Ortho knowledge for all @ Do no harm patient and myself @ สุขภาพดี ไม่มีขาย ถ้าอยากได้ ต้องสร้างเอง

สมเด็จพระสังฆราช ประทานพรสำหรับความสุขปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๖๑






เนื่องในอภิลักขิตสมัยขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๖๑ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โปรดประทานพระรูป ฉายเบื้องหน้าพระพุทธอังคีรส ประธานพระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม แวดล้อมด้วยพัดพระยศสมเด็จพระสังฆราช ที่ทรงได้รับพระราชทานถวายในพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ และพัดแฉกงาพิเศษประดับพลอย ที่ทรงได้รับพระราชทานถวายในการพระราชกุศลฉลองพระชนมายุ ๙๐ พรรษา ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๐

พร้อมกันนี้ ได้มีลายพระหัตถ์เชิญพระพุทธภาษิต เป็นพระคติธรรม ประทานพรสำหรับความสุขปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๖๑
— ที่ Wat Ratchabophit

https://www.facebook.com/SanggharajaOffice/photos/a.1841960482781514.1073741832.1739953572982206/1881944038783158/?type=3&theater






 

Create Date : 18 ธันวาคม 2560   
Last Update : 26 ธันวาคม 2560 13:18:59 น.   
Counter : 613 Pageviews.  

สมเด็จพระเทพฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน ส.ค.ส. ๒๕๖๑







สมเด็จพระเทพฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน ส.ค.ส. ปี 2561 พร้อมพรพระราชทาน “ปีจอขอให้ร่าเริง”

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานภาพฝีพระหัตถ์ สุนัข 2 ภาพ โดยภาพแรกเป็นภาพสุนัขหูตั้ง ตากลมโต สีน้ำตาล และภาพที่ 2 เป็นภาพสุนัขพันธุ์ดัชชุน (Dachshund) หรือ พันธุ์ไส้กรอก สายพันธุ์เยอรมัน

ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ลายพระหัตถ์ ความว่า

ส.ค.ส. ๒๕๖๑ ปีจอขอให้ร่าเริง
ปีเอ๋ยปีจอหมา
ไปที่ไหนก็วิ่งมากันเป็นฝูง
วิ่งตามติดปล่อยได้ไม่ต้องจูง
ไล่แมว แมวขึ้นที่สูงไล่ไม่ทัน
หมาเล็กใหญ่ล้วนเป็นเพื่อนเก่าแก่
เป็นเพื่อนแท้น่าเอ็นดูอยู่กับฉัน
ถึงปีจอขอให้เป็นเพื่อนกัน
ให้สุขสันต์เริงร่าทุกนาที

สำหรับผู้สนใจ สามารถเยี่ยมชมและเลือกซื้อสินค้าได้ที่ ร้านภูฟ้าทั้ง 19 สาขา, บริเวณจุดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ร้านภูฟ้าในงานนิทรรศการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ท้องสนามหลวง บริเวณศาลาลูกขุน 3 (ใกล้ประตูทางออก) ตลอดช่วงจัดแสดงนิทรรศการ และสั่งซื้อออนไลน์ ได้ที่ https://www.phufa.org บริการจัดส่ง EMS ทั่วประเทศไทย

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. เนื่องในโอกาสครบรอบ 12 ปี มูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า จัดทำสมุดบันทึกลายการ์ตูนสุนัขและสมุดฉีกลายภาพการ์ตูนปีนักกษัตร ฝีพระหัตถ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมุดบันทึกมี 2 สี สีม่วงและสีเหลือง จำนวน 232 หน้า กระดาษปอนด์อย่างดี พร้อมลายพระหัตถ์ “ส.ค.ส. 2561 สุนัขคู่มิตร” พร้อมคำอวยพรโคลงสี่สุภาพพระราชทาน ความว่า “สุนัขเป็นเพื่อน รู้ใจกัน มีหลากหลายเผ่าพันธุ์ พวกพ้อง ดุจมิ่งมิตรต่างกัน แต่สนิท ด้วยจิตคิดปกป้อง เพื่อนให้ปลอดภัย” จำหน่ายเล่มละ 150 บาท

นอกจากนี้ทางมูลนิธิฯ จัดทำสมุดฉีกภาพวาดการ์ตูนปีนักษัตรฝีพระหัตถ์ 12 ลายตามปีนักกษัตร 12 แบบ ใน 1 ชุดมี 2 เล่ม ราคาชุดละ 50 บาท วางจำหน่ายที่มูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า วังสระปทุม โทรศัพท์ 0-2252-6137, 0-2251-3999 ต่อ 201, 202 ร้านมูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า บองมาร์เช่ มาร์เก็ตพาร์ค ร้านนายอินทร์ทุกสาขา บริษัทอมรินทร์บุ๊คเซ็นเตอร์ จำกัด และร้านสภาชนนี อาคาร สธ.ชั้น 2 โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์


https://www.matichon.co.th/news/758200
https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_660493




 

Create Date : 17 ธันวาคม 2560   
Last Update : 18 ธันวาคม 2560 21:19:22 น.   
Counter : 443 Pageviews.  

นิทรรศการ พระเมรุมาศ น้อมรำลึก ในหลวง ร.9 ...รวบรวมข้อมูลประกอบการเข้าชม (ขยายเวลาถึง 31ธค.)






เปิดให้ชมนิทรรศการพระเมรุมาศ 2-30 พ.ย. เวลา07.00 - 22.00 น.
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเสด็จเป็นประธานเปิดนิทรรศการ ในวันที่ 2 พฤศจิกายน

เบื้องต้นจะเปิดให้เข้าชมอย่างอิสระ รอบละ 5,500 คน รองรับประชาชนได้วันละ 104,000 คน แบ่งเป็น
- กลุ่มภิกษุ สามเณร 500 รูปต่อวัน
- ผู้พิการทุกประเภท 500 คนต่อวัน
- นักท่องเที่ยว 8,000 คนต่อวัน
- นักเรียน นักศึกษา 15,000 คนต่อวัน
- ประชาชนทั่วไป 80,000 ต่อวัน

* กำหนดเวลาเข้าชมรอบละ 1 ชั่วโมง
- ถ่ายภาพที่ระลึกบริเวณถนนเส้นกลางทางเข้าพระเมรุมาศ ซึ่งจะเห็นภาพแปลงนาเลขเก้าไทย คและภาพภูมิทัศน์ส่วนต่างๆ

ของพระเมรุมาศในมุมกว้าง 15 นาที
จากนั้น...จะให้เข้าชม พื้นที่ด้านใน 45 นาทีโดยให้เข้าชมอย่างอิสระ....

พระที่นั่งทรงธรรม ซึ่งจัดแสดงพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจ รวมถึงยังมีภาพจิตกรรมโครงการในพระราชดำริ ให้ชมทั้ง 3 ด้าน....

ส่วนอาคารประกอบอื่น ๆ จะแสดงการจัดสร้างพระเมรุมาศ งานปราณีตศิลป์และงานจิตกรรมประเภทต่าง ๆ อำนวยความสะดวกให้กับผู้พิการ จัดให้มีนิทรรศการสัมผัส พร้อมเสียงบรรยายเพื่อให้ทุกคนได้เข้าใจถึงความเป็นมาของการจัดสร้างพระเมรุมาศ และอาคารประกอบทั้งหมด ถือเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ

ทั้งนี้ก่อนหมดเวลา เข้าชม 5 นาทีจะมีสัญญาณแจ้งหมดเวลาเข้าชม เพื่อเปิดให้รอบต่อไป ได้เข้าต่อ
คาดว่าจะมีประชาชนเข้าชมทั้งหมดกว่า 3 ล้านคน

*** บริเวณทางเข้ามีจุดคัดกรอง 5 จุด โดย
๑. ประชาชนทั่วไป ให้เข้าในจุดคัดกรอง 3 จุด
-บริเวณหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน(รด.)
-ท่าช้าง
-พระแม่ธรณีบีบมวยผม
๒. ผู้พิการ เข้าตรงจุดคัดกรองหลังกระทรวงกลาโหม
๓. พระภิกษุ สามเณร เข้าทางด้านหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.)



