Ortho knowledge for all @ Do no harm patient and myself @ สุขภาพดี ไม่มีขาย ถ้าอยากได้ ต้องสร้างเอง

หมอไม่ควรไปตอบปัญหาทางเนต จริงหรือ ???







หมอไม่ควรไปตอบปัญหาทางเนต จริงหรือ ???

ได้เข้าไปประชุม แล้วมีการพูดคุยถึงเรื่อง การตอบปัญหาสุขภาพทางเนต ก็มี อาจารย์แพทย์บางท่าน บอกว่า การตอบปัญหาสุขภาพทางเนต อาจทำให้เกิดปัญหาเรื่องฟ้องร้องได้ ??? มีปัญหาในแง่ของกฎหมาย ??? แพทย์ไม่ควรเข้าไปตอบปัญหา เพราะ เราไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ??? ฯลฯ

ผมก็เห็นด้วยว่า การตอบปัญหาผ่านเนต ตอบกระทู้ต่าง ๆ นั้น อาจทำให้เกิดปัญหาความเข้าใจผิด จนนำไปสู่การฟ้องร้อง ไม่ว่าจะเป็น ฟ้องร้องคนตอบกระทู้ ฟ้องผู้รับผิดชอบของเวบไซค์ หรือ ฟ้องร้องกับผู้ที่เกี่ยวข้องในการรักษาที่ผ่านมา เพราะ ความเห็นของผู้ที่ตอบกระทู้ ไม่ตรงกับการรักษาที่ได้รับในชีวิตจริง

แต่ผมก็มีมุมมองอีกด้านหนึ่งเหมือนกันว่า “ การตอบปัญหาทางเนต “ ก็มีข้อดี เหมือนกัน

การตอบปัญหาทางเนต ก็มีความสะดวก และ สามารถให้ข้อมูลเบื้องต้นได้พอสมควร ทำให้คนที่สงสัย ได้รับทราบข้อมูลความรู้เบื้องต้น เวลาไปพบแพทย์ ตัวเป็น ๆ ก็จะพูดคุยกันเข้าใจได้ง่ายขึ้น ได้ประโยชน์ทั้งแพทย์ ตัวเป็น ๆ และ ผู้ป่วย (ญาติ)

ผู้ป่วย (ญาติ) ก็จะมีความรู้เบื้องต้น เกี่ยวกับความเจ็บป่วยที่เป็นอยู่ ถ้ายังมีข้อสงสัยอะไร ก็ไปถามแพทย์ตัวเป็น ๆ อีกครั้ง ลดความวิตกกังวล ความเครียดไปได้บ้าง

แพทย์ตัวเป็น ๆ ก็สามารถพูดคุยอธิบายให้ผู้ป่วย(ญาติ)ได้ง่ายขึ้น รวดเร็วขึ้น อาจตอบเฉพาะข้อสงสัยบางข้อเท่านั้นเอง เมื่อผู้ป่วย(ญาติ) เข้าใจ ความร่วมมือในการรักษาก็ดี ผลการรักษาก็น่าจะดีด้วยเช่นกัน ( ผลการรักษาดี หมอก็ดัง )

เมื่อมีข้อสงสัย แล้วประชาชนเข้ามาถาม แล้วได้รับคำตอบ คำแนะนำเบื้องต้น จากผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้น ๆ ผมจึงคิดว่าน่าจะเป็นสิ่งที่ดี

ลองคิดอีกแง่หนึ่งว่า “ ถ้าหมอเรา ไม่ตอบ แล้วจะให้ประชาชน ไปถามใคร ??? “

สิ่งที่ผมคิดว่าสำคัญที่สุด ก็คือ “ อย่าตอบแบบฟันธง “ เพราะ ข้อมูลตัวอักษร ยังไง ก็ไม่เพียงพอที่จะวินิจฉัย หรือ ตัดสินว่า อะไรถูก อะไรผิด คำตอบ สำหรับทุกคำถาม ก็ควรเป็นแบบ กลาง ๆ เป็นคำแนะนำเบื้องต้น ข้อมูลพื้นฐานทั่วไป ( ขนาดได้ตรวจ ได้พูดคุยซักถามกันต่อหน้า บางทีก็ยังไม่รู้เลยว่าเป็นอะไรแน่ )

ส่วนเรื่องของการฟ้องร้องนั้น ผมก็คิดว่า ไม่ได้แตกต่างจากการที่ หมอเราได้ ตรวจรักษาผู้ป่วยอยู่ทุกวัน อาจแตกต่างกันตรงที่ ข้อมูลที่ได้จากตัวอักษรในกระทู้ อาจไม่เพียงพอ ที่จะให้การวินิจฉัย ว่าเป็นอะไร ในเมื่อข้อมูลมีน้อย หมอก็ตอบเท่าที่ได้ อย่าฟันธง ( รวมถึงเรื่องอื่น ๆ ที่รับรู้ผ่านเนต ก็เช่นกัน อย่าแสดงความเห็นฟันธง มีตัวอย่างคนตอบหน้าแตก ให้เห็นเยอะแยะ )

ไม่ว่าจะเป็นการตอบปัญหาผ่านเนต หรือ พูดคุยโดยตรงกับผู้ป่วย (ญาติ) ก็ควรตอบหรือแนะนำ เท่าที่ได้ อย่ามั่นใจในตัวเองมากเกินไปนัก เผื่อทางเลือกอื่นไว้บ้าง

ก็เหมือนที่เราพูดกับบ่อย ๆ ว่า “ ไม่มีอะไรร้อยเปอร์เซ็นต์ในเมดิซีน (ในทางการแพทย์ ไม่มีอะไรร้อยเปอร์เซนต์ ) “ นั่นเอง




แถม

ชี้แจงเกี่ยวกับการให้คำปรึกษา ผ่านระบบอินเตอร์เนต
//www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=28-02-2008&group=2&gblog=3

ข้อแนะนำวิธีตั้งกระทู้ถามปัญหาสุขภาพ
//www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=23-06-2008&group=7&gblog=2

ข้อแนะนำก่อนจะพบแพทย์กระดูกและข้อ
//www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=04-07-2008&group=7&gblog=3


มาทำบุญ ด้วยการตอบกระทู้ .... เป็น คำแนะนำเบื้องต้น ไม่ได้วินิจฉัยโรค ....
//www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=04-09-2009&group=15&gblog=2





Create Date : 06 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 7 กรกฎาคม 2560 13:30:15 น. 7 comments
Counter : 437 Pageviews.  

 

เอาไปลงใน ห้องสวนลุม พันทิบ

//www.pantip.com/cafe/lumpini/topic/L8516730/L8516730.html



ความคิดเห็นที่ 1 [ถูกใจ] [แจ้งลบ]

บางทีคนที่มาโพสไม่ใช่หมอตัวจริง และให้คำแนะนำไม่ถูกต้อง อาจทำให้ผู้ป่วยเกิดความเข้าใจผิด ส่งผลร้ายได้มากกว่าที่คิด

จากคุณ : Berlinetta [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 6 พ.ย. 52 18:15:27 [แก้ไข]
ถูกใจ : หมอหมู





ความคิดเห็นที่ 2 [ถูกใจ] [แจ้งลบ]

ไม่เคยได้ยินข่าวเมืองไทย ฟ้องเรื้องนี้เลยครับ คนไทยถือคติ เรื่องโรงเรื่องศาล ไม่จำเป็นอย่าไปยุ่ง เสียเวลาเปล่าๆ เราไม่ใช้สหรัฐที่เอะอะก็ฟ้องครับ

เรายังไม่มีวัฒนธรรมการฟ้องเรื่องจากเนทครับ

แต่เห็นด้วยว่า คำตอบ สำหรับทุกคำถาม ก็ควรเป็นแบบ กลาง ๆ เป็นคำแนะนำเบื้องต้น ข้อมูลพื้นฐานทั่วไป

จากคุณ : K.Senior [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 6 พ.ย. 52 18:16:58 [แก้ไข]
ถูกใจ : หมอหมู





ความคิดเห็นที่ 3 [ถูกใจ] [แจ้งลบ]

โดยส่วนตัวคิดว่ามีประโยชน์ระดับหนึ่งค่ะ

จากคุณ : SCFM [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 6 พ.ย. 52 18:18:41 [แก้ไข]
ถูกใจ : หมอหมู





ความคิดเห็นที่ 4 [ถูกใจ] [แจ้งลบ]

ไม่จริงค่ะหมอหมูววววววววววววววว

อย่าทิ้งพวกเราน๊า ^^

เด็กผู้หญิง

จากคุณ : ยัย..ฉอเล๊าะ [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 6 พ.ย. 52 18:24:41 [แก้ไข]
ถูกใจ : หมอหมู





ความคิดเห็นที่ 5 [ถูกใจ] [แจ้งลบ]

คิดว่าคนถามเมื่อได้รับคำตอบก็ต้องใช้ดุลยพินิจด้วยค่ะ
คนมาตอบบางทีก็ไม่ได้แสดงตัวว่าเป็นหมอ เภสัช พยาบาล หรือคนทั่วไป
มาหาข้อมูลในนี้ต้องทำใจยอมรับว่าไม่ใช่แหล่งข้อมูลที่ดี
ถ้าโชคดีเจอคนรู้จริงก็ดีไป โชคร้ายพาเข้าป่าลงเหวบางทีไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

จากคุณ : ฟ้าหมาดฝน [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 6 พ.ย. 52 18:40:07 [แก้ไข]
ถูกใจ : หมอหมู





ความคิดเห็นที่ 6 [ถูกใจ] [แจ้งลบ]

ถ้า "หมอ" มาตอบ
ไม่เป็นไร ไม่น่ากลัวนะ เราว่า
เพราะคำแนะนำของหมอ
ส่วนมาก ก็คือ "ไปพบแพทย์" อยู่แล้ว
ฮ่าฮ่าฮ่า ฮ่าฮ่าฮ่า ฮ่าฮ่าฮ่า

แต่ถ้าคนที่ "ไม่ใช่หมอ" มาตอบดิ
น่ากลัวกว่าเห็นๆ

ดังนั้น
หมอหมู ควรชวนหมอมาตอบเยอะๆ
จะได้เบียดๆคนที่ "ไม่ใช่หมอ" หน่อยน๊า

อีกประการ การให้ความเห็นในเนต
ส่วนมากก็ไม่ใช่เรื่องการรักษาโรค
แต่เป็นเรื่องการป้องกัน การดูแลเบื้องต้น เสียเยอะ

จากคุณ : *Cookies* [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 6 พ.ย. 52 18:54:41 [แก้ไข]
ถูกใจ : นายกานต์, prinda, หมอหมู





ความคิดเห็นที่ 7 [ถูกใจ] [แจ้งลบ]

ในทางการแพทย์ ไม่มีอะไรร้อยเปอร์เซนต์ --เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ การตอบส่วนใหญ่จึงมักมีคำว่า "น่าจะ" "คงจะ" "สงสัย" "ค่อนข้าง" พ่วงมาด้วยตลอด เพราะข้อมูลดิบที่แจ้งมาน้อยมาก

กรณี มีข้อมูลที่ผิดตามหลักวิชาการอย่างแน่ชัด บุคลากรทางการแพทย์จากห้องนี้ก็มักจะเข้ามาแก้ไขข้อมูลให้อยู่แล้วครับ นอกจากนี้ประโยชน์ที่ได้อาจจะมาจากผู้มีประสบการณ์ที่เคยเป็นมาก่อนหรือจาก คนรอบข้าง ก็สามารถให้ข้อมูลได้ดีเช่นเดียวกัน

ร่วมกันแลกเปลี่ยน ข้อมูลย่อมดีกว่าอยู่แล้วครับ เพราะในชีวิตจริงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจ ในหลายประเด็น เนื่องจากข้อจำกัดในเรื่องของเวลา&จำนวนผู้ป่วย

จากคุณ : อามาคุสะ ริว [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 6 พ.ย. 52 19:18:48 [แก้ไข]
ถูกใจ : Pimya_P, หมอหมู





ความคิดเห็นที่ 8 [แจ้งลบ]

ไม่หรอกค่ะ มันอยู่ที่ วิจารณาญาณของผู้ตั้งกระทู้ด้วย

ว่าสิ่งที่ผู้มาตอบนั่นจะสามารถเชื่อได้มากน้อยแค่ไหน

เราคิดว่าเราทำดีแล้ว ก็ทำต่อไปเถอะค่คุณหมอ

จากคุณ : ดาว
เขียนเมื่อ : 6 พ.ย. 52 19:19:15 A:110.49.67.206 X: TicketID:233651






ความคิดเห็นที่ 9 [แจ้งลบ]

ผมว่าควรตอบแต่เป็นแนวทาง เผื่อบางคนไปพบแพทย์แล้วมีการส่งตรวจต่างๆแล้วไม่ได้สื่อสารกับผู้ป่วย การไม่สื่อสารบางทีทำให้ผู้ป่วยคิดไปต่างๆนานา ถ้ามีผู้ที่ให้คำปรึกษาผมว่าจะเป็นผลดีกว่า แต่ไม่ใช่การวินิจฉัย

จากคุณ : ย้ง
เขียนเมื่อ : 6 พ.ย. 52 19:19:27 A:58.8.66.65 X: TicketID:236524



ความคิดเห็นที่ 10 [ถูกใจ] [แจ้งลบ]

แต่การตอบคำถามเบื้องต้นก็มีประโยชน์นะคะ

ได้รับมากับตัวเอง

ตอนที่ไม่สบายก็มาปรึกษาพี่หมอหมูเนี่ยแหละ

และพี่หมอก็สรุปลงท้ายให้ไปหาหมอจริงๆจังๆ

คือบางครั้งแค่อยากปรึกษาเพื่อหาความรู้เบื้องต้นก่อน

ไม่ได้ต้องการให้มารักษาผ่านกระทู้สักหน่อย

หลายๆกระทู้พี่หมอก็มาให้ความรู้ไม่เห็นจะเสียหายเลย

เป็นกำลังใจให้พี่หมอนะคะ

จากคุณ : Suger Lemon No.1
เขียนเมื่อ : 6 พ.ย. 52 19:29:55 [แก้ไข]
ถูกใจ : หมอหมู


ความคิดเห็นที่ 11 [ถูกใจ] [แจ้งลบ]

ไม่ควรตอบครับ

เพราะบางทีดันเอาข้อมูลในตัวหนังสืออินเตอร์เน็ท มาเถียงซะงั้น

เพราะเขามีความเชื่อมาก่อนแล้วและมาเจอที่เขาอ่านมา ยิ่งเถียงหนักเลย

แต่คนเขียนข้อความนั้น คือใครก็ไม่รู้

หลักการรักษาทางการแพทย์ ผมว่าหนึ่งบวกหนึ่งไม่ได้เท่ากับสองเสมอไป

เช่นรักษานายก.ได้ดีแต่กับนายข.ไม่ได้ผลครับ

จากคุณ : Off The Track Partongza
เขียนเมื่อ : 6 พ.ย. 52 19:31:10 [แก้ไข]
ถูกใจ : หมอหมู





