Ortho knowledge for all @ Do no harm patient and myself @ สุขภาพดี ไม่มีขาย ถ้าอยากได้ ต้องสร้างเอง

Admin เฟสรักษ์กำแพง ขอชี้แจง เรื่อง การแสดงความคิดเห็น โต้ตอบ และ พรบ.คอม






เรียนสมาชิกเฟสรักษ์กำแพง และ ผู้ใช้โซเชี่ยวมีเดียทุกท่าน

เกี่ยวกับ ประเด็นเฟสรักษ์กำแพง ที่มีสมาชิกแสดงความเห็นว่า บางโพส ที่อาจเข้าข่ายหมิ่นประมาท ด้วย ภาพ หรือ ข้อความ เช่น มีภาพรถโดยไม่เซ็นเซอร์ทะเบียน เป็นต้น ซึ่งสมาชิกหลายท่าน ได้แสดงความคิดเห็นว่า ไม่เหมาะสม ถึงแม้ว่า จะเป็นความจริงตามภาพว่า เป็นการกระทำที่น่าจะผิดระเบียบกฏหมาย.. แต่ ผู้โพส ก็ไม่มีสิทธิ์โพสภาพแบบนั้น หรือ ข้อความที่อาจทำให้รู้สึกไม่พึงพอใจ จนเกิดการตอบโต้กันไปมา 

ก่อนอื่น ต้องขอบคุณสมาชิกทุกท่านที่ร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยเฉพาะสมาชิกที่เสนอแนวคิดแนวทางแก้ไขปัญหาหลากหลายแนวทาง นับถึงตอนนี้ ก็ใช้เวลากันพอสมควร ความร้อนแรงเริ่มลดลงบ้างแล้ว (น่าจะพอรับฟังความเห็นที่อาจแตกต่างกันได้โดยไม่ใช้อารมณ์มากเกินไปนัก)

ผมขอแสดงความคิดเห็นส่วนตัวและแอดมินเฟส "รักษ์กำแพง"  ซึ่งพอมีประสบการณ์ ทำหน้าที่แอดมินเวบบอร์ดมาบ้าง เคยเป็นสมาชิกบอร์ด สิบกว่าปี (ตั้งแต่เวบพันทิบยังไม่แยกเป็นห้อง) ถือว่า พูดคุยเล่าสู่กันฟัง ปนบ่นบ้างนิดหน่อย ตามประสา ผู้เริ่มสูงวัย พอจะแยกเป็นประเด็นได้ ๙ ข้อ ดังนี้ ...

๑. โพสแบบนั้น ก็มีประโยชน์ ในส่วนที่ทำให้ สมาชิกได้ทราบว่า เป็นการกระทำที่ทำผิด และ มีสมาชิกหลายท่านชื่นชอบ มีการกดไลก์ แต่ก็เห็นด้วย ที่ผู้โพส อาจใช้ข้อความ ที่ไม่ถูกใจ หรือ ภาพ ที่อาจทำให้เกิดการเสื่อมเสียชื่อเสียงของบุคคลในภาพ
............. ประเด็นนี้ ผมคิดว่า น่าจะปล่อยให้เป็นกรณีที่ผู้เกี่ยวข้อง (ผู้เสียหายกับผู้โพส) จัดการกันเอง ซึ่งถ้าผมจะเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ในฐานะแอดมิน ก็ยอมรับครับ

๒. ถ้าภาพหรือข้อความ ไม่รุนแรง มากนัก ไม่ผิดกฏหมาย พรบ.คอมพิวเตอร์โดยตรง ..  ผมก็จะปล่อยไปครับ เพราะมันก็คือ ความจริงอย่างที่โพส 
...........  ในฐานะปัจเจกบุคคล ผมก็รู้สึกไม่เห็นด้วยกับวิธีการ ข้อความในโพส หรือ ข้อความโต้ตอบ ผมจึงไม่เข้าไปร่วมแสดงความคิดเห็นโต้ตอบ หรือ คลิ๊กแสดงความรู้สึก ในโพสนั้น อ่านแล้วก็ปล่อยผ่านไป (แต่จะให้ลบโพส ในฐานะแอดมิน ผมก็ยังนึกไม่ออกว่าจะใช้เหตุผลอะไร? โดยเฉพาะ พรบ.คอมฯ ที่มักอ้างกัน ผมก็คิดว่า ไม่ผิด พรบ.คอมฯ เพราะ เป็นภาพจริง ไม่ได้ตัดต่อ ไม่มีข้อความเท็จ หรือให้ร้าย )
........... ส่วนเรื่องการลบความเห็นในโพส เจ้าของโพส มีสิทธิ์ลบความเห็นของคนอื่น ในโพสนั้นได้เลย แต่ลบความเห็นในโพสคนอื่นไม่ได้ ( ผมลบความเห็น ลบโพส น้อยมาก )
........... สำหรับท่านที่ อาจยังไม่ทราบ การคลิ๊กแสดงความรู้สึก (กดไลก์) หรือ การโพสข้อความโต้ตอบ ระบบเฟสบุ๊กจะถือว่าเป็น การแชร์ และ ยิ่งจำนวนความเห็น ยิ่งมีคนแสดงความรู้สึกมาก ระบบจะถือว่า ได้รับความสนใจ ก็จะเพิ่มโอกาสโพสนั้น ได้แสดงในหน้า feed ของเฟส นะครับ
........... ดังนั้น ถ้าไม่ชอบ ก็ให้อยู่นิ่ง ๆ อ่านแล้ว ปล่อยผ่านไป หรือ กดรายงานโพส เพราะ ถ้าไม่ชอบแล้วเข้าไปตอบสนอง ยิ่งตอบโต้ ก็จะทำให้ โพสที่ไม่ชอบ ยิ่งได้รับความนิยม กลายเป็นการสนับสนุนส่งเสริมโพสที่ไม่ชอบ ( ไม่ชอบ แต่ไปส่งเสริม ?) คำที่ใช้กันบ่อย ๆ ในกรณีแบบนี้ ก็คือ don't feed the troll

๓.  การลบโพส หรือ แบนสมาชิก ไม่ช่วยแก้ปัญหา เพราะ
............. ลบโพสไป ก็โพสใหม่ได้  และ มีข้อเสียอย่างมากของการลบโพส คือ หลักฐานทางกฏหมาย ถ้ามีการฟ้องร้องของผู้เสียหายจากโพสนั้น ก็จะสูญหายไปด้วย และ ในบางโพส ก็มีคนกดไลก์ (ชื่นชอบ) การลบโพส ก็ทำให้ผู้ที่ชื่นชอบรู้สึกว่า แอดมินไม่เป็นกลาง แสดงความเห็นก็ถูกแอดมินลบ ( แอดมิน ลบก็โดน ไม่ลบก็โดน )
............. การแบนสมาชิกก็เช่นกัน แบนก็สมัครเฟสใหม่ เปลี่ยนชื่อใหม่ก็เข้ามาได้อยู่ดี จะให้มาตรวจสอบ ตัวตนที่แท้จริงว่าเป็นใคร (ตรวจสอบหลักฐาน บัตรประชาชน เหมือนเวบพันทิป) แบบนั้น ผมคิดว่า จะเป็นภาระกับแอดมินมากไปนะครับ

๔. ประเด็นข้อเสนอ ตั้งค่าสมาชิกโพส ต้องให้แอดมิน อนุญาตก่อน จึงจะโพสได้
............. ผมเคยลองทำอยู่ช่วงหนึ่ง แต่ก็ติดปัญหาว่า ผมไม่ค่อยได้เข้ามาดู อาจมาดูหลังสองสามทุ่ม ก็มีสมาชิก บ่นว่า โพสไปตั้งนานแล้ว ทำไมถึงโพสไม่ได้ และ โพสเกือบทั้งหมด ก็ไม่ได้ผิดกฏหมาย ก็อนุมัติให้โพสได้อยู่ดี การกลั่นกรองก่อนโพส จึงอาจไม่ค่อยได้ประโยชน์นัก แต่ก็จะทดลองดูนะครับ
............. ผมจึงใช้วิธีให้สมาชิกโพสได้อิสระ แต่ จะมาพิจารณาว่าจะ ลบโพส และ แบนสมาชิก หลังจากที่โพสไปแล้วแทน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นการขายสินค้า รับสมัครสมาชิกขายตรงหรือทำงานผ่านเนต แบบนี้ลบและแบนสมาชิกไปเลย

๕. บางท่านบอกว่า เรื่องดี ๆ มีเยอะแยะทำไม ไม่โพส
............ ประเด็นนี้ก็เห็นด้วย บางส่วน แต่สิ่งที่น่าคิดคือ ในเมื่อ คนอื่นไม่โพสเรื่องดี ๆ ทำไม เราไม่เอาเรื่องดีนั้นมาโพสเองละครับ ที่ผมตั้งเฟสรักษ์กำแพง ขึ้นมาก็ด้วยเหตุผลว่า เวลาหาข่าวสารกิจกรรมดี ๆ หาไม่ค่อยได้ กว่าจะรู้ก็ตอนงานเสร็จแล้ว ผมจึงโพสประชาสัมพันธ์ก่อนที่จะมีกิจกรรม (เผื่อใครอยากจะไป) แต่หลังจากงานเสร็จ ก็มีผู้สื่อข่าว นำมารายงานข่าวอยู่แล้ว) เวลาจะแสดงความคิดเห็นพูดคุยเรื่องที่ไม่ชอบมาพากล ก็ไม่รู้จะไปแสดงความคิดเห็นที่ไหน อยากจะหาข้อมูลบางอย่างก็หาไม่ได้ ในเมื่อไม่มีใครทำ ผมก็ทำเอง ( ผมเริ่มเมื่อ ๖ ปีที่แล้ว จุดเริ่มคือการแลกเปลี่ยนข้อมูลเรื่องเกาะกลางน้ำ แต่ตอนนี้เฟสกรุ๊ปทั้้งจำนวนและความหลากหลาย เพิ่มขึ้นมาก สามารถเลือกได้ตามความชอบใจ )
ถ้าอยากให้มีเรื่องดี เราก็มาช่วยกัน โพสเรื่องดี ๆ โพสแนวคิดที่จะช่วยกันแก้ไขปัญหา ช่วยกันทำบ้านเราให้ดีขึ้น

