Ortho knowledge for all @ Do no harm patient and myself @ สุขภาพดี ไม่มีขาย ถ้าอยากได้ ต้องสร้างเอง

อาจารย์หมอมาเอง! อธิบายขั้นตอนชัด 'ทำไมยาหมอแสงไม่มีฤทธิ์ฆ่ามะเร็ง'
















อาจารย์หมอมาเอง! อธิบายขั้นตอนชัด 'ทำไมยาหมอแสงไม่มีฤทธิ์ฆ่ามะเร็ง'
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 เม.ย. 2561 18:50
https://www.thairath.co.th/content/1265261
https://www.facebook.com/thairath/posts/10156862360017439


แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็ง อธิบายเป็นข้อๆ ทำไม ยาหมอแสงถึงไม่มีฤทธิ์ฆ่ามะเร็ง ระบุขั้นตอน
การรักษามะเร็งทันสมัยมากขึ้น ยาก็ถูกลง แนะจะรักษาอะไรควรศึกษาให้ดี

เฟซบุ๊ก Ae Aumkhae หรือ ผศ.พญ.เอื้อมแข สุขประเสริฐ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งวิทยา โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โพสต์ภาพและข้อความระบุว่า ข่าวใหญ่ของวันสองวันนี้ในแง่ของสุขภาพ น่าจะเป็นเรื่องที่กระทรวงสาธารณสุขออกมาแถลงว่ายาของนายแสงชัย ไม่มีฤทธิ์ในการฆ่าเซลล์มะเร็งเมื่อนำไปศึกษาในหลอดทดลอง

งานนี้ขอปรบมือดังๆ ให้ผลงานชิ้นโบแดงของกระทรวงที่กล้าออกมาพูดความจริง ไม่โน้มเอียงไปกับ
กระแสความเชื่อของสังคมไทย เอื้อมแขก็เลยอยากจะพูดถึงเรื่องการศึกษาทดลองยาสำหรับรักษา
โรคมะเร็งที่ได้รับอนุมัติให้ใช้ในปัจจุบันสักเล็กน้อย สำหรับยาเคมีบำบัด ก่อนจะเอามาใช้ เขาจะ
ต้องมีการวิจัยเป็นขั้นตอนดังนี้..

1. ขั้นตอนแรกคือทำในหลอดทดลอง โดยสกัดเอาตัวยาออกมาจากวัตถุดิบ ทำความเข้มข้นต่างๆ กันจากน้อยถึงมาก แล้วนำไปหยอดใส่ในเซลล์มะเร็งที่เพาะเลี้ยงไว้ แล้วดูว่าเซลล์ตายหรือไม่ ถ้า
เซลล์ตายแสดงว่ามีสารออกฤทธิ์จริง แล้วจึงจะนำไปศึกษาขั้นถัดไป

2. ขั้นตอนที่สอง ทำการศึกษาในหนู โดยทำให้หนูเป็นมะเร็ง แล้วนำสารที่ออกฤทธิ์ไปฉีดใส่ในตัวหนู
ถ้าก้อนยุบถือว่ามีสัญญาณที่ดีว่าเราน่าจะพบยาที่สามารถออกฤทธิ์ยับยั้งมะเร็งชนิดนั้นๆ ได้ แต่แค่นี้ก็ยังไม่สามารถนำมาใช้ในคนได้ ยังต้องมีการศึกษาในคนต่อไป

3. เป็นการศึกษาในคน ซึ่งต้องมีระยะต่างๆ ดังนี้

- Phase 1 เป็นการศึกษาเพื่อหาขนาดยาที่เหมาะสมที่จะใช้ในคน เพื่อไม่ให้มีผลข้างเคียงที่รุนแรง
เกินไป

- Phase 2 นำขนาดยาที่เหมาะสม มาทำการทดลองให้ในคนเป็นมะเร็งชนิดที่เราสนใจศึกษา แต่
ต้องเป็นคนที่ดื้อต่อการรักษามาตรฐาน แล้วดูว่ามีอัตราของคนไข้ที่ตอบสนองต่อยาตัวนี้เพียงพอหรือไม่ ที่จะบอกว่ามีประโยชน์ ถ้าผ่านขั้นตอนนี้ได้ จะไปถึงขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญที่สุด

- Phase 3 คือการศึกษาในคนไข้มะเร็งจริง โดยถ้าเป็นยาใหม่ ส่วนใหญ่จะต้องนำมาศึกษาในคน
ไข้ที่ดื้อต่อการรักษาแบบมาตรฐานแล้ว และต้องมีกลุ่มเปรียบเทียบคือรักษาประคับประคอง

ถ้ายามีผลจริง คนไข้กลุ่มที่ได้ยาจะต้องมีชีวิตยืนยาวกว่ากลุ่มที่ไม่ได้ จากนั้นจึงจะไปขึ้นทะเบียนในข้อบ่งชี้นั้นๆ ได้ แล้วจึงจะขยับขึ้นไปเปรียบเทียบกับยามาตรฐานเพื่อเขยิบข้อบ่งชี้ขึ้นไปเป็นการรักษาลำดับแรก

ทั้งนี้ *เห็นกันชัดๆ ว่ายาสมุนไพรของนายแสงชัย ตกคุณสมบัติตั้งแต่ขั้นตอนแรกแล้ว คือไม่มีฤทธิ์ฆ่าเซลล์มะเร็ง* ดังนั้นถ้าตามขั้นตอน เขาก็เลิกที่จะเอามาศึกษาอะไรต่อไป เนื่องจากไม่มีคุณสมบัติในการรักษาโรค จริงๆ ถ้าผ่านขั้นตอนนี้ก็ยังมีขั้นตอนในการพิสูจน์อีกเยอะ ไม่ใช่อยู่ดีๆ  ก็เอามาแจก
ปริมาณที่เหมาะสมที่ควรจะกินเท่าไหร่ก็ไม่เคยมีการศึกษา ผลข้างเคียงมีอะไรบ้างก็ไม่ทราบ

ในฐานะหมอมะเร็ง อยากขอให้เพื่อนๆ ช่วยอ่านกันให้มากๆ ช่วยกันแชร์ให้ด้วย ไม่อยากให้คนไทย
ตกอยู่ใต้วังวนของการเชื่อโดยไม่มีหลักฐานพิสูจน์ คนไข้โรคมะเร็งที่ไปรักษาแพทย์ทางเลือก จำนวนไม่น้อยที่จริงๆ เป็นระยะเริ่มต้น ซึ่งควรที่จะหายถ้าได้รับการรักษาแผนปัจจุบัน แค่เขากลับต้องกลายเป็นระยะแพร่กระจายเพราะไปเสียเวลากับสมุนไพรอะไรที่ไม่ได้ผล

นอกจากนั้น บางคนยังมีผลข้างเคียง ตับวาย ไตวายกันมาก็มาก การรักษาแนวทางนี้เน้นการโฆษณา
ชวนเชื่อ ให้คนไข้ที่แข็งแรงมาพูดออกสื่อ ซึ่งจริงๆ แล้วกลุ่มคนที่แข็งแรงเหล่านี้ บางคนก็เพราะได้
รับการรักษามะเร็งระยะเริ่มต้นโดยวิธีปัจจุบันมาแล้ว

ขณะเดียวกัน ยังอยู่ในระยะปลอดโรคอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องกินยาอะไรอื่นก็สบายดีได้ บางคนรักษา
แผนปัจจุบันและควบคุมโรคได้ด้วยวิธีแผนปัจจุบัน แต่กลับไปเชื่อว่าโรคควบคุมได้โดยยาสมุนไพร

ปัจจุบันการรักษามะเร็งทันสมัยมากขึ้น เรามีการรักษาจำเพาะ พุ่งเป้า และยาหลายรายการ คน
ธรรมดาก็เข้าถึงได้ เนื่องจากมีโปรแกรมช่วยเหลือ และยาราคาถูกลง ดังนั้นอยากให้คุยกับแพทย์ให้
ละเอียดสักนิดถึงทางเลือกในการรักษา ซึ่งอาจจะดีกว่าที่คิด

*"โปรดอย่าให้คนรู้จักตกเป็นเหยื่อของความไม่รู้ ช่วยกันเผยแพร่สิ่งที่ถูกต้อง อย่าหลงไปกับกระแส
โฆษณาชวนเชื่อ ถ้าสักวันนึงเราต้องตายจากมะเร็งจริง ขอให้ตายอย่างรู้เท่าทัน ไม่ถูกหลอก แค่นั้น
ก็น่าจะตายตาหลับแล้ว จริงไหม".*




ยาหมอแสงความรู้สำหรับประชาชนทั่วไป ... กระทู้ แนะนำ ใน พันทิบ ๘กพ.๖๑

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=10-02-2018&group=27&gblog=34

ผลออก!สมุนไพรหมอแสง ไม่ยับยั้งมะเร็ง เจ้าตัวเดินหน้าแจกต่อ

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=26-04-2018&group=27&gblog=36

อาจารย์หมอมาเอง!อธิบายขั้นตอนชัด 'ทำไมยาหมอแสงไม่มีฤทธิ์ฆ่ามะเร็ง'

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=26-04-2018&group=27&gblog=37

การแพทย์คือวิทยาศาสตร์ของความน่าจะเป็นและศิลปะของความไม่แน่นอน

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=21-04-2016&group=27&gblog=16

ข้อเท็จจริงในการดูแลรักษาโรคภัยไข้เจ็บโดยแพทย์

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=11-06-2013&group=27&gblog=12

ผลของ การรักษาโรค

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=05-01-2008&group=27&gblog=22

ยาหมอแสงความรู้สำหรับประชาชนทั่วไป ... กระทู้ แนะนำ ใน พันทิบ ๘กพ.๖๑

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=10-02-2018&group=27&gblog=34

ผลออก!สมุนไพรหมอแสง ไม่ยับยั้งมะเร็ง เจ้าตัวเดินหน้าแจกต่อ

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=26-04-2018&group=27&gblog=36

อาจารย์หมอมาเอง!อธิบายขั้นตอนชัด 'ทำไมยาหมอแสงไม่มีฤทธิ์ฆ่ามะเร็ง'