ความคิดเห็นที่ 12 [แจ้งลบ]

ผมว่าตอบได้ครับแต่ต้องตอบตามหลักวิชาการที่มีอ้างอิง เป็นจริง ไม่ใช้ตอบแบบศิลปะของแต่ละบุคคล

จากคุณ : ใจอ่อนไหว
เขียนเมื่อ : 6 พ.ย. 52 21:07:44 [แก้ไข]




ความคิดเห็นที่ 13 [ถูกใจ] [แจ้งลบ]

ขอบคุณหมอหมู ที่มีความคิดปลีกย่อยถึงข้อดีของการตอบปัญหาผ่าน net

อยู่ด้วยกันต่อไปนะคะ

จากคุณ : prinda (prinda) [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 6 พ.ย. 52 22:26:16 [แก้ไข]
ถูกใจ : หมอหมู




ความคิดเห็นที่ 14 [ถูกใจ] [แจ้งลบ]

ตอบอย่างกลางๆมากที่สุดค่ะ ให้ความรู้เบื้องต้น พยายามไม่ฟันธงค่ะ
ให้ทางเลือกที่หลากหลาย และคนอ่านก็ต้องใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลด้วยเช่นกัน ให้เค้าเป็นคนเลือกตัดสินใจ
ส่วนมากก็จะแนะนำให้หาหมอกับคนที่เค้ารักษาอยู่ เพราะเราไม่ได้ไปตรวจเค้าโดยตรง
เราไม่รู้ข้อมูลที่แท้จริง ทำอะไรไม่ได้
นอกจากให้ความรู้เบื้องต้นจริงๆ เพราะ เหมือนคุณ #7 กล่าวมานั้นแหละค่ะ
ถึง เข้าห้องนี้มาได้ไม่นานแต่ก็พบว่าคนส่วนใหญ่ยังขาดความรู้พร่องความเข้าใจใน หลายๆประเด็น อะไรที่พอช่วยแนะนำได้ก็จะแนะนำ แต่หากล่อแหลมหรือเฉพาะทางมากเกินไปก็ไม่ค่อยตอบ (กลัวคุกเหมือนกัน ฮ่าฮ่าฮ่า)

จากคุณ : Pimya_P
เขียนเมื่อ : 6 พ.ย. 52 22:49:58 [แก้ไข]
ถูกใจ : หมอหมู



ความคิดเห็นที่ 15 [ถูกใจ] [แจ้งลบ]

คิดว่าคนที่มาตั้งกระทู้ถามในเน็ต
ก็อยากได้ความเห็นเบื้องต้นเฉย ๆ
ส่วนใหญ่มีวิจารญาณในการรับฟัง
ก่อนจะไปหาหมอเพื่อตรวจเช็คจริง ๆ

ดังนั้น หมอหมูอยู่เป็นขวัญใจห้องสวนลุมต่อไปปปปปปปป

จากคุณ : ##ขออภัยป้ายหน้าไม่จอด## [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 6 พ.ย. 52 23:29:06 [แก้ไข]
ถูกใจ : หมอหมู



ความคิดเห็นที่ 16 [แจ้งลบ]

โห... จริงหรอ ใครพูดว่าหมอไม่สามารถตอบปัญหาทางเน็ตได้
หมอ ที่เมืองนอกนี่ เปิดเวปไซด์เองเลย ไม่ต้องมาตอบใน พันทิบ หรือ เวปบอร์ด หรอกนะ ก็ยังไม่เคยเห็นใครโดนฟ้องซักคน แล้ว โรงพยาบาลบางแห่งในเมืองที่เราอยู่นี่ เวลาไม่สบาย ออนไลน์ เวปแคม คุยกับหมอ เลยด้วยซ้ำ (แบบเค้าออกโฆษนาใหญ่โตเลย ให้คนใช้บริการ) เพราบางทีเป็นอะไรนิดๆหน่อยๆ ต้องการคำปรึกษาเบื้องต้น ก็ไม่ต้องขับรถเป็น ร้อยๆ กิโล เพื่อไปหาหมอแค่ห้านาที แล้วแบบนี้การตอบคำถามทางเน็ตมันทำให้ล้าหลังยังไง คนพูดนี่ ล้าหลัง มากๆ against the technology

ทำไมไม่เพ่งเล็งการตอบคำถามของหมอหล่ะ ความจริงหมอไม่รู้ว่าใครเป็นใครในเน็ต ก็ต้องมีการตอบคำถามที่เป็นกลาง ไม่ฟันธงสิ ถ้าไม่แน่ใจว่าอะไรเป็นอะไร เพียงแต่ให้ information เบื้องต้นกับคนไข้ ถ้ามีอะไรเพิ่มเติมก็ควรบอกให้ไปพบแพทย์เพื่อทำการ test ใน lab อะไรก็ว่าไป.

จากคุณ : ...
เขียนเมื่อ : 7 พ.ย. 52 03:46:50 A:66.91.85.245 X: TicketID:200571



ความคิดเห็นที่ 17 [ถูกใจ] [แจ้งลบ]

มาแวะเวียนในนี้ก็ตั้งใจจะมาตอบคำถาม บางคำถาม
ที่คิดว่าตัวเองมีความรู้พอจะตอบได้

แก้ไขความเข้าใจผิดหลายๆ อย่างที่คนทั่วไปเข้าใจกัน

ก็คิดว่าน่าจะได้ประโยชน์บ้าง
ก็จะระมัดระวัง อย่างที่พี่หมอหมูแนะนำไว้ครับ

จากคุณ : pigletdora [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 7 พ.ย. 52 07:20:39 [แก้ไข]
ถูกใจ : หมอหมู



ความคิดเห็นที่ 18 [ถูกใจ] [แจ้งลบ]

ใช่แล้ว เรื่องสุขภาพบางอย่าง คนเป็นหมอ ต้องมีสัญลักษณ์ว่าเป็นหมอ จะได้เชื่อถือได้ เช่นมีไอค่อน กระเป๋าหมอเป็นต้น

บางทีข้อความของที่ไม่ได้มาจากหมอ แบบผิดๆ มันก็มี เพราะ มันเป็นเรื่องของการออกความเห็น ต้องใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วย

จากคุณ : Adore [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 7 พ.ย. 52 08:35:22 [แก้ไข]
ถูกใจ : หมอหมู



ความคิดเห็นที่ 19 [ถูกใจ] [แจ้งลบ]

รักษาแต่ละคนไม่เหมือนกัน ก็จริง
ก็หมอเขาแค่บอกกล่าวเบื้องต้น แนะนำทั่วๆไป
คิดมากไปได้

แก้ไขเมื่อ 07 พ.ย. 52 09:26:26

จากคุณ : dib2000 [FriendFlock]
เขียนเมื่อ : 7 พ.ย. 52 09:24:51 [แก้ไข]
ถูกใจ : หมอหมู




ความคิดเห็นที่ 20 [ถูกใจ] [แจ้งลบ]

อย่างที่บอกนั่นแหละครับ " ไม่มีอะไร แน่นอนร้อยเปอร์เซนต์ "

ทุกอย่างมีข้อดี แล้วก็มีข้อเสียอยู่ด้วยกันเสมอ ..

เราก็เลือกที่มีข้อดีเยอะหน่อย ...


ส่วนตัวผมคิดว่า การตอบปัญหา หรือ ให้ความรู้ ( บทความ ) ทางเนต มีข้อดี มากกว่า ข้อเสีย

มุมมอง ในปัจจุบัน ก็ได้มาจากประสบการณ์ ที่ผ่านมา ซึ่งแต่ละคน ก็อาจมีประสบการณ์ที่แตกต่างกันไป มุมมอง ก็ย่อมต่างกันเป็นธรรมดา


สำหรับ หมอ ที่มาตอบ ผมก็อยากให้ระมัดระวังไว้บ้าง เช่นกัน ..


ปล. เรื่องฟ้องร้อง ไม่เคยมี แต่ในอนาคต ไม่แน่นะครับ ... เพราะ เคยมีคนตั้งกระทู้ในห้องนี้แหละว่า ตั้งกระทู้แล้วหมอตอบผิด ฟ้องหมอได้หรือไม่ ??? .. แสดงให้เห็นว่า คนที่คิดเรื่องฟ้องร้องหมอที่ตอบกระทู้ผิด มีจริง ๆ

จากคุณ : หมอหมู [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 7 พ.ย. 52 10:02:48 [แก้ไข]
ถูกใจ : Pimya_P, SCFM


(มีต่อ)


โดย: หมอหมู วันที่: 13 พฤศจิกายน 2552 เวลา:15:26:10 น.  

 
ความคิดเห็นที่ 21 [ถูกใจ] [แจ้งลบ]

การให้คำแนะนำทางเนตก็เป็นอีกช่องทางนึง ก็ไม่ต่างกับการที่ไปโรงพยาบาล พบคุณหมอเพื่อรับคำแนะนำ

การ ที่คุณหมอมาให้คำแนะนำดีๆ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะแนะนำว่าอาการแบบนี้อาจจะเกิดจากโรคอะไรได้บ้าง เป็นอาการที่สามารถหายได้เองหรือควรพบแพทย์ คนที่ตัดสินใจว่าควรพบแพทย์หรือไม่ก็คือคนที่เข้ามาถามเองค่ะ

จากคุณ : Hanachan [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 7 พ.ย. 52 10:11:13 [แก้ไข]
ถูกใจ : หมอหมู



ความคิดเห็นที่ 22 [แจ้งลบ]

ทัศนะผม
ตอบคำถาม กับ ให้การรักษา(ออเดอร์ทางเนต) มันต่างกันนะครับ

ตอบคำถาม ก็แค่คลายข้อสงสัยในประเด็นเหล่านั้น
แต่ถ้าสั่งยาโดยใช้ข้อมูลจากข้อความเนี่ย แย่ครับ....

แต่ จะว่าไปแล้ว ก่อนจะห้ามเรื่องตอบคำถามในอินเตอร์เนต ควรห้ามให้หมอออเดอร์ยาทางโทรศัพท์ โดยยังไม่ได้ตรวจคนไข้ให้ได้ก่อนดีกว่าครับ

เพราะเป็นกันทั่วระแหงของโรงพยาบาลชุมชน

ดึกๆ พยาบาลเวรซักประวัติ ตรวจเบื้องต้น ต่อสายโทรศัพท์ไปบ้านพัก หมอฟัง แล้วสั่งๆ....วางหู นอนต่อ....

ระหว่างออเดอร์ทางโทรศัพท์ กับ ตอบคำถามทางเนต แบบไหนเสี่ยงกว่ากัน?


ตอบคำถามทางเนต เสี่ยงต่อหมอจะถูกฟ้อง ต้องห้ามไว้ก่อน
ออเดอร์ทางโทรศัพท์ เสี่ยงต่อคนไข้มากกว่าเสี่ยงต่อหมอ ไม่เป็นไร?

จากคุณ : Fly boy
เขียนเมื่อ : 7 พ.ย. 52 11:59:56 A:125.25.224.152 X: TicketID:149505




ความคิดเห็นที่ 23 [ถูกใจ] [แจ้งลบ]

^
^
ออเดอร์ทางโทรศัพท์ ซึ่งพยาบาล (ผู้ซึ่งได้รับการฝึกอบรมให้สามารถตรวจคนไข้ในเบื้องต้นได้) ได้ดูคนไข้จริงๆ ตรวจร่างกายเบื้องต้นได้จริงๆ.. การสั่งการรักษา จึงสามารถ "ไว้ใจ" ได้ระดับหนึ่งครับ
ถ้าหากจะให้หมอไปดูคนไข้ในเวรทุก เคสก่อนการให้การรักษา ต้องรอให้ประเทศไทยมีหมอในระบบให้เพียงพอ คือ มากกว่านี้ประมาณ 2-3 เท่า จึงจะทำได้ครับ
เพราะว่า ถ้าต้องตื่นไปดูทุกเ้คส ผลสรุปคือ หมอไม่ได้นอนทั้งคืน แล้วตอนเช้าต้องมาตรวจคนไข้ตามปกติ... แน่นอนว่า ภายใต้สภาวะอดนอนมาทั้งคืน การวินิจฉัยและการรักษาย่อมต้องบกพร่องลงไม่มากก็น้อย (ไม่เชื่อก็ลองอดนอน แล้วไปทำข้อสอบคณิตศาสตร์ดูครับ)

จากคุณ : หมอก้อนหิน [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 7 พ.ย. 52 12:16:41 [แก้ไข]
ถูกใจ : หมอหมู



ความคิดเห็นที่ 24 [ถูกใจ] [แจ้งลบ]

โดยส่วนตัวที่ผมตอบคำถามสุขภาพทางเน็ต เพื่อที่จะลดอัตราการเข้ารับบริการใน รพ. โดย "ไม่จำเป็น" เพราะหลังจากมีนโยบายประชานิยม กลุ่มผู้ป่วยกลับมีความสามารถในการดูแลตนเองในเบื้องต้นลดลง จนมันเกิดปัญหาในปัจจุบันนี้

จากคุณ : หมอก้อนหิน [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 7 พ.ย. 52 12:19:04 [แก้ไข]
ถูกใจ : หมอหมู



ความคิดเห็นที่ 25 [ถูกใจ] [แจ้งลบ]

หมอควรตอบค่ะได้ประโยชน์มาก
แต่ที่น่าจะไม่ควรตอบคือไม่ใช่หมอแต่ตอบแบบแนะนำโช๊ะๆ
มีหลายท่านเล่าจากประสบการณ์ เป็นเองหรือญาติเป็นก็ดีมากค่ะ เราชอบอ่าน

จากคุณ : อมยิ้มของชีร่า [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 7 พ.ย. 52 13:17:17 [แก้ไข]
ถูกใจ : หมอหมู



ความคิดเห็นที่ 26 [ถูกใจ] [แจ้งลบ]

ก่อนอื่น ยังไงผมก็เชียร์หมอหมูอยู่ดี

ผมเองก็ตอบให้ห้องจตุจักรพอสมควรในเรื่องของหมา

การตอบทางเน็ตว่าไปแล้วก็มีทั้งด้านบวกและด้านลบ ซึ่งผมเชื่อว่าคนที่เป็นหมอตอบส่วนใหญ่ก็จะใช้วิจารณญาณก่อนตอบอยู่แล้ว

ผม เริ่มตอบคำถามทางเน็ตในเรื่องหมาป่วยเพราะอะไร...หลายปีก่อนผมก็แค่คนนึงที่ เล่นเน็ต เล่นพันทิป เราเห็นข้อมูลการใช้ยาที่ผิดๆ เราเห็นข้อมูลการรักษาที่ผิดๆ นั่นคือจุดเริ่มต้นที่เราเข้ามาให้ข้อมูล

กระทู้บางอันที่ถามกันในห้อง คนตอบที่ไม่ใช่หมอบางครั้งก็ไม่ได้รู้เรื่องนั้นๆจริง ทำให้ข้อมูลที่ จขกท. ได้รับไม่ถูกต้อง

หมอ ทางเน็ต...เป็นทางเลือกนึงที่สำหรับผมแล้วมีด้านบวกมากกว่าด้านลบ เพราะว่า อย่างน้อยเค้าคือคนที่ให้ข้อมูลแก่บุคคลที่ต้องการรู้เรื่องโรค หรือขั้นตอนการรักษา แต่ผู้ถามเองก็ต้องใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลด้วย อย่าลืมว่าหมอทางเน็ตไม่ได้เห็น สัมผัส หรือตรวจได้ดีพอเท่ากับคุณมาให้หมอตรวจตัวเป็นๆ ได้เจาะเลือด ได้ลูบ ได้คลำ (อย่าคิดลึก)

ผู้ใช้บริการหมอทางเน็ตต้องไม่ลืมว่า ความคิดเห็นของหมอทางเน็ตเปรียบเสมือนแค่เป็น Second opinion ที่ตอบข้อสงสัยให้คุณได้เพียงระดับนึงเท่านั้น

สำหรับหมอทางเน็ตเอง ก็ต้องมีจรรยาบรรณพอ ที่จะให้ข้อมูลที่ถูกต้อง เป็นกลาง แต่ก็ไม่ใช่จะเข้าข้างหมอด้วยกันไปซะหมด เพราะหมอบางคนที่ตอบคำถาม ที่เข้าเน็ต ก็เพื่อจะมาหาผลประโยชน์จากทางเน็ตก็มีเช่นกันครับ

ผม เองบางครั้งไม่รู้ก็จะบอกไม่รู้ เราเป็นหมอก็จริงแต่เราก็ใช่ว่าจะรู้ จะเก่งไปซะทุกเรื่อง สิ่งหนึ่งที่หมอทางเน็ตจะโดนก็คือ มีหมอด้วยกันที่อิจฉา แล้วก็จะมาแขวะคุณลับหลัง....