ประชาชนแต่งชุดสุภาพ เช่นเดียวกับการเข้าชมวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว โดยงดเว้น สายเดี่ยว กางเกงขาสั้น และเสื้อแขนกุด
กระทรวงวัฒนธรรมได้ให้แนวทางปฏิบัติไว้ดังนี้
- สุภาพบุรุษให้ สวมเสื้อมีแขน งดสวมเสื้อแขนกุด เสื้อกล้าม เสื้อเอวลอย เสื้อรัดรูป เสื้อผ้าเนื้อโปร่งบาง สวมกางเกงขายาว ไม่รัดรูป ไม่ขาดวิ่น งดกางเกงขาสั้น กางเกงขาสามส่วน กางเกงยีนส์ อนุโลมในกรณีกางเกงยีนส์ดำ ไม่ฟอก ไม่ขาด ไม่รัดรูป สวมรองเท้าแบบสุภาพ งดสวมรองเท้าแตะ รองเท้าฟองน้ำ
- สุภาพสตรีให้สวมเสื้อมีแขน งดสวมเสื้อแขนกุด เสื้อกล้าม เสื้อเอวลอย เสื้อเกาะอก เสื้อรัดรูป เสื้อผ้าเนื้อโปร่งบาง คอเสื้อคว้านลึก สวมกระโปรงยาวคลุมเข่า ไม่รัดรูป ไม่ผ่าสูง หรือสวมผ้าซิ่น ผ้าพื้นถิ่น งดการสวมเสื้อผ้าเนื้อผ้าโปร่งบาง หรือ กางเกงขายาวสุภาพ ไม่รัดรูป ไม่ขาดวิ่น งดกางเกงขาสั้น กางเกงขาสามส่วน กางเกงยีนส์ อนุโลมในกรณีกางเกงยีนส์ดำ ไม่ฟอก ไม่ขาด ไม่รัดรูป สวมรองเท้าแบบสุภาพ งดสวมรองเท้าแตะ รองเท้าฟองน้ำ
- ส่วนกลุ่มชาติพันธุ์ สวมชุดพื้นถิ่น และนักเรียน นิสิต นักศึกษา สวมเครื่องแบบตามที่ราชการกำหนด

ผู้ประสงค์จะเข้าชมนิทรรศการ สามารถเข้าคิวรอตรงจุดพักรอ บริเวณเต็นท์ที่จัดเตรียมไว้ เพื่อรอคิว การเข้าชมจะใช้แนวปฏิบัติเดียวกับการเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ โดยจะจัดเป็น 4 แถว

องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.)จะจัดรถโดยสารให้บริการฟรีใน 6 เส้นทาง ตั้งแต่เวลา 05.00 -23.00 น.
เส้นทางละ 10 คัน รอบละ 60 คัน ได้แก่ ...
1.อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-สนามหลวง
2.หัวลำโพง-สนามหลวง
3.วงกลมรอบเกาะรัตนโกสินทร์-สนามหลวง
4.เอกมัย-สนามหลวง
5.สายใต้ใหม่-สนามหลวง
6.หมอชิต-สนามหลวง

ส่วนทางเรือจะให้บริการ ตั้งแต่เวลา 06.00-22.30 น.ที่ท่านิเวศวรดิษฐ์ และท่าราชนาวิกสภา
ผู้ให้บริการเรือด่วน เรือเมล์ ขยายเวลารองรับการเดินทางของประชาชนด้วย

ภายในบริเวณพระเมรุมาศ มีการแสดงมหรสพ และการแสดงชุดต่างๆ ในเวลา 18.00-22.00 น. และจะมีการประโคมดนตรี วงบัวลอย บริเวณศาลาลูกขุน เวลา 08.00-17.00 น.
และทุกวันเสาร์-อาทิตย์ จะมีการแสดงโขนหน้าพระที่นั่งทรงธรรม เพื่อให้ผู้เข้าชมนิทรรศการ ได้ซึบซับบรรยากาศเสมือนวันถวายพระเพลิงพระบรมศพ

เนื้อหานิทรรศการซึ่งจะใช้พื้นที่ทั่วทั้งบริเวณมณฑลพิธี ออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้

1. นิทรรศการโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บอกเล่าเรื่องราวผ่านงานภูมิทัศน์ ได้แก่ การชมแปลงนาข้าวและบ่อแก้มลิงบริเวณ ทางเข้าด้านทิศเหนือของมณฑลพิธี รวมถึงภาพจิตรกรรมฝาผนัง 3 ภาพใหญ่ ภายใน พระที่นั่งทรงธรรม ซึ่งแสดงให้เห็นโครงการพระราชดำริที่สำคัญในทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย

2. นิทรรศการเกี่ยวกับการจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ เป็นการบอกเล่าเรื่องราวผ่านสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ภายในบริเวณมณฑลพิธี และที่ศาลาลูกขุนทั้ง 6 หลัง จะมีนิทรรศการเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิดการออกแบบและขั้นตอนการผลิตงานสถาปัตยกรรม จิตรกรรม ประติมากรรม และงานประณีตศิลป์ ตลอดจนงานบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ

3. นิทรรศการพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจ จะจัดแสดงบน พระที่นั่งทรงธรรม กำหนดให้ประชาชนเดินชมเป็นทิศทางเดียว จากปีกอาคารด้านทิศใต้ ผ่านโถงกลางและจบที่ปีกอาคารด้านทิศเหนือ ประกอบด้วยนิทรรศการย่อย 5 ส่วน ดังนี้
– นิทรรศการพระราชประวัติตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์
– นิทรรศการจากหนังสืออุปกรณ์ทรงงาน (ชุดที่ 1)
– นิทรรศการจากหนังสืออุปกรณ์ทรงงาน (ชุดที่ 2)
– นิทรรศการธรรมราชา พระมหากษัตริย์ผู้ทรงทศพิธราชธรรม
– นิทรรศการสืบสานสมานมิตร เล่าเรื่องการเสด็จพระราชดำเนินไปเจริญสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ

https://www.thairath.co.th/content/1113955
..........................................


ย้ำ! 15 ข้อควรรู้ก่อนไปชมพระเมรุมาศ ฉบับอัพเดตจากการชมรอบทดสอบ
วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 - 08:00 น.
https://www.prachachat.net/rama9royalfuneral/news-64371

1.เปิดให้เข้าชมเวลา 07.00-22.00 น. วันที่ 2-30 พฤศจิกายน ไม่มีวันหยุด

2.แต่งกายด้วยชุดสุภาพเรียบร้อย ไม่สวมกางเกงขาสั้น ไม่สวมกางเกงหรือกระโปรงเข้ารูป ไม่สวมกางเกงยีนส์ฟอกสีซีดหรือมีรอยขาด ไม่สวมเสื้อผ้าที่ผ้าบาง ไม่สวมเสื้อแขนกุดหรือเสื้อกล้าม ส่วนเรื่องสีเป็นสีอะไรก็ได้ ไม่ต้องไว้ทุกข์ สำหรับนักเรียน นักศึกษา กลุ่มอาชีพที่มีเครื่องแบบให้แต่งชุดเครื่องแบบ รวมถึงกลุ่มชนเผ่า ให้แต่งชุดชนเผ่าได้

3.ต้องผ่านจุดคัดกรอง 5 จุด ได้แก่ บริเวณหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ บริเวณท่าช้าง บริเวณหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (รด.) บริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสำหรับผู้พิการให้ใช้จุดคัดกรองบริเวณด้านหลังกระทรวงกลาโหม

4.ใช้บัตรประชาชนแลกบัตรเข้าชมที่สนามหลวงทางทิศตะวันตก ตรงข้าม ม.ธรรมศาสตร์ ที่จุดแลกบัตรจะแจกแผ่นพับนำชมนิทรรศการ มีทั้งภาษาไทย จีน อังกฤษ

5.เมื่อแลกบัตรแล้วจะมีเต็นท์ให้นั่งรอคิว เจ้าหน้าที่จะให้เข้าชมรอบละ 5,500 คน

6.ให้ชมที่ด้านล่างเท่านั้น ไม่อนุญาตให้ขึ้นบนองค์พระเมรุมาศ

7.ดูแต่ตา ห้ามแตะ ห้ามจับ ห้ามพิงส่วนประกอบของพระเมรุมาศ

8.อนุญาตให้เซลฟี่ได้ในกิริยาอาการสำรวม แต่ห้ามไลฟ์ ห้ามวิดีโอคอล

9.แต่ละรอบมีเวลาเข้าชม 1 ชั่วโมงเท่านั้น ห้ามเกิน เมื่อได้ยินเสียงกริ่งดังหรือเสียงเจ้าหน้าที่ประกาศต้องรีบเดินไปยังทางออก เพื่อให้รอบต่อไปได้เข้าชมอย่างเท่าเทียมกัน

10.ออกได้ทางเดียวเท่านั้นคือทางทิศใต้ของสนามหลวงหรือฝั่งพระบรมมหาราชวัง ให้แลกบัตรคืนที่จุดนี้