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=26-04-2018&group=27&gblog=37

การแพทย์คือวิทยาศาสตร์ของความน่าจะเป็นและศิลปะของความไม่แน่นอน

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=21-04-2016&group=27&gblog=16

ข้อเท็จจริงในการดูแลรักษาโรคภัยไข้เจ็บโดยแพทย์

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=11-06-2013&group=27&gblog=12

ผลของ การรักษาโรค

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=05-01-2008&group=27&gblog=22




 

Create Date : 26 เมษายน 2561   
Last Update : 26 เมษายน 2561 14:47:34 น.   
Counter : 374 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ผลออก! สมุนไพรหมอแสง ไม่ยับยั้งมะเร็ง เจ้าตัวเดินหน้าแจกต่อ



ผลออก! สมุนไพรหมอแสง ไม่ยับยั้งมะเร็ง เจ้าตัวเดินหน้าแจกต่อ
วันที่ 24 เมษายน 2561 - 15:55 น.
https://www.matichon.co.th/news/928551

เมื่อวันที่ 24 เมษายน ที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้มีการหารือร่วมกันระหว่างนพ.ปราโมทย์ เสถียรรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ ผอ.สถาบันมะเร็งแห่งชาติ นายแสงชัย แหเลิศตระกูล หรือหมอแสง และทีมนักวิจัยประสิทธิภาพสมุนไพรสูตรของนายแสงชัย ต่อการรักษาโรคมะเร็ง ซึ่งผลการวิจัยออกมาตั้งแต่ช่วงกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่เพิ่งมีการหารือร่วมกันในวันนี้ (24 เม.ย.) โดยเริ่มมีการหารือร่วมกันนานกว่า 3 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่ 09.00 น. โดยไม่ให้สื่อมวลชน หรือผู้ใดเข้าร่วมรับฟังแต่อย่างใด

ต่อมาเมื่อเวลา 12.00 น. นพ.ณรงค์ ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนภายหลังการหารือว่า ทางกรมได้นำตัวอย่างสมุนไพรนายแสงชัยมาทดลองในลักษณะตัวยาที่มีความเข้มข้นต่างกัน แยกเป็นที่อยู่ในสารน้ำ ในเลือด และปริมาณที่มีความเข้มข้นสูงๆ แล้วนำสมุนไพรนี้ไปทดสอบกับเซลล์มะเร็ง 7 แบบ คือ มะเร็งเต้านม 3 ชนิด มะเร็งตับ มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ และมะเร็งกระเพาะอาหาร ผลการทดลองในหลอดทดลองนั้นพบว่า ตัวฤทธิ์ของสมุนไพรไม่สามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งได้ แต่กรมการแพทย์แผนไทยฯ กรมการแพทย์ก็ได้ศึกษาต่อในเรื่องของคุณภาพชีวิตก็พบว่าสามารถใช้ได้

เมื่อถามว่าต้องเดินหน้าวิจัยในสัตว์ทดลอง และในคนต่อหรือไม่ นพ.ณรงค์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องมีการคุยกันพอสมควรในทิศทางที่จะเดินต่อไป เพราะมีมุมมองหลายมุมมอง เท่าที่คุยกันในวันนี้คิดว่าคงต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง แต่ต้องเรียนว่าการดูแลแบบคู่ขนาน ทุกระยะ คิดว่าถ้าช่วยกันดูแลประชาชนน่าจะได้ประโยชน์สูงสุด ที่คุยกับนายแสงชัยแล้ว อยากบอกพี่น้องประชาชนว่าอย่ารักษาข้างใดข้างหนึ่ง โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นระยะท้ายๆ การมารับยานายแสงชัย เพื่อประคับประคองก็ได้ แต่หากเป็นระยะต้นๆ ก็รักษาคู่ขนานกันไป ซึ่งนายแสงชัยก็เห็นด้วย ในการรักษาสิ่งที่เป็นประเด็นในสมุนไพรของนายแสงชัยคือหนึ่งไม่มีความเป็นพิษ ดังนั้นการรับเข้าสู่ร่างกายไม่เป็นพิษ แต่ประเด็นเรื่องการทดลองหลังรับสมุนไพรคือไม่ได้ผลในการฆ่าเซลล์มะเร็ง ดังนั้นการรักษาคู่ขนานน่าจะเป็นคำตอบที่ดีกับประชาชน ส่วนประเด็นว่าระหว่างนี้จะมีช่องทางในการขึ้นทะเบียนสมุนไพรสูตรของนายแสงชัย เป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพใดตามกฎหมายได้หรือไม่ ซึ่งนายแสงชัยเองก็ได้สอบถามในประเด็นนี้มาเหมือนกันก็เรียนว่าคงยังไม่ได้

ด้าน นายแสงชัย กล่าวว่า สิ่งที่กรมการแพทย์ฯนำไปทดลองนั้นก็เป็นเพียงการวิจัยในหลอดทดลอง ซึ่งปรากฎว่าไม่มีผลในการยับยั้งเซลล์มะเร็ง แต่ไปอยู่ในตัวคนแล้วเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ไม่รู้ว่าจะยับยั้งเซลล์มะเร็งได้หรือไม่ เพราะเมื่ออยู่ในหลอดทดลองก็อยู่แค่นั้น แต่ถ้าเข้าร่างกายแล้วมันก็ไปตามเส้นเลือด แต่กรมการแพทย์ก็บอกว่าจริงๆ คนที่พอมีฐานะ มีความรู้ กลัวจะเสียโอกาสก็ให้ไปให้แพทย์รักษา อย่าพยายามมากินสมุนไพรตัวนี้เลย ยืนยันว่ายังแจกสมุนไพรต่อไป ถ้าเขาสั่งหยุด ถ้าเขาไม่ห้ามเราก็แจกต่ออยู่แล้วเพราะเป็นความหวังของประชาชน จริงๆ แล้วถามว่าที่เราทำมา 10 กว่าปี ก็ย่ำอยู่กับที่ เปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทย อธิบดีกรมการแพทย์มากี่คนแล้ว สถาบันมะเร็งก็เปลี่ยนผอ.มาหลายคน แต่ของเรายาเป็นตำนาน ส่วนเรื่องสูตรจะขายให้ต่างชาติหรือไม่นั้นก็ไม่แน่หากหมอไทยบอกไม่ได้ผลเราจะเอาสูตรไว้ทำไม ต่างชาติเขาฉลาดก็ทำ ที่แจกยามีหมอจากเยอรมัน รพ.จากอเมริกาเขาก็มาเฝ้าทุกระยะเพื่อติดต่อขอซื้อ แต่ยังไม่อยากขาย กลัวคนไทยไม่มีกิน ซึ่งก็จะไปแจกต่อที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในวันที่ 2 พฤษภาคมนี้

เมื่อถามว่าผลการทดลองที่ออกมานายแสงชัยจะต้องมีการชี้แจงต่อประชาชนที่รอรับสมุนไพรอย่างไร นายแสงชัย กล่าวว่า ประชาชนเขาไม่ต้องการคำชี้แจงหรอก เขาต้องการรู้แค่ว่าตนต้องการจะแจกยาต่อหรือไม่เท่านั้นเอง เมื่อถามต่อว่าผลทดลองบอกไม่ได้ผลในการฆ่าเซลล์มะเร็ง ดังนั้นจะปรับกลุ่มการแจกสมุนไพรหรือไม่ นายแสงชัยกล่าวว่า ถ้าผู้ป่วยเขาพร้อมจะไปรับเราก็ให้ หรือถ้าเขาสะดวกก็ไปที่สถาบันมะเร็งซึ่งรักษาทุกระยะ ไม่มีไล่กลับบ้าน รับได้หมด ทั้งนี้ยืนยันว่าผู้ป่วยที่มารับสมุนไพรนั้นนั้นไม่มีการทิ้งการรักษาแผนปัจจุบัน แต่มีคนป่วยที่หมดทางรักษาแล้วอยู่ในมือเราหลายพันคน เป็นมะเร็งรวมๆ สมุนไพรเราเองก็ไม่มีสูตรแยกว่าเป็นมะเร็งชนิดไหน รวมมั่ว มะเร็งก็คือไวรัส เราไม่ใช่หมออย่าไปแยกมัน มะเร็งคือไวรัสชนิดหนึ่งเราก็ฆ่ามันเท่านั้นเอง

เมื่อถามต่อว่าเพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนจริงๆ จะต้องขยายผลทดลอง หรือร่วมกับภาครัฐในการทดลองหรือไม่ นายแสงชัย กล่าวว่า เรื่องการขยายผลจริงๆ อยู่ที่ภาครัฐ ตนมีแค่หน้าที่ผลิต ซึ่งก็ทำมาตลอด แต่ก็บอกทุกครั้งว่าให้รักษาควบคู่กันไป ตนบอกตลอดว่าไม่ใช่หมอ แต่เป็นผู้แบ่งปันคนหมดหนทาง ไม่เป็นไร เรายังเดินหน้าแจกต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะไม่ไหว และคิดว่าเร็วๆ นี้คงจะไม่ไหว วันนี้กำลังการผลิตอยู่ที่ 4 แสนเม็ดต่อเดือน สำหรับกรณีมีคนตั้งข้อสังเกตเรื่องว่าทำไมต้องมีการลงบันทึกประจำวันนั้นก็คงต้องไปถามคนที่ตั้งคำถามว่าคนที่ผ่าตัดในรพ.ที่ผ่าตัดในรพ.ทำไมต้องให้ญาติเซ็น คนจะตาย ตายแล้วไม่เดือดร้อนเราให้แค่นี้พอ พอแจ้งความแล้วตำรวจจะรู้ยอดคนจะได้ให้การดูแลได้ ที่มาของยา 6 เม็ด เพราะมันไม่พอเลยแบ่งจาก 10 เม็ดเหลือ 6 เม็ด

