Ortho knowledge for all @ Do no harm patient and myself @ สุขภาพดี ไม่มีขาย ถ้าอยากได้ ต้องสร้างเอง

แนะถอน ‘ยาไดโคลฟีแนค’ ออกจาก รพ.สต. ก่อนมีความชัดเจนว่ามีผลต่อเส้นประสาทหรือไม่



แนะถอน ‘ยาไดโคลฟีแนค’ ออกจาก รพ.สต. ก่อนมีความชัดเจนว่ามีผลต่อเส้นประสาทหรือไม่

อย.นัดผู้เชี่ยวชาญถกประเด็นอาการไม่พึงประสงค์จากการฉีดยาไดโคลฟีแนค (Diclofenac) วันที่ 23 ม.ค. นี้ ด้าน ผศ.นพ.พิสนธิ์ แนะเบื้องต้นถอนยาตัวนี้ออกจาก รพ.สต.ไปก่อน และหากเชื่อว่ายานี้มีผลต่อเส้นประสาทจริงก็ต้องแก้บัญชียาหลักแห่งชาติ บรรจุยา Ketorolac เป็นทางเลือกแก่ผู้ปฏิบัติงาน

ผศ.นพ.พิสนธิ์ จงตระกูล

ผศ.นพ.พิสนธิ์ จงตระกูล อาจารย์ภาควิชาเภสัชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ในวันที่ 23 ม.ค. 2562 ที่จะถึงนี้ สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้เรียกประชุมผู้เชี่ยวชาญหลายสาขา เพื่อหารือเรื่องการเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์จากการใช้ Diclofenac injection หรือยาฉีดไดโคลฟีแนค หลังจากพบว่ามีผู้ป่วยเกิดความผิดปกติของเส้นประสาทหลังจากถูกฉีดยาตัวนี้เข้าไป

(ทั้งนี้ ยาไดโคลฟีแนค (Diclofenac) เป็นยาในกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) ช่วยในการบรรเทาอาการปวด บวมจากการอักเสบ ปวดตามข้อ ไขข้อกระดูก เช่น โรคข้อเสื่อม โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ปวดท้องจากประจำเดือน โรคข้ออักเสบ อาการตึงขัดของข้อ)

ผศ.นพ.พิสนธิ์ กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดในขณะนี้คือมีคนไข้จำนวนเยอะพอสมควรที่ทำเรื่องขอเงินเยียวยาไปยังสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จนคณะกรรมการ สปสช.กังวลว่ามีเคสเข้ามาเรื่อยๆ จึงทำหนังสือออกไปยังกระทรวงสาธารณสุขให้ระมัดระวังยาตัวนี้ หรือกระทำการบางอย่างเพื่อลดปัญหาการฉีดยาตัวนี้ลง ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขก็ได้ส่งจดหมายเวียนไปยังโรงพยาบาลทุกแห่งในสังกัดว่ามีเหตุการณ์เช่นนี้ให้ระมัดระวังด้วย

"เขากังวลเรื่องการฉีดเข้าไปในสะโพก เพราะมีคนไข้บางคนเกิดความผิดปกติของเส้นประสาท เช่น ปวดขา ขาไม่มีกำลัง แต่ก็ยังไม่ได้สรุปยืนยันว่าเป็นผลจากตัวยา ก็เข้าใจว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับเทคนิคการฉีดยาเพราะยาทุกชนิดถ้าเทคนิคการฉีดไม่ดีก็มีโอกาสโดนเส้นประสาทได้เสมอ อีกด้านหนึ่งก็มีรายงานที่เชื่อว่ายาไดโคลฟีแนค (Diclofenac) สามารถทำให้เกิดพิษที่เส้นประสาท ณ ตำแหน่งที่ฉีดได้แม้จะฉีดอย่างถูกต้องก็ตาม อาจเป็นไปได้ว่าตัวยาไปส่งผลกับเส้นประสาท ดังนั้น วันที่ 23 ม.ค. 2562 นี้ ทาง อย. กำลังเรียกประชุมผู้เชี่ยวชาญหลายสาขาเพื่อหารือในเรื่องนี้" ผศ.นพ.พิสนธิ์ กล่าว

อย่างไรก็ดี ผศ.นพ.พิสนธิ์ ให้ความเห็นว่า เป็นเรื่องน่าสงสัยว่ามีการฉีดมากมายทุกวัน ทำไมคนที่มาร้องเรียน สปสช. มีแต่ยาไดโคลฟีแนค (Diclofenac) ทั้งนั้น ก็อนุมานได้ว่าเพราะตัวยามีผลหรือไม่ ดังนั้น การเรียกประชุมผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาคำตอบว่าเกี่ยวกับยาหรือไม่ยังไม่พอ ก่อนจะพิสูจน์ว่าเป็นเพราะยาใช่หรือไม่ ต้องมีมาตรการไปยังโรงพยาบาลต่างๆ ด้วยว่าสิ่งใดที่ควรทำในขณะนี้ เพราะถ้ารอคำตอบอย่างเดียวก็จะมีคนร้องเรียนผ่าน สปสช.มาเรื่อยๆ

สำหรับแนวทางการออกมาตรการในระยะนี้ เช่น 1.สื่อสารประชาชนว่าไม่ควรขอให้หมอฉีดยา

2.ถอนยานี้ออกจากทุกโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เพราะหากฉีดไปแล้วเกิดปัญหาใดๆ ขึ้นมา หากเป็นหมอยังพอรับสภาพได้ แต่ถ้าพยาบาลเป็นคนฉีด โดยกฎหมายแล้วพยาบาลไม่สามารถฉีดยาตัวนี้ให้คนไข้ได้โดยไม่มีคำสั่งแพทย์ แต่ในทางปฏิบัติก็ทำกันอยู่ ดังนั้นถ้าจะปกป้องผู้ปฏิบัติงานไม่ให้ถูกฟ้องร้องและป้องกันความเสี่ยงแก่ประชาชนก็ควรเอายาออกจาก รพ.สต.ก่อน

3.ถ้าเชื่อว่ายาไดโคลฟีแนค (Diclofenac) มีผลจริง ทางเลือกคือเปลี่ยนเป็นยาฉีดชนิดอื่น ซึ่งยาที่สามารถทดแทนได้คือยาคีโตโรแลค (Ketorolac) แต่ยาตัวนี้เป็นยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติ การแก้ปัญหาก็ต้องแก้ไปถึงบัญชียาหลักแห่งชาติว่าเห็นด้วยกับการบรรจุยาคีโตโรแลค (Ketorolac) อยู่ในบัญชียาหลักหรือไม่ เพื่อเป็นทางเลือกแก่แพทย์นอกเหนือจากไดโคลฟีแนค (Diclofenac) เป็นต้น

(ทั้งนี้ ยาคีโตโรแลค (Ketorolac) เป็นยาในกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) นำมาใช้บรรเทาอาการเจ็บปวดหรือลดการอักเสบ ที่มีความรุนแรงปานกลางไปจนถึงรุนแรงมาก และมักจะใช้ก่อนหรือหลังขั้นตอนการแพทย์หรือการผ่าตัด แต่ไม่ได้นำมาใช้รักษาสาเหตุของโรคยานี้ รวมทั้งไม่นำมาใช้รักษาโรคเรื้อรังหรือโรคที่มีอาการระยะยาว เช่น ข้ออักเสบ เป็นต้น)