11.นอกจากชมความวิจิตรของพระเมรุมาศแล้ว ควรเผื่อเวลาไว้ชมนิทรรศการฯ ซึ่งจัดแสดงบนพระที่นั่งทรงธรรม และศาลาลูกขุน รวม 7 นิทรรศการ ทุกนิทรรศการน่าสนใจ ไม่ควรพลาด

ที่พระเมรุมาศ ซึ่งเป็นอาคารทรงบุษบกนั้น รายล้อมด้วยเมรุทิศทั้งหมด 8 หลัง เมื่อรวมกับอาคารประธานก็จะเป็น 9 ยอดด้วยกัน บริเวณรอบๆ มีการประดับประติมากรรมเทวดา นาค สัตว์ในตำนาน และจตุโลกบาล รวมถึงมีการจำลองป่าหิมพานต์มาไว้ที่ฐานล่างสุดด้วย

อีกสิ่งหนึ่งที่นับว่าเป็นงานศิลปกรรมที่วิจิตร ก็คือ ฉากบังเพลิง ซึ่งมีการเขียนเป็นภาพอวตารของพระวิษณุทั้งหมด 8 ปางด้วยกัน ด้านล่างของฉากเขียนเป็นภาพสิ่งที่ในหลวงทรงสร้างไว้

สำหรับจุดไฮไลต์ที่มีความงดงามและเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ควรชม ได้แก่
- จุดถนนทางเข้าพระเมรุมาศ เห็นพระเมรุมาศมุมกว้างยิ่งใหญ่
- พระที่นั่งทรงธรรม มีนิทรรศการพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจของในหลวง รัชกาลที่ 9 โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เช่น แปลงนาข้าวและบ่อแก้มลิง ภาพจิตรกรรมฝาผนัง อุปกรณ์ทรงงาน เป็นต้น

- ศาลาลูกขุน 6 หลัง มีนิทรรศการแนวคิดการออกแบบพระเมรุมาศ พระบรมโกศ และขั้นตอนการผลิตงานสถาปัตยกรรม จิตรกรรม ประติมากรรม และงานประณีตศิลป์ ตลอดจนงานบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ

12.มีนิทรรศการสำหรับผู้พิการทางสายตาและทางการได้ยิน จัดแสดงในอาคารทับเกษตร ซึ่งมีพระเมรุมาศ และองค์ประกอบต่าง ๆ จำลองเพื่อให้ผู้พิการได้มีโอกาสสัมผัสแทนการมองด้วยตา มีอาสาสมัครนำชมและจัดทำซีดีเสียงบรรยายนิทรรศการสำหรับผู้พิการทางสายตา ส่วนผู้พิการทางการได้ยิน มีจิตอาสานำชมด้วยภาษามือ

13.นอกจากพระเมรุมาศ อาคารประกอบพระเมรุมาศ และนิทรรศการฯแล้ว ยังมีการแสดงมหรสพที่เวทีมหรสพด้านนอก จะทำการแสดงทุกวันเวลา 18.00-22.00 น. พิเศษเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ มีการจัดแสดงโขนหน้าพระที่นั่งทรงธรรม มหรสพเหล่านี้หาดูยาก ถ้าใครมีเวลาควรรอดู

14.โรงราชรถ ราชยาน ในบริเวณพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติก็เปิดให้เข้าชมได้ในเวลาเดียวกัน

15.การเดินทางโดยรถสาธารณะ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ (ขสมก.) จัดรถโดยสารให้บริการฟรีจากจุดต่าง ๆ ตั้งแต่เวลา 05.00-23.00 น. จำนวน 60 คันต่อวัน ใน 6 เส้นทาง ได้แก่ 1.อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ 2.สถานีรถไฟหัวลำโพง 3.วงกลมรอบเกาะรัตนโกสินทร์ 4.สถานีขนส่งเอกมัย 5.สถานีขนส่งสายใต้ใหม่ 6.สถานีขนส่งหมอชิต ส่วนการเดินทางทางเรือ ได้ขอความร่วมมือผู้ให้บริการเรือด่วน เรือเมล์ขยายเวลาให้บริการเวลา 05.00-22.30 น.

หากใครมีคำถามอะไรนอกเหนือจากนี้ สอบถามได้ที่สายด่วนวัฒนธรรม โทร.1765 หรือเว็บไซต์ https://www.m-culture.go.th

...........................................

รวมรายละเอียดนิทรรศการต่างๆ ในงานนิทรรศการพระเมรุมาศฯ
 โดย Time Out Bangkok staff โพสต์เมื่อ วันอังคาร 7 พฤศจิกายน 2017
https://www.timeout.com/bangkok/th/blog/รวมรายละเอียดนิทรรศการต่างๆ-ในงานนิทรรศการพระเมรุมาศฯ-110717

ในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ นอกจากผู้เข้าชมพระเมรุมาศจะได้ชมรายละเอียดทางศิลปกรรมอันทรงคุณค่าอย่างใกล้ชิดแล้ว ภายในบริเวณงานนิทรรศการพระเมรุมาศและงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯยังมีการจัดนิทรรศการอีกสองงาน ได้แก่
๑. นิทรรศการพระผู้ทรงเป็นนิรันดร์ นำเสนอพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งทรงธรรม
๒. นิทรรศการพระเมรุมาศพิมานนฤมิต ซึ่งนำเสนอรายละเอียดและขั้นการจัดสร้างพระเมรุมาศโดยละเอียดควบคู่ไปพร้อมๆ กันอีกด้วย โดยทั้งสองนิทรรศการมีรายละเอียดดังนี้

นิทรรศการ พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์
นิทรรศการแสดงพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ แบ่งการจัดแสดงออกเป็น 5 ส่วน ได้แก่
    เมื่อเสด็จอวตาร  นิทรรศการแสดงพระราชประวัติ พระราชจริยาวัตร ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ จนถึงเมื่อทรงเจริญพระชนมพรรษา และทรงครองสิริราชสมบัติ
    รัชกาลที่ร่มเย็น  นิทรรศการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการทรงงานด้านต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นับตั้งแต่การเสด็จฯ ออกเยี่ยมราษฎรในถิ่นทุรกันดาร รวมถึงโครงการออกแบบและทดลองด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนชาวไทย
    เพ็ญพระราชธรรม  นิทรรศการเกี่ยวกับทศพิธราชธรรม เนื้อความครอบคลุมธรรมะสำหรับผู้ปกครอง 10 ประการ จากหนังสือ พระเจ้าอยู่หัวแห่งประเทศไทยทรงครองราชย์ครบหมื่นวัน ซึ่งจัดพิมพ์พระราชทานในงานพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัณรสมวาร ถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร
    นำพระราชไมตรี  นิทรรศการด้านการทรงงานด้านการต่างประเทศของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ไม่ว่าจะเป็นการเสด็จออกทรงรับพระราชอาคันตุกะ และการเสด็จพระราชดำเนินเยือนนานาประเทศ นำมาซึ่งความสัมพันธ์ ความเข้าใจ และความร่วมมือระหว่างประเทศมาจนปัจจุบัน
    พระจักรีนิวัตฟ้า  นิทรรศการประมวลภาพประชาชนหลั่งไหลมาเฝ้าส่งเสด็จขบวนพระบรมศพ ไปจนถึงการกราบถวายบังคมพระบรมศพ ตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2559 ถึง 5 ตุลาคม 2560 พร้อมทั้งผู้นำประเทศต่างๆ ที่่ร่วมแสดงความอาลัย