ผมไม่ชอบหมอกระ ดานเน็ต (ขอใช้ชื่อแบบนี้นะ) หมอพวกนี้เวลาตอบเหรอ...มักตอบว่า "แนะนำให้ไปพบแพทย์ตรวจ" คือ หมอพวกนี้กลัวการตอบซะจนคนที่โพสต์ ไม่ได้ความรู้อะไรกลับไปเลย เขาต้องการเพื่อน ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ต้องการความเห็นมากกว่าแค่คำว่า คุณควรไปพบแพทย์....

จากคุณ : ผมคนนึงแหละที่ชื่นชมหมอหมูครับ (Dr. Doggy) [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 7 พ.ย. 52 15:47:01 [แก้ไข]
ถูกใจ : ผู้สังเกตการณ์, หมอหมู



ความคิดเห็นที่ 27 [ถูกใจ] [แจ้งลบ]

ผมก็คิดว่า ควรตอบ แต่ต้องมีขอบเขต

ถ้าเป็นหมอจริงๆ จะไม่ฟันธงเรื่องต่างๆที่มีคนถามในอินเตอร์เนตหรอกครับ ( ใครเล่นมานาน ก็น่าจะดูออกว่าใครหมอจริง หมอเก๊ )

คือ ก็เรื่องที่ดีครับที่มีการพูดเรื่องนี้ เพราะบางครั้ง หมออ่านจากพันทิพแล้วหวังดีตอบไป แต่มันก็ต้องมีขอบเขตและสมครแนะนำให้พบแพทย์จริงๆดีกว่ารอคำตอบจากเนต

ส่วนใครที่ถามก็ให้ถือว่าเป็นความรู้และประกอบการตัดสินใจ

ส่วน คนที่ไม่ใช่หมอแล้วอยากตอบ ก็ขอให้ตอบในแง่ของประสบการณ์การรักษา โปรดอย่าตอบในแง่วินิจฉัย เพราะมีแต่ผลเสียจากความไม่รู้จริง ซึ่งอาจเกิดผลร้ายแรงกับคนอื่น

จากคุณ : Bud-to-budding
เขียนเมื่อ : 7 พ.ย. 52 15:51:54 [แก้ไข]
ถูกใจ : หมอหมู



ความคิดเห็นที่ 28 [ถูกใจ] [แจ้งลบ]

ตามมาอ่านตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว

พอเข้าใจในความรู้สึกคุณหมอนะ ที่เป็นห่วงทุก ๆ คน รวมทั้งผู้ใช้อินเตอร์เน็ต

เพราะ อินเตอร์เน็ต ให้ผลกระทบกับคนกว้างมาก ตามทฤษฎี Social Media ต่างกับโลกชีวิตจริง ตรงที่ ความรวดเร็ว และ กว้างขวาง ผู้อ่านก็จำนวนมาก ก็น่าห่วงนะ ถ้าไม่ใช้ วิจารณญาณ กลั่นกรองข้อมูลที่ได้รับก่อน..

ก่อน ถามคุณหมอ ก็ได้อ่าน คำแนะนำที่เป็น Link ที่คุณหมอหมูทิ้งไว้ให้อ่านตรงหัวเนื้อกระทู้ ไว้ประกอบในการถามคุณหมอ จะได้ทำความเข้าใจมากขึ้นด้วย

ปิ่นต้องขอขอบคุณคุณหมอหมู ที่ให้คำปรึกษาเป็นกลาง ควบคู่กับหมอที่รักษาจริง ทำให้การรักษาประสบความสำเร็จ จากการผ่าตัดหัวเข่า โรคที่เจอ เป็นเรื่อง mimic มาก ๆ หลังจากช่วยกันหาสาเหตุอยู่ตั้งนาน ทั้งหมอที่รักษาจริงกับหมอหมู วิ่งสามขาไปด้วยกัน

โดยส่วนตัว ก็ได้ใช้ดุลยพินิจตัดสินใจเอง เพราะการเข้าพบหมอที่รักษาจริง ใช้เวลาน้อยมาก..ไม่ถึง 3 นาทีในห้องตรวจด้วยซ้ำ มักจะ เงอะงะบ่อยอยู่ เพราะในหัวมึนตึ๊บไปหมด.. หลังจากรู้ว่า ต้องผ่าตัด พอได้ตั้งสติ ก็มาถามคุณหมอในอินเตอร์เน็ต ถามคำถามทั่วๆ ไป ก็ได้รับคำตอบกลาง ๆ

อย่าง อื่นที่ต้องตรวจจริง อันนี้คุณหมอหมูก็ได้แนะนำให้หมอที่รักษาจริง ตรวจเพิ่มเติมให้ดีกว่า พร้อมฝากคำถามที่แนะนำให้ถาม ก็จดไว้ลงบนกระดาษจะไ้ด้ไม่ลืม เวลาไปพอหมอที่รักษาจริงในครั้งหน้าด้วย ทำให้ผลการรักษาก็จะดีขึ้น

พอหมอหมูให้คำแนะนำเสร็จ ยังให้ความรู้กลับไปด้วย


คุณหมอหมู ไม่ต้องคิดมากนะ.. คุณหมอทำดีที่สุดแล้ว จริง ๆ ขอชื่นชมค่ะ

ใน เว็บอื่นๆ ตามเว็บจักรยาน ฟุตบอล ก็มี user ที่เป็นหมอจริง ปะปนมาด้วย แต่ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางคนละสาขากัน และบางคนก็ตอบตามใจเรา ก็มี หรือไม่ก็ อธิบายไปนู่นเลย.. ต้องดูกันไปเป็นราย ๆ นะ ถ้าเราเล่นเน็ตมานานพอสมควร

หมอตามโรงพยาบาลรัฐ ฯ ขนาดใหญ่ มีคนไข้เข้าตรวจเยอะมาก.. ทำให้หมอเวียนหัว ตอบไปสั้น ๆ เพราะเหนื่อยก็มีนะ.. ให้หมอได้พักหายใจก่อนนะ แหะ แหะ.. เคยเจอกับตัวเองแล้ว ในห้องตรวจ บางที นักศึกษาแพทย์มาขัดจังหวะก็มี หันกลับมา "อ้ะ..คุยถึงไหนแล้วนะ ?" เอ้า.. คนไข้ เดินออกมาด้วยอาการงง ๆ ก็เคยเห็นมาแล้ว

แก้ไขเมื่อ 07 พ.ย. 52 18:13:42

แก้ไขเมื่อ 07 พ.ย. 52 18:13:01

แก้ไขเมื่อ 07 พ.ย. 52 17:36:26

จากคุณ : KJ_FBI [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 7 พ.ย. 52 17:33:08 [แก้ไข]
ถูกใจ : หมอหมู



ความคิดเห็นที่ 29 [ถูกใจ] [แจ้งลบ]

ขอร่วมแสดงความคิดเห็นว่า

1. ยังต้องการให้คุณหมอหรือผู้ที่มีความรู้มาช่วยกันให้ความรู้ หรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อช่วยกันเตือนสติพวกเรา ทำให้พวกเรามีมุมมองที่หลากหลายขึ้น

2. ผู้ขอความคิดเห็น ควรให้รายละเอียดที่ชัดเจน หรือเล่าเรื่องแบบเล่าละคร เมื่อหลับตาแล้วมองเห็นภาพได้ เพราะลองอ่านหลายคน พบว่ามีการปิดข้อมูลที่จำเป็นต้องทราบเอาไว้ (ดูตามบทความที่หมอหมู หรือหมอท่านอื่นเขียนไว้ก็ได้ ว่าต้องแจ้งอะไรบ้าง) บางคนนำความรู้สึกส่วนตัวไปเชื่อมโยงกับเรื่องนั้น อาการนี้ จนกระทั่งได้โรคหรืออาการใหม่ขึ้นมา (ควรเล่าตามความเป็นจริง หลีกเลี่ยงการแทรกความเห็นส่วนตัวในคำถามทำนองว่าตัวเองเป็นโรคนั้น หรือเป็นโรคนี้ โดยที่ไม่เคยมีการตรวจอย่างเป็นทางการมาก่อน)

3. มีหลายคนเชื่อว่า เพื่อนหรือคนรู้จักมีอาการแบบนี้ รักษาด้วยวิธีนี้แล้วมีอาการดีขึ้น อยากรักษาด้วยวิธีนี้บ้าง (รักษาตามเพื่อน) จึงลองมาถามเว็บไซต์ว่า ควรจะรักษาแบบใด พอได้คำตอบที่ถูกใจตัวเอง ก็ไปรักษาแบบนั้น ทั้งที่ในความเป็นจริงควรจะได้รับการตรวจร่างกาย และได้รับคำแนะนำที่เหมาะสมสำหรับแต่ละคน

4. ควรใช้หลักกาลามสูตร ประกอบการพิจารณาตัดสินใจ
ในความเห็นของเรา เสียงส่วนใหญ่ที่บอกว่าใช่ อาจไม่ถูกต้องเสมอไป ถ้าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่คนอื่นส่วนใหญ่เข้าใจผิด แต่ถ้าเป็นเสียงส่วนน้อย และข้อมูลนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ก็ควรรับฟังไว้ ดังนั้น ผู้ป่วยหรือผู้มีปัญหาทั้งหลาย จึงควรระวังข้อมูลจากความหวังดีของคนรอบตัวให้ดี

5. ส่วนตัวเชื่อว่า ศิลปะการสื่อสารที่ดี และการเปิดใจรับฟังความเห็นของแต่ละฝ่ายจะช่วยลดการฟ้องร้องได้

6. แพทย์หรือบุคลากรที่เกี่ยวข้อง หากกังวลว่าจะเกิดปัญหาในอนาคต อาจใช้ข้อความแบบในโทรทัศน์ว่า
“ความคิดเห็นหรือความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการติดตามรับชม ควรได้รับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อยืนยันอาการ และรับการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคลต่อไป”
ดูแปลก ๆ ยังไงก็ไม่รู้ แต่กันไว้ดีกว่าแก้

จากคุณ : ผู้สังเกตการณ์
เขียนเมื่อ : 8 พ.ย. 52 01:41:24 [แก้ไข]
ถูกใจ : หมอหมู



ความคิดเห็นที่ 30 [ถูกใจ] [แจ้งลบ]

การแสดงความคิดเห็นของผู้มีวิชาชีพที่มีต่อสังคมในรูปแบบต่างๆ

ผมมองว่าเป็นเรื่องที่ดี และสมควร ถือว่าเป็นการช่วยเหลือสังคมทางอ้อม
นำความรู้มาเผยแพร่แก่สังคม แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือ
"ควรแนะนำ มากกว่า ชี้นำ"

เพราะ ผู้ดำรงวิชาชีพ จะไม่ทราบหรือ เนื้อหามีน้อยเกินไปที่จะวิเคราะห์/วินิจฉัย ออกได้ว่า อย่างไร?? ซึ่งอาจจะเป็นผลเสียแก่ ผู้ขอคำแนะนำ หรือ อาจลามมาสู่ ผู้ให้ คห. เองก็ตาม

ขอขอบคุณ

จากคุณ : rfu [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 8 พ.ย. 52 07:27:22 [แก้ไข]
ถูกใจ : หมอหมู



ความคิดเห็นที่ 31 [ถูกใจ] [แจ้งลบ]

ตัวผมเอง ก็คิดว่า น่าจะมีประโยชน์มากกว่า เหมือนกัน

คำถามส่วนใหญ่ ก็เป็นคำถามในโรคที่พบบ่อย ไม่กี่โรค .. ผมเลยทำเป็นเอกสาร ความรู้เบื้องต้น ลงในบล๊อกไว้ด้วย สะดวกทั้งคนถาม คนตอบ ..

ถ้า ถามว่า มันจะมีปัญหาบ้างหรือไม่ ผมก็คิดว่า " มี " ... เพียงแต่ มันก็แทบจะไม่แตกต่างอะไรกับชีวิตจริง ๆ ที่ ผู้ป่วย(ญาติ) เจอหมอที่มีปัญหา ??? หรือในทางกลับกัน หมอเจอผู้ป่วย(ญาติ) ที่มีปัญหา ...