๖. มีหลายท่านเสนอให้ แอดมิน ไปประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
............ ผมก็ทำอยู่ครับ ทั้งส่งลิงค์ แชร์ข้อความ หลายเรื่องหลายหน่วยงานก็แก้ไขปรับปรุง แต่ก็มีเรื่องอีกเยอะกว่า ที่ เงียบหาย ซึ่งผมก็ไม่มีอำนาจ ที่จะไปบังคับให้ใครทำอะไร ผมเสนอได้ แต่ เขาจะสนองหรือเปล่า ไม่รู้เหมือนกัน
............ สิ่งที่สำคัญกว่าก็คือ ถ้าเราทุกคน ช่วยกัน (ช่วยคิด ช่วยทำ ช่วยหาช่องทาง ฯลฯ) น่าจะมีพลังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากกว่ารอแอดมิน หรือ รอใครบางคน(บางหน่วยงาน) มาทำให้มาแก้ปัญหาให้เรา

๗. เรื่องราวในเนต ในสังคมออนไลน์ (Social media) ก็มีทั้งเรื่องที่เราชอบและไม่ชอบ เรื่องที่เราชอบแต่คนอื่นไม่ชอบ เรื่องที่เราไม่ชอบแต่คนอื่นกลับชอบ เป็นปกติธรรมดา (เหมือนสังคมชีวิตจริง) จะให้ถูกใจถูกต้องตามความต้องการของเราทั้งหมด คงเป็นไปไม่ได้ และ ไม่มีประโยชน์อะไรที่เราจะไปทะเลาะกัน ด้วยเรื่องของคนอื่น (เดือดร้อนเป็นห่วงแทนเขา ทั้งที่บางที เขาอาจไม่รู้สึกอะไร?)
............. สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งในเนต และ ชีวิตจริง เราจะได้เห็น วิธีคิด ตรรกะ แปลก ๆ เช่น ถ้าคุณทำไม่ดี ผมก็ทำไม่ดีกับคุณได้ (ฆ่าคอมมิวนิสต์ ไม่ผิด? คุณฆ่าคน ผมก็ฆ่าคุณได้? คุณทำเลว ผมก็ทำเลวได้?  หรือ ถ้าคุณเคยทำไม่ดี สิ่งที่พูดที่คิดก็ต้องไม่ดีไปทั้งหมด (คนเลว ก็ต้องคิดเลวทำเลว?) เป็นต้น  แทนที่จะมองตัวบุคคล (ดี-เลว มีผลประโยชน์ ฯลฯ) เราน่าจะมองไปที่การกระทำ แนวคิด ว่า เป็นสิ่งดี เหมาะสม หรือเปล่า เพราะ ในดีมีเลว ในเลวก็มีดี เช่นกัน

๘. แทนที่เราจะรอให้คนอื่นเปลี่ยน เราเปลี่ยนตัวเราเอง น่าจะง่ายกว่า
............. ถ้าอยากจะเปลี่ยนอะไร ที่เราคิดว่าเป็นสิ่งดี เราก็เริ่มทำก่อนได้เลย ไม่ต้องรอใคร ไม่ต้องไปบอกให้คนอื่นมาทำตามที่เราคิด  ลุยไปเลยครับ ส่วนว่า ทำแล้วจะได้ผลอย่างที่เราหวังไว้หรือเปล่า ก็ค่อยว่ากัน ลองทำแล้วไม่ได้ผล เราก็เปลี่ยนวิธีการ หรือ เปลี่ยนไปทำเรื่องอื่น มีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่เราทำได้ ผมเชื่อว่า มีคนที่คิดเหมือนกันกับเรา เพียงแต่เขาไม่แสดงตัว ไม่กล้าที่จะเป็นคนเริ่ม แต่ถ้ามีใครเริ่ม เขาก็จะออกมาช่วยทำ
............. ส่วนตัวผม ๕-๖ ปีที่ผ่านมา มีหลายเรื่องที่ผมพยายามผลักดันแล้วไม่มีอะไรเปลี่ยน บางเรื่องกว่าจะเริ่มเปลี่ยนใช้เวลาเป็นปีหรือหลายปี มีจำนวนน้อยมากที่ทำแล้วเห็นผลเร็วและชัดเจน น้อยมากจริง ๆ แต่ผมก็คิดว่า พอจะมีประโยชน์กับส่วนรวมบ้าง ดีกว่านั่งนิ่ง ๆ หายใจทิ้งไปวัน ๆ 

๙. บทสรุปส่งท้าย
............. การบ่นก่นด่า อาจทำให้รู้สึกสบายใจได้ระบาย ได้บ่น แต่ถ้าทำแค่นั้นก็ไม่สามารถเปลี่ยนอะไรได้ ทุกอย่างก็เหมือนเดิม สิ่งที่น่าจะทำเพิ่มเติมคือ ส่งต่อข้อมูลไปยังผู้รับผิดชอบโดยตรง (ราชการ-รัฐวิสาหกิจ-เทศบาล-อบต.-อบจ.)  หรือร้องเรียนไปยังศูนย์รับเรื่องร้องเรียน (ศูนย์ดำรงธรรม ปปช. ปปง. สายด่วนฯ ) ส่งทางเฟส ทางไลน์ ก็ได้ สะดวก ถ้าต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตามที่เราต้องการ ก็ต้องใช้ความพยายามมากขึ้น
............. หลายเรื่องในเนต หรือในชีวิตจริง อยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา เราไม่ชอบแต่ก็ไม่สามารถที่จะเปลี่ยนหรือแก้ไข แต่สิ่งหนึ่งที่เราทำได้ ก็คือ ตัดสินใจว่า ตัวเรา จะทำอย่างไรกับเรื่องที่เกิดขึ้น (นิ่งเฉย บ่นด่า ตอบโต้ทะเลาะ เสนอความเห็น ลงมือทำ ) เพราะคนที่จะได้รับผลที่ตามมาจากการตัดสินใจนั้นก็คือ ตัวเราเอง คนที่จะสุขจะทุกข์ก็ตัวเราเอง

อะไรที่ดีมีประโยชน์ก็เก็บไว้ อะไรที่ไม่ชอบ ไม่มีประโยชน์ก็ทิ้งไป (พ่อผมกล่าวไว้)

นพ.พนมกร ดิษฐสุวรรณ์ (หมอหมู)
แอดมินเฟส รักษ์กำแพง และ โน่นนี่นั่น
๒๕ธันวาคม๒๕๖๐
https://www.facebook.com/groups/254314207990910/permalink/1581203421968642/


ช่วยกันคนละนิดละหน่อย เท่าที่ทำได้ เพื่อบ้านของพวกเรา ^_^
กรุ๊ป https://www.facebook.com/groups/254314207990910/
เพจ https://www.facebook.com/rakkamphaeng


ปล. ลองอ่านความเห็นของคุณ @จรรยงค์ วิเศษ ด้วยก็ดีนะครับ
https://www.facebook.com/groups/254314207990910/permalink/1579256088830042/

""""""""""""""""""""""""""""
แถม อีกประเด็น เรื่อง ถ่ายภาพแล้วเห็นป้ายทะเบียนรถ
๑. อ้าง พรบ.คอม .. อาจไม่ตรงเท่าไหร่ เพราะ เป็นภาพจริง ไม่ได้ตัดต่อ ไม่มีข้อความเท็จ ไม่มีข้อความให้ร้ายดูหมิ่น ?
๒. ถ้าจะฟ้องร้อง แนะนำฟ้องเรื่อง หมิ่นประมาท ทำให้เสียชี่อเสียง จะตรงกว่า นะครับ ... ส่วนว่า ผลจะออกมาอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับหลักฐาน  ผมจึงคิดว่า ไม่ควรลบกระทู้ ครับ

อ่านตามลิงค์ที่คุณ วัชรกิจ โพธิ์พุทธ ก็ได้ หรือจะโหลดฉบับเต็ม เลยก็ดีครับ
14 พฤติกรรมทำไม่ได้ ผิดกฎหมาย พ.ร.บ.คอมพ์ (ฉบับ 2) พ.ศ.2560
https://thumbsup.in.th/2017/05/14-activities-against-thai-cybercrime-act-2560/

การทำลาย แก้ไข ไม่่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนของข้อมูลคอมพิวเตอร์ผู้อื่น มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท (มาตรา 9)
การโพสต์ข้อมูลที่บิดเบือน หรือปลอม จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท

การโพสต์ภาพของผู้อื่นที่เกิดจากการสร้าง ตัดต่อ หรือดัดแปลง ที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท

www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/A/010/24.PDF
https://today.line.me/th/pc/article/พ+ร+บ+คอม+ฉบับปรับปรุงแก้ไข+พ+ศ+2560+มีผลบังคับใช้แล้ว+ฝากร้านโดยไม่ได้รับอนุญาติถือว่าผิด+มาดูสรุป+พ+ร+บ+กัน-0e6438bf01b3bd8aa71f688f4fe4e879351c4abbe583588df337cdb40166929e


............................................

ปัญหาจราจร จอดรถซ้อนกัน จอดในที่ห้ามจอด วางสิ่งของกีดขวางทางจราจร ฯลฯ  ในเขตเทศบาล แจ้งได้เลยครับ
https://www.facebook.com/Kamphaengphettrafficpolice/

ปล.ส่วนทางเท้า แจ้งเทศบาลเมืองกำแพงเพชร
https://www.facebook.com/pr.kppmu






 ที่มาภาพ :  https://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/A/010/24.PDF







 

Create Date : 26 ธันวาคม 2560   
Last Update : 26 ธันวาคม 2560 14:39:59 น.   
Counter : 474 Pageviews.  