"ในมุมประชาชน อยากสื่อสารว่าการเรียกร้องให้หมอฉีดยาให้เป็นเรื่องไม่จำเป็น บางคนมาหาหมอ วัตถุประสงค์คือมาฉีดยา เป็นหวัด เจ็บคอ ปวดเมื่อย ปวดไหล่ ก็ขอฉีดยา แต่การฉีดยามีความเสี่ยงเสมอ คือ 1.อาจโดนเส้นประสาท 2.เสี่ยงต่อการติดเชื้อเสมอหากฉีดผิดวิธี และหากเป็นยาไดโคลฟีแนค (Diclofenac) ก็อาจมีอันตรายจากตัวยาเองก็เป็นได้ที่ทำให้เกิดอาการ นอกจากเส้นประสาทมีปัญหา เดินลำบาก ปวดขา ขาไม่มีกำลังแล้ว ยังทำให้เกิดอาการแปลกๆ อีกหลายอาการ จนในที่สุดเกิดผลเสียร้ายแรง ดังนั้นไม่ควรขอหมอฉีดยาเลย การฉีดยาเป็นการตัดสินใจทางการแพทย์ หมอเป็นคนตัดสินใจให้ฉีด ไม่ใช่ประชาชนมาสั่งหมอว่าจะฉีดยา" ผศ.นพ.พิสนธิ์

อนึ่ง วันที่ 27 ธ.ค. 2561 ที่ผ่านมา ศูนย์เฝ้าระวังความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพของ อย. ได้ จดหมายข่าวเรื่อง การเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์จากการใช้ Diclofenac injection โดยระบุว่า ในระยะเวลา 33 ปี (พ.ศ. 2529 – วันที่ 25 ธ.ค. 2561) พบรายงาน AEs สะสมทั้งหมดจำนวน 10,551 ราย เฉลี่ยปีละ 320 ราย เป็นรายงานใช้ยาฉีดเข้ากล้ามเนื้อ 8,439 ราย (ร้อยละ 79.99) และใช้ฉีดเข้าเส้นเลือดดำ 2,112 ราย (ร้อยละ 20.11)

ขณะเดียวกัน เมื่อเปรียบเทียบ AEs ช่วง 10 ปีตั้งแต่ พ.ศ. 2551 – 2560 กับปริมาณการนาเข้า/ผลิตยา diclofenac injection ในช่วงเวลาเดียวกัน พบอัตราการรายงาน AEs เฉลี่ย 7 รายต่อปริมาณการนาเข้า/ผลิต diclofenac injection 100,000 ampules และเมื่อพิจารณาแยกรายปีไม่พบแนวโน้มการรายงานที่สูงขึ้น รวมทั้งการบาดเจ็บที่เกี่ยวข้องกับเส้นประสาทไซอาติก เช่น numbness, peripheral nerve injury และ injection site pain ก็ไม่พบแนวโน้มการรายงานที่เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ เนื่องจากเทคนิคการฉีดเป็นหนึ่งในปัจจัยของการบาดเจ็บที่เกี่ยวข้องกับเส้นประสาทไซอาติก จึงขอแนะนาบุคลากรทางการแพทย์ในการใช้ยา diclofenac injection เพื่อป้องกันไม่ให้เส้นประสาทหรือเนื้อเยื่อเสียหาย คือควรฉีดลึกๆ เข้ากล้ามเนื้อบริเวณสะโพกส่วนนอกด้านบน โดยขณะนี้ อย.อยู่ระหว่างการทบทวนข้อมูลความปลอดภัยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและจะแจ้งผลให้ทราบต่อไป

กดถูกใจแฟนเพจ Hfocus.org บน Facebook ติดตามข่าวสารระบบสุขภาพทุกความเคลื่อนไหว

https://www.hfocus.org/content/2019/01/16723?fbclid=IwAR3ABFA9MuRBr-5T1i3T8itfqV2O-SIj__V9SxxnAVrRO8K_35W1UNuqxAA




 

Create Date : 11 มกราคม 2562   
Last Update : 11 มกราคม 2562 12:48:15 น.   
Counter : 74 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

แอพพลิเคชั่น ''แจ้งเตือนคิว'' ลดปัญหาคนล้น รพ. (รพ.ชลบุรี) : รพ.รัฐ อื่นๆ ก็น่าจะนำไปใช้บ้างนะครับ



 รพ.รัฐ อื่นๆ ก็น่าจะนำไปใช้บ้างนะครับ ..  น่าจะลดความแออัดลงไปเยอะ

แอพพลิเคชั่น ''แจ้งเตือนคิว'' ลดปัญหาคนล้น รพ.

โรงพยาบาลชลบุรี มีผู้ป่วยนอกเข้ารับบริการมากกว่าวันละ 4000 คน ขณะที่อาคารสถานที่ของโรงพยาบาล มีศักยภาพรองรับผู้ป่วยเพียง2000คน เท่านั้น ทำให้โรงพยาบาลมีสภาพแออัดไปด้วยคนไข้ที่รอรับการวินิจฉัย โดยแต่ละคนต้องรอคิวเป็นเวลานาน

ทางโรงพยาบาลจึงหาทางออกด้วยการใช้แอพลิเคชั่นแจ้งคิวให้กับผู้รับบริการทราบ เพื่อให้สามารถ เดินทางไปทำธุระหรือรออยู่ในจุดอื่น ไม่ต้องนั่งเบียดเสียดกันหน้าเคาน์เตอร์พยาบาล

ขั้นตอนการใช้งานง่าย เพียงรับบัตรคิวจากนั้นสแกนคิวอาร์โค้ดติดตั้ง application แล้วสแกน QR Code อีกครั้ง ระบบจะแสดงผลคิวที่ได้ พร้อมบอกจำนวนคิวที่ยังเหลืออยู่ และสั่นแจ้งเตือนให้ทราบเมื่อมีการเรียกคิวก่อนหน้า





หลังผู้เข้ารับบริการในระบบสาธารณสุขมีมากขึ้น จนกลายเป็นปัญหาโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขมีสภาพแออัด ไม่สอดคล้องกับสถานที่ซึ่งอาจมีความคับแคบ

แต่ละวัน โรงพยาบาลชลบุรี มีผู้ป่วยนอกเข้ารับบริการมากกว่าวันละ 4000 คน ขณะที่อาคารสถานที่ของโรงพยาบาล มีศักยภาพรองรับผู้ป่วยเพียง2000คน เท่านั้น ทำให้โรงพยาบาลมีสภาพแออัดไปด้วยคนไข้ที่รอรับการวินิจฉัย โดยแต่ละคนต้องรอคิวเป็นเวลานาน

ทางโรงพยาบาลจึงหาทางออกด้วยการใช้แอพลิเคชั่นแจ้งคิวให้กับผู้รับบริการทราบ เพื่อให้สามารถ เดินทางไปทำธุระหรือรออยู่ในจุดอื่น ไม่ต้องนั่งเบียดเสียดกันหน้าเคาน์เตอร์พยาบาล