นายแสงชัย กล่าวต่อว่า ที่รัฐทำคือทดลองในหลอดทดลอง จะเอามาทดลลองในคนไม่ได้ เพราะผิดจริยธรรม แต่ผมได้ทดลองในคน ซึ่งอาการแย่อยู่แล้ว เริ่มต้นก่อนจะแจกไม่ใช่ว่าผมไม่ทดลอง เราทดลองตามผู้ป่วยติดเตียง ตามบ้าน ตามวัดที่ใกล้เสียชีวิต ก็พบว่ามีเสียชีวิตประมาณ 300-500 คน แต่เราเอาผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่มีทางรอด ตายแน่ๆ ญาติยอมเราก็ให้กิน

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่านี่ถือเป็นการวิจัยแล้วใช่หรือไม่ นายแสงชัยกล่าวว่า อันนั้นคือคิดการใหญ่ใจต้องถึง มัวแต่ไปรอภาคส่วนรัฐที่ต้องรอทดลองในหลอดทดลองแล้ว สัตว์น้อย สัตว์ใหญ่ ผมไม่เอาหรอกผมจะรักษาคน ไม่ได้รักษาสัตว์ ไม่ได้รักษาสัตว์ทดลอง ก็เลยเอาคนจริง และเมื่อถามต่อว่าในการทดลองในคนได้มีการขออนุญาตก่อนหรือไม่ นายแสงชัยกล่าวว่า ต้องขออนุญาตใคร ก็ขออนุญาตญาติเขาแล้ว ซึ่งเราไม่กังวลว่ามันเป็นการวิจัยในมนุษย์


**************************************
ไม่ดีไม่ต้องมากิน! หมอแสงของขึ้น สธ.แถลง สมุนไพรไม่ยับยั้งมะเร็ง
โดย ไทยรัฐออนไลน์  24 เม.ย. 2561 18:44
https://www.thairath.co.th/content/1264211

ของขึ้นอีกรอบ หมอแสง ร่วมประชุมกับกรมการแพทย์แผนไทยฯ ก่อนแถลงผลทดลองสมุนไพรไม่
สามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งได้ ย้ำบอกมาตลอดเป็นสมุนไพรพื้นบ้าน กินฟื้นฟูสุขภาพ ถ้าไม่สมัครใจ ก็
ไปรักษาเคมี 

วันที่ 24 เม.ย. 61 หลังจากที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้มีการหารือร่วมกัน
ระหว่าง นพ.ปราโมทย์ เสถียรรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยฯ นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช รอง
อธิบดีกรมการแพทย์ นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ ผอ.มะเร็งแห่งชาติ และนายแสงชัย แหเลิศตระกูล หรือ
หมอแสง เสร็จเรียบร้อยแล้ว มีการแถลงถึงผลทดลอง พบว่าตัวฤทธิ์ของสมุนไพรไม่สามารถยับยั้ง
เซลล์มะเร็งได้  

ต่อมานายแสงชัยได้เดินทางกลับที่ทำงาน ที่สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดปราจีนบุรี ผู้สื่อข่าวได้เข้าสัมภาษณ์นายแสงชัย หรือหมอแสง ถึงรายละเอียดในการประชุม ทราบว่าในที่ประชุมมีอธิบดีกรมการแพทย์ได้แถลงผลการวิจัยแล้วก็มาเปิดเผยในห้องประชุมเล็ก ว่า ผลการทดลองในหลอดแก้วแล้ว สมุนไพรตัวนี้มีฤทธิ์น้อยมาก 

"แต่เราก็ไม่รู้ว่าคนกินแล้วจะเป็นอย่างไรบ้าง ผมก็บอกแล้วของผมเป็นสมุนไพรไทย เพื่อฟื้นฟูสุขภาพ
ผมไม่ต้องการให้กินปุ๊บหายปั๊บ เราก็ต้องยอมรับว่าในหลอดทดลองแก้วฆ่าเชื้อไม่ได้เท่าที่ควรเหมือน
สารเคมี จากการผลการทดลองที่ผู้ใหญ่ที่ได้กินยาจริงๆ ที่ได้ผล แต่ในหลอดทดลองแก้วกลับไม่ได้ผลคือเขายังไม่ได้ทดลองในร่างกายคน ทดลองในหลอดแก้ว ความจริงก็ไม่ต้องเอาสมุนไพรผมใส่หรอก เอาน้ำยาล้างห้องน้ำใส่เข้าไปก็น่าจะฆ่าได้นะ"

ผู้สื่อข่าวได้ถามถึงกรณีสำนักนายกรัฐมนตรีสั่งการให้หน่วยงานต่อยอดหมอแสงชัยนั้น หมอแสงมีความเห็นอย่างไร หมอแสง กล่าวว่า เขาจะต่อยอดไปเรื่อย เพราะนายกฯ ไม่ได้จบแพทย์ก็คงไม่รู้หรอกว่า ในขวดทดลองแก้วเอาเชื้อมะเร็งใส่ เอาเคมีใส่แล้วมันตาย เอาสมุนไพรใส่แล้วไม่ตาย นายกฯ ก็คงไม่รู้นะ เพราะนายกฯ ไม่ได้จบแพทย์ จริงๆ แล้วถ้าคิดว่าในขวดทดลองแก้วเอาสารเคมีใส่ตายน้ำยาล้างห้องน้ำใส่คงตายเหมือนกัน ไม่เป็นไรเราก็ทำไป ก็บอกแล้วว่ารักษาควบคู่กันไป ถ้าใครข้องใจก็ไม่ต้องมา ไม่เชื่อก็อย่ามากิน ก็ยังเห็นหมอหน้าด้านมากินกันหลายคน

"ก็อยากบอกว่าคนมีความรู้ให้ไปรักษาสถาบันมะเร็งก่อน อย่าหน้าด้านมาเลย เหมือนกับผมไปทำให้คนเชื่อ แต่ทำไมภาครัฐมีทั้งงบประมาณและบุคลากรเยอะแยะ ทำไมไม่ทำให้ประชาชนเชื่อว่าสารเคมีดีนะ อันนี้แล้วแต่ภาครัฐจะทำอย่างไรให้คนเชื่อ"

ส่วนที่มีการทดลองยาเบญจอำมฤต ทางกรมการแพทย์นั้น นายแสงชัยบอกว่า ได้สอบถามแล้ว ว่า
เบญจอำมฤต ทางกรมการแพทย์ได้มีการนำไปวิจัยทดลองบ้างหรือไม่ ได้รับคำตอบว่าไม่ได้ส่งไปให้
ทำ หมอทำไม่ผิด แต่เราทำผิด เห็นส่งยาเบญจอำมฤตไปหลายโรงพยาบาล เขาบอกว่าทำแล้ว
ปากบอกทำแล้ว แต่ไม่รู้ว่าทำจริงหรือเปล่า แต่ของเราผู้ที่สมัครใจมากินสมุนไพรไทย สมุนไพรพื้น
บ้าน ถ้าไม่สมัครใจก็ไปรักษาเคมีก่อน ถ้าเคมีไม่ไหวก็มาหาเราดีกว่า

"ถ้าของเราไม่ดี อันตราย หนังสือมาวันไหน เราก็หยุดวันนั้นเลย เราก็ให้ต่างชาติไป ประเทศไทย
เราไม่ว่าจะทำอะไร เคยได้เปรียบต่างชาติไหม เสียเปรียบตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยามา อยากเห็น
ใครได้ดี อยากเห็นคนเก่งไหม อยากเห็นคนช่วยเหลือคน ก็ไม่เป็นไร ถ้าคิดว่าไม่ดีเราก็ให้ต่างชาติ
ไป ตอนนี้มีหมอเยอรมัน แพทย์จากอเมริกามาดู ถ้าไม่ดีเขาคงไม่ส่งคนป่วยมารักษาที่ผมหรอก ต่าง
ประเทศเริ่มยอมรับ แต่คนไทยไม่ได้ เขาเรียนกันมาสูง แต่เราเรียนมาแค่ ม.พื้นบ้าน รักษามะเร็ง
แค่เล็กๆ น้อยๆ คงเทียบเขาไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร ขายต่างชาติไป ไม่เป็นไร"

สุดท้าย หมอแสง กล่าวว่า อนาคตต่อไปนี้จะผลิตน้อยลงนิดหนึ่ง บอกทุกคนแล้ว ถ้าไม่ดีก็ไม่ต้องมากินเปลือง ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเราที่มากินยา ยังหน้าด้านไม่กล้าเปิดตัวว่ากินยาหมอแสง ก็เปลืองนะอย่ามา คนไหนกินแล้วยังหลบๆ กินแล้วไม่กล้าออกข่าว อย่ากินเลยเปลือง สงสารคนจนที่เขาไม่มีทางเลือก อย่ากินดีกว่า ถ้ากินแล้วอาย.

************************************

ยาหมอแสงความรู้สำหรับประชาชนทั่วไป ... กระทู้ แนะนำ ใน พันทิบ ๘กพ.๖๑

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=10-02-2018&group=27&gblog=34

ผลออก!สมุนไพรหมอแสง ไม่ยับยั้งมะเร็ง เจ้าตัวเดินหน้าแจกต่อ

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=26-04-2018&group=27&gblog=36

อาจารย์หมอมาเอง!อธิบายขั้นตอนชัด 'ทำไมยาหมอแสงไม่มีฤทธิ์ฆ่ามะเร็ง'

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=26-04-2018&group=27&gblog=37

การแพทย์คือวิทยาศาสตร์ของความน่าจะเป็นและศิลปะของความไม่แน่นอน

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=21-04-2016&group=27&gblog=16

ข้อเท็จจริงในการดูแลรักษาโรคภัยไข้เจ็บโดยแพทย์

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=11-06-2013&group=27&gblog=12

ผลของ การรักษาโรค

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=05-01-2008&group=27&gblog=22





 

Create Date : 26 เมษายน 2561   
Last Update : 26 เมษายน 2561 14:45:25 น.   
Counter : 129 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

หมายเหตุ แพทยสภา" ลงเรื่อง คดีความทางการแพทย์ คดีแรก แพทย์ร่วมจ่าย ๑.๘ ล้าน อีกคดี แพทย์ติดคุก ๔ ปี




เรียนรู้ร่วมกัน .. วารสาร "หมายเหตุ แพทยสภา" ลงเรื่อง คดีความทางการแพทย์ คดีแรก แพทย์ร่วมจ่าย ๑.๘ ล้าน อีกคดี แพทย์ติดคุก ๔ ปี ? แถมด้วยบทบรรณาธิการ บทเรียนจากคดีฯ ..







