Ortho knowledge for all @ Do no harm patient and myself @ สุขภาพดี ไม่มีขาย ถ้าอยากได้ ต้องสร้างเอง

แพทยสภาจะทำการ “จำลอง” การเลือกตั้ง เพื่อรองรับระบบเลือกตั้ง Online .. เชิญชวนแพทย์ทุกท่าน




แพทยสภาจะทำการ “จำลอง” การเลือกตั้ง
เพื่อรองรับระบบเลือกตั้ง Online
รายละเอียด
https://tmc.or.th/index.php/News/News-and-Activities/602
.
จึงขอเชิญชวนแพทย์ทุกท่าน
ร่วมจำลองการเลือกตั้ง
ด้วย 3 ขั้นตอน ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 สร้าง pin code : วันนี้ เป็นต้นไป
ได้ที่ https://doctor.tmc.or.th/
.
ขั้นตอนที่ 2 ลงแจ้งความจำนง vote :
วันนี้ -23 ก.พ. 2563
https://allregist.com/evote/register/?loginID=4c0d13d3ad6cc317017872e51d01b238
.
ขั้นตอนที่ 3 vote จังหวัดในดวงใจ :
ตั้งแต่ 24 ก.พ. – 8 มี.ค. 2563
ได้ที่ https://allregist.com/login/4c0d13d3ad6cc317017872e51d01b238

***ลุ้นรับตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ภายในประเทศ จำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง

****ประกาศผล วันที่ 12 มี.ค. 2563 ผ่านช่องทาง Website และ Facebook แพทยสภา

หมายเหตุ :
คำตัดสินของกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด และขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขและของรางวัล โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า




 

Create Date : 04 กุมภาพันธ์ 2563   
Last Update : 4 กุมภาพันธ์ 2563 22:17:35 น.   
Counter : 993 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

Fake News สร้างข่าวปลอมเตรียมนอนคุก

กฎหมายน่ารู้ ตอน "Fake News สร้างข่าวปลอมเตรียมนอนคุก"

14 ม.ค. 2563 10:56 น. 46 ครั้ง

เอกสารแนบ

  • Fake News สร้างข่าวปลอมเตรียมนอนคุก


    ทั้งผู้ผลิต และ ผู้ส่งต่อ (แชร์) ก็ต้องรับผิดชอบผลที่ตามมา
    แต่ " บุคคล องค์กร หน่วยงาน " .. ต้อง แจ้งความ ฟ้องร้อง ด้วยนะครับ กฏหมายถึงจะมีผลบังคับใช้ ...ถ้าผู้เสียหายยังนิ่งเฉย ก็ไม่มีใครช่วยได้



     




 

Create Date : 14 มกราคม 2563   
Last Update : 14 มกราคม 2563 16:57:59 น.   
Counter : 1286 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

Admin เฟสรักษ์กำแพง ขอชี้แจง เรื่อง การแสดงความคิดเห็น โต้ตอบ และ พรบ.คอม






เรียนสมาชิกเฟสรักษ์กำแพง และ ผู้ใช้โซเชี่ยวมีเดียทุกท่าน

เกี่ยวกับ ประเด็นเฟสรักษ์กำแพง ที่มีสมาชิกแสดงความเห็นว่า บางโพส ที่อาจเข้าข่ายหมิ่นประมาท ด้วย ภาพ หรือ ข้อความ เช่น มีภาพรถโดยไม่เซ็นเซอร์ทะเบียน เป็นต้น ซึ่งสมาชิกหลายท่าน ได้แสดงความคิดเห็นว่า ไม่เหมาะสม ถึงแม้ว่า จะเป็นความจริงตามภาพว่า เป็นการกระทำที่น่าจะผิดระเบียบกฏหมาย.. แต่ ผู้โพส ก็ไม่มีสิทธิ์โพสภาพแบบนั้น หรือ ข้อความที่อาจทำให้รู้สึกไม่พึงพอใจ จนเกิดการตอบโต้กันไปมา 

ก่อนอื่น ต้องขอบคุณสมาชิกทุกท่านที่ร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยเฉพาะสมาชิกที่เสนอแนวคิดแนวทางแก้ไขปัญหาหลากหลายแนวทาง นับถึงตอนนี้ ก็ใช้เวลากันพอสมควร ความร้อนแรงเริ่มลดลงบ้างแล้ว (น่าจะพอรับฟังความเห็นที่อาจแตกต่างกันได้โดยไม่ใช้อารมณ์มากเกินไปนัก)

ผมขอแสดงความคิดเห็นส่วนตัวและแอดมินเฟส "รักษ์กำแพง"  ซึ่งพอมีประสบการณ์ ทำหน้าที่แอดมินเวบบอร์ดมาบ้าง เคยเป็นสมาชิกบอร์ด สิบกว่าปี (ตั้งแต่เวบพันทิบยังไม่แยกเป็นห้อง) ถือว่า พูดคุยเล่าสู่กันฟัง ปนบ่นบ้างนิดหน่อย ตามประสา ผู้เริ่มสูงวัย พอจะแยกเป็นประเด็นได้ ๙ ข้อ ดังนี้ ...