9 ข้อระวังภัย คนใช้โซเชียล ... พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์







9 ข้อระวังภัย คนใช้โซเชียล
สำนักงานกิจการยุติธรรม
https://www.facebook.com/weareoja/photos/a.664480593637716.1073741828.533062563446187/1362978923787876/?type=3&theater

แม้ Social Network จะมีข้อดีต่างๆ อยู่มากมาย
แต่เราก็จะต้องใช้งานอย่างระมัดระวังด้วย เช่นกัน โดยเฉพาะการแสดงออกทางความคิด กิจกรรม การรับรู้ข้อมูลจากผู้อื่น ซื้อและขายสินค้า

เตือนภัย!! คนใช้โซเชียลให้รู้ทันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น ช่วยป้องกันและระวังภัยที่อาจจะเกิดขึ้น จาก Social Network ได้ ดังนี้

1. เลือกตอบรับคำขอเป็นเพื่อนเฉพาะคนรู้จัก
2. ก่อนโพสต์อะไร ควรนึกถึงผลกระทบที่จะตามมา และควรตั้งค่าให้เห็นเฉพาะเพื่อนเท่านั้น ไม่ควรตั้งค่าสาธารณะ
3. อย่าโพสต์ภาพลับ หรือโพสต์สุ่มสี่สุ่มห้า
4. อย่าเช็คอินสถานที่ที่ไปบ่อยๆ อาจทำให้ทำให้ผู้ไม่หวังดีทราบความเคลื่อนไหวของเราหรืออาจมาดักรอ
5. แสดงความคิดเห็นอย่างมีสติ เพื่อไม่ให้เกิดการโต้แย้งที่รุนแรง หรืออาจเป็นความผิดได้
6. กด LIKE ในสิ่งที่สร้างสรรค์
7. เช็คก่อนแชร์ ไม่แน่ใจอย่าแชร์ หากแชร์เรื่องไม่ดีหรือไม่จริง อาจเกิดผลเสียและเป็นความผิดได้
8. ระวังผู้ประสงค์ร้ายหลอกถามข้อมูลส่วนตัว
9. อย่าลืมล็อกเอาต์หรือออกจากระบบ และอย่ากด Remember me เมื่อใช้คอมพิวเตอร์สาธารณะ เพื่อป้องกันผู้อื่นสวมรอย

#ระวังภัย #คนใช้โซเชียล #สำนักงานกิจการยุติธรรม #ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ #กฎหมายใหม่ #facebook #socialnetwork

ที่มา : พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560 //www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/A/010/24.PDF



....................................................




“เรียนรู้ไว้ เพราะเราใช้โซเชียล”
https://www.facebook.com/weareoja/photos/a.664480593637716.1073741828.533062563446187/1398432396909195/?type=3&theater

พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560 มีผลบังคับใช้ทั่วประเทศในวันที่ 25 พ.ค.2560

ต้องยอมรับว่าสังคมออนไลน์ หรือ Social Network ประโยชน์เยอะ ภัยร้ายก็แยะ เพราะเครือข่ายออนไลน์มีมากมายทั่วโลก ทำให้มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ปะปนอยู่ทั่วไป ผู้ใช้จึงต้องใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจให้ดี

เมื่อคุณก้าวเข้าสู่โลกแห่งอินเทอร์เน็ตแล้ว
“คุณคือผู้ที่รับผิดชอบถูกผิด โพสต์ – แชร์ อย่างระมัดระวัง”

ด้วยความปรารถนาดีจากสำนักงานกิจการยุติธรรม


ที่มา://web.krisdika.go.th/data/law/law2/%c771/%c771-20-9999-update.pdf


&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&

ข้อแนะนำวิธีตั้งกระทู้ถามปัญหาสุขภาพ

//www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=23-06-2008&group=26&gblog=7

ชี้แจงเกี่ยวกับการให้คำปรึกษาผ่านระบบอินเตอร์เนต

//www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=28-02-2008&group=26&gblog=8

มาทำบุญด้วยการตอบกระทู้ .... เป็น คำแนะนำเบื้องต้น ไม่ได้วินิจฉัยโรค ....

//www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=04-09-2009&group=26&gblog=9

Facebook, Line, Tweeter….จริยธรรมบนโลกออนไลน์.... โดย doctorlawyer"

//www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=29-06-2014&group=26&gblog=3

การระมัดระวังการใช้Social Media สำหรับแพทย์และผู้ประกอบวิชาชีพทางด้านสาธารณสุข... โดย หมอแมว

//www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=28-06-2014&group=26&gblog=5

แนวทางปฏิบัติในการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ของผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพพ.ศ.2559

//www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=15-05-2017&group=26&gblog=1

แพทยสภาเตือน แพทย์ ระมัดระวังก่อนโพสต์รูปตนเอง/คนไข้หรือความเห็นส่วนตัวลง social media

//www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=28-06-2014&group=26&gblog=4

แพทยสภาเตือนแพทย์ระมัดระวังการโฆษณาการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ทางโซเชียลมีเดีย

//www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=18-01-2016&group=26&gblog=2

ฝากเตือนแพทย์ เกี่ยวกับ การรับปรึกษา วินิจฉัย ผ่านแอพ ผ่านเวบ

//www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=19-09-2016&group=26&gblog=11

หมอไม่ควรไปตอบปัญหาทางเนตจริงหรือ ???

//www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=06-11-2009&group=26&gblog=10





 

Create Date : 06 กรกฎาคม 2560   
Last Update : 7 กรกฎาคม 2560 13:48:26 น.   
Counter : 1585 Pageviews.  

แนวทางปฏิบัติในการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ของผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพ พ.ศ. 2559





















หน้า ๑๒
เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๘๘ ง         ราชกิจจานุเบกษา         ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๐
ประกาศคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ
เรื่อง แนวทางปฏิบัติในการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ของผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพ
พ.ศ. ๒๕๕๙

หมวด ๔
ความเป็นวิชาชีพ (Professionalism)
__________________

ข้อ ๑๒ หลักการรักษาความเป็นวิชาชีพตลอดเวลา (Maintaining Professionalism)
    ในการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ ผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพพึงรักษาความเป็นวิชาชีพด้วยการวางตัวอย่างเหมาะสมโดยไม่จำกัดแต่เพียงเฉพาะขณะปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น เนื่องจากการกระทำส่วนตัว นอกเวลาปฏิบัติหน้าที่ย่อมส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือและความเป็นวิชาชีพในการปฏิบัติหน้าที่ ตลอดจนองค์กร วิชาชีพ และระบบสุขภาพโดยรวมได้เสมอ ทั้งนี้ ตามความเหมาะสมของบริบทและสถานการณ์

ข้อ ๑๓ หลัก “คิดก่อนโพสต์” (Pausing Before Posting)
    เนื่องจากเนื้อหาบนสื่อสังคมออนไลน์ อาจคงอยู่อย่างถาวรตลอดไป และอาจถูกนำไปใช้โดยผู้อื่นได้ ผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพ จึงพึงมีสติ คำนึงถึงความเหมาะสม ข้อดีข้อเสีย และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการเผยแพร่เนื้อหาบนสื่อสังคมออนไลน์ก่อนทำการเผยแพร่เนื้อหาดังกล่าวเสมอ (“คิดก่อนโพสต์”)
    นอกจากนี้ ในการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ ผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพพึงรับผิดชอบต่อการกระทำของตน
ทั้งในทางกฎหมาย ทางวินัย ทางจริยธรรม และทางสังคม

ข้อ ๑๔ หลักการมีพฤติกรรมออนไลน์อย่างเหมาะสม (Appropriate Behaviors Online)
    ผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพ พึงวางตัวอย่างเหมาะสมในการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ หลีกเลี่ยงการใช้ถ้อยคำที่ไม่สุภาพหรือไม่เหมาะสมกับกาลเทศะ การเล่าเรื่องขำขันที่ลามกหรือไม่สุภาพ การถ่ายภาพและเผยแพร่ภาพที่อาจแสดงถึงการขาดความเป็นมืออาชีพหรือขาดความเป็นวิชาชีพ เช่น ภาพขณะดื่มสุราเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือใช้ยาเสพติด ภาพที่ส่อไปในทางเพศหรือลามกอนาจาร ภาพที่อุจาด หวาดเสียวหรือรุนแรง การแสดงตัวหรือทำให้เข้าใจได้ว่าเหยียดหยามหรือดูหมิ่นคนบางกลุ่ม เป็นต้น พึงระมัดระวังในการแสดงความเห็นในลักษณะบ่นระบายอารมณ์หรือการนินทา บนสื่อสังคมออนไลน์
ผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพ พึงระมัดระวังในการแสดงความเห็นบนสื่อสังคมออนไลน์ที่เป็นข้อถกเถียงหรือสุ่มเสี่ยงอย่างมากในสังคม เช่น ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ การเมืองการปกครอง เป็นต้น
ผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพ พึงใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งในการเผยแพร่ภาพหรือเนื้อหาในขณะปฏิบัติหน้าที่ในวิชาชีพ ในลักษณะที่อาจถูกมองว่าไม่เหมาะสมหรือไม่มีความเป็นวิชาชีพได้ เช่น การเผยแพร่ภาพถ่ายในหอผู้ป่วย ห้องคลอด หรือห้องผ่าตัดขณะมีการดูแลหรือทำหัตถการกับผู้ป่วยอยู่ ภาพถ่ายขณะให้การดูแลรักษาผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากปรากฏตัวผู้ป่วยหรือข้อมูลของผู้ป่วยอยู่ในภาพหรือเนื้อหาดังกล่าวด้วย ไม่ว่าจะสามารถระบุตัวตนของผู้ป่วยได้หรือไม่ก็ตาม
ข้อ ๑๕ หลักการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวอย่างเหมาะสมและแยกเรื่องส่วนตัวกับวิชาชีพ (Privacy Settings and Separating Personal and Professional Information)
    ผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพ พึงศึกษาและตั้งค่าความเป็นส่วนตัว (privacy settings) ของสื่อสังคมออนไลน์ที่ใช้งานอย่างเหมาะสม เพื่อจำกัดการเข้าถึงเนื้อหาที่เป็นเรื่องส่วนตัวจากบุคคลภายนอก และอาจพิจารณาแยกบัญชีผู้ใช้งาน (user account) หรือเนื้อหาที่เป็นเรื่องส่วนตัว กับเรื่องทางวิชาชีพออกจากกัน

