทย์กระดูกและข้อ
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=04-07-2008&group=7&gblog=3
ข้อแนะนำเมื่อต้องรับการรักษา
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=24-12-2007&group=4&gblog=2
คำถาม..ที่ควรรู้..คำตอบ
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=03-01-2008&group=4&gblog=3
เคล็ดลับ20 ประการ ที่จะช่วยคุณ "ป้องกันความผิดพลาดทางการแพทย์ในการเข้ารับบริการสุขภาพ "...
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=cmu2807&month=10-2010&date=19&group=27&gblog=52
หมอคนไหนดี“ ??? .... คำถามสั้น ๆ ง่ายๆ แต่ ไม่รู้จะตอบอย่างไร ..
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=14-01-2012&group=15&gblog=42
ผลของการรักษาโรค
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=cmu2807&month=01-2008&date=05&group=27&gblog=22
 ข้อเท็จจริงในการดูแลรักษาโรคภัยไข้เจ็บโดยแพทย์
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=cmu2807&month=06-2013&date=11&group=27&gblog=12
ฉลาดเลือกใช้...การแพทย์ทางเลือกโดยอ.ประมาณ เลืองวัฒนะวณิช
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=25-09-2011&group=7&gblog=149
หน้าที่อันพึ่งปฏิบัติของผู้ป่วย(มิย.๖๓) สิทธิและข้อพึงปฏิบัติของผู้ป่วย(สค.๕๘) สิทธิผู้ป่วย(เมย.๔๑)
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=23-12-2007&group=4&gblog=1
ความรู้เกี่ยวกับใบรับรองแพทย์
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=06-01-2008&group=4&gblog=5
 



Create Date : 25 กันยายน 2554
Last Update : 10 กรกฎาคม 2563 21:35:37 น. 2 comments
Counter : 8333 Pageviews.  

 
แค่เห็นวิธีรักษาก้อน่ากัวแระค่ะ -*-

ขอเอาไปแชที่กลุ่มบล๊อกแก๊งค์ ฯ นะคะ


โดย: ณ ปลายฉัตร วันที่: 25 กันยายน 2554 เวลา:17:21:28 น.  

 
ชี้แจงไว้เบื้องต้นก่อนว่า " ไม่ได้ต่อต้านการนำสมุนไพร มาใช้ในการดูแลรักษาความเจ็บป่วย "
แต่อยากเผยแผ่ ข้อมูลความรู้ .. ส่วนว่า ท่าน จะเลือกใช้แบบไหน ก็ตัดสินใจกันเอง เพราะ ท่านเป็นคนที่จะต้องรับผลที่ตามมา ..
๑. สมุนไพร ถ้าใช้ ไม่ถูกวิธี ปริมาณไม่เหมาะสม ก็ทำให้เกิดผลเสียได้ เช่นกัน มีตัวอย่างมาแล้ว .. ดังนั้น อย่าเข้าใจว่า เป็นสมุนไพร จากธรรมชาติแล้วจะปลอดภัย (ต้องใช้ให้ถูกวิธีด้วย)
๒. บางครั้ง มีการแอบอ้างว่าเป็น สมุนไพร แต่ใส่ยาแผนปัจจุบันเข้าไปผสมด้วย ที่พบบ่อย ๆ ก็คือผสมยาสเตียรอยด์
๓. ถ้าต้องการจะใช้สมุนไพร หรือ การรักษาทางเลือกอื่นๆ ให้แจ้งแพทย์ที่รักษาด้วย เพื่อแพทย์จะได้ทราบข้อมูล

“มะรุม” พืชสมุนไพร แต่ไม่ใช่ “ยาวิเศษ” .... บทความดี ๆ จากเวบ สสส. https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=09-05-2010&group=7&gblog=56
แพทย์จุฬาฯ พบคนไข้ไทย ใช้ "ใบทุเรียนเทศ" ตายเพราะตับและไตวาย ก่อนตายเพราะมะเร็ง https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=21-07-2015&group=4&gblog=113
อาหารเสริม เลือดจระเข้ ดีจริงหรือ ??? https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=04-12-2009&group=7&gblog=41
ฉลาดเลือกใช้...การแพทย์ทางเลือก .... โดย อ.ประมาณ เลืองวัฒนะวณิช https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=25-09-2011&group=7&gblog=149


โดย: หมอหมู วันที่: 25 พฤษภาคม 2560 เวลา:15:24:35 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#16


 
หมอหมู
Location :
กำแพงเพชร Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 762 คน [?]




ผมเป็น ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ หรือ อาจเรียกว่า หมอกระดูกและข้อ หมอกระดูก หมอข้อ หมอออร์โธ หมอผ่าตัดกระดูก ฯลฯ สะดวกจะเรียกแบบไหน ก็ได้ครับ

ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาหนึ่ง ซึ่งเมื่อเรียนจบแพทย์ทั่วไป 6 ปี ( เรียกว่า แพทย์ทั่วไป ) แล้ว ก็ต้องเรียนต่อเฉพาะทาง ออร์โธปิดิกส์ อีก 4 ปี เมื่อสอบผ่านแล้วจึงจะถือว่าเป็น แพทย์ออร์โธปิดิกส์ โดยสมบูรณ์ ( รวมเวลาเรียนก็ ๑๐ ปี นานเหมือนกันนะครับ )

หน้าที่ของหมอกระดูกและข้อ จะเกี่ยวข้องกับความเจ็บป่วย ของ กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก ข้อ และ เส้นประสาท โรคที่พบได้บ่อย ๆ เช่น กระดูกหัก ข้อเคล็ด กล้ามเนื้อฉีกขาด กระดูกสันหลังเสื่อม ข้อเข่าเสื่อม กระดูกพรุน เป็นต้น

สำหรับกระดูกก็จะเกี่ยวข้องกับกระดูกต้นคอ กระดูกสันหลัง กระดูกเชิงกราน กระดูกข้อไหล่ จนถึงปลายนิ้วมือ กระดูกข้อสะโพกจนถึงปลายนิ้วเท้า ( ถ้าเป็นกระดูกศีรษะ กระดูกหน้า และ กระดูกทรวงอก จะเป็นหน้าที่ของศัลยแพทย์ทั่วไป )

นอกจากรักษาด้วยการให้คำแนะนำ และ ยา แล้วยังรักษาด้วย วิธีผ่าตัด รวมไปถึง การทำกายภาพบำบัด บริหารกล้ามเนื้อ อีกด้วย นะครับ

ตอนนี้ผม ลาออกจากราชการ มาเปิด คลินิกส่วนตัว อยู่ที่ จังหวัดกำแพงเพชร .. ใช้เวลาว่าง มาเป็นหมอทางเนต ตอบปัญหาสุขภาพ และ เขียนบทความลงเวบ บ้าง ถ้ามีอะไรที่อยากจะแนะนำ หรือ อยากจะปรึกษา สอบถาม ก็ยินดี ครับ

นพ. พนมกร ดิษฐสุวรรณ์ ( หมอหมู )

ปล.

ถ้าอยากจะถามปัญหาสุขภาพ แนะนำตั้งกระทู้ถามที่ .. เวบไทยคลินิก ... ห้องสวนลุม พันทิบ ... เวบราชวิทยาลัยออร์โธปิดิกส์ หรือ ทางอีเมล์ ... phanomgon@yahoo.com

ไม่แนะนำ ให้ถามที่หน้าบล๊อก เพราะอาจไม่เห็น นะครับ ..




New Comments
[Add หมอหมู's blog to your web]