นิทรรศการ พระเมรุมาศพิมานนฤมิต

นิทรรศการเล่าเรื่องราวเบื้องหลังและขั้นตอนการทำงานพระเมรุมาศ ได้แก่
    สมมติเทวพิมาน: สถาปัตยกรรมพระเมรุมาศ  บอกเล่าแนวคิด และคติความเชื่อเกี่ยวกับการก่อสร้างพระเมรุมาศของพระมหากษัตริย์ไทยที่สืบทอดมาตั้งเเต่สมัยสุโขทัย และพัฒนาการในเชิงรูปแบบทางสถาปัตยกรรม พร้อมทั้งมีหุ่นจำลองของผังบริเวณมณฑลพิธี เส้นทางริ้วขบวน หุ่นจำลองพระเมรุมาศและพระจิตกาธาน
    ณ วิธานสถาปกศาลา: จากแบบขยายสู่การก่อสร้าง  รวบรวมขั้นตอนการออกแบบก่อสร้างพระเมรุมาศ และอาคารประกอบต่างๆ โดยจำลองบรรยากาศวิธานสถาปกศาลา พร้อมทั้งจัดแสดงชิ้นส่วน อุปกรณ์งานตกแต่ง และวิดิทัศน์ฉายภาพลำดับการก่อสร้างในพื้นที่สนามหลวง
    ประติมาสร้างสรรค์: งานประติมากรรมประดับพระเมรุมาศ  จัดแสดงลำดับขั้นตอนการจัดสร้างงานประติมากรรมประดับพระเมรุมาศ ซึ่งในครั้งนีี้สำนักช่างสิบหมู่ได้ทำงานร่วมกันชอีกทั้งยังมีจิตรกรอาสาที่มาร่วมกันเขียนสีประติมาอีกจำนวนมาก
    สวรรค์บรรจงวาด: ฉากบังเพลิงและจิตรกรรมฝาผนังโครงการตามพระราชดำริ พื้นที่นี้จะจำลองภาพจิตรกรรมฉากบังเพลิงทั้งสี่ด้านของพระเมรุมาศมาติดตั้ง เพื่อให้ประชาชนได้ชื่่นชมรายละเอียด รวมทั้งการจัดสร้างจิตรกรรมเรื่องโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตลอดจนจัดแสดงเครื่องมือต่างๆ ในการดำเนินงาน
    ยาตรากฤษฎาธาร: การบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ  จัดแสดงเรื่องราวการทำงานในส่วนของการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ และพระยานมาศที่ใช้ในพระราชพิธี รวมไปถึงราชรถและราชยานที่สร้างขึ้นใหม่สำหรับงานนี้
    ตระการวิจิตรศิลปกรรม: งานประณีตศิลป์ในพระราชพิธี  เล่าเรื่องขั้นตอนการจัดสร้างพระโกศจันทน์ ฟืนไม้จันทน์ ช่อไม้จันทน์ รวมถึงพระโกศน์ทรงพระบรมอัฐิทองคำลงยา นอกจากนี้ยังมีการแสดงบนเครื่องสังเค็ดและตัวอย่างงานเครื่องสดที่จัดทำขึ้น
    นำสัมผัสพระสุเมรุ: นิทรรศการสัมผัสเพื่อผู้พิการทางสายตา  นิทรรศการพิเศษสำหรับผู้พิการทางสายตาให้ได้มีโอกาสสัมผัสส่วนประกอบของจริงแทนการมองด้วยตา โดยจะมีผังบริเวณมณฑลพิธีแบบนูนต่ำ พระเมรุมาศจำลองขนาดย่อส่วน และงานประติมากรรมประดับพระเมรุมาศมาให้ได้ลองสัมผัส รวมทั้งมีเสียงบรรยายเสริมอีกด้วย

ภายในงานยังมีการจัดทำข้อมูลดิจิทัลที่ได้รวบรวมรายละเอียดเกี่ยวกับพระเมรุมาศซึ่งสามารถเข้าถึงได้ด้วยรหัส QR Code ปรากฏอยู่ตามบริเวณต่างๆ ภายในบริเวณนิทรรศการ

..............................................
สรุปรายละเอียด 'นิทรรศการพระเมรุมาศ'
https://www.mangozero.com/king-rama-9-crematory-exhibition/

พระเมรุมาศ คือ?
เมรุ ตามความหมายในพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน หมายถึง “ภูเขากลางจักรวาล มียอดเป็นที่ตั้งแห่งเมืองสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ซึ่งเป็นที่ประทับของพระอินทร์” ซึ่งมีอีกความหมายคือ “เป็นที่เผาศพมีหลังคาเป็นยอด มีรั้วล้อมรอบ สำหรับพระมหากษัตริย์ เรียกว่า พระเมรุมาศ สำหรับพระบรมวงศานุวงศ์เรียกว่า พระเมรุ และสำหรับสามัญชนเรียกว่า เมรุ”

ในความเชื่อแบบพราหมณ์พระมหากษัตริย์ทรงเป็นสมมติเทพ ซึ่งสถิตบนเขาพระสุเมรุ อันล้อมรอบด้วยเขาสัตบริภัณฑ์ และเมื่อจุติลงมายังมนุษยโลกเป็นสมมติเทพ เมื่อสวรรคตจึงตั้งพระบรมศพบนพระเมรุมาศ หรือพระเมรุ เพื่อเป็นการส่งพระศพ พระวิญญาณกลับสู่เขาสุเมรุดังเดิม

(จากหนังสือ “พระเมรุมาศ พระเมรุ และเมรุสมัยรัตนโกสินทร์” ของ ศ.น.อ.สมภพ ภิรมย์)

คติจักรวาลวิทยาในพระเมรุมาศ

คติความเชื่อเรื่องโลกและจักรวาลในหนังสือไตรภูมิพระร่วงเป็นที่มาของการสร้างพระเมรุมาศ ซึ่งพระเมรุมาศเป็นการจำลองโลกและจักรวาล โดยเปรียบองค์พระเมรุมาศเสมือนเขาพระสุเมรุอันเป็นศูนย์กลางของจักรวาล

คติความเชื่อเรื่องโลกและจักรวาลนี้เป็นที่มาของการสร้างพระเมรุมาศในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เช่นเดียวกับพระมหากษัตริย์ไทยองค์ก่อนๆ โดยพระเมรุมาศเปรียบเสมือนเขาพระสุเมรุอันเป็นศูนย์กลางของจักรวาลและมีอาคารรายล้อมเสมือนสิ่งต่างๆ ที่รายล้อมจักรวาล

อย่างไรก็ตาม เป็นการยากที่จะระบุความหมายอย่างแน่ชัดในแบบแผนของพระเมรุมาศทั้งหมด เนื่องจากสิ่งก่อสร้างบางอย่างก็สร้างขึ้นตามประโยชน์ใช้สอย อาทิ พระที่นั่งทรงธรรม ใช้เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ เมื่อเสด็จไปงานถวายพระเพลิง

การสร้างพระเมรุมาศในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพคือการแสดงความเคารพอย่างสูงสุดที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์ใหม่ทรงถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ  ซึ่งเป็นโบราณราชประเพณีที่ทำสืบต่อกันมาตั้งแต่สมัยอยุธยา

เรียบเรียงโดย : คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ข้อมูล :หนังสือธรรมเนียมปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดงานพระบรมศพกรมศิลปากร



องค์ประกอบของพระเมรุมาศ


พระเมรุมาศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ประกอบด้วยอาคารทรงบุษบก จำนวน 9 องค์ ตั้งอยู่บนฐานชาลารูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส 3 ชั้น มีบันไดทางขึ้น ทั้ง 4 ทิศ ทิศตะวันตกหันหน้าเข้าพระที่นั่งทรงธรรม ทิศตะวันออกติดตั้งลิฟต์ และทิศเหนือติดตั้งสะพานเกรินสำหรับเชิญพระบรมโกศจากราชรถปืนใหญ่ขึ้นบนพระเมรุมาศ

โดยโครงสร้างพระเมรุมาศ ประกอบด้วยส่วนต่างๆ ดังนี้
    ลานอุตราวรรต หรือ พื้นรอบฐานพระเมรุมาศ มีสระอโนดาดทั้งสี่ทิศและเขามอจำลอง ภายในสระประดับด้วยประติมากรรมสัตว์หิมพานต์ ได้แก่ ช้าง โค สิงห์  ม้า และสัตว์หิมพานต์ตระกูลต่างๆ
    ฐานชาลาชั้นที่ 1 เป็นชั้นล่างสุด มีฐานสิงห์เป็นรั้วราชวัตร ฉัตร แสดงอาณาเขตพระเมรุมาศ และมีเทวดานั่งคุกเข่าถือบังแทรก ส่วนที่มุมทั้งสี่ของฐานมีประติมากรรมท้าวจตุโลกบาลประทับยืนหันหน้าเข้าสู่บุษบกองค์ประธาน
    ฐานชาลาชั้นที่ 2 มีหอเปลื้องทรงบุษบกรูปแบบเดียวกันตั้งอยู่ที่มุมทั้งสี่ ใช้สำหรับจัดเก็บพระโกศทองใหญ่และพระโกศไม้จันทน์ รวมถึงอุปกรณ์สำหรับงานพระราชพิธี
    ฐานชาลาชั้นที่ 3 ฐานบุษบกประธานประดับประติมากรรมเทพชุมนุม จำนวน 132 องค์โดยรอบ รองรับด้วยฐานสิงห์ซึ่งประดับประติมากรรมครุฑยุดนาคโดยรอบอีกชั้นหนึ่ง มุมทั้งสี่ของฐานชั้นที่ 3 นี้ เป็นที่ตั้งของซ่างทรงบุษบกยอดมณฑปชั้นเชิงกลอน 5 ชั้น ใช้สำหรับพระพิธีธรรม 4 สำรับ นั่งสวดอภิธรรมสลับกันไปตลอดนับตั้งแต่พระบรมศพประดิษฐานบนพระจิตกาธานจนกระทั่งถวายพระเพลิงพระบรมศพเสร็จ
    จุดกึ่งกลางชั้นบนสุด มีบุษบกองค์ประธานตั้งอยู่ เป็นอาคารทรงบุษบกยอดมณฑปชั้นเชิงกลอน 7 ชั้น ภายในมีพระจิตกาธาน เป็นที่ประดิษฐานพระบรมโกศ ผนังโดยรอบเปิดโล่ง ติดตั้งพระวิสูตร (ม่าน) และฉากบังเพลิงเขียนภาพพระนารายณ์อวตารตอนบน และภาพโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริตอนล่าง ที่ยอดบนสุด ประดิษฐานนพปฎลมหาเศวตฉัตร (ฉัตรขาว 9 ชั้น)