ข้อ ๑๖ หลักการตรวจสอบเนื้อหาออนไลน์ของตนอยู่เสมอ (Periodic Self-Auditing)
    ผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพ พึงตรวจสอบเนื้อหาหรือข้อมูลของตนหรือเกี่ยวกับตนบนสื่อสังคม
ออนไลน์และบนอินเทอร์เน็ตเป็นระยะๆ เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลเกี่ยวกับตนเองมีความถูกต้อง และไม่มีเนื้อหา
ที่ไม่เหมาะสมหรืออาจสร้างผลเสียให้กับตนในภายหลังหลงเหลืออยู่

ข้อ ๑๗ หลักการกำหนดขอบเขตความเป็นวิชาชีพกับผู้ป่วย (Professional Boundaries with Patients)
เนื่องจากในการประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพมักมีอิทธิพลเหนือความคิดและการตัดสินใจของผู้ป่วย ในการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพพึงกำหนดขอบเขตความเป็นวิชาชีพ (professional boundaries) และรักษาระยะห่าง (keep distance) กับผู้ป่วยให้เหมาะสม

ข้อ ๑๘ หลักการกำหนดขอบเขตความเป็นวิชาชีพกับผู้อื่น (Professional Boundaries with Others)
ในการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพพึงกำหนดขอบเขตความเป็นวิชาชีพ (professional boundaries) และรักษาระยะห่าง (keep distance) กับผู้บังคับบัญชาผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน อาจารย์ นิสิตนักศึกษาหรือผู้รับการฝึกอบรม และบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ป่วยให้เหมาะสม และพึงตระหนักและเคารพในความเป็นส่วนตัวของผู้อื่น ตลอดจนไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นความลับของผู้อื่น
ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ อาจเลือกที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นผ่านสื่อสังคมออนไลน์ได้ หากพิจารณาแล้วเห็นว่ามีผลดีมากกว่าผลเสีย ในกรณีเช่นนี้ ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพพึงกำหนดขอบเขตความเป็นวิชาชีพและรักษาระยะห่างให้เหมาะสมเช่นเดียวกับในชีวิตจริง


หมวด ๗
การให้คำปรึกษาออนไลน์ (Online Consultation)
__________________

ข้อ ๒๖ หลักการปฏิบัติด้วยความระมัดระวังในการให้คำปรึกษาออนไลน์ (Cautious Practice for
Online Consultation)
ในกรณีที่ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ได้รับคำปรึกษาเกี่ยวกับสุขภาพผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศหรือสื่อสังคมออนไลน์ จากผู้ป่วย หรือจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพอื่น ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ พึงพิจารณาผลดีและผลเสียของการให้คำปรึกษาออนไลน์อย่างรอบคอบ พึงเลือกใช้ตามความจำเป็นและเหมาะสมอย่างระมัดระวัง และคำนึงถึงข้อจำกัด นอกจากนี้ พึงหลีกเลี่ยงการให้คำปรึกษาในลักษณะที่แสดงถึงความมั่นใจ ความชัดเจนแน่นอน โดยไม่ได้คำนึงถึงโอกาสเกิดปัญหาหรือภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงหรือกรณีฉุกเฉิน ซึ่งหากเกิดปัญหาขึ้นอาจนำไปสู่ปัญหาความสัมพันธ์หรือการฟ้องร้องได้
ในกรณีที่ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพพิจารณาแล้วเห็นว่า ควรให้คำปรึกษาออนไลน์ ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพพึงชี้แจงให้ผู้ป่วยเข้าใจ และตระหนักในความเสี่ยงและข้อจำกัดของการให้คำปรึกษาออนไลน์ ก่อนให้คำปรึกษาหรือคำแนะนำ พร้อมทั้งให้ข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติตัว และการรับบริการในกรณีฉุกเฉินหรือกรณีที่ไม่แน่ใจว่าเป็นอันตรายหรือไม่
ในกรณีที่ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพไม่ประสงค์จะให้คำปรึกษาออนไลน์ ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพพึงตอบปฏิเสธอย่างสุภาพ โดยอาจชี้แจงเหตุผลประกอบก็ได้ และแนะนำให้ผู้นั้นติดต่อขอคำปรึกษาผ่านช่องทางปกติ ซึ่งอาจรวมถึงการให้บริการการแพทย์ฉุกเฉินในกรณีจำเป็น


ประกาศคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง แนวทางปฏิบัติในการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ของผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพ พ.ศ. 2559
https://rtanc.ac.th/wp-content/uploads/2017/03/12.pdf

https://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/E/088/12.PDF


:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

ประกาศ คกก.สุขภาพชาติ ‘แนวปฏิบัติการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพ’

คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติออกประกาศ “แนวทางปฏิบัติในการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ของผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพ พ.ศ.2559” มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม พ.ศ.2560

ปัจจุบันสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของทุกคน ทั้งในเรื่องส่วนตัวและเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพและบทบาทหน้าที่ด้านสุขภาพ การใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ของผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพ จึงจำเป็นจะต้องมีความเหมาะสมเพราะอาจส่งผลกระทบต่อผู้ป่วย องค์กรที่ตนสังกัด วิชาชีพ และระบบสุขภาพโดยรวมได้ คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติเล็งเห็นความสำคัญของเรื่องดังกล่าว จึงได้ออกประกาศคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง แนวทางปฏิบัติในการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ของผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพ พ.ศ.2559 โดยมีผลบังคับใช้นับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ วันที่ 24 มีนาคม พ.ศ.2560 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ประกาศดังกล่าวเป็นไปตามพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 มาตรา 7 ได้บัญญัติรับรองสิทธิของประชาชนในเรื่องข้อมูลด้านสุขภาพของบุคคลเป็นความลับส่วนบุคคลผู้ใดจะนำมาเปิดเผยในประการที่ทำให้ผู้อื่นเสียหายไม่ได้ เว้นแต่จะเป็นการเปิดเผยตามความประสงค์ของบุคคลนั้นหรือมีกฎหมายเฉพาะบัญญัติให้ต้องเปิดเผย

หมายเหตุ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 ทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ของรัฐบาลและหน่วยงานอื่นๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันในระดับนโยบาย ยุทธศาสตร์และแผนงานด้านสุขภาพ ภายใต้พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550



&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&

ข้อแนะนำวิธีตั้งกระทู้ถามปัญหาสุขภาพ

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=23-06-2008&group=26&gblog=7

ชี้แจงเกี่ยวกับการให้คำปรึกษาผ่านระบบอินเตอร์เนต

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=28-02-2008&group=26&gblog=8

มาทำบุญด้วยการตอบกระทู้ .... เป็น คำแนะนำเบื้องต้น ไม่ได้วินิจฉัยโรค ....

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=04-09-2009&group=26&gblog=9

Facebook, Line, Tweeter….จริยธรรมบนโลกออนไลน์.... โดย doctorlawyer"

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=29-06-2014&group=26&gblog=3

การระมัดระวังการใช้Social Media สำหรับแพทย์และผู้ประกอบวิชาชีพทางด้านสาธารณสุข... โดย หมอแมว

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=28-06-2014&group=26&gblog=5

แนวทางปฏิบัติในการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ของผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพพ.ศ.2559

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=15-05-2017&group=26&gblog=1

แพทยสภาเตือน แพทย์ ระมัดระวังก่อนโพสต์รูปตนเอง/คนไข้หรือความเห็นส่วนตัวลง social media

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=28-06-2014&group=26&gblog=4

แพทยสภาเตือนแพทย์ระมัดระวังการโฆษณาการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ทางโซเชียลมีเดีย

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=18-01-2016&group=26&gblog=2

ฝากเตือนแพทย์ เกี่ยวกับ การรับปรึกษา วินิจฉัย ผ่านแอพ ผ่านเวบ

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=19-09-2016&group=26&gblog=11

หมอไม่ควรไปตอบปัญหาทางเนตจริงหรือ ???

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=06-11-2009&group=26&gblog=10






 

Create Date : 15 พฤษภาคม 2560   
Last Update : 2 ธันวาคม 2560 4:54:15 น.   
Counter : 900 Pageviews.  

ฝากเตือน แพทย์ เกี่ยวกับ การรับปรึกษา วินิจฉัย ผ่านแอพ ผ่านเวบ





หัวข้อ 34918: ฝากเตือน การรับปรึกษา วินิจฉัย ผ่านแอพ ผ่านเวบ  (จำนวนคนอ่าน 323 ครั้ง)
« เมื่อ: 09/18/16 เวลา 20:59:17 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

dr.hmoo-14285561_1867309193500457_613938922_o_1.jpg

มีผู้ส่งข้อมูล มาให้ ..   Shocked

เลยอยากจะขอแสดงความห่วงใย มาเตือนเพื่อนพ้องน้องพี่ ทุกท่าน ..ตามประสา คนมองโลกในแง่ร้าย    Grin Grin Grin


ยืนยันว่าจะทำหน้าที่แพทย์ให้ดีที่สุด ( เท่าที่จะทำได้ )
DO NO HARM [ PATIENT AND MYSELF ]
ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็เป็นหมอที่ดี ได้เสมอ
www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807
ส่งโดย: หมอหมู male
สถานะ: Moderator, ThaiClinic Staff *****
จำนวนความเห็น: 34847 63156014 63156014 หมอหมู หมอหมู WWW Email

118.174.188.*


« ความเห็นที่ #1 เมื่อ: 09/18/16 เวลา 21:01:36 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ถ้าถามว่า ... แพทย์ เรา สามารถ ทำได้หรือไม่ ?