๑. โพสแบบนั้น ก็มีประโยชน์ ในส่วนที่ทำให้ สมาชิกได้ทราบว่า เป็นการกระทำที่ทำผิด และ มีสมาชิกหลายท่านชื่นชอบ มีการกดไลก์ แต่ก็เห็นด้วย ที่ผู้โพส อาจใช้ข้อความ ที่ไม่ถูกใจ หรือ ภาพ ที่อาจทำให้เกิดการเสื่อมเสียชื่อเสียงของบุคคลในภาพ
............. ประเด็นนี้ ผมคิดว่า น่าจะปล่อยให้เป็นกรณีที่ผู้เกี่ยวข้อง (ผู้เสียหายกับผู้โพส) จัดการกันเอง ซึ่งถ้าผมจะเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ในฐานะแอดมิน ก็ยอมรับครับ

๒. ถ้าภาพหรือข้อความ ไม่รุนแรง มากนัก ไม่ผิดกฏหมาย พรบ.คอมพิวเตอร์โดยตรง ..  ผมก็จะปล่อยไปครับ เพราะมันก็คือ ความจริงอย่างที่โพส 
...........  ในฐานะปัจเจกบุคคล ผมก็รู้สึกไม่เห็นด้วยกับวิธีการ ข้อความในโพส หรือ ข้อความโต้ตอบ ผมจึงไม่เข้าไปร่วมแสดงความคิดเห็นโต้ตอบ หรือ คลิ๊กแสดงความรู้สึก ในโพสนั้น อ่านแล้วก็ปล่อยผ่านไป (แต่จะให้ลบโพส ในฐานะแอดมิน ผมก็ยังนึกไม่ออกว่าจะใช้เหตุผลอะไร? โดยเฉพาะ พรบ.คอมฯ ที่มักอ้างกัน ผมก็คิดว่า ไม่ผิด พรบ.คอมฯ เพราะ เป็นภาพจริง ไม่ได้ตัดต่อ ไม่มีข้อความเท็จ หรือให้ร้าย )
........... ส่วนเรื่องการลบความเห็นในโพส เจ้าของโพส มีสิทธิ์ลบความเห็นของคนอื่น ในโพสนั้นได้เลย แต่ลบความเห็นในโพสคนอื่นไม่ได้ ( ผมลบความเห็น ลบโพส น้อยมาก )
........... สำหรับท่านที่ อาจยังไม่ทราบ การคลิ๊กแสดงความรู้สึก (กดไลก์) หรือ การโพสข้อความโต้ตอบ ระบบเฟสบุ๊กจะถือว่าเป็น การแชร์ และ ยิ่งจำนวนความเห็น ยิ่งมีคนแสดงความรู้สึกมาก ระบบจะถือว่า ได้รับความสนใจ ก็จะเพิ่มโอกาสโพสนั้น ได้แสดงในหน้า feed ของเฟส นะครับ
........... ดังนั้น ถ้าไม่ชอบ ก็ให้อยู่นิ่ง ๆ อ่านแล้ว ปล่อยผ่านไป หรือ กดรายงานโพส เพราะ ถ้าไม่ชอบแล้วเข้าไปตอบสนอง ยิ่งตอบโต้ ก็จะทำให้ โพสที่ไม่ชอบ ยิ่งได้รับความนิยม กลายเป็นการสนับสนุนส่งเสริมโพสที่ไม่ชอบ ( ไม่ชอบ แต่ไปส่งเสริม ?) คำที่ใช้กันบ่อย ๆ ในกรณีแบบนี้ ก็คือ don't feed the troll

๓.  การลบโพส หรือ แบนสมาชิก ไม่ช่วยแก้ปัญหา เพราะ
............. ลบโพสไป ก็โพสใหม่ได้  และ มีข้อเสียอย่างมากของการลบโพส คือ หลักฐานทางกฏหมาย ถ้ามีการฟ้องร้องของผู้เสียหายจากโพสนั้น ก็จะสูญหายไปด้วย และ ในบางโพส ก็มีคนกดไลก์ (ชื่นชอบ) การลบโพส ก็ทำให้ผู้ที่ชื่นชอบรู้สึกว่า แอดมินไม่เป็นกลาง แสดงความเห็นก็ถูกแอดมินลบ ( แอดมิน ลบก็โดน ไม่ลบก็โดน )
............. การแบนสมาชิกก็เช่นกัน แบนก็สมัครเฟสใหม่ เปลี่ยนชื่อใหม่ก็เข้ามาได้อยู่ดี จะให้มาตรวจสอบ ตัวตนที่แท้จริงว่าเป็นใคร (ตรวจสอบหลักฐาน บัตรประชาชน เหมือนเวบพันทิป) แบบนั้น ผมคิดว่า จะเป็นภาระกับแอดมินมากไปนะครับ

๔. ประเด็นข้อเสนอ ตั้งค่าสมาชิกโพส ต้องให้แอดมิน อนุญาตก่อน จึงจะโพสได้
............. ผมเคยลองทำอยู่ช่วงหนึ่ง แต่ก็ติดปัญหาว่า ผมไม่ค่อยได้เข้ามาดู อาจมาดูหลังสองสามทุ่ม ก็มีสมาชิก บ่นว่า โพสไปตั้งนานแล้ว ทำไมถึงโพสไม่ได้ และ โพสเกือบทั้งหมด ก็ไม่ได้ผิดกฏหมาย ก็อนุมัติให้โพสได้อยู่ดี การกลั่นกรองก่อนโพส จึงอาจไม่ค่อยได้ประโยชน์นัก แต่ก็จะทดลองดูนะครับ
............. ผมจึงใช้วิธีให้สมาชิกโพสได้อิสระ แต่ จะมาพิจารณาว่าจะ ลบโพส และ แบนสมาชิก หลังจากที่โพสไปแล้วแทน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นการขายสินค้า รับสมัครสมาชิกขายตรงหรือทำงานผ่านเนต แบบนี้ลบและแบนสมาชิกไปเลย