พระเมรุมาศของในหลวงรัชกาลที่ 9 นั้นทางกรมศิลปากรได้ออกแบบมาถึง 8 แบบ โดยมีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นองค์ที่ปรึกษาการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ได้มีพระกระแสรับสั่งให้การออกแบบพระเมรุมาศในครั้งนี้ว่า “ไม่ให้เหมือนที่เคยมีมา” และทรงมีพระราชวินิจฉัยเลือกพระเมรุมาศทรงบุษบก 9 ยอด 7 ชั้นเชิงกลอน

ผู้ออกแบบพระเมรุมาศ ที่ถูกเลือกคือ ‘นายก่อเกียรติ ทองผุด’ นายช่างศิลปกรรมชำนาญงาน สำนักงานสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ออกแบบได้ศึกษาแบบของพระเมรุมาศทรงบุษบกที่ใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ซึ่งออกแบบตามหลักโบราณราชประเพณีการสร้างพระเมรุมาศ ของพระมหากษัตริย์ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์แต่พระเมรุมาศทรงบุษบกของในหลวงรัชกาลที่ 9 จะมีลักษณะพิเศษในหลายๆ ด้านไม่เหมือนที่เคยมีมเป็นการสืบสาน และเกิดการพัฒนาศิลปกรรมงานช่างในหลายแขนง นอกจากนี้การก่อสร้างพระเมรุมาศยังใช้วัสดุบางอย่างทั้งในการก่อสร้าง และการประดับตกแต่งที่เปลี่ยนตามยุคสมัยเช่นการใช้ ไฟเบอร์กลาส มาแทนงานซ้อมไม้ซึ่งเป็นการสร้างชิ้นงานแทนลายแกะสลัก โดยปัจจุบันทำเพียงต้นแบบชิ้นเดียวแล้วนำไปหล่อไฟเบอร์กลาส นอกจากจะช่วยย่นระยะเวลาแล้ว ก็ยังรักษารูปแบบของสิ
ลปะการออกแบบดั้งเดิมไว้ได้เพียงแค่ปรับวัสดุตามยุคสมัย โครงสร้างส่วนใหญ่เป็นเหล็กรูปพรรณนำมาประกอบและยึดกันด้วยน็อต มีจำนวนมากกว่า 40,000 ชิ้น น้ำหนักรวม 800 ตัน ไม่มีการตอกเสาเข็มเป็นรากฐาน อีกทั้งทรงของพระเมรุมาศมีความใหญ่มาก

(ข้อมูลจาก : กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมศิลปากร, หนังสือสู่ฟ้าเสวยสวรรค์)

..............................................

พระเมรุมาศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
https://kingrama9.net/Crematory

ศิลป์-เพื่อใช้ประกอบในพระราชพิธีและประกอบพระเมรุมาศ.html

คู่มือชมพระเมรุมาศ ห้ามพลาดแม้แต่จุดเดียว(คลิป)
https://www.newtv.co.th/news/7255

รวมจุดประทับใจที่ไม่อยากให้พลาดในนิทรรศการพระเมรุมาศพิมานนฤมิต...
https://www.jeban.com/viewtopic.php?t=240168

ข้อควรรู้ ก่อนเข้าชมนิทรรศการพระเมรุมาศ น้อมรำลึก ในหลวง ร.9
https://today.line.me/th/pc/article/ข้อควรรู้+ก่อนเข้าชมนิทรรศการพระเมรุมาศ+น้อมรำลึกในหลวง+ร+9-q0Oyky

พาชม นิทรรศการ “ศาสตรา สถาปัตย์ ไทย: พระเมรุมาศ จุดเชื่อมจักรวาล และการออกแบบ”
https://www.mangozero.com/tcdc-insight-thai-architecture-museum/

[CR]เข้าชมงาน นิทรรศการพระเมรุมาศ ที่สนามหลวง
https://pantip.com/topic/37054802
















ภาพจำลองพระเมรุมาศและและอาคารประกอบ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง
จัดทำโดยนายวิบูลย์ ถนัดกิจ นายช่างเขียนแบบชำนาญงาน สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
https://www.facebook.com/prfinearts/posts/1508648895869216


:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::



📣 #ขยายเวลาเข้าชมพระเมรุมาศ ถึง 31 ธันวาคม 2560

🕖เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 06.00 - 22.00 น. (จุดคัดกรองเปิดให้เข้า 05.00 น. และปิดจุดคัดกรองเวลา 21.00 น.)

🔸กำหนดเวลาเข้าชมรอบละประมาณ 1 ชั่วโมง

🔸"งดให้ขึ้นชมด้านบน"ของพระเมรุมาศ แต่ยังสามารถชมรอบๆ และส่วนอื่นๆของนิทรรศการได้ตามปกติ

🔸พระที่นั่งทรงธรรม จัดแสดงพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจ รวมถึงภาพจิตกรรมโครงการในพระราชดำริ ให้ชมทั้ง 3 ด้าน
ส่วนอาคารประกอบอื่น ๆ ได้แก่
การจัดแสดงการจัดสร้างพระเมรุมาศ
พระโกศจันทน์
งานประณีตศิลป์
งานสถาปัตยกรรม
งานจิตกรรม เครื่องสดและอื่นๆ
การบูรณะราชรถราชยาน

🔸มีการอำนวยความสะดวกให้กับผู้พิการ ด้วยนิทรรศการสัมผัส พร้อมเสียงบรรยายเพื่อให้ทุกคนได้เข้าใจถึงความเป็นมาของการจัดสร้างพระเมรุมาศ และอาคารประกอบทั้งหมด

🔸ก่อนหมดเวลา เข้าชม 5 นาที จะมีสัญญาณแจ้งหมดเวลาเข้าชม เพื่อให้ประชาชนกลุ่มใหม่ได้เข้าชม

🔸จุดคัดกรองมีทั้งหมด 5 จุด โดยต้องยื่นบัตรแสดงตนที่ราชการออกให้ ณ จุดคัดกรองด้วย

-ประชาชนทั่วไป ให้เข้าในจุดคัดกรอง 3 จุด ได้แก่ บริเวณหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (รด.), ถนนด้านท่าช้าง และถนนด้านพระแม่ธรณีบีบมวยผม

-นักเรียนที่มาเป็นหมู่คณะ และพระภิกษุ สามเณร แม่ชี ให้เข้าจุดคัดกรองมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

-ผู้พิการ และผู้ที่ต้องการใช้วีลแชร์ ให้เข้าจุดคัดกรองพระแม่ธรณีบีบมวยผม

-นักท่องเที่ยว และชาวต่างชาติ ให้เข้าจุดคัดกรองกระทรวงกลาโหม

👔ผู้เข้าชมต้องแต่งชุดสุภาพ เช่นเดียวกับการเข้าชมวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว โดยงดเว้น เสื้อสายเดี่ยว แขนกุด เสื้อรัดรูป กางเกงขาสั้น กางเกงยีนส์ฟอก/ขาดรุ่ย และงดสวมรองเท้าแตะ (ผู้หญิงสามารถสวมกางเกงสุภาพได้)

🔸ผู้ประสงค์จะเข้าชมนิทรรศการ สามารถเข้าคิวรอตรงจุดพักรอบริเวณเต็นท์ที่จัดเตรียมไว้ เพื่อรอคิวเข้าชม การเข้าชมจะใช้แนวปฏิบัติเดียวกับการกราบถวายบังคมพระบรมศพฯ โดยระหว่างรอคอยจะได้ชมสารคดีแนะนำนิทรรศการ และภาพริ้วขบวนในช่วงงานพระราชพิธีอีกด้วย

🎼มีการประโคมดนตรีวงบัวลอย รอบบริเวณพระเมรุมาศ ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00น. โดยเล่น 90 นาที พัก 30 นาที สลับกันไป
และทุกวันเสาร์ และอาทิตย์ เวลา 19.00-19.30 น. จะมีการแสดงโขนหน้าพระที่นั่งทรงธรรม
นอกจากนี้เวทีด้านนอกฝั่งทิศเหนือ จัดให้มีมหรสพแสดงตลอดทั้งเดือน ตั้งแต่เวลา 18.00-19.30 น. และ 20.00-22.00 น.