ถ้ายังอยากเป็นประกอบวิชาชีพแพทย์ วิชาความรู้ทางการแพทย์ อย่างเดียวไม่พอ .. เรียนรู้จากเรื่องของคนอื่น เพื่อจะได้ไม่ต้องจ่ายค่าเรียนเอง

แนะนำโหลดไปอ่าน https://tmc.or.th/pdf/tmc_noet_ep6_050318.pdf




 

Create Date : 19 มีนาคม 2561   
Last Update : 19 มีนาคม 2561 14:30:23 น.   
Counter : 175 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ยาหมอแสง ความรู้สำหรับประชาชนทั่วไป ... กระทู้ แนะนำ ใน พันทิบ ๘กพ.๖๑





คัดลอก จากกระทู้ แนะนำ ใน พันทิบ ๘กพ.๖๑
https://pantip.com/topic/37356718


1. ความหวังสำหรับผู้ป่วยที่ไม่มีทางรอดอีกแล้ว เป็นสิ่งที่ดีครับ แต่ความหวังนั้นต้องไม่ทำร้ายผู้ป่วยมะเร็งคนอื่น อย่าลืมว่าผู้ป่วยมะเร็งหลายรายในหลายระยะมีโอกาสรอดชีวิตมากขึ้นหรือบางรายอาจหายขาดได้เลยนะครับ ถ้าได้รับการรักษาตามแนวทางการแพทย์แผนปัจจุบัน พวกเค้าจะเสียโอกาสเหล่านี้ไปหากหันไปพึ่งยาหมอแสงแทน นี่คือสิ่งที่พวกเราเป็นห่วง

2. คนที่กินยาหมอแสงแล้วอาการดีขึ้น ไม่ได้หมายความว่าเป็นผลจากยาเสมอไป อาจเป็นจากปัจจัยอื่นมากมายทั้งธรรมชาติของโรคและปัจจัยรอบตัวคนไข้ ทางเดียวที่เราจะรู้ได้ เราต้องควบคุมปัจจัยที่ว่าเหล่านั้นให้เท่ากันให้ได้หรือต่างกันให้น้อยที่สุดเสียก่อน แล้วจึงติดตามดูผล นั่นก็คือการทำการทดลองทางคลีนิคที่คุณหมอหลายท่านพยายามจะบอกนั่นเอง

3. ยาหมอแสงไม่ว่าจะบอกว่าเป็นสมุนไพรหรือยา สิ่งที่สำคัญคือเราต้องรู้ขนาดที่เหมาะสมที่สุดและข้อมูลในเรื่องของผลข้างเคียงต่ออวัยวะอื่นๆในร่างกาย การผสมยาขึ้นมาเองโดยเอาสูตรส่วนหนึ่งจากหมอเขมรแล้วลองให้หมาแมวกินก่อนจากนั้นลองให้คนทดลองกินกันแล้วบอกต่อๆกัน โดยหลักการแล้วถูกต้องครับ นี่คือที่มาของ phase II study ของการแพทย์แผนปัจจุบันนั่นแหละ แต่มันน้อยเกินไป มันอ่อนเกินกว่าที่จะได้คำตอบ การศึกษามันอ่อนแอเกินกว่าที่จะเอามาใช้กับผู้ป่วยมะเร็งทุกคนและยืนยันว่าปลอดภัย

4. ยาแผนปัจจุบันที่ใช้กันมากมายก็มีกำเนิดมาจากธรรมชาติเช่นกัน อย่าง Aspirin ก็มาจากเปลือกของต้นวิลโลว์ Warfarin ก็มาจากสาร dicumarol ในต้น sweet clover ที่เป็นอาหารของวัว หรือ Statin ก็ถูกค้นพบจากราในข้าวสารที่เมืองเกียวโต แต่กว่าจะเอามาใช้ได้ในผู้ป่วยยาเหล่านี้ต้องผ่านการศึกษาอย่างละเอียดเป็นสิบปีก่อนจะได้อนุมัติให้ใช้ได้ ทั้งหมดนี้ที่หลายคนอาจจะรู้สึกรำคาญว่าทำไมต้องวุ่นวาย ลองๆใช้ดีก็โอเคแล้ว ที่ทำไปทั้งหมดก็เพื่อความปลอดภัยของประชากรทั้งหมดรวมทั้งพ่อแม่ลุงป้าน้าอาของเรานั่นเอง

5. สุดท้ายผมเชื่อว่าไม่มีหมอแผนปัจจุบันคนไหนอิจฉาริษยาหมอแสงหรอกครับ ไม่รู้จะอิจฉาไปเพื่ออะไร ทุกวันนี้คนไข้ก็ล้นมือจนจะตายกันอยู่แล้ว ที่เราท้วงเพราะห่วงผู้ป่วยส่วนใหญ่ของประเทศเท่านั้นเอง

เรื่องนี้ไม่ควรดราม่ากันเลย เชื่อว่าทั้งหมอแสงทั้งหมอแผนปัจจุบันต่างก็หวังดีกับคนไข้ทั้งนั้น เพียงแต่คนที่ไม่ใช่แพทย์อาจจะไม่เข้าใจสิ่งเหล่านี้ที่ผมเขียนไป ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกนะครับ อย่าไปด่ากันเลย เพราะอย่างผมก็โง่เรื่องอื่นมาก เอาง่ายๆอย่างเรื่องคอมพิวเตอร์ลึกๆก็ไม่รู้อย่างที่ IT เค้ารู้เช่นกัน

ที่มา : https://www.facebook.com/JarvisChaisiriLancelotWipat1412/posts/819676934906070


*************************************************

ช่วงโปรโมชั่น มีวันหมดอายุ ... มะเร็งก็เช่นกัน

ช่วงนี้ลูกกำลังโต ... เวลาผ้าอ้อมสำเร็จรูปหมดก็จะต้องแวะเวียนไปตามห้าง เพราะว่ามีโปรโมชั่นลดราคา ... ซื้อสองแถมหนึ่ง ติดป้ายเล็กๆว่า (จนกว่าของจะหมด)

พอผ้าอ้อมลดราคาแล้ว เราจะซื้อเลยไหม ... คำตอบคือ"ไม่"

ต้องเช็คราคาก่อน เพราะว่าบางครั้งที่นี่ลดเยอะแล้ว ที่อื่นลดเยอะกว่า
ปัญหาคือ บางครั้งเช็คแล้วกับเพื่อนว่าที่อื่นลดมากกว่า เราก็เดินทางไปซื้อ เพื่อจะพบว่าไม่ได้ลด ... ข่าวผิด
บางครั้งเราไปถึงแล้วพบว่า เค้าลดจริง50ท่านแรก และหลังจากนั้นขายเต็มราคา
แล้วเมื่อเรากลับมาที่ห้างแรก ... ก็จะพบว่า ของหมดแล้ว ไม่มีโปรโมชั่นแล้ว

เสียทั้งเงิน
เสียทั้งเวลา
แถมไม่ได้ของ ... ต้องจ่ายเงินแพงขึ้น ระหว่างนั้นใช้แผนสำรองเอาผ้าอ้อมแบบใช้แล้วซักใช้แทนไปก่อน

นั่นคือเรื่องของผ้าอ้อมสำเร็จรูป
กลับมาที่มะเร็ง

เวลาคนเราตรวจเจอมะเร็ง เรามักจะตรวจเจอในระยะที่ต่างกันไป
คนไหนโชคไม่ดีเจอระยะท้ายรักษาไม่ได้ ก็ลำบากหน่อย
แต่หลายคนโชคดี พบในช่วง “โปรโมชั่น”

เช่นเจอมะเร็งระยะแรก จากการตรวจมะเร็งปากมดลูก
เจอมะเร็งปอด ที่ก้อนเล็กมาก มีหวังผ่าตัดได้
เจอมะเร็งเม็ดเลือด ที่ดูชนิดแล้วน่าจะมีหวังสูง

นี่คือระยะโปรโมชั่น สวรรค์และโชคชะตา เปิดช่วงเวลาพิเศษ รักษาตอนนี้มีโอกาสหายขาด ... มีโอกาสอยู่จนแก่เฒ่า โดยมีวงเล็บว่า (โปรโมชั่นนี้ ใช้ได้ไม่เกิน 1 เดือน หรือจนกว่าจะมีการกระจาย)

หลายคนไม่ลังเล รีบรักษา และหายขาด ตรวจซ้ำกี่รอบก็ไม่เจอ
หลายคนลังเล เพราะความกลัวหลายอย่าง ... ไม่อยากผ่าตัด ไม่อยากให้เคมี ไม่อยากฉายรังสี เลยตัดสินใจต่างออกไป

บ้าง เช็คกับเพื่อนแล้วว่ารักษาแผนทางเลือกที่นั่นนี่ หายมากกว่า เลยดั้นด้นเดินทางไป รักษาอยู่ 4-5 เดือน เพื่อจะพบว่าคนที่ไปพร้อมกันทยอยตายไปทีละคน ไม่ได้ผลจริง
บางครั้งได้ข่าวว่ารักษาฟรีมีแค่ค่าบูชาครู 5บาท 10บาท แต่เมื่อไปแล้ว ขายสารพัดน้ำอาหารเสริม คอร์สละหลายพันหลายหมื่น
บางครั้งไปแล้วเจอสูตรยาผสมบางประเภท ตับอักเสบ ไตวาย ... ได้โรคแถมกลับมาอีกมากมาย

และเมื่อกลับมายังโรงพยาบาล เพื่อขอรับโปรโมชั่น รักษาวันนี้มีโอกาสหายขาด ... ก็ต้องพบกับความจริงที่ว่า โปรโมชั่นนั้นได้หมดไปนานแล้ว