๕. บางท่านบอกว่า เรื่องดี ๆ มีเยอะแยะทำไม ไม่โพส
............ ประเด็นนี้ก็เห็นด้วย บางส่วน แต่สิ่งที่น่าคิดคือ ในเมื่อ คนอื่นไม่โพสเรื่องดี ๆ ทำไม เราไม่เอาเรื่องดีนั้นมาโพสเองละครับ ที่ผมตั้งเฟสรักษ์กำแพง ขึ้นมาก็ด้วยเหตุผลว่า เวลาหาข่าวสารกิจกรรมดี ๆ หาไม่ค่อยได้ กว่าจะรู้ก็ตอนงานเสร็จแล้ว ผมจึงโพสประชาสัมพันธ์ก่อนที่จะมีกิจกรรม (เผื่อใครอยากจะไป) แต่หลังจากงานเสร็จ ก็มีผู้สื่อข่าว นำมารายงานข่าวอยู่แล้ว) เวลาจะแสดงความคิดเห็นพูดคุยเรื่องที่ไม่ชอบมาพากล ก็ไม่รู้จะไปแสดงความคิดเห็นที่ไหน อยากจะหาข้อมูลบางอย่างก็หาไม่ได้ ในเมื่อไม่มีใครทำ ผมก็ทำเอง ( ผมเริ่มเมื่อ ๖ ปีที่แล้ว จุดเริ่มคือการแลกเปลี่ยนข้อมูลเรื่องเกาะกลางน้ำ แต่ตอนนี้เฟสกรุ๊ปทั้้งจำนวนและความหลากหลาย เพิ่มขึ้นมาก สามารถเลือกได้ตามความชอบใจ )
ถ้าอยากให้มีเรื่องดี เราก็มาช่วยกัน โพสเรื่องดี ๆ โพสแนวคิดที่จะช่วยกันแก้ไขปัญหา ช่วยกันทำบ้านเราให้ดีขึ้น

๖. มีหลายท่านเสนอให้ แอดมิน ไปประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
............ ผมก็ทำอยู่ครับ ทั้งส่งลิงค์ แชร์ข้อความ หลายเรื่องหลายหน่วยงานก็แก้ไขปรับปรุง แต่ก็มีเรื่องอีกเยอะกว่า ที่ เงียบหาย ซึ่งผมก็ไม่มีอำนาจ ที่จะไปบังคับให้ใครทำอะไร ผมเสนอได้ แต่ เขาจะสนองหรือเปล่า ไม่รู้เหมือนกัน
............ สิ่งที่สำคัญกว่าก็คือ ถ้าเราทุกคน ช่วยกัน (ช่วยคิด ช่วยทำ ช่วยหาช่องทาง ฯลฯ) น่าจะมีพลังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากกว่ารอแอดมิน หรือ รอใครบางคน(บางหน่วยงาน) มาทำให้มาแก้ปัญหาให้เรา

๗. เรื่องราวในเนต ในสังคมออนไลน์ (Social media) ก็มีทั้งเรื่องที่เราชอบและไม่ชอบ เรื่องที่เราชอบแต่คนอื่นไม่ชอบ เรื่องที่เราไม่ชอบแต่คนอื่นกลับชอบ เป็นปกติธรรมดา (เหมือนสังคมชีวิตจริง) จะให้ถูกใจถูกต้องตามความต้องการของเราทั้งหมด คงเป็นไปไม่ได้ และ ไม่มีประโยชน์อะไรที่เราจะไปทะเลาะกัน ด้วยเรื่องของคนอื่น (เดือดร้อนเป็นห่วงแทนเขา ทั้งที่บางที เขาอาจไม่รู้สึกอะไร?)
............. สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งในเนต และ ชีวิตจริง เราจะได้เห็น วิธีคิด ตรรกะ แปลก ๆ เช่น ถ้าคุณทำไม่ดี ผมก็ทำไม่ดีกับคุณได้ (ฆ่าคอมมิวนิสต์ ไม่ผิด? คุณฆ่าคน ผมก็ฆ่าคุณได้? คุณทำเลว ผมก็ทำเลวได้?  หรือ ถ้าคุณเคยทำไม่ดี สิ่งที่พูดที่คิดก็ต้องไม่ดีไปทั้งหมด (คนเลว ก็ต้องคิดเลวทำเลว?) เป็นต้น  แทนที่จะมองตัวบุคคล (ดี-เลว มีผลประโยชน์ ฯลฯ) เราน่าจะมองไปที่การกระทำ แนวคิด ว่า เป็นสิ่งดี เหมาะสม หรือเปล่า เพราะ ในดีมีเลว ในเลวก็มีดี เช่นกัน

๘. แทนที่เราจะรอให้คนอื่นเปลี่ยน เราเปลี่ยนตัวเราเอง น่าจะง่ายกว่า
............. ถ้าอยากจะเปลี่ยนอะไร ที่เราคิดว่าเป็นสิ่งดี เราก็เริ่มทำก่อนได้เลย ไม่ต้องรอใคร ไม่ต้องไปบอกให้คนอื่นมาทำตามที่เราคิด  ลุยไปเลยครับ ส่วนว่า ทำแล้วจะได้ผลอย่างที่เราหวังไว้หรือเปล่า ก็ค่อยว่ากัน ลองทำแล้วไม่ได้ผล เราก็เปลี่ยนวิธีการ หรือ เปลี่ยนไปทำเรื่องอื่น มีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่เราทำได้ ผมเชื่อว่า มีคนที่คิดเหมือนกันกับเรา เพียงแต่เขาไม่แสดงตัว ไม่กล้าที่จะเป็นคนเริ่ม แต่ถ้ามีใครเริ่ม เขาก็จะออกมาช่วยทำ
............. ส่วนตัวผม ๕-๖ ปีที่ผ่านมา มีหลายเรื่องที่ผมพยายามผลักดันแล้วไม่มีอะไรเปลี่ยน บางเรื่องกว่าจะเริ่มเปลี่ยนใช้เวลาเป็นปีหรือหลายปี มีจำนวนน้อยมากที่ทำแล้วเห็นผลเร็วและชัดเจน น้อยมากจริง ๆ แต่ผมก็คิดว่า พอจะมีประโยชน์กับส่วนรวมบ้าง ดีกว่านั่งนิ่ง ๆ หายใจทิ้งไปวัน ๆ 