ขั้นตอนการใช้งานง่าย เพียงรับบัตรคิวจากนั้นสแกนคิวอาร์โค้ดติดตั้ง application แล้วสแกน QR Code อีกครั้ง ระบบจะแสดงผลคิวที่ได้ พร้อมบอกจำนวนคิวที่ยังเหลืออยู่ และสั่นแจ้งเตือนให้ทราบเมื่อมีการเรียกคิวก่อนหน้า

นางสาวบัวทอง รักษาภายใน ญาติผู้ป่วยที่ได้ทดลองใช้บริการ ระบุว่าแอพพลิเคชั่นนี้เป็นประโยชน์กับผู้ป่วยอย่างมาก ช่วยลดความกังวลว่าจะไม่ได้ยินเสียงเรียกเมื่อถึงคิว แต่ยังคาดหวังให้มีการพัฒนาระบบ ให้สามารถจองคิวได้จากที่บ้าน

ขณะที่หัวหน้าห้องตรวจแผนกอายุรกรรม บอกว่า ตั้งแต่มี Application สามารถทำงานได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องคอยตอบคำถามซ้ำๆจากผู้ป่วย อีกทั้งยังทำให้คะแนนความพึงพอใจ ที่ได้รับการประเมินผลจากผู้ป่วยของแผนกเพิ่มจากร้อยละ 60 เป็นกว่าร้อยละ 90

ปัจจุบัน Applicationแจ้งคิวนี้ เปิดใช้งานในโรงพยาบาลชลบุรี ครบ 1 ปี มียอดผู้สมัครใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังได้ขยายการใช้งาน เป็นการแสดงผลบนหน้าจอโทรทัศน์รองรับผู้สูงอายุ และเตรียมพัฒนาระบบให้ตอบโจทย์ผู้ใช้บริการมากยิ่งขึ้น ด้วยการเปิดจองคิวออนไลน์ ให้ผู้ป่วยสามารถจองคิวได้จากทุกที่ก่อนเดินทางมารับบริการ เพื่อแก้ปัญหาความแออัด ในโรงพยาบาลให้เกิดความยั่งยืน และยินดีหากโรงพยาบาลอื่นจะเรียนรู้และนำไปใช้งาน

ธนพงศ์ ระภาณุสิทธิ์ ถ่ายภาพ
จันทราภรณ์ สุวรรณสิทธิ์ TNN ช่อง 16 รายงาน

https://www.tnnthailand.com/news_detail.php?id=153878&t=news_special





 

Create Date : 15 พฤศจิกายน 2560   
Last Update : 15 พฤศจิกายน 2560 7:43:59 น.   
Counter : 905 Pageviews.  

งาน ชีวิต ทางเลือก ... งานจิตอาสา คือ งานบุญ




วันที่ ๑๐ ตุลาคม๒๕๖๐ .. ไปร่วมกิจกรรม ใน การประชุมโครงการ DHML ครั้งที่ ๕ ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้จัดและผู้ร่วมประชุม เกี่ยวกับแนวคิด การทำงาน ชีวิต จึงนำมาแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อบันทึกเผยแผ่ เผื่อมีคนสนใจ ^_^

ตอนที่หนึ่ง : งาน ชีวิต ทางเลือก
งานเพื่อเงิน– งานประจำ ผลตอบแทน เป็น ค่าจ้าง เงินเดือน ค่าตอบแทน นำมาใช้จ่ายดำรงชีวิตเลี้ยงดูครอบครัว

งานเพื่อชีวิต – งานอดิเรกงานทำตามฝัน งานจิตอาสา งานอาสาสมัคร ผลตอบแทน เป็น ความสุข ความสบายใจ

มีคนน้อยมากที่ได้ ทำงาน แบบที่อยากทำ และได้เงินด้วย
ทำงานเพื่อเงิน อย่างเดียว ชีวิตก็แห้งแล้งอับเฉา เครียด ทุกข์ แต่ถ้า ทำงานเพื่อชีวิต อย่างเดียวก็อาจทำให้ตนเอง ครอบครัว เดือดร้อน ขาดเงิน .. แต่ละคนก็ต้องพิจารณาเอาเองว่าแค่ไหนจะเหมาะกับตนเองที่สุด มีเงินและมีความสุข (ตามสมควร)

ถ้าเมื่อไหร่ เราทำงานแล้วรู้สึกทุกข์ แสดงว่าต้องมีอะไรที่ผิดปกติ

ทำงานประจำ มีรายได้ เพื่อดำรงชีวิต แต่ “งานไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต “ อย่าคิดว่า ตัวเราสำคัญกับงานจนเกินไป เพราะถ้าเราเป็นอะไรไป ไม่กี่วันก็มีคนมาทำงานแทน สุขภาพสำคัญกว่า เพราะเมื่อเวลาเจ็บป่วยเราหยุดงานทุกอย่าง เพื่อพักรักษาตัว ก็แสดงว่า สุขภาพ ชีวิตของเรา สำคัญกว่างานที่เราทำ ใช่หรือไม่ ?

เมื่อถึงเวลาต้องเลือก อะไรสักอย่าง ต้องเลือกสิ่งที่แตกต่างจากที่เคยทำมีข้อพิจารณา คือ

๑. ข้อดี ข้อเสีย ทำเป็นตาราง ด้านหนึ่งเป็นข้อดีของทางเลือกใหม่ อีกด้านเป็นข้อเสียของทางเลือกใหม่ ค่อย ๆ เขียนไปเรื่อย ๆ สัก ๑ เดือน ว่าง เมือไหร่นึกออกเมื่อไหร่ ก็เขียนลงไปทุกวัน พอครบ ๑ เดือน ค่อยนำมาเรียบเรียงพิจารณาขบคิด
๒. ข้อเสียที่เลวร้ายที่สุด ของทางเลือกใหม่ คือ อะไร ยอมรับได้หรือไม่
ถ้าพิจารณาครบถ้วนแล้ว คิดว่า ๑.ข้อดีมากกว่าข้อเสีย และ๒.ข้อเสียที่เลวร้ายที่สุด สามารถยอมรับได้ ก็ลุยได้เลย แต่ถ้ายังไม่แน่ใจก็รอไปก่อน

ถ้าตัดสินใจ เลือกเส้นทางใหม่ ต้องมีการเตรียมตัววางแผนล่วงหน้าเป็นขั้นเป็นตอน ว่า จะเปลี่ยนเมื่อไหร่ต้องเตรียมอะไรบ้าง ฯลฯ ไม่ใช่ว่า นึกอยากจะเปลี่ยนก็เปลี่ยนทันที

ตอนที่สอง
:งานจิตอาสา งานอาสาสมัคร คือ งานบุญ

งานจิตอาสา งานอาสาสมัคร งานสาธารณะ เราทำเพราะเราอยากทำ สิ่งที่ตอบแทนก็คือ ความสุขความสบายใจ ไม่ใช่เงิน ซึ่งเปรียบได้กับ การทำบุญ ในศาสนาพุทธทำบุญแล้วได้ความสุขทางจิตใจ ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น ถ้าทำแล้วเกิดความทุกข์ใจ(เบียดเบียนตนเอง) ก็ไม่ได้บุญ ทำงานจิตอาสาแล้วทุกข์ใจ แล้วเราจะทำไปเพื่ออะไร ?