เสียเงิน ที่ควรจะเหลือไว้ให้ตนเองหรือคนข้างหลัง
เสียเวลา ทำให้ระยะมะเร็งเปลี่ยน / และเวลาที่จะให้กับครอบครัว
เสียชีวิต เพราะมะเร็งจากระยะที่รักษาหายขาดได้ เปลี่ยนเป็นระยะที่ไม่มีทางหายขาด
เสียชีวิต จากผลข้างเคียงของยาทางเลือก
เจ็บปวด โดยไม่จำเป็นจากการรักษาที่ไม่ได้ผล ทั้งที่มีวิธีหรือยาที่ทำให้หายเจ็บได้

การรักษามะเร็ง Cure for cancer
คือ Holy Grail ทางการแพทย์
คือเป้าหมายที่แพทย์มากมายคาดหวังจะให้มีจริง

ถ้ามีการรักษาแบบใด ไม่ว่าแผนปัจจุบัน แผนโบราณ พลังงานลึกลับ ไสยศาสตร์ ศาสนา ไอเท็ม โพชั่น หรืออะไร รักษาให้หายได้แบบยืนยันได้ชัดเจน ... หมอทั่วโลกก็ย่อมส่งคนไข้ไปรักษาให้หาย

แต่ในเมื่อมันไม่มีอะไรแบบนั้น
มีแต่แบบที่โด่งดังขึ้นมา ... จากนั้นก็หายไป
มีแต่แบบที่แฝงการขายที่เคลือบความหวัง ... ดังขึ้นมาแล้วก็หายไป

เราก็ได้แต่รอ

สำหรับผ้าอ้อมสำเร็จรูป ... การพลาดโปรโมชั่น คือ เสียเวลาซักผ้าอ้อม
สำหรับมะเร็ง ... การพลาดโปรโมชั่น คือการเสียชีวิตและการลาจากชั่วนิรันดร์

ศึกษาให้ดี อย่าเสียเวลาที่มีค่านั้นไปครับ

ที่มา :  https://www.facebook.com/HmxMaew/posts/1279287465499437


*************************************************


แอดคนอื่นก็มีเขียนไปบ้างแล้ว
แอดสายดรามาจะไม่เข้าร่วมก็กระไร
ขอร่วมแชร์ความคิดแบบง่ายๆ ให้ลองอ่านและคิดตามดูนะครับ

1.สมุนไพร ไม่ค่อยได้รับการสนใจให้ทำวิจัยจากรัฐบาล เพราะอย่างกรณียาหมอแสง แพทย์หลายๆท่านก็ทราบว่ามีคนทานแล้วอาการดีก็จริง ก็อยากให้ทำวิจัยออกมาว่าต้องกินยังไง กินบ่อยแค่ไหน แล้วต้องติดตามไปถึงเมื่อไหร่ เรื่องนี้ใครรู้ หมอแสงเองก็น่าจะยังไม่รู้เลยเช่นกัน เพราะเค้าแจกฟรีมาจำนวนหนึ่ง แล้วไงต่อ ต้องกินเพิ่มมั้ย มะเร็งแต่ละที่ต้องกินยาขนาดต่างกันมั้ย ระยะมะเร็งแตกต่างกัน ต้องกินขนาดยาต่างกันมั้ย คิดว่ามีใครรู้มั้ย จึงน่าทำวิจัยอย่างยิ่ง

2. ยาหมอแสงได้ผลดี ผลที่ว่าคืออะไร เท่าที่ติดตามข่าวสาร ที่พอเชื่อได้ ทราบมาแค่ว่า ยาไม่มีส่วนประกอบของสเตียรอยด์ หรือสารอันตรายอื่นๆ แต่ไม่ได้มีบอกว่าจัดการมะเร็งได้อย่างไร หมอมะเร็ง หมอรังสี เค้าก็ไม่รู้หรอกเพราะเค้าไม่ได้ใช้ แต่เค้ารู้ดีว่ายาเคมีบำบัด หรือรังสีที่เค้าใช้ ออกฤทธิ์จัดการเซลล์มะเร็งยังไง มะเร็งแต่ละชนิดต้องใช้ปริมาณเท่าไหร่ ระยะต่างกันต้องใช้ขนาดยาหรือรังสีต่างกันอย่างไร มีผลข้างเคียงยังไงบ้าง รู้ว่าต้องเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนอะไรบ้าง ถ้ารู้วินิจฉัยและระยะชัดเจนสามารถพยากรณ์ได้ด้วยซ้ำว่าอยู่ได้อีกกี่ปี แล้วยาหมอแสงล่ะ ข้อมูลเหล่านี้ใครรู้ แม้แต่เจ้าตัวก็คงยังไม่รู้

3. อาการที่ว่าดีขึ้น คือ ทานได้ นอนหลับ มันเป็นเรื่องของอาการที่บอกโดยคนไข้ทั้งสิ้น ซึ่งมีผลจากจิตใจและศรัทธามาก นำมาวัดผลทางวิทยาศาสตร์ไม่ได้ ค่ามะเร็งที่ลดไม่รู้ค่าอะไร ทำไมข่าวไม่เปิดเผย เท่าที่ทราบมีมะเร็งไม่กี่อย่าง ที่มี สารบ่งชี้มะเร็งแบบจำเพาะและใช้ติดตามจริงๆ
เอาเป็นว่ามีมั้ยคนที่ขนาดมะเร็งยุบไปเลยจนหาย โดยไม่มีเรื่องของการรักษาแผนปัจจุบันมายุ่งเกี่ยวแม้แต่ครั้งเดียว

4. มะเร็งที่ก่อตัวมาเป็นปี ทำไมถึงคิดว่า ยา 1 ชนิดจากสมุนไพรจะรักษาให้หายได้ใน 10 เม็ด ที่กินในเวลาไม่กี่วัน เท่าที่ติดตามมีแต่คนมาบอกว่าดีขึ้นในระยะสั้น ยังไม่เห็นมีใครมา
บอกในระยะยาวบ้างว่า ทานยาหมอแสงนี้แล้วอยู่ได้ต่ออีกเป็นสิบๆปี (เอาเฉพาะคนที่เป็นมะเร็งที่มีการยืนยันแล้ว) เห็นว่า แจกยาฟรีมา สิบปี อยากถามว่า ผู้มารับยารุ่นแรกเป็นอย่างไรกันบ้าง มารายงานตัวหน่อย อยากทราบจะได้เก็บข้อมูลไปศึกษาหรือใครที่ได้ไปแล้วเกิดผลเสีย ไม่ต้องอายหรอกครับ แชร์เรื่องของคุณออกมาสู่สังคม ไม่ต้องกลัวต่อต้านกระแสสังคม เพราะเรื่องของคุณจะช่วยเหลือคนได้นับหมื่นนับแสน

แพทย์ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยจากการที่หมอแสงจะได้หรือไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นแพทย์พื้นบ้าน

แต่จะได้ประโยชน์ถ้ายาจะได้รับการทดสอบว่ามีประโยชน์ต่อผู้ป่วยมะเร็ง นั้นคือผู้ป่วยจะมีทางเลือกมากขึ้น

คนเราเวลาเจออะไรที่ขัดกับศรัทธาของตน
ถ้าเราไม่รับฟัง และโจมตีผู้ขัดผู้นั้น ก็จะเสียโอกาสที่จะได้เรียนรู้โลกในอีกมุมหนึ่ง

แนะนำผู้ที่ยังพอมีใจจะรับฟังว่า
เมื่อใดที่ท่านรู้สึกไม่แน่ใจในศรัทธาของท่านหรือมีคนกลุ่มหนึ่ง มาต่อต้านศรัทธาของท่าน
ให้นึกถึงคำสอนของบุคคลที่ประชากรโลกส่วนมากยอมรับมาตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน
เช่น พระพุทธเจ้า

ในทางพุทธศาสนา เมื่อพระพุทธทรงตรัสถึงศรัทธาไว้ในหมวดใด พระองค์ก็มักตรัสเรื่องปัญญาให้เข้าคู่กับศรัทธาด้วยเสมอไป การที่ทรงกำกับศรัทธาด้วยปัญญา เป็นการแสดงให้เห็นว่า ศรัทธาที่ปราศจากปัญญานั้นเป็นอันตราย และปัญญาที่ขาดศรัทธาก็น่ากลัว จะนำไปสู่ความแข็งกร้าวจนไม่ยอมลงให้กับใครหรืออะไรทั้งสิ้น
ดังนั้น ศรัทธาและปัญญาจึงต้องอิงอาศัยกัน กำกับกัน

คนฉลาด จะรู้ว่าตัวเองไม่รู้ในเรื่องอะไร และจะมีคำถามเสมอเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ได้เรื่อยๆไม่มีที่สิ้นสุด

คนโง่ จะคิดว่าที่ตัวเองรู้นั้น ถูกต้อง และรู้มากกว่าคนอื่นๆ จึงหมดโอกาสที่จะได้เรียนรู้อะไรเพิ่มเติมอีกต่อไป

ขอจบเพียงเท่านี้

ที่มา :  https://www.facebook.com/Infectious1234/posts/427379034359462


********************************************

บันทึกเรื่องน่ารู้ by Dr.Adune

(88) February 11, 2018

#ไปหาหมอบ้านกินสมุนไพรรักษามะเร็งดีไหม


-แพทย์รักษามะเร็งรู้อยู่ว่าไม่ดี แต่ไม่รู้จะพูดยังไง คิดอยู่นานมาก เลยตัดสินใจ ลองสวมรองเท้าของคนไข้มะเร็ง และ ยืนมองจากมุมของคนไข้และญาติ ...ลองดูนะ

-ข่าวเรื่องการกินยาสมุนไพรรักษามะเร็งมีมาเรื่อยๆ บางครั้งก็ดังจนมีคนแห่กันไปหามากมาย .. ความจริงแล้ว ได้ประโยชน์ หรือ ไม่ได้ประโยชน์ ....ใครได้ประโยชน์ ใครเสียประโยชน์

-มุมมองคนไข้ต่อการรักษาแผนปัจจุบัน โดยเฉพาะยาเคมีบำบัด ที่เรียกว่า คีโม

... เรื่องแชร์ในไลน์ ในเฟส เรื่องที่เล่าต่อกันมา มากมายว่า

1)ให้ คีโมแล้วโทรม ให้แล้วตาย ทำให้เซลล์ของร่างกายตายไปด้วย คีโมคือยาพิษ เห็นได้ชัดเลย ผมร่วงหมด กินอะไรไม่ได้ คลื่นไส้ คีโมแรง ใครได้คีโมก็มีอาการที่ว่าทุกคน (ข้อเสียมากมาย) ...