๙. บทสรุปส่งท้าย
............. การบ่นก่นด่า อาจทำให้รู้สึกสบายใจได้ระบาย ได้บ่น แต่ถ้าทำแค่นั้นก็ไม่สามารถเปลี่ยนอะไรได้ ทุกอย่างก็เหมือนเดิม สิ่งที่น่าจะทำเพิ่มเติมคือ ส่งต่อข้อมูลไปยังผู้รับผิดชอบโดยตรง (ราชการ-รัฐวิสาหกิจ-เทศบาล-อบต.-อบจ.)  หรือร้องเรียนไปยังศูนย์รับเรื่องร้องเรียน (ศูนย์ดำรงธรรม ปปช. ปปง. สายด่วนฯ ) ส่งทางเฟส ทางไลน์ ก็ได้ สะดวก ถ้าต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตามที่เราต้องการ ก็ต้องใช้ความพยายามมากขึ้น
............. หลายเรื่องในเนต หรือในชีวิตจริง อยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา เราไม่ชอบแต่ก็ไม่สามารถที่จะเปลี่ยนหรือแก้ไข แต่สิ่งหนึ่งที่เราทำได้ ก็คือ ตัดสินใจว่า ตัวเรา จะทำอย่างไรกับเรื่องที่เกิดขึ้น (นิ่งเฉย บ่นด่า ตอบโต้ทะเลาะ เสนอความเห็น ลงมือทำ ) เพราะคนที่จะได้รับผลที่ตามมาจากการตัดสินใจนั้นก็คือ ตัวเราเอง คนที่จะสุขจะทุกข์ก็ตัวเราเอง

อะไรที่ดีมีประโยชน์ก็เก็บไว้ อะไรที่ไม่ชอบ ไม่มีประโยชน์ก็ทิ้งไป (พ่อผมกล่าวไว้)

นพ.พนมกร ดิษฐสุวรรณ์ (หมอหมู)
แอดมินเฟส รักษ์กำแพง และ โน่นนี่นั่น
๒๕ธันวาคม๒๕๖๐
https://www.facebook.com/groups/254314207990910/permalink/1581203421968642/


ช่วยกันคนละนิดละหน่อย เท่าที่ทำได้ เพื่อบ้านของพวกเรา ^_^
กรุ๊ป https://www.facebook.com/groups/254314207990910/
เพจ https://www.facebook.com/rakkamphaeng


ปล. ลองอ่านความเห็นของคุณ @จรรยงค์ วิเศษ ด้วยก็ดีนะครับ
https://www.facebook.com/groups/254314207990910/permalink/1579256088830042/

""""""""""""""""""""""""""""
แถม อีกประเด็น เรื่อง ถ่ายภาพแล้วเห็นป้ายทะเบียนรถ
๑. อ้าง พรบ.คอม .. อาจไม่ตรงเท่าไหร่ เพราะ เป็นภาพจริง ไม่ได้ตัดต่อ ไม่มีข้อความเท็จ ไม่มีข้อความให้ร้ายดูหมิ่น ?
๒. ถ้าจะฟ้องร้อง แนะนำฟ้องเรื่อง หมิ่นประมาท ทำให้เสียชี่อเสียง จะตรงกว่า นะครับ ... ส่วนว่า ผลจะออกมาอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับหลักฐาน  ผมจึงคิดว่า ไม่ควรลบกระทู้ ครับ

อ่านตามลิงค์ที่คุณ วัชรกิจ โพธิ์พุทธ ก็ได้ หรือจะโหลดฉบับเต็ม เลยก็ดีครับ
14 พฤติกรรมทำไม่ได้ ผิดกฎหมาย พ.ร.บ.คอมพ์ (ฉบับ 2) พ.ศ.2560
https://thumbsup.in.th/2017/05/14-activities-against-thai-cybercrime-act-2560/

การทำลาย แก้ไข ไม่่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนของข้อมูลคอมพิวเตอร์ผู้อื่น มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท (มาตรา 9)
การโพสต์ข้อมูลที่บิดเบือน หรือปลอม จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท

การโพสต์ภาพของผู้อื่นที่เกิดจากการสร้าง ตัดต่อ หรือดัดแปลง ที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท

www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/A/010/24.PDF
https://today.line.me/th/pc/article/พ+ร+บ+คอม+ฉบับปรับปรุงแก้ไข+พ+ศ+2560+มีผลบังคับใช้แล้ว+ฝากร้านโดยไม่ได้รับอนุญาติถือว่าผิด+มาดูสรุป+พ+ร+บ+กัน-0e6438bf01b3bd8aa71f688f4fe4e879351c4abbe583588df337cdb40166929e


............................................