ข้อคิด งานจิตอาสา งานอาสาสมัคร
๑. ก่อนจะทำ ถ้าพิจารณาแล้วว่า ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น ก็ทำได้เลยคิดไว้ในใจเลยว่า “
ทำได้ก็ดี ทำไม่ได้ก็แล้วไป - ทำเท่าที่ทำได้ตามกำลังความสามารถที่ตนเองมี ทำได้แค่ไหนก็แค่นั้น “
๒. เมื่อลองทำแล้ว รู้สึกว่าเป็นทุกข์ ให้กลับมาพิจารณาว่า เกิดจากอะไรลองหาหนทางแก้ไข (ทำแล้วเราไม่ทุกข์) แต่ถ้าลองพยายามแล้วไม่ได้ผลทำแล้วยังทุกข์อยู่ ก็ไม่รู้จะทำไปเพื่ออะไร แนะนำให้เลิกทำ เอาเวลาไปทำงานอื่นยังมีอีกเยอะแยะที่ให้เราทำ เอาไว้มีโอกาสค่อยกลับมาทำใหม่ก็ยังได้

๓. เงิน คน อาจเป็นปัญหา แต่ ไม่ใช่อุปสรรคมีทุนแค่ไหนก็ทำแค่นั้น มีคนแค่ไหน ก็ทำแค่นั้น งานใหญ่แค่ไหนก็มักจะเริ่มจากคนไม่กี่คน ซึ่งต่อมามีคนเห็นมีคนรู้ ถ้างานนั้นมันดีก็จะมีคนเข้ามาเพิ่มขึ้น ( คนแบบเดียวกัน ก็จะมีแรงดึงดูด คนแบบเดียวกัน มารวมกัน)มีเงินสนับสนุนมากขึ้น สามารถขยายขอบเขตงานให้มากขึ้น แต่ถ้าไม่มีเราก็ทำไปเท่าที่เราทำได้

๔. ทำงานเอาหน้า ทำดีต้องประชาสัมพันธ์ ไม่ใช่อวดดีแต่เอาดีมาอวด เผื่อมีคนอยากทำดีเลียนแบบ หรือมาร่วมทำด้วยคนที่คิดเหมือนกันเขาจะได้รู้ เป็นการ รวมคน ร่วมคิด ร่วมทำร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เป็นวงจรความดีที่ช่วยกันหนุนส่งให้ทุกคนดีขึ้นแต่ถ้าเราไปร่วมทำกับเขาไม่ได้ เราก็ช่วยส่งเสริม ด้วยการ “ชมและแชร์ “ ทำหน้าที่เป็น ผู้สื่อสารความดี(ผ่านเฟส ผ่านไลน์ ฯลฯ) เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ที่ทำงานจิตอาสา เผื่อมีช่องทางช่วยเหลือกัน

๕. ในส่วน ข้าราชการ นักการเมือง นักธุรกิจ สามารถมาช่วยงานได้เราทำงาน แต่ให้เขาออกหน้า ยกย่องให้เกียรติเขา ในฐานะเป็นผู้สนับสนุน แต่ เราไม่ใช่ลูกน้องที่ต้องทำตามที่เขาสั่งทุกคนมาทำงานสาธารณะด้วยความเท่าเทียมกัน เป็นผู้ร่วมสร้างสรรค์สิ่งดีงามเหมือนกัน

๖. คิดต่างทำต่าง ไม่ได้รับรองว่าผลจะดี แต่ รับรองได้ว่าลำบากยากแน่

การคิดต่างทำต่างเหมือนการสร้างเส้นทางใหม่ จากถนนลาดยาง อ้อมไปมา เราอยากหาทางลัดผ่านป่าผ่านน้ำเพื่อให้เร็วขึ้น ก็ต้องยากลำบากเป็นธรรมดาจึงต้องอาศัยความมุ่งมั่น ทุ่มเท และ กำลังใจมากขึ้น

คิดเหมือนเดิม ทำเหมือนเดิม ผลก็ออกมาเหมือนเดิม จะไปหวังว่าจะเกิดอะไรใหม่ ๆ คงไม่ได้ ถ้าจะให้เกิดผลที่แตกต่างจากที่เคยเป็นมาก็ต้อง คิดต่างทำต่างก็ได้ผลใหม่ การคิดต่างทำต่างจากเดิม อาจสำเร็จได้ผลดีหรือ ล้มเหลวก็ได้ แต่ ถึงแม้ว่าจะล้มเหลว อย่างน้อยก็จะได้รู้ว่าสิ่งที่เราคิดต่างทำต่างไปนั้น ไม่ได้ผล


แถมท้าย : เก็บตกจากวิทยากรอ.สุรเกียรติ อาชานุภาพ และ อ.แดง ?

- กระตุก “ ต่อมเอ๊ะ “ เอ๊ะ... เอ๊ะ ... เอ๊ะ

- คิดต่างได้ แต่ คิดแล้วต้องลงมือทำ

- ดี อยู่ที่ตัวเอง ชื่นชม ตัวเอง กำลังใจ อยู่ที่ตัวเองไม่ต้องขอ ไม่ต้องรอคนอื่นเอากำลังใจมาให้ ( ประตูเปิดจากด้านใน ต้องเปิดเอง )

- ทำในสิ่งที่ คนสนใจ อยากจะทำ ( เราสนใจ ในสิ่งที่เขาสนใจ )

- ขณะปลูกดอกไม้ เราไม่ได้อยู่กับการปลูกดอกไม้แต่มักมองไปถึงดอกไม้ ละเลยความสุขกับปัจจุบัน หวังความสุขในอนาคตเลยไม่มีความสุขทั้งปัจจุบันและอนาคต

- ตั้งใจฟัง ฟังแบบไม่คิด (ต่อเติมเสริมแต่ง จากสีแว่นของเรา)ชื่นชมเขา จากความรู้สึกข้างใน

- ทุกข์ เพราะ ๔ ป : ประชุม เฟ้อ ประกวด เฟ้อ ประเมิน เฟ้อ ประจบเฟ้อ

- แก้ทุกข์ ด้วย 4 :ชม แชร์ เชื่อม ช่วย

- ททท + ทททท : ทำทันที ทบทวนทันที

- คาถา สู้ผี เพิ่มความกล้า ที่จะเปลี่ยนแปลง : มีหัวใจ ใฝ่เรียนรู้ สู้สิ่งยาก


เครดิตภาพ เฟส คุณหมอไพฑูรย์ อ่อนเกตุ รพ.กำแพงเพชร เจ้าของโครงการดี ๆ แบบนี้

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1659139760792537&set=a.169711416402053.37413.100000895861965&type=3&theater


แชร์ สิ่งที่ผมคิด ^_^

https://www.facebook.com/notes/พนมกร-หมอหมู-ดิษฐสุวรรณ์/งาน-ชีวิต-ทางเลือก-งานจิตอาสา-คือ-งานบุญ/1139801032718805/




 

Create Date : 15 ตุลาคม 2560   
Last Update : 15 ตุลาคม 2560 14:05:41 น.   
Counter : 373 Pageviews.  