ตอบเลยว่า .......... สามารถ ทำได้ครับ  

แต่ถ้าทำ ก็ต้องคิดเผื่อไว้ก่อนเลยว่า " เป็นการประกอบวิชาชีพเวชกรรม " .. ต้องรับผิดชอบ การวินิจฉัย และ ผลการรักษา   Roll Eyes


ยืนยันว่าจะทำหน้าที่แพทย์ให้ดีที่สุด ( เท่าที่จะทำได้ )
DO NO HARM [ PATIENT AND MYSELF ]
ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็เป็นหมอที่ดี ได้เสมอ
www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807
ส่งโดย: หมอหมู male
สถานะ: Moderator, ThaiClinic Staff *****
จำนวนความเห็น: 34847 63156014 63156014 หมอหมู หมอหมู WWW Email

118.174.188.*


« ความเห็นที่ #2 เมื่อ: 09/18/16 เวลา 21:06:46 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

dr.hmoo-Line_a.jpg

ตัวอย่างคดี ( จริง )  ที่เกิดใน ประเทศอันไกลโพ้นนนนนนนนนน


ยืนยันว่าจะทำหน้าที่แพทย์ให้ดีที่สุด ( เท่าที่จะทำได้ )
DO NO HARM [ PATIENT AND MYSELF ]
ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็เป็นหมอที่ดี ได้เสมอ
www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807
ส่งโดย: หมอหมู male
สถานะ: Moderator, ThaiClinic Staff *****
จำนวนความเห็น: 34847 63156014 63156014 หมอหมู หมอหมู WWW Email

118.174.188.*


« ความเห็นที่ #3 เมื่อ: 09/18/16 เวลา 21:08:56 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

dr.hmoo-app_a.jpg

ถ้าสงสัยว่า อะไรบ้างที่ฟ้องได้ ..

สรุปว่า ถ้าจะฟ้อง ... ฟ้องได้ทุกอย่าง  Shocked

ส่วนว่า ฟ้องแล้ว  ศาลุ จะรับฟ้องหรือเปล่า ... เป็นอีกเรื่องหนึ่ง  Wink


ยืนยันว่าจะทำหน้าที่แพทย์ให้ดีที่สุด ( เท่าที่จะทำได้ )
DO NO HARM [ PATIENT AND MYSELF ]
ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็เป็นหมอที่ดี ได้เสมอ
www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807
ส่งโดย: หมอหมู male
สถานะ: Moderator, ThaiClinic Staff *****
จำนวนความเห็น: 34847 63156014 63156014 หมอหมู หมอหมู WWW Email

118.174.188.*


« ความเห็นที่ #4 เมื่อ: 09/18/16 เวลา 21:18:55 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

dr.hmoo-2016-09-18_211600.jpg
ตอบ อย่างไร ให้ปลอดภัย

การพิมพ์ตอบ. ...ศาลให้น้ำหนักมากกว่า. การตอบทางโทรศัพท์  นั้นหมายความว่า. คนไข้มีหลักฐานชัดเจนในการที่จะฟ้อง.  

การใช้ชื่อ แมว หมู หรือนามแฝง. ไม่ช่วย เพราะ สามารถหาข้อมูลมายืนยันได้ว่า เป็นแพทย์  

ตอบฟรี หรือไม่ฟรีฟ้องได้หมด ศาลจะใช้คำว่า... สิ่งที่เราตอบนั้นขึ้นอยู่ว่า เราประมาทในการตอบหรือไม่

- การตอบที่ลงท้ายด้วย แนะนำพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาเพิ่มเติม. จะเป็นการปกป้องพูดตอบไปในตัว

- ถ้าคนไข้เอาฟิลม์ให้อ่าน. อ่านได้ครับ. แต่ต้องให้คนไข้แนบ บัตรประชาชนมาพร้อมกับฟิลม์ให้เห็นชัดเจน เพื่อยืนยันว่าเป็นฟิลม์เอกซเรย์ของเขาเอง
ตอบแล้วลงท้ายเสมอว่า ฟิลม์ดังกล่าว อ่านได้ไม่ชัดเจนเนื่องจาก...อะไรก็ว่าไปได้

- การสั่งยา. ห้ามสั่งยากิน. ยาทาสั่งได้


ยืนยันว่าจะทำหน้าที่แพทย์ให้ดีที่สุด ( เท่าที่จะทำได้ )
DO NO HARM [ PATIENT AND MYSELF ]
ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็เป็นหมอที่ดี ได้เสมอ
www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807
ส่งโดย: หมอหมู male
สถานะ: Moderator, ThaiClinic Staff *****
จำนวนความเห็น: 34847 63156014 63156014 หมอหมู หมอหมู WWW Email

118.174.188.*


« ความเห็นที่ #5 เมื่อ: 09/18/16 เวลา 21:20:00 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

dr.hmoo-2016-09-18_211614.jpg
๑. คิดก่อนส่ง  .. ก่อนจะกดส่ง อ่านอีกรอบ  “เมื่อไรที่เริ่มลังเลว่าควรจะโพสต์ข้อความหรือรูปภาพเหล่านี้ดีหรือไม่นั่น แสดงว่าท่านไม่ควรโพสต์”

๒. ตรงความจริง ... ตามความเป็นจริง ทางวิชาการทางการแพทย์ .. ข้อความ เป็นเท็จ ลดความน่าเชื่อถือ และ อาจโดนฟ้องได้  ... การให้ความรู้แปลกๆหรือแชร์เรื่องแปลกๆ

๓. อย่าฟันธง ... การสั่งการรักษาหรือการให้คำแนะนำ ขนาดได้เห็น ได้ตรวจ ยังไม่ร้อยเปอร์เซนต์ แล้วในเนต มีแต่ข้อความ ไม่ได้เห็น ไม่ได้ตรวจ โอกาสพลาดสูงมาก  

๔. จงระวัง ... ต้องนึกเสมอว่าคนไข้ทุกคนที่มารับการรักษาจากเราอาจกลายเป็นโจทก์ในศาลได้เส มอ บางครั้งคนไข้อาจไม่อยากฟ้องหมอ แต่ญาติโกรธและอยากฟ้องหมอ ยิ่งแพทย์โรงพยาบาลเอกชนทำประกันวิชาชีพมากขึ้น ยิ่งทำให้ผู้ป่วยอยากฟ้องแพทย์มากขึ้น เพราะได้เงินชดเชย ?


ยืนยันว่าจะทำหน้าที่แพทย์ให้ดีที่สุด ( เท่าที่จะทำได้ )
DO NO HARM [ PATIENT AND MYSELF ]
ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็เป็นหมอที่ดี ได้เสมอ
www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807
ส่งโดย: หมอหมู male
สถานะ: Moderator, ThaiClinic Staff *****
จำนวนความเห็น: 34847 63156014 63156014 หมอหมู หมอหมู WWW Email

118.174.188.*


« ความเห็นที่ #6 เมื่อ: 09/18/16 เวลา 21:28:24 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

dr.hmoo-2016-09-18_212646.jpg

การตอบปัญหาสุขภาพ มีสองส่วน ที่อาจสุดโต่งไปคือ กลัวจนไม่ตอบ กับ ตอบแบบไม่กลัว  

ถ้ามีปัญหาสุขภาพ ผู้มีความรู้ ไม่ตอบ  แล้วจะให้ ผู้ที่ไม่รู้ ตอบ อย่างนั้นหรือ ?

โดยส่วนตัว ผมยังอยากให้ ผู้รู้ช่วยกันตอบ .. แต่ผู้รู้ ก็อย่ามั่นใจ เกินไป ... จนกลายเป็นภัยกับตนเอง


สรุปว่า ถ้าจะตอบปัญหาสุขภาพ ไม่ว่าจะ ตอบฟรี หรือ ได้รับค่าตอบแทน  

สิ่งสำคัญ ที่สุด ก็คือ .. อย่าฟันธง  Grin

ปล.ไฟล์ภาพบางส่วนนำมาจากไฟล์ที่ผมไปนำเสนอในการ ประชุมวิชาการ BDMS Academic Annual Meeting  2016  โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล  
วันที่ 13 ก.ย.เวลา 11.00-12.00 น. ห้อง Balllroom 1
เรื่อง Social media ขนม หรือ ยาขม
social media สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ จะใช้อย่างไร ให้เกิดประโยชน์กับตนเองและผู้อื่น  
ตอบปัญหาสุขภาพ อย่างไร ... ไม่ให้ คนตอบ มีปัญหา
ใช้เนต อย่างไร ... ให้ตนเอง ครอบครัว ปลอดภัย

//www.bdmsannualmeeting.com/



ยืนยันว่าจะทำหน้าที่แพทย์ให้ดีที่สุด ( เท่าที่จะทำได้ )
DO NO HARM [ PATIENT AND MYSELF ]
ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็เป็นหมอที่ดี ได้เสมอ
www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807
ส่งโดย: หมอหมู male
สถานะ: Moderator, ThaiClinic Staff *****
จำนวนความเห็น: 34847 63156014 63156014 หมอหมู หมอหมู WWW Email

118.174.188.*


« ความเห็นที่ #7 เมื่อ: 09/18/16 เวลา 21:32:50 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

dr.hmoo-sos_specialist.JPG

ตอนนี้ มีเวบที่คล้าย ๆ กับ ต้นเรื่อง แต่ว่า ฟรี .. ท่านใดสนใจแวะแจมได้นะครับ

เพจหมอเฉพาะทางบาทเดียว  
https://www.facebook.com/SOSspecialist/

..................

แถม

ชี้แจงเกี่ยวกับการให้คำปรึกษา ผ่านระบบอินเตอร์เนต  
//www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=28-02-2008& group=2&gblog=3

มาทำบุญ ด้วยการตอบกระทู้ .... เป็น คำแนะนำเบื้องต้น ไม่ได้วินิจฉัยโรค ....  
//www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=04-09-2009& group=15&gblog=2

หมอไม่ควรไปตอบปัญหาทางเนต จริงหรือ Huh
//www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=06-11-2009& group=7&gblog=37


ยืนยันว่าจะทำหน้าที่แพทย์ให้ดีที่สุด ( เท่าที่จะทำได้ )
DO NO HARM [ PATIENT AND MYSELF ]
ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็เป็นหมอที่ดี ได้เสมอ
www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807
ส่งโดย: หมอหมู male
สถานะ: Moderator, ThaiClinic Staff *****
จำนวนความเห็น: 34847 63156014 63156014 หมอหมู หมอหมู WWW Email

118.174.188.*




 

Create Date : 19 กันยายน 2559   
Last Update : 7 กรกฎาคม 2560 13:30:41 น.   
Counter : 322 Pageviews.  