แต่ในเนต สำหรับหมออย่างผม ก็มีข้อดีอย่างมากก็คือ ถ้าเราไม่อยากตอบ ก็ข้ามไปซะ ไม่เหมือนในชีวิตจริง ที่อาจโดนร้องเรียนว่า " ไม่มีจรรยาบรรณ "

ตอนนี้ ที่ผมไปตอบ ก็เลือกตอบเฉพาะที่ผมคิดว่า ความเชี่ยวชาญ ความรู้ที่ผมมีอยู่นี้ บน่าจะ " พอช่วยได้บ้าง " ... บางกระทู้ก็ไม่เข้าไปแจมเลย เพราะ อ่านแล้ว ผู้ตั้งกระทู้ (หรือคนที่เข้ามาตอบ) ไม่ได้ต้องการคำแนะนำ ไม่ได้ต้องการความรู้

ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาแสดงความคิดเห็นนะครับ


จากคุณ : หมอหมู [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 8 พ.ย. 52 10:47:02 [แก้ไข]
ถูกใจ : rfu



ความคิดเห็นที่ 32 [ถูกใจ] [แจ้งลบ]

ส่วนตัว คิดว่า สมควร ตอบปัญหาได้ค่ะ


เคยเข้าไปเว็บเฉพาะ เรื่องดูแลผิวหน้า หรือรักษาสัตว์ คุณหมอ เปิด เว็บให้
แลกเปลี่ยนข้อมูล
พอเรา เข้าไปถาม คุณหมอก็ไม่ตอบ
บางทีก็คิดจะเปิด เว็บให้แลกเปลี่ยนข้อมูล ถามตอบทำไม ในเมือ่ไม่มีคุณหมออยู่ แล้วต้องการทราบ ในวันนั้น



ถ้า คุณหมอหมู จะคุยแลกเปลี่ยน หรือ ข้อมูลถามตอบ เชิงข้อมูล ไม่น่าจะไม่เหมาะสมนะค่ะ ดีซะอีกคะ คุณหมอหมูอยู่ในนี้เหมือนควรให้คำปรึกษา
เหมื์อนเป็นพี่เป็นน้องกัน

จากคุณ : onlycat [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 8 พ.ย. 52 17:42:12 [แก้ไข]
ถูกใจ : หมอหมู



ความคิดเห็นที่ 33 [ถูกใจ] [แจ้งลบ]

มาเชียร์หมอหมูค่ะ

เวลามีปัญหาเรื่องสุขภาพ เราก็อยากได้ความรู้เบื้องต้นก่อนนะคะ

หรือไม่แน่ใจอะไร ก็เข้ามาถาม

แต่จริงๆ ก็ต้องไปหาหมอตัวเป็นๆอยู่ดี

ที่ผ่านมา ได้ความรู้จากคุณหมอหมูมากทีเดียว

ก็ขอให้อยู่ที่นี่ ทำอย่างที่คุณหมอทำอยู่

ต่อไปนานๆนะคะ


ขอบคุณค่ะ


....

จากคุณ : cultureclub [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 8 พ.ย. 52 18:36:39 [แก้ไข]
ถูกใจ : หมอหมู



ความคิดเห็นที่ 34 [ถูกใจ] [แจ้งลบ]

เนื้อหาที่ไม่ควรตอบก็คือเรื่องที่หมอต้องเห็นหรือสัมผัสตามกรรมวิธีตรวจของหมอจึงจะวินิจฉัยได้ เช่นตับ ม้าม ต่อมลูกหมาก โต ไส้เลื่อน หายใจแบบมีเสมหะตามส่วนต่าง ๆ ของหลอดลมซึ่งต้องใช้สเตทโสโคป อาการบางอย่างที่ต้องใช้ไปฉายส่องดูจึงจะเห็นเช่นในหู ในฉากรับแสงของตา

จากคุณ : satitp [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 8 พ.ย. 52 19:56:42 [แก้ไข]
ถูกใจ : หมอหมู



ความคิดเห็นที่ 35 [ถูกใจ] [แจ้งลบ]

เราก็ว่ามีข้อดีมากกว่าข้อเสีย ยังชื่นชมหมอหมูเลย เพราะเห็นหมอมาตอบบ่อย เราก็อ่านบ้างไม่ได้อ่านบ้าง

มี คนไม่ใช่หมอหรือหมอมาตอบก็ดีค่ะ เป็นข้อมูลหลากหลาย คนที่ไม่ใช่หมอเขาก็อาจประสบเจอมา หมอก็ต้องตอบแบบกลาง ๆ อยู่แล้ว เรื่องชีวติก็คงไม่สามารถฟันธงในเน็ตได้ สุดท้ายคนนั้นก็ต้องไปหาหมอเองอยู่ดี ไม่ใช่มารักษาทางเน็ต แค่อยากรู้ข้อมูลก่อนเท่านั้นเอง

อย่างเราก็ชอบหาข้อมูลก่อนเพื่อทำใจถ้าเป็นเรื่องใกล้ตัว

จากคุณ : BabyBye
เขียนเมื่อ : 9 พ.ย. 52 14:09:06 [แก้ไข]
ถูกใจ : หมอหมู



ความคิดเห็นที่ 36 [ถูกใจ] [แจ้งลบ]

ตอบกลางๆได้ จะได้ทราบข้อมูลเป็นความรู้ไว้ ยังไงมีคุณหมอมาช่วยตอบก็ดีกว่า ตอบกันเอง

ถ้าจะรักษาจริงๆ ยังไงก็ต้องไปพบแพทย์ เพื่อตรวจรักษา

จากคุณ : Whereabouts
เขียนเมื่อ : 9 พ.ย. 52 16:02:39 [แก้ไข]
ถูกใจ : หมอหมู



ความคิดเห็นที่ 37 [ถูกใจ] [แจ้งลบ]

เคยเข้ามาตั้งกระทู้เรียนถามคุณหมอหมู เมื่อเดือนก่อน เรื่องลูกสาวมีลักษณะ

กระดูกสันหลังคด ได้พาลูกไปพบแพทย์ที่จุฬา รายชื่อตรงตามลิงค์ที่หมอหมู

แนะนำ อาจารย์แพทย์ทางกระดูกเด็กโดยตรง ท่านก็ให้ไปปรึกษาหมอหลายๆที่

ดูก่อนตัดสินใจเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการผ่าตัดของลูก

ส่วนตัวคิดว่า ได้ประโยชน์อย่างมาก ในการหาข้อมูล ซึ่งเริ่มต้นจากการ

เข้ามาสอบถามจากใน net สอบถามจากหมอหมูค่ะ แล้วค่อยไปสู่ขั้นตอนอื่นๆสำหรับการรักษาโรคต่อไป

คุณหมอหมูอยู่ให้ความรู้ คำแนะนำดีๆ ในห้องนี้ดีมากๆแล้วค่ะ

อจ.แพทย์ที่จุฬาบอกว่า คุณไม่ต้องหาใน net หรอก ไม่มีหมอคนไหนมีเวลามานั่งตอบคุณหรอก มันก็ไม่แน่เสมอไปนะคะ เพราะตัวเองก็ได้พบหนทางที่จะรักษาโรคของลูก ก็ด้วยวิธีเข้ามาสอบถามคุณหมอหมู เป็นเบื้องต้นก่อน

ขอบคุณหมอหมูอีกครั้งค่ะ (-/\\-)

จากคุณ : ต้มตุ๋นอุ่นนึ่งทอด [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 9 พ.ย. 52 20:59:07 [แก้ไข]
ถูกใจ : หมอหมู



ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาร่วมแจม


โดย: หมอหมู วันที่: 13 พฤศจิกายน 2552 เวลา:15:27:38 น.  

 



เอาไปลงในไทยคลินิก ด้วย

//www.thaiclinic.com/cgi-bin/wb_xp/YaBB.pl?board=doctorroom;action=display;num=1257505290;start=0



« ความเห็นที่ #1 เมื่อ: 11/06/09 เวลา 18:11:51 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ผมตอบปัญหาทางเน็ตมา 10 ปี ไม่เคยมีปัญหาฟ้องร้อง

มีแต่ร้องว่า ทำไมไม่ตอบให้



เพราะผมไม่เคยฟันธง

เท่าที่ข้อมูลที่ให้มา ก็พอบอกได้ว่า ... น่าจะ

น่าจะ จะเป็นส่วนประกอบของคำตอบทุกครั้ง

ไม่มีอะไรร้อย เป็นคำที่ใช้บ่อยๆ


ไม่เคยแนะนำชื่อยาให้คนไข้ ถ้าไม่สะดวกพบแพทย์ ให้ปรึกาาเภสัชกรที่ร้านยา


ท้ายสุดจะแนะนำไปหาหมอตรวจเพื่อหาสาเหตุ

ส่งโดย: Dr.R male



« ความเห็นที่ #2 เมื่อ: 11/06/09 เวลา 18:12:35 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ก๋วยเตี๋ยวน่ากินค่ะพี่


บางเรื่องที่ไม่กล้าตอบเพราะบางอย่างมันก้ำกึ่ง ต้องดู ต้องเห็นด้วยตา

อย่าว่าแต่ความรู้เรื่องการรักษาเลยค่ะ

แม้แต่ปัญหาหัวใจ ปัญหาเรื่องอื่นๆที่มาโพสถาม คำตอบของแต่ละคน


ก็อิงความรู้ความเข้าใจ ประสบการเดิมๆของผู้ตอบ ซึ่งอาจจะห่างไกลจาก

เรื่องที่เกิดขึ้นจริง เหตการณ์ที่เกิดขึ้นจริง จนบางทีก็อาจจะวิเคราะห์ผิดไปไกล


ทุกๆคำถาม ทุกๆคำตอบ อ่านแล้วต้องคิด+ตัดสินใจอีกทีก่อนจะเชื่อ

ส่งโดย: หนูแดง female



« ความเห็นที่ #3 เมื่อ: 11/06/09 เวลา 18:26:09 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

..เห็นด้วย .. ตอบได้ แต่ห้ามฟันเธอ เอ๊ย .. ฟันธง Grin
ส่งโดย: โนบิตะ male



« ความเห็นที่ #4 เมื่อ: 11/06/09 เวลา 18:28:42 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

dr.hmoo-IMG_0035-horzaa.jpg

ที่อาจารย์ พูด ก็ไม่ผิด ผมก็คิดว่า ที่ผมคิด ก็ไม่ผิดเช่นกัน ....

ก็คงขึ้นอยูกับ มุมมองจากประสบการณ์ของแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน ...




อย่างว่าแหละ ... ขนาดข้อความเดียวกัน ยังตีความหมายผิดเลย .. ดูตัวอย่างกระทู้นี้ ก็ได้ Grin

หัวข้อ 47496: เคล็ดลับที่ทำให้ผ่านเรื่องเรวร้าย เพราะ พกภาพถ่ายภรรยา ติดตัวตลอดเวลา (จำนวนคนอ่าน 191 ครั้ง)

//www.thaiclinic.com/cgi-bin/wb_xp/YaBB.pl?board=doctorroom;action= display;num=1257491848





ปล. รูปอาหาร จากร้านแถว ๆ นี้ นะครับ .. มีเพียบ สนใจแวะไปดูในบล๊อกได้ เผื่อจะแวะมาทาน


ส่งโดย: หมอหมู male



« ความเห็นที่ #5 เมื่อ: 11/06/09 เวลา 18:30:30 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

Huh ช่วยอธิบายเฉยๆ ไม่ได้บอกหรือวินิจฉัยและให้การรักษาทางเนทนิครับ


ปล อย่าฟานธงง Grin Grin

ส่งโดย: ^.^ Eagle ท่องเที่ยวโหมด ^.^ male



« ความเห็นที่ #6 เมื่อ: 11/06/09 เวลา 18:31:53 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

..ขอบคุณครับ ..รูปสวย ..น่ากินมาก.. Grin
ส่งโดย: โนบิตะ male



« ความเห็นที่ #7 เมื่อ: 11/06/09 เวลา 18:38:20 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ



ถ้ามีความรู้ด้านนั้นเพียงพอก็จะตอบค่ะ

แต่ก็ตอบกว้างๆ แนวๆให้ข้อมูลมากกว่า


ส่งโดย: RETINA(lady)



« ความเห็นที่ #8 เมื่อ: 11/06/09 เวลา 20:08:10 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

สรุปแล้วห้ามหมอฟัน Grin ธง นี่เอง

ส่งโดย: gopause male



« ความเห็นที่ #9 เมื่อ: 11/06/09 เวลา 21:04:07 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ดาบสองคมครับ...เลือกให้ถูกด้านก็มีประโยชน์ Wink

ส่งโดย: ผมเป็นคราย..ก็ม่ายรุ male



« ความเห็นที่ #10 เมื่อ: 11/06/09 เวลา 22:38:47 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ผมว่า ตอบดีก้อดีไป ตอบผิด คนที่ซวยคงไม่ใช่หมอที่ตอบทางเนต
แต่เปนหมอที่ต้องมาตรวจเองนี่แหระ
ผมว่าไม่ตอบจะดีก่า
ให้เขาไปถามหมอตัวเปนๆ เองเลยดีกว่า Tongue

ส่งโดย: = MaximuS = male



« ความเห็นที่ #11 เมื่อ: 11/06/09 เวลา 23:12:10 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

Wink
ส่งโดย: jangdonkan



« ความเห็นที่ #12 เมื่อ: 11/06/09 เวลา 23:58:05 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ใช่ๆ อย่าไปฟันธง เพราะเราไม่ได้เห็นคนไข้โดยตรง

อ้อ แล้วอีกอย่าง ไม่อยากให้ไปเบลมเพื่อนหมอด้วยกันเลยครับ

ถ้าไม่แน่ใจอะไรยังงัยก็น่าจะให้คนไข้เค้าไปคุยกับหมอที่รักษาเองจะดีกว่าเนอะ

ส่งโดย: vecchio male



« ความเห็นที่ #13 เมื่อ: 11/07/09 เวลา 01:52:56 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

เห็นด้วยกับพี่หมูครับ


ส่งโดย: PTU @ SIAM male



« ความเห็นที่ #14 เมื่อ: 11/07/09 เวลา 07:57:25 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ถ้าเห็นว่ามีประโยชน์มากกว่าโทษ ก็ ทำ


ส่งโดย: Tiger_p male



« ความเห็นที่ #15 เมื่อ: 11/07/09 เวลา 08:21:03 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

.....งั้นก็ไม่ควรตอบปัญหาทางหนังสือหรือวิทยุโทรทัศน์ด้วยไหมอ่ะฮัปป๋ม....


ส่งโดย: ตงฟางปู้ป้าย male


« ความเห็นที่ #16 เมื่อ: 11/07/09 เวลา 09:43:45 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ไม่ตอบทางเน็ตครับ เพราะไม่ได้ตังค์ แถมอาจจะยังทำให้หมอคนอื่นเดือดร้อนอีกด้วย Tongue


ส่งโดย: Kentaro_Kun @Triumph's Kingdom



« ความเห็นที่ #17 เมื่อ: 11/07/09 เวลา 10:13:15 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

dr.hmoo-IMG_0030-horza.jpg


อย่างที่บอกนั่นแหละครับ " ไม่มีอะไร แน่นอนร้อยเปอร์เซนต์ "

ทุกอย่างมีข้อดี แล้วก็มีข้อเสียอยู่ด้วยกันเสมอ ..

เราก็เลือกที่มีข้อดีเยอะหน่อย ...


ส่วนตัวผมคิดว่า การตอบปัญหา หรือ ให้ความรู้ ( บทความ ) ทางเนต มีข้อดี มากกว่า ข้อเสีย

มุมมอง ในปัจจุบัน ก็ได้มาจากประสบการณ์ ที่ผ่านมา ซึ่งแต่ละคน ก็อาจมีประสบการณ์ที่แตกต่างกันไป มุมมอง ก็ย่อมต่างกันเป็นธรรมดา


สำหรับ หมอ ที่มาตอบ ผมก็อยากให้ระมัดระวังไว้บ้าง เช่นกัน ..