🚌องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จัดรถโดยสารให้บริการฟรีใน 6 เส้นทาง ตั้งแต่เวลา 05.00 - 23.00 น. เส้นทางละ 10 คัน รอบละ 60 คัน ได้แก่
1. อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
2. หัวลำโพง
3. เอกมัย
4. สายใต้ใหม่
5. หมอชิต
6. วงกลมรอบเกาะรัตนโกสินทร์

ส่วนทางเรือจะให้บริการตั้งแต่เวลา 06.00-22.30 น. ที่ท่านิเวศน์วรดิฐ และท่าราชนาวิกสภา ทั้งนี้ผู้ให้บริการเรือด่วน เรือเมล์ ก็จะขยายเวลารองรับการเดินทางของประชาชนด้วย

📸 สำหรับเรื่องกล้องไม่จำกัดประเภท นำเข้าได้ทั้ง กล้องมือถือ, กล้องใหญ่ DSLR, ขาตั้งกล้อง (ไม่ต้องลงทะเบียนกล้อง)

ขอบคุณภาพพระเมรุมาศสวยๆจาก Birdy Photograph






 

Create Date : 28 พฤศจิกายน 2560   
Last Update : 2 ธันวาคม 2560 5:02:47 น.   
Counter : 1043 Pageviews.  

"จิตอาสาเฉพาะกิจ" งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวง ร.๙







สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทานพระราชานุญาต ให้จัดตั้ง "จิตอาสาเฉพาะกิจ" งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

# เปิดรับสมัคร วันที่ ๑ – ๓๐ กันยายน ๒๕๖๐
ปฏิบัติภารกิจ ณ อำเภอที่ลงทะเบียน วันที่ ๑๘ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๐

# สถานที่รับสมัคร  ณ ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ

# หลักฐานการสมัคร
๑  บัตรประจำตัวประชาชน(ฉบับจริง)/ กรณีเด็กอายุต่ำกว่า ๗ ปี ที่ยังไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน ขอให้นำเอกสารหลักฐานที่ปรากฏเลขรหัสบัตรประจำตัวประชาชน เช่น สูติบัตร หรือทะเบียนบ้าน มาด้วย
๒ สมุดบันทึกความดี “ประชาชนจิตอาสา เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ”(ถ้ามี)

# ผู้สมัครที่ประสงค์สมัครเข้าร่วมเป็นจิตอาสา“เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ”และจิตอาสาเฉพาะกิจงานพระราชิพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ  จะได้รับสิ่งของพระราชทานดังนี้
๑ บัตรประจำตัวจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ”
๒ บัตรประจำตัวจิตอาสาเฉพาะกิจงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ (แบ่งสีตามประเภทของงาน)
๓ เสื้อ หมวก ผ้าพันคอ และ ปลอกแขน




# ประเภทของงาน - รายละเอียดงาน ( Job Description )

งานดอกไม้จันทน์
    ปฏิบัติงานสนับสนุนเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องในเรื่องการจัดซุ้ม การแจก - การรับ การเชิญดอกไม้จันทน์ และช่วยจัดระเบียบแถวประชาชนในการเข้าแถวถวายดอกไม้จันทน์

งานด้านประชาสัมพันธ์
    ช่วยประชาสัมพันธ์ให้บริการข้อมูล ( Information ) เกี่ยวกับงานในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ รวมถึงช่วยดูแลต้อนรับ/รับรอง ( Reception ) ประชาชน ณ จุดบริการต่างๆ

งานโยธา
    ปฏิบัติงานสนับสนุนเรื่องการจัดเตรียมสถานที่ ช่วยดูแลรักษาความสะอาด เรียบร้อยของสถานที่จัดงาน ให้มีความสวยงามและสมพระเกียรติ ทั้งก่อนระหว่างและหลังงานพระราชพิธี

งานขนส่งเพื่อความปลอดภัยของประชาชน
    ปฏิบัติงานสนับสนุนเรื่องงานรับส่ง ประชาชนด้วยยานพาหนะ เช่น รถยนต์ จักรยานยนตร์ เรือโดยสาร รถกอล์ฟไฟฟ้า รถพ่วง ฯลฯ รวมถึงการอำนวยความสะดวกในเรื่องการแนะนำเส้นทางมายังพื้นที่จัดงาน

งานบริการประชาชน
    ปฏิบัติงานสนับสนุนเรื่องการจัดหาและหรือการบริการอาหาร น้ำดื่ม การเตรียมร่ม เสื้อกันฝน และช่วยประสานงาน ดูแลความเรียบร้อยในพื้นพักคอยของประชาชน

งานแพทย์
    ปฏิบัติงานสนับสนุนและช่วยอำนวยความสะดวกแก่แพทย์ พยาบาล รวมถึงช่วยอำนวยความสะดวกด้านการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ( First Aid ) และช่วยเหลือกู้ชีพ ( Basic Life Support ) ตลอดจนช่วยดูแลเรื่องเส้นทางฉุกเฉินสำหรับรถพยาบาลช่วยเหลือผู้ป่วย

งานรักษาความปลอดภัย
    ช่วยสอดส่อง สังเกต ระมัดระวังความปลอดภัยบุคคลและสถานที่ และแจ้งข้อมูลให้เจ้าพนักงานทราบ กรณีพบสิ่งผิดปกติ ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

งานจราจร   
    ปฏิบัติงานสนับสนุนและช่วยดูแลด้านการจราจรโดยรอบสถานที่จัดงาน เช่น ดูแลการหยุดรถ จอดรถ การข้ามทางของประชาชน การแนะนำเส้นทาง การแจ้งอุบัติเหตุการจราจรให้แก่เจ้าพนักงานทราบ เป็นต้น

...........................

อ่านรายละเอียดทั้งหมดที่ https://kingrama9.th/NewsHighlights/Detail/11

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ .. " ศูนย์ข้อมูลข่าวสารงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช "
https://www.facebook.com/informationcenter.for.kingrama9/
https://www.kingrama9.net/




จังหวัดกำแพงเพชร




สรุปจำนวนผู้มาลงทะเบียนจิตอาสาฯ จ.กำแพงเพชร ยอดรวม ๓๘,๘๐๑ ราย
เครดิต @Kanisorn Thongrak

หมายเหตุ การปฏิบัติภารกิจ "ณ อำเภอที่ลงทะเบียน" วันที่ ๑๘ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๐
ท่านที่ไม่ได้ลงทะเบียน ก็สามารถเข้ามาร่วมทำงานจิตอาสาได้เช่นกัน

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ ...
กำแพงเพชรรวมใจ น้อมอาลัยองค์ภูมิพล เพจ   
https://www.facebook.com/กำแพงเพชรรวมใจ-น้อมอาลัยองค์ภูมิพล-1825182744395543/

คกก.อำนวยการเพื่อดำเนินการอันเกี่ยวเนื่องกับงานพระบรมศพฯ      
https://www.facebook.com/phanomgon/media_set?set=a.1832478470101154.100000170556089&type=3

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ .. " ศูนย์ข้อมูลข่าวสารงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช "
https://www.facebook.com/informationcenter.for.kingrama9/
https://www.kingrama9.net/
https://kingrama9.th/NewsHighlights/Detail/11

"จิตอาสาเฉพาะกิจ" งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวง ร.๙    
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=05-09-2017&group=2&gblog=29




 

Create Date : 05 กันยายน 2560   
Last Update : 4 ตุลาคม 2560 20:49:22 น.   
Counter : 4296 Pageviews.  