แพทยสภา เตือนแพทย์ระมัดระวังการโฆษณาการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ทางโซเชียลมีเดีย








18 มกราคม 2559

แพทยสภาแถลงข่าวเตือนแพทย์ระมัดระวังการโฆษณาการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ทางโซเชียลมีเดีย

******************************

แพทยสภา ร่วมกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคออกเตือนแพทย์และสถานพยาบาลต่างในการโฆษณาการประกอบวิชาชีพเวชกรรมต่อประชาชนทางโซเชียลมีเดีย

เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2559เวลา 15.00 น. ศาสตราจารย์นายแพทย์สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา นายกแพทยสภาพร้อมด้วย ทันตแพทย์อาคม ประดิษฐ์สุวรรณผู้อำนวยการสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพและพล.อ.ต.นายแพทย์อิทธพร คณะเจริญ คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ร่วมกันแถลงข่าวเนื่องจากปัจจุบันกระแสของการโฆษณาทางโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับศัลยกรรมเพื่อความงามนับวันจะทวีมากขึ้น

ผู้รับอนุญาตผู้ดำเนินการสถานพยาบาลและแพทย์ผู้ประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาลนั้นต้องระมัดระวังในการที่ผู้อื่นมาเผยแพร่เรื่องการรักษาพยาบาลของตนหรือการดำเนินการในสถานพยาบาลของตนในโชเชียลมีเดีย เป็นไปในทำนองความสามารถ ความเชี่ยวชาญเกินกว่าความเป็นจริงเพราะข้อบังคับแพทยสภา ว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2549ที่บังคับใช้กับแพทย์ หมวด 7 การปฏิบัติตนเกี่ยวกับสถานพยาบาล ข้อ 36ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่เป็นผู้ดำเนินการสถานพยาบาลต้องไม่โฆษณาสถานพยาบาลหรือยินยอมให้ผู้อื่นโฆษณาสถานพยาบาลที่ตนเป็นผู้ดำเนินการในลักษณะดังต่อไปนี้

1)โฆษณาสถานพยาบาลในทำนองโอ้อวดของสถานพยาบาลนั้น หรือกิจกรรมอื่นของสถานพยาบาลเกินกว่าที่เป็นจริงส่วนแพทย์ที่ไม่ใช่ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลต้องระมัดระวังในการที่ผู้อื่นมาเผยแพร่เรื่องการรักษาพยาบาลของตนหรือการดำเนินการในสถานพยาบาลของตนโดยเฉพาะการลงรูปถ่ายต่างๆในโชเชียลมีเดีย

เป็นไปในทำนองเข้าข่ายโอ้อวดความสามารถความเชี่ยวชาญเกินกว่าความเป็นจริง เพราะข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2549 จะอาจผิดข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2549 ใน หมวด 3การโฆษณาการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ข้อ 8 ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องไม่โฆษณา ใช้จ้าง หรือยินยอมให้ผู้อื่นโฆษณาการประกอบวิชาชีพเวชกรรมความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมของตนซึ่งมีบทลงโทษทางจริยธรรมตั้งแต่ตักเตือน พักใช้และเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมได้

และพระราชบัญญัติสถานพยาบาลพ.ศ.2541 ได้มีบทในการอนุญาตให้และห้ามโฆษณาภายใต้ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องเรื่องหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการโฆษณาสถานพยาบาล

ในกรณีของสถานพยาบาลมีกฎหมายของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพซึ่งเป็นกฎหมายในชั้นของพระราชบัญญัติ ทันตแพทย์อาคม ประดิษฐ์สุวรรณผู้อำนวยการสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพกล่าวว่าทางกรมฯเป็นผู้ดูแลและให้อนุญาตสถานพยาบาลและคลินิกต่างๆในการโฆษณาซึ่งต้องปฏิบัติตามมาตรฐานโดยมีประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 11 ( พ.ศ. 2546) เรื่องหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการโฆษณาสถานพยาบาลหากสถานพยาบาลซึ่งรวมทั้งโรงพยาบาลและคลินิกเอกชนไม่ปฏิบัติตามก็จะมีโทษโดยต้องระวางโทษปรับไม่เกิน20,000 บาทและให้ปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000บาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืน ทั้งนี้จนกว่าจะระงับการโฆษณาดังกล่าว

ส่วนกรณีการห้ามโฆษณาที่สำคัญนั้นเช่น การใช้ข้อความอันเป็นเท็จ หรือข้อความที่ไม่มีมูลความจริงทั้งหมด ซึ่งทำให้ประชาชนเข้าใจผิดไม่สามารถกระทำได้ รวมทั้งการโฆษณากิจการสถานพยาบาลหรือการโฆษณาความรู้ความสามารถความเชี่ยวชาญในการรักษาพยาบาลคุณภาพ หรือประสิทธิผลของผู้ประกอบวิชาชีพหรือสรรพคุณของเครื่องมือเครื่องใช้ของสถานพยาบาลหรือกรรมวิธีการรักษาหรือโรคที่ให้การรักษาหรือเปรียบเทียบผลก่อนและหลังการรักษาไปในทำนองให้เข้าใจผิดโดยไม่ถูกต้องตามหลักการที่เป็นมาตรฐานวิชาชีพหรือทำให้ประชาชนเกิดความคาดหวังในสรรพคุณเกินความจริง

พล.อ.ต.นายแพทย์อิทธพร คณะเจริญในฐานะคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้มีนโยบายคุ้มครองประชาชนทางด้านความงามแบบครบวงจรโดยจะจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อรับเรื่องร้องเรียนและแก้ปัญหาให้กับประชาชนโดยอาศัยผู้ซึ่งดูแลกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอันประกอบด้วยสภาวิชาชีพด้านสุขภาพ เช่น แพทยสภา ทันตแพทยสภา สำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะกรมสนับสนุนบริการสุขภาพที่ดูแลคลินิกต่างๆ ตำรวจ บกปคบ. สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคโดยทำงานร่วมกันเพื่อมาดูแลประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการเข้ารับบริการสามารถโทรแจ้งได้ที่สคบ. 1166 ตลอด 24 ชั่วโมง

""""""""""""""""""""""""""""""""""

การโฆษณา ในแง่ของส่วนตัวแพทย์

- ข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๔๙ หมวด 3 และ หมวด

แต่ถ้าเป็นการโฆษณาสถานพยาบาล

- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2546) เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการโฆษณาสถานพยาบาล

- ประกาศแพทยสภา ที่ 50/2549 เรื่อง คำที่ห้ามใช้ในการโฆษณา

ข้อบังคับแพทยสภา ว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรมพ.ศ. ๒๕๔๙

//www.tmc.or.th/service_law02_17.php

หมวดที่ ๓ การโฆษณาการประกอบวิชาชีพเวชกรรม

ข้อ ๘ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องไม่โฆษณา ใช้ จ้างหรือยินยอมให้ผู้อื่นโฆษณาการประกอบวิชาชีพเวชกรรมความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมของตน

ข้อ ๙ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องไม่โฆษณา ใช้ จ้างหรือให้ผู้อื่นโฆษณาการประกอบวิชาชีพเวชกรรมความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมของผู้อื่น

ข้อ ๑๐ การโฆษณาตามข้อ ๘ และข้อ ๙อาจกระทำได้ในกรณีต่อไปนี้

(๑)การแสดงผลงานในวารสารทางวิชาการทางการแพทย์และสาธารณสุขหรือในการประชุมวิชาการทางการแพทย์และสาธารณสุข

(๒) การแสดงผลงานในหน้าที่หรือในการบำเพ็ญประโยชน์สาธารณะ

(๓)การแสดงผลงานหรือความก้าวหน้าทางวิชาการหรือการค้นพบวิธีการและเทคนิคใหม่ๆในการรักษาโรคซึ่งเป็นที่ยอมรับทางการแพทย์เพื่อการศึกษาของมวลชน

(๔)การประกาศเกียรติคุณเป็นทางการโดยสถาบันวิชาการ สมาคม หรือมูลนิธิ

ข้อ ๑๑ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมอาจแสดงข้อความเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพเวชกรรมของตนที่สำนักงานได้เพียงข้อความเฉพาะเรื่องต่อไปนี้

(๑) ชื่อ นามสกุลและอาจมีคำประกอบชื่อได้เพียงคำว่านายแพทย์หรือแพทย์หญิง อภิไธยตำแหน่งทางวิชาการฐานันดรศักดิ์ ยศ และบรรดาศักดิ์ เท่านั้น

(๒) ชื่อปริญญา วุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติหรือหนังสือแสดงคุณวุฒิอย่างอื่น ซึ่งตนได้รับมาโดยวิธีการถูกต้องตามกฎเกณฑ์ของแพทยสภาหรือสถาบันนั้นๆ

(๓) สาขาของวิชาชีพเวชกรรม

(๔) เวลาทำการ

ข้อ ๑๒ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมอาจแจ้งความการประกอบวิชาชีพเวชกรรมเฉพาะการแสดงที่อยู่ที่ตั้งสำนักงาน หมายเลขโทรศัพท์ และหรือข้อความที่อนุญาตในหมวด ๓ ข้อ ๑๑ เท่านั้น

ข้อ ๑๓ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมผู้ทำการเผยแพร่หรือตอบปัญหาทางสื่อมวลชนถ้าแสดงตนว่าเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมสามารถแจ้งสถานที่ประกอบวิชาชีพเวชกรรมได้แต่ต้องไม่เป็นการสื่อไปในทำนองโฆษณาโอ้อวดเกินความเป็นจริง หลอกลวงหรือทำให้ผู้ป่วยหลงเชื่อมาใช้บริการและในการแจ้งสถานที่ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องไม่ปรากฏหมายเลขโทรศัพท์ส่วนตัวในที่เดียวกัน