ปล. เรื่องฟ้องร้อง ไม่เคยมี แต่ในอนาคต ไม่แน่นะครับ ... เพราะ เคยมีคนตั้งกระทู้ในห้องนี้แหละว่า ตั้งกระทู้แล้วหมอตอบผิด ฟ้องหมอได้หรือไม่ Huh .. แสดงให้เห็นว่า คนที่คิดเรื่องฟ้องร้องหมอที่ตอบกระทู้ผิด มีจริง ๆ



ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมแจม Wink

ส่งโดย: หมอหมู male



« ความเห็นที่ #18 เมื่อ: 11/07/09 เวลา 12:39:29 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

มันก็ต้องชั่งใจดีๆ ถ้ามีข้อเสียมากกว่าข้อดี หรือ ข้อเสียลำบากกว่าข้อดี ก็อย่าไปตอบดีกว่า

เพราะเวลาตอบ มันมีลายลักษณ์อักษร มีหลักฐานไว้อย่างชัดแจ้ง Tongue
www.easythaihotels.com จองโรงแรมทั่วไทยราคาพิเศษจ้า ^_^
ส่งโดย: KittyDarling female



« ความเห็นที่ #19 เมื่อ: 11/07/09 เวลา 13:47:27 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

แทบจะไม่ตอบปัญหาทางเน็ตเลย ยกเว้นคนไข้ส่งเมล์มาถาม Smiley
แต่ถ้าเวลาตอบไปก็ตอบไปกว้างๆอย่างที่ว่าแหละครับ Smiley
ส่งโดย: True__man



« ความเห็นที่ #20 เมื่อ: 11/07/09 เวลา 14:32:11 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ





มีประเด็น ethics มาเกี่ยวข้องหลายอันนะพี่ เช่น


- ความน่าเชื่อถือของคำตอบ

เช่น คนถามไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครตอบ

หรือบางคำตอบ บางทีผิดๆ ถูกๆ ก็มี


- confidentiality ของคนถาม

เช่น บางครั้ง หรือหลายครั้งต้อง expose เรื่องส่วนตัวมากเกิน

หรือคำตอบ violate confidentiality


เป็น



the American Pediatric Surgical Association Ethics and Advocacy Committee ทำวิจัยสำหรับหมอศัลย์ และแนะนำว่า

การตอบปัญหาทาง internet ทำได้ แต่ ...

- ควรสร้าง website ตอบปัญหาของตนเอง

เพื่อให้คนถาม รู้ qualification / speciality ฯลฯ ของคนตอบ

- การตอบ ควรตอบแบบให้คนถาม อ่านได้คนเดียว

Smiley





Reference

- Fallat ME, Caniano DA, Fecteau AH; American Pediatric Surgical Association Ethics and Advocacy Committee. Ethics and the pediatric surgeon. J Pediatr Surg 2007; 42: 129-36.


ส่งโดย: ... a.m. en allemagne ...



« ความเห็นที่ #21 เมื่อ: 11/08/09 เวลา 18:11:02 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

ตันก๋งว่าน่าจะเขียนคำเตือนไว้ที่หัวกระทู้และหน้าเวปนะว่า
ห้ามฟันธง และใช้วิจารณญาน
เราจะได้เล่นกันอย่างสบายใจ ขึ้นอีกระดับหนึ่ง
ก็เตือนกันแล้ว

ส่งโดย: ตันก๋ง



« ความเห็นที่ #22 เมื่อ: 11/08/09 เวลา 18:12:41 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

เคยมีรายงายวิจัยออกมาเรื่องนี้อะ เกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของคณะนิเทศ จุฬา ก็สรุปได้ประมาณว่า ผู้ที่อ่านก็ต้องใช้วิจารญา ด้วยอะครับ ซึ่งส่วนให๋แล้วก็ไม่ด้เชื่อ 100 เปอร์เซ็ฯหรออะ เพราะว่าเขาเองก็ไม่ได้มันใจ เป็นเพียงแหล่งข้อมู,อื่นด้านเท่านั้น อะครับ อันนี้ไม่รวมแบบตอบผ่านเวปแคมที่ตอนนี้ใช้อยู่ตาม อนามัยนะครับ เพราะว่าอันนั้นจะมีพยาบาล หรือสาธาอยู่ด้วย แล้วเป็ฯแบบมองเห็นอัน แม้ว่าผ่านคอมออะครับ

ส่งโดย: tochiro_tj



« ความเห็นที่ #23 เมื่อ: 11/08/09 เวลา 18:14:11 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

แทรกเรื่องการฟ้องร้อง ฟ้องนะได้แต่ศาลรู้สึกจะไม่รับอะครับ เพราะว่าส่วนใหญ่จะไม่สามารถหาหลักฐานที่มีน้ำหนักมาแสดงได้ อันนี้แล้วแต่กรร๊นะครับแต่เท่าที่เจอนี้ไม่มีนะ ในไทยอะ เมืองนอกนี้ไม่ทราบคับ

ส่งโดย: tochiro_tj



« ความเห็นที่ #24 เมื่อ: 11/09/09 เวลา 19:43:34 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ

dr.hmoo-IMG_1402-horz.jpg
Quote:
the American Pediatric Surgical Association Ethics and Advocacy Committee ทำวิจัยสำหรับหมอศัลย์ และแนะนำว่า

การตอบปัญหาทาง internet ทำได้ แต่ ...

- ควรสร้าง website ตอบปัญหาของตนเอง

เพื่อให้คนถาม รู้ qualification / speciality ฯลฯ ของคนตอบ

- การตอบ ควรตอบแบบให้คนถาม อ่านได้คนเดียว



ก็ลองทำบล๊อกเหมือนกัน แต่ไม่ใช่ว่าจะทำเพื่อตอบปัญหาหรอกนะ .. แต่ทำเพราะว่า มีคนถามบ่อย ก็เลยเขียนเวลาคนสงสัยก็จะให้เข้าไปอ่าน

ถ้าทำเป็นจริงเป็นจัง เป็นหลักการเลย ก็น่าจะดี ปัญหาคือ ไม่ค่อยมีใครทำ เพราะ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการทำฟรี Roll Eyes แล้วก็เสียเวลา Lips Sealed

ปัญหาแบบนี้ ก็คงมีเหมือนกันทั่วโลก ที่ใช้เนต Grin


ตอนนี้ พี่ก็ระวังตัวพอสมควร .. แนะนำเสร็จ ก็ตบท้ายด้วย ควรไปพบแพทย์ให้ตรวจ Grin

ส่งโดย: หมอหมู male


ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมแจม


โดย: หมอหมู วันที่: 13 พฤศจิกายน 2552 เวลา:15:33:32 น.  

 


ฝากถึง น้องนักศึกษาแพทย์ ( นศพ. ) ... ผมเข้าไปตอบปัญหาในห้องสวนลุม พันทิป ได้อ่านข้อความที่มีผู้ตอบกระทู้ ลงชื่อว่า " นศพ. " .. จึงอยากจะแสดงความเห็น เกี่ยวกับการตอบกระทู้ฯ ...


" ผมสนับสนุนและชื่นชม ที่น้องเข้าไปช่วยตอบปัญหา

แต่อยากจะขอให้น้อง แสดงความเห็นแบบกลาง ๆ อย่าฟันธงว่าเป็นโรคนั้นแน่นอน เพราะ โอกาสพลาดสูงมาก อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ นะครับ

อ้อ..เลี่ยงศัพท์การแพทย์ด้วยก็ดีครับ คนทั่วไปจะได้อ่านแล้วเข้าใจง่ายขึ้น "


โดย: หมอหมู วันที่: 24 สิงหาคม 2555 เวลา:15:40:22 น.  

 
//topicstock.pantip.com/lumpini/topicstock/2010/12/L10052667/L10052667.html

ขอความกรุณา คนที่เรียนหมอ ช่วยตอบคำถาม{แตกประเด็นจาก L10048959}

ผมเฝ้าสังเกต หลายกระทู้ที่มีคำถามเกี่ยวกับการแพทย์ ที่อยู่ในวิสัยที่คนเรียนหมอจะออกมา แบ่งปันความรู้ ให้คนถามเขาเข้าใจ แต่กลับไม่มีหมอออกมาตอบสักคน ที่เห็นประจำมีหมอหมูคนเดียวที่พยายามทำ Blog เอาไว้ตอบคำถาม

ผมอยากเชิญชวน คนเป็นหมอ ให้ออกมาแสดงความคิดเห็น ไม่ต้องเจาะลึกมากมาย แค่ความรู้พื้นฐานของวิชาชีพที่เรียนมา เอามาตอบให้เกิดความเข้าใจ

ไม่ต้องกลัวผิดตอบผิด หมอทุกท่านก็ร่วมด้วยช่วยกันแก้ไข เพื่อความเข้าใจที่ดีทั้งผู้ตอบและผู้อ่าน ไม่ดีกว่าหรือ ?

ตัวอย่างหมอที่ดี ที่ผมเจอ เช่น อาจารย์หมออรรถสิทธิ เวชชาชีวะ ในขณะนั้นท่านออกตรวจที่ รพ. พร้อมมิตร เมื่อพบว่า หมอที่ รพ. แห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต รักษาผิดวิธี ท่านไม่ลังเลที่จะเขียนคำแนะนำส่งไปให้หมอที่นั่น เพื่อจะได้แก้ไขปรับปรุงการรักษาต่อไป

ผมหวังอย่างยิ่งว่า คุณหมอทุกท่านที่ได้อ่านกท.นี้ จะเข้าใจ และให้ความร่วมมือ

จากคุณ : TinyNu [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 22 ธ.ค. 53 09:34:55


ความคิดเห็นที่ 1 ติดต่อทีมงาน

หลายๆ อย่าง มันตอบไม่ได้ เพราะข้อมูลไม่มากพอจะให้ตอบ ก็จะตอบได้แต่แบบแบ่งรับแบ่งสู้ พาให้คนอ่านหงุดหงิด เหมือนอย่างที่เป็นมาในหลายๆ กระทู้ข้างล่างครับ

จากคุณ : ปรายภพ [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 22 ธ.ค. 53 09:54:29


ความคิดเห็นที่ 2

เห็นด้วยกับคุณปรายภพ

เหตุผลของตัวเอง

//www.pantip.com/cafe/lumpini/topic/L9943564/L9943564.html

จากคุณ : 447 [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 22 ธ.ค. 53 10:11:32


ความคิดเห็นที่ 3 ติดต่อทีมงาน

ไม่ครับ


สมมติว่า ถ้าผมเป็นหมอ

ผมจะตอบ ก็เพราะอยากตอบครับ
ยิ่งมาบอกให้ช่วยๆตอบ ยิ่งไม่ตอบ
ของแบบนี้ บังคับกันไม่ได้

นอกจากนี้
ผมจะดู ลักษณะคำถาม ความเดือดร้อนของ จขกท ด้วย
การตอบกระทู้ ไม่ใช่หน้าที่

สุดท้าย
โดยเฉพาะ บางล็อดอิน
ที่มี อคติ มีความก้าวร้าวแบบไม่รู้ตัว
แสดง ค.ห. แบบไม่มีหางเสียงแม้แต่คำเดียว
หรือ ขอร้องปนบังคับ หรือสั่งให้ทำ

ถ้าเจอล็อกอินแบบนี้
ผมก็ไม่ตอบกระทู้ให้นะครับ

^____^

จากคุณ : ร.ป.ภ.บิ๊กซี (GMPLS)
เขียนเมื่อ : 22 ธ.ค. 53 10:15:26



ติดต่อทีมงาน
ความคิดเห็นที่ 4

คิดว่าที่เค้าไม่ตอบกันก็เพราะ

1. ไม่มั่นใจ (ไม่มีอะไร 100 % ทางการแพทย์) ตอบแล้วถูก หาย ดี ก็เสมอตัว ถ้าบังเอิญไม่หาย วินิจฉัยผิด หรือเป็นมากกว่าเดิมจะซรวยเอาค่ะ อีกอย่างถ้าเดือดร้อนเร่งด่วนจริงๆก็ควรไป รพ.มากกว่ามาเสียเวลาโพสคำถามที่ไม่รู้ว่าจะมีใครตอบหรือเปล่าทางเวป

2. ให้ข้อมูลน้อยเกินไป ไม่มีเวลามานั่งซัก

3. คำถามพิศดารล้ำลึก แบบอ่านแล้วงงว่ามันโรคไรหว่า

4. ถามในสิ่งที่ไม่ควรถามในที่นี้ เช่น คำถามเชิงลึกทางด้านการแพทย์ ถามเพื่อเอาไปทำวิจัย หรือทำการบ้านส่งอาจารย์ ก็ควรไปหาข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือกว่านี้ ใครเค้าจะไปมีเวลาอธิบายกลไกต่างๆเยอะแยะยืดยาว คนที่ตั้งคำถามแบบนี้แสดงว่าไม่รู้ัจักเพียรพยายามในการค้นคว้า เป็นนักเรียนก็น่าจะเป็นประเภทขี้เกียจ ถนัดเอาง่ายเข้าว่า ซึงไม่ควรส่งเสริมให้เสียนิสัยค่ะ

5. ถามซ้ำซาก ตอบแล้วตอบอีกจนเบื่อ (ใช้ smart search ก็รู้เอง)

คิดว่าน่าจะเป็นประมาณนี้นะคะ เพราะส่วนตัวถ้าอะไรที่พอตอบได้ก็จะช่วยตอบ (ไม่ใช่หมอ) แต่เจอประเภท 5 ข้อที่บอกมาก็ขอบายเหมือนกันค่ะ

แก้ไขเมื่อ 22 ธ.ค. 53 12:07:04

จากคุณ : SWEET TOFFY
เขียนเมื่อ : 22 ธ.ค. 53 12:02:40





ติดต่อทีมงาน
ความคิดเห็นที่ 5

ผมก็เลือกตอบเหมือนกันนะครับ ..

ผมเคยเขียนลงบล๊อก ก็ยกเอามาเลยละกัน ...