รพ.ชลบุรี จัดระบบคัดกรองห้องฉุกเฉิน ‘คนไข้-หมอ’ ปลอดภัย ลดเจ็บ ตาย 2P Safety




โรงพยาบาลรัฐ ที่เคยเกิดปัญหา วัยรุ่นตีกันยิงกันในห้องฉุกเฉิน .. ก็ลองศึกษา เผื่อนำไปปรับใช้บ้าง ..บางทีก็จำเป็นต้องลงทุนเพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ ร.พ.
“ 2P Safety "
P ตัวแรกคือ Patient หมายถึง ผู้ป่วย ทำอย่างไรให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่รวดเร็ว ทันเวลา และปลอดภัย
P ตัวที่สอง คือ Personal บุคลากรในโรงพยาบาลเองก็รู้สึกปลอดภัยในขณะทำการรักษา และปฏิบัติงานด้วยความเต็มใจ เริ่มจากให้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ตลอด 24 ชั่วโมง จัดทำประตูเซ็นเซอร์และไม้กั้นอัตโนมัติ และมีเครื่องสแกนโลหะและอาวุธที่หน้าห้องฉุกเฉินขึ้น

https://www.hfocus.org/content/2017/09/14571

‘รพ.ชลบุรี’ จัดระบบคัดกรองห้องฉุกเฉิน ‘คนไข้-หมอ’ ปลอดภัย ลดเจ็บ ตาย

รพ.ชลบุรีจัดระบบป้องกันความเสี่ยง 2P Safety เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยและบุคลากรสาธารณสุขในโรงพยาบาล หรือ “คนไข้-หมอ ปลอดภัย ลดเหตุเจ็บ ตาย ระหว่างรักษา”

นพ.ภานุวงส์ แสนสำราญใจ

นพ.ภานุวงส์ แสนสำราญใจ หัวหน้ากลุ่มงานเวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลชลบุรี กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่บุคลากรทางการแพทย์ถูกผู้ป่วยทำร้ายในหลาย ๆ โรงพยาบาล จนบาดเจ็บและเสียชีวิต ทำให้ทางกลุ่มงานเวชศาสตร์ฉุกเฉินและทางผู้บริหารหาแนวทางป้องกันในการไม่ให้เกิดเหตุร้ายขึ้น ภายใต้หลักการ 2P Safety โดย P ตัวแรกคือ Patient หมายถึง ผู้ป่วย ทำอย่างไรให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่รวดเร็ว ทันเวลา และปลอดภัย ขณะที่ P ตัวที่สอง คือ Personal บุคลากรในโรงพยาบาลเองก็รู้สึกปลอดภัยในขณะทำการรักษา และปฏิบัติงานด้วยความเต็มใจ เริ่มจากให้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ตลอด 24 ชั่วโมง จัดทำประตูเซ็นเซอร์และไม้กั้นอัตโนมัติ และมีเครื่องสแกนโลหะและอาวุธที่หน้าห้องฉุกเฉินขึ้น

นพ.คุณากร วงศ์ทิมารัตน์

นพ.คุณากร วงศ์ทิมารัตน์ แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลชลบุรี กล่าวว่า ห้องฉุกเฉิน คือส่วนที่มีโอกาสเกิดเหตุไม่พึงประสงค์ทางการแพทย์มากที่สุด เนื่องจากต้องรองรับทั้งผู้ป่วยวิกฤติในเวลาปกติและผู้ป่วยหลังเวลาราชการ จึงมักเกิดภาวะห้องฉุกเฉินล้นเกิน ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากร และสร้างความไม่พอใจให้กับผู้ป่วยที่รอรับรักษานานจนเกิดเหตุกระทบกระทั่งกัน

แนวทางแก้ไขที่โรงพยาบาลนำมาใช้ เริ่มจากการจัดทำระบบคัดแยกผู้ป่วย โดยอ้างอิง ตาม ESI (Emergency Severity Index) และปรับเป็น CSI (Chonburi Severity Index) โดยจะใช้แนวทางเดียวกันทั้งโรงพยาบาล แบ่งผู้ป่วยตามระดับความเร่งด่วนเป็น 5 กลุ่ม

1.ฉุกเฉินวิกฤติ

2.ฉุกเฉินเร่งด่วน

3.ฉุกเฉินมาก

4.ฉุกเฉินไม่เร่งด่วน

5.ไม่ฉุกเฉิน

และในเวลานอกราชการ โรงพยาบาลได้เปิดห้องตรวจโรคทั่วไปแยกออกจากบริการห้องฉุกเฉินถึงเที่ยงคืนทุกวัน เนื่องจากบริบทของคนชลบุรี ทำงานโรงงานอุตสาหกรรมบางครั้งต้องรอเลิกงานค่ำจึงจะสามารถมาพบแพทย์ได้ และเพื่อให้ผู้ป่วยที่มาห้องฉุกเฉินเป็นกลุ่มที่ฉุกเฉินจริง เพื่อที่ทีมแพทย์และบุคลากรจะได้มีเวลาในการดูแลผู้ป่วยได้ตามมาตรฐานวิชาชีพ

นพ.คุณากร กล่าวต่อว่า โรงพยาบาลชลบุรียังได้กำหนด Patient Safety Goal เป็นนโยบายความปลอดภัยของโรงพยาบาล โดยอ้างอิงจาก SIMPLE ของ สรพ. ซึ่งบุคลากรใหม่ทุกคนจะต้องได้รับการปฐมนิเทศเรื่องดังกล่าว โรงพยาบาลได้กำหนดนโยบายความปลอดภัยในด้านต่างๆ รวมถึงติดตามการปฏิบัติของบุคลากร ตลอดจนการแก้ไขจากรายงานอุบัติการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งห้องฉุกเฉินมีการนำ SIMPLE มาใช้ เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย เช่น S มาจาก safe surgery เรามีการทำ Sticker Time out นอกห้องผ่าตัดสำหรับหัตถการที่ invasive เช่นการใส่ท่อระบายลมในช่องเยื่อหุ้มปอดเป็นต้น

ขณะที่ห้องฉุกเฉิน จะใช้หลัก E - emergency response คือมีระบบ Fast track ในกลุ่มโรคสำคัญ ที่เป็นปัญหาของจังหวัดและประเทศ ได้แก่ STEMI Stroke Head injury Sepsis และ Trauma โดยมีการร่วมดำเนินการเป็นเครือข่ายทั้งจังหวัดร่วมกับสหสาขาในโรงพยาบาลด้วย

“ผลที่เกิดขึ้นคือ เมื่อผู้ป่วยที่ไม่เร่งด่วนถูกคัดแยกไปยังห้องตรวจโรคทั่วไป และห้องตรวจนอกเวลา ทำให้ห้องฉุกเฉินสามารถดูแลผู้ป่วยกลุ่มฉุกเฉินได้ดีเต็มประสิทธิภาพ สามารถให้การดูแผลผู้ป่วยกลุ่ม Fast track ซึ่งต้องแข่งกับเวลาที่มีจำกัด ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยและดูแลรักษาอย่างทันท่วงที” นพ.คุณากร กล่าว