ข้อ ๑๔ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องระมัดระวังตามวิสัยที่พึงมีมิให้การประกอบวิชาชีพเวชกรรมของตนแพร่ออกไปในสื่อมวลชนเป็นทำนองโฆษณาความรู้ความสามารถ

หมวด ๗ การปฏิบัติตนเกี่ยวกับสถานพยาบาล

ข้อ ๓๖ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่เป็นผู้ดำเนินการสถานพยาบาลต้องไม่โฆษณาสถานพยาบาลหรือยินยอมให้ผู้อื่นโฆษณาสถานพยาบาลที่ตนเป็นผู้ดำเนินการในลักษณะดังต่อไปนี้

(๑)โฆษณาสถานพยาบาลในทำนองโอ้อวดการประกอบวิชาชีพเวชกรรมหรือกิจกรรมอื่นของสถานพยาบาลเกินกว่าที่เป็นจริง

(๒) โฆษณาสถานพยาบาลโดยโอ้อวดกิจกรรมของสถานพยาบาลนั้นหรือสรรพคุณของเครื่องมือเครื่องใช้ของสถานพยาบาลไปในทำนองจูงใจให้ผู้อื่นเข้าใจผิดโดยไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการที่เป็นมาตรฐานของวิชาชีพเวชกรรมหรือทำให้ประชาชนเกิดความคาดหวังในสรรพคุณเกินความเป็นจริง

(๓) โฆษณาสถานพยาบาลที่มีลักษณะเป็นการลามกไม่สุภาพ สำหรับสาธารณชนทั่วไปหรือมีลักษณะเป็นการกระตุ้น หรือยั่วยุกามารมณ์หรือเป็นการขัดต่อศีลธรรมอันดี

(๔)โฆษณาสถานพยาบาลทำนองว่าจะให้ส่วนลดเป็นเงินหรือให้ผลประโยชน์ตอบแทนแก่ผู้ใดให้เป็นไปตามระเบียบที่แพทยสภากำหนด

(๕) โฆษณาสถานพยาบาลว่ามีผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมผู้หนึ่งผู้ใดมาประกอบวิชาชีพเวชกรรมในสถานพยาบาลนั้นโดยไม่เป็นความจริง

ข้อ ๓๗ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่เป็นผู้ดำเนินการสถานพยาบาลต้องไม่ให้หรือยอมให้มีการให้ค่าตอบแทนเป็นเงิน หรือผลประโยชน์ตอบแทนใดๆแก่ผู้ชักนำผู้ไปขอรับบริการจากสถานพยาบาลนั้น

ข้อ ๓๘ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่เป็นผู้ดำเนินการสถานพยาบาลต้องไม่ให้หรือยินยอมให้มีการประกอบวิชาชีพเวชกรรมหรือวิชาชีพใดๆ ทางการแพทย์หรือการสาธารณสุข

หรือการประกอบโรคศิลปะโดยผิดกฎหมายในสถานพยาบาลนั้นๆ

ข้อ ๓๙ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมผู้ใดไปทำการประกอบวิชาชีพเวชกรรมในสถานพยาบาลมีสิทธิที่จะประกาศหรือยินยอมให้มีการประกาศชื่อของตน ณสถานพยาบาลนั้นเฉพาะผู้ที่ปฏิบัติงานเป็นเวลาแน่นอนหรือปฏิบัติงานเป็นประจำเท่านั้น โดยต้องมีข้อความระบุ วันเวลาที่ไปปฏิบัติงานประกอบชื่อของตนไว้ในประกาศนั้นให้ชัดเจนด้วย

ข้อ ๔๐ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมผู้ใดที่ไปทำการประกอบวิชาชีพเวชกรรมในสถาน พยาบาลถ้ามิได้เป็นผู้ปฏิบัติงานประจำหรือไปปฏิบัติงานไม่เป็นเวลาที่แน่นอนไม่มีสิทธิที่จะให้มีการประกาศชื่อของตน ณ สถานพยาบาลนั้น เว้นแต่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมจะมีการทำข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรกับผู้ดำเนินการสถานพยาบาลนั้นๆ

หมวด ๘ การปฏิบัติตนในกรณีที่มีความสัมพันธ์กับผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ

ข้อ ๔๑ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องไม่รับเงินจากผู้ประกอบธุรกิจไม่ว่ากรณีใดๆยกเว้นกรณีรับค่าตอบแทนจากการเป็นที่ปรึกษา เป็นวิทยากรการบรรยายทางวิชาการเป็นผู้ได้รับทุนวิจัยจาก ผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าว

ข้อ ๔๒ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องไม่รับสิ่งของ การบริการหรือนันทนาการที่มีมูลค่าเกินกว่าสามพันบาทจากผู้ประกอบธุรกิจไม่ว่ากรณีใดๆยกเว้นสิ่งที่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่งานด้านวิชาการที่ส่งผลถึงการบริการที่ยังประโยชน์แก่ผู้ป่วยโดยให้รับในนามของสถาบันต้นสังกัด

ข้อ ๔๓ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมผู้ใด เมื่อรับทุนจากผู้ประกอบธุรกิจในการไปดูงานไปประชุมหรือไปบรรยายทางวิชาการทั้งในและต่างประเทศ ให้รับทุนได้เฉพาะค่าเดินทางค่าลงทะเบียน ค่าวิทยากร ค่าอาหาร และค่าที่พัก สำหรับเฉพาะตนเองเท่านั้นและจำกัดเฉพาะช่วงเวลาของการดูงาน การประชุม หรือการบรรยายเท่านั้น

ข้อ ๔๔ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมผู้ใดถ้าต้องการแสดงตนเพื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพใดๆ ต่อสาธารณชนจะต้องไม่ใช้คำว่านายแพทย์ แพทย์หญิง คำอื่นใด หรือกระทำการไม่ว่าโดยวิธีใดๆให้ประชาชนเห็นหรือทราบข้อความ ภาพ เครื่องหมาย หรือกระทำอย่างใดๆให้บุคคลทั่วไปเข้าใจว่าเป็นแพทย์หรือผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม

ข้อ ๔๕ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมผู้ใดเมื่อแสดงความเห็นต่อสาธารณะโดยการพูดการเขียนหรือโดยวิธีการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์สุขภาพใดต้องแสดงโดยเปิดเผยในขณะเดียวกันนั้นด้วยว่าตนมีส่วนเกี่ยวข้องโดยได้รับผลประโยชน์ใดๆจากผู้ประกอบธุรกิจนั้น เช่น เป็นที่ปรึกษา เป็นผู้ร่วมทุนเป็นผู้ได้รับทุนไปดูงาน ไปประชุมหรือบรรยายจากผู้ประกอบธุรกิจนั้นๆ

ข้อ ๔๖ ราชวิทยาลัยและวิทยาลัยในสังกัดแพทยสภาอาจวางระเบียบกำหนดแนวปฏิบัติตามข้อบังคับในหมวดนี้สำหรับผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่เป็นสมาชิกของราชวิทยาลัยและวิทยาลัยนั้นๆได้เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับข้อบังคับนี้

""""""""""""""""""""""""""""""""""""

15คำห้ามแพทย์โม้โฆษณา

https://www.facebook.com/themedicalcouncil/posts/821843704609353

18 ข้อห้ามคลินิก -รพ.เอกชนโฆษณา ฝ่าฝืนปรับวันละหมื่นจนกว่าจะระงับ 15 คำบังคับแพทย์ห้ามใช้จ้อโทษตั้งแต่ว่ากล่าวตักเตือน ภาคทัณฑ์ พักใช้ - เพิกถอนใบอนุญาตฯ

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2546)เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการโฆษณาสถานพยาบาล ซึ่งออกตามมาตรา 38พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ที่กำหนดว่าห้ามโฆษณาหรือยินยอมให้ผู้อื่นโฆษณาด้วยถ้อยคำที่เป็นเท็จหรือโอ้อวดโดยใช้บังคับกับสถานพยาบาลที่ไม่ใช่สังกัดของหน่วยงานราชการ ประกาศดังกล่าว กำหนด18 ข้อห้ามโฆษณาสถานพยาบาลในลักษณะ ดังนี้

1. ห้ามใช้ข้อความอันเป็นเท็จหรือข้อความที่ไม่มีมูลความจริงทั้งหมดหรือบางส่วนหรือมีลักษณะหลอกลวงหรือปกปิดความจริงหรือทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นจริง

2.การใช้ข้อความทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจว่ามีบุคลากร เครื่องมือเครื่องใช้และอุปกรณ์แต่กลับไม่มีให้บริการ

3. การใช้สถาบัน หน่วยงานองค์กร หรือบุคคล ที่ไม่ผ่านการรับรองจากหน่วยงานรัฐ

4.การโฆษณาบริการโรคที่ไม่มีอยู่ในสาขาที่ผู้ประกอบวิชาชีพมีหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตร

5. การอ้างอิงรายงานวิชาการผลงานวิจัย สถิติ โดยข้อมูลที่อ้างอิงไม่ใช่ข้อมูลข่าวสารของทางราชการ

6. การใช้ข้อความหรือรูปภาพโอ้อวดเกินจริงหรือข้อความที่กล่าวอ้างหรือบ่งบอกว่าของตนดีกว่า เหนือกว่าดีที่สุด รายแรก แห่งแรก รับรองผล 100% หรือการเปรียบเทียบหรือข้อความที่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจว่าการบริการของสถานพยาบาลแห่งนั้นมีคุณภาพที่ดีกว่าเหนือกว่าหรือสูงกว่าที่อื่น

7.การโฆษณากิจการสถานพยาบาลหรือการโฆษณาความรู้ความสามารถความเชี่ยวชาญในการรักษาพยาบาลคุณภาพหรือประสิทธิผลสรรพคุณ กรรมวิธีหรือเปรียบเทียบผลก่อน - หลังในทำนองให้เข้าใจผิด