2) คนที่รักษาโดยไม่ต้องให้คีโมก็หายได้ website รพ ดังในอเมริกา คนดังๆ แม่ชี ยังบอกว่า ไม่ต้องให้คีโม ก็หายได้ ...

3) ค่ารักษาแพง ถ้าใช้ 30 บาท เขาน่าจะให้ยาไม่ดีไม่ได้ผล จะจ่ายเงินเองก็แพงมาก...

4) อย่าไปให้คีโมเลย ขอให้ทางเลือกคีโมเป็นทางเลือกสุดท้าย มีแต่คนบอกว่าให้แล้วไม่ดี...ถ้ามีวิธีที่ดีกว่า ก็ไม่น่าจะเลือกวิธีที่อันตราย... คำพูดเหล่านี้ เป็นแค่ตัวเสริมนะครับ (กองเชียร์) แค่แสดงความเห็น ไม่ได้มีประสบการณ์ตรง...

5) มีคนทักแล้ว ไม่ฟัง ไม่เชื่อก็ไม่ได้... สรุปคะแนนด้านลบ ของ คีโม มาเต็ม...

-มุมมองคนไข้ต่อสมุนไพร...

1) กินง่าย แค่กิน ไม่ต้องฉีดยา ไม่ต้องไปโรงพยาบาล มุมด้านนี้ คะแนนกำลังใจมาก่อนเลย (เราเป็นไม่มากหรอกนะ กินยาก็พอ) ...

2) ผลข้างเคียงน้อย กินยาสมุนไพร ไม่มีใครคลื่นไส้ ไม่เห็นมีใครผมร่วง ไม่ยากด้วย ให้กินทุกวัน กินเช้าเย็นยังได้เลย เพราะ สมุนไพรไม่ทำอันตรายกับร่างกาย ไม่ทำให้ เซลล์ตาย เหมือนคีโม ... ความรู้สึกว่า ไม่ยุ่งยาก ไม่แพ้ เลือกได้เลือกอันนี้ดีกว่า...

3) เห็นแต่ว่า กินยาสมุนไพรแล้วหาย ออกรายการทีวีก็มี ในหนังสือนิตยสารก็มีสัมภาษณ์ website ก็มีมากมาย ในพันธุ์ทิพย์ ก็บอก...

4) ราคาไม่แพงด้วยสิ เทียบกับ ฉีดยาในโรงพยาบาล แพงกว่าเยอะ....

5)ความรู้ของไทย สนับสนุนภูมิปัญญาไทย ดีกว่าไหม ทำไม่ต้องไปโรงพยาบาล เสียเงิน เซลล์ตาย ผมร่วง ... สู้สมุนไพร .. ข้อดีมากมาย

-คีโมไม่ดี สมุนไพรก็ดี๊ดี ญาติพี่น้อง ก็เชียร์ ไม่เห็นด้วยว่าให้ไป คีโม คนให้คีโมแล้วตาย ก็ได้ยินข่าวบ่อยๆ

... สังคมบ้านเรา เชื่อเรื่องต่างๆ ง่าย โดยไม่ต้องตรวจสอบ เรื่องยิ่งแปลก เวลาเล่า แล้วคนเชื่อ คนสนใจ ยิ่งดีใหญ่ เลยมีคนที่ชอบ ประสมโรง เออ อวย ไปด้วยครับ.. และที่สำคัญเวลาเกิดเรื่อง ก็มาโทษคนพูดไม่ได้เพราะ “เขาว่า” คนพูดไม่ได้พูดเอง ฟังเขามาอีกทีครับ

-กลับมามองมุมหมอบ้างนะครับ..

1) ไม่มีผลข้างเคียง อาจแปลว่า ไม่มีวัตถุออกฤทธิ์เลย ไม่ต่างกับการกินน้ำเปล่า เท่ากับไม่มีผลการรักษา แต่ที่อ้างว่าได้ผล เป็นผลมาจากอย่างอื่น ที่ไม่ใช่ยาสมุนไพร

2) พิสูจน์ว่าสมุนไพรได้ผล ต้องมีข้อมูลที่คนไข้ ได้รับสมุนไพร โดยไม่ได้ยาแผนปัจจุบัน (ต้องระยะโรคเดียวกันด้วยนะครับ)... เพราะคีโมที่ใช้ในปัจจุบัน ผ่านการพิสูจน์มาแล้วกับคนไข้เป็นแสนเป็นล้านราย....

3) ราคาไม่แพง แต่ถ้าไม่ได้ผล ก็ขาดทุน เพียงแต่ไม่ใด้ขาดทุนเป็นเงิน ... ขาดทุนเป็นเวลา เพราะเสียเวลาเสียโอกาสที่จะรักษาให้หาย ..ระหว่างที่กินสมุนไพร มะเร็งไม่ได้หยุดรอเรา ยังคงโตไปเรื่อยๆ มีเวลาให้มะเร็งแพร่กระจาย เพราะยิ่งช้า มะเร็งยิ่งโต โอกาสรักษาหายก็น้อยลง

-การเชื่อตามคำบอก ว่า “หมอมิ่ง หมอหมาย หมอน้อย หมอแสง..“ จะใช้สมุนไพรรักษามะเร็งได้ ไม่ต่างอะไรกับที่ตอนเด็กๆ ผมเชื่อว่า ใส่ชุดซุปเปอร์แมน แล้วจะบินได้ครับ เพราะในทีวี ในหนังสือ ผมรู้ว่า ซุปเปอร์แมนบินได้

-ถ้าท่านคิดว่า บทความนี้น่าเชื่อถือ ก็ช่วยแชร์ต่อให้มากๆ ถือเป็นการทำบุญ ช่วยคนไข้โรคมะเร็ง ซึ่งน่าเห็นใจอยู่แล้ว ไม่ให้หลงผิด เสียโอกาสที่จะรักษาโรคให้หาย


https://www.facebook.com/102927826723871/photos/a.109021852781135.1073741828.102927826723871/589342331415749/?type=3&theater

*******************************************

บันทึกเรื่องน่ารู้ by Dr.Adune
(92) March 12, 2018
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=604401359909846&id=102927826723871


#ความเจ็บปวดที่ได้จากการรักษาสมุนไพรไม่ค่อยมีคนเล่าให้ฟัง
-บ้านเรามีคนแห่กันไปใช้สมุนไพรรักษามะเร็งกันมากมาย เร็วๆ นี้ ก็เป็นหมอ ส. ที่ลือกันว่าดีนักดีหนา ต้องเข้าคิว ต้องมีการขอหนังสือรับรองจากแพทย์ ดูเป็นเรื่องเป็นราวน่าเชื่อถือ
-ได้ผลจริงหรือเปล่าไม่อาจทราบได้... คำกล่าวอ้างที่ให้เราเห็นว่า คนไข้หาย อาจจะเกิดเพราะคนไข้หายจากอย่างอื่น หายจากการรักษาแผนปัจจุบันร่วมด้วย คนไข้ได้ยาสมุนไพรแล้วมีกำลังใจ ก็รู้สึกดีขึ้น ... แต่ในฝั่งการแพทย์แผนปัจจุบัน ถ้าจะบอกว่าการรักษาได้ผลต้องมีการศึกษาอย่างละเอียด ต้องพิสูจน์ แต่ไม่ใช่แค่บอกต่อกัน แล้วก็เชื่อเลยแบบที่เราเป็นอยู่
-ภาพที่นำมาให้ดูเป็นภาพที่อาจารย์​หมอท่านหนึ่ง โพสต์ ให้เห็นว่า ในช่วง เดือนนี้ มีคนไข้ลักษณะนี้มาหาหมอมากขึ้น เป็นมะเร็งที่ปล่อยไว้จนเป็นมาก ยากแก่การรักษา คนไข้กลุ่มนี้ คือกลุ่มคนที่เสียโอกาส รู้ตัวว่าเป็นมะเร็งในระยะรักษาได้ แต่เลือกที่จะไปใช้สมุนไพร และละทิ้งการรักษาหลักตามแผนปัจจุบันที่ได้รับการพิสูจน์ว่าได้ผล ทำให้เสียเวลาและ เมื่อรักษาสมุนไพรไปสักระยะหนึ่ง(ประมาณ 3-6เดือน) พบว่าไม่ได้ผล โรคเป็นมากขึ้น ทนไม่ไหว จึงกลับมาพบแพทย์แผนปัจจุบัน...
-เรื่องเหล่านี้ ดูๆ แล้ว หลายคน ก็อาจจะรู้สึกว่า อ้าว แล้ว ทำไมคนทั่วไปไม่เห็นได้รับรู้เลยละ หมอแผนปัจจุบันมีอคติหรือเปล่า ถึงพูดอย่างนี้ ... ครับ คนที่เป็นแบบนี้ มักจะไม่ค่อยกล้าเล่าให้คนอื่นฟัง เหมือนถูกหลอก แต่ก็ปลอบใจตัวเอง ว่า ก็เราเลือกเอง หมอ ส. เขาก็หวังดี คนแนะนำให้ไปหา เขาก็หวังดี ... ทำนองนี้ .. เป็นความจริง เป็นวิธีคิดแบบไม่โทษคนอื่น ... ไม่มีใครไปต่อว่า คนที่แนะนำให้ไปกินสมุนไพร และ คนที่แนะนำคนไข้ไปใช้สมุนไพร ก็อาจเชื่อโดยสนิทใจ ก็ฟังเขาบอกมา ... เมื่อผู้ป่วยต้องเผชิญกับสภาพเช่นนี้ ก็มักจะไม่ไปป่าวประกาศว่า สมุนไพรไม่ได้ผล ... คิดว่า คนอื่นอาจจะได้ผล คงเป็นที่ตัวเรามั๊ง ที่มีกรรม เลยไม่ได้ผล
-ไม่อยากให้คนไทยเราคิดแบบนี้นะครับ เพราะเป็นการทำให้คนอื่นไม่ได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง เราควรบอกต่อ บอกให้รู้ว่า มีคนไข้จำนวนหนึ่ง (ซึ่งมากพอควร)เสียโอกาสในการรักษา เพราะหลงเข้าใจว่า สมุนไพรจะได้ผล... มาช่วยกันดีกว่าไหมครับ บอกความจริงให้ คนไทยด้วยกันรับรู้ จะได้ไม่เสียโอกาสที่จะรักษาโรคให้หายได้ ... ไม่มัวแต่เสียเวลา ปล่อยให้โรคที่หายได้ ทิ้งไว้จนรักษายาก.. ถ้าคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์ ก็ช่วยกันแชร์ต่อๆกันไปนะครับ