นพ.ชุติเดช ตาบ-องครักษ์

นพ.ชุติเดช ตาบ-องครักษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชลบุรี กล่าวว่า โรงพยาบาลชลบุรี เป็นโรงพยาบาลที่ผ่านการรับรองกระบวนการคุณภาพมาตรฐาน HA ตั้งแต่ ปี 2550 จนถึงปัจจุบันได้รับการต่ออายุการรับรอง (Re-Accreditation) เป็นครั้งที่ 3 จากสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) และยังเป็นโรงพยาบาลรัฐบาลแห่งแรกของประเทศไทยที่ได้รับการรับรองคุณภาพ Joint Commission International (JCI) ซึ่งการรับรองโรงพยาบาลจะต้องมีการให้บริการที่มุ่งเน้นคุณภาพ และความปลอดภัยของผู้ป่วยและผู้รับบริการเป็นสำคัญ

พญ.ปิยวรรณ ลิ้มปัญญาเลิศ

ด้าน พญ.ปิยวรรณ ลิ้มปัญญาเลิศ รองผู้อำนวยการ สรพ. กล่าวว่า การจัดการเรื่องความปลอดภัยของผู้ป่วยและบุคลากรสาธารณสุขนับเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญของ สรพ. เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการสุขภาพที่ดีและมีประสิทธิภาพอย่างทั่วถึง และที่สำคัญบุคลากรสาธารณสุขมีความมั่นใจในการปฏิบัติงาน ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุขได้ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายเรื่องความปลอดภัยของผู้ป่วยและบุคลากรทางสาธารณสุขขึ้น โดยสรพ.มีบทบาทในการดำเนินการร่วมกับ 15 องค์กรหลัก ที่มีความเกี่ยวข้องกับระบบบริการสุขภาพ เพื่อจะขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าวร่วมกัน รวมถึงมีการตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายโดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน และมีการวางทิศทางและระยะเวลาในการขับเคลื่อน มีการยกร่างแผนยุทธศาสตร์ความปลอดภัยของผู้ป่วยและบุคลากรสาธารณสุข (Patient and Personnel Safety: 2P Safety) ที่ให้ความสำคัญ มุ่งเน้นในการวางระบบเพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ และมีการกำหนดเป็นเป้าหมายความปลอดภัย สื่อสารในโรงพยาบาล ควบคู่กับการพัฒนาและรับรองคุณภาพ ด้วยคำที่หลายคนรู้จักคือ SIMPLE ขึ้นเป็นแนวทางปฏิบัติด้วย

พญ.ปิยวรรณ กล่าวต่อว่า วันที่ 17 กันยายนนี้ เป็นวัน Global Day of Patient Safety และเป็นวันที่สำคัญของไทยด้วยคือวัน Thailand Patient and Personnel Safety เป็นวันที่บุคลากรทางสาธารณสุข คนไข้ญาติ และประชาชนทั่วไป ให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัยของผู้ป่วยและบุคลากรทางสาธารณสุข เพราะทุกคนมีส่วนร่วม โดยจะมีการจัดงานขึ้นในวันนี้ และจะมีการประกาศยุทธศาสตร์ 2P Safety และ National Patient and Personnel Safety Goals รวมถึงการนำเสนอและเชิญชวนโรงพยาบาลเข้าร่วม National Reporting and Learning System ซึ่งจะเป็นระบบแห่งการเรียนรู้ และสร้างความเข้าใจกับคนไข้และประชาชนเพื่อให้ประชาชนได้รับบริการสุขภาพที่ดีและมีประสิทธิภาพอย่างทั่วถึง และที่สำคัญบุคลากรสาธารณสุขมีความมั่นใจในการปฏิบัติงานด้วย

ทั้งนี้ โรงพยาบาลใดสนใจสามารถสมัครเข้าร่วมครั้งนี้ได้ที่ https://goo.gl/aiTtWV หรือจะชมการถ่ายทอดสดบรรยากาศงาน ณ อิมแพคเมืองทองธานี ได้ ที่ Facebook/HA Thailand และ www.ha.or.th/Live



::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

สธ.พัฒนาห้องฉุกเฉินคุณภาพใน รพ.ทุกแห่ง ผู้ป่วยวิกฤตได้รักษาด่วน บุคลากรไม่ถูกคุกคาม
Fri, 2017-10-06 13:45 -- hfocus
https://www.hfocus.org/content/2017/10/14655

สธ.เผยสถิติผู้รับบริการที่ห้องฉุกเฉินเฉลี่ย 35 ล้านครั้งต่อปี พบร้อยละ 60 เป็นผู้ป่วยไม่ฉุกเฉิน พัฒนาห้องฉุกเฉินทั่วประเทศ มีระบบคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉินชัดเจน ให้ผู้ป่วยวิกฤตได้รับการรักษาปลอดภัย ความปลอดภัยเจ้าหน้าที่ที่ห้องฉุกเฉินไม่ถูกคุกคาม ลดอัตราตาย ลดความพิการ ด้วยทีมแพทย์ และเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ มาตรฐาน

วันนี้ (6 ตุลาคม 2560) ที่ รพ.นราธิวาสราชนครินทร์ จ.นราธิวาส นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นำคณะลงพื้นที่ติดตามนโยบายการจัดบริการด้านการแพทย์และสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 12 และตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์

นพ.เจษฎา กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขได้ปฏิรูประบบสุขภาพ มีการเชื่อมโยงระบบบริการปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และตติยภูมิ เบ็ดเสร็จภายในเขตสุขภาพ และระบบส่งต่อระหว่างโรงพยาบาลขนาดเล็กกับโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีโดยเฉพาะผู้ป่วยวิกฤตฉุกเฉิน ได้รับบริการที่ได้มาตรฐาน ทั่วถึง เป็นธรรม

นพ.เจษฎา กล่าวต่อว่า ปัจจุบันทั่วประเทศ มีสถิติผู้รับบริการที่ห้องอุบัติเหตุฉุกเฉิน (ER) เฉลี่ย 35 ล้านครั้งต่อปี ร้อยละ 60 เป็นผู้ป่วยไม่ฉุกเฉินทำให้เกิดความแออัด ประกอบกับการขาดแคลนบุคลากร รัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุข เร่งรัดให้มีการพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินของโรงพยาบาลทุกระดับ เพื่อให้ประชาชนที่เจ็บป่วยฉุกเฉิน ได้รับความปลอดภัยมากที่สุด ลดอัตราการตาย และลดความพิการ โดยพัฒนาห้องฉุกเฉิน หรือห้องอีอาร์ ให้เป็นห้องอีอาร์คุณภาพ (ER QUALITY) อาทิ รถพยาบาลปลอดภัย มีเครื่องช่วยชีวิตที่ได้มาตรฐาน มีระบบคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉินชัดเจนมีมาตรฐาน ผู้ป่วยวิกฤติต้องได้รับการรักษาด่วน ไม่อยู่ห้อง ER นานกว่า 4 ชั่วโมง เจ็บป่วยฉุกเฉินรักษาทุกที่ทุกสิทธิ (UCEP) ความปลอดภัยเจ้าหน้าที่ที่ห้องฉุกเฉินไม่ถูกคุกคาม โรงพยาบาลศูนย์ขนาดใหญ่ต้องจัดแพทย์เฉพาะทางแต่ละสาขาเป็นแพทย์ที่ปรึกษากรณีจำเป็นตลอด 24 ชั่วโมง เป็นต้น