8.การใช้ชื่อสถานพยาบาลหรือข้อความที่ทำให้เข้าใจว่ามีการประกอบกิจการที่ไม่ตรงกับการรับอนุญาต

9.การโฆษณาสถานที่ซึ่งไม่ใช่เป็นของสถานพยาบาล

10.การโฆษณาด้วยวิธีการอันอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ร่างกายหรือจิตใจหรือก่อให้เกิดความรำคาญแก่ประชาชน

11.การใช้ภาพหรือเสียงที่ไม่เหมาะสมสร้างความหวาดกลัวหรือมีลักษณะเป็นการส่อไปในทางลามกอนาจาร กระตุ้นหรือยั่วยุทางกามารมณ์

12.การใช้ภาพหรือเสียงโดยไม่สุภาพหรือแสดงอาการทุกข์ทรมานของผู้ป่วย

13. การให้ร้าย เสียดสีหรือทับถมสถานพยาบาลหรือผู้ประกอบวิชาชีพอื่น

14. ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรม

15. การโฆษณาที่รวมอยู่กับข้อความถวายพระพรหรือข้อความอย่างอื่นที่อ้างอิงเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาทหรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เว้นแต่ชื่อของสถานพยาบาลหรือผู้ประพันธ์บทความดังกล่าว

16. การโฆษณาการให้บริการฟรี

17. การโฆษณาที่จัดให้มีการแถม แลกเปลี่ยนให้สิทธิประโยชน์ รางวัล หรือการเสี่ยงโชคจากการรับบริการทางการแพทย์จากสถานพยาบาล

18. ห้ามการให้ส่วนลดค่าบริการหรือค่ารักษาพยาบาลเว้นแต่ลดเพื่อการอนุเคราะห์บุคคลด้อยโอกาสลดต่อสมาชิกกลุ่มบุคคลหรือสถาบันหรือองค์กรเป็นการแจ้งให้ทราบเฉพาะกลุ่มเท่านั้น

ทั้งนี้ผู้ฝ่าฝืนจะมีโทษต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท และให้ปรับอีกวันละไม่เกิน 1หมื่นบาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืน จนกว่าจะระงับการโฆษณา

“””””””””””””””

//www.tmc.or.th/service_law03_12.php

ในส่วนของแพทย์ตามประกาศแพทยสภา ที่ 50/2549 เรื่อง คำที่ห้ามใช้ในการโฆษณาออกบังคับใช้กับแพทย์ตั้งแต่ พ.ศ. 2549 กำหนดคำที่ห้ามแพทย์ใช้ในการโฆษณา 15คำเบื้องต้น ดังนี้

1. คำว่า เพียง เช่น เพียง4,000 บาท ต่อ ครั้ง

2. คำว่า เท่านั้น เช่นรักษาครั้งละ 500 บาท เท่านั้น

3. คำว่า พิเศษ เช่น พิเศษสำหรับสมาชิกบัตรเครดิตค่ารักษา

4. คำว่า เฉพาะ เช่นราคานี้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น

5. คำว่า ล้ำสมัย หรือ เช่นด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย แห่งเดียว/แห่งแรกในประเทศไทย

6. คำว่า นำสมัย เช่นอุปกรณ์ที่นำสมัยในการให้การรักษา

7. คำว่า ราคาเดิม เช่นเสริมจมูก ตกแต่งใบหน้า 3,000 บาท จากราคาเดิม 4,000 บาท

8. คำว่า ครบวงจร เช่นโดยทางศูนย์ให้บริการแบบครบวงจร การแสดงราคาเปรียบเทียบ เช่น จากเดิม 6,000 บาทเหลือ 4,000 บาท หรือการแสดงราคาเปรียบเทียบกับโรงพยาบาลอื่น เช่น โรงพยาบาล น.ราคาโปรแกรมตรวจสุขภาพ ราคา 3,000 บาท แต่โรงพยาบาล ร.โปรแกรมตรวจสุขภาพ ราคา2,000 บาท การใช้คำว่า ปกติ กับ เหลือ เช่น ปกติ ราคา 500 บาท จองวันนี้ เหลือ 300บาท โดยสิทธิ์นี้ใช้ได้ จนถึงสิ้นเดือน

9. คำว่า ฟรี เช่นจองวันนี้แถมฟรี ตรวจความดันปัสสาวะ ฯลฯ .

10. คำว่า สวยจริง จริงบอกต่อ

11. คำว่า อยากสวย สวยที่

12. คำว่า งดงามที่...มีเสน่ห์ที่...

13. คำว่าสวยเหมือนธรรมชาติที่...

14. คำว่า เหนือกว่า / สูงกว่า

15. คำว่า โรค...รักษาได้(ต้องมีข้อมูลทางวิชาการ 80% ขึ้นไป ว่าโรคดังกล่าวสามารถรักษาหายได้)

ผู้ฝ่าฝืนมีโทษตั้งแต่ว่ากล่าวตักเตือนภาคทัณฑ์ พักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และเพิกถอนใบอนุญาตฯ

""""""""""""""""""""""""""""""""""""""

&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&

ข้อแนะนำวิธีตั้งกระทู้ถามปัญหาสุขภาพ

//www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=23-06-2008&group=26&gblog=7

ชี้แจงเกี่ยวกับการให้คำปรึกษาผ่านระบบอินเตอร์เนต

//www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=28-02-2008&group=26&gblog=8

มาทำบุญด้วยการตอบกระทู้ .... เป็น คำแนะนำเบื้องต้น ไม่ได้วินิจฉัยโรค ....

//www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=04-09-2009&group=26&gblog=9

Facebook, Line, Tweeter….จริยธรรมบนโลกออนไลน์.... โดย doctorlawyer"

//www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=29-06-2014&group=26&gblog=3

การระมัดระวังการใช้Social Media สำหรับแพทย์และผู้ประกอบวิชาชีพทางด้านสาธารณสุข... โดย หมอแมว

//www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=28-06-2014&group=26&gblog=5

แนวทางปฏิบัติในการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ของผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพพ.ศ.2559

//www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=15-05-2017&group=26&gblog=1

แพทยสภาเตือน แพทย์ ระมัดระวังก่อนโพสต์รูปตนเอง/คนไข้หรือความเห็นส่วนตัวลง social media

//www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=28-06-2014&group=26&gblog=4

แพทยสภาเตือนแพทย์ระมัดระวังการโฆษณาการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ทางโซเชียลมีเดีย

//www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=18-01-2016&group=26&gblog=2

ฝากเตือนแพทย์ เกี่ยวกับ การรับปรึกษา วินิจฉัย ผ่านแอพ ผ่านเวบ

//www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=19-09-2016&group=26&gblog=11

หมอไม่ควรไปตอบปัญหาทางเนตจริงหรือ ???

//www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=06-11-2009&group=26&gblog=10




 

Create Date : 18 มกราคม 2559   
Last Update : 7 กรกฎาคม 2560 13:50:29 น.   
Counter : 1475 Pageviews.  

1  2  3  

หมอหมู
Location :
กำแพงเพชร Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 733 คน [?]




ผมเป็น ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ หรือ อาจเรียกว่า หมอกระดูกและข้อ หมอกระดูก หมอข้อ หมอออร์โธ หมอผ่าตัดกระดูก ฯลฯ สะดวกจะเรียกแบบไหน ก็ได้ครับ

ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาหนึ่ง ซึ่งเมื่อเรียนจบแพทย์ทั่วไป 6 ปี ( เรียกว่า แพทย์ทั่วไป ) แล้ว ก็ต้องเรียนต่อเฉพาะทาง ออร์โธปิดิกส์ อีก 4 ปี เมื่อสอบผ่านแล้วจึงจะถือว่าเป็น แพทย์ออร์โธปิดิกส์ โดยสมบูรณ์ ( รวมเวลาเรียนก็ ๑๐ ปี นานเหมือนกันนะครับ )

หน้าที่ของหมอกระดูกและข้อ จะเกี่ยวข้องกับความเจ็บป่วย ของ กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก ข้อ และ เส้นประสาท โรคที่พบได้บ่อย ๆ เช่น กระดูกหัก ข้อเคล็ด กล้ามเนื้อฉีกขาด กระดูกสันหลังเสื่อม ข้อเข่าเสื่อม กระดูกพรุน เป็นต้น

สำหรับกระดูกก็จะเกี่ยวข้องกับกระดูกต้นคอ กระดูกสันหลัง กระดูกเชิงกราน กระดูกข้อไหล่ จนถึงปลายนิ้วมือ กระดูกข้อสะโพกจนถึงปลายนิ้วเท้า ( ถ้าเป็นกระดูกศีรษะ กระดูกหน้า และ กระดูกทรวงอก จะเป็นหน้าที่ของศัลยแพทย์ทั่วไป )

นอกจากรักษาด้วยการให้คำแนะนำ และ ยา แล้วยังรักษาด้วย วิธีผ่าตัด รวมไปถึง การทำกายภาพบำบัด บริหารกล้ามเนื้อ อีกด้วย นะครับ

ตอนนี้ผม ลาออกจากราชการ มาเปิด คลินิกส่วนตัว อยู่ที่ จังหวัดกำแพงเพชร .. ใช้เวลาว่าง มาเป็นหมอทางเนต ตอบปัญหาสุขภาพ และ เขียนบทความลงเวบ บ้าง ถ้ามีอะไรที่อยากจะแนะนำ หรือ อยากจะปรึกษา สอบถาม ก็ยินดี ครับ

นพ. พนมกร ดิษฐสุวรรณ์ ( หมอหมู )

ปล.

ถ้าอยากจะถามปัญหาสุขภาพ แนะนำตั้งกระทู้ถามที่ .. เวบไทยคลินิก ... ห้องสวนลุม พันทิบ ... เวบราชวิทยาลัยออร์โธปิดิกส์ หรือ ทางอีเมล์ ... phanomgon@yahoo.com

ไม่แนะนำ ให้ถามที่หน้าบล๊อก เพราะอาจไม่เห็น นะครับ ..




New Comments
[Add หมอหมู's blog to your web]