คำขวัญวันแม่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๐






คําขวัญวันแม่ 2560 เนื่องในวันแม่แห่งชาติ


คําขวัญวันแม่ 2560 เนื่องในวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม มาอ่านคำขวัญวันแม่ ตั้งแต่ปี 2544 จนกระทั่งล่าสุด ส่วนคำขวัญวันแม่ 2560 ทีมงานจะมาอัพเดทให้ทราบอีกครั้งค่ะ

วันที่ 12 สิงหาคมของทุกปี เป็นวันสำคัญที่คนไทยทุกคนรู้กันดีว่า ตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และถือเป็น "วันแม่แห่งชาติ" ของประเทศไทยที่ทุกคนให้ความสำคัญ ซึ่งนับตั้งแต่วันแม่แห่งชาติเมื่อปี 2544 เป็นต้นมา ก็จะมีการตั้งคำขวัญประจำวันแม่แห่งชาติ เพื่อให้ลูก ๆ ทุกคนได้แสดงความกตัญญูกตเวทิตาต่อมารดา


   และนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่ง ที่วันแม่แห่งชาติ ตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้โปรดเกล้าฯ พระราชทานคำขวัญวันแม่แห่งชาติแก่สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อจะนำไปเผยแพร่เทิดพระคุณแม่ทั่วประเทศ



ส่วนคำขวัญวันแม่แห่งชาติประจำปีต่าง ๆ มีดังต่อไปนี้

คําขวัญวันแม่ 2560

          สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานคำขวัญวันแม่แห่งชาติ ปี 2560 เพื่ออัญเชิญลงหนังสือวันแม่แห่งชาติ ปี 2560 ของสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ดังนี้..

         "สอนให้ลูก เรียนรู้ สู้ปัญหา

         พัฒนา ด้วยตน จนเติบใหญ่

         เพราะคนแกร่ง จะก้าว ได้ยาวไกล

         เพื่อมาเป็น กำลังไทย ให้แข็งแรง"

เครดิต https://hilight.kapook.com/view/842

.....................................


แม้จะถือกำเนิดในราชสกุล กิติยากร แต่เนื่องจากปีที่ ม.ร.ว.สิริกิติ์ ประสูติ เป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่าน ตรงกับ พ.ศ.๒๔๗๕ ที่สยามประเทศเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณายาสิทธิราช เป็นประชาธิปไตย ดังนั้น จึงมีผลทำให้เจ้านายจำนวนมาก รวมทั้ง หม่อมเจ้านักขัตรมงคล พระบิดาต้องออกจากราชการ และต่อมาเมื่อกลับเข้ารับราชการใหม่ ก็ต้องเสด็จไปรับราชการในต่างประเทศ

ชีวิตเมื่อทรงพระเยาว์จึงเท่ากับบ่มเพาะให้พระธิดาองค์ใหญ่ได้เรียนรู้โลกกว้างมากกว่าการเป็นอยู่แบบสาวชาววังทั่วไป โดยเฉพาะในช่วงปฐมวัยที่ทรงอยู่ภายใต้การดูแลของสมเด็จตา สมเด็จยาย คือเจ้าพระยาวงศานุประพัทธ์ (ม.ร.ว.สท้าน สนิทวงศ์) กับ ท้าววนิดาพิจารินี ต้องทรงช่วยทำงานในบ้าน ช่วยทำงานในสวน แต่ความที่ท่านทั้งสองเป็นคนใจกว้างและอารีอารอบ ทำให้บ้านพักถนนพระราม ๖ มีผู้เข้ามาอาศัยร่มใบบุญกันอยู่มิได้ขาด อาทิ เจ๊กเส็ง แขกประจำบ้านที่ชอบมารับประทานอาหารด้วย เจ๊กเจี่ย เจ๊กเฮา คนเช่าบ้านชาวญี่ปุ่น นายเฮง อดีตทหารผ่านศึกสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๑ พี่เลี้ยงผล แม่ครัวแช่ม คนสวนอ้อน รวมถึงบริวารที่ไม่ใช่คน อย่าง แพะจินเจ้อ และสุนัขชื่อเจ้าลาบ บุคคล และสัตว์เลี้ยงเหล่านี้ทำให้ชีวิตในยามเยาว์ของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เต็มไปด้วยความสนุกสนานอบอุ่น และมีบทบาทสำคัญในการหล่อหลอมให้พระองค์มีน้ำพระทัยกว้างขวาง เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ พระอารมณ์ดีและมีเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ และสัตว์ผู้ยาก

ทรงให้ความสำคัญกับการเป็นพระมารดาในลำดับต้น ดังพระราชดำรัส เมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๒๒ ความตอนหนึ่งว่า

"ผู้หญิงไทยเรานี้ รักที่จะทำหน้าที่ที่ตัวคิดว่าสำคัญที่สุด คือการเป็นแม่ เพราะว่าอนาคตของชาติ ของเผ่าพันธุ์อะไรก็ขึ้นอยู่กับแม่ ถ้ามีแม่ที่ดี มีแม่เอาใจใส่ต่อลูกแล้ว ก็คิดว่าเด็กหรือทรัพยากรยิ่งใหญ่ของมนุษยชาตินี้ เป็นอันว่า เราหวังได้ว่าเด็กที่จะออกมาดีไม่ต้องพึ่งยาเสพติด ไม่ต้องพึ่งของมึนเมาที่จะทำให้เขาหมดความทุกข์ เพราะว่าภารกิจของการเป็นแม่นี้เป็นภารกิจที่สำคัญมากที่จะอบรมลูกให้ความรักความอบอุ่นต่างๆนานา ผู้หญิงไทยเราหรือผู้หญิงตะวันออกจึงเลือกที่จะเป็นแม่บ้านแม่เรือน..."

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รับสั่งเล่าถึงวิธีการเลี้ยงพระราชโอรส พระราชธิดาของพระราชมารดาว่า ในยามที่ไม่มีพระราชกิจ จะทรงใช้เวลาไปกับการอบรมลูกเสมอ การอบรมทรงมีหลายมาตรการที่ได้ผล เช่น เมื่อพี่เลี้ยงบ่นว่าข้าพเจ้าซนไม่ทราบจะเลี้ยงอย่างไร จับใส่คอกก็ปีนคอกได้เกรงจะเป็นอันตรายก็ต้องผูก สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงออกแบบตาข่ายคลุมเพื่อให้อยู่ในคอก ไม่ต้องผูก และก็ไม่เป็นอันตราย เมื่อข้าพเจ้าอาละวาด ก็เสด็จมาอาละวาดให้ดูจนข้าพเจ้างงตะลึง ทรงรับสั่งว่าทำแบบนี้ดีหรือไม่ ถ้าเห็นว่าไม่ดีก็ไม่ควรทำ ข้อนี้ได้ผล เพราะโตขึ้นมา ข้าพเจ้าไม่เคยอาละวาดเอะอะ หรือกระแทกกระทั้นอะไรเลยไม่ว่าจะโกรธแค่ไหน

หรือในคราวที่พระธิดาจำถ้อยคำที่ไม่สุภาพมาจากเพื่อนลองพูดดู พี่เลี้ยงไปทูลฟ้อง ทรงเรียกมาชี้แจงว่า การพูดแบบนี้ใครๆ ก็พูดได้ไม่ยากอะไร แต่ที่เขาไม่พูดกันเพราะเป็นสิ่งที่นำความเสื่อมเสียมาสู่ผู้พูดเอง ทำให้ถูกดูถูกและเกลียดชัง ถ้าต้องการความเจริญก็ไม่ควรพูด

เรื่องที่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จะทรงเน้นมากในการอบรมพระราชโอรส พระราชธิดา ก็คือการรับผิดชอบต่อตนเอง และความรับผิดชอบต่อหน้าที่ มีรับสั่งว่าเมื่อมีหน้าที่อะไรต้องทำอย่างเต็มใจ เมื่อพระราชโอรส พระราชธิดายังเด็ก โปรดเกล้าฯให้ตามเสด็จบางงาน และเมื่อเจริญวัยขึ้นก็มีมากขึ้นตามลำดับ ทรงสอนให้รู้จักอดทนและภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือพี่น้องร่วมชาติที่ด้อยโอกาส และมีความละอายใจถ้าไม่สามารถปฏิบัติตามหน้าที่ได้

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โปรดที่จะเป็นครูมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ มักโปรดที่จะเล่นเป็นครูแล้วเรียกเด็กๆในบ้านมาสอน เมื่อทรงมีพระราชโอรส และพระราชธิดาแล้ว ก็ทรงชอบสอนในยามว่างจะทรงซื้อหนังสือมาอ่านและเล่าพระราชทาน มีตั้งแต่นิทานสำหรับเด็ก ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ประวัติบุคคลสำคัญ ศิลปวัฒนธรรม รวมไปถึงข่าวในหนังสือพิมพ์

ทรงอ่านหนังสือมาก และมีทุกประเภท ซึ่งไม่มีผู้ใดทราบว่าทรงทำอย่างไรจึงมีเวลาอ่านหนังสือมากมายขนาดนี้ นอกจากจะทรงซื้อหนังสือด้วยพระองค์เอง แล้วยังทรงซื้อพระราชทานให้พระราชโอรส พระราชธิดาอ่าน จนทุกพระองค์เจริญวัยก็ยังทำ จะทรงแนะนำเคล็ดลับการอ่านให้รู้จักทั้งการอ่านในใจและการอ่านดังๆ มีรับสั่งว่า การอ่านจะช่วยให้ภาษาพูดของเราดีขึ้น ทรงสนับสนุนให้ตั้งห้องสมุดและสะสมหนังสือด้วย