หมอไม่ควรไปตอบปัญหาทางเนต จริงหรือ ???

https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=06-11-2009&group=7&gblog=37



ได้เข้าไปประชุม แล้วมีการพูดคุยถึงเรื่อง การตอบปัญหาสุขภาพทางเนต ก็มี อาจารย์แพทย์บางท่าน บอกว่า การตอบปัญหาสุขภาพทางเนต อาจทำให้เกิดปัญหาเรื่องฟ้องร้องได้ ??? มีปัญหาในแง่ของกฎหมาย ??? แพทย์ไม่ควรเข้าไปตอบปัญหา เพราะ เราไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ??? ฯลฯ

ผมก็เห็นด้วยว่า การตอบปัญหาผ่านเนต ตอบกระทู้ต่าง ๆ นั้น อาจทำให้เกิดปัญหาความเข้าใจผิด จนนำไปสู่การฟ้องร้อง ไม่ว่าจะเป็น ฟ้องร้องคนตอบกระทู้ ฟ้องผู้รับผิดชอบของเวบไซค์ หรือ ฟ้องร้องกับผู้ที่เกี่ยวข้องในการรักษาที่ผ่านมา เพราะ ความเห็นของผู้ที่ตอบกระทู้ ไม่ตรงกับการรักษาที่ได้รับในชีวิตจริง

แต่ผมก็มีมุมมองอีกด้านหนึ่งเหมือนกันว่า “ การตอบปัญหาทางเนต “ ก็มีข้อดี เหมือนกัน

การ ตอบปัญหาทางเนต ก็มีความสะดวก และ สามารถให้ข้อมูลเบื้องต้นได้พอสมควร ทำให้คนที่สงสัย ได้รับทราบข้อมูลความรู้เบื้องต้น เวลาไปพบแพทย์ ตัวเป็น ๆ ก็จะพูดคุยกันเข้าใจได้ง่ายขึ้น ได้ประโยชน์ทั้งแพทย์ ตัวเป็น ๆ และ ผู้ป่วย (ญาติ)

ผู้ป่วย (ญาติ) ก็จะมีความรู้เบื้องต้น เกี่ยวกับความเจ็บป่วยที่เป็นอยู่ ถ้ายังมีข้อสงสัยอะไร ก็ไปถามแพทย์ตัวเป็น ๆ อีกครั้ง ลดความวิตกกังวล ความเครียดไปได้บ้าง

แพทย์ตัวเป็น ๆ ก็สามารถพูดคุยอธิบายให้ผู้ป่วย(ญาติ)ได้ง่ายขึ้น รวดเร็วขึ้น อาจตอบเฉพาะข้อสงสัยบางข้อเท่านั้นเอง เมื่อผู้ป่วย(ญาติ) เข้าใจ ความร่วมมือในการรักษาก็ดี ผลการรักษาก็น่าจะดีด้วยเช่นกัน ( ผลการรักษาดี หมอก็ดัง )

เมื่อมีข้อสงสัย แล้วประชาชนเข้ามาถาม แล้วได้รับคำตอบ คำแนะนำเบื้องต้น จากผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้น ๆ ผมจึงคิดว่าน่าจะเป็นสิ่งที่ดี

ลองคิดอีกแง่หนึ่งว่า “ ถ้าหมอเรา ไม่ตอบ แล้วจะให้ประชาชน ไปถามใคร ??? “

สิ่งที่ผมคิดว่าสำคัญที่สุด ก็คือ “ อย่าตอบแบบฟันธง “ เพราะ ข้อมูลตัวอักษร ยังไง ก็ไม่เพียงพอที่จะวินิจฉัย หรือ ตัดสินว่า อะไรถูก อะไรผิด คำตอบ สำหรับทุกคำถาม ก็ควรเป็นแบบ กลาง ๆ เป็นคำแนะนำเบื้องต้น ข้อมูลพื้นฐานทั่วไป ( ขนาดได้ตรวจ ได้พูดคุยซักถามกันต่อหน้า บางทีก็ยังไม่รู้เลยว่าเป็นอะไรแน่ )

ส่วนเรื่องของการฟ้องร้องนั้น ผมก็คิดว่า ไม่ได้แตกต่างจากการที่ หมอเราได้ ตรวจรักษาผู้ป่วยอยู่ทุกวัน อาจแตกต่างกันตรงที่ ข้อมูลที่ได้จากตัวอักษรในกระทู้ อาจไม่เพียงพอ ที่จะให้การวินิจฉัย ว่าเป็นอะไร ในเมื่อข้อมูลมีน้อย หมอก็ตอบเท่าที่ได้ อย่าฟันธง ( รวมถึงเรื่องอื่น ๆ ที่รับรู้ผ่านเนต ก็เช่นกัน อย่าแสดงความเห็นฟันธง มีตัวอย่างคนตอบหน้าแตก ให้เห็นเยอะแยะ )

ไม่ ว่าจะเป็นการตอบปัญหาผ่านเนต หรือ พูดคุยโดยตรงกับผู้ป่วย (ญาติ) ก็ควรตอบหรือแนะนำ เท่าที่ได้ อย่ามั่นใจในตัวเองมากเกินไปนัก เผื่อทางเลือกอื่นไว้บ้าง

ก็เหมือนที่เราพูดกับบ่อย ๆ ว่า “ ไม่มีอะไรร้อยเปอร์เซ็นต์ในเมดิซีน (ในทางการแพทย์ ไม่มีอะไรร้อยเปอร์เซนต์ ) “ นั่นเอง




แถม

ชี้แจงเกี่ยวกับการให้คำปรึกษา ผ่านระบบอินเตอร์เนต
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=28-02-2008&group=2&gblog=3

ข้อแนะนำวิธีตั้งกระทู้ถามปัญหาสุขภาพ
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=23-06-2008&group=7&gblog=2

ข้อแนะนำก่อนจะพบแพทย์กระดูกและข้อ
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=04-07-2008&group=7&gblog=3


มาทำบุญ ด้วยการตอบกระทู้ .... เป็น คำแนะนำเบื้องต้น ไม่ได้วินิจฉัยโรค ....
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=04-09-2009&group=15&gblog=2

จากคุณ : หมอหมู [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 22 ธ.ค. 53 12:24:21





ติดต่อทีมงาน
ความคิดเห็นที่ 6

ส่วนใหญ่ที่ไม่ตอบ เพราะไม่มีความรู้พอจะตอบ
และก็ไม่อยากเดา
เพราะการตอบผิดๆถูกๆมีผลต่อความเข้าใจของคนถาม
ดีไม่ดีเอาไปฝังใจ เอาไปคัดค้านต่อต้านกับหมอที่รักษาในชีวิตจริง

ถ้าเรื่องไหนรู้จริง ก็ตอบให้ละเอียดค่ะ
//topicstock.pantip.com/lumpini/topicstock/2010/10/L9771928/L9771928.html

กระทู้ที่จขกท.ยกตัวอย่างมา เป็นกระทู้ทางจิตเวข
เท่าที่เราทราบ ในห้องนี้ไม่มีหมอจิตเวช
ก็ไม่มีใครเข้าไปตอบให้
ไม่ใช่ว่าขึ้นชื่อว่าหมอ จะตอบได้ทุกโรคนะ

แล้วการตอบกระทู้แบบนี้ ข้อมูลมันน้อยมาก
ส่วนใหญ่ต้องเดาไปด้วย
ถ้าเป็นสาขาที่ตัวเองชำนาญ ก็พอจะเดาเรื่องราวได้
แต่ถ้าไม่ชำนาญแล้วยังจะมาเดาอีก
ผลเสียมักมากกว่าผลดีค่ะ

แล้วทำไม จขกท.ถึงบอกว่า "ไม่ต้องกลัวตอบผิด"
เรื่องเกี่ยวกับการเจ็บป่วย เรื่องยาแบบนี้
ไม่มีหมอคนไหนอยากให้ข้อมูลไปมั่วๆหรอกค่ะ
ยิ่งล็อกอินที่เปิดเผยอยู่แล้ว่าเป็นหมอ ต้องรับผิดชอบต่อคห.ของตัวเองค่ะ
จะไปหวังว่าตอบไปเถอะ ถ้าผิดจะมีหมอคนอื่นมาแก้ให้ แล้วถ้าไม่มีล่ะ
เราว่าบาปกว่าได้บุญนะ วางยาคนถามชัดๆ

ขนาดเห็นตัว ได้ตรวจกัน แล้ววินิจฉัยโรคผิด ยังด่ากันซะเปิดเปิง
แล้วตอบในเน็ทผิดๆ ก็หาว่าชุ่ย ไม่รู้จริงยังมาตอบอีก
หรือว่าไม่จริง

ส่วนกระทู้พวก นักเรียนนักศึกษามาถาม
เราก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าทำไมไม่ไปอ่านหนังสือมาก่อน

แก้ไขเมื่อ 22 ธ.ค. 53 13:33:15

จากคุณ : ฟ้าหมาดฝน [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 22 ธ.ค. 53 13:31:29





ติดต่อทีมงาน
ความคิดเห็นที่ 7

เคยถามวิธีการรักษาของหมอท่านก่อนกับหมอคนปัจจุบัน คุณหมอไม่ยอมตอบในสิ่งที่เราถาม อย่างเช่น ทำไมคุณหมอท่านเดิมใช้ยาตัวนี้ แนวทางการรักษาทำไมไม่เหมือนกัน คุณหมอคนปัจจุบันไม่ตอบอะไรมาก พูดเพียงแต่ว่าหมอไม่อยากไปก้าวก่ายการวินิจฉัยของหมอท่านอื่นๆ หมอแต่ละท่านอาจมีแนวทางการรักษาที่ไม่เหมือนกัน หมอไม่ขอก้าวก่ายหรือวิเคราะห์ค่ะ

จากคุณ : Dreammandy [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 22 ธ.ค. 53 13:46:18






ความคิดเห็นที่ 8 ติดต่อทีมงาน

ตามข้างบน ครับ บางกระทู้มา นิดเดียว จะวินิจฉัย ยังไงหละครับ
แก้ไข ถูกก็ดีไป เกิดไม่ถูก ไปซ้ำอีก หรือเปล่าก็ไม่รู้
แต่ละคน แต่ละเคส ไม่เหมือนกัน
ก็อยากให้เข้าใจครับ ว่าไม่ง่ายนะครับ ที่จะแนะนำอะไรไป
มันหมายถึงชีวิตของเค้าเลยทีเดียวนะครับ รวมทั้งตัวคนตอบเองด้วย

พูดมันง่ายครับ แต่ผลที่ตามมาคุณรับไหวหรือเปล่าครับ
ผมก็เลือกตอบเอาเท่านั้นเองครับ

จากคุณ : ชุติมันต์ (Amilyaom)
เขียนเมื่อ : 22 ธ.ค. 53 15:26:57





ติดต่อทีมงาน
ความคิดเห็นที่ 9

ถูกใจความเห็นคุณฟ้าหมาดฝนอย่างแรงเลยค่ะ

ส่วนตัวแล้วไม่ค่อยได้เข้ามาเล่นที่ห้องสวนลุมบ่อยนัก ไม่ค่อยว่างค่ะ

ส่วนการถามข้อมูลทางการแพทย์บอกตามตรงไม่ค่อยอยากตอบ มีหลายเหตุผลค่ะ ประเด็นหลักเลย ไม่มั่นใจในคำตอบ บางครั้งไม่เข้าใจคำถามก็มี หรือบางครั้งทราบคำตอบแต่มันก็อธิบายยากนะค่ะ ยิ่งอธิบายมาเป็นตัวหนังสือนี่ยากกว่าการได้พูดคุยกับคนไข้จริงๆมากนะค่ะ

แล้วจริงๆแล้วเราคิด่าการตั้งกระทู้ถามปัญหาสุขภาพดูจะไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่ เหมือนคนถามก็ไม่ได้ตั้งใจอยากรู้คำตอบจริงๆ บางครั้งไปตรวจมาแล้วแต่ไม่พอใจการรักษาซะมากกว่า มาประจานบ้าง ทั้งที่ไม่เกิดประโยชน์อะไรกับการมาโพสที่นี่ (น่าไปร้องเรียนกับทาง รพ เองมากกว่า เป็นต้น)

จากคุณ : Endocrine
เขียนเมื่อ : 22 ธ.ค. 53 15:28:26





ติดต่อทีมงาน
ความคิดเห็นที่ 10

ก่อนอื่นผมมาขอบคุณทุกท่านที่มาตอบ ทำให้ผมมีความรู้สึกต่อหมอดีขึ้น ถ้าวันนี้ผมไม่ตั้งกระทู้นี้ คงจะคาใจผมอีกนาน พาลจะโกรธหมอหลายท่าน

ผมน้อมรับคำอธิบายทุกท่าน

อย่าเพิ่งปิดกระทู้นะครับ รอท่านฟังความคิดเห็นท่านอื่นครับ



จากคุณ : TinyNu [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 22 ธ.ค. 53 16:11:07






ความคิดเห็นที่ 11 ติดต่อทีมงาน

ไม่ได้เป็นหมอ แต่แอบเห็นด้วยกับคุณหมอฟ้าหมาดฝนอย่างแรง
แอบชอบในการตอบคำถามของคุณหมอมานานแล้ว

และที่ประทับใจที่สุดก็คงจะเป็นเวลาที่มีกระทู้ดราม่าที่เกี่ยวกับแพทย์
จะไม่เคยเห็นคุณหมอมาร่วมผสมโรงด้วยเลย

ปล.ยินดีที่ได้รู้จักหมอดีๆเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคนนะคะ

จากคุณ : ผ่านมา
เขียนเมื่อ : 22 ธ.ค. 53 16:16:39 A:125.24.141.61 X: TicketID:278372





ติดต่อทีมงาน
ความคิดเห็นที่ 12

ตาม #6 ครับ

ps อยากให้ give คห 3

แก้ไขเมื่อ 22 ธ.ค. 53 16:56:07

แก้ไขเมื่อ 22 ธ.ค. 53 16:55:55

จากคุณ : Elixir The High Priest [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 22 ธ.ค. 53 16:55:16





ติดต่อทีมงาน
ความคิดเห็นที่ 13

#11 ขอบคุณที่ชมค่ะ ไม่ค่อยชอบเถียงกะใครค่ะ
เป็นคนเหนื่อยง่าย 555

จากคุณ : ฟ้าหมาดฝน [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 22 ธ.ค. 53 18:17:44





ติดต่อทีมงาน
ความคิดเห็นที่ 14

ตอบตามความเหมาะสมค่ะ บางทีไม่ตอบ แต่ถามเพื่มไป ก็จะมีหมอหลายท่านมาช่วยตอบให้

ขอบคุณมา ณ ที่นี้ ค่ะ

บางที ตอบเสร็จ ก็สรุปลงท้ายให้ไปหาหมอซะ

คนถาม บางครั้งไม่อยากได้คำตอบหรอกค่ะ แต่อยากได้กำลังใจ และความใส่ใจ

มันช่วยได้ในแง่ของจิตใจด้วยค่ะ

จากคุณ : ซังกุงตัวเล็ก [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 22 ธ.ค. 53 19:28:22





ติดต่อทีมงาน
ความคิดเห็นที่ 15

ข้าน้อยเห็นด้วยกับหมอทุกๆท่านขอรับ ตอบเท่าที่ตอบได้และอยากตอบ
หลายกระทู้ตอบไปก็ไม่เห็นมี comment อะไรจากคนตั้งเลย ก็เลยรู้สึกว่าเค้าถามแล้วเข้ามาอ่านหรือเปล่าเนี่ย ก็เลยชักเบื่อๆ

จากคุณ : xanyz [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 22 ธ.ค. 53 21:06:03





ติดต่อทีมงาน
ความคิดเห็นที่ 16

เพราะชอบตอบกระทู้ดราม่า กับกระทู้ห้องรัชดามากกว่า 555
อ้าว มาเข้าเรื่อง
ที่ไม่ค่อยตอบ เพราะ
1. ขี้เกียจตอบ บางครั้งคำถามง่ายๆ แต่การตอบมันยากและยาว ก็ขี้เกียจพิมพ์ไปเฉยๆ ก็เลยไม่ตอบ
2. ถามเหมือน นักศึกษาแพทย์มาถามการบ้าน ก็ไม่ตอบ ให้ไปอ่านหนังสือเอาเอง
3. ถามเหมือนลองภูมิ ก็ไม่ตอบ
4. มีคนตอบให้แล้ว คิดว่าคำตอบนั้น ok แล้ว ก็ไม่ตอบ
5. อีกอย่าง หลังๆ ตอบแล้ว คนถามหายไปเลย.. ไม่รู้ว่าหายหรือว่าเป็นยังไงบ้าง.. ก็เลยขี้เกียจตอบไปเลย..
ุ6. มีครั้งนึงมีกระทู้ "ทำไมจะฟ้องร้องหมอที่มาตอบคำถามในอินเทอร์เน็ตไม่ได้" ตอนนั้นก็เอามานั่งคิดอยู่ ตอบไปไม่ได้อะไร แล้วเสี่ยงโดนฟ้อง เรื่องอะไรที่จะ "เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง เอากระดูกแขวนคอ" ฟะ
ฯลฯ

จากคุณ : หมอก้อนหิน [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 22 ธ.ค. 53 21:16:49





ติดต่อทีมงาน
ความคิดเห็นที่ 17

บางอย่าง บางคำถามรู้สึกว่า
เซิร์จในเน็ตก็ได้คำตอบแล้วนะ
..