ปัญหาจราจร จอดรถซ้อนกัน จอดในที่ห้ามจอด วางสิ่งของกีดขวางทางจราจร ฯลฯ  ในเขตเทศบาล แจ้งได้เลยครับ
https://www.facebook.com/Kamphaengphettrafficpolice/

ปล.ส่วนทางเท้า แจ้งเทศบาลเมืองกำแพงเพชร
https://www.facebook.com/pr.kppmu






 ที่มาภาพ :  https://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/A/010/24.PDF







 

Create Date : 26 ธันวาคม 2560   
Last Update : 26 ธันวาคม 2560 14:39:59 น.   
Counter : 933 Pageviews.  

9 ข้อระวังภัย คนใช้โซเชียล ... พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์







9 ข้อระวังภัย คนใช้โซเชียล
สำนักงานกิจการยุติธรรม
https://www.facebook.com/weareoja/photos/a.664480593637716.1073741828.533062563446187/1362978923787876/?type=3&theater

แม้ Social Network จะมีข้อดีต่างๆ อยู่มากมาย
แต่เราก็จะต้องใช้งานอย่างระมัดระวังด้วย เช่นกัน โดยเฉพาะการแสดงออกทางความคิด กิจกรรม การรับรู้ข้อมูลจากผู้อื่น ซื้อและขายสินค้า

เตือนภัย!! คนใช้โซเชียลให้รู้ทันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น ช่วยป้องกันและระวังภัยที่อาจจะเกิดขึ้น จาก Social Network ได้ ดังนี้

1. เลือกตอบรับคำขอเป็นเพื่อนเฉพาะคนรู้จัก
2. ก่อนโพสต์อะไร ควรนึกถึงผลกระทบที่จะตามมา และควรตั้งค่าให้เห็นเฉพาะเพื่อนเท่านั้น ไม่ควรตั้งค่าสาธารณะ
3. อย่าโพสต์ภาพลับ หรือโพสต์สุ่มสี่สุ่มห้า
4. อย่าเช็คอินสถานที่ที่ไปบ่อยๆ อาจทำให้ทำให้ผู้ไม่หวังดีทราบความเคลื่อนไหวของเราหรืออาจมาดักรอ
5. แสดงความคิดเห็นอย่างมีสติ เพื่อไม่ให้เกิดการโต้แย้งที่รุนแรง หรืออาจเป็นความผิดได้
6. กด LIKE ในสิ่งที่สร้างสรรค์
7. เช็คก่อนแชร์ ไม่แน่ใจอย่าแชร์ หากแชร์เรื่องไม่ดีหรือไม่จริง อาจเกิดผลเสียและเป็นความผิดได้
8. ระวังผู้ประสงค์ร้ายหลอกถามข้อมูลส่วนตัว
9. อย่าลืมล็อกเอาต์หรือออกจากระบบ และอย่ากด Remember me เมื่อใช้คอมพิวเตอร์สาธารณะ เพื่อป้องกันผู้อื่นสวมรอย

#ระวังภัย #คนใช้โซเชียล #สำนักงานกิจการยุติธรรม #ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ #กฎหมายใหม่ #facebook #socialnetwork

ที่มา : พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560 //www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/A/010/24.PDF



....................................................




“เรียนรู้ไว้ เพราะเราใช้โซเชียล”
https://www.facebook.com/weareoja/photos/a.664480593637716.1073741828.533062563446187/1398432396909195/?type=3&theater

พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560 มีผลบังคับใช้ทั่วประเทศในวันที่ 25 พ.ค.2560

ต้องยอมรับว่าสังคมออนไลน์ หรือ Social Network ประโยชน์เยอะ ภัยร้ายก็แยะ เพราะเครือข่ายออนไลน์มีมากมายทั่วโลก ทำให้มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ปะปนอยู่ทั่วไป ผู้ใช้จึงต้องใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจให้ดี

เมื่อคุณก้าวเข้าสู่โลกแห่งอินเทอร์เน็ตแล้ว
“คุณคือผู้ที่รับผิดชอบถูกผิด โพสต์ – แชร์ อย่างระมัดระวัง”

ด้วยความปรารถนาดีจากสำนักงานกิจการยุติธรรม


ที่มา://web.krisdika.go.th/data/law/law2/%c771/%c771-20-9999-update.pdf


&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&

ข้อแนะนำวิธีตั้งกระทู้ถามปัญหาสุขภาพ

//www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=23-06-2008&group=26&gblog=7

ชี้แจงเกี่ยวกับการให้คำปรึกษาผ่านระบบอินเตอร์เนต

//www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=28-02-2008&group=26&gblog=8

มาทำบุญด้วยการตอบกระทู้ .... เป็น คำแนะนำเบื้องต้น ไม่ได้วินิจฉัยโรค ....

//www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=04-09-2009&group=26&gblog=9

Facebook, Line, Tweeter….จริยธรรมบนโลกออนไลน์.... โดย doctorlawyer"

//www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=29-06-2014&group=26&gblog=3

การระมัดระวังการใช้Social Media สำหรับแพทย์และผู้ประกอบวิชาชีพทางด้านสาธารณสุข... โดย หมอแมว

//www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=28-06-2014&group=26&gblog=5

แนวทางปฏิบัติในการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ของผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพพ.ศ.2559

//www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=15-05-2017&group=26&gblog=1

แพทยสภาเตือน แพทย์ ระมัดระวังก่อนโพสต์รูปตนเอง/คนไข้หรือความเห็นส่วนตัวลง social media

//www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=28-06-2014&group=26&gblog=4

แพทยสภาเตือนแพทย์ระมัดระวังการโฆษณาการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ทางโซเชียลมีเดีย

//www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=18-01-2016&group=26&gblog=2

ฝากเตือนแพทย์ เกี่ยวกับ การรับปรึกษา วินิจฉัย ผ่านแอพ ผ่านเวบ

//www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=19-09-2016&group=26&gblog=11

หมอไม่ควรไปตอบปัญหาทางเนตจริงหรือ ???