ยาหมอแสงความรู้สำหรับประชาชนทั่วไป ... กระทู้ แนะนำ ใน พันทิบ ๘กพ.๖๑

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=10-02-2018&group=27&gblog=34

ผลออก!สมุนไพรหมอแสง ไม่ยับยั้งมะเร็ง เจ้าตัวเดินหน้าแจกต่อ

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=26-04-2018&group=27&gblog=36

อาจารย์หมอมาเอง!อธิบายขั้นตอนชัด 'ทำไมยาหมอแสงไม่มีฤทธิ์ฆ่ามะเร็ง'

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=26-04-2018&group=27&gblog=37

การแพทย์คือวิทยาศาสตร์ของความน่าจะเป็นและศิลปะของความไม่แน่นอน

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=21-04-2016&group=27&gblog=16

ข้อเท็จจริงในการดูแลรักษาโรคภัยไข้เจ็บโดยแพทย์

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=11-06-2013&group=27&gblog=12

ผลของ การรักษาโรค

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=05-01-2008&group=27&gblog=22



********************************************
แถม ...

ฉลาดเลือกใช้...การแพทย์ทางเลือก.... โดย อ.ประมาณ เลืองวัฒนะวณิช

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=25-09-2011&group=7&gblog=149

ยาหมอแสงความรู้สำหรับประชาชนทั่วไป ... กระทู้ แนะนำ ใน พันทิบ ๘กพ.๖๑
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=10-02-2018&group=27&gblog=34

การกระทำของแพทย์ในการรักษาโรค

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=24-09-2016&group=27&gblog=15

การแพทย์คือวิทยาศาสตร์ของความน่าจะเป็นและศิลปะของความไม่แน่นอน

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=21-04-2016&group=27&gblog=16

ข้อเท็จจริงในการดูแลรักษาโรคภัยไข้เจ็บโดยแพทย์

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=11-06-2013&group=27&gblog=12

ผลของ การรักษาโรค

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=05-01-2008&group=27&gblog=22

อย.ย้ำ ผู้บริโภคอย่าหลงเชื่อ เครื่องบำบัดด้วยกระแสไฟฟ้าสถิตย์ อวดอ้างสรรพคุณรักษาโรค

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=23-09-2008&group=7&gblog=7

การรักษาด้วยคีเลชั่น....ดีจริงหรือมั่วนิ่ม ??? + แพทยสภาไม่รับรอง"คีเลชั่น"

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=17-02-2009&group=7&gblog=17

การหลอกขายของด้วยการลวง ตรวจเลือด live blood analysis ... รศ. ดร.เจษฎา ทนพ.ภาคภูมิ และ Drama-addict

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=25-09-2015&group=4&gblog=114

มหัศจรรย์!ล้างพิษมายาวิทยา-ไสยศาสตร์

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=27-08-2013&group=7&gblog=175

รวบรวมกระทู้เกี่ยวกับน้ำMRET ... ใครเชื่อ ผมไม่เชื่อ ????

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=25-04-2009&group=7&gblog=25

เภสัช มช.ช่วยไขข้อข้องใจ 5 ประการ ว่าด้วย “น้ำหมักชีวภาพ” ....

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=08-02-2010&group=7&gblog=50

ล้างพิษตับ ลำไส้และ การดื่มน้ำด่าง .. ดี จริงหรือ ?

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=24-06-2015&group=4&gblog=112

กลูต้าไทโอนทำให้ผิวขาวจริงหรือไม่.. โดย...สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=17-02-2009&group=7&gblog=16

ทำไม ต้อง "ขาว " .. ทำไม ต้อง " เอาชีวิต สุขภาพ ของเรา "เพื่อให้คนอื่นเขาดู ???
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=05-02-2010&group=7&gblog=49

บทความเรื่อง :สาร Glutathione สำหรับทำให้ผิวขาวที่กำลังเป็นที่นิยม

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=05-01-2009&group=7&gblog=9

"คลอโรฟิลล์".. ดีจริง ตามที่โฆษณา หรือว่า แค่หลอกเล่น เหมือนกับที่เคย ๆ ...
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=23-09-2010&group=7&gblog=105

“มะรุม” พืชสมุนไพร แต่ไม่ใช่ “ยาวิเศษ” .... บทความดี ๆ จากเวบ สสส.
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=09-05-2010&group=7&gblog=56

ขายตรงของจริง ( MLM) กับ ขายตรงของปลอม (ระบบแชร์ลูกโซ่)ต่างกันอย่างไร? ... รู้ไว้จะได้ไม่เสียรู้
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=03-09-2009&group=15&gblog=36

น้ำมันมะพร้าว -ออย์ พูลลิ่ง ( oil pulling ) ... ดีจริงหรือ ???

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=08-06-2015&group=4&gblog=109

แพทย์จุฬาฯพบคนไข้ไทย ใช้ "ใบทุเรียนเทศ" ตายเพราะตับและไตวายก่อนตายเพราะมะเร็ง
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=21-07-2015&group=4&gblog=113

อาหารเสริมดีจริงหรือ ??? กินกูลต้าไธโอนขาวจริงป่ะ ???

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=10-08-2008&group=7&gblog=4

อาหารเสริมเลือดจระเข้ ดีจริงหรือ ???

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=04-12-2009&group=7&gblog=41

อาหารเสริม....บนเส้นทางสู่อมตะ... ศจ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา (นำมาฝาก)

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=23-08-2013&group=7&gblog=174

อาหารเสริมหรือเสริมอาหารจะเอาอะไรกันแน่ ??? อาหารต้านอนุมูลอิสระ??? ... นำมาฝากจากเวบหมอชาวบ้าน

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=11-05-2010&group=7&gblog=57

จริง-เท็จแผนเด็ดโฆษณา ฟิลเตอร์เทพ-แอร์ ฆ่าหวัด09 ..... นักวิชาการชี้ เป็นไป ไม่ได้

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=25-02-2010&group=7&gblog=51





 

Create Date : 10 กุมภาพันธ์ 2561   
Last Update : 26 เมษายน 2561 14:45:51 น.   
Counter : 373 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ความคาดหวังของสังคมไทยต่อแพทย์ ... นพ.สมศักดิ์ เทียมเก่า



นพ.สมศักดิ์ เทียมเก่า : ความคาดหวังของสังคมไทยต่อแพทย์

ในอดีตแพทย์ คือ เทวดา ที่สามารถช่วยเหลือให้คนไข้ให้หายจากการเจ็บปวด และรอดชีวิตได้ แต่ในปัจจุบันความรู้สึกแบบนี้ยังมีเหลืออยู่อีกหรือไม่ ซึ่งผมยังมั่นใจว่าคนไทยส่วนใหญ่โดยเฉพาะสังคมชนบท หรือต่างจังหวัดยังมีความศรัทธา ความเชื่อมั่น ความคาดหวังต่อแพทย์ไม่แตกต่างจากเดิม แต่ในสังคมเมืองหลวง จังหวัดใหญ่อาจมีความคาดหวัง ความศรัทธาแตกต่างไปจากเดิม

ผมเองทำงานเป็นอาจารย์หมอรักษาผู้ป่วยและสอนนักศึกษาแพทย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรกรรม และประสาทวิทยาอยู่ที่ขอนแก่น ผมมีความเห็นดังนี้

1. คนไทยยังคาดหวังว่าหมอต้องเป็นคนที่เสียสละ อดทน พร้อมที่จะให้บริการที่ดี รวดเร็วทุกเวลา โดยคาดหวังว่าหมอต้องพร้อมตลอดเวลา ทั้งๆ ที่แพทย์และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายมีข้อจำกัดด้านอัตรากำลัง และภาระงานที่ไม่สัมพันธ์กัน คืองานล้นมือ

2. คนไทยยังมีความคาดหวังว่าหมอต้องให้การรักษาที่ดีที่สุด ถ้าต้องการไปรักษาที่โรงพยาบาลขนาดใหญ่ แพทย์ก็ต้องส่งตัว ถ้าไม่ส่งตัวก็ไม่พอใจในการให้บริการ เหตุส่วนหนึ่งมาจากการประชาสัมพันธ์ที่อาจมากเกินความเหมาะสม โดยไม่มีการทำความเข้าใจถึงข้อจำกัดหรือความเป็นจริงของระบบสาธารณสุข

3. คนไทยส่วนหนึ่งคาดหวังว่าหมอต้องให้บริการการรักษาที่ดี เพราะเป็นหน้าที่ที่ต้องทำให้ดีที่สุด การรักษาต้องหาย ไม่หายไม่ได้ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะผลการรักษาโรคร้ายแรง รุนแรงใดๆ ย่อมมีหาย ไม่หาย และเสียชีวิต ซึ่งเป็นการคาดหวังที่สูงมากๆ เกินความสามารถของหมอที่จะทำได้