ตลอดจนพัฒนาบุคลากรแต่ละสาขาวิชาชีพให้เพียงพอ โดยให้โรงพยาบาลทั่วประเทศ ประเมินและปรับปรุงตนเองให้ได้ตามเกณฑ์ คาดว่าจะสามารถลดอัตราการตายที่ป้องกันได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 20-30 ทั้งนี้ประชาชนเจ็บป่วยฉุกเฉินหรือได้รับอุบัติเหตุ สามารถแจ้งเหตุทางหมายเลข 1669 ตลอด 24 ชั่วโมง

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

‘เมา-รอนาน-เจ็บหนัก’ กระตุ้นความรุนแรงใน รพ. ห้องฉุกเฉินเกิดเหตุมากสุด Sun, 2017-11-26 19:19 -- hfocus
https://www.hfocus.org/content/2017/11/14965

ย้ำแก้ปัญหาคุกคาม-รุนแรงใน รพ.ต้องลดเคสที่ไม่ฉุกเฉินออกจากห้องฉุกเฉิน https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=02-12-2017&group=27&gblog=29

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::


รพ.ชลบุรีจัดระบบคัดกรองห้องฉุกเฉิน ‘คนไข้-หมอ’ ปลอดภัย ลดเจ็บตาย 2P Safety https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=16-09-2017&group=15&gblog=83

เปิดสารพัดปัญหาสิ่งแวดล้อมในรพ. ซ้ำเติมภาวะเจ็บป่วย สร้างทุกข์บุคลากร https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=13-12-2016&group=15&gblog=74

สิ่งแวดล้อมเพื่อการเยียวยาในรพ. ‘ทางออกลดทุกข์ผู้ป่วยหนุนประสิทธิภาพบุคลากร’ https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=13-12-2016&group=15&gblog=75

สธ.สั่งทุกรพ.ปรับปรุง OPD ประหนึ่งห้องรับแขกบริการลื่นไหล รวดเร็วใน 120นาที https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=17-06-2016&group=15&gblog=68

วิกฤต คุกคามความรุนแรงในโรงพยาบาล ทางออกคืออะไร ... จากงานสัมนาฯ จัดโดยคณะอนุกรรมการฯแพทยสภา https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=02-12-2017&group=27&gblog=29







 

Create Date : 16 กันยายน 2560   
Last Update : 4 ธันวาคม 2560 4:01:14 น.   
Counter : 1914 Pageviews.  

ขอเชิญร่วมบริจาค ซื้อชุด HERO BOX (ชุดฝึกสอนการช่วยชีวิตด้วยการทำCPR+AED) ... Street Hero Project





เรื่องดี ๆ ที่ควรช่วยกันสนับสนุน ..

#CPR_at_School

ขอเชิญร่วมบริจาคสมทบทุนจัดซื้อชุด HERO BOX (ชุดฝึกสอนการช่วยชีวิตด้วยการทำCPR+AED) มูลค่าชุดละ 4500 บาท ให้กับโรงเรียนเพื่อใช้ในการเรียนการสอนวิชาสุขศึกษา ลูกเสือ เนตนารี และกิจกรรมป้องกันเด็กจมน้ำ

จากข้อมูลพบว่าโรงเรียนส่วนใหญ่ทำได้เพียงสอนโดยการเปิดหนังสือสอน เปิดคลิปสอน ดีหน่อยก็ใช้หมอนมาฝึกปั๊ม และอีกหลายโรงเรียนก็ข้ามการสอนเรื่องนี้ไป ทำให้นักเรียนขาดทักษะ ความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องต่อการช่วยชีวิตด้วยการทำ CPR รวมถึงการปฐมพยาบาลต่างๆ

Street Hero Project ได้เปิดรับอาสาสมัครในแต่ละอำเภอ เพื่อไปสอนการทำ CPR และการปฐมพยาบาล ให้กับโรงเรียน และจะมอบชุดฝึก HERO BOX ไว้ให้ที่โรงเรียนเพื่อนำไปสอนต่อรวมทั้งโครงการจำนวน 100 ชุด

ช่องทางการสนันสนุน
1. จัดซื้อพวงกุญแจรุ่น CPR ในราคา 200 บาท รายได้ทั้งหมดไม่หักค่าใช้จ่ายร่วมจัดซื้อชุด HERO BOX มอบให้แต่ละโรงเรียน ได้ที่ชื่อบัญชี คุณฐานิดา สละชีพ ธ.กรุงไทย เลขที่ 984-1-47374-7 / ธ.กสิกรไทย เลขที่ 582-2-10418-7 และ ธ.กรุงเทพ เลขที่ 088-0-49278-0

2.อีกช่องทางเข้าที่เทใจดอทคอมในโครงการ https://taejai.com/th/d/cpr_school/ โดยสามารถขอใบเสร็จเพื่อหักลดหย่อนภาษีได้เมื่อมียอดบริจาคขั้นต่ำ 250 บาท



ที่มา FB @Street Hero Project
https://www.facebook.com/streetheroproject/photos/a.905311766239508.1073741829.838203756283643/1214326038671411/?type=3&theater
_________________________________________

CPR at School: สร้างนักเรียนให้เป็นนักกู้ชีพ
https://taejai.com/th/d/cpr_school/

หัวใจหยุดเต้น 4 นาทีคือ ตาย แต่ถ้าเราสร้างนักเรียนให้เป็นนักกู้ชีพด้วยการสอนการทำ CPR จะดีแค่ไหน โครงการนี้เราจะสอนและมอบชุดฝึกสอนการทำ CPR (HERO BOX) ให้โรงเรียนเพื่อให้โรงเรียนนำไปใช้สอนรุ่นต่อ ๆ ไปได้

เราทุกคนต่างเป็น Hero ได้

หากเราทุกคนมีทักษะการช่วยชีวิต หรือ สามารถทำ CPR (การนวดหัวใจผายปอดกู้ชีพ) เพื่อช่วยชีวิตคนก็จะทำอัตราการรอดชีวิตเพิ่มมากขึ้น

หลายครั้ง ที่หลายคนเผชิญต่อเหตุการณ์ไม่คาดคิด หากแต่เราไม่รู้วิธีการช่วยชีวิตที่ถูกต้อง เราก็ไม่กล้าที่จะทำการช่วยเหลือชีวิตคน หรือ ในบางครั้งการช่วยชีวิตในแบบที่ไม่ถูกต้องอาจจะยิ่งทำให้คนที่ได้รับบาดเจ็บเป็นอันตรายกว่าเดิม


ทีมงาน Street Hero Project จึงอยากให้เด็กนักเรียนได้เรียนการทำ CPR ด้วยการจัดทีมครูฝึกสอนการทำ CPR ไปสอนให้ในแต่ละโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง หากพบเหตุก็จะสามารถปฏิบัติตามขั้นตอนการช่วยชีวิตได้อย่างถูกต้อง ช่วยลดการสูญเสียต่อชีวิต โดยเฉพาะตัวนักเรียนมีโอกาสพบในเหตุการณ์ต่าง ๆ เช่น การจมน้ำ เป็นต้น

ทางโรงเรียนจะมีชุดฝึกสอนให้คุณครูที่รับผิดชอบใช้ฝึกสอนการทำ CPR ให้กับนักเรียนที่เหลือรวมถึงรุ่นต่อ ๆ ไป ซึ่งปัจจุบันแต่ละที่จะใช้วิธีการเรียนจากการดูคลิปในยูทูป หรือดีหน่อยก็มาฝึกกับหมอน ซึ่งไม่สามารถนำมาใช้งานจริงได้เวลาพบเหตุก็จะไม่มีความมั่นใจ