อย่างเช่นว่า ยานี้รักษาอะไรคะ เป็นต้น
..


( ปล. ไม่ได้เป็นหมอคะ )

จากคุณ : ที่คาดผม [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 22 ธ.ค. 53 23:10:32





ติดต่อทีมงาน
ความคิดเห็นที่ 18

บางคนไม่ได้เป็นหมอหรือพยาบาลแต่ทำงานเกี่ยวข้องกับทาง รพ.
แต่ก็ตอบอย่างมั่นใจอ่านดูที่เขียนมาเหมือนจะ เบ่งๆ และตำหนิคนถามด้วยกรายๆ

แต่ตอบผิดเต็มเปา ยังดีที่มีหมอเข้ามาแก้คำตอบให้
แต่เขาคงไม่รู้ตัวหรอกว่าตอบผิด
เพราะไม่เห็นเข้ามาแก้ไข

เพียงแค่อยากจะบอกว่าการตอบคำถามทางด้านสุขภาพ
เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องการคำตอบที่ถูกต้อง
เพื่อการนำไปปฏิบัติตามคำแนะนำได้

คนที่ไม่รู้แต่ตอบเดาส่งเดชไป
คนถามนำไปทำตามเกิดปัญหาขึ้นมา
จะมีใครรับผิดชอบให้คะ

สำนวนของ จขกท เหมือนออกคำสั่งกรายๆ เลยเนอะ

จากคุณ : Dokkaewguitar
เขียนเมื่อ : 23 ธ.ค. 53 05:26:18





ติดต่อทีมงาน
ความคิดเห็นที่ 19

ก็เห็นด้วยกับ จขกท นะ แต่ว่าบางทีก็ค่อนข้างยาก

อย่างของเราเรียนมาทางจิตวิทยา เราคงตอบได้แค่แบบกว้างๆ คงลงละเอียดหรือสรุปชัดเจนเลยไม่ได้ เนื่องจากเรื่องของทางกฏหมายด้วย แล้วอีกอย่างคือ ไม่ได้เห็นพฤติกรรมขณะที่พูดคุยกัน มันต่างจากการมานั่งตรงหน้า ทำให้วินิจฉัย หรือ ประเมินอาการชัดเจนไม่ได้น่ะ

อาจจะมีถามคร่าวๆ แล้วบอกได้แค่ว่า มีแนวโน้มไหม หรือ มีลักษณะอาการเข้าข่ายไหม แล้วข้อมูลเกี่ยวกับโรคนั้นนิดๆหน่อยๆ พอเป็นไกด์ไลน์ในการดูแลตนเอง ให้ได้แค่นั้นล่ะ

ขนาดนั่งสัมภาษณ์กันตรงหน้า เวลาเขียนสรุปยังต้องระมัดระวังเลย เพราะกฏหมายเขาฟ้องได้ ดังนั้นเวลาจะบอกเป็นอะไรซักอย่าง ต้องมีหลักฐานทางจิตวิทยาประกอบด้วย

อย่างกระทู้นั้นบอก Somatoform Disorders ถ้าแปลเป็นไทยก็ กลุ่มโรคที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติทางจิตใจและส่งผลต่อร่างกาย

จริงๆแล้วต้องพูดว่า กลุ่มโรคมากกว่า เพราะ Somatoform Disorders มีหลายโรคที่อยู่ในกลุ่มนี้ อย่าง ฮีสทีเรีย ก็จัดว่าใช่ แถมฮีสทีเรียเองก็มีแยกย่อยลงไปอีกเป็นชนิดไหนๆ

3 - 4 บรรทัด ไม่เพียงพอจะสรุปหรอกค่ะ เพราะบางทีการหาสาเหตุในบางครั้ง ต้องสัมภาษณ์กันหลายครั้ง อาจจะต้องย้อนไปถึงวัยเด็กกันเลยทีเดียว เพราะมีข้อมูลเหมือนกันว่า โรคบางโรคมักจะเกิดขึ้นกับบุคคลที่ได้รับการเลี้ยงดูแบบ........ ดังนั้นในบางกรณีหากเข้าข่ายก็ต้องย้อนกลับไปดูการเลี้ยงดูของครอบครัวด้วยว่า มีลักษณะที่ส่งเสริมให้เกิดอาการของโรคไหม เพื่อเป็นข้อมูลในการนำมาประกอบการวินิจฉัยน่ะ

แก้ไขเมื่อ 25 ธ.ค. 53 21:32:02

จากคุณ : ขี้เหงา...เอาแต่ใจ [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 25 ธ.ค. 53 21:26:38


โดย: หมอหมู วันที่: 6 ธันวาคม 2557 เวลา:21:08:29 น.  

 
//hitech.sanook.com/computer/news_00231.php


ไทยคลินิกดอทคอมเปิดใจหลังถูกยื่นฟ้องหมิ่นประมาททางเน็ต
ขณะที่ตำรวจชี้ อินเทอร์เน็ตต่างจากหนังสือพิมพ์ ต้องดูที่ว่าเจ้าของเว็บบอร์ดมีเจตนาส่งเสริมกระทู้นั้นๆหรือไม่ ด้านผู้บริหารพันธ์ทิพย์ดอทคอม เผยแปลกใจที่เจ้าของเว็บบอร์ดถูกฟ้องพ่วงไปกับผู้เขียนกระทู้

จากกรณีที่มี น.พ.ราเชนทร์ เล่ห์มงคล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจโรงพยบาลเซนต์หลุยส์ และน.พ.กิติชัย หรือทวีบุญ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจโรงพยาบาลจุฬาฯและมิสซังโรมันคาทอลิกกรุงเทพฯ ผู้ดำเนินการกิจการโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.ดลยา เหลืองเลิศวรกุล ผู้โพสต์กระทู้ในเว็บบอร์ดของเว็บไซต์ ไทยคลินิกดอทคอม (www.thaiclinic.com) และ น.พ.ธเนศ พัวพรพงษ์ ศัลยแพทย์โรงพยาบาลวิภาวดี ผู้พัฒนาเว็บไซต์ //www.thaiclinic.com ในข้อหาหมิ่นประมาท เนื่องจากน.ส.ดลยา ได้แสดงความคิดเห็นและเผยแพร่ข้อความในหนังสือร้องเรียนต่อเลขาธิการแพทยสภาบนเว็บบอร์ดของ //www.thaiclinic.com ว่าคณะแพทย์โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ผ่าตัดคนไข้เสียชีวิต ตามที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น

น.พ.ธเนศ พัวพรพงษ์ หรือ ที่รู้จักกันดีบนโลกไซเบอร์ในชื่อ “หมออู๋” ผู้พัฒนาเว็บไซต์ //www.thaiclinic.com กล่าวกับ “สำนักข่าวไทย” ว่า กระทู้ดังกล่าวถูกโพสต์เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว ในห้องเว็บบอร์ดที่เปิดไว้ให้แพทย์ได้คุยกัน (ด็อกเตอร์รูม) ซึ่งทีมงานของเว็บไซต์ก็ได้ลบกระทู้นั้นในทันที อย่างไรก็ตามเนื่องจาก มีผู้เข้าชมวันละหลายหมื่นคน ทำให้บางกระทู้ต้องใช้เวลาในการค้นหาและลบประมาณ 1-3 วัน

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาตนเคยได้รับอีเมล์แจ้งว่า มีข้อความหมิ่นประมาทบนเว็บบอร์ดของไทยคลินิกดอทคอม จึงได้เข้าไปตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้ง แต่กลับไม่พบข้อความนั้นแล้ว ซึ่งเข้าใจว่าทีมงานคงลบทิ้งไปนานแล้ว ส่วนการฟ้องร้องของผู้เสียหายในครั้งนี้ ตนยังไม่ทราบรายละเอียดมากนัก เนื่องจากขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ

“การลบกระทู้ของทีมงานจะใช้หลักที่ว่า ถ้าเป็นกระทู้ที่กล่าวหาผู้อื่นข้างเดียว โดยที่ผู้อื่นๆไม่มีสิทธิ์ตอบโต้ หรือเป็นเรื่องที่เสียหาย หรือเป็นเรื่องที่ไม่ควรมาเปิดเผยต่อสาธารณะ แต่ควรไปตกลงกันเอง ทีมงานก็จะลบออกทันที”

น.พ.ธเนศกล่าวว่า คดีนี้ทางเว็บไซต์ไม่ได้มีส่วนร่วมกับข้อความหมิ่นประมาทแต่อย่างใด เป็นเพียงผู้พัฒนาเว็บไซต์ที่เปิดบริการเว็บบอร์ดหรือกระดานข่าวให้คนเข้ามาพูดคุยปรึกษาปัญหาสุขภาพ หรือสอบถามข้อมูลทางการแพทย์ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า เว็บบอร์ดบนอินเทอร์เน็ตก็เหมือนกับกระดาษเปล่า เป็นสื่อสาธารณะ ที่ ใครจะเขียนอะไรก็ได้โดยไม่ปิดกั้นทางความคิด ซึ่งทางเว็บไซต์จะทำหน้าที่เป็นเพียงผู้ตรวจสอบข้อความเท่านั้น

“ขอยืนยันว่าเราเป็นแค่สื่อสารสาธารณะที่รองรับกระทู้เท่านั้น ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นผมว่าน่าจะเป็นปัญหาของการสื่อสารระหว่างหมอกับคนไข้ ที่ควรจะไปตกลงกันเอง เพราะเราไม่ได้เปิดเว็บบอร์ดเพื่อให้คนมาด่ากัน แต่ต้องการเปิดให้คนมาคุยกันในเรื่องที่เป็นประโยชน์”

ด้านนายวันฉัตร ผดุงรัตน์ เจ้าของเว็บไซต์พันธ์ทิพย์ดอทคอม (www.pantip.com) ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่มีบริการกระดานข่าวมากที่สุด กล่าวว่า ตนรู้สึกแปลกใจว่า เหตุใดผู้เสียหายจึงฟ้องร้องเจ้าของเว็บไซต์ด้วย เพราะกลไกที่ต่างประเทศดำเนินการเมื่อเกิดการหมิ่นประมาทบนเว็บบอร์ด ก็คือ ผู้เสียหายต้องร้องเรียนมาที่เจ้าของเว็บบอร์ด ถ้าหากเจ้าของเว็บบอร์ดได้ทำการลบออกหรือได้กระทำการตามที่ผู้เสียหายได้ร้องขอแล้ว จะถือว่าทางเว็บบอร์ดไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ถ้าเจ้าของเว็บบอร์ดเห็นด้วยกับข้อความนั้นโดยไม่ดำเนินการใดๆ จึงจะถือว่าเจ้าของเว็บบอร์ดมีความผิดในการหมิ่นประมาทด้วย

“สื่ออินเทอร์เน็ตมีความแตกต่างจากหนังสือพิมพ์ เพราะทุกบทความที่ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์นั้น เป็นบทความของเจ้าหน้าที่ในสังกัด ซึ่งบรรณาธิการต้องเป็นผู้รับผิดชอบ แต่เว็บบอร์ดเป็นสถานที่ที่ใครก็เข้ามาเขียนได้ตลอดเวลาแม้กระทั่งตอนที่ผู้ดูแลเว็บไซต์กำลังนอนหลับ”

นายวันฉัตร ยอมรับว่า สถานการณ์ดังกล่าวถือเป็นเรื่องหนักหนาสาหัสสำหรับคนทำเว็บบอร์ด เพราะต้องแบกรับความเสี่ยง แต่เนื่องจากภาพรวมของเว็บบอร์ดนั้น ถือว่าให้ประโยชน์มากกว่าโทษ เว็บไซต์ส่วนใหญ่จึงยอมเปิดบริการนี้ขึ้น ซึ่งอาจจะมีจุดบอดตรงที่การตรวจสอบไม่ทั่วถึง

ด้าน พ.ต.อ. ญาณพล ยั่งยืน รองผู้บังคับการศูนย์ข้อมูลข้อสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ นายกสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย กล่าวว่า ในแง่ของกฎหมายนั้น การเขียนข้อความที่ทำให้ผู้อื่นเสียหายทางอินเทอร์เน็ต เข้าข่ายความผิด “หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา” มีโทษจำคุก 2 ปี และปรับ 200,000 บาท ซึ่งสิ่งที่เจ้าของเว็บบอร์ดควรกระทำก็คือ การจัดเก็บไอพี(Internet Protocal) วัน และ เวลาในการเขียนข้อความของทุกคนที่เข้ามาใช้บริการ แต่ถ้าถามว่าเจ้าของเว็บบอร์ด มีความผิดด้วยหรือไม่จากข้อความหมิ่นประมาทนั้นๆ ต้องดูที่เจตนาว่า เจ้าของเว็บบอร์ด ตั้งใจถ่วงเวลาโดยไม่ลบข้อความจนเกิดความเสียหายหรือไม่ ซึ่งเรื่องเหล่านี้สามารถนำสืบได้

อย่างไรก็ตาม หากเรื่องถึงชั้นศาล เชื่อว่าศาลต้องให้ความเป็นธรรมว่า สื่อประเภทนี้เป็นเรื่องที่ยากในการกลั่นกรอง เช่นเดียวกับกรณีที่มีคนใช้โทรศัพท์ด่ากัน จะถือว่าทศท.ซึ่งเป็นเจ้าของโครงข่ายโทรศัพท์มีความผิดด้วยหรือไม่ ซึ่งคงต้องตรวจสอบความเป็นไปได้ต่อไป

พ.ต.อ.ญาณพล ยังกล่าวด้วยว่า ขณะนี้วุฒิภาวะผู้เล่นอินเทอร์เน็ตในไทยยังมีน้อย ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่เว็บไซต์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (www.police.go.th) ไม่เปิดบริการเว็บบอร์ด เพราะเกรงว่าจะเกิดปัญหาในลักษณะดังกล่าว ซึ่งผู้ใช้มักจะเรียกร้องว่า อินเทอร์เน็ตเป็นสื่อที่ให้อิสระเสรีภาพ แต่ในความเป็นจริงแล้วผู้ใช้ควรจะคำนึงด้วยว่า การเขียนข้อความใดๆ จะเกิดความเสียหายต่อผู้อื่นหรือไม่ เพื่อไม่ให้ตัวเองและผู้อื่นต้องเดือดร้อนในภายหลัง


โดย: หมอหมู วันที่: 6 ธันวาคม 2557 เวลา:21:24:32 น.  