4. คนไทยคาดหวังว่าการบริการของหมอที่คลินิกส่วนตัว โรงพยาบาลเอกชนจะต้องให้บริการที่ดีกว่าที่โรงพยาบาลรัฐ และบางส่วนใช้เป็นช่องทางในการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลของรัฐ เมื่อเข้ามารักษาในโรงพยาบาลของรัฐก็จะคาดหวังว่าแพทย์ต้องให้การบริการที่ดีเป็นพิเศษ ถ้าไม่เป็นไปตามที่คาดหวังก็จะเกิดความไม่พอใจ

5. ความไว้วางใจที่เปลี่ยนไป แต่ก่อนนั้นแพทย์แนะนำอะไร ทำอะไร ผู้ป่วยและญาติก็เห็นด้วยอนุญาตให้แพทย์ทำการรักษาหรือไม่รักษา แต่ในปัจจุบันด้วยระบบและการเข้าถึงข้อมูลทางการแพทย์ได้มีการเปลี่ยนไปจากเดิม ทำให้ความไว้วางใจนั้นลดลงไปมาก ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ก่อให้เกิดปัญหาระหว่างแพทย์กับผู้ป่วยมากขึ้น


สิ่งที่ผมคิดต่อไปว่าแล้วทำไมความคาดหวังของสังคมต่อแพทย์ถึงเปลี่ยนไปจากเดิม สาเหตุอาจมีหลากหลาย เช่น

1. สังคมมีการเปลี่ยนแปลง การปฏิสัมพันธ์กันระหว่างแพทย์กับผู้ป่วย กับญาติผู้ป่วยหรือคนในสังคมนั้นไม่เหมือนเดิม แต่ก่อนแพทย์เป็นบุคคลที่ทุกคนให้การนับถือ เคารพ ยกมือไหว้ แต่เดี๋ยวนี้เปลี่ยนไป เด็กๆ รุ่นใหม่ไม่ได้คิดแบบเดิมแล้ว และปฏิสัมพันธ์กับแพทย์ไม่เหมือนเดิม ถึงเคยมีกระทู้ในเว็บไซต์ชื่อดังว่า ทำไมต้องไหว้แพทย์ นี่เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ทั้งที่จริงแพทย์ก็ไม่ได้คาดหวังว่าผู้ป่วยต้องไหว้แพทย์

2. ระบบบริการของแพทย์เปลี่ยนไป เดิมมีการบริการของรัฐ และคลินิกส่วนตัวของแพทย์ แต่ในปัจจุบันมีการบริการของภาคเอกชนที่ให้การบริการด้วยความสะดวก สบาย รวดเร็วโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการรักษาที่สูงกว่าภาครัฐมากๆ ทำให้ความสัมพันธ์ของแพทย์กับผู้ป่วยเปลี่ยนจาก แพทย์ผู้มีความกรุณา เมตตา เสียสละในการรักษาคนเจ็บป่วย เปลี่ยนเป็นแพทย์คือผู้ให้บริการ เพราะมีค่าตรวจรักษาของแพทย์ที่ค่อนข้างสูง

ดังนั้นเมื่อมารักษาก็มีความคคาดหวังและความต้องการที่สูง คือ ต้องหาย ต้องสบาย ต้องรวดเร็ว แต่ความต้องการ ความคาดหวังนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนเท่านั้น มันลามมาถึงการบริการในภาครัฐด้วย เพราะในภาครัฐก็มีการบริการแบบเอกชนในโรงพยาบาลรัฐด้วย ที่เพิ่มการให้บริการแบบเอกชน แต่เนื่องจากอยู่ในโรงพยาบาลเดียวกัน ทำให้ผู้ป่วย ญาติและแพทย์เห็นระบบการบริการที่ไม่เหมือนกันในโรงพยาบาลเดียวกัน ซึ่งประเด็นนี้อาจส่งผลให้ทุกฝ่าย คือ ทั้งแพทย์ ผู้ป่วย และสังคมมีทัศนคติ การปฏิบัติเปลี่ยนไป

3. การเก็บค่าบริการ ค่าตรวจรักษาของแพทย์ในปัจจุบัน ซึ่งแต่ก่อนไม่มี อาจส่งผลให้สังคมมีความรู้สึกว่าการรักษาของแพทย์ไม่ใช่การเสียสละ หรือการช่วยเหลือผู้ป่วย แต่เป็นการให้บริการแบบหนึ่ง ดังนั้นเมื่อไม่พอใจหรือผลการรักษาไม่เป็นไปตามที่ต้องการ ที่คาดหวังก็เกิดการร้องเรียน การฟ้องร้องมากขึ้น

4. การสื่อสารระหว่างแพทย์กับผู้ป่วย ญาติที่เปลี่ยนไปจากเดิม มีการโต้แย้ง ออกความเห็นต่างๆ ในสื่อสังคมออนไลน์มากขึ้น ซึ่งแต่ก่อนจะไม่ค่อยมีการโต้แย้ง หรือวิพากวิจารณ์กันมากเหมือนในปัจจุบัน

5. ข้อมูลทางการแพทย์ที่มีมากมาย เข้าถึงง่าย และการให้ความเห็นที่มีมาก รวมทั้งแนวทางการรักษาต่างๆ ที่มีมากขึ้น แต่การที่มีข้อจำกัดทางการแพทย์ในแต่ละโรงพยาบาล ก็อาจเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้ความคาดหวังของสังคมเปลี่ยนไปจากเดิม

เพื่อให้การรักษาผู้ป่วยได้ผลดี และมีปัญหาการขัดแย้งที่ลดลง คงต้องร่วมมือกันทุกฝ่ายทั้งแพทย์ ระบบสุขภาพ และการแก้ไขปัญหาต่างๆ ข้างต้น เมื่อสังคมเปลี่ยนไปจากเดิม ทุกคนที่เกี่ยวข้องก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงด้วยครับ

ผู้เขียน รศ.นพ.สมศักดิ์ เทียมเก่า ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

เผยแพร่ครั้งแรก Facebook ส่วนตัว Somsak Tiamkao เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2560


จริงหรือ ?อาชีพในฝันปัจจุบัน ไม่ใช่ยุคของ"แพทย์" ! ....

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=13-03-2009&group=27&gblog=4

ดราม่าหมอมากมายกับกำลังใจที่หดหาย สังคมกำลังลงโทษแพทย์? แน่ใจเหรอว่าแพทย์เลวทุกคน?

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=25-05-2015&group=27&gblog=5

มุมมองต่อหมอของคนไทยสมัยนี้เปลี่ยนไปแล้วล่ะมั้งโดย ปวัน ประสิทธิ์วุฒิ

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=19-06-2011&group=27&gblog=6

เวลาเปลี่ยน คนไข้(ญาติ) เปลี่ยน แต่ หมอ (บางคน) ไม่ยอมเปลี่ยน ...

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=19-06-2011&group=27&gblog=14




 

Create Date : 26 มกราคม 2561   
Last Update : 26 มกราคม 2561 2:18:40 น.   
Counter : 207 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

1  2  3  4  5  6  7  8  

BlogGang Popular Award#14


 
หมอหมู
Location :
กำแพงเพชร Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 739 คน [?]




ผมเป็น ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ หรือ อาจเรียกว่า หมอกระดูกและข้อ หมอกระดูก หมอข้อ หมอออร์โธ หมอผ่าตัดกระดูก ฯลฯ สะดวกจะเรียกแบบไหน ก็ได้ครับ

ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาหนึ่ง ซึ่งเมื่อเรียนจบแพทย์ทั่วไป 6 ปี ( เรียกว่า แพทย์ทั่วไป ) แล้ว ก็ต้องเรียนต่อเฉพาะทาง ออร์โธปิดิกส์ อีก 4 ปี เมื่อสอบผ่านแล้วจึงจะถือว่าเป็น แพทย์ออร์โธปิดิกส์ โดยสมบูรณ์ ( รวมเวลาเรียนก็ ๑๐ ปี นานเหมือนกันนะครับ )

หน้าที่ของหมอกระดูกและข้อ จะเกี่ยวข้องกับความเจ็บป่วย ของ กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก ข้อ และ เส้นประสาท โรคที่พบได้บ่อย ๆ เช่น กระดูกหัก ข้อเคล็ด กล้ามเนื้อฉีกขาด กระดูกสันหลังเสื่อม ข้อเข่าเสื่อม กระดูกพรุน เป็นต้น

สำหรับกระดูกก็จะเกี่ยวข้องกับกระดูกต้นคอ กระดูกสันหลัง กระดูกเชิงกราน กระดูกข้อไหล่ จนถึงปลายนิ้วมือ กระดูกข้อสะโพกจนถึงปลายนิ้วเท้า ( ถ้าเป็นกระดูกศีรษะ กระดูกหน้า และ กระดูกทรวงอก จะเป็นหน้าที่ของศัลยแพทย์ทั่วไป )

นอกจากรักษาด้วยการให้คำแนะนำ และ ยา แล้วยังรักษาด้วย วิธีผ่าตัด รวมไปถึง การทำกายภาพบำบัด บริหารกล้ามเนื้อ อีกด้วย นะครับ

ตอนนี้ผม ลาออกจากราชการ มาเปิด คลินิกส่วนตัว อยู่ที่ จังหวัดกำแพงเพชร .. ใช้เวลาว่าง มาเป็นหมอทางเนต ตอบปัญหาสุขภาพ และ เขียนบทความลงเวบ บ้าง ถ้ามีอะไรที่อยากจะแนะนำ หรือ อยากจะปรึกษา สอบถาม ก็ยินดี ครับ

นพ. พนมกร ดิษฐสุวรรณ์ ( หมอหมู )

ปล.

ถ้าอยากจะถามปัญหาสุขภาพ แนะนำตั้งกระทู้ถามที่ .. เวบไทยคลินิก ... ห้องสวนลุม พันทิบ ... เวบราชวิทยาลัยออร์โธปิดิกส์ หรือ ทางอีเมล์ ... phanomgon@yahoo.com

ไม่แนะนำ ให้ถามที่หน้าบล๊อก เพราะอาจไม่เห็น นะครับ ..




New Comments
[Add หมอหมู's blog to your web]