โปรดที่จะให้พระราชโอรส และพระราชธิดา อ่านหนังสือมากกว่าดูทีวี ทรงให้เหตุผลว่า การดูทีวีเหมือนถูกสะกดจิตให้ต้องดูและฟังรายการที่มีผู้จัดรายการเพียงคน หรือ ๒ คน ในขณะที่หนังสือมีให้เลือกหลากหลาย แต่ก็มิได้ห้ามเด็กๆดูทีวีเสียทีเดียว ทรงให้ดูเฉพาะวันเสาร์ วันอาทิตย์ตอนบ่าย และเวลาดูก็ต้องทำงานที่เป็นประโยชน์ไปพลางๆด้วย เช่น เขียนรูป ถักไหมพรม หรือปักผ้า แต่พอแดดร่มลมตกสี่ถึงห้าโมงเย็นต้องพักสายตาจากการจ้องนานๆ ไปออกกำลังกายกลางแจ้ง เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง และได้อากาศบริสุทธิ์

และด้วยทรงมีสายพระเนตรที่ยาวไกล สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จึงมีวิธีสอนให้พระราชโอรส พระราชธิดารู้จักคิด เพราะการที่เด็กคิดเป็นจะทำให้เจริญวัยเป็นผู้ใหญ่ที่คิดเป็นตามไปด้วย เมื่อพระราชโอรส และพระราชธิดายังทรงพระเยาว์ ทรงสอนไม่ให้ทำอะไรตามเพื่อนหรือคนหมู่มาก มีรับสั่งว่า คนหมู่มากก็ไม่ใช่ว่าจะตัดสินอะไรได้ถูกต้องเสมอไป การคล้อยตามคนจะต้องคล้อยตามความคิดที่ดี ไม่ใช่คล้อยตามเพราะกลัวอำนาจของบุคคลต้นความคิดหรือชอบกับผู้คิด

จวบจนเมื่อพระราชธิดาเจริญวัยศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย ยังทรงคอยตักเตือนไม่ให้เพลิดเพลินไปกับชีวิตแปลกใหม่ในมหาวิทยาลัย ควรจะสละเวลาไปช่วยเหลือพี่น้องร่วมชาติที่ยังมีความทุกข์ยากอยู่เป็นส่วนมาก มีเป้าหมายที่จะให้พระราชโอรส พระราชธิดาเจริญวัยอย่างสมดุล เพียบพร้อมทั้งความรู้ทางวิชาการและหลักปฏิบัติ มีคุณธรรม มีจิตใจเมตตากรุณา เป็นพลเมืองดีมีศิลปะการใช้ชีวิตและมีพลานามัยที่แข็งแรงสมบูรณ์ ที่สำคัญการทำให้พี่น้องรักกัน ซึ่งเป็นปัญหาและความพยายามอย่างที่สุดของพ่อแม่นั้น สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมุ่งมั่นมาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีรับสั่งว่า

"บรรดาพี่น้องข้าพเจ้าสี่คนนี้รักและสามัคคีกันดี การที่ให้พี่น้องรักกันนั้นเป็นเรื่องที่พ่อแม่พยายามที่สุด ถึงจะมีพี่เลี้ยงช่วยเลี้ยง ทรงให้มีพี่เลี้ยงหรือผู้คนรวมๆกัน ไม่ใช่ว่าเป็นคนของคนโน้นคนนี้ กับข้าพเจ้าก็จะรับสั่งถึงพี่หญิง พี่ชาย และน้องเล็ก เช่น เห็นข้าพเจ้ามีอะไร จะรับสั่งทันทีว่าของนี้พี่หญิงคงชอบ ให้ซื้อส่งไปให้พี่หญิง วิดีโอนี้พี่หญิงต้องชอบแน่ๆ ให้อัดส่งให้พี่หญิงด้วย ความจริงพระองค์จะส่งไปพระราชทานเองก็ได้ แต่นี่เป็นการเตือนให้พี่น้องรู้จักคิดถึงกัน"

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเป็นแบบอย่างในฐานะพระราชมารดาของพระราชโอรส และพระราชธิดาทั้ง ๔ พระองค์อย่างสมบูรณ์ มิได้ต่างไปจากพระดำรัสเนื่องในวันแม่แห่งชาติ วันที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๓๕ ที่พระราชทานแด่ปวงชนชาวไทยว่า

"จำเรียงถ้อยคุณธรรมความผิด-ถูก

ร้องเป็นเพลงกล่อมลูกทุกเช้า-ค่ำ

ให้ลูกรู้ว่าโลกนี้มีขาว-ดำ

ควรจะทำสิ่งใดให้โลกดี"

ขอบคุณข้อมูล.สกุลไทยออนไลน์

เครดิตเฟส  เรารัก สมเด็จพระเทพ ฯ  : Our Beloved Princess Maha Chakri Sirindhorn
https://www.facebook.com/MahaChakriSirindhorn/photos/?tab=album&album_id=10154474772617922

""""""""""""""""""""""""""




 

Create Date : 12 สิงหาคม 2560   
Last Update : 12 สิงหาคม 2560 18:02:03 น.   
Counter : 949 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  

BlogGang Popular Award#14


 
หมอหมู
Location :
กำแพงเพชร Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 739 คน [?]




ผมเป็น ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ หรือ อาจเรียกว่า หมอกระดูกและข้อ หมอกระดูก หมอข้อ หมอออร์โธ หมอผ่าตัดกระดูก ฯลฯ สะดวกจะเรียกแบบไหน ก็ได้ครับ

ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาหนึ่ง ซึ่งเมื่อเรียนจบแพทย์ทั่วไป 6 ปี ( เรียกว่า แพทย์ทั่วไป ) แล้ว ก็ต้องเรียนต่อเฉพาะทาง ออร์โธปิดิกส์ อีก 4 ปี เมื่อสอบผ่านแล้วจึงจะถือว่าเป็น แพทย์ออร์โธปิดิกส์ โดยสมบูรณ์ ( รวมเวลาเรียนก็ ๑๐ ปี นานเหมือนกันนะครับ )

หน้าที่ของหมอกระดูกและข้อ จะเกี่ยวข้องกับความเจ็บป่วย ของ กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก ข้อ และ เส้นประสาท โรคที่พบได้บ่อย ๆ เช่น กระดูกหัก ข้อเคล็ด กล้ามเนื้อฉีกขาด กระดูกสันหลังเสื่อม ข้อเข่าเสื่อม กระดูกพรุน เป็นต้น

สำหรับกระดูกก็จะเกี่ยวข้องกับกระดูกต้นคอ กระดูกสันหลัง กระดูกเชิงกราน กระดูกข้อไหล่ จนถึงปลายนิ้วมือ กระดูกข้อสะโพกจนถึงปลายนิ้วเท้า ( ถ้าเป็นกระดูกศีรษะ กระดูกหน้า และ กระดูกทรวงอก จะเป็นหน้าที่ของศัลยแพทย์ทั่วไป )

นอกจากรักษาด้วยการให้คำแนะนำ และ ยา แล้วยังรักษาด้วย วิธีผ่าตัด รวมไปถึง การทำกายภาพบำบัด บริหารกล้ามเนื้อ อีกด้วย นะครับ

ตอนนี้ผม ลาออกจากราชการ มาเปิด คลินิกส่วนตัว อยู่ที่ จังหวัดกำแพงเพชร .. ใช้เวลาว่าง มาเป็นหมอทางเนต ตอบปัญหาสุขภาพ และ เขียนบทความลงเวบ บ้าง ถ้ามีอะไรที่อยากจะแนะนำ หรือ อยากจะปรึกษา สอบถาม ก็ยินดี ครับ

นพ. พนมกร ดิษฐสุวรรณ์ ( หมอหมู )

ปล.

ถ้าอยากจะถามปัญหาสุขภาพ แนะนำตั้งกระทู้ถามที่ .. เวบไทยคลินิก ... ห้องสวนลุม พันทิบ ... เวบราชวิทยาลัยออร์โธปิดิกส์ หรือ ทางอีเมล์ ... phanomgon@yahoo.com

ไม่แนะนำ ให้ถามที่หน้าบล๊อก เพราะอาจไม่เห็น นะครับ ..




New Comments
[Add หมอหมู's blog to your web]