 

จวก! หมอ รพ.ดัง ตรวจพลาด บอกเป็นฝีแต่ดันเจอถ่านในจมูก.........นี่ระบบสาธารณะสุขของประเทศไทยเดินทางมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร lovetobacco – วันพุธ 10กพ2559 เวลา 22:49 น.
//pantip.com/topic/34779870

ชอบคำตอบของ คุณหมอ Megaman X มากครับ ขอเอามาแชร์ เพื่อเป็นตัวอย่างของการตอบคำถามในเนต คือ ชี้แจงเรื่อง วิชาการ ผลดีผลเสีย ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมา แค่นี้ ก็พอแล้วครับ ที่เหลือ ก็เป็นหน้าที่ของผู้อ่าน ที่จะคิดตัดสินใจเอาเอง

ชี้แจงเกี่ยวกับการให้คำปรึกษา ผ่านระบบอินเตอร์เนต
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=28-02-2008&group=2&gblog=3
มาทำบุญ ด้วยการตอบกระทู้ .... เป็น คำแนะนำเบื้องต้น ไม่ได้วินิจฉัยโรค ....
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=04-09-2009&group=15&gblog=2
หมอไม่ควรไปตอบปัญหาทางเนต จริงหรือ ???
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=06-11-2009&group=7&gblog=37

ความคิดเห็นที่ 9
case นี้เอาถ่านกระดุม( disk battery )ออกมาแล้ว ตอนนี้ก็น่าจะปลอดภัยแล้ว
กรณีนี้ก็น่าคิดต่อไปว่าเราได้อยากจะได้บทเรียนอะไรจากกรณีนี้
การฟ้องร้องมีประโยชน์อะไรจากกรณีนี้
มันมีข้อดีที่จะทำให้หมอที่ตรวจระมัดระวังขึ้นกว่าไม่ฟ้องหรือไม่
ข้อเสียที่อาจเกิดขึ้นคืออะไร

กรณีสิ่งแปลกปลอม ( foreign body ) ในจมูก
อาการที่นำมาพบแพทย์มีอะไรบ้าง
( ขออ้างอิงจาก Nelson ที่เป็น standard Textbook Ed 20th ที่กุมารแพทย์ทั่วโลกใช้เป็นหนังสืออ้างอิงนะครับ )
พบว่าบ่อยที่สุด 86% คือ การที่มีประวัติเอาอะไรยัดใส่จมูกมานั่นแหละครับ
เพราะส่วนใหญ่จะเกิดในวัยเด็ก ซึ่งเป็นวัยที่ผู้ปกครองยังต้องใส่ใจดูแลใกล้ชิดอยู่
24% มาด้วยมีน้ำมูกปนหนองไหลออกมา
9% มาด้วยจมูกมีกลิ่นเหม็น
6% มาด้วยมีเลือดไหลจากจมูก
3% มาด้วยจมูกอุดตัน
2% มาด้วยอาการหายใจทางปาก
ที่บวกกันเกิน 100 ไม่ต้องแปลกใจครับ เพราะหลายๆคนมาด้วยอาการนำมากกว่า 1 อาการได้ เช่นมีมาด้วยน้ำมูกปนหนองไหลออกมาและมีกลิ่นเหม็น
จะเห็นว่ารายที่มาด้วยเลือดไหลออกจากจมูกมีน้อย แค่ 6% ถ้าร่วมกับการที่ไม่มีประวัติเอาอะไรใส่จมูกมาด้วยแล้ว อาจทำให้แพทย์ที่ตรวจคิดไม่ถึงภาวะนี้ ไปคิดถึงภาวะอื่นที่ทำให้มีเลือดกำเดาไหลได้บ่อยกว่าภาวะนี้ก่อน
และการที่มีเลือดออกมันจะไปทำให้การส่องดูในจมูก อาจจะไม่เห็นสิ่งแปลกปลอมเพราะถูกเลือดกลบอยู่ โดยเฉพาะถ้าหมอที่ตรวจได้ส่องดูแล้วไม่เห็น ก็คงจะไม่เห็นเพราะก้อนเลือดบังจริงๆ(ซึ่งเป็นคนละกรณีกับการไม่ส่องดู)
ถามว่าแล้วทำไมคนตรวจทีหลังถึงเจอ
เป็นได้ทั้งจากการที่รักษามาแล้วไม่ดีขึ้น ทำให้แพทย์ที่ตรวจทีหลังสงสัยว่าอาจจะไม่ใช่ภาวะที่วินิจฉัยไว้ตอนแรก ก็จะต้องพยายามมองหามากขึ้น
เลือดที่ออกเมื่อมีการสั่งน้ำมูกออกมา บางทีก้อนเลือดมันหลุดไปบางส่วน ทำให้โชคดีเห็นส่วนที่เป็นโลหะวาวๆโผล่ขึ้นมาให้เห็น หรือมีการดูดหรือซับเลือดที่ออกมาทำให้เห็นชัดขึ้น
ประสบการณ์ของแพทย์ที่ตรวจทีหลังในกรณีที่เป็น case มีปัญหารักษามาแล้วไม่ดีขึ้น ก็มักจะได้รับการรักษาจากแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์มากกว่า
จะว่าหมอที่รักษาคนแรกว่าไม่มีจรรยาบรรณอันนี้น่าจะเกินเลยไปมาก และไม่น่าจะถึงกับประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงด้วย
.....................
กรณีนี้ถ้าเป็นกรณีศึกษาที่มีประโยชน์ ก็เริ่มจาก
1 ที่บ้าน การป้องกัน ( สำคัญที่สุด )
คือบ้านที่มีเด็กเล็กที่ยังไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราว ต้องมีผู้ปกครองดูแลใกล้ชิด (ไม่เฉพาะกรณีเอาอะไรเข้าจมูก) เราจะเห็นข่าวบ่อยๆว่ามีเด็กเล็กที่ผู้ปกครองคลาดสายตาไปไม่นาน เกิดอุบัติเหตุทั้งจมน้ำเสียชีวิต หรือเดินออกไปนอกบ้านถูกรถชน)
ของที่มีลักษณะเล็กๆพอเข้ามือเข้าปากได้ โดยเฉพาะที่มีสีสันสวยงามดึงดูดความสนใจ ไม่ควรให้เด็กเล่น(ซึ่งเป็นหลักการเลือกของเล่นให้เด็กเล็กด้วย) โดยเฉพาะ disk battery นี่มีเขียนถึงในตำราเป็นพิเศษเลยครับ อันนี้สังคมควรจะได้เรียนรู้ด้วย
อันตรายจาก disk battery ที่ว่ามันเป็นกรดนี่ไม่ถูกนะครับ ที่จริงมันเป็นด่าง แต่ก็มีฤทธิ์กัดกร่อนเช่นกัน
อันตรายของมันมาหลักๆมาจาก
1 ด่างที่รั่วออกมาที่มีฤทธิ์กัดกร่อน
2 ภาวะ burn จากกระแสไฟฟ้าและความร้อนจากตัว disk battery
3 เกิดเนื้อตายจากการกดทับโดยตรง ( pressure necrosis )อันนี้เกิดได้น้อยที่สุด

2 แพทย์ที่ตรวจ
อาจต้องนึกถึง foreign body ให้มากขึ้นในเด็กเล็ก โดยเฉพาะรายที่มาด้วยอาการนำดังกล่าว และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยิ่งถ้าเป็นกับรูจมูกข้างเดียวยิ่งต้องสงสัยให้มากๆ
ถ้าสงสัย ในเด็กที่พอให้ความร่วมมือได้ก็ลองดูดน้ำมูกหรือเลือดที่บังอยู่ออกดู
ถ้ายังเห็นไม่ชัด หรือมีอะไรที่ไม่แน่ใจในสาเหตุ อย่าเกรงใจ อย่าแบกรับภาระของมนุษยชาติไว้เพียงผู้เดียว เพราะเราไม่ได้อยู่ทีม Avengers ให้ consult specialist ENT ไปเลยครับ
ยุค social media ที่มีการ share กันไว้ก่อนพ่อสอนไว้ พลาดไปสังคมพร้อมจะกระหน่ำซ้ำเติมให้จมดินได้อยู่แล้วครับ
และ ขอเตือนถึงการสื่อสารกับผู้ป่วยของแพทย์คนถัดไปด้วย การพูดว่ามาช้ากว่านี้จะจมูกเน่า หรือกัดไปถึงกระดูกอะไรนั่น ถ้าพูดจริงก็ขอให้ระมัดระวังเรื่องการใช้คำพูดด้วยครับ ควรต้องรู้ว่าอาชีพนี้มีโอกาสพลาดได้เสมอ และเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีใครไม่เคยผิดพลาด ถ้าเกิดการผิดพลาดโดยไม่ตั้งใจ เป็นเรื่องที่เราจะนำมาศึกษาร่วมกันเพื่อลดความผิดพลาดนั้นในอนาคต ไม่ใช่ขยายเรื่องให้ลุกลามบานปลาย การปฏิบัติต่อเพื่อนร่วมวิชาชีพเป็นสิ่งที่สำคัญ ถ้ามีครูอาจารย์ท่านไหนเจอลูกศิษย์พูดแบบนี้ (ประมาณมาช้ากว่านี้อีกนิดจะแย่ มาช้าอีกนิดจะตาย) ช่วยสั่งสอนมารยาทที่ควรมีต่อเพื่อนร่วมวิชาชีพด้วยนะครับ

ฟ้องแล้วได้อะไร
กรณีนี้มองว่าโอกาสตรวจพลาดมีได้เพราะมาด้วยอาการนำที่ไม่ได้พบบ่อยเท่าไหร่ ร่วมกับไม่มีประวัติการเอาของใส่จมูก ( อันนี้คงต้องเป็นความรับผิดชอบของผู้ดูแลร่วมด้วย ) ถ้าได้ตรวจแล้วมองไม่เห็นในตอนแรก( อาจจากมีเลือดบัง ) และ ผลสรุปสุดท้าย เด็กก็ปลอดภัย ก็ยังจะฟ้องกันให้ถึงที่สุด
(ถึงตรงนี้ขอสงสารหมอที่ตรวจคนแรกหน่อย ความหวังดีปลอบใจว่าแม่ไม่ต้องกังวล จะย้อนกลับมาทำร้ายได้)

การฟ้องร้องจะนำไปสู่ defensive medicine
การที่ไม่มีน้ำใจหรือการให้อภัยต่อกัน สิ่งใดที่ไม่ใช่หน้าที่โดยตรงของหมอ อีกหน่อยจะไม่ค่อยมีหมอที่ยอมตรวจถ้าไม่ใช่อยู่ในเวลาที่รับผิดชอบโดยตรง รอก็รอไป หมอออกเวรแล้วนี่ หมอไม่ใช่หมอเฉพาะทางด้านนี้ รอพบหมอเฉพาะทางอีก 3 วันนะครับ ถ้าไม่อยากรอ นั่งรถไปรพ.นั้นเลยนะครับ ที่นั่นมีหมอเฉพาะทางอยู่
การ refer case เกินจำเป็น เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเกิดขึ้น
ผู้ป่วยจะเสียเวลารอตรวจนานขึ้น บางทีรอจะเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นก็มี ต้องเดินทางไปเพื่อพบแพทย์หลายครั้งมากขึ้น
ถ้ายังสนับสนุนให้ฟ้องร้องกันมากๆแบบนี้
ผลที่เกิดขึ้นก็เป็นเรื่องที่สังคมต้องรับผิดชอบร่วมกันครับ

Credit : Megaman X


โดย: หมอหมู วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:13:51:07 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

หมอหมู
Location :
กำแพงเพชร Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 762 คน [?]




ผมเป็น ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ หรือ อาจเรียกว่า หมอกระดูกและข้อ หมอกระดูก หมอข้อ หมอออร์โธ หมอผ่าตัดกระดูก ฯลฯ สะดวกจะเรียกแบบไหน ก็ได้ครับ

ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาหนึ่ง ซึ่งเมื่อเรียนจบแพทย์ทั่วไป 6 ปี ( เรียกว่า แพทย์ทั่วไป ) แล้ว ก็ต้องเรียนต่อเฉพาะทาง ออร์โธปิดิกส์ อีก 4 ปี เมื่อสอบผ่านแล้วจึงจะถือว่าเป็น แพทย์ออร์โธปิดิกส์ โดยสมบูรณ์ ( รวมเวลาเรียนก็ ๑๐ ปี นานเหมือนกันนะครับ )

หน้าที่ของหมอกระดูกและข้อ จะเกี่ยวข้องกับความเจ็บป่วย ของ กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก ข้อ และ เส้นประสาท โรคที่พบได้บ่อย ๆ เช่น กระดูกหัก ข้อเคล็ด กล้ามเนื้อฉีกขาด กระดูกสันหลังเสื่อม ข้อเข่าเสื่อม กระดูกพรุน เป็นต้น

สำหรับกระดูกก็จะเกี่ยวข้องกับกระดูกต้นคอ กระดูกสันหลัง กระดูกเชิงกราน กระดูกข้อไหล่ จนถึงปลายนิ้วมือ กระดูกข้อสะโพกจนถึงปลายนิ้วเท้า ( ถ้าเป็นกระดูกศีรษะ กระดูกหน้า และ กระดูกทรวงอก จะเป็นหน้าที่ของศัลยแพทย์ทั่วไป )

นอกจากรักษาด้วยการให้คำแนะนำ และ ยา แล้วยังรักษาด้วย วิธีผ่าตัด รวมไปถึง การทำกายภาพบำบัด บริหารกล้ามเนื้อ อีกด้วย นะครับ

ตอนนี้ผม ลาออกจากราชการ มาเปิด คลินิกส่วนตัว อยู่ที่ จังหวัดกำแพงเพชร .. ใช้เวลาว่าง มาเป็นหมอทางเนต ตอบปัญหาสุขภาพ และ เขียนบทความลงเวบ บ้าง ถ้ามีอะไรที่อยากจะแนะนำ หรือ อยากจะปรึกษา สอบถาม ก็ยินดี ครับ

นพ. พนมกร ดิษฐสุวรรณ์ ( หมอหมู )

ปล.

ถ้าอยากจะถามปัญหาสุขภาพ แนะนำตั้งกระทู้ถามที่ .. เวบไทยคลินิก ... ห้องสวนลุม พันทิบ ... เวบราชวิทยาลัยออร์โธปิดิกส์ หรือ ทางอีเมล์ ... phanomgon@yahoo.com

ไม่แนะนำ ให้ถามที่หน้าบล๊อก เพราะอาจไม่เห็น นะครับ ..




New Comments
[Add หมอหมู's blog to your web]