//www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=06-11-2009&group=26&gblog=10





 

Create Date : 06 กรกฎาคม 2560   
Last Update : 7 กรกฎาคม 2560 13:48:26 น.   
Counter : 2104 Pageviews.  

แนวทางปฏิบัติในการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ของผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพ พ.ศ. 2559





















หน้า ๑๒
เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๘๘ ง         ราชกิจจานุเบกษา         ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๐
ประกาศคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ
เรื่อง แนวทางปฏิบัติในการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ของผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพ
พ.ศ. ๒๕๕๙

หมวด ๔
ความเป็นวิชาชีพ (Professionalism)
__________________

ข้อ ๑๒ หลักการรักษาความเป็นวิชาชีพตลอดเวลา (Maintaining Professionalism)
    ในการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ ผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพพึงรักษาความเป็นวิชาชีพด้วยการวางตัวอย่างเหมาะสมโดยไม่จำกัดแต่เพียงเฉพาะขณะปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น เนื่องจากการกระทำส่วนตัว นอกเวลาปฏิบัติหน้าที่ย่อมส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือและความเป็นวิชาชีพในการปฏิบัติหน้าที่ ตลอดจนองค์กร วิชาชีพ และระบบสุขภาพโดยรวมได้เสมอ ทั้งนี้ ตามความเหมาะสมของบริบทและสถานการณ์

ข้อ ๑๓ หลัก “คิดก่อนโพสต์” (Pausing Before Posting)
    เนื่องจากเนื้อหาบนสื่อสังคมออนไลน์ อาจคงอยู่อย่างถาวรตลอดไป และอาจถูกนำไปใช้โดยผู้อื่นได้ ผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพ จึงพึงมีสติ คำนึงถึงความเหมาะสม ข้อดีข้อเสีย และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการเผยแพร่เนื้อหาบนสื่อสังคมออนไลน์ก่อนทำการเผยแพร่เนื้อหาดังกล่าวเสมอ (“คิดก่อนโพสต์”)
    นอกจากนี้ ในการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ ผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพพึงรับผิดชอบต่อการกระทำของตน
ทั้งในทางกฎหมาย ทางวินัย ทางจริยธรรม และทางสังคม

ข้อ ๑๔ หลักการมีพฤติกรรมออนไลน์อย่างเหมาะสม (Appropriate Behaviors Online)
    ผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพ พึงวางตัวอย่างเหมาะสมในการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ หลีกเลี่ยงการใช้ถ้อยคำที่ไม่สุภาพหรือไม่เหมาะสมกับกาลเทศะ การเล่าเรื่องขำขันที่ลามกหรือไม่สุภาพ การถ่ายภาพและเผยแพร่ภาพที่อาจแสดงถึงการขาดความเป็นมืออาชีพหรือขาดความเป็นวิชาชีพ เช่น ภาพขณะดื่มสุราเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือใช้ยาเสพติด ภาพที่ส่อไปในทางเพศหรือลามกอนาจาร ภาพที่อุจาด หวาดเสียวหรือรุนแรง การแสดงตัวหรือทำให้เข้าใจได้ว่าเหยียดหยามหรือดูหมิ่นคนบางกลุ่ม เป็นต้น พึงระมัดระวังในการแสดงความเห็นในลักษณะบ่นระบายอารมณ์หรือการนินทา บนสื่อสังคมออนไลน์
ผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพ พึงระมัดระวังในการแสดงความเห็นบนสื่อสังคมออนไลน์ที่เป็นข้อถกเถียงหรือสุ่มเสี่ยงอย่างมากในสังคม เช่น ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ การเมืองการปกครอง เป็นต้น
ผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพ พึงใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งในการเผยแพร่ภาพหรือเนื้อหาในขณะปฏิบัติหน้าที่ในวิชาชีพ ในลักษณะที่อาจถูกมองว่าไม่เหมาะสมหรือไม่มีความเป็นวิชาชีพได้ เช่น การเผยแพร่ภาพถ่ายในหอผู้ป่วย ห้องคลอด หรือห้องผ่าตัดขณะมีการดูแลหรือทำหัตถการกับผู้ป่วยอยู่ ภาพถ่ายขณะให้การดูแลรักษาผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากปรากฏตัวผู้ป่วยหรือข้อมูลของผู้ป่วยอยู่ในภาพหรือเนื้อหาดังกล่าวด้วย ไม่ว่าจะสามารถระบุตัวตนของผู้ป่วยได้หรือไม่ก็ตาม
ข้อ ๑๕ หลักการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวอย่างเหมาะสมและแยกเรื่องส่วนตัวกับวิชาชีพ (Privacy Settings and Separating Personal and Professional Information)
    ผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพ พึงศึกษาและตั้งค่าความเป็นส่วนตัว (privacy settings) ของสื่อสังคมออนไลน์ที่ใช้งานอย่างเหมาะสม เพื่อจำกัดการเข้าถึงเนื้อหาที่เป็นเรื่องส่วนตัวจากบุคคลภายนอก และอาจพิจารณาแยกบัญชีผู้ใช้งาน (user account) หรือเนื้อหาที่เป็นเรื่องส่วนตัว กับเรื่องทางวิชาชีพออกจากกัน