การดำเนินการครั้งนี้เราจะทำการคัดเลือก 20 โรงเรียนเพื่อเข้าร่วมโครงการ จากนั้นเราจะพัฒนาครูฝึกในแต่ละพื้นที่เพื่อให้ถ่ายทอดการทำ CPR ที่ถูกต้อง โดยครูของเราจะเข้าไปสอน และทำการประเมินให้จนมั่นใจว่าโรงเรียนนำไปสอนเพื่อขยายผล จากนั้นเราจะทำการมอบ CPR (HERO BOX) เพื่อให้โรงเรียนได้ใช้สอนในรุ่นต่อไป

เราจึงอยากชวนทุกคนมาร่วมสนับสนุนโครงการ "สร้างนักเรียนให้เป็นนักกู้ชีพ" กับเรา

ขั้นตอนการดำเนินโครงการ

    คัดเลือกโรงเรียนเข้าร่วมโครงการ
    จัดเตรียมครูฝึกในแต่ละพื้นที่
    จัดส่งชุดฝึกสอนการทำ CPR (HERO BOX) ให้ครูฝึก
    เข้าดำเนินการสอน สอบประเมิน และมอบชุดฝึกให้โรงเรียน
    ติดตามผลกิจกรรม

ประโยชน์ของโครงการ

    นักเรียนมีความรู้และสามารถปฏิบัติการปฐมพยาบาลและการทำ CPR ได้จริง
    โรงเรียนได้มีชุดฝึกสอนไว้ใช้ในโรงเรียนสำหรับนักเรียนกลุ่มอื่น ๆ

สมาชิกภายในทีม

นายวีระกิจ อัครโชติวิทย์ (Mr.Veerakit Akarachotivit) แอดมินเพจ Street Hero Project

พญ.ณิชยา วัฒนกำธรกุล แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน, ที่ปรึกษาโครงการ

รายชื่อครูฝึกสอน

    พ.ณัฐพงษ์  วัชรเสมากุล / ผอ.รพช.บ้านคา อ.บ้านคา จ.ราชบุรี
    จสต.เจริญ  จันทร์ลักษณ์ / สภอ. เมืองอุดรธานี และคุณอำพร หินแสงใส พยาบาลวิชาชีพชำนาญงาน / รพศ.อุดรธานี
    นายสันติ  สารภี / เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยชำนาญงาน หน่วยฝึกดับเพลิงองค์การบริหารส่วน ต.ภูฝ้าย อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ
    คุณอาทร  สร้อยสด / นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ รพ.สต.ลำนางรอง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์
    คุณวิยดา  คงมี / พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รพ.สต.บ้านหาร อ.บางกล่า จ.สงขลา
    คุณเผด็จ  ลายนารี / ผู้จัดการสถานดูแลอายุเมย์เดย์เนอร์ซิ่งโฮม อ.อุทัย จ.อยธุยา


""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""



ขอเชิญร่วมบริจาคซื้อชุด HERO BOX (ชุดฝึกสอนการช่วยชีวิตด้วยการทำCPR+AED)... Street Hero Project //www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=22-08-2017&group=15&gblog=82

การช่วยเหลือผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้น และ AED เครื่องฟื้นคืนคลื่นหัวใจด้วยไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ //www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=07-07-2014&group=4&gblog=102

นักกีฬาเสียชีวิตคาสนามเกิดจากอะไร ? .... เขียนโดย 1412 เวบไทยคลินิก //www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=10-02-2015&group=4&gblog=106

FW Mail สุขภาพที่หลายคนเข้าใจผิด(หมอแมว) แถมเรื่อง การช่วยชีวิตเบื้องต้น //www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=13-10-2009&group=7&gblog=36

เด็กจมน้ำ ..ตะโกน โยน ยื่น //www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=26-04-2015&group=4&gblog=108




 

Create Date : 22 สิงหาคม 2560   
Last Update : 22 สิงหาคม 2560 14:31:41 น.   
Counter : 996 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  

หมอหมู
Location :
กำแพงเพชร Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 757 คน [?]




ผมเป็น ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ หรือ อาจเรียกว่า หมอกระดูกและข้อ หมอกระดูก หมอข้อ หมอออร์โธ หมอผ่าตัดกระดูก ฯลฯ สะดวกจะเรียกแบบไหน ก็ได้ครับ

ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาหนึ่ง ซึ่งเมื่อเรียนจบแพทย์ทั่วไป 6 ปี ( เรียกว่า แพทย์ทั่วไป ) แล้ว ก็ต้องเรียนต่อเฉพาะทาง ออร์โธปิดิกส์ อีก 4 ปี เมื่อสอบผ่านแล้วจึงจะถือว่าเป็น แพทย์ออร์โธปิดิกส์ โดยสมบูรณ์ ( รวมเวลาเรียนก็ ๑๐ ปี นานเหมือนกันนะครับ )

หน้าที่ของหมอกระดูกและข้อ จะเกี่ยวข้องกับความเจ็บป่วย ของ กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก ข้อ และ เส้นประสาท โรคที่พบได้บ่อย ๆ เช่น กระดูกหัก ข้อเคล็ด กล้ามเนื้อฉีกขาด กระดูกสันหลังเสื่อม ข้อเข่าเสื่อม กระดูกพรุน เป็นต้น

สำหรับกระดูกก็จะเกี่ยวข้องกับกระดูกต้นคอ กระดูกสันหลัง กระดูกเชิงกราน กระดูกข้อไหล่ จนถึงปลายนิ้วมือ กระดูกข้อสะโพกจนถึงปลายนิ้วเท้า ( ถ้าเป็นกระดูกศีรษะ กระดูกหน้า และ กระดูกทรวงอก จะเป็นหน้าที่ของศัลยแพทย์ทั่วไป )

นอกจากรักษาด้วยการให้คำแนะนำ และ ยา แล้วยังรักษาด้วย วิธีผ่าตัด รวมไปถึง การทำกายภาพบำบัด บริหารกล้ามเนื้อ อีกด้วย นะครับ

ตอนนี้ผม ลาออกจากราชการ มาเปิด คลินิกส่วนตัว อยู่ที่ จังหวัดกำแพงเพชร .. ใช้เวลาว่าง มาเป็นหมอทางเนต ตอบปัญหาสุขภาพ และ เขียนบทความลงเวบ บ้าง ถ้ามีอะไรที่อยากจะแนะนำ หรือ อยากจะปรึกษา สอบถาม ก็ยินดี ครับ

นพ. พนมกร ดิษฐสุวรรณ์ ( หมอหมู )

ปล.

ถ้าอยากจะถามปัญหาสุขภาพ แนะนำตั้งกระทู้ถามที่ .. เวบไทยคลินิก ... ห้องสวนลุม พันทิบ ... เวบราชวิทยาลัยออร์โธปิดิกส์ หรือ ทางอีเมล์ ... phanomgon@yahoo.com

ไม่แนะนำ ให้ถามที่หน้าบล๊อก เพราะอาจไม่เห็น นะครับ ..




New Comments
[Add หมอหมู's blog to your web]