ข้อ ๑๖ หลักการตรวจสอบเนื้อหาออนไลน์ของตนอยู่เสมอ (Periodic Self-Auditing)
    ผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพ พึงตรวจสอบเนื้อหาหรือข้อมูลของตนหรือเกี่ยวกับตนบนสื่อสังคม
ออนไลน์และบนอินเทอร์เน็ตเป็นระยะๆ เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลเกี่ยวกับตนเองมีความถูกต้อง และไม่มีเนื้อหา
ที่ไม่เหมาะสมหรืออาจสร้างผลเสียให้กับตนในภายหลังหลงเหลืออยู่

ข้อ ๑๗ หลักการกำหนดขอบเขตความเป็นวิชาชีพกับผู้ป่วย (Professional Boundaries with Patients)
เนื่องจากในการประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพมักมีอิทธิพลเหนือความคิดและการตัดสินใจของผู้ป่วย ในการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพพึงกำหนดขอบเขตความเป็นวิชาชีพ (professional boundaries) และรักษาระยะห่าง (keep distance) กับผู้ป่วยให้เหมาะสม

ข้อ ๑๘ หลักการกำหนดขอบเขตความเป็นวิชาชีพกับผู้อื่น (Professional Boundaries with Others)
ในการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพพึงกำหนดขอบเขตความเป็นวิชาชีพ (professional boundaries) และรักษาระยะห่าง (keep distance) กับผู้บังคับบัญชาผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน อาจารย์ นิสิตนักศึกษาหรือผู้รับการฝึกอบรม และบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ป่วยให้เหมาะสม และพึงตระหนักและเคารพในความเป็นส่วนตัวของผู้อื่น ตลอดจนไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นความลับของผู้อื่น
ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ อาจเลือกที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นผ่านสื่อสังคมออนไลน์ได้ หากพิจารณาแล้วเห็นว่ามีผลดีมากกว่าผลเสีย ในกรณีเช่นนี้ ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพพึงกำหนดขอบเขตความเป็นวิชาชีพและรักษาระยะห่างให้เหมาะสมเช่นเดียวกับในชีวิตจริง


หมวด ๗
การให้คำปรึกษาออนไลน์ (Online Consultation)
__________________

ข้อ ๒๖ หลักการปฏิบัติด้วยความระมัดระวังในการให้คำปรึกษาออนไลน์ (Cautious Practice for
Online Consultation)
ในกรณีที่ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ได้รับคำปรึกษาเกี่ยวกับสุขภาพผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศหรือสื่อสังคมออนไลน์ จากผู้ป่วย หรือจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพอื่น ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ พึงพิจารณาผลดีและผลเสียของการให้คำปรึกษาออนไลน์อย่างรอบคอบ พึงเลือกใช้ตามความจำเป็นและเหมาะสมอย่างระมัดระวัง และคำนึงถึงข้อจำกัด นอกจากนี้ พึงหลีกเลี่ยงการให้คำปรึกษาในลักษณะที่แสดงถึงความมั่นใจ ความชัดเจนแน่นอน โดยไม่ได้คำนึงถึงโอกาสเกิดปัญหาหรือภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงหรือกรณีฉุกเฉิน ซึ่งหากเกิดปัญหาขึ้นอาจนำไปสู่ปัญหาความสัมพันธ์หรือการฟ้องร้องได้
ในกรณีที่ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพพิจารณาแล้วเห็นว่า ควรให้คำปรึกษาออนไลน์ ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพพึงชี้แจงให้ผู้ป่วยเข้าใจ และตระหนักในความเสี่ยงและข้อจำกัดของการให้คำปรึกษาออนไลน์ ก่อนให้คำปรึกษาหรือคำแนะนำ พร้อมทั้งให้ข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติตัว และการรับบริการในกรณีฉุกเฉินหรือกรณีที่ไม่แน่ใจว่าเป็นอันตรายหรือไม่
ในกรณีที่ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพไม่ประสงค์จะให้คำปรึกษาออนไลน์ ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพพึงตอบปฏิเสธอย่างสุภาพ โดยอาจชี้แจงเหตุผลประกอบก็ได้ และแนะนำให้ผู้นั้นติดต่อขอคำปรึกษาผ่านช่องทางปกติ ซึ่งอาจรวมถึงการให้บริการการแพทย์ฉุกเฉินในกรณีจำเป็น


ประกาศคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง แนวทางปฏิบัติในการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ของผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพ พ.ศ. 2559
https://rtanc.ac.th/wp-content/uploads/2017/03/12.pdf

https://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/E/088/12.PDF


:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

ประกาศ คกก.สุขภาพชาติ ‘แนวปฏิบัติการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพ’

คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติออกประกาศ “แนวทางปฏิบัติในการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ของผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพ พ.ศ.2559” มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม พ.ศ.2560

ปัจจุบันสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของทุกคน ทั้งในเรื่องส่วนตัวและเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพและบทบาทหน้าที่ด้านสุขภาพ การใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ของผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพ จึงจำเป็นจะต้องมีความเหมาะสมเพราะอาจส่งผลกระทบต่อผู้ป่วย องค์กรที่ตนสังกัด วิชาชีพ และระบบสุขภาพโดยรวมได้ คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติเล็งเห็นความสำคัญของเรื่องดังกล่าว จึงได้ออกประกาศคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง แนวทางปฏิบัติในการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ของผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพ พ.ศ.2559 โดยมีผลบังคับใช้นับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ วันที่ 24 มีนาคม พ.ศ.2560 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ประกาศดังกล่าวเป็นไปตามพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 มาตรา 7 ได้บัญญัติรับรองสิทธิของประชาชนในเรื่องข้อมูลด้านสุขภาพของบุคคลเป็นความลับส่วนบุคคลผู้ใดจะนำมาเปิดเผยในประการที่ทำให้ผู้อื่นเสียหายไม่ได้ เว้นแต่จะเป็นการเปิดเผยตามความประสงค์ของบุคคลนั้นหรือมีกฎหมายเฉพาะบัญญัติให้ต้องเปิดเผย

หมายเหตุ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 ทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ของรัฐบาลและหน่วยงานอื่นๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันในระดับนโยบาย ยุทธศาสตร์และแผนงานด้านสุขภาพ ภายใต้พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550



&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&

ข้อแนะนำวิธีตั้งกระทู้ถามปัญหาสุขภาพ

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=23-06-2008&group=26&gblog=7

ชี้แจงเกี่ยวกับการให้คำปรึกษาผ่านระบบอินเตอร์เนต

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=28-02-2008&group=26&gblog=8

มาทำบุญด้วยการตอบกระทู้ .... เป็น คำแนะนำเบื้องต้น ไม่ได้วินิจฉัยโรค ....

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=04-09-2009&group=26&gblog=9

Facebook, Line, Tweeter….จริยธรรมบนโลกออนไลน์.... โดย doctorlawyer"

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=29-06-2014&group=26&gblog=3

การระมัดระวังการใช้Social Media สำหรับแพทย์และผู้ประกอบวิชาชีพทางด้านสาธารณสุข... โดย หมอแมว

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=28-06-2014&group=26&gblog=5

แนวทางปฏิบัติในการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ของผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพพ.ศ.2559

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=15-05-2017&group=26&gblog=1

แพทยสภาเตือน แพทย์ ระมัดระวังก่อนโพสต์รูปตนเอง/คนไข้หรือความเห็นส่วนตัวลง social media

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=28-06-2014&group=26&gblog=4

แพทยสภาเตือนแพทย์ระมัดระวังการโฆษณาการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ทางโซเชียลมีเดีย

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=18-01-2016&group=26&gblog=2

ฝากเตือนแพทย์ เกี่ยวกับ การรับปรึกษา วินิจฉัย ผ่านแอพ ผ่านเวบ

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=19-09-2016&group=26&gblog=11

หมอไม่ควรไปตอบปัญหาทางเนตจริงหรือ ???

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=06-11-2009&group=26&gblog=10






 

Create Date : 15 พฤษภาคม 2560   
Last Update : 2 ธันวาคม 2560 4:54:15 น.   
Counter : 3564 Pageviews.  

1  2  3  

หมอหมู
Location :
กำแพงเพชร Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 762 คน [?]




ผมเป็น ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ หรือ อาจเรียกว่า หมอกระดูกและข้อ หมอกระดูก หมอข้อ หมอออร์โธ หมอผ่าตัดกระดูก ฯลฯ สะดวกจะเรียกแบบไหน ก็ได้ครับ

ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาหนึ่ง ซึ่งเมื่อเรียนจบแพทย์ทั่วไป 6 ปี ( เรียกว่า แพทย์ทั่วไป ) แล้ว ก็ต้องเรียนต่อเฉพาะทาง ออร์โธปิดิกส์ อีก 4 ปี เมื่อสอบผ่านแล้วจึงจะถือว่าเป็น แพทย์ออร์โธปิดิกส์ โดยสมบูรณ์ ( รวมเวลาเรียนก็ ๑๐ ปี นานเหมือนกันนะครับ )

หน้าที่ของหมอกระดูกและข้อ จะเกี่ยวข้องกับความเจ็บป่วย ของ กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก ข้อ และ เส้นประสาท โรคที่พบได้บ่อย ๆ เช่น กระดูกหัก ข้อเคล็ด กล้ามเนื้อฉีกขาด กระดูกสันหลังเสื่อม ข้อเข่าเสื่อม กระดูกพรุน เป็นต้น

สำหรับกระดูกก็จะเกี่ยวข้องกับกระดูกต้นคอ กระดูกสันหลัง กระดูกเชิงกราน กระดูกข้อไหล่ จนถึงปลายนิ้วมือ กระดูกข้อสะโพกจนถึงปลายนิ้วเท้า ( ถ้าเป็นกระดูกศีรษะ กระดูกหน้า และ กระดูกทรวงอก จะเป็นหน้าที่ของศัลยแพทย์ทั่วไป )

นอกจากรักษาด้วยการให้คำแนะนำ และ ยา แล้วยังรักษาด้วย วิธีผ่าตัด รวมไปถึง การทำกายภาพบำบัด บริหารกล้ามเนื้อ อีกด้วย นะครับ

ตอนนี้ผม ลาออกจากราชการ มาเปิด คลินิกส่วนตัว อยู่ที่ จังหวัดกำแพงเพชร .. ใช้เวลาว่าง มาเป็นหมอทางเนต ตอบปัญหาสุขภาพ และ เขียนบทความลงเวบ บ้าง ถ้ามีอะไรที่อยากจะแนะนำ หรือ อยากจะปรึกษา สอบถาม ก็ยินดี ครับ

นพ. พนมกร ดิษฐสุวรรณ์ ( หมอหมู )

ปล.

ถ้าอยากจะถามปัญหาสุขภาพ แนะนำตั้งกระทู้ถามที่ .. เวบไทยคลินิก ... ห้องสวนลุม พันทิบ ... เวบราชวิทยาลัยออร์โธปิดิกส์ หรือ ทางอีเมล์ ... phanomgon@yahoo.com

ไม่แนะนำ ให้ถามที่หน้าบล๊อก เพราะอาจไม่เห็น นะครับ ..




New Comments
[Add หมอหมู's